HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม โฮมเธียเตอร์ (HT) => ข้อความที่เริ่มโดย: Help !!! ที่ 06 มีนาคม, 2010, 12:40:07 am
-
พอดีจะซื้อ โปรเจคเตอร์ตัวแรกอ่ะครับ อยากจะถามรายละเอียดของ 3 รุ่นที่ว่ามา อะไรดีครับ ขอบคุณนะครับ
โอ้เอ้
-
ราคาสามตัวนี้มันต่างกันพอควรน่ะคับ
คุณภาพก็เรียงตามราคาอ่ะคับ อย่าลืมเรื่องบริการหลังการขายและอะไหล่ด้วยน่ะคับ
-
ผมว่าหาโอกาสลองดูนี้แน่นอนที่สุดครับ ว่าเราเห็นรุ้งรึเปล่าถ้าไม่เห็นก็ DLP แต่ถ้าเห็นก็ LCD :whistling จะได้ตัดตัวเลือกได้แคบขึ้นครับ
-
ลองไปดูภาพของจริง Vivitek 1085 ด้วยสิครับ
-
จากประสพการณ์หมาดๆเลย ตอนจะซื้อเครื่องฉายผมมีงบอยู่ 1 แสนบาท ก็เลยหาข้อมูลของแต่ละตัว ของผมเป็น HD20,Mitsu HC3800,Pana ae4000 สรุปเอาเองจากข้อมูลที่หามาว่าเอา HD20 นี่แหละ ราคาไม่แพง คุ้มที่สุด เค้าว่าภาพสวยโอเคเลย ดูไปสัก 2-3 ปีมีเทคโนโลยีใหม่ๆค่อยซื้อของดีไปเลย แต่พอได้มา ผิดหวังครับภาพไม่สวยอย่างที่คิด (จอ Fix os screen 100 นิ้ว ห้องคุมแสงได้)ดูได้ไม่ถึงครึ่งเดือนต้องรีบปล่อย ไปถอย AE4000 มาแทน ตอนนี้มีความสุขกับการดูหนังมากครับ สรุปถ้างบถึงหวด AE4000 ไปเลยครับ O0
-
จากประสพการณ์หมาดๆเลย ตอนจะซื้อเครื่องฉายผมมีงบอยู่ 1 แสนบาท ก็เลยหาข้อมูลของแต่ละตัว ของผมเป็น HD20,Mitsu HC3800,Pana ae4000 สรุปเอาเองจากข้อมูลที่หามาว่าเอา HD20 นี่แหละ ราคาไม่แพง คุ้มที่สุด เค้าว่าภาพสวยโอเคเลย ดูไปสัก 2-3 ปีมีเทคโนโลยีใหม่ๆค่อยซื้อของดีไปเลย แต่พอได้มา ผิดหวังครับภาพไม่สวยอย่างที่คิด (จอ Fix os screen 100 นิ้ว ห้องคุมแสงได้)ดูได้ไม่ถึงครึ่งเดือนต้องรีบปล่อย ไปถอย AE4000 มาแทน ตอนนี้มีความสุขกับการดูหนังมากครับ สรุปถ้างบถึงหวด AE4000 ไปเลยครับ O0
ขอบคุณ สำหรับข้อมูลของ เพื่อน ๆ น่ะคับ ผมอยากเห็นข้อมูลแบบนี้เยอะ ๆ อ่ะคับ ประเภทว่า ใช้สินคั้าอะไรแล้วเราพอใจก็บอกว่าพอใจ เราไม่พอใจก็บอกว่าไม่พอใจ แล้วให้สาธารณะชน ตัดสินใจกันเองอ่ะคับ
-
hd20 ภาพไม่สวยอย่างที่ผมคิดเหมือนกันครับ แต่ก็ตาม งบ 40 k
ข้อเสีย ที่ผมต้องเปลี่ยนแน่ๆ ผมเห็นรุ้ง เป็นระยะๆ เวลาดูหนัง เส้ามากๆ - -"
-
ภาพสวยทุกตัวครับ อยูที่งบและความชอบเลยครับ
แต่ถ้าตั้งใจจะไปเล่นแบบ 2.35:1 ด้วย
ตัวริมขวาสุดจะได้เปรียบครับ :shutup
-
ถ้าจะใช้ hd 20 คงใช้ต้องตัวช่วยอย่าง dvd edge ด้วยถึงจะไหว เท่าที่ดูภาพก็ไม่ได้เลวร้ายมากขนาดนั้น
