HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Emmy's Daddy ที่ 13 ตุลาคม, 2009, 12:54:53 pm
-
ผมเคยโดน C ระเบิดใส่ครั้งหนึ่ง ขยาดไปหลายเดือนเลย
(ตอนนั้นใช้ 32-0-32Vac กับ C 50V, C ELNA ของใหม่ ใส่ถูกขั้ว)
2 คำถามครับ
1) ตอนนี้ มีวงจร ที่ใช้ไฟ 400Vdc (คำนวณจาก GZ34 ที่ 330-0-330) ไม่ทราบว่าใช้ C ที่มีอยู่แล้ว 450V จะเสี่ยงเกินไปไหมครับ
2) ปกติ เราควรใช้แรงดันจริงไม่เกินเท่าไหร่ของที่ระบุในสเปคครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
-
ควรใช้อย่างต่ำ 500 V ครับ
-
ผมใช้วิธีมั่วเอาครับ :D no load 330*1.413=466.29 ใช้จริง 500v
สงสัย elna พี่ตกสเปคแน่เลย N]
-
ขอบคุณ คุณ LoveTube และ คุณ punTR มากครับ
-
:secret
ผมว่า ถ้าต่อโหลด ใช้งานจริงไฟ มันจะตกลง มาอีกนะ ถ้ายังไม่ต่อวงจรมัน ก็ ได้ประมาณเนี้ยะ แหละ
:secret
-
ไฟขนาดนี้ และชอบเสียงของซีพลาสติคด้วย
เอานี่เลยครับ อมร ....polypropyrene 450VAC ปลอดภัยไร้กังวลครับ (ผมชอบมากกับยี่ห้อ Ducati แต่หาได้ไม่เกิน 50uF)
-
ปรกติผมจะเผื่อไว้เท่าๆกับที่คุณ punTR คำนวนนั่นล่ะครับ เพราะแรงดันขนาดนั้นมีโอกาศเกิดได้ตอนที่หลอด Output ต่างๆยังเย็นอยู่
โดยเฉพาะพวก indirect heat ทั้งหลายซึ่งร้อนช้ากว่า หลอด Rectifier หรือไดโอดมักจะนำกระแสก่อนที่หลอดพวกนั้นจะทำงานทำให้
ไฟมีโอกาศจะสูงเท่าค่าที่คำนวนได้แล้วจะค่อยๆตกลงไปเมื่อหลอด output ทำงาน แต่แม้ว่าจะเป็นช่วงสั้นๆก็อาจมีผลทำให้ C ค่อยๆรั่วได้ครับ :bye1
ปล. ยกเว้นพวกที่บอก rating เป็น VAC เหมือนพวก C กระป๋องน้ำมันทั้งหลายนะครับ พวกนั้นทน DC ได้สูงกว่า rating ที่บอกที่เปลือกมาก
แถมบางตัวยังมีกลไกรักษาตัวเองได้อีกต่างหาก เขาถึงนิยมใช้เป็น C ตัวแรกในวงจร Rectifier ครับ :bye1
-
ประมาณที่ว่าไว้นั่นแหล่ะครับ ไม่น่าจะต่ำกว่า 500v
สำหรับท่านที่เอา C ค่าใกล้เคียงกับแรงดันที่คำนวณมาใช้ ต้องระวัง
อย่าลืมว่า แรงดัน(ไฟบ้าน)บางช่วงมันไม่ได้ 220v ตัวอย่างเช่น ไฟตรงได้ 385v เอา c 400v มาใช้ :cold
-
