HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: EaGLEViEW ที่ 06 ธันวาคม, 2009, 11:24:11 pm
-
พี่ๆครับ วงจร Buffer นี่ใช่วงจร Cathode follower หรือเปล่าครับ แล้วอีกข้อสงสัยนึงคือเห็นจากกระทู้เก่าๆที่พี่หลายท่านออกแบบ Buffer หลอดเอาไว้ บางท่านก็ใช้ ไฟทั้งบวกและลบ บางท่านก็ใช้เพียงแต่ไฟบวกซีกเดียว
ไม่ทราบว่าผลที่ได้แตกต่างกันอย่างไรหรอครับพี่ :headphone :headphone :yahoo :yahoo
ขอบคุณครับ
-
ขอคุยด้วยคนนะครับ มีถูกมีผิด ลองอ่านดูแล้วกันนะครับ
หน้าที่ของวงจร Buffer มี 2 หน้าที่หลักคือ
1. ปรับ impedance ในการเชื่อมต่อ... เช่นเชื่อม อุปกรณ์ชิ้นที่มี output impedance สูง เช่น Pre ที่เป็นหลอด เข้ากับ อุปกรณ์ชิ้นที่มี input impedance ต่ำ (เช่น แอมป์ Transistor)
2. ปรับแนวเสียง ตามใจชอบ
ส่วนมากมันจะไม่มี อัตราขยาย หรือ มีก็ไม่มาก พอดีวงจร Cathode Follwer (หลอดเดียว) เป็นวงจรที่ให้ output impedance ต่ำ และ มันอัตราขยาย ไม่ถึง 1 จึงนิยมนำมาใช้เป็น Buffer ครับ
CF (หลอดเดียว) จำเป็นต้องมี V คร่อม Cathode สูงพอ (ให้มัน swing ได้พอ) แต่ V ระหว่าง Grid-Cathode มักจะต่างกันไม่มาก ไม่น่าเกิน 20V ถ้าเราจ่ายไฟ + อย่างเดียว ทำให้ Vgrid ต้องมีไฟสูงตาม Cathode ไปด้วย เมื่อเทียบกับ Ground เลยจำเป็นต้องมี C coupling ด้านหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ มีไฟ + ไปที่อุปกรณ์ ก่อนหน้ามัน
เค้าจึงแก้ปัญหา 2 แบบ (เพื่อไม่ให้มี C coupling ด้านหน้า)
1. เอาหลอดมา ทำเป็น Direct Coupling หน้าหลอดที่เป็น CF อีกที
2. ใช้ไฟ + ground -
Cathode Follower
พี่ๆครับ วงจร Buffer นี่ใช่วงจร Cathode follower หรือเปล่าครับ แล้วอีกข้อสงสัยนึงคือเห็นจากกระทู้เก่าๆที่พี่หลายท่านออกแบบ Buffer หลอดเอาไว้ บางท่านก็ใช้ ไฟทั้งบวกและลบ บางท่านก็ใช้เพียงแต่ไฟบวกซีกเดียว
ไม่ทราบว่าผลที่ได้แตกต่างกันอย่างไรหรอครับพี่ :headphone :headphone :yahoo :yahoo
ขอบคุณครับ
-
CF (หลอดเดียว) จำเป็นต้องมี V คร่อม Cathode สูงพอ (ให้มัน swing ได้พอ) แต่ V ระหว่าง Grid-Cathode มักจะต่างกันไม่มาก ไม่น่าเกิน 20V ถ้าเราจ่ายไฟ + อย่างเดียว ทำให้ Vgrid ต้องมีไฟสูงตาม Cathode ไปด้วย เมื่อเทียบกับ Ground เลยจำเป็นต้องมี C coupling ด้านหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ มีไฟ + ไปที่อุปกรณ์ ก่อนหน้ามัน
ขอบคุณครับ
[/quote]
1. ผมงงตรงนี้แหละครับพี่ ทำไมเรายังต้องมีไฟสูงให้มันสวิงได้มากพออีกหละครับพี่ ในเมื่ออัตราขยายของวงจรมันเป็น 1 ไฟย่อมๆก็น่าจะพอทำให้สัญญาณไม่ Clip ใช้ไหมครับพี่ พี่ครับแล้วการนำหลอดมาทำเป็น Direct Coupling ข้างหน้าอีกทีนี้พอมีรูปวงจรให้ชมไหมครับ ผมหละมึนๆมากๆเลย K] K]
