HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: chalo ที่ 06 กันยายน, 2009, 03:36:46 pm
-
รบกวนท่านผู้มีความรู้การใชังานการวัด ESR ของCondenser หน่อยครับ อะไรเป็นตัวสแดงผลของค่าที่อ่านได้ มิเตอร์หรือว่าสโคปครับ ตามวงจรที่แนบมา ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
http://www.9bkk.com/project/electronic/project20.html (http://www.9bkk.com/project/electronic/project20.html)
-
scope
-
อยากทราบวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้งานครับ ผมเคยทำเครื่องไว้ใช้เองตอนที่ศึกษาการซ่อม TV, monitor, Switching power supply มีทั้งแบบที่แสดงค่าเป็นสเกลและเป็นแบบ Go/No-go ซึ่งถ้าให้สะดวกกับงานซ่อมต้องเป็นแบบ In-circuit tester ซึ่งไม่ต้องถอดออกมาวัดนอกวงจรทำให้สะดวกมากครับ ถ้าสนใจเดี๋ยวผมลองไปค้นหาวงจรที่เก็บไว้ก่อนนะครับ
ถ้าดูหลักการทำงานจะเห็นว่ามันง่ายนิดเดียวแต่ทำไมเค้าคิดได้ O0
-
อยากทราบวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้งานครับ ผมเคยทำเครื่องไว้ใช้เองตอนที่ศึกษาการซ่อม TV, monitor, Switching power supply มีทั้งแบบที่แสดงค่าเป็นสเกลและเป็นแบบ Go/No-go ซึ่งถ้าให้สะดวกกับงานซ่อมต้องเป็นแบบ In-circuit tester ซึ่งไม่ต้องถอดออกมาวัดนอกวงจรทำให้สะดวกมากครับ ถ้าสนใจเดี๋ยวผมลองไปค้นหาวงจรที่เก็บไว้ก่อนนะครับ
ถ้าดูหลักการทำงานจะเห็นว่ามันง่ายนิดเดียวแต่ทำไมเค้าคิดได้ O0
คือเขาบอกว่ามิเตอร์วัดค่าซี จะระบุว่า ไม่แห้ง ค่าไม่ลดแต่อาจมีค่า ESR สูงเกินไป(ค่าความต้านทานภายในซี ลักษณะเหมือนมีตัวความต้านทานต่ออนุกรมกับตัวซีอยู่) อาจทำให้วงจรทำงานผิดปรกติ หากนำไปใช้งาน ทำให้เกิดวางยาตัวเอง คือว่าวัด C ไม่เสียแต่ใส่ C ตัวใหม่ไปแล้ววงจรทำงานได้ ก็คืออยากได้วงจร Capacitor ESR Testerไว้ใช้คู่กับมิเตอร์วัดค่าซี ที่มีอยู่ครับ รบกวนคุณลำน้ำช่วยแนะนำการตั้งค่าScopeวัดค่า ESR กับวงจรนื้ดว้ยครับ และรบกวนคุณ Prasan ขอวงจรถ้าสะดวกการใช้งานมากกว่าวงจรนี้ ขอบพระคุณครับ
-
ซีแบบ Electrolytic มักจะมีการเสีย (Failure mode) จากการแห้งของ electrolyte โดยเฉพาะที่ใช้งานกับวงจรสวิทชิ่งหรือใช้ในที่มีอุณหภูมิสูง มองจากวงจรสมมูลยืของซีจะเป็น C ต่ออนุกรมกับ R ในซีที่ปกติความเป็นตัวเก็บประจุหรือค่า C จะเด่นกว่าค่า R แต่ในซีที่ผิดปกติค่า R จะเด่นขึ้นมา สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ซีร้อนก็มาจากค่า R หรือค่า ESR (Equivalent Series Resistor) นี่แหละครับ หรือนั่นก็คือ I squared R แหละครับ
การทดสอบด้วยเครื่องมือก็โดยการป้อนสัญญาณความถี่สูงเข้าไปที่ซีที่ต้องการทดสอบเพื่อให้ค่า Xc หายไป เนื่องจาก Xc = 1 / (2 x Pi x F x C) ยิ่งความถี่ทดสอบยิ่งสูงค่า Xc ก็จะแทบหายหรือลดความสำคัญลงไปทันที แต่ค่า R ไม่ได้แปรตามความถี่และค่ายังคงอยู่ ดังนั้นเราจึงเห็นค่า R เหมือนกับโผล่ขึ้นมาให้เรา
-
มีเห็นเป็นมีขายอยู่ที่นี่http://www.thaidiyaudio.net/index.php/topic,2756.0.html (http://www.thaidiyaudio.net/index.php/topic,2756.0.html) เครื่องนี้ก็วัดได้นะครับ
-
อันนี้โครงานในหนังสือ E l e k t o r เป็นวงจร C / ESR Meter ในหนังสือมี PCB พร้อม
-
.....
