HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: stuart66 ที่ 27 กรกฎาคม, 2009, 01:18:00 pm
-
อยากใด้วงจร magnet sa3 ไม่ทราบว่าพี่ท่านใดมีบ้างไหมครับ รบกวนขอหน่อยครับ ถ้ามีภาพด้านในด้วยยิ่งดีครับ ขอบคุณครับผม
-
อยากใด้วงจร magnet sa3 ไม่ทราบว่าพี่ท่านใดมีบ้างไหมครับ รบกวนขอหน่อยครับ ถ้ามีภาพด้านในด้วยยิ่งดีครับ ขอบคุณครับผม
http://www.htg2.net/index.php?topic=47368.msg532959#msg532959
:) :) :)
-
เหมือนกับ sa-4 ไหมครับ :)
-
SA-3 กับ SA-4 ไม่เหมือนกันนะครับ SA-3 ใช้วงจรปรีรุ่นดังในอดีต PR-1 ประอบกับวงจรแอมป์ที่ใช้เฟตในภาคอินพุต+ภาคไดรฟ์ เสียงที่ออกมานุ่มนวล เสียงแหลมเป็นปุยยังกะนุ่น จะว่าเป็นทีเด็ดเลยก็ได้...ฟังเพลินครับ ขณะที่ SA-4 จะค่อนข้างสดกว่า วัยรุ่นกว่า
-
^-^ ที่บ้านมีอยู่เหมือนกัน เมื่อสงกรานต์ยังเอาร้อง คาราโอเกะ อยู่เลย ขับดอก 15 นิ้ว 2 ดอก/4โอห์ม ดังลั่นใต้ถุนบ้านครับ(แต่ต้องโมน่ะ)
-
ผมลงวงจรไว้ให้อีกทีแล้วครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=47368.0
แต่ผมลงการทำงานของวงจรไม่ได้เนื่องจากขนาดไฟล์ใหญ่เกินไป ผมใช้ ACDsee resize แล้วภาพกลายเป็นใหญ่กว่าที่ผมสแกนมาอีก ถ้าสนใจก็แจ้ง email มาครับ :)
-
ขอผมเวลาต่อฟังมันมีเสียง ดังตี๊ดแล้วหยุดสลับกัน พอทราบไหมครับเกิดจากอะไร และแก้ไขยังไงใด้บ้างครับ ขอบคุณครับ
-
c) c)
-
ล่าสุดทำลำโพงขาดแล้วครับ ผมจะเริ่มตรวจเช็คยังไงดีครับ
-
:yahoo มีวงจรแล้ว ไม่น่าจะพลาดน่ะ
-
ล่าสุดทำลำโพงขาดแล้วครับ ผมจะเริ่มตรวจเช็คยังไงดีครับ
ท่าน stuart66 เช็คดูว่ามีตัวไหนไหม้หรือเปล่า ถ้ามีเปลี่ยนซะ จากนั้นถอดทรานซิสเตอร์ภาคเพาเวอร์แอมป์ เช็คทุกทัว (มันมีไม่กี่ตัว ถอดไม่ยาก...ใช้ที่ดูดตะกั่วนะครับ ปริ้นจะได้ไม่ช้ำ แล้วจำตัวจำขาดีๆด้วยล่ะ) ที่ผมเคยเจอนะ TR Output กับ TR Drive เสีย แต่ไม่แน่ไม่นอน ต้องวัดเอา.....
เมื่อเปลี่ยนตัวเสียจนชัวร์แล้ว ก็ปลด U-Link Pre-out+Main-in ออก ไม่ต้องต่อลำโพง...จากนั้นเสียบปลั๊กเปิดเครื่อง วัดไฟ Output ต้องได้ประมาณ 0V ถ้าเป็นตามนี้ ให้ปิดเครื่อง ต่อ U-Link เข้าตามเดิม แต่อย่าเพิ่งต่อลำโพง แล้วก็เปิดเครื่องอีกที เอามิเตอร์เข็มตั้ง AC 10V วัดที่เอาต์พุต เร่งโวลลุ่มประมาณ 9 โมง แล้วเอานิ้วแตะอินพุตดู ถ้าเข็มมิเตอร์ตีขึ้นลงตามที่แตะอินพุต ก็ให้หยุดแตะ แล้ววัดไฟ ดีซี ที่เอาต์พุตอีกรอบ หากยังเป็น 0V แสดงว่าใช้ได้แล้วครับ
***ตอนทดสอบ ห้ามต่อลำโพงเด็ดขาด***
-
หาชุดป้องกันลำโพงมาสักชุดครับ กันไว้ก่อนดีที่สุดแม้ว่าจะทดสอบผ่านแล้ว ถ้ากลัวว่าจะมีผลต่อเสียงลองใช้งานไปสักเดือนแล้วค่อยเอาออก ถ้าเป็นไรเสียดายลำโพง
-
ล่าสุดทำลำโพงขาดแล้วครับ ผมจะเริ่มตรวจเช็คยังไงดีครับ
ท่าน stuart66 เช็คดูว่ามีตัวไหนไหม้หรือเปล่า ถ้ามีเปลี่ยนซะ จากนั้นถอดทรานซิสเตอร์ภาคเพาเวอร์แอมป์ เช็คทุกทัว (มันมีไม่กี่ตัว ถอดไม่ยาก...ใช้ที่ดูดตะกั่วนะครับ ปริ้นจะได้ไม่ช้ำ แล้วจำตัวจำขาดีๆด้วยล่ะ) ที่ผมเคยเจอนะ TR Output กับ TR Drive เสีย แต่ไม่แน่ไม่นอน ต้องวัดเอา.....
