HTG2.club

Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: sapa2008 ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 11:03:54 am

หัวข้อ: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: sapa2008 ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 11:03:54 am
ผมจะพัน choke สัก 10H 250mA ครับ มีแกนแล้ว
กะว่าจะพันให้เต็มแกนน่ะครับ น่าจะได้สัก 7-8H ครับ
มาดูลวดที่ทนกระแสได้ 250A คือเบอร์ swg 27 แต่ผมไม่มีครับ
มีแต่ลวดเบอร์ swg 34 ซึ่งถ้าเอามาขนานกันก็ทนกระแสได้สัก 210 mA ซึ่งน่าจะพอต่อการใช้งานครับ

ทีนี้สงสัยว่าค่า L ที่จะได้จากลวดเส้นเดียว swg27 กับ L รวมที่ได้จากลวด swg 34 สองเส้นขนานกัน มันจะเท่ากันหรือเปล่าครับ
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: prasan ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 11:39:31 am
ลวดต่างเบอร์แต่พันรอบเท่ากัน ขนาดแกนเท่ากัน (แกนเดิม) แอร์แก็ปเท่ากัน ค่า L ก็เท่ากันครับ
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Eak-tubeamp ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 12:49:54 pm
ลวดต่างเบอร์ แต่พันรอบเท่ากัน ขนาดแกนเท่ากัน (แกนเดิม) แอร์แก็ปเท่ากัน ค่า L ก็เท่ากันครับ
ผมคิดว่า ลวดต่างกัน ค่า H ก็น่าจะต่างกัน (เข้าใจผิดอยู่นาน) :clap ขอบคุณครับพี่...
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: prasan ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 12:58:31 pm
ลวดต่างเบอร์ แต่พันรอบเท่ากัน ขนาดแกนเท่ากัน (แกนเดิม) แอร์แก็ปเท่ากัน ค่า L ก็เท่ากันครับ
ผมคิดว่า ลวดต่างกัน ค่า H ก็น่าจะต่างกัน (เข้าใจผิดอยู่นาน) :clap ขอบคุณครับพี่...

พิจารณาจากสูตรในการคำนวณค่า L ครับ ไม่มีตัวแปรใดที่เกี่ยวข้องกับขนาดลวดเลยครับ  :)
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: aphiphot ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 01:41:32 pm
ขอเสริมนิดเดียวครับที่จะต่างกันก็น่าจะเป็นค่า DCR ครับเพราะขนาดความโตของลวดคงไม่เท่ากันเป๊ะๆแน่ครับ อย่างอื่นไม่มีผลครับ
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: sapa2008 ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 01:51:40 pm

ทีนี้สงสัยว่าค่า L ที่จะได้จากลวดเส้นเดียว swg27 กับ L รวมที่ได้จากลวด swg 34 สองเส้นขนานกัน มันจะเท่ากันหรือเปล่าครับ

แสดงว่า ถ้าเราใช้ลวดเส้นเดียว swg27 พันได้ 1500 รอบ กับแกนอันนี้
แต่เราเปลี่ยนมาใช้ ลวดswg34 ซึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าครึ่งหนึ่ง จำนวน 2 เส้นพันแทน
ทั้งสองเส้น  แต่ละเส้นก็น่าจะได้ประมาณ 1500 รอบ ก็จะได้ L แต่ละเส้น(swg34) เป็นค่าหนึ่ง สมมุติ 7H :)
แสดงว่า L รวมคือขนานกันสองเส้นก็มีค่าแค่ 3.5H (7H/2) ใช่ไหมครับ

ถามเพิ่มเติมอีกครับ
ถ้าเราพันใช้ swg34 2 เส้นขนานกันไป แต่ใช้แยกกัน คือเส้นหนึ่งไป supply วงจรข้างขวา
อีกเส้นหนึ่งก็ไป supply วงจรด้านซ้าย ถ้าทำอย่างนี้ก็จะได้ L 7H แต่แยกไปคนละข้างเลยใช่ไหมครับ
แบบนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ ยกเว้นเปลืองจำนวน C rectify ที่เพิ่มขึ้นมาเนื่องจากแยกsupply ซ้ายขวา :)
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Eak-tubeamp ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 03:16:19 pm
ขอเสริมนิดเดียวครับที่จะต่างกันก็น่าจะเป็นค่า DCR ครับเพราะขนาดความโตของลวดคงไม่เท่ากันเป๊ะๆแน่ครับ อย่างอื่นไม่มีผลครับ
Y] Y]
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Eak-tubeamp ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 03:17:18 pm
ลวดต่างเบอร์ แต่พันรอบเท่ากัน ขนาดแกนเท่ากัน (แกนเดิม) แอร์แก็ปเท่ากัน ค่า L ก็เท่ากันครับ
ผมคิดว่า ลวดต่างกัน ค่า H ก็น่าจะต่างกัน (เข้าใจผิดอยู่นาน) :clap ขอบคุณครับพี่...