-
นี่ครับ CAP ESR tester ที่ผมเคยทำไว้ใช้งาน ใช้ได้ดีทีเดียวครับ O0 สะดวกมากไม่ต้องถอดออกมาวัด ตัวแรกที่ผมทำจะวัดค่า R ออกมาได้เลย ส่วนตัวเล็กเป็นแบบ Go/No-Go ส่วนใหญ่ผมใช้ตัวเล็กในงานซ่อมครับ อีกตัวนึงผมหาไม่เจอเก็บไว้ในห้องเก็บของหน้าตาคล้ายตัวใหญ่แต่คนละวงจรกัน
ผมลงวงจรไว้ในรวมวงจรครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=54977.0
-
นี่ครับ CAP ESR tester ที่ผมเคยทำไว้ใช้งาน ใช้ได้ดีทีเดียวครับ O0 สะดวกมากไม่ต้องถอดออกมาวัด ตัวแรกที่ผมทำจะวัดค่า R ออกมาได้เลย ส่วนตัวเล็กเป็นแบบ Go/No-Go ส่วนใหญ่ผมใช้ตัวเล็กในงานซ่อมครับ อีกตัวนึงผมหาไม่เจอเก็บไว้ในห้องเก็บของหน้าตาคล้ายตัวใหญ่แต่คนละวงจรกัน
ผมลงวงจรไว้ในรวมวงจรครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=54977.0
ขอบพระคุณมากครับสำหรับวงจรและข้อมูลรายละเอียด ค่าอุปกรณ์ประมาณเท่าไรครับ เพราะมีคนทำขายประมาณ1000 บาท
-
วงจรแรกแพงที่มิลลิแอมป์มิเตอร์เต็มสเกลที่ 1mA เมื่อก่อนผมฝากน้องซื้อที่บ้านหม้อราคาประมาณสามร้อยกว่าบาท อุปกรณ์อื่นๆ รวมแล้วไม่น่าเกินสองร้อยบาท ส่วนวงจรที่สองไม่น่าเกินสองร้อยบาทครับ ทำไว้ใช้เลยครับสะดวกมาก ผมชอบมากเลยเครื่องมือแบบที่วัดในวงจรได้มันช่วยให้งานซ่อมสะดวกมากครับ เทคนิคการวัดอุปกรณ์ในวงจรด้วย Digital multimeter ก็ทำให้หาจุดเสียได้สะดวกเช่นกันครับ
-
นี่ครับ CAP ESR tester ที่ผมเคยทำไว้ใช้งาน ใช้ได้ดีทีเดียวครับ O0 สะดวกมากไม่ต้องถอดออกมาวัด ตัวแรกที่ผมทำจะวัดค่า R ออกมาได้เลย ส่วนตัวเล็กเป็นแบบ Go/No-Go ส่วนใหญ่ผมใช้ตัวเล็กในงานซ่อมครับ อีกตัวนึงผมหาไม่เจอเก็บไว้ในห้องเก็บของหน้าตาคล้ายตัวใหญ่แต่คนละวงจรกัน
ผมลงวงจรไว้ในรวมวงจรครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=54977.0
ตัวใหญ่นั้น ไม่ทราบว่า ยังใช้งานไดอยู่ไหมครับ แบบว่า สนใจ ๆ ครับ ;D ;D ;D
-
ยังใช้งานได้ครับ :)
-
