HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: kittichonre ที่ 17 กรกฎาคม, 2009, 08:17:56 am
-
อยากทราบว่า กำลังสำรองของแอมป์ ขึ้นอยู่ กับอะไรครับ ถ้าตองการ ทำให้ เช่น 30 w ที่ 8 ohm 60 w @ 4 om 120w@2ohm
-
หม้อแปลง กับ C-Filter เป็นตัวแปลหลัก แต่ต้องคำนึงถึงอัตราการทนกระแสของภาคเอาต์พุตด้วย เช่น ที่โหลด 4 โอห์มกระแสจะไหลผ่านภาคเอาต์พุต มากกว่าเมื่อใช้โหลด 8 โอห์ม ดังนั้นถ้าเขาออกแบบไว้ทนกระแสไม่พอ แต่ซัพพลายเราดันจ่ายได้ ...ก็เสี่ยงหน่อย...นึกออกแค่นี้อ่ะคับ รอท่านอื่นมาต่อ :showoff
-
หม้อแปลง กับ C-Filter เป็นตัวแปลหลัก แต่ต้องคำนึงถึงอัตราการทนกระแสของภาคเอาต์พุตด้วย เช่น ที่โหลด 4 โอห์มกระแสจะไหลผ่านภาคเอาต์พุต มากกว่าเมื่อใช้โหลด 8 โอห์ม ดังนั้นถ้าเขาออกแบบไว้ทนกระแสไม่พอ แต่ซัพพลายเราดันจ่ายได้ ...ก็เสี่ยงหน่อย...นึกออกแค่นี้อ่ะคับ รอท่านอื่นมาต่อ :showoff
ภาค output ของเครื่องราคาแพงๆเค้าเลยขนาน tr ไว้หลายๆตัวไงครับ เพื่อให้ tr แต่ละตัวรับ
กระแสไหลน้อยลง เครื่องจะได้ทนขึ้นอีกเวลาที่ต้องขับโหลดต่ำๆ
-
หม้อแปลง กับ C-Filter เป็นตัวแปลหลัก แต่ต้องคำนึงถึงอัตราการทนกระแสของภาคเอาต์พุตด้วย เช่น ที่โหลด 4 โอห์มกระแสจะไหลผ่านภาคเอาต์พุต มากกว่าเมื่อใช้โหลด 8 โอห์ม ดังนั้นถ้าเขาออกแบบไว้ทนกระแสไม่พอ แต่ซัพพลายเราดันจ่ายได้ ...ก็เสี่ยงหน่อย...นึกออกแค่นี้อ่ะคับ รอท่านอื่นมาต่อ :showoff
ภาค output ของเครื่องราคาแพงๆเค้าเลยขนาน tr ไว้หลายๆตัวไงครับ เพื่อให้ tr แต่ละตัวรับ
กระแสไหลน้อยลง เครื่องจะได้ทนขึ้นอีกเวลาที่ต้องขับโหลดต่ำๆ
tr มันคืออาไร น๊อ
-
....tr มันคืออาไร น๊อ
โหพี่เล่นมุขนี้.... :D
ระวังกิ๊กเก่าพวก 2N3055 MJ2955 จะน้อยใจควันขึ้นนะครับ อิอิอิ ;D ;D ;D
-
ในการที่จะทำให้กำลังของแอมป์สามารถส่งผ่านมาที่โหลดได้มากที่สุดนั้นเราจะต้องทำให้ค่าอิมพีแดนซ์ของโหลดและอิมพีแดนซ์ภายในเท่ากันครับการส่งผ่านกำลังจึงสามารถทำได้สูงที่สุด เกี่ยวกันป่าวเนี่ย ;D ;D ;D
-
.... ;D หรือที่อ่านมาบ้างเค้าก็บอกว่าต้องเดินลมปราณทะลวงชีพจรหยินและต๊กให้ได้ เพียงกรีดมือวาดแผนกำลังสำรองก็จะทะลักทลายจนไม้ใหญ่หักโค่นในฝ่ามือเดียวครับ.... 2f 2f