พิจารณาจากสูตรในการคำนวณค่า L ครับ ไม่มีตัวแปรใดที่เกี่ยวข้องกับขนาดลวดเลยครับ  :)
  Y]  O0
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Eak-tubeamp ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 03:19:20 pm
ถามเพิ่มเติมอีกครับ
ถ้าเราพันใช้ swg34 2 เส้นขนานกันไป แต่ใช้แยกกัน คือเส้นหนึ่งไป supply วงจรข้างขวา
อีกเส้นหนึ่งก็ไป supply วงจรด้านซ้าย ถ้าทำอย่างนี้ก็จะได้ L 7H แต่แยกไปคนละข้างเลยใช่ไหมครับ
แบบนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ ยกเว้นเปลืองจำนวน C rectify ที่เพิ่มขึ้นมาเนื่องจากแยกsupply ซ้ายขวา

อยากรู้เหมือนกัน
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: aphiphot ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 04:02:45 pm
ถามเพิ่มเติมอีกครับ
ถ้าเราพันใช้ swg34 2 เส้นขนานกันไป แต่ใช้แยกกัน คือเส้นหนึ่งไป supply วงจรข้างขวา
อีกเส้นหนึ่งก็ไป supply วงจรด้านซ้าย ถ้าทำอย่างนี้ก็จะได้ L 7H แต่แยกไปคนละข้างเลยใช่ไหมครับ
แบบนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ ยกเว้นเปลืองจำนวน C rectify ที่เพิ่มขึ้นมาเนื่องจากแยกsupply ซ้ายขวา

อยากรู้เหมือนกัน
มองในมุมของคนพันหม้อแปลงครับมันจะทำให้การทนกระแสของโช๊คลดลงเนื่องจากขนาดของลวดเส้นเล็กลงครับ ถูกผิดยังไงยินดีน้อมรับครับ 
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: dekdek ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 04:08:17 pm

ทีนี้สงสัยว่าค่า L ที่จะได้จากลวดเส้นเดียว swg27 กับ L รวมที่ได้จากลวด swg 34 สองเส้นขนานกัน มันจะเท่ากันหรือเปล่าครับ

แสดงว่า ถ้าเราใช้ลวดเส้นเดียว swg27 พันได้ 1500 รอบ กับแกนอันนี้
แต่เราเปลี่ยนมาใช้ ลวดswg34 ซึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าครึ่งหนึ่ง จำนวน 2 เส้นพันแทน
ทั้งสองเส้น  แต่ละเส้นก็น่าจะได้ประมาณ 1500 รอบ ก็จะได้ L แต่ละเส้น(swg34) เป็นค่าหนึ่ง สมมุติ 7H :)
แสดงว่า L รวมคือขนานกันสองเส้นก็มีค่าแค่ 3.5H (7H/2) ใช่ไหมครับ

ถามเพิ่มเติมอีกครับ
ถ้าเราพันใช้ swg34 2 เส้นขนานกันไป แต่ใช้แยกกัน คือเส้นหนึ่งไป supply วงจรข้างขวา
อีกเส้นหนึ่งก็ไป supply วงจรด้านซ้าย ถ้าทำอย่างนี้ก็จะได้ L 7H แต่แยกไปคนละข้างเลยใช่ไหมครับ
แบบนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ ยกเว้นเปลืองจำนวน C rectify ที่เพิ่มขึ้นมาเนื่องจากแยกsupply ซ้ายขวา :)