2. "V ระหว่าง Grid-Cathode มักจะต่างกันไม่มาก ไม่น่าเกิน 20V ถ้าเราจ่ายไฟ + อย่างเดียว ทำให้ Vgrid ต้องมีไฟสูงตาม Cathode ไปด้วย เมื่อเทียบกับ Ground"
พี่ครับผมรบกวนถามแบบพื้นๆด้วยอีกข้อนึงเลย ไอ้ที่เวลาเราดู LoadLine แล้วเรา Bias Grid ให้เป็นลบ นี่คือเราเทียบกับ ที่ Cathode ใช่ไหมครับ แล้วถ้าเราจับวัด Grid เทียบ GND บ้างหละครับ ค่าจะออกมาเป็นยังไงครับ เป็น 0 ไหมครับพี่ <ต่อแบบ Common Cathode ครับ>
3. แล้วที่พี่ลำน้ำบอกว่า "เลยจำเป็นต้องมี C coupling ด้านหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ มีไฟ + ไปที่อุปกรณ์ ก่อนหน้ามัน"
อันนี้คือภาคก่อนหน้า Buffer หรือภาคถัดไปครับพี่
ถามเยอะหน่อยนะครับพี่ มึนจริงๆครับ K] K] K]
ขอบคุณครับ :clap ;D ;D ;D :yahoo :yahoo
-
พร่งนี้ตอบให้ครับ
หรือ น้า ERA จะช่วยก็ยินดีนะครับ
-
มารอน้าลำน้ำอธิบายครับ พยายามอ่านเองแต่กำลังมึนได้ที่เลยครับ K] K] K]
ขอบคุณครับ O0 O0 O0
-
(http://www.uppic.net/tb/buffer.gif) (http://www.uppic.net/show/3bc94c7d35401df39cc2a4d8eb77d19c)
ของ CEW (ผมใช้อยู่) ก็ใช้ไฟ + Ground - เหมือนกัน แต่ก็ใช้ C input ด้วย
-
CF (หลอดเดียว) จำเป็นต้องมี V คร่อม Cathode สูงพอ (ให้มัน swing ได้พอ) แต่ V ระหว่าง Grid-Cathode มักจะต่างกันไม่มาก ไม่น่าเกิน 20V ถ้าเราจ่ายไฟ + อย่างเดียว ทำให้ Vgrid ต้องมีไฟสูงตาม Cathode ไปด้วย เมื่อเทียบกับ Ground เลยจำเป็นต้องมี C coupling ด้านหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ มีไฟ + ไปที่อุปกรณ์ ก่อนหน้ามัน
ขอบคุณครับ
1. ผมงงตรงนี้แหละครับพี่ ทำไมเรายังต้องมีไฟสูงให้มันสวิงได้มากพออีกหละครับพี่ ในเมื่ออัตราขยายของวงจรมันเป็น 1 ไฟย่อมๆก็น่าจะพอทำให้สัญญาณไม่ Clip ใช้ไหมครับพี่ พี่ครับแล้วการนำหลอดมาทำเป็น Direct Coupling ข้างหน้าอีกทีนี้พอมีรูปวงจรให้ชมไหมครับ ผมหละมึนๆมากๆเลย K] K]
2. "V ระหว่าง Grid-Cathode มักจะต่างกันไม่มาก ไม่น่าเกิน 20V ถ้าเราจ่ายไฟ + อย่างเดียว ทำให้ Vgrid ต้องมีไฟสูงตาม Cathode ไปด้วย เมื่อเทียบกับ Ground"
พี่ครับผมรบกวนถามแบบพื้นๆด้วยอีกข้อนึงเลย ไอ้ที่เวลาเราดู LoadLine แล้วเรา Bias Grid ให้เป็นลบ นี่คือเราเทียบกับ ที่ Cathode ใช่ไหมครับ แล้วถ้าเราจับวัด Grid เทียบ GND บ้างหละครับ ค่าจะออกมาเป็นยังไงครับ เป็น 0 ไหมครับพี่ <ต่อแบบ Common Cathode ครับ>
3. แล้วที่พี่ลำน้ำบอกว่า "เลยจำเป็นต้องมี C coupling ด้านหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ มีไฟ + ไปที่อุปกรณ์ ก่อนหน้ามัน"
อันนี้คือภาคก่อนหน้า Buffer หรือภาคถัดไปครับพี่
ถามเยอะหน่อยนะครับพี่ มึนจริงๆครับ K] K] K]
ขอบคุณครับ :clap ;D ;D ;D :yahoo :yahoo
[/quote]