อีกอย่างที่ต้องระวังคือ ไฟบ้านจริงๆ คือ 230 โวลต์นะจ๊ะ ไม่ใช่ 220 วัดจริง ที่บ้านผมได้ประมาณ 225-227 ฉะนั้น ควรเผื่อไว้เยอะๆ จะดีกว่า เช่น 400 ก็ต้องเผื่อไว้ 500 โวลต์เป็นอันปลอดภัยหรือคูณด้วย1.414 แล้วกัน
-
220 +/- 10% แรงดันมันอยู่ในช่วง 198-242v
-
ผมขอคุยเรื่องที่ จขกท ใช้ไฟ 32-0-32 VAC ครับ พี่ต่อใช้ไฟแบบไหนครับ 32-0 หรือ 32-32 เ้ขาไดโอดบริด ครับ แต่ต่อ C กี่ตัว
-
ขอบคุณปาท่องโก๋ , คุณคุ้ม, คุณ Aufklarung , คุณ เอก-tubeamp, คุณ AMP150, คุณ เอก-tubeamp อีกทีครับ
-
ผมขอคุยเรื่องที่ จขกท ใช้ไฟ 32-0-32 VAC ครับ พี่ต่อใช้ไฟแบบไหนครับ 32-0 หรือ 32-32 เ้ขาไดโอดบริด ครับ แต่ต่อ C กี่ตัว
ต่อแบบปกติครับ ทำมาหลายตัวก่อนหน้า แต่ใช้ไฟต่ำกว่านี้ คล้าย ๆ รูปข้างล่างครับ
หม้อแปลงจากบ้านหม้อ (ตอนนี้ ทิ้งไปหมดแล้ว เพราะหลายปีมาแล้ว)
(http://sound.westhost.com/p04_fig1.gif)
ผมอาจจะพลาดที่ลืมไปว่า 220V --> 32-0-32v มันกลายเป็น 34-0-34V ได้ง่าย ๆ อย่างที่คุณ AMP150 และคุณ เอก-tubeamp ว่าไว้
...
สงสัยอีกนิด (คำถาม)... ที่ว่า C +/- 20% นี้ เป็นความคลาดคลื่อนของการทนแรงดันด้วย หรือ เฉพาะค่าความจุครับ ?
-
ดูที่ดาต้าชีท ของ C ครับ ปกติเขาจะเผื่อค่า โวลท์surge ว่ารับได้เท่าไหร่ (หมายความว่ารับได้ช่วงสั้นๆกระมัง ถ้าแบบแช่ๆ คงได้โวลท์ไม่สูงมาก)
แต่ตัวเองนี่ พักหลัง ชอบทำแอ็มป์โซลิทฯ เล่นๆ โดยใช้ไฟแบบปริ่มๆเช่นกัน (แต่C ผมใช้ของดี เกรดสูง เชื่อถือได้นะครับ ไม่ใช่แบบเหมาโหล ถุงๆ)
ไฟ 25-0-25 Vrms ใช้ซีที่เรท 35V ฟังได้ปกติ ไม่มีร้อน ไม่มี บวม
-
ผมขอคุยเรื่องที่ จขกท ใช้ไฟ 32-0-32 VAC ครับ พี่ต่อใช้ไฟแบบไหนครับ 32-0 หรือ 32-32 เ้ขาไดโอดบริด ครับ แต่ต่อ C กี่ตัว
ต่อแบบปกติครับ ทำมาหลายตัวก่อนหน้า แต่ใช้ไฟต่ำกว่านี้ คล้าย ๆ รูปข้างล่างครับ
หม้อแปลงจากบ้านหม้อ (ตอนนี้ ทิ้งไปหมดแล้ว เพราะหลายปีมาแล้ว)
(http://sound.westhost.com/p04_fig1.gif)
ผมอาจจะพลาดที่ลืมไปว่า 220V --> 32-0-32v มันกลายเป็น 34-0-34V ได้ง่าย ๆ อย่างที่คุณ AMP150 และคุณ เอก-tubeamp ว่าไว้
...
สงสัยอีกนิด (คำถาม)... ที่ว่า C +/- 20% นี้ เป็นความคลาดคลื่อนของการทนแรงดันด้วย หรือ เฉพาะค่าความจุครับ ?