จะเทียบ hd 20 กับ pana ae 4000 มันไม่น่าจะได้เพราะ pana นั้นรุ่นใหญ่ราคาสูงกว่าเท่าตัว แต่ถ้าจะเล่น
แล้วต้องใช้เครื่องช่วยราคามันก้เกือบๆจะถึง ae 4000 อยู่แล้ว เพิ่มอีกนิดนึงไปเอา pana 4000 เลยดีกว่า
เท่าที่ดูทุกคนที่ซื้อ ae 4000 ส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า happy O0
-
ถ้าจะใช้ hd 20 คงใช้ต้องตัวช่วยอย่าง dvd edge ด้วยถึงจะไหว เท่าที่ดูภาพก็ไม่ได้เลวร้ายมากขนาดนั้น
จะเทียบ hd 20 กับ pana ae 4000 มันไม่น่าจะได้เพราะ pana นั้นรุ่นใหญ่ราคาสูงกว่าเท่าตัว แต่ถ้าจะเล่น
แล้วต้องใช้เครื่องช่วยราคามันก้เกือบๆจะถึง ae 4000 อยู่แล้ว เพิ่มอีกนิดนึงไปเอา pana 4000 เลยดีกว่า
เท่าที่ดูทุกคนที่ซื้อ ae 4000 ส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า happy O0
ผมก็ว่างั้นhd20ไม่น่าจะเทียบกับpana400น่าจะคนละรุ่นกัน มีอีกเวปนึงเอาสองรุ่นนี้มาเทียบกันแล้วก็เถียงกันไปมาเล็กน้อย เห่อ!
-
ถ้าจะใช้ hd 20 คงใช้ต้องตัวช่วยอย่าง dvd edge ด้วยถึงจะไหว เท่าที่ดูภาพก็ไม่ได้เลวร้ายมากขนาดนั้น
จะเทียบ hd 20 กับ pana ae 4000 มันไม่น่าจะได้เพราะ pana นั้นรุ่นใหญ่ราคาสูงกว่าเท่าตัว แต่ถ้าจะเล่น
แล้วต้องใช้เครื่องช่วยราคามันก้เกือบๆจะถึง ae 4000 อยู่แล้ว เพิ่มอีกนิดนึงไปเอา pana 4000 เลยดีกว่า
เท่าที่ดูทุกคนที่ซื้อ ae 4000 ส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า happy O0
ผมก็ว่างั้นhd20ไม่น่าจะเทียบกับpana400น่าจะคนละรุ่นกัน มีอีกเวปนึงเอาสองรุ่นนี้มาเทียบกันแล้วก็เถียงกันไปมาเล็กน้อย เห่อ!
ขออนุญาตสอบถามด้วยครับครับ ถ้าเป็นเจ้ามิตซู HC3800 เป็นอย่างไรบ้างครับ เมื่อเทียบกับกลุ่มนี้
ขอบคุณครับ
-
คุณภาพตามงบเหละครับ ในตัวเลือก pana แพงสุด ภาพสีสรรสดใส เหมือนดูจอ lcd,led ซัก 100นิ้ว สีดำดีมาก เด่นที่มี lens shift และ lens memory สามารถzoom ได้เต็มจอ 2.35:1 (mitsu 3800 ด้วย) แต่ถ้าดูภาพยนต์ได้ฟิลลิ่งแบบฟิล์ม ก็ต้อง dlp ครับ ไม่ใช่ lcd
ตัวผมใช้ hd20 อยู่ครับ(ตามงบ) ภาพก็สวยวันสวยคืนครับ ไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอกครับ เพราะเวลาดูจริงความสนุกและความสุข มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ projector ครับ มันอยู่ที่ตัวหนัง แล้วก็ที่ตัวเราครับ เลือกตามงบแล้วไปแบ่งให้พวกจอ พวกสาย อุปกรณ์เสริมอีก ต้อง+เข้าไปด้วยนะครับ
-
เวลาดูจริงความสนุกและความสุข มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ projector ครับ มันอยู่ที่ตัวหนัง แล้วก็ที่ตัวเราครับ เลือกตามงบแล้วไปแบ่งให้พวกจอ พวกสาย อุปกรณ์เสริมอีก ต้อง+เข้าไปด้วยนะครับ