วงจร cathode follower ก็ออกแบบเหมือน plate follower ครับ คือมันต้องการ load ที่เหมาะสมเพื่อที่จะทำงานได้โดยมีความเพี้ยนน้อย ยกตัวอย่างเช่นหลอด 6dj8 ที่ 8mA 90V เราลองลากโหลดได้ว่าที่ 25K เราจะได้โหลดไลนด์ที่ดี พอเป็น cathode follower มันก็ต้องการโหลดเท่านั้เหมือนกัน เพียงแต่เราเอามันไปอยู่ที่ cathode เท่านั้นเอง แต่ลองคิดดูว่า ถ้ากระแส 8mA ผ่าน R 25K จะไช้ไฟเท่าไหร่ แล้งลองคิดต่อดูสิครับว่าจะจัดการกับมันยังไง ยังไม่รู้ต้องลองคิดครับ ไม่งั้นก็ไม่รู้ไปเรื่อยๆ
อีกจุดนึงก็คือ cathode follower มันไม่มีเกน แต่ทำไมต้องมีvoltage swing ให้มันเยอะๆ อันนี้แล้วแต่จุดประสงค์เราครับ เรื่องของเรื่องคือมันผ่าน voltage swing ได้ เกือบเท่ากับB+ ของมัน ทีนี้คุณต้องการอะไรไปต่อกับมันหละครับ ถ้าจะเอาทำปรีแอมป์ที่ผ่่าน 2V rms ก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าจะทำเป็น ตัวdrive หลอด ในคลาสA2ก็ต้องเยอะหน่อยหละครับ
-
จาสอบ มาบอกสั้นๆ
ลองศึกษาจากการคำนวณ FET source follower ครับ เหมือนกันครับ
-
CF (หลอดเดียว) จำเป็นต้องมี V คร่อม Cathode สูงพอ (ให้มัน swing ได้พอ) แต่ V ระหว่าง Grid-Cathode มักจะต่างกันไม่มาก ไม่น่าเกิน 20V ถ้าเราจ่ายไฟ + อย่างเดียว ทำให้ Vgrid ต้องมีไฟสูงตาม Cathode ไปด้วย เมื่อเทียบกับ Ground เลยจำเป็นต้องมี C coupling ด้านหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ มีไฟ + ไปที่อุปกรณ์ ก่อนหน้ามัน
ขอบคุณครับ
1. ผมงงตรงนี้แหละครับพี่ ทำไมเรายังต้องมีไฟสูงให้มันสวิงได้มากพออีกหละครับพี่ ในเมื่ออัตราขยายของวงจรมันเป็น 1 ไฟย่อมๆก็น่าจะพอทำให้สัญญาณไม่ Clip ใช้ไหมครับพี่ พี่ครับแล้วการนำหลอดมาทำเป็น Direct Coupling ข้างหน้าอีกทีนี้พอมีรูปวงจรให้ชมไหมครับ ผมหละมึนๆมากๆเลย K] K]
2. "V ระหว่าง Grid-Cathode มักจะต่างกันไม่มาก ไม่น่าเกิน 20V ถ้าเราจ่ายไฟ + อย่างเดียว ทำให้ Vgrid ต้องมีไฟสูงตาม Cathode ไปด้วย เมื่อเทียบกับ Ground"
พี่ครับผมรบกวนถามแบบพื้นๆด้วยอีกข้อนึงเลย ไอ้ที่เวลาเราดู LoadLine แล้วเรา Bias Grid ให้เป็นลบ นี่คือเราเทียบกับ ที่ Cathode ใช่ไหมครับ แล้วถ้าเราจับวัด Grid เทียบ GND บ้างหละครับ ค่าจะออกมาเป็นยังไงครับ เป็น 0 ไหมครับพี่ <ต่อแบบ Common Cathode ครับ>
3. แล้วที่พี่ลำน้ำบอกว่า "เลยจำเป็นต้องมี C coupling ด้านหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ มีไฟ + ไปที่อุปกรณ์ ก่อนหน้ามัน"
อันนี้คือภาคก่อนหน้า Buffer หรือภาคถัดไปครับพี่
ถามเยอะหน่อยนะครับพี่ มึนจริงๆครับ K] K] K]
ขอบคุณครับ :clap ;D ;D ;D :yahoo :yahoo
วงจร cathode follower ก็ออกแบบเหมือน plate follower ครับ คือมันต้องการ load ที่เหมาะสมเพื่อที่จะทำงานได้โดยมีความเพี้ยนน้อย ยกตัวอย่างเช่นหลอด 6dj8 ที่ 8mA 90V เราลองลากโหลดได้ว่าที่ 25K เราจะได้โหลดไลนด์ที่ดี พอเป็น cathode follower มันก็ต้องการโหลดเท่านั้เหมือนกัน เพียงแต่เราเอามันไปอยู่ที่ cathode เท่านั้นเอง แต่ลองคิดดูว่า ถ้ากระแส 8mA ผ่าน R 25K จะไช้ไฟเท่าไหร่ แล้งลองคิดต่อดูสิครับว่าจะจัดการกับมันยังไง ยังไม่รู้ต้องลองคิดครับ ไม่งั้นก็ไม่รู้ไปเรื่อยๆ