เมื่อเปลี่ยนตัวเสียจนชัวร์แล้ว ก็ปลด U-Link Pre-out+Main-in ออก ไม่ต้องต่อลำโพง...จากนั้นเสียบปลั๊กเปิดเครื่อง วัดไฟ Output ต้องได้ประมาณ 0V ถ้าเป็นตามนี้ ให้ปิดเครื่อง ต่อ U-Link เข้าตามเดิม แต่อย่าเพิ่งต่อลำโพง แล้วก็เปิดเครื่องอีกที เอามิเตอร์เข็มตั้ง AC 10V วัดที่เอาต์พุต เร่งโวลลุ่มประมาณ 9 โมง แล้วเอานิ้วแตะอินพุตดู ถ้าเข็มมิเตอร์ตีขึ้นลงตามที่แตะอินพุต ก็ให้หยุดแตะ แล้ววัดไฟ ดีซี ที่เอาต์พุตอีกรอบ หากยังเป็น 0V แสดงว่าใช้ได้แล้วครับ
***ตอนทดสอบ ห้ามต่อลำโพงเด็ดขาด***
ขอบคุณครับ แล้วทรานซิสเตอร์เช็คยังไงครับ ไม่มีพื้นด้านนี้เลยครับ
-
หาชุดป้องกันลำโพงมาสักชุดครับ กันไว้ก่อนดีที่สุดแม้ว่าจะทดสอบผ่านแล้ว ถ้ากลัวว่าจะมีผลต่อเสียงลองใช้งานไปสักเดือนแล้วค่อยเอาออก ถ้าเป็นไรเสียดายลำโพง
ขอบคุณครับ
-
ทรานซิสเตอร์เช็คยังไงครับ ไม่มีพื้นด้านนี้เลยครับ
ผมถนัดใช้ digital multimeter ครับก็เลยเล่าแบบใช้มิเตอร์แบบนี้ครับ แบบเข็มผมไม่ถนัดและก็ไม่มีใช้งานด้วยครับ
ถ้าใช้ digital multimeter ให้ตั้งย่านวัดไปที่สัญญลักษณ์ของไดโอด
ก่อนอื่นต้องเข้าใจพื้นฐานจากไดโอดก่อนว่าการไบอัสไดโอดมีแบบไดบ้าง
- การไบอัสไดโอดมี 2 แบบ คือ Forward bias กับ Reverse bias
- Forward bias ถ้าเราต่อแหล่งจ่ายไฟโดยเอาไฟบวกต่อเข้าที่ขา P ของไดโอดและไฟลบเข้าที่ขา N ของไดโอดจะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลจาก P ไป N ได้แล้วทำให้เกิดแรงดันตกคร่อมไดโอดประมาณ 0.12 - 0.6 V ขึ้นอยู่กับชนิดของไดโอดแสดงว่าไดโอดยังปกติ แต่ถ้าแรงดันตกคร่อมที่อ่านได้เป็น 0 แสดงว่า ไดโอดช๊อดแล้วครับ
- Reverse bias ถ้าเราต่อแหล่งจ่ายไฟโดยเอาไฟบวกต่อเข้าที่ขา N ของไดโอดและไฟลบเข้าที่ขา P ของไดโอดจะไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลจาก N ไป P ได้แล้วทำให้เกิดแรงดันตกคร่อมไดโอดเท่ากับแรงดันของแหล่งจ่ายไฟถ้าใช้ Digital multimeter จะแสดงค่า OL แสดงว่าไดโอดยังปกติ ถ้าแรงดันตกคร่อมที่อ่านได้เป็น 0 แสดงว่า ไดโอดช๊อดแล้วครับ
กรณีที่เราใช้ Digital multimeter เมื่อเลือกไปที่สัญญลักษณ์ของไดโอดจะทำให้มีแรงไฟออกจากมิเตอร์ แรงดันนี้จะมีค่าใกล้เคียงกับแบตเตอรี่ที่ใช้กับมิเตอร์ เช่น มิเตอร์ที่ใช้แบต 3 V แรงดันที่ปลายวัดของมิเตอร์ก็จะประมาณ 3 V.
