HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Mummy Five ที่ 28 พฤษภาคม, 2009, 12:34:14 am
-
??? ถ้าเรามีลำโพง 6 Ohm อยู่คู่นึง แต่แอมป์โดยทั่วๆ ไป จะมีช่องต่อสัญญาณออกลำโพงแค่ 4 และ 8 Ohm
ผมเลยสงสัยว่า จริงๆ แล้ว เราควรต่อลำโพงที่ช่อง 4 หรือ 8 Ohm ครับ...
-
ปกติ output ที่มีค่าความต้านทานเท่าไรก็ควรหาลำโพงที่มีค่าความต้านทานขนาดนั้นมาใช้จะแมทกันที่สุดครับ
แต่หากหาไม่ได้ก็ไม่ควรห่างกันมากนัก เพราะหากค่าความต้านทานห่างกันมาก ตัวที่ทำงานหนักและอาจเกิดอันตรายได้คือ Output ครับ
แต่ในกรณีนี้ใช้แทนกันได้หมดครับ แต่อาจจะมีผลบ้างในระยะยาว(มากๆ)
-
??? ถ้าเรามีลำโพง 6 Ohm อยู่คู่นึง แต่แอมป์โดยทั่วๆ ไป จะมีช่องต่อสัญญาณออกลำโพงแค่ 4 และ 8 Ohm
ผมเลยสงสัยว่า จริงๆ แล้ว เราควรต่อลำโพงที่ช่อง 4 หรือ 8 Ohm ครับ...
ใช้ช่อง 8 Ohmครับ ผมใช้ psb alfa b1 6 Ohm
ใช้ช่อง 8 Ohmเสียบใช้มาปีกว่าแล้วครับ ไม่มีปัญหาครับ
-
ใช้กับช่องที่ เสียงดีกว่า (กำปั้นทุบดุนไปไหมอะครับ)
-
ใช้กับช่องที่ เสียงดีกว่า (กำปั้นทุบดุนไปไหมอะครับ)
ตามหลักการแล้ว ควรลองเสียบกับช่อง 4 ohm ดูก่อนครับ ถ้าเสียบกับ 8 ohm หลอด Output จะทำงานหนักขึ้น ถ้าเสียบกับ 4 ohm หลอดจะทำงานเบาลงครับ อย่างไรก็ตาม ถ้าแอมป์ที่ออกแบบมาอย่างดี การทำงานหนักขึ้นหรือเบาลงนี้จะไม่ได้ส่งผลกับหลอดมากนักคืออยู่ในช่วงปลอดภัยน่ะครับ ก็ไปดูที่ความเห็นของคุณ 1st class เลยครับ -ใช้กับช่องที่ เสียงดีกว่า- O0 O0
-
ใช้กับช่องที่ เสียงดีกว่า (กำปั้นทุบดุนไปไหมอะครับ)
ตามหลักการแล้ว ควรลองเสียบกับช่อง 4 ohm ดูก่อนครับ ถ้าเสียบกับ 8 ohm หลอด Output จะทำงานหนักขึ้น ถ้าเสียบกับ 4 ohm หลอดจะทำงานเบาลงครับ อย่างไรก็ตาม ถ้าแอมป์ที่ออกแบบมาอย่างดี การทำงานหนักขึ้นหรือเบาลงนี้จะไม่ได้ส่งผลกับหลอดมากนักคืออยู่ในช่วงปลอดภัยน่ะครับ ก็ไปดูที่ความเห็นของคุณ 1st class เลยครับ -ใช้กับช่องที่ เสียงดีกว่า- O0 O0
O0 O0 O0
-
ผมใช้ที่ 4 ohm ครับ
เคยลอง 8 ohm แล้วเสียงไม่ดีเท่า เหมือนรถบรรทุกเกินพิกัด ;D
-
4 ครับ ;) เครื่องปลอดภัย100% ยาวจนลืมไปเลยว่า 6โอมห์ครับ :bye1
-
แล้วน้ำเสียงที่ได้จะเป็นอย่างไงครับ ถ้ามีลำโพง 4ohm แล้วต่อ 8 ohm
ใช้กับช่องที่ เสียงดีกว่า (กำปั้นทุบดุนไปไหมอะครับ)
ตามหลักการแล้ว ควรลองเสียบกับช่อง 4 ohm ดูก่อนครับ ถ้าเสียบกับ 8 ohm หลอด Output จะทำงานหนักขึ้น ถ้าเสียบกับ 4 ohm หลอดจะทำงานเบาลงครับ อย่างไรก็ตาม ถ้าแอมป์ที่ออกแบบมาอย่างดี การทำงานหนักขึ้นหรือเบาลงนี้จะไม่ได้ส่งผลกับหลอดมากนักคืออยู่ในช่วงปลอดภัยน่ะครับ ก็ไปดูที่ความเห็นของคุณ 1st class เลยครับ -ใช้กับช่องที่ เสียงดีกว่า- O0 O0
อย่างงี้แสดงว่า กระแสไหลเป็น 2เท่าหรือเปล่าครับ ???