   อันแรก ขนานกันแล้ว มองเป็น L ตัวเดียว ที่จำนวนรอบเท่ากับ 1500 รอบ ดังนั้น ค่า L ก็เท่าเดิมครับ คือ 7 H 


   อันสอง ผมไม่แน่ใจครับ แต่เข้าใจว่าเป็น 7 H 2 ตัวละ 
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Mr. Tube ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 05:36:46 pm
แสดงว่า ถ้าเราใช้ลวดเส้นเดียว swg27 พันได้ 1500 รอบ กับแกนอันนี้
แต่เราเปลี่ยนมาใช้ ลวดswg34 ซึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าครึ่งหนึ่ง จำนวน 2 เส้นพันแทน
ทั้งสองเส้น  แต่ละเส้นก็น่าจะได้ประมาณ 1500 รอบ ก็จะได้ L แต่ละเส้น(swg34) เป็นค่าหนึ่ง สมมุติ 7H :)
แสดงว่า L รวมคือขนานกันสองเส้นก็มีค่าแค่ 3.5H (7H/2) ใช่ไหมครับ

ไม่ใช่ครับ ประเด็นคือเราต้องมองว่าขดลวดนั้นเป็นวงจรแม่เหล็กเดียวกัน หรือคนละวงจรครับ กรณีแกนเหล็กอันเดียว มีลวดพันอยู่หลายๆ ขด อันนี้เรียกว่าวงจรแม่เหล็กเดียวกัน ค่า Inductance จะขึ้นกับจำนวนรอบเป็นหลัก เหตุผลก็อย่างที่พี่ prasan อธิบายไว้ครับ กรณี Choke 2 ตัว หรือแม้แต่ขดลวดแกนอากาศ 2 อัน แต่ละขดลวดอยู่คนละวงจรแม่เหล็ก ค่าเหนี่ยวนำรวมจะคิดตามสูตรการอนุกรม/ขนาน L ครับ ถ้ามองออกว่าเป็นวงจรแม่เหล็กเดียวกันหรือคนละวงจรก็จะไม่สับสนและเลือกใช้สูตรได้ถูกต้องครับ

กรณีวงจรแม่เหล็กเดียวกัน รอบเท่าไหน Inductance ก็เท่านั้นครับ การขนานขดลวดจะทำเฉพาะขดที่รอบเท่ากันเท่านั้นครับ และถือว่าจะขนานกี่ขดก็ตาม ก็เท่ากับขดลวดขดเดียวครับ ส่วนกรณีอนุกรมขดลวด Inductance จะเพิ่มเป็นสัดส่วนยกกำลัง 2 ของรอบครับ เช่น 10 รอบ = 10H, 20 รอบ = 2^2 x 10 = 40H ครับ

อ้างถึง
ถามเพิ่มเติมอีกครับ
ถ้าเราพันใช้ swg34 2 เส้นขนานกันไป แต่ใช้แยกกัน คือเส้นหนึ่งไป supply วงจรข้างขวา
อีกเส้นหนึ่งก็ไป supply วงจรด้านซ้าย ถ้าทำอย่างนี้ก็จะได้ L 7H แต่แยกไปคนละข้างเลยใช่ไหมครับ
แบบนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ ยกเว้นเปลืองจำนวน C rectify ที่เพิ่มขึ้นมาเนื่องจากแยกsupply ซ้ายขวา :)