O0 O0 O0
-
คุณภาพตามงบเหละครับ ในตัวเลือก pana แพงสุด ภาพสีสรรสดใส เหมือนดูจอ lcd,led ซัก 100นิ้ว สีดำดีมาก เด่นที่มี lens shift และ lens memory สามารถzoom ได้เต็มจอ 2.35:1 (mitsu 3800 ด้วย) แต่ยังดูภาพยนต์ได้ฟิลลิ่งแบบฟิล์ม ก็ต้อง dlp ครับ ไม่ใช่ lcd
ตัวผมใช้ hd20 อยู่ครับ(ตามงบ) ภาพก็สวบวันสวยคืนครับ ไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอกครับ เพราะเวลาดูจริงความสนุกและความสุข มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ projector ครับ มันอยู่ที่ตัวหนัง แล้วก็ที่ตัวเราครับ เลือกตามงบแล้วไปแบ่งให้พวกจอ พวกสาย อุปกรณ์เสริมอีก ต้อง+เข้าไปด้วยนะครับ
c) c) ผมน่าจะได้ตัวเลือกแล้วหละครับ ขอบคุณครับ :clap :clap
-
เวลาดูจริงความสนุกและความสุข มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ projector ครับ มันอยู่ที่ตัวหนัง แล้วก็ที่ตัวเราครับ เลือกตามงบแล้วไปแบ่งให้พวกจอ พวกสาย อุปกรณ์เสริมอีก ต้อง+เข้าไปด้วยนะครับ
O0 O0 O0
เห็นด้วยคับ สมัยก่อนผมก็คิดแบบนี้อ่ะคับ แถม แนะนำ เพื่อน ๆ ว่าอย่าไป serious กับ ภาพมากเลย เราดูหนังมาดูเนื้อเรื่องดีกว่าว่าผู้กำกับเขาทำมาดีแค่ไหน แต่ปัจจุบันนี้ผมบอกเลย ถ้ายิ่งได้เจอภาพสวย ภาพชัด ๆ จะทำให้อารมณ์ดูหนังที่เราเอนเอียงตามเนื้อหนังหรือตัวละครที่เขากำกับให้เราดู จะรู้สึก น่าดู น่าติดตาม มากกว่ากับหนังที่ภาพไม่ชัดอ่ะคับ
ไม่เชื่อ ลองเอาหนังเรื่องเดียวกัน แต่เป็น วีซีดี กับ ดีวีดี มาเปิดเทียบกันดูสิ แล้วถามตัวเองว่าอยากดูหนังเรื่องนี้ จากแหล่งอะไร แล้วเรื่องไหนดูแล้วสนุกกกว่ากัน ไม่เพียงแต่ภาพเท่านั้นน่ะคับ เสียงดีก็ทำให้หนังน่าดูยิ่งขึ้น ไม่อย่างนั้น ทำไมโรงหนังแพง ๆ ในกทม ที่เครื่องเสียงดี ๆ ถึงมีคนอยากดูมากกว่าโรงหนังต่างจังหวัดในหนังเรื่องเดียวกัน และนี่คือเหตุผลที่โรงหนังต่างจังหวัดที่ไม่กล้าลงทุน ก็ ค่อย ๆ ตายไป กลายเป็นโรงหนังยักษ์ใหญ่จากกทม ไปลงทุนทั่วประเทศไทยอ่ะคับ
ปล ผมเคารพความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกท่านอื่น เพียงแต่ผมมีประสพกราณ์เหมือนสมาชิกท่านอื่นมาก่อน เลยมาเล่าให้ฟัง แลกเปลี่ยนกัน เท่านั้นเอง น่ะคับ ไม่ได้บอกว่าต้องเชื่อผมน่ะตับ