เย็นวันศุกร์แล้วอ่ะ คิดอะไรเป็นสาระไม่ออกแร๊วววว อิอิ :D :D
-
.... ;D หรือที่อ่านมาบ้างเค้าก็บอกว่าต้องเดินลมปราณทะลวงชีพจรหยินและต๊กให้ได้ เพียงกรีดมือวาดแผนกำลังสำรองก็จะทะลักทลายจนไม้ใหญ่หักโค่นในฝ่ามือเดียวครับ.... 2f 2f
เย็นวันศุกร์แล้วอ่ะ คิดอะไรเป็นสาระไม่ออกแร๊วววว อิอิ :D :D
:secret :secret :secret
ปรมาจารย์ ตั๊กม้อ มาแนะการ จี้สกัด จุด เองเลยเหรอเนี้ยะ :showoff :showoff :showoff
-
.... ;D หรือที่อ่านมาบ้างเค้าก็บอกว่าต้องเดินลมปราณทะลวงชีพจรหยินและต๊กให้ได้ เพียงกรีดมือวาดแผนกำลังสำรองก็จะทะลักทลายจนไม้ใหญ่หักโค่นในฝ่ามือเดียวครับ.... 2f 2f
เย็นวันศุกร์แล้วอ่ะ คิดอะไรเป็นสาระไม่ออกแร๊วววว อิอิ :D :D
ข้าน้อยขอคารวะท่านจอมยุทธ :bowdown :bowdown :bowdown :bowdown :bowdown
-
หม้อแปลง กับ C-Filter เป็นตัวแปลหลัก แต่ต้องคำนึงถึงอัตราการทนกระแสของภาคเอาต์พุตด้วย เช่น ที่โหลด 4 โอห์มกระแสจะไหลผ่านภาคเอาต์พุต มากกว่าเมื่อใช้โหลด 8 โอห์ม ดังนั้นถ้าเขาออกแบบไว้ทนกระแสไม่พอ แต่ซัพพลายเราดันจ่ายได้ ...ก็เสี่ยงหน่อย...นึกออกแค่นี้อ่ะคับ รอท่านอื่นมาต่อ :showoff
ภาค output ของเครื่องราคาแพงๆเค้าเลยขนาน tr ไว้หลายๆตัวไงครับ เพื่อให้ tr แต่ละตัวรับ
กระแสไหลน้อยลง เครื่องจะได้ทนขึ้นอีกเวลาที่ต้องขับโหลดต่ำๆ
ขอความรู้อีกครับ เพึ่งจะฝึกวิชาขั้นพื้นฐาน ลมปราณกำลังแต่ซ่าน
ขอบคุณครับ
:help
-
....tr มันคืออาไร น๊อ
โหพี่เล่นมุขนี้.... :D
ระวังกิ๊กเก่าพวก 2N3055 MJ2955 จะน้อยใจควันขึ้นนะครับ อิอิอิ ;D ;D ;D
ไม่รู้จิงๆ นะ บอกหน่อยๆ
-
มาเก็บความรู้ครับ :P :P
-
....tr มันคืออาไร น๊อ
โหพี่เล่นมุขนี้.... :D
ระวังกิ๊กเก่าพวก 2N3055 MJ2955 จะน้อยใจควันขึ้นนะครับ อิอิอิ ;D ;D ;D
ไม่รู้จิงๆ นะ บอกหน่อยๆ
มันคือตัวทรานซิสเตอร์ ที่ต่ออยู่ในภาคเอาต์พุตของแอมป์ ทำหน้าที่จ่ายกระแสให้กับโหลด หรือลำโพงอ่ะคับ ถ้าลำโพงโอห์มต่ำ ก็ต้องใช้ตัว TR ที่จ่ายกระแสได้สูงๆ บางคนก็ใช้วิธีจับ TR หลายๆตัวมาขนานกันแทน :victory
-
อยากทราบว่า กำลังสำรองของแอมป์ ขึ้นอยู่ กับอะไรครับ ถ้าตองการ ทำให้ เช่น 30 w ที่ 8 ohm 60 w @ 4 om 120w@2ohm
ขึ้นอยู่กับการออกแบบครับ (ทุบดินเลย อิอิ)