วงจรแรกแพงที่มิลลิแอมป์มิเตอร์เต็มสเกลที่ 1mA เมื่อก่อนผมฝากน้องซื้อที่บ้านหม้อราคาประมาณสามร้อยกว่าบาท อุปกรณ์อื่นๆ รวมแล้วไม่น่าเกินสองร้อยบาท ส่วนวงจรที่สองไม่น่าเกินสองร้อยบาทครับ ทำไว้ใช้เลยครับสะดวกมาก ผมชอบมากเลยเครื่องมือแบบที่วัดในวงจรได้มันช่วยให้งานซ่อมสะดวกมากครับ เทคนิคการวัดอุปกรณ์ในวงจรด้วย Digital multimeter ก็ทำให้หาจุดเสียได้สะดวกเช่นกันครับ
คุณ Prasanครับไม่ทราบลงอุปกรณ์บนแแผ่นปรินซ์อเนกประสงค์ หรือทำแผ่นปรินซ์เอง และเงือนไขการใช้งาน คอนเดนเซอร์ตั้งแต่เท่าไรถึงเท่าไร และวัดคอนเดนเซอร์ได้ทุกประเภท ขอบคุณครับ
-
วงจรแรกแพงที่มิลลิแอมป์มิเตอร์เต็มสเกลที่ 1mA เมื่อก่อนผมฝากน้องซื้อที่บ้านหม้อราคาประมาณสามร้อยกว่าบาท อุปกรณ์อื่นๆ รวมแล้วไม่น่าเกินสองร้อยบาท ส่วนวงจรที่สองไม่น่าเกินสองร้อยบาทครับ ทำไว้ใช้เลยครับสะดวกมาก ผมชอบมากเลยเครื่องมือแบบที่วัดในวงจรได้มันช่วยให้งานซ่อมสะดวกมากครับ เทคนิคการวัดอุปกรณ์ในวงจรด้วย Digital multimeter ก็ทำให้หาจุดเสียได้สะดวกเช่นกันครับ
คุณ Prasanครับไม่ทราบลงอุปกรณ์บนแแผ่นปรินซ์อเนกประสงค์ หรือทำแผ่นปรินซ์เอง และเงือนไขการใช้งาน คอนเดนเซอร์ตั้งแต่เท่าไรถึงเท่าไร และวัดคอนเดนเซอร์ได้ทุกประเภท ขอบคุณครับ
รายละเอียดการวัดอ่านใน pdf สำหรับวงจรแรกครับ
ที่ผมได้ทดลองมาวงจรแรกป้อนความถี่ได้ไม่มากเท่าวงจรที่สองครับ ผมจำตัวเลขความถี่ของวงจรแรกไม่ได้แต่จำได้ว่าได้ลงไว้ใน pdf ไฟล์แล้วส่วนวงจรที่สองได้ 172 kHz ซึ่งสูงพอที่จะวัดค่า ESR ของซีที่ค่าต่ำๆ ได้ดีกว่าวงจรแรก
วัดซีแบบ Electrolytic ครับ
วงจรแรกผมลงใน pcb เอนกประสงค์ ส่วนวงจรที่สองผมกัดปริ๊นตามเค้าเลยครับ
วงจรพวกนี้ไม่สามารถวัดค่า ESR ที่ต่ำมากๆ เพื่อให้เมาเปรียบเทียบกันแบบละเอียดได้นะครับแต่เหมาะในงานซ่อมมากกว่าครับ คงไม่สามารถนำไปเทียบกับพวก Cap analyzer ที่ราคาสูงๆ ได้ครับ
-
วงจรแรกแพงที่มิลลิแอมป์มิเตอร์เต็มสเกลที่ 1mA เมื่อก่อนผมฝากน้องซื้อที่บ้านหม้อราคาประมาณสามร้อยกว่าบาท อุปกรณ์อื่นๆ รวมแล้วไม่น่าเกินสองร้อยบาท ส่วนวงจรที่สองไม่น่าเกินสองร้อยบาทครับ ทำไว้ใช้เลยครับสะดวกมาก ผมชอบมากเลยเครื่องมือแบบที่วัดในวงจรได้มันช่วยให้งานซ่อมสะดวกมากครับ เทคนิคการวัดอุปกรณ์ในวงจรด้วย Digital multimeter ก็ทำให้หาจุดเสียได้สะดวกเช่นกันครับ