ส่วนสามตัวนี้ ผมเองได้ดูแค่สองตัว คือ optoma and mitsu ผมยอมรับว่า ตามราคาคับ ถ้าผมบอกว่า mitsu ดีกว่า optoma จะน่าเกลียดไหมนี่ แต่มันก็ตามราคา อ่ะคับ mitsu แพงกว่า แต่ราคารวมติดตั้งด้วย ซื้อ optoma ต้องมาจ่ายค่าติดตั้งต่างหาก แต่ pana ดีกว่า mitsu หรือ ไม่ ไม่รู้ ยังไม่เคยเทียบ คับผม ทั้งหมดตามสายตาผมน่ะ คนอื่นอาจจะดูต่างจากผมก็เป็นสิทธิของแต่ล่ะท่าน
เออ ว่าง ๆ เลยขอยืมกระทู้มาบรรยายข้อความบางอย่าง ระหว่างเรื่องภาพกับเรื่องเสียง
สำหรับเรื่องภาพ สมัยก่อน ตั้งแต่ projecto crt สามหลอด หรือ ทีวี crt ทัวไป ผมเองก็ไม่ซีเรียส เรื่องภาพมากน่ะ ปรับตามใจฉันตามใจที่ชอบ แถมยังตำหนิ ไอ้พวกซื้อแพง ๆ ไอ้ต้องปรับภาพตามท่าน joe kane ว่าไร้สาระ มาดูหนังไม่ได้มาดูภาพ เหมือนกับเล่นเครื่องเสียงฟังเพลงเหมือนกัน เมื่อซัก สามสิบปีก่อน สมัยอาจารย์ ไมตรี เปิดร้านขายเครื่องเสียง สมัย วิจิต บุญชู ยังใช้นามปากกา ว่า แหวนแอนด์ ใบไม้ และไม่แน่ใจว่า มีที่ขายของอยู่ไดมารูเก่าหรือไม่ พวกเขาแนะนำให้ผมเปลียนสาย ผมลองเปลียน ลองนั่งจับผิดเสียงตั้งหลายครั้งฟังไม่ออกเลย แต่ก็ซื้อหนังสือพวกท่านมาอ่านมากมาย ประกอบกับตอนหลังมาเจอท่าน ธานี โหมดสง่า โดย บังเอิญ (ไม่แน่ใจว่าไปซื้อของมือสองจากแกหรือป่าว) สมัยนั้น คุณ ธานี ยังไม่ได้เขียนหนังสือ บ้านแกอยู่แถว อนุสาวรีย์ชัย เลยไปนั่งฟังบ้านแกบ่อย เพราะ ซีสเต็มของแก จัดวางลงตัว และได้ลองฟังเปรียบเทียบหลาย ๆ อย่าง เออ ฟังออกแฮะ ว่าเสียงมันต่างกัน พอมาจัดซีสเต็มบ้านเราใหม่ ก็ฟังออกว่ามันต่างกัน และเริ่มรู้สึกเลยว่า ถ้ามันเสียงดี ทำให้เพลงน่าฟังขึ้นเยอะ วกกลับเรื่องภาพ สมัยนั่น ก็จ้างช่างตามร้านต่าง ๆ มาปรับภาพให้ก็ไมได้สนใจอะไรมาก ช่างว่าดี ก็ ดีตามช่าง แต่พอตอนหลังมาเป็นสมาชิก htg2 มารู้จัก ท่านเอ๋ ท่าน ขุนจิต พี่ wk พวกท่านเหล่านั้น พาตระเวณดูภาพบ้านเพื่อนๆ และสอนวิธีดูว่าภาพที่สวยกับไม่สวยต่างกันอย่างไร คล้าย ๆ กับพวกเล่นกล้องถ่ายภาพ แล้วมาดูกันว่าภาพที่ถ่ายสวยกับไม่สวยต่างกันอย่างไร จนรู้สึกเลยว่า ภาพที่สวย นี่มันสวยแฮะ มีมิติ มีสีสรร ทำให้เราอยากดูหนังและติดตามเนื้อเรื่องนั้นอย่างมาก เคยคว้าเอาแผ่นดีวีดีหนังเก่า ๆ ที่เราดูแล่วไม่สนุกเลย มาดูกับเครื่องที่เป็น เทคโนโย่ ใหม่ ๆ เช่น จอ ดีๆ เครื่องฉาย ดี ๆ กับการปรับภาพ ดีๆ โอโฮ้ ยอมรับเลยว่า ไอ้แผ่นที่เราดูแล้วไม่ค่อยสนใจเนื้อเรื่อง กับทำให้เราต้องนั่งติดตามและดูหนังจนจบอ่ะคับ