อีกจุดนึงก็คือ cathode follower มันไม่มีเกน แต่ทำไมต้องมีvoltage swing ให้มันเยอะๆ อันนี้แล้วแต่จุดประสงค์เราครับ เรื่องของเรื่องคือมันผ่าน voltage swing ได้ เกือบเท่ากับB+ ของมัน ทีนี้คุณต้องการอะไรไปต่อกับมันหละครับ ถ้าจะเอาทำปรีแอมป์ที่ผ่่าน 2V rms ก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าจะทำเป็น ตัวdrive หลอด ในคลาสA2ก็ต้องเยอะหน่อยหละครับ
[/quote]
ใช้ ccs แทน R หรือเปล่าครับพี่ เพราะถ้าใช้ R= 25K กระแส 8 mA แสดงว่าต้องมี Voltage ตกคร่อมตัว R 200 Volt ซึ่งสูงมาก
ถูกต้องไหมครับพี่
-
รูปเวลาคิดโหลดไลน์ตอนทำ cathode follower ครับ หลักการเหมือน source follower นั้นละครับ slope คือค่าโหลดที่หลอดมองเห็นจากคาโทดครับ
-
รูปเวลาคิดโหลดไลน์ตอนทำ cathode follower ครับ หลักการเหมือน source follower นั้นละครับ slope คือค่าโหลดที่หลอดมองเห็นจากคาโทดครับ
พี่ครับ ตกลงถ้าเราจะออกแบบวงจร Cathode Follower เราต้องใช้ กราฟแบบที่พี่ ERA ให้มานี่ในการออกแบบใช่ไหมครับ
ขอบคุณครับ
-
รูปเวลาคิดโหลดไลน์ตอนทำ cathode follower ครับ หลักการเหมือน source follower นั้นละครับ slope คือค่าโหลดที่หลอดมองเห็นจากคาโทดครับ
พี่ครับ ตกลงถ้าเราจะออกแบบวงจร Cathode Follower เราต้องใช้ กราฟแบบที่พี่ ERA ให้มานี่ในการออกแบบใช่ไหมครับ
ขอบคุณครับ
ถูกครับ จะ Cathode Follower หรือ Common Cathode ก็ใช้ Plate Curve การในออกแบบเลือกจุดทำงานของวงจร
-
common cathode ใช้อันนี้ครับ
-
รูปเวลาคิดโหลดไลน์ตอนทำ cathode follower ครับ หลักการเหมือน source follower นั้นละครับ slope คือค่าโหลดที่หลอดมองเห็นจากคาโทดครับ
พี่ครับ ตกลงถ้าเราจะออกแบบวงจร Cathode Follower เราต้องใช้ กราฟแบบที่พี่ ERA ให้มานี่ในการออกแบบใช่ไหมครับ
ขอบคุณครับ
อ่อผมยังเด็กอยู่ครับ ขอเป็นน้องนะครับ แฮะๆ
-
หวังว่าน่าจะช่วยเสริม ที่น้า ERA อธิบายอยู่นะครับ
พอดีมีท่านสมาชิก ท่านนึงPost Link มาให้ อ่านง่าย ดีครับ (ถ้าจำไม่ผิด ท่าน wchatchai หรือเปล่าครับ)
http://www.freewebs.com/valvewizard1/dccf.htm
ตัวอย่างเช่น
The load line below is for the cathode follower. Remember, the x-axis shows anode-to-cathode voltage, but we are also interested in the cathode-to-ground voltage. This can be easily added by reversing the anode voltage scale, since when no anode current flows, the cathode voltage would be zero. This scale has been added to the top of the graph.
