HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: thanakorn ที่ 10 กุมภาพันธ์, 2010, 04:16:02 pm
-
เปิดเว็บเจอหัวข้อน่าสนใจ กล่าวถึงการทำ Output-coupling มี 2 วิธี วิธีแรกใช้กันทั่วไปคือใช้ Transformer ส่วนวิธีที่สองใช้ Choke ดังรายละเอียดไฟล์ที่แนบ จึงนำมาเพื่อเพื่อนสมาชิกได้พิจารณาให้ความคิดเห็น ไม่ทราบว่าได้ผลดีหรือไม่? หรือสมาชิกท่านใดได้เคยลองทำดูแล้ว ช่วยแชร์ประสบการณ์ด้วย
-
รอท่านผู้รู้เข้ามาตอบ ดูแล้วน่าสนใจ
-
ดูแล้วก็เป็นวงจร Choke load ธรรมดาครับ ใช้ค่า Reactant ของโช๊คเป็น Load แทนการใช้ R
-
ตัวอย่างวงจรจาก VT52.com ครับ #26 Choke load preamp ในนี้ก็มีคนเคยใช้วงจรลักษณะนี้หลายคนเหมือนกันครับ Y]
(http://vt52.com/diy/myprojects/amps/26_lc/26lc_sch_sig.gif)
-
ดู แล้วก็ เป็นวงจร Choke load ธรรมดาครับ ใช้ค่า Reactance ของโช๊ค เป็น Load แทนการ ใช้ R
ขอบคุณครับ ตกลงผมงงเองแหล่ะ งงรูปที่ 2 แต่พอวาดใหม่....อ่อ choke load(plate choke)นี่เอง
-
ดู แล้วก็ เป็นวงจร Choke load ธรรมดาครับ ใช้ค่า Reactance ของโช๊ค เป็น Load แทนการ ใช้ R
ขอบคุณครับ ตกลงผมงงเองแหล่ะ งงรูปที่ 2 แต่พอวาดใหม่....อ่อ choke load(plate choke)นี่เอง
:secret :secret
โดน หัวข้อ หลอก สายตา :giveup
-
จากที่ท่านผู้รู้ได้ให้คำชี้แนะ สรุป (ตามความเข้าใจของผม ไม่ทราบผิดหรือถูก) ว่าในการนำเอาสัญญาณเสียงจากวงจรขยายภาคสุดท้าย (ภาคPower)สู่ลำโพงจำเป็นต้องใช้ Output Transformer เชื่อมต่อ ไม่สามารถใช้ Choke + Capacitor ได้ ใช่หรือเปล่าครับ
-
จากที่ท่านผู้รู้ได้ให้คำชี้แนะ สรุป (ตามความเข้าใจของผม ไม่ทราบผิดหรือถูก) ว่าในการนำเอาสัญญาณเสียงจากวงจรขยายภาคสุดท้าย (ภาคPower)สู่ลำโพงจำเป็นต้องใช้ Output Transformer เชื่อมต่อ ไม่สามารถใช้ Choke + Capacitor ได้ ใช่หรือเปล่าครับ
OPT จะทำหน้าที่ Matching impedance ของหลอดเอาท์พุตกับลำโพงด้วยครับ หลอดเป็นอุปกรณ์ที่มี Impedance สูง ทำงานกับแรงดันไฟฟ้าสูงแต่กระแสต่ำ ส่วนลำโพงซึ่งมี impedande ต่ำจะทำงานที่แรงดันต่ำแต่กระแสสูงครับ ถ้าไม่มี OPT หลอดของเราก็จะไม่สามารถส่งถ่ายกำลังไฟฟ้าไปยังลำโพงได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ รวงทั้งยังอาจเกิดความเสียหายไม่กับหลอดก็ลำโพง อย่างไรก็ตามถ้าหลอดของเรามี output impedance ที่ต่ำพออย่างพวกแอมป์ OTL ก็พอจะใช้ Choke เป็น Load และใช้ C coupling ได้เหมือนกันครับ แต่วงจรพวกนี้มักจะเป็นวงจร cathode follower และหลอดก็จะเป็นพวกที่มี Rp ต่ำๆอย่าง 6C33, EL509, 6S19, 6336 เป็นต้นรวมทั้งอาจจะต้องมีขนานหลอดอีกตะหากครับ :)
อันนี้เป็นตัวอย่างวงจรแอมป์ OTL ที่ใช้ L เป็น Load และใช้ C coupling สัญญาณออกลำโพงครับ Y]
(http://www.kaponk.com/files/6c19p-pse-otl.gif)
-
Y] Y] cathod follower
-
จากที่ท่านผู้รู้ได้ให้คำชี้แนะ สรุป (ตามความเข้าใจของผม ไม่ทราบผิดหรือถูก) ว่าในการนำเอาสัญญาณเสียงจากวงจรขยายภาคสุดท้าย (ภาคPower)สู่ลำโพงจำเป็นต้องใช้ Output Transformer เชื่อมต่อ ไม่สามารถใช้ Choke + Capacitor ได้ ใช่หรือเปล่าครับ
OPT จะทำหน้าที่ Matching impedance ของหลอดเอาท์พุตกับลำโพงด้วยครับ หลอดเป็นอุปกรณ์ที่มี Impedance สูง ทำงานกับแรงดันไฟฟ้าสูงแต่กระแสต่ำ ส่วนลำโพงซึ่งมี impedande ต่ำจะทำงานที่แรงดันต่ำแต่กระแสสูงครับ ถ้าไม่มี OPT หลอดของเราก็จะไม่สามารถส่งถ่ายกำลังไฟฟ้าไปยังลำโพงได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ รวงทั้งยังอาจเกิดความเสียหายไม่กับหลอดก็ลำโพง อย่างไรก็ตามถ้าหลอดของเรามี output impedance ที่ต่ำพออย่างพวกแอมป์ OTL ก็พอจะใช้ Choke เป็น Load และใช้ C coupling ได้เหมือนกันครับ แต่วงจรพวกนี้มักจะเป็นวงจร cathode follower และหลอดก็จะเป็นพวกที่มี Rp ต่ำๆอย่าง 6C33, EL509, 6S19, 6336 เป็นต้นรวมทั้งอาจจะต้องมีขนานหลอดอีกตะหากครับ :)
ขอบคุณมากครับ แจ่มแจ้งเลย :clap :clap :clap