ประเด็นที่พูดมาทั้งหมดเพียงแต่อยากจะยกตัวอย่างให้ฟัง สำหรับเพื่อนสมาชิกใหม่ ๆ ที่คิดว่าตัวเองดูแล้วชอบในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เปลืองเงินด้วย แต่ถ้าในโอกาสเดียวกัน ในชุดเดียวกันของบ้านท่านสมาชิกเหล่านั่น ถ้าได้เจอกับภาพที่ดีกว่าหรือเสียงที่ดีกว่า ก็อาจจะเปลียนความคิดตัวเองก็ได้อ่ะคับ
หมายหตุ บทความนี้ ไม่ได้หมายความถึงการลงทุนอันไหนที่คุ้มค้ากว่ากันน่ะคับ เดี่ยวจะมีการโต้เถียงกันว่า ภาพสวยต้องจ่ายแพง ฉันจ่ายถูกไว้ก่อนดีกว่าน่ะคับ
มาเล่าให้ฟัง สนุก ๆ ขำ ๆ น่ะคับ ไม่มีสาระ ไม่มีเหตผลทางวิชาการน่ะคับ
-
ผมซื้อ HD20 มาเครื่องหนึ่งฝากเพื่อนที่ไป usa ซื้อมาได้เกือบ 3 เดือนแล้วยังไม่ได้เปิดดูเลยครับ เพราะยังไม่มีห้อง ตอนนั้นเห็นกำลังฮิตกันมาก ตอนนี้มาพูดถึง pana กันแล้ว แต่อย่างว่าราคามันก็ต่างกันผมก็เชื่อว่า pana น่าจะดีกว่า เอาไว้ผมได้ทำห้องเมื่อไหร่(ว่าจะทำ แต่ก็ยังไม่ได้ทำ)จะมาเล่าประสบการณ์นะครับ ;D
-
สำหรับระดับ Entry Level ทั้ง OPTOMA HD20 SAMSUNG A600 ถีอว่าเป็นตัวเลือกที่ดีครับ
แล้วแต่ชอบ แนะนำให้หาชมภาพจริงแล้วเลือกตัวที่ชอบเลยครับ เชื่อตาเราดีที่สุดครับ
ส่วน PANASONIC AE4000 ตัวนี้ถือว่าเป็นโปรเจ็ครุ่นใหญ่ระดับไฮเอนค์ตัวนึงของวงการแล้วครับ
และเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆครับที่ถูกนำมาเปรียบเทียบกับกลุ่มโปรเจ็คเตอร์ระดับ Entry Level
เนื่องจากระดับราคาของเค้า ก็อยู่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท อิๆ
โปรเจ็คเตอร์เดี๋ยวนี้นับวันก็ยิ่งเยอะมากมายหลายยี่ห้อหลายระบบทั้ง LCD / DILA / SXRD / DLP / LED
และเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีก็พัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆและมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น
การแข่งขันแย่งชิงทางการตลาดดุเดือดขึ้น ราคาก็เริ่มถูกลงตามยุคสมัย
คนที่หันมาเล่นโปรเจ็คเตอร์ก็เริ่มเยอะขึ้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ :)
-
HD20 ก็ดีครับคุ้มค่าดี สีสวย มีมิติ ความสว่างก็โอเค แต่คอนทราสค่อนข้างน้อย จอที่ผมใช้อยู่เป็นสีขาว จึงรับไม่ได้กับฉากมืด เลยหันไปคบกับ AE4000 แทนครับ O0
ถ้างบถึงอย่าลังเลครับ AE4000 :victory
-
ผมใช้ HD20 and OPPO BD อยู่ ภาพสวยมากเวลาดูกับแผ่น bluray
ไม่มี rainbow effect ซึ่งดีกว่า Optoma HD70 ที่ผมเคยใช้มาก่อนหน้านี้
ราคาก็ดีมาก ผมหิ้วมาเอง
โดยรวมก็ดีมากครับ
-
