HTG2.club

Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: dragonus ที่ 25 มีนาคม, 2010, 07:39:25 pm

หัวข้อ: B-H curve ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: dragonus ที่ 25 มีนาคม, 2010, 07:39:25 pm
ท่านที่พันหม้อแปลงเอง เอา B-H curve ของแกนมาจากไหนกันครับหรือว่ากะๆเอาครับ ??? ???
หัวข้อ: Re: B-H curve ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: prasan ที่ 26 มีนาคม, 2010, 06:25:20 am
ท่านที่พันหม้อแปลงเอง เอา B-H curve ของแกนมาจากไหนกันครับหรือว่ากะๆเอาครับ ??? ???

ถ้าเป็นแกนเหล็กเกรดธรรมดาอย่าง S14 ก็พอมีอยู่ครับ ขอค้นหาก่อนเดี๋ยวนำมาให้ดูนะครับ ตัวเลขที่จะนำไปใช้ในการคำนวณผมยึดหลักการที่ว่า ถึงแม้ว่าเหล็กที่เรามีอยู่แต่ถ้าออกแบบบนพื้นฐานของเหล็ก S14 ซึ่งเป็นเหล็กธรรมดาก็จะไม่มีโอกาสที่จะล่วงล้ำหรือเลย knee point ของ B-H curve ของเหล็กเกรดดีๆ ครับ เพียงแต่จะเสียโอกาสที่จะได้ใช้คุณสมบัติที่ดีของแกนเหล็กดีๆ ไปเท่านั้นเอง ยกตัวอย่างเช่น S14 หรือเหล็ก 4% silicon มีค่า Max flux density ประมาณ 64500 line/sq.inch. ถ้าเรานำตัวเลขนี้ไปออกแบบกับเหล็กเกรดอื่นที่ดีกว่าซึ่งแน่นอนว่ามันรับได้มากกว่าตัวเลขนี้แต่เราไม่รู้ว่ามันเท่าไร ถ้ามองในด้าน Safe side แล้วคิดซะว่ามันเป็นเหล็ก 4% silicon แต่สิ่งที่จะแตกต่างคือ เหล็กเกรดดีๆ ค่ามิวมันเยอะกว่าเหล็ก 4% siilcon ดังนั้นมันทำค่า L ได้ดีกว่าแน่นอนครับ
หัวข้อ: Re: B-H curve ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: dragonus ที่ 26 มีนาคม, 2010, 08:59:57 am
ขอบคุณครับ  O0
หัวข้อ: Re: B-H curve ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: prasan ที่ 26 มีนาคม, 2010, 09:33:42 am
B-H curve ของ RM14 ซึ่งผม Save ไว้จากที่เพื่อนในเว็ปของเรานี่เองเคยโพสต์ไว้ครับ RM14 มันก็สเป็กเดียวกับ S14 ครับ ท่านผู้รู้บอกมาอีกที  :)
หัวข้อ: Re: B-H curve ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: prasan ที่ 26 มีนาคม, 2010, 08:58:01 pm
ผมขอเสนอความเห็นของผมกับการนำมาใช้งานตามประสา DIY ครับ
- เส้นที่ผมเขียนว่า Permeability หรือ mu ถ้าเปรียบกับกระแสไฟฟ้าแล้วมันเป็นความนำเส้นแรงแม่เหล็ก ถ้าความนำมากก็แสดงว่ายอมให้เส้นแรงแม่เหล็กผ่านไปได้ง่าย ลองดูที่กราฟครับอาจจะคิดอะไรได้สนุกๆ
- ถ้าเป็นหม้อแปลงไฟถ้าเราออกแบบจุดทำงานที่ให้มีค่าฟลักซ์ได้สูงสุดในขณะที่ค่า mu สูงสุดด้วย ดูจากกราฟของ mu ก็ตรงยอดเขาพอดี ถ้าเกิดฟลักซ์ในแกนเหล็กมากกว่าจุดนี้ค่า mu เริ่มตกเปรียบว่าฉันรับภาระมากเกินไปแล้วนะ  ;D ;D ฉันจะต่อต้านแล้ว  ;D ;D
- ถ้าออกแบบ OPT Choke อย่าลืมว่าพวกนี้มี AC flux และ DC flux ค่าของ AC flux เปลี่ยนแปลงตามสัญญาณส่วน DC flux ขึ้นอยู่กับกระแส DC ที่เกิดจากการไบอัสซึ่งคงที่ Flux สองอย่างรวมกันแล้วที่เวลาใดๆ จะต้องไม่เกินยอกเขาของกราฟ mu
- ขณะที่ใช้งาน OPT Choke การวิ่งของเส้นควรจะวิ่งอยู่บนแนวที่เขียนว่า Linear

ท่านใดคิดเห็นแตกต่างจากผมบ้างครับ  :)