ถ้าแบบนี้ก็ได้ 7H 2 ชุด แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันจะทำตัวเป็นหม้อแปลงรึเปล่า? ไม่เคยลองดูครับ  :)
หัวข้อ: text
เริ่มหัวข้อโดย: Eak-tubeamp ที่ 21 พฤษภาคม, 2010, 08:24:13 pm
ขอบคุณครับ Mr.tube ไม่เห็นนาน กำลังนึกถึงอยู่
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: คุณโชค ที่ 22 พฤษภาคม, 2010, 03:13:45 am
 c)  เเจมด้วยคน L 2ตัวค่าเท่ากันขนานกัน ค่า L รวมที่ได้ จากการขนานกัน มีค่าเท่ากับ L/2  ความหมายของสูตรนี้หมายความถึงว่า L ที่นำมาขนานกันต้องเป็นLคนละตัวอิสระจากกัน ไม่ได้พันร่วมเเกนเดียวกัน ถ้าลวดสองเส้น พันร่วมเเกนเดียวกันเเบบไบฟิลาร์ นำปลายลวดทั้งสองเส้นของเเต่ละด้านต่อถึงกันเเล้ววัด ก็ได้เท่ากับ L เท่าเดิม สิบเส้นก็ได้ค่าเท่ากับ L หลายเส้นมากๆ อาจเต็มบอบบิ้นก่อนที่จะถึงรอบค่าที่เราออกเเบบไว้  :drunk
หัวข้อ: text
เริ่มหัวข้อโดย: Eak-tubeamp ที่ 22 พฤษภาคม, 2010, 12:03:06 pm
สรุปก็คือ หากวงจรแม่เหล็กเดียวกัน ขนานลวด 2 เส้น(หรือมากกว่า) ค่า L จะยังคงเท่าเดิม  แต่ถ้าอยู่คนละวงจรแม่เหล็ก เอามาขนานกัน ค่า L/2  ถูกต้องตามนี้มั้ยครับ
หัวข้อ: Re: text
เริ่มหัวข้อโดย: คุณโชค ที่ 22 พฤษภาคม, 2010, 02:06:18 pm
สรุปก็คือ หากวงจรแม่เหล็กเดียวกัน ขนานลวด 2 เส้น(หรือมากกว่า) ค่า L จะยังคงเท่าเดิม  แต่ถ้าอยู่คนละวงจรแม่เหล็ก เอามาขนานกัน ค่า L/2  ถูกต้องตามนี้มั้ยครับ
O0
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: bb ที่ 22 พฤษภาคม, 2010, 06:10:24 pm
c)  เเจมด้วยคน L 2ตัวค่าเท่ากันขนานกัน ค่า L รวมที่ได้ จากการขนานกัน มีค่าเท่ากับ L/2  ความหมายของสูตรนี้หมายความถึงว่า L ที่นำมาขนานกันต้องเป็นLคนละตัวอิสระจากกัน ไม่ได้พันร่วมเเกนเดียวกัน ถ้าลวดสองเส้น พันร่วมเเกนเดียวกันเเบบไบฟิลาร์ นำปลายลวดทั้งสองเส้นของเเต่ละด้านต่อถึงกันเเล้ววัด ก็ได้เท่ากับ L เท่าเดิม สิบเส้นก็ได้ค่าเท่ากับ L หลายเส้นมากๆ อาจเต็มบอบบิ้นก่อนที่จะถึงรอบค่าที่เราออกเเบบไว้  :drunk

เคยลองพันดูแล้ว ผลก็ออกมาเป็นแบบนี้ครับ  ผมพัน 2ลูกแกนเท่ากัน รอบเท่ากัน ลวดเบอร์เดียวกัน ลูกนึงพันแบบลวดเส้นเดียว อีกลูกพันทบลวดคู่  ผลวัดได้ค่า L เท่ากันเลย  :clap :clap
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: sapa2008 ที่ 22 พฤษภาคม, 2010, 08:05:55 pm
ขอบคุณมากๆเลยครับ ผมเพิ่งรู้เรื่องนี้นะครับ เชื่ออยู่ตั้งนานว่าถ้าเอาลวดมาพันหลายเส้นบนแกนเดียวก็จะทำให้ค่า L ลดลงโดยการหารด้วยจำนวนเส้น
ความรู้ใหม่ที่ต้องจำใหม่ครับ ว่าไม่สนใจว่าจะกี่เส้น ถ้าวงจรแม่เหล็กเดียวกัน ค่า L เท่ากับเส้นเดียวเสมอ c) c)

แสดงว่าถ้าเราพัน L ด้วยลวดหลายเส้นน่าจะดีกว่าเส้นเดียวน๊ะครับ เพราะ
1) ลวดเล็กหลายเส้นกินเนื้อที่น้อยกว่าลวดใหญ่เส้นเดียว เพราะลวดเส้นใหญ่เส้นเดียวมันมีช่องว่างตอนเรียงลวดเยอะกว่า
2) ค่า DCR ก็ลดลงมาก (มั๊ง)