ไม่เชื่อ ลองเอาหนังเรื่องเดียวกัน แต่เป็น วีซีดี กับ ดีวีดี มาเปิดเทียบกันดูสิ แล้วถามตัวเองว่าอยากดูหนังเรื่องนี้ จากแหล่งอะไร แล้วเรื่องไหนดูแล้วสนุกกกว่ากัน ไม่เพียงแต่ภาพเท่านั้นน่ะคับ เสียงดีก็ทำให้หนังน่าดูยิ่งขึ้น ไม่อย่างนั้น ทำไมโรงหนังแพง ๆ ในกทม ที่เครื่องเสียงดี ๆ ถึงมีคนอยากดูมากกว่าโรงหนังต่างจังหวัดในหนังเรื่องเดียวกัน และนี่คือเหตุผลที่โรงหนังต่างจังหวัดที่ไม่กล้าลงทุน ก็ ค่อย ๆ ตายไป กลายเป็นโรงหนังยักษ์ใหญ่จากกทม ไปลงทุนทั่วประเทศไทยอ่ะคับ
เห็นด้วยกับท่านอูฐ นะครับ ตอนนี้ส่วนใหญ่ผมยังดู HD เป็นหลักเลยดูแล้วมันชัดเจนทั้งภาพและเสียง ต่างกับ SD เยอะทีเดียว แต่ที่ผมต้องการจะสื่อคือเล่นตามงบครับ แล้วเราก็มีความสุขกับมันได้ด้วย มันไม่ได้ขี้เหร่ขนาดยอมรับกันไม่ได้ขนาดนั้น ผมเชื่อหลายคนที่เล่นเครื่องเสียงต่างก็มีประสพการณ์ในการได้ดู หรือได้ฟังกับซิสเต็ม ราคาแพงที่ให้ภาพและเสียงสุดยอดมาแล้ว ไม่ว่าตามงาน ตามร้าน หรือบ้านของพี่ๆทั้งหลาย แต่แล้วไงครับในเมื่องบเรามีจำกัด ผมเชื่อว่าถ้าเราต้องการเล่นถึงโปรเจคเตอร์จริงๆ มันก็คงต้องมีอะไรรองรับหลายอย่างครับ ทั้งห้อง ทั้งsystem ผมไม่ได้บอกว่าซื้อมาก็เสียบปลั๊กเล่นไปเถอะไม่ต้องไปปรับอะไรมัน ขนาดจอlcd plasma เรายังปรับเลย เพียงแต่ผมยังยืนยันนะว่า ความสุขความสนุกมาจากตัวหนัง และตัวเราครับ เพียงแต่ภาพและเสียงที่สมบูรณ์ย่อมเป็นตัวเสริมให้ได้อรรถรสในการรับชมมากยิ่งขึ้นเท่านั้นเอง
ผมไม่เชื่อว่าคนดู VCD ไม่กี่ร้อย จะมีความสุขน้อยกว่าคนที่มีระบบ ราคาเป็นล้าน นะครับ ความสุขของใครก็ของคนนั้น มันวัดจากสิ่งของไม่ได้หรอกครับ ขึ้นอยู่กับประสพการณ์ของแต่ละคนด้วย เล่นให้มีความสุขตามอัตภาพที่เรามีครับ ค่อยๆปรับ ค่อยๆแต่งกันไป ได้ประสพการณ์จากเพื่อนๆ พี่ๆในนี้ก็เยอะ ที่คอยแบ่งปันให้ หวังว่าคงเข้าใจในสิ่งที่ผมสื่อนะครับ :)
-
ไม่เชื่อ ลองเอาหนังเรื่องเดียวกัน แต่เป็น วีซีดี กับ ดีวีดี มาเปิดเทียบกันดูสิ แล้วถามตัวเองว่าอยากดูหนังเรื่องนี้ จากแหล่งอะไร แล้วเรื่องไหนดูแล้วสนุกกกว่ากัน ไม่เพียงแต่ภาพเท่านั้นน่ะคับ เสียงดีก็ทำให้หนังน่าดูยิ่งขึ้น ไม่อย่างนั้น ทำไมโรงหนังแพง ๆ ในกทม ที่เครื่องเสียงดี ๆ ถึงมีคนอยากดูมากกว่าโรงหนังต่างจังหวัดในหนังเรื่องเดียวกัน และนี่คือเหตุผลที่โรงหนังต่างจังหวัดที่ไม่กล้าลงทุน ก็ ค่อย ๆ ตายไป กลายเป็นโรงหนังยักษ์ใหญ่จากกทม ไปลงทุนทั่วประเทศไทยอ่ะคับ