+/- 20% ....เป็นค่าความคลาดเคลื่อน....ของความจุ อย่างเดียวครับ :)
-
ปกติผม x1.5 - 2 ครับ ยกเว้นว่ารู้แน่ๆว่าแรงดันแถวนั้นขึ้นลงยังไงแค่ไหนก็จะใช้ไม่เกิน 80-90% ที่กำหนดไว้ครับ
และซีเก่าควรเช็คและปรับสภาพก่อนใช้ครับ :victory
-
ปกติ C ที่ใช้ควรเผื่อไว้จากที่ ใช้งานจริง สัก 20% หาก เผื่อได้มากกว่านี้ C ที่ใช้จะอยู่ได้นานขึ้น
และการใช้งานอย่าให้ C ร้อน ทำให้ค่า C ลด --> Filter ไฟได้ไม่เรียบ
:headphone
-
ผมขอคุยเรื่องที่ จขกท ใช้ไฟ 32-0-32 VAC ครับ พี่ต่อใช้ไฟแบบไหนครับ 32-0 หรือ 32-32 เ้ขาไดโอดบริด ครับ แต่ต่อ C กี่ตัว
ต่อแบบปกติครับ ทำมาหลายตัวก่อนหน้า แต่ใช้ไฟต่ำกว่านี้ คล้าย ๆ รูปข้างล่างครับ
หม้อแปลงจากบ้านหม้อ (ตอนนี้ ทิ้งไปหมดแล้ว เพราะหลายปีมาแล้ว)
(http://sound.westhost.com/p04_fig1.gif)
ผมอาจจะพลาดที่ลืมไปว่า 220V --> 32-0-32v มันกลายเป็น 34-0-34V ได้ง่าย ๆ อย่างที่คุณ AMP150 และคุณ เอก-tubeamp ว่าไว้
...
สงสัยอีกนิด (คำถาม)... ที่ว่า C +/- 20% นี้ เป็นความคลาดคลื่อนของการทนแรงดันด้วย หรือ เฉพาะค่าความจุครับ ?
พี่ต่อวงจรตามรูปเลยใช่ไหมครับ ผมสงสัยว่าระเบิดได้ยังไง
-
พี่ต่อวงจรตามรูปเลยใช่ไหมครับ ผมสงสัยว่าระเบิดได้ยังไง
นั่นมันสิบปีที่แล้ว ..
ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกัน :D
ปกติผม x1.5 - 2 ครับ ยกเว้นว่ารู้แน่ๆว่าแรงดันแถวนั้นขึ้นลงยังไงแค่ไหนก็จะใช้ไม่เกิน 80-90% ที่กำหนดไว้ครับ
และซีเก่าควรเช็คและปรับสภาพก่อนใช้ครับ :victory
ตอนเล่น SS, ก็เผื่อได้ครับ แต่หลอดนี้ เผื่อแล้วแพง อิอิ..
ปกติ C ที่ใช้ควรเผื่อไว้จากที่ ใช้งานจริง สัก 20% หาก เผื่อได้มากกว่านี้ C ที่ใช้จะอยู่ได้นานขึ้น
และการใช้งานอย่าให้ C ร้อน ทำให้ค่า C ลด --> Filter ไฟได้ไม่เรียบ
:headphone
คร๊าบผม
-
ขอถามด้วยครับ
ผมใช้ไฟ ac 24 0 24 ผ่านไดโอดเร็กติฟาย
มี คาปาซิเตอร์ 22000 u 2ตัว เขียนว่าทนไฟ 80v
มันจะระเบิดหรือป่าวครับ
แล้วแรงไฟที่ออกมาจะได้มากกว่า +-24 หรือป่าวครับ
แล้ว lm3886 จะพังหรือป่าว
ดู ดาต้า ชีตไม่เป็น
แล้วบางทีเห็นเขาเอา รีชิสเตอร์ กับ หลอดไฟ led ไปคร่อมที่คาปาชิเตอร์ทำไม
แล้วใช้คาปาชิสเตอรื ที่ทนไป 35 v ได้หรือไม่
แล้วใช้สูตรอะไรคำนวนครับ
ใช่ 1.7x ac หรือป่าว
-
ผมใช้ไฟ ac 24 0 24 ผ่านไดโอดเร็กติฟาย
มี คาปาซิเตอร์ 22000 u 2ตัว เขียนว่าทนไฟ 80v
มันจะระเบิดหรือป่าวครับ