-
อย่างงี้แสดงว่า กระแสไหลเป็น 2เท่าหรือเปล่าครับ ???
หมายถึงตามโจทย์เดิม คือเอาลำโพง 6 Ohm ไปต่อกับ Tab 4 Ohm ใช่ไม๊ครับ? และถามถึงกระแสผ่านลำโพงหรือผ่านหลอดครับ?
-
อย่างงี้แสดงว่า กระแสไหลเป็น 2เท่าหรือเปล่าครับ ???
หมายถึงตามโจทย์เดิม คือเอาลำโพง 6 Ohm ไปต่อกับ Tab 4 Ohm ใช่ไม๊ครับ? และถามถึงกระแสผ่านลำโพงหรือผ่านหลอดครับ?
ในกรณี โจทย์เดิม คือ 6ohm แล้วโจทย์ใหม่ คือ 4ohm แล้วต่อกับ OPT ที่ 8ohm
ไม่ทราบว่าจะใช้วิธีเทียบบัญญัติไตรยางค์ได้หรือเปล่าครับ ว่า ลำโพง 6ohm ใช้กระแสเพิ่ม 1.5เท่า ถ้าลำโพง4ohm เป็น 2เท่า
ขอบคุณครับ
-
ในกรณี โจทย์เดิม คือ 6ohm แล้วโจทย์ใหม่ คือ 4ohm แล้วต่อกับ OPT ที่ 8ohm
ไม่ทราบว่าจะใช้วิธีเทียบบัญญัติไตรยางค์ได้หรือเปล่าครับ ว่า ลำโพง 6ohm ใช้กระแสเพิ่ม 1.5เท่า ถ้าลำโพง4ohm เป็น 2เท่า
ขอบคุณครับ
สรุปว่าเป็นการเทียบกันระหว่างการเอาลำโพง 4 ohm และ 6 ohm ไปต่อกับ tab 8 ohm ของ OPT นะครับ
ใช้วิธีการเทียบบัญญัติไตรยางค์ไม่ได้ครับ กรณีนี้เราต้องเทียบจากว่าเมื่อต่อลำโพงทั้ง 2 แบบแล้ว ต้องเปิดให้ได้ความดังเท่ากันด้วยครับ
กรณีถามถึงกระแสผ่านลำโพง
P = I^2 x R, P = V^2 / R เมื่อเปิดดังเท่ากัน กระแสจะวิ่งผ่านลำโพง 4 Ohm มากกว่า 6 Ohm ครับ ในขณะเดียวกันแรงดันตกคร่อมลำโพง 4 Ohm ก็จะน้อยกว่าลำโพง 6 Ohm ครับ อันนี้ไม่เกี่ยวกับว่าต่อที่ tab ไหนของ OPT ครับ
กรณีถามถึงกระแสผ่านหลอดและ Primary ของ OPT (สมมุติวงจร SE ละกันครับ)