เห็นด้วยกับท่านอูฐ นะครับ ตอนนี้ส่วนใหญ่ผมยังดู HD เป็นหลักเลยดูแล้วมันชัดเจนทั้งภาพและเสียง ต่างกับ SD เยอะทีเดียว แต่ที่ผมต้องการจะสื่อคือเล่นตามงบครับ แล้วเราก็มีความสุขกับมันได้ด้วย มันไม่ได้ขี้เหร่ขนาดยอมรับกันไม่ได้ขนาดนั้น ผมเชื่อหลายคนที่เล่นเครื่องเสียงต่างก็มีประสพการณ์ในการได้ดู หรือได้ฟังกับซิสเต็ม ราคาแพงที่ให้ภาพและเสียงสุดยอดมาแล้ว ไม่ว่าตามงาน ตามร้าน หรือบ้านของพี่ๆทั้งหลาย แต่แล้วไงครับในเมื่องบเรามีจำกัด ผมเชื่อว่าถ้าเราต้องการเล่นถึงโปรเจคเตอร์จริงๆ มันก็คงต้องมีอะไรรองรับหลายอย่างครับ ทั้งห้อง ทั้งsystem ผมไม่ได้บอกว่าซื้อมาก็เสียบปลั๊กเล่นไปเถอะไม่ต้องไปปรับอะไรมัน ขนาดจอlcd plasma เรายังปรับเลย เพียงแต่ผมยังยืนยันนะว่า ความสุขความสนุกมาจากตัวหนัง และตัวเราครับ เพียงแต่ภาพและเสียงที่สมบูรณ์ย่อมเป็นตัวเสริมให้ได้อรรถรสในการรับชมมากยิ่งขึ้นเท่านั้นเอง
ผมไม่เชื่อว่าคนดู VCD ไม่กี่ร้อย จะมีความสุขน้อยกว่าคนที่มีระบบ ราคาเป็นล้าน นะครับ ความสุขของใครก็ของคนนั้น มันวัดจากสิ่งของไม่ได้หรอกครับ ขึ้นอยู่กับประสพการณ์ของแต่ละคนด้วย เล่นให้มีความสุขตามอัตภาพที่เรามีครับ ค่อยๆปรับ ค่อยๆแต่งกันไป ได้ประสพการณ์จากเพื่อนๆ พี่ๆในนี้ก็เยอะ ที่คอยแบ่งปันให้ หวังว่าคงเข้าใจในสิ่งที่ผมสื่อนะครับ :)
เห็นด้้วยคับผม อย่าทุมเงินมากกับเครื่อง ปรับเครื่องให้ได้ดีที่สุดก่อน เออ สมัยก่อนนานแล้วยเคยมีเพื่อนผม คนหนึ่ง ยอมเป็นหนี้ ซื้อเงินผ่อน สารพัดบัตร เพื่อให้ได้เครื่องเล่น แพง ๆ ผมว่าก็เกินไป และที่สำคัญลงทุนกับเครื่องพวกนี้มาก ๆ มีแต่ขาดทุน เล่นตามงบ ตามความพอใจ ปรับภาพ ปรับเสียง ชุดของเราให้ดีที่สุดคับ
อ่อ ขอแก้ข้อความนิดหนึ่ง ผมไม่ได้หมายความว่าคนเล่น วีซีดี จะไม่มีความสุขกับการเล่นวีซีดีน่ะคับ ผมหมายถึง คน ๆ เดียวกัน ถ้าหยิบแผ่นวีซีดีและดีวีดี ในหนังเรื่องเดียวกันมาดู เขาจะเลือกดูจากแหล่งภาพตรงไหนมากกว่ากันอ่ะคัีบ เพราะตอนนี้ทั้งสองแหล่งก็ราคาพอ ๆ กันแล้วอ่ะคับ ผมไม่ได้เปรียเทียบว่าคนเล่นวีซีดีกับคนเล่นเครื่องเสียงเป็นล้าน มีความสุขเท่ากันหรือไม่ คนล่ะประเด็นน่ะคับ
และผมก็เน้นตอนท้ายไว้ว่า
หมายหตุ บทความนี้ ไม่ได้หมายความถึงการลงทุนอันไหนที่คุ้มค้ากว่ากันน่ะคับ เดี่ยวจะมีการโต้เถียงกันว่า ภาพสวยต้องจ่ายแพง ฉันจ่ายถูกไว้ก่อนดีกว่าน่ะคับ
-