ขอถามต่ออีกหน่อยขับ พอดีมันพาดพิงไปถึงเรื่อง opt ครับ

ถ้าใช้ทฤษฎีเดียวกัน เราพัน primay เป็นหลายเส้นขนานกันก็ได้ค่า L ค่าเดียวกับพันเส้นเดียว ที่จำนวนรอบเท่ากันใช่ไหมครับ
ถ้าเป็น opt นี่พัน primary แบบ สองเส้นขนานกัน เมื่อเทียบกับเส้นเดียวจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: bb ที่ 22 พฤษภาคม, 2010, 08:12:21 pm
ขอบคุณมากๆเลยครับ ผมเพิ่งรู้เรื่องนี้นะครับ เชื่ออยู่ตั้งนานว่าถ้าเอาลวดมาพันหลายเส้นบนแกนเดียวก็จะทำให้ค่า L ลดลงโดยการหารด้วยจำนวนเส้น
ความรู้ใหม่ที่ต้องจำใหม่ครับ ว่าไม่สนใจว่าจะกี่เส้น ถ้าวงจรแม่เหล็กเดียวกัน ค่า L เท่ากับเส้นเดียวเสมอ c) c)

แสดงว่าถ้าเราพัน L ด้วยลวดหลายเส้นน่าจะดีกว่าเส้นเดียวน๊ะครับ เพราะ
1) ลวดเล็กหลายเส้นกินเนื้อที่น้อยกว่าลวดใหญ่เส้นเดียว เพราะลวดเส้นใหญ่เส้นเดียวมันมีช่องว่างตอนเรียงลวดเยอะกว่า
2) ค่า DCR ก็ลดลงมาก (มั๊ง)

ขอถามต่ออีกหน่อยขับ พอดีมันพาดพิงไปถึงเรื่อง opt ครับ

ถ้าใช้ทฤษฎีเดียวกัน เราพัน primay เป็นหลายเส้นขนานกันก็ได้ค่า L ค่าเดียวกับพันเส้นเดียว ที่จำนวนรอบเท่ากันใช่ไหมครับ
ถ้าเป็น opt นี่พัน primary แบบ สองเส้นขนานกัน เมื่อเทียบกับเส้นเดียวจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ

 พันไบฟิล่า ได้ ดีซีอาร์ ต่ำลงรับ ถ้าใช้ลวดเบอร์เดี่ยวกันกับพันเส้นเดียว แต่โอกาสล้นแกนก็มากขึ้นครับ
หัวข้อ: text
เริ่มหัวข้อโดย: Eak-tubeamp ที่ 23 พฤษภาคม, 2010, 09:02:19 am
 Y] Y]
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 23 พฤษภาคม, 2010, 10:34:35 am
ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้ว ขอบคุณทุกท่านครับ
แต่ เอ เกิดความคิดพิเรนทร์อีกแล้ว  ถามเพื่ออยากรู้นะครับ ไม่ได้กวน  ถ้าเกิดพันแบบไบฟิลล่า แล้วรอบไม่เท่ากันนี่ จะเกิดอะไรขึ้นครับ
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Mr. Tube ที่ 23 พฤษภาคม, 2010, 01:06:41 pm
แสดงว่าถ้าเราพัน L ด้วยลวดหลายเส้นน่าจะดีกว่าเส้นเดียวน๊ะครับ เพราะ
1) ลวดเล็กหลายเส้นกินเนื้อที่น้อยกว่าลวดใหญ่เส้นเดียว เพราะลวดเส้นใหญ่เส้นเดียวมันมีช่องว่างตอนเรียงลวดเยอะกว่า

ผมเคยคิดแบบนี้เหมือนกัน แต่ความจริงแล้วเมื่อหน้าตัดลวดเหมือนกัน (วงกลม) มันจะกินพื้นที่เป็นสัดส่วนเท่ากันครับ พิสูจน์ง่ายๆ ครับ ถ้าเอาเหรียญห้าบาทใส่ลงในสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดพอดีตัวมัน มันจะกินพื้นที่ 78.54% ของสี่เหลี่ยมโดยประมาณ และถ้าเอาเหรียญบาท 2 เหรียญใส่ลงในสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่พอดีตัวมัน มันก็จะกินพื้นที่ 78.54% ของสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ดี ข้อนี้ก็เปรียบเหมือนการเรียงลวด Single Wire กับ Bifilar จะกินพื้นในอัตราส่วนเท่าๆ กันครับ ถ้าจะประหยัดพื้นที่ว่างได้ ต้องใช้ลวด 4 หรือ 6 เหลี่ยม ครับ