การนำลำโพง 4 Ohm และ 6 Ohm ไปต่อกับ tab 8 Ohm จะทำให้ Impedance ของ Primary ลดลงเหลือ 1/2 และ 3/4 ตามลำดับ เช่นถ้า Primary = 5k เมื่อต่อกับลำโพง 4 และ 6 Ohm ก็จะเหลือแค่ 2.5k และ 3.75k ตามลำดับครับ เมื่อ Imp ต่ำลง กระแสก็ไหลผ่านหลอดมากขึ้นเป็นสัดส่วนกันครับ ก็คือ 2 และ 1.33 เท่าตามลำดับครับ :)
-
ขอบคุณ พี่ Mr Tube มากครับ
O0 O0
-
แล้วถ้ากระแสไหลผ่านหลอดเพิ่มมากขึ้น 2 หรือ 1.33 เท่า มันจะมีโอกาสทำให้หลอด :blowup :blowup ได้มั้ยครับ
-
พังไม่พังก็ขึ้นอยู่กับหลอดครับ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเท่า แต่ :blowup นี่คงไม่ครับ
-
ถ้าเอาลำโพง 6 โอห์มไปต่อช่อง 4 โอห์ม หลอดจะเห็นอิมพิแดนซ์ของขดไพรมารีสูงขึ้น แดมปิ้งแฟคเตอร์ สูงขึ้นนิดนึง ใช่มั้ยครับ
-
พังไม่พังก็ขึ้นอยู่กับหลอดครับ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเท่า แต่ :blowup นี่คงไม่ครับ
ค่อยยังชั่ว นึกว่าต้องขุดหลุมหลบภัยไว้ในบ้านซะแล้ว :whistling :whistling
-
ถ้าเอาลำโพง 6 โอห์มไปต่อช่อง 4 โอห์ม หลอดจะเห็นอิมพิแดนซ์ของขดไพรมารีสูงขึ้น แดมปิ้งแฟคเตอร์ สูงขึ้นนิดนึง ใช่มั้ยครับ
ใช่ครับ
ค่อยยังชั่ว นึกว่าต้องขุดหลุมหลบภัยไว้ในบ้านซะแล้ว :whistling :whistling
ขุดเอาไว้หลบอย่างอื่นนอกจาก :blowup ก็ได้ครับ :smashed :flamed :boxing :gun2 :ninjastar
-
ถ้าเอาลำโพง 6 โอห์มไปต่อช่อง 4 โอห์ม หลอดจะเห็นอิมพิแดนซ์ของขดไพรมารีสูงขึ้น แดมปิ้งแฟคเตอร์ สูงขึ้นนิดนึง ใช่มั้ยครับ
แดมปิ้งแฟคเตอร์ควรต่ำลงครับ
-
4 ครับ ;) เครื่องปลอดภัย100% ยาวจนลืมไปเลยว่า 6โอมห์ครับ :bye1
ขอโทษด้วยครับ ผมนึกว้าใช้กับแอมป์ทรานซิสเตอร์ทั่วไปซ่ะอีก อ่านแค่แว่วๆเองครับ K]
-
ขอบคุณคำตอบและคำอธิบายของทุกท่านครับ...
