HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: nuummie ที่ 09 ธันวาคม, 2009, 02:33:31 pm
-
สำหรับเพื่อนๆที่ใช้ external dac ขอแนะนำตัว Hiface USB-SPDIF เสียงดีมากครับ ปล่อยสัญญาณได้ถึง 24/192 รายละเอียดเยอะ เสียงทอดยาว โฟกัสดีมากและบรรยากาศเหมือนฟังดนตรีสด :D :D
-
สำหรับเพื่อนๆที่ใช้ external dac ขอแนะนำตัว Hiface USB-SPDIF เสียงดีมากครับ ปล่อยสัญญาณได้ถึง 24/192 รายละเอียดเยอะ เสียงทอดยาว โฟกัสดีมากและบรรยากาศเหมือนฟังดนตรีสด :D :D
หาซื้อที่ไหนครับ ราคาด้วย ก๊าบ
-
ผมซื้อจากร้าน discovery hifi แถวบางนา 5,500 บาทครับ
-
ใช้แล้วผลเป็นไงบ้างครับ
ใช้โปรแกรมอะไรเล่นเพลงครับ
-
System เดิมของผมมีดังนี้ครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=52657.0
ผลคือเสียงดีมากจนต้องปลดระวางตัว wirelesss usb-spdif เดิม โดยโยกตัว server ไปใกล้ตัวระบบมากขึ้นและใช้ iPhone เป็น remote แทนครับ touchscreen เลยไม่ได้ใช้ครับ
เสียงเหมือนมาจากคนละ system ที่แพงกว่าโดยลงทุนไม่มากครับ
ใช้แล้วผลเป็นไงบ้างครับ
ใช้โปรแกรมอะไรเล่นเพลงครับ
-
ราคาน่ากลัวเกินไปหน่อยแฮะ
-
เทียบกับค่าตัวแล้วยังไม่น่าสนใจครับ
แต่ถ้า ราคาไม่ใช่ปัญหาก็น่าลอง
-
เห็นเครื่องฝรั่งเริ่มมี USB input 24/192 กันแล้วนะครับ.....เดี๋ยวรอ ฮาร์ดแวร์พร้อม ซอฟท์แวร์พร้อม
ค่อยทุบกระปุกอีกที.....ตอนนี้ itune + 16/44.1 nos dac ก็หรูมากแล้วสำหรับผมครับ... d_d
-
ผมซื้อจากร้าน discovery hifi แถวบางนา 5,500 บาทครับ
ผมขอเรียนถามคุณหน่อยครับ หากดูราคาตัวนี้ 5500 บาท กับเอาเงินไปซื้อ DAC ได้ 1 ตัว อันไหนจะคุ้มและเห็นผลมากกว่าครับเพราะว่า Sound On Broad ของ COMPUTER มันก็มี Digital Out ไปเข้า DAC อยู่แล้วนี่ครับ ::) ::) ::) ::) :ban
-
usb s/pdif converter ตัวนี้เป็นแบบ asynchronous usb ที่สามารถขจัดปัญญา jitter ในการส่งข้อมูล เป็นผลให้สัญญาณ s/pdif มีคุณภาพที่ดีมากกว่าเดิม
ช่อง usb ทั่วไปเป็นแบบ adaptive usb ที่ไม่สามารถลดปัญหา jitter ได้ดีเท่า async usb คับ ถ้าจะเลือก dac ในราคา 5 พันอาจจะไม่ดีเท่านี้หาก usb ที่ใช้เป็นแบบ adative คับ
dac ที่มี jitter ต่ำส่วนใหญ่เป็น firewire dac หรือ มีวงจร reclocking หรือ sample rate conversion อยู่ภายใน ซึ่งมักมีราคาสูง
ข้อจำกัดของ HiFace คือต้องลง driver ในคอมพิวเตอร์ก่อนเล่น
Team Asynchronous USB
-
ผมซื้อจากร้าน discovery hifi แถวบางนา 5,500 บาทครับ
ผมขอเรียนถามคุณหน่อยครับ หากดูราคาตัวนี้ 5500 บาท กับเอาเงินไปซื้อ DAC ได้ 1 ตัว อันไหนจะคุ้มและเห็นผลมากกว่าครับเพราะว่า Sound On Broad ของ COMPUTER มันก็มี Digital Out ไปเข้า DAC อยู่แล้วนี่ครับ ::) ::) ::) ::) :ban
อย่าคิดกันมากไปครับ มันก็อาจมีทั้งเห็นผล และไม่เห็นผล และเห็นผลในเรื่องไหน ไอ้ตัวจ้อยเนี่ย
มันเหมาะสำหรับใช้กับ notebook จริงๆ พกพาง่าย สะดวก และต้องเข้าใจว่า usb link
มันมีข้อจำกัดอยู่แล้ว พัฒนากันให้ตายก็ไปได้แค่ระดับหนึ่ง คิดว่าเป็นออปชั่น จะดีกว่ามองว่า
ต้องเป็นฟังก์ชั่น ในซิสเตม
ส่วนเรื่องราคา ต้องแล้วแต่วิจารณญาญครับ คนมีเงินหมื่นก็มองอย่าง คนมีเงินล้านก็มองอย่าง
ที่สำคัญ คนมีความรู้ก็มองอย่าง..........