หรือถ้าใครจะกดเครื่องคิดเลขดู ก็เปรียบเทียบการเขียนวงกลม Dia 1cm ในสี่เหลี่ยม 1x1cm กับการเขียนวงกลม 2 วง Dia 0.5cm ในสี่เหลี่ยม 1x0.5cm ดูก็ได้ครับ

อ้างถึง
2) ค่า DCR ก็ลดลงมาก (มั๊ง)

ถ้าใช้ลวดขนาดเดิม พัน Single Wire มาเทียบกับ Bifilar แล้ว Bifilar ย่อมได้ DCR เพียงครึ่งเดียวของ Single Wire ครับ เพราะว่าหน้าตัดมันเพิ่มเป็น 2 เท่าครับ และแน่นอนว่ามันจะกิน Window ของแกนมากกว่าด้วย ถ้าจะเทียบให้แฟร์ควรจะใช้ลวด 2 เส้นที่คิดเป็นพื้นที่หน้าตัดเท่ากับเส้นใหญ่เส้นเดียวครับ แบบนี้จะได้ DCR เท่ากัน แต่ได้พื้นที่ผิวลวดมากกว่าครับ

อ้างถึง
ขอถามต่ออีกหน่อยขับ พอดีมันพาดพิงไปถึงเรื่อง opt ครับ

ถ้าใช้ทฤษฎีเดียวกัน เราพัน primay เป็นหลายเส้นขนานกันก็ได้ค่า L ค่าเดียวกับพันเส้นเดียว ที่จำนวนรอบเท่ากันใช่ไหมครับ
ถ้าเป็น opt นี่พัน primary แบบ สองเส้นขนานกัน เมื่อเทียบกับเส้นเดียวจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ

กรณีเปรียบเทียบลักษณะนี้ผมจะคิดแบบที่ตอบในข้อ 2 คือ พื้นที่หน้าตัดลวดแบบ Single Wire และ Bifilar ควรจะเท่ากัน แบบนี้ก็ได้ Inductance และ DCR เท่ากัน แต่ Bifilar จะได้พื้นที่ผิวลวดมากกว่า Single Wire ครับ จริงๆ แล้วถ้าคิดความหนาของฉนวนเคลือบลวดด้วย Bifilar จะเสียเปรียบ Single Wire ในแง่ของการกินพื้นที่เพราะต้องคิดความหนาฉนวน 2 ครั้งครับ แต่ผมตัดประเด็นนี้ออกไปครับ

ตามมาตรฐานลวด AWG แล้ว เบอร์ลวดที่เล็กลง 6 เบอร์จะมีพื้นที่หน้าตัด 1/2 ของเบอร์ใหญ่ครับ ใครใช้ AWG พัน Sec ของ OPT อยู่ ลอง Bifilar ด้วยลวดที่เล็กลง 6 เบอร์ แล้วมาเทียบกับแบบ Single Wire ดูสิครับ หลังๆ ถ้าไม่ลำบากจนเกินไป ผมมักจะ Bifilar ครับ  :secret
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Mr. Tube ที่ 23 พฤษภาคม, 2010, 01:12:55 pm
ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้ว ขอบคุณทุกท่านครับ
แต่ เอ เกิดความคิดพิเรนทร์อีกแล้ว  ถามเพื่ออยากรู้นะครับ ไม่ได้กวน  ถ้าเกิดพันแบบไบฟิลล่า แล้วรอบไม่เท่ากันนี่ จะเกิดอะไรขึ้นครับ

แต่ละขดลวดจะสร้างแรงดันต่างกัน ถ้าเป็น Secondary มันก็จะ Load กันเองครับ ผมคิดว่าการพัน Bifilar โดยทั่วๆ ไปไม่สามารถควบคุมให้รอบเท่ากันเป๊ะได้อยู่แล้วครับ ยังไงเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้น แต่มันน้อยมากจึงไม่เกิดความเสียหายครับ แต่ถ้าต่างกันมากๆ เช่น 100 รอบไปขนานกับ 200 รอบ อะไรทำนองนี้ อาจจะเกิดเสียหายได้ครับ :)
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: prasan ที่ 23 พฤษภาคม, 2010, 05:13:10 pm
อ้างถึง
อ้างถึง
ขอถามต่ออีกหน่อย พอดีมันพาดพิงไปถึงเรื่อง opt ครับ