วงจรภาคขยาย ต้องออกแบบให้สามารถจ่ายกระแสได้สูงขึ้นโดยไม่อั้น ไม่เพี้ยน แม้เมื่อโหลดต่ำลง
หม้อแปลงจ่ายกระแสสูงๆ
ไดโอดก็ต้องด้วย
คาปาซิเตอร์กรองไฟ มีความสามารถรองรับกระแสริปเปิ้ลที่สูงตามได้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง และยังคงทำงานได้เร็ว
สายไฟ ลายวงจร ต้องไม่อั้นกระแส
จากสูตร กำลัง =IsqrR
2x2=4 x 8 Ohms =32W
4x4=16x4 Ohms =64W
8x8=64x2 Ohms =128W
16x16=256x1Ohms =256W
ถ้าต้องการประมาณนี้ จะเห็นว่ามันต้องออกแบบ มาอย่างปึ๊กๆ ประมาณมาร์ค ลีวินสัน หรือเครลรุ่นเก่าๆ บางรุ่นนั่นเชียว
เช่นถ้าใช้หม้อแปลง 25-0-25Vrms กระแสก็ควรมีซัก 12A (600VA) ใช้๑ลูก ต่อแชแน่ล ถ้าต้องการแบบเต็มๆที่โหลด ๒โอห์ม
รวมแล้วก็ซัดไป ๒ลูกสำหรับ สเตอริโอ ถ้าใช้หม้อแปลงลูกเดียว กระแสก็ควรมีซัก 20A (1000VA)
เพาเวอร์ทรานซิสเตอร์ขาออก อาจใช้ 2-4Pairs แล้วแต่เบอร์ แต่ถ้าทำเป็นคลาสเอด้วย คงต้องเบิ้ลอีกเท่าตัวกระมัง
แต่มันจำเป็นแค่ไหนที่ต้องใช้ทรานซิสเตอร์ขนาดนั้น เพื่อกำลังขนาดนั้น ...ก็คงขึ้นอยู่กับโหลดลำโพงของแต่ละท่าน
สำหรับกระผม ขอแบบวัตต์ไม่สูง ทำง่าย ไม่ซับซ้อนดีกว่า ทรานซิสเตอร์เบอร์เหมาะๆ ซัก 1-2คู่ก็พอแล้ว
แต่ภาคจ่ายไฟ ไม่ยอมลด ยังคงใช้แบบเหลือเฟืออยู่เช่นเดิมครับ (เพราะลองใช้แบบนี้แล้วชอบเสียงมากกว่า ใช้ภาคจ่ายไฟที่มีความสามารถจ่ายกระแสได้ต่ำ)
ขอให้มีความสุขกับดนตรีทุกท่านครับ
-
อย่าลืมว่าทรานซิสเตอร์ภาคไดร์ฟก็ต้องสามารถขับทรานซิสเตอร์ขนานหลาย ๆ คู่เหล่านั้นได้ด้วยนะครับ สายไฟที่เดินในช่วงที่กระแสสูง ๆ ก็ต้องมีขนาดใหญ่พอครับ
-
ผมไม่เคยขนาน transistor เลยครับ เพราะเคยอ่านดูเหมือนจะไม่ง่าย มันต้อง match พวกที่ขนานกันด้วย
ก็เลยชอบที่จะเลือกเดี่ยวๆ แต่เลือกเบอร์ที่ทนกระแสสูงไว้ก่อน และเล่นที่ตัวเก็บประจุภาคจ่ายไฟแทน... ประเภทปิดสวิทซ์แล้วยังฟังต่อได้เกือบครึ่งเพลง ;D :victory ทำนองนั้นน่ะครับ
ช่วงหลังก็มาเล่น MosFET แทน TR เพราะมันจำกัดกระแสเองเมื่อร้อนจัด(ฟังเค้ามานะครับ ยังไม่เคยศึกษาจริงๆ :secret) คือร้อนมากก็ลดกระแสเอง
ไม่เหมือน TR ที่ยิ่งตัวร้อน ก็ยิ่งนำกระแส แถม MosFET ยัง drive ง่ายเพราะขับด้วยแรงดันแทนขับด้วยกระแส ตัว drive ก็เลยไม่ต้องออกแรงมากนักครับ(เหมือนหลอดเลยเนอะ อิอิ :secret O0)