กระทู้นี้ผมได้อะไรมากกว่าคำถามที่อยากรู้อีกเยอะเลยครับ... O0 O0 O0
-
ถ้าเอาลำโพง 6 โอห์มไปต่อช่อง 4 โอห์ม หลอดจะเห็นอิมพิแดนซ์ของขดไพรมารีสูงขึ้น แดมปิ้งแฟคเตอร์ สูงขึ้นนิดนึง ใช่มั้ยครับ
แดมปิ้งแฟคเตอร์ควรต่ำลงครับ
ตามที่ผมเข้าใจ Damping Factor คืออัตราส่วนระหว่าง Imp Load กับ Imp Source ครับ Z-load / Z-source เมื่อเอาลำโพง 6 ohm ไปต่อกับ tab 4 ohm ของ opt แทนที่ load เดิมที่ควรจะเป็น 4 ohm มีผลให้ Imp ของ Primary เพิ่มขึ้นด้วย ก็คือ Z-load เพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่า Z-source คงที่ ผมจึงสรุปว่า Damping Factor เพิ่มขึ้นจากเดิมครับ คุณ prasan มีความเห็นอย่างไรครับ :)
-
ลองดูจากเอกสารของ N.H Crowhurst ผมว่า Damping ต่ำลงครับ
-
ลองดูจากเอกสารของ N.H Crowhurst ผมว่า Damping ต่ำลงครับ
กรณีเอาลำโพง 6 ohm ไปต่อกับ tab 4 ohm เป็นการเปลี่ยนค่า Load ครับ ทำให้ Load ของตัวขับสูงขึ้น อัตรา Damping ซึ่งเท่ากับ Z-load / Z-source จึงสูงขึ้น เพราะเราไม่ได้พูดถึงว่าตัวขับคืออะไร จึงถือว่า Z-source คงที่ครับ ส่วนในบทความของคุณ Norman Crowhurst เปรียบเทียบในด้าน Imp ของตัวขับหรือก็คือ Z-source ครับ ถ้าต่ำลงการ Damping ก็จะดีขึ้น (DF สูงขึ้น) ครับ ซึ่งผมคิดว่าความเห็นของผมและบทความของคุณ Norman Crowhurst อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน แต่ดูที่ค่าตัวแปรคนละตัวกันครับ คุณ prasan เห็นว่ายังไงครับ :)
-
ขอเวลาทบทวนอีกทีครับ ชักงง ;D ;D
-
ลองดูจากเอกสารของ N.H Crowhurst ผมว่า Damping ต่ำลงครับ
กรณีเอาลำโพง 6 ohm ไปต่อกับ tab 4 ohm เป็นการเปลี่ยนค่า Load ครับ ทำให้ Load ของตัวขับสูงขึ้น อัตรา Damping ซึ่งเท่ากับ Z-load / Z-source จึงสูงขึ้น เพราะเราไม่ได้พูดถึงว่าตัวขับคืออะไร จึงถือว่า Z-source คงที่ครับ ส่วนในบทความของคุณ Norman Crowhurst เปรียบเทียบในด้าน Imp ของตัวขับหรือก็คือ Z-source ครับ ถ้าต่ำลงการ Damping ก็จะดีขึ้น (DF สูงขึ้น) ครับ ซึ่งผมคิดว่าความเห็นของผมและบทความของคุณ Norman Crowhurst อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน แต่ดูที่ค่าตัวแปรคนละตัวกันครับ คุณ prasan เห็นว่ายังไงครับ :)
มางงกันต่อ ;D ;D
ตามที่คุณ Crowhurst บอกว่าถอดสายลำโพงออก กดกรวยลำโพงแล้วปล่อยเทียบกับช็อตสายลำโพงก่อน กดกรวยแล้วปล่อยกรณีหลังถือว่าค่า Damping factor สูงกว่า สังเกตกรวยลำโพงหยุดกระพือได้เร็วกว่า เนื่องจากมีค่า impedance ของภาคขับต่ำกว่า .... ตามนี้ OK มั๊ยครับ
ทีนี้มาดูว่าเดิมทีเราใช้หลอดเบอร์หนึ่ง ยกตัวอย่างเลยว่าเป็น 2A3 ผมให้ค่า plate impedance มีค่า 800 ohm แล้วใช้ OPT 3K/4 ohm ต่อลำโพง 4 ohm ซึ่งตอนนี้เราถือว่า impedance ของภาคขับมีค่าเท่ากับ (800 x 3000) / (800 + 3000) = 631.57 ohm โดยประมาณ
ต่อไปเปลี่ยนลำโพงเป็น 6 ohm จะทำให้ impedance ด้าน prim ของ OPT เป็น 4500 ohm ตอนนี้ impedance ของภาคขับมีค่าเท่ากับ (800 x 4500) / (800 + 4500) = 679.25 ohm โดยประมาณ
แสดงว่าถ้าเทียบตามที่คุณ Crowhurst พูดไว้กรณีหลังที่ต่อลำโพง 6 ohm กับ OPT 3K/4 ohm ควรจะมี Damping factor ที่ต่ำกว่าเนื่องจาก impedance ของภาคขับมีค่าสูงกว่า :)