ไม่เชื่อ ลองเอาหนังเรื่องเดียวกัน แต่เป็น วีซีดี กับ ดีวีดี มาเปิดเทียบกันดูสิ แล้วถามตัวเองว่าอยากดูหนังเรื่องนี้ จากแหล่งอะไร แล้วเรื่องไหนดูแล้วสนุกกกว่ากัน ไม่เพียงแต่ภาพเท่านั้นน่ะคับ เสียงดีก็ทำให้หนังน่าดูยิ่งขึ้น ไม่อย่างนั้น ทำไมโรงหนังแพง ๆ ในกทม ที่เครื่องเสียงดี ๆ ถึงมีคนอยากดูมากกว่าโรงหนังต่างจังหวัดในหนังเรื่องเดียวกัน และนี่คือเหตุผลที่โรงหนังต่างจังหวัดที่ไม่กล้าลงทุน ก็ ค่อย ๆ ตายไป กลายเป็นโรงหนังยักษ์ใหญ่จากกทม ไปลงทุนทั่วประเทศไทยอ่ะคับ
:clap และเรื่องเดียวกัน DVDกับ Blu ray ครับ O0
-
กระทู้นี้โดนจริงๆ ขอบคุณความคิดเห็นแต่ละท่าน มีประโยชน์กะผมมากเลย
กำลังหาข้อมูลเลยครับ
-
ตอนแรก ใช้ hd20 อยู่ครับ ภาพไม่สวยอย่างที่คิดไว้ สีดำแย่กว่า plasma ผมอีก ก็เลย ไปซัด mitsu hc3800 เพิ่มแค่นิดหน่อย สวยกว่า hd20 พอสมควรเลยครับ ตอนนี้ happy แล้ว ไม่กล้าไปลอง pana ae4000 เด๋วต้องเปลี่ยนอีก
ผมว่านะ mitsu น่าเล่นสุด เทียบกะ hd 20 นะ ae4000 ราคา 2 เท่า hd20 เลย
-
ถ้าเพิ่มงบอีกหน่อยไป ที่ JVC HD250 O0 มาทั้งคุณภาพภาพ และ Spec สูงกว่า AE4000 แบบไม่เห้นฝุ่นครับ รวมทั้งแพงกว่าเล็กน้อยด้วย ;D แต่ Contrast Native 25000/1 สูงสุดในกลุ่มนี้
เป็นอีกตัวเลือกสำหรับ Projector ระดับกลางราคา ไม่สูงมาก :secret
ใครสงสัยยก Panasonic AE 4000 ที่มีอยู่มาเทียบเคียง คุณภาพกันได้เลยครับที่ร้าน Clef ผมจะปรับ White Balance ให้เหมือนกันเลย รวมทั้ง 2 เครื่อง ทั้ง Set ค่าความสว่าง เท่ากัน ด้วยจะได้เห้นความแตกต่าง ระหว่าง 2 ระบบแบบไม่ต้อง เชื่อคนอื่นมาชมด้วยตัวเองเลย
-
ตอนแรก ใช้ hd20 อยู่ครับ ภาพไม่สวยอย่างที่คิดไว้ สีดำแย่กว่า plasma ผมอีก ก็เลย ไปซัด mitsu hc3800 เพิ่มแค่นิดหน่อย สวยกว่า hd20 พอสมควรเลยครับ ตอนนี้ happy แล้ว ไม่กล้าไปลอง pana ae4000 เด๋วต้องเปลี่ยนอีก
ผมว่านะ mitsu น่าเล่นสุด เทียบกะ hd 20 นะ ae4000 ราคา 2 เท่า hd20 เลย
ใช้ตัวเดียวกันเลยฮับป๋ม..........ภาพสวยใช้ได้เลย ที่สำคัญประหยัดตังค์ได้มากโข(ใช้งบเทไปที่จอก่อน)
เผลอ แผล็บเดียว HC4000 Dark chip3 โผล่มายั่วอีกแระ
แต่เท่าที่ดูภาพจาก HC3800+โมฯแหลก แล้วยังรัก Dark Chip2 ไปอีกนาน ( ยิ่งไปดูภาพจากจอ LED ทีวี มาแล้ว ยิ่งรักภาพจากโปรเจ็คเตอร์ หรือพลาสม่ามากกว่าเดิมอีก เฮ่ๆๆ)
แฮ็ปปี้วิววิ่งจร้า
-
ผมใช้ HD20 อยู่ครับ ตอนแรกก็เฉยๆนะครับ ราคานี้ผมว่าก็ไม่ได้แย่อะไร
ล่าสุดเอา Sensor มา Calibrate Grey Scale อะครับ คนละเรื่องเลยครับดีมากเลย แต่ยังไงก็ยังมีปัญหาเรื่อง Contrast ของฉากมืดๆอยู่ครับ เทียบกับรุ่นสูงๆเนี่ยยังห่างครับ
แต่สุดท้ายราคานี้ก็ผมว่าเยี่ยมครับ (ผมหิ้วราคาเมืองนอกนะครับ) อาจจะหงุดหงิดนิดหน่อยตอนดูหนังมืดๆอะครับ