ถ้าใช้ทฤษฎีเดียวกัน เราพัน primay เป็นหลายเส้นขนานกันก็ได้ค่า L ค่าเดียวกับพันเส้นเดียว ที่จำนวนรอบเท่ากันใช่ไหมครับ
ถ้าเป็น opt นี่พัน primary แบบ สองเส้นขนานกัน เมื่อเทียบกับเส้นเดียวจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ

กรณีเปรียบเทียบลักษณะนี้ผมจะคิดแบบที่ตอบในข้อ 2 คือ พื้นที่หน้าตัดลวดแบบ Single Wire และ Bifilar ควรจะเท่ากัน แบบนี้ก็ได้ Inductance และ DCR เท่ากัน แต่ Bifilar จะได้พื้นที่ผิวลวดมากกว่า Single Wire ครับ จริงๆ แล้วถ้าคิดความหนาของฉนวนเคลือบลวดด้วย Bifilar จะเสียเปรียบ Single Wire ในแง่ของการกินพื้นที่เพราะต้องคิดความหนาฉนวน 2 ครั้งครับ แต่ผมตัดประเด็นนี้ออกไปครับ

ตามมาตรฐานลวด AWG แล้ว เบอร์ลวดที่เล็กลง 6 เบอร์จะมีพื้นที่หน้าตัด 1/2 ของเบอร์ใหญ่ครับ ใครใช้ AWG พัน Sec ของ OPT อยู่ ลอง Bifilar ด้วยลวดที่เล็กลง 6 เบอร์ แล้วมาเทียบกับแบบ Single Wire ดูสิครับ  หลังๆ ถ้าไม่ลำบากจนเกินไป ผมมักจะ Bifilar ครับ  :secret

 O0
ผมมีความเห็นว่าการพันลวดสำหรับ OPT แบบ Bifilar ควรทำที่ขด sec มากกว่าที่จะเป็นที่ขด prim เนื่องจากการที่ได้พื้นที่ผิวลวดที่ขด sec มากขึ้นย่อมทำให้มีโอกาสในการเหนี่ยวนำได้ดีขึ้น สัญญาณจาก prim จะถูกถ่ายทอดไปยังขด sec มากขึ้น ให้ลองคิดถึงว่าถ้าเราสมมติให้ขด prim เป็นผู้ยิงธนู (ลูกธนู = เส้นแรงแม่เหล็ก) ส่วนพื้นที่ผิวของขด sec เปรียบเหมือนผืนผ้ารับลูกธนู ผืนผ้าที่กว้างกว่าย่อมรับลูกธนูได้ดีกว่าผืนผ้าที่แคบ  Y]

เอ.. แล้วถ้าทำ Bifilar ที่ขด prim ด้วยล่ะจะเปรียบเหมือนมีผู้ยิงธนูหลายคนกว่า single wire หรือเปล่านะ  ;D

ผมก็ยังคิดว่าเรานำผลจากการเหนี่ยวนำซึ่งเกิดที่ขด sec ไปใช้งาน (ต่อเข้ากับลำโพงในกรณี OPT หรือต่อเข้ากับภาคต่อไปในกรณี Interstage) การทำให้ขด sec มีประสิทธิภาพในการรับที่ดีขึ้นน่าจะได้ประโยชน์มากกว่า ส่วนลูกธนูทั้งหมดหรือเส้นแรงแม่เหล็กทั้งหมด (Flux linkage) ที่เกิดขึ้นที่ขด prim ผมคิดว่ายังมีค่าเท่ากันอยู่ครับ   :)
หัวข้อ: text
เริ่มหัวข้อโดย: Eak-tubeamp ที่ 23 พฤษภาคม, 2010, 07:11:08 pm
ขอบคุณครับ  O0
save กระทู้นี้ไว้ก่อน เดี๋ยวนานไปหาไม่เจอ 
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 23 พฤษภาคม, 2010, 08:25:44 pm
ได้ความรู้ที่น่าสนใจมากขึ้นจริงๆ ครับ  แต่เอ เมื่อไรผมจะมีปัญญาพันเองเสียทีนะ  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: prasan ที่ 23 พฤษภาคม, 2010, 08:38:42 pm
ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้ว ขอบคุณทุกท่านครับ
แต่ เอ เกิดความคิดพิเรนทร์อีกแล้ว  ถามเพื่ออยากรู้นะครับ ไม่ได้กวน  ถ้าเกิดพันแบบไบฟิลล่า แล้วรอบไม่เท่ากันนี่ จะเกิดอะไรขึ้นครับ