คุณ Prasanครับไม่ทราบลงอุปกรณ์บนแแผ่นปรินซ์อเนกประสงค์ หรือทำแผ่นปรินซ์เอง และเงือนไขการใช้งาน คอนเดนเซอร์ตั้งแต่เท่าไรถึงเท่าไร และวัดคอนเดนเซอร์ได้ทุกประเภท ขอบคุณครับ
รายละเอียดการวัดอ่านใน pdf สำหรับวงจรแรกครับ
ที่ผมได้ทดลองมาวงจรแรกป้อนความถี่ได้ไม่มากเท่าวงจรที่สองครับ ผมจำตัวเลขความถี่ของวงจรแรกไม่ได้แต่จำได้ว่าได้ลงไว้ใน pdf ไฟล์แล้วส่วนวงจรที่สองได้ 172 kHz ซึ่งสูงพอที่จะวัดค่า ESR ของซีที่ค่าต่ำๆ ได้ดีกว่าวงจรแรก
วัดซีแบบ Electrolytic ครับ
วงจรแรกผมลงใน pcb เอนกประสงค์ ส่วนวงจรที่สองผมกัดปริ๊นตามเค้าเลยครับ
วงจรพวกนี้ไม่สามารถวัดค่า ESR ที่ต่ำมากๆ เพื่อให้เมาเปรียบเทียบกันแบบละเอียดได้นะครับแต่เหมาะในงานซ่อมมากกว่าครับ คงไม่สามารถนำไปเทียบกับพวก Cap analyzer ที่ราคาสูงๆ ได้ครับ
ขอรบกวนอีกครั้งครับ วงจรแรกใช้ไฟเลี้ยงวงจรเท่าไรครับ วงจรที่สองใช้วัดซีเสียหรือไม่เสียโดยดูจาก หลอด Led แต่ไม่บอกว่ามีความต้านทานเท่าไร ขอบพระคุณอย่างมากครับสำหรับข้อมูลต่างๆ
-
วงจรแรกใช้ไฟเลี้ยงวงจรเท่าไรครับ วงจรที่สองใช้วัดซีเสียหรือไม่เสียโดยดูจาก หลอด Led แต่ไม่บอกว่ามีความต้านทานเท่าไร ขอบพระคุณอย่างมากครับสำหรับข้อมูลต่างๆ
วงจรแรกใช้ไฟ 3V ส่วนวงจรที่สองใช้ 9V.
วงจรที่สองผมวัดความถี่ได้ 172kHz แรงดัน Output 1Vp-p หลอด LED สีแดง D2 ดับความต้านทานน้อยกว่า 4 Ohm ครับ
ถ้าทำเสร็จแล้วทดสอบง่ายๆ โดยใช้สายวัดทั้งสองเส้นจิ้มกันหลอด LED D2 ต้องดับครับ ถ้าอยากทราบว่าที่ความต้านทานที่เท่าไรก็หา Pot (ตัวต้านทานปรับค่าได้) มาลองปรับทดสอบได้เลยครับ และถ้าอยากทราบว่าที่ความถี่ออกมาเท่าไรก็ต้องใช้สโคปหรือ Frequency counter วัดครับ
-
วงจรที่สองผมกัดปริ๊นตามเค้าเลยครับ
เอาภาพข้างในมาให้ดูครับ
-
วงจรที่สองผมกัดปริ๊นตามเค้าเลยครับ
เอาภาพข้างในมาให้ดูครับ
เดี๋ยวผมรวบรวมอุปกรณ์ก่อนครับ ถ้าประกอบแล้วมีปัญหาอะไรจะรบกวนถามอีกครับ
-
ยินดีแชร์ประสบการณ์ครับ :)