(http://www.freewebs.com/valvewizard1/DCCFloadline2.jpg)
-
graph นี้แปลกๆงงๆครับ ผมไม่แน่ใจว่าเขามองอย่างไร
ลองคิดอย่างนี้ครับ ถ้าวงจรกระแสเป็น 0 Vg ต้องเป็น 0 mA ถูกไหมครับ แต่ทีนี้ ที่กราฟเวลาinvert แล้ว Vg=0 ดันมีช่วงที่มีกระแสไหลด้วย... ซึ่งจากจุดนี้ ผมไม่เห็นด้วยที่เขาเขียนไว้ครับ
ขอศึกษาแปปครับ..
-
เจอแล้วครับ ของลิ้งที่น้าลำให้มานั้น จะเป็นการอธิบายของเฉพาะวงจรนั้นๆเลยครับ หากเป้นวงจรcathode follower อื่น ที่ไม่ใช่รูปแบบนั้น จะใช้กราฟนั้นไม่ได้ครับ
-
K] K] K] :black_eye :black_eye :black_eye
ขอบคุณครับ
-
ขอบคุณพี่ๆมากๆเลยคร๊าบ เดี๋ยวลองไปศึกษาต่อในเวปที่พี่ลำน้ำให้มาดูครับ
อ่อว่าแต่ ขอโทษคุณ ERAด้วยครับที่ไปเพิ่มอายุให้ ;D 555+ เพราะผมก็ยังเรียนอยู่ครับก็เลยเรียกแต่ละท่านว่าพี่หมดเลย
-
ผมเรียกท่านอื่นไม่น้าก็ป๋าหมดละครับ ;D
-
รูปเวลาคิดโหลดไลน์ตอนทำ cathode follower ครับ หลักการเหมือน source follower นั้นละครับ slope คือค่าโหลดที่หลอดมองเห็นจากคาโทดครับ
อันนี้ใช้ยังงัยครับ ถ้าเราออกแบบ วงจร CF โดยตั้งต้นจาก แรงดันที่คาโธด ( ที่ต้องการไปไดร์วงจรถัดไป เช่น 140 โวลต์ SGD ครับ ) + กับกระแสของไดร์เวอร์ประมาณ 10 มิลลิแอมป์ครับ
-
ในกราฟที่ให้ไปนั้น เป็นคุณสมบัติ ที่Vg เทียบกับ Vk เราก็ต้องมาดูหลายๆอย่างกันครับ ทีนี้เราต้องการไฟที่ Vg1 ของหลอดภาคต่อไปเท่ากับ 140Volt ใช่ไหมครับ กระแสของไดร์ฟเวอร์10มิลลิแอมป์ นี่ผมเข้าใจว่าคือกระแสที่กริด2กินเข้าไปนะครับไหนๆก็ไหนๆแล้วจากกราฟก็ไปดูที่ Vg= -140 ทีนี้ผมก็จะเอา Vplate max ไปเลยที่ 250V เราก็จะได้ว่า กระแสที่จะไหลคือ 25 mA ครับ ดังนั้นเรามีสองวิธีคือ ต่อ R ลงกราวน์ดเพื่อดึงกระแส 15mA ลงกราวน์ไป หรือ ใช้ CCS ดึงก็ได้ครับ
ทีนี้ข้อควรพิจารณาก็คือจะใช้ slope เป็นค่า R เลยไม่ได้ครับ เพราะอย่าลืมว่ากระแสได้ไหลไป2ที่ คือเข้ากริด10มิลลิแอมป์และผ่าน R ไป15มิลลิแอมป์ ดังนั้น การหาค่าอาร์ที่เหมาะสมคือการเอากระแสที่ไหลผ่าน R นั้นไปคิดหาค่า R ครับ ซึ่งก็คือ 140V/15mA =9.33K ครับ
-
อ่านจากที่คุณฆฤณเขียนก็ได้ครับ น่าจะเข้าใจง่ายเรื่องการออกแบบโหลดไลน์
http://www.thaidiyaudio.net/index.php/topic,1436.msg18886.html#msg18886
ส่วนการจะแก้ปัญหาด้วย R แต่ต้องใช้ไฟสูงๆ หรือ จะใช้ CCS แทนก็ได้ทั้งนั้นครับขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการอะไร และเรามีัข้อจำกัดอะไรบ้างในแอมป์เรา ส่วนมากผมชอบใช้ CCS เป็นการส่วนตัวเพราะผมมักไม่ค่อยมีไฟลบเผื่อเอาไว้
-
ขอบคุณทุกท่านมากๆครับ :yahoo :yahoo :yahoo