-
ผมว่าตัวนี้น่าจะแพงที่ software ครับ hardware ต้นทุนไม่น่าจะเท่าไหร่ :D :D
อยากจะให้ลองฟังเปรียบเทียบดูก่อนครับ ก่อนผมซื้อผมก็ไม่ค่อยเชื่อว่าจะมีผลต่อเสียงมากขนาดนี้ แต่พอได้ลองฟังแล้วคิดว่าคุ้มมากครับกับคุณภาพที่เพิ่มขึ้นมา
ราคาที่จ่ายไปส่วนใหญ่น่าจะไปที่ค่าทรัพย์สินทางปัญญาครับ
ตัวอย่างที่ดีเช่นตอนนี้มี software สำหรับเล่นเพลงบน Music Server ที่ใช้ MacOSX แค่ software อย่างเดียวก็ปาไปสามหมื่นกว่าครับ แถม hardlock มา 1 ตัว
http://sonicstudio.com/amarra/index.html
ผู้ออกงาน Rocky Mountain Audio Fest 2009 ที่ใช้ระบบ Music Server หลายรายก็ใช้ player ตัวนี้ และหนึ่งในนั้นก้ได้รางวัล Best Sound of Show ครับ
เทียบกับค่าตัวแล้วยังไม่น่าสนใจครับ
แต่ถ้า ราคาไม่ใช่ปัญหาก็น่าลอง
-
ผมว่าจะซื้อตัวนี้มาลองเล่นเหมือนกัน
ถ้าเป็นของ bel canto ประมาณ13000ได้มั่งครับ
ตัวนี้น่าจะคุ้มกว่า
-
ราคาแรงไปหน่อย จริงๆตัวนี้น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ใช้โน๊ตบุ๊ค และไม่มี spdif ถ้ามีสัญญานออกมาแล้ว
เอางบไปอัพ DAC น่าจะดีกว่า
-
ราคาแรงไปหน่อย จริงๆตัวนี้น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ใช้โน๊ตบุ๊ค และไม่มี spdif ถ้ามีสัญญานออกมาแล้ว
เอางบไปอัพ DAC น่าจะดีกว่า
ผมมี dac ที่รับทั้ง spdif และ usb ได้โดยตรงอยู่แล้ว การเพิ่มเจ้าตัวนี้จะคุ้มหรือเปล่าครับ
-
ราคาแรงไปหน่อย จริงๆตัวนี้น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ใช้โน๊ตบุ๊ค และไม่มี spdif ถ้ามีสัญญานออกมาแล้ว
เอางบไปอัพ DAC น่าจะดีกว่า
ผมมี dac ที่รับทั้ง spdif และ usb ได้โดยตรงอยู่แล้ว การเพิ่มเจ้าตัวนี้จะคุ้มหรือเปล่าครับ
พูดยากครับ แต่ถ้ามีปัญหาคอขวดที่ทำให้ช่อง DAC รับสัญญานได้ละเอียดน้อยว่าช่อง spdif เช่น DAC รับได้ถึง 24/192 ทางช่อง spdif
แต่ที่ usb รับได้แค่ 16/44 แบบนี้ก็น่าลองครับ เพราะจะทำให้สามารถรับสัญญานได้ถึง 24/192 รีดประสิทธิภาพให้สุดๆ
-
USB 2.0 ได้ 24/96 ไม่ใช่หรือครับ
-
USB 2.0 ได้ 24/96 ไม่ใช่หรือครับ
เห็นมีหลายคนบอกว่าได้ แต่ผมลองแล้วไม่สามารถเล่นไฟล์ 24/96 ได้ครับ ไม่รู้ต้องเซ็ทอะไรเพิ่มหรือเปล่า
-
USB 2.0 ได้ 24/96 ไม่ใช่หรือครับ
น่าจะได้ แต่ไม่รู้ว่าตัวแปลง ข้อมูลจาก USB ให้ DAC จะทำได้ถึงมั้ย เพราะเคยเห็น DAC หลายตัวมี USB ด้วย
แต่ช่อง USB รับได้สูงสุดแค่ 16/44 ทั้งที่ช่อง spdif รับได้ถึง 24/96