นำหลักการวัดทดสอบไดโอดนี่แหละครับไปใช้ในการทดสอบทรานซิสเตอร์ ลองดูในภาพข้างล่างครับ
วิธีการทดสอบแบบง่ายๆ เลยไม่ว่าทรานซิสเตอร์จะอยู่ในวงจรหรืออยู่นอกวงจรก็คือ ตั้งมิเตอร์ย่านวัดไดโอดแล้วจิ้มวัดคร่อมขาทรานซิสเตอร์ไปเลยครับ สลับวัดไปเรื่อยๆ แบบที่ไม่ต้องสนใจเลยว่าขาใดเป็น B,C,E ค่าที่วัดได้ต้องไม่มีครั้งใดเลยที่วัดได้ 0 V. ถ้ามีสัณนิษฐานได้เลยว่าเจ๊ง จะให้แน่ใจลองถอดออกจากวงจรถ้าเราวัดในวงจรแล้วดูว่ายังเป็น 0 V. อยู่หรือเปล่าถ้ายังเป็น 0 ต้องลองใช้ Google ค้นหาเบอร์ไดโอดตัวนั้นครับว่าวงจรข้างในเป็นอย่างไร บางทีจะมี R ค่าน้อยๆ ต่อคร่อมขา B-E อยู่ จะอ่านได้ 0 V.
ปกติไม่ว่าจะเป็นทรานซิสเตอร์แบบ PNP หรือ NPN เมื่อวัดระหว่าง B-E จะต้องอ่านค่าได้ประมาณ 0.6 V. ยกเว้นทรานซิสเตอร์ที่มี R ค่าน้อยๆ ต่อคร่อมขา B-E อยู่จะได้ 0 V.
เป็นเริ่องปกติครับในระบบไฟฟ้า ระหว่างระบบ Control กับระบบ Power ระบบ Power มีโอกาสเสียมากกว่าระบบ Control เนื่องจากระบบ Power มีความร้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง ความร้อนเป็นมาร สำหรับอายุของอุปกรณ์
ทรานซิสเตอร์ขา B-E เทียบได้กับระบบ Control และขา C-E เทียบได้กับระบบ Power ดังนั้นถ้ารู้แน่ๆ ว่าขาใดเป็น C,E ลองวัดก่อนเลยถ้าวัดได้ 0 V. มีสิทธิ์ เจ๊ง
-
มิเตอร์เข็มก็หลักการ เดียวกันครับ เปิดดาต้าชีทดูก่อนว่าขาไหนเป็นขา C E และ B ตั้งมิเตอร์เข็มย่าน R x 1 วัดที่ขา E C เข็มต้องไม่ขึ้น ลองกลับขั้วมิเตอร์วัดขา E C เข็มต้องไม่ขั้นเหมือนเดิม (ควรใช้ สายปากคีบมากกว่าใช้มือจับโพรปมิเตอร์กับขาทรานซิสเตอร์)
ถ้า วัดคู่นี้ แล้วเข็มมิเตอร์ขึ้น ทรานซิสเตอร์ช๊อตครับ
ถ้าไม่ขึ้น ให้เอาขั้ว + ของมิเตอร์ จับที่ขา B ขั้ว - จับที่ C และ E ( ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP) เข็มต้องขึ้นทั้งสองขา ถ้าไม่ขึ้น ทรานซิสเตอร์ขาด
ถ้าเป็นทรานซิสเตอร์ ชนิด NPN ให้เอามิเตอร์ขั้ว - จับขา B แทน ครับ
*** หวังว่าคงจำไม่สลับชนิดกันนะครับ ไม่ได้ใช้ทรานซิสเตอร์มานาน ;D ;D ;D ;D
-
*** หวังว่าคงจำไม่สลับชนิดกันนะครับ ไม่ได้ใช้ทรานซิสเตอร์มานาน ;D ;D ;D ;D
ถ้าเป็นวัดขาหลอดคงไม่ผิดแน่นอน ;D ;D 2f