-
ถ้าเป็นกรณี แอมป์หลอด ( ที่จริงแล้วอยากถามของแอมป์หลอดน่ะครับ) มันมีตัวแปรไรบ้างครับ ถึงถึงสงกะสัย ไอ้ตัวtr ไงครับ
-
ถ้าเป็นกรณี แอมป์หลอด ( ที่จริงแล้วอยากถามของแอมป์หลอดน่ะครับ) มันมีตัวแปรไรบ้างครับ ถึงถึงสงกะสัย ไอ้ตัวtr ไงครับ
ถ้าหมายถึงแอ็มป์หลอด ดูเหมือนว่าคุณสมบัติของแอ็มป์หลอด มันจะไม่สอดคล้องกับข้อความที่ท่านกล่าวไว้ครับ
คือมันไม่สามารถจ่ายกำลังได้สองเท่าที่โหลดต่ำลงมาครึ่งนึง ....
แต่ถ้ามองถึงพลังแฝงทางการรับรู้ มันก็ทำได้เช่นกันครับ
หลักการก็คล้ายกัน..
....หม้อแปลงจ่ายกระแสสูงๆ
....ไดโอดก็ต้องด้วย
.... คาปาซิเตอร์กรองไฟ มีความสามารถรองรับกระแสริปเปิ้ลที่สูงตามได้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง และยังคงทำงานได้เร็ว
.... สายไฟ ลายวงจร ต้องไม่อั้นกระแส
เพียงแต่แบบหลอดๆมันจะไม่ค่อยคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้มาใช้เชิงของกำลังขับมากนัก
แต่ผมก็ชอบนะ กับการเผื่อกระแสของหม้อแปลงมากเป็น 5 เท่า 10เท่าหรือกว่านั้น(กรณีที่มีของอยู่แล้ว ไม่อยากซื้อหรือสั่งพันหม้อแปลงใหม่)
เสียงอิ่มกว่า อิมเมจนิ่งกว่า การใช้ภาคจ่ายไฟแบบที่จ่ายกระแสได้แบบปริ่มๆครับ
-
ถ้า class A push pull fully balance ก็ไม่ต้องกังวลมากครับ เพราะผลรวมของการกินกระแสของวงจรเท่ากัย 0 ครับ
-
โดยทั่วไปก็เป็นไปตามที่เพื่อนๆ ว่ามาข้างต้น แต่เสริมเรื่องหม้อแปลง คือ ต้องจ่ายกระแสได้ ไม่น้อยกว่า รากที่สองของกำลังขับส่วนด้วย ความต้านทานโหลด(ลำโพง) เช่น แอมป์ 100 วัตต์ ต้องใช้หม้อแปลงไม่น้อยกว่า 100/8=12.5 ใส่รากที่สองได้ ประมาณ 3.5 แอมป์ต่อข้าง จึงจะได้คลื่นรูปไซน์ 100 วัตต์เต็ม แต่ถ้าเอาจริง ๆ ต้องคูณ รูท 2 เข้าไป คือ 1.414 จะได้ 5แอมป์ ซึ่งจะทำให้ได้คลื่นสี่เหลี่ยมเต็มที่ 100 วัตต์ แต่ส่วนใหญ่แอม์ปที่ทำขายทั่วไปใช้แค่2-3 แอมป์ก็หรูแล้ว เพราะมันเปลือง
-
ถ้า class A push pull fully balance ก็ไม่ต้องกังวลมากครับ เพราะผลรวมของการกินกระแสของวงจรเท่ากัย 0 ครับ
หมายถึง กระแสที่ supply หรือที่ผ่าน OPT ครับ พี่
-
delta I ที่power supplyจ่ายออกมาครับ