แล้วแรงไฟที่ออกมาจะได้มากกว่า +-24 หรือป่าวครับ
24-0-24Vac --> bridge diode -> ~ +/- 34V (คูณด้วย 1.414)
แต่ที่บ้านผมไฟวัดจริง 230V เลยได้ไฟออกมา +/- 35V นิด ๆ
C 80V นี่ รับได้แบบสบาย ๆ ครับ (C รุ่นเดียวกัน ทนไฟสูงกว่า ส่วนมาก ESR น้อยกว่า)
แล้ว lm3886 จะพังหรือป่าว
ดู ดาต้า ชีตไม่เป็น
LM3886 พังยากครับ ถ้ามันร้อนเกินไป วงจรป้องกัน Spike จะทำงานเอง --> เสียงเพี้ยนเยอะ หรือ ปิดการทำงานของตัวเองอัตโนมัติ
ถ้าใช้กับลำโพง 8 โอห์ม น่าจะได้ตามสเปคครับ แต่แนะนำใช้ซิงค์ใหญ่หน่อย
-
สุดยอดเลยครับ
ตอบได้กระจ่างเลย
แล้วที่เขาเอา คาปาชิสเตอร์ ค่าน้อยๆไปคร่อมตัวใหญ่เพื่ออะไรครับ
แล้วยังเอา รีชิสเตอรืกับหลอด led ไปต่ออีก
-
แล้วที่เขาเอา คาปาชิสเตอร์ ค่าน้อยๆไปคร่อมตัวใหญ่เพื่ออะไรครับ
C ตัวใหญ่ มันมักจะ เก็บ+คาย ประจุช้าครับ ทำให้ตอบสนองความสูง ๆ ไม่เร็วอย่างที่หลานคนชอบ (ทำให้เสียงมันออกนุ่ม ๆ )
C ค่าน้อย ๆ มาคร่อม (เรียกว่า ไบแคป) ทำให้การตอบสนองความถี่สูงดีขึ้น รายละเอียดปลายเสียง มักดีขึ้น
บ้างก็คร่อมกันเป็น สาม ตัวเลย เรียก ไตรแคป
ส่วนใหญ่ทำที่ C คลัปปิ้งสัญญาณ แต่ก็มีผลเช่นเดียวกัน (แต่เห็นไม่ชัดเท่า) ที่ภาคจ่ายไฟ ครับ
แล้วยังเอา รีชิสเตอรืกับหลอด led ไปต่ออีก
ไม่เห็นวงจร แต่ที่เคยทำ ผมใช้ LED บอกสถานะการทำงานว่า มีไฟเข้า (=เครื่องเปิดอยู่). รีชิสเตอร์ที่อนุกรม เอาไว้จำกัดกระแสไม่ให้ไหลผ่าน LED มากเกินไปครับ
-
คารวะเลยครับ
หมดคำถามคาใจ
c) c) c) c)
O0 O0 O0
-
ผม ใช้ ไฟ ac 24 0 24 ผ่าน ได โอด เร็กติฟาย
มี คาปาซิ เตอร์ 22000 u 2ตัว เขียนว่าทน ไฟ 80v
มันจะ ระ เบิดหรือป่าวครับ
แล้ว แรง ไฟที่ออกมาจะ ได้มากกว่า +-24 หรือป่าวครับ
24-0-24Vac --> bridge diode -> ~ +/- 34V (คูณด้วย 1.414)
แต่ที่บ้านผม ไฟวัดจริง 230V เลย ได้ ไฟออกมา +/- 35V นิด ๆ
C 80V นี่ รับ ได้ แบบสบาย ๆ ครับ (C รุ่น เดียวกัน ทน ไฟสูงกว่า ส่วนมาก ESR น้อยกว่า)
แล้ว lm3886 จะ พังหรือป่าว
ดู ดาต้า ชีต ไม่ เป็น
LM3886 พังยากครับ ถ้ามันร้อน เกิน ไป วงจรป้องกัน Spike จะ ทำ งาน เอง --> เสียง เพี้ยน เยอะ หรือ ปิดการทำ งานของตัว เองอัต โนมัติ
ถ้า ใช้กับลำ โพง 8 โอห์ ม น่าจะ ได้ตามส เปคครับ แต่ แนะ นำ ใช้ซิงค์ ใหญ่หน่อย
ระดับแรงดัน +/-35v ใช้ 50v ก็เพียงพอแล้วครับ
ส่วน c ที่คร่อมภาคจ่ายไฟ ก็เป็นอย่างที่ ท่าน aon-amp อธิบายนั้นแหล่ะ