แต่ละขดลวดจะสร้างแรงดันต่างกัน ถ้าเป็น Secondary มันก็จะ Load กันเองครับ ผมคิดว่าการพัน Bifilar โดยทั่วๆ ไปไม่สามารถควบคุมให้รอบเท่ากันเป๊ะได้อยู่แล้วครับ ยังไงเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้น แต่มันน้อยมากจึงไม่เกิดความเสียหายครับ แต่ถ้าต่างกันมากๆ เช่น 100 รอบไปขนานกับ 200 รอบ อะไรทำนองนี้ อาจจะเกิดเสียหายได้ครับ :)

ใช่ครับ ลองสมมติว่า ถ้าการพัน 1 รอบจะได้แรงดันที่เกิดจากการเหนี่ยวนำ 1 V ดังนั้นรอบต่างกันเยอะแรงดันที่เกิดจากแต่ละขดของ Bifilar ก็จะต่างกันมากด้วย ตามหลักการแล้วถ้าเรานำแรงดันหรือแบตเตอรี่ที่แรงดันต่างกันมาต่อขนานกัน ตัวที่แรงดันมากกว่าจะจ่ายกระแสไปให้อีกตัวที่แรงดันต่ำกว่า เราเรียกกันว่าเกิดกระแสไหลวนในแหล่งจ่ายที่แรงดันต่างกันแล้วนำมาต่อขนานกันครับ การเกิดกระแสไหลวนเป็นการสูญเสียแทนที่จะนำไปใช้งานได้

จริงๆแล้วไม่ใช่ว่าแรงดันเท่ากันอย่างเดียวก็นำมาต่อขนานกันได้โดยไม่มีปัญหานะครับ ความต้านทานภายในของแหล่งจ่ายแรงดันต้องเท่ากันด้วย ถ้าเป็นขดลวดก็ต้องมีค่า DCR เท่ากัน ได้พูดถึงแบตเตอรี่ก็อยากจะบอกว่าเราจะเอาแบตเตอรี่มาขนานกันต้องเป็นยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน ผ่านการใช้มานานเท่าๆ กัน ถึงแม้ว่าเราจะชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มวัดแรงดันได้เท่ากันแล้วแต่ความต้านทานภายในของแบตเตอรี่อาจไม่เท่ากันครับ  :)
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 23 พฤษภาคม, 2010, 08:43:11 pm
ขอบคุณมากครับคุณ prasan  ยังงี้ถ้าพันแบบ bifilar ก่อนที่จะนำไปต่อขนานกันก็ควรทดสอบด้วยการป้อนไฟไม่สูงมากนักเข้าที่ primary แล้ววัดไฟที่ secondary ของทั้งสองขดให้ได้ใกล้เคียงกันก่อนจะเชี่อมเข้าด้วยกัน ก็จะไม่ทำให้เกิดการสูญเสียใช่ไหมครับ
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Eak-tubeamp ที่ 23 พฤษภาคม, 2010, 09:04:42 pm
ขอบคุณมากครับคุณ prasan  ยังงี้ถ้าพันแบบ bifilar ก่อนที่จะนำไปต่อขนานกันก็ควรทดสอบด้วยการป้อนไฟไม่สูงมากนักเข้าที่ primary แล้ววัดไฟที่ secondary ของทั้งสองขดให้ได้ใกล้เคียงกันก่อนจะเชี่อมเข้าด้วยกัน ก็จะไม่ทำให้เกิดการสูญเสียใช่ไหมครับ
DCR ดูก็น่าจะพอทราบความเป็นได้ ในสมมติฐานของคุณ gai ได้นะ ไม่รู้ถูกหรือเปล่า  :kicking
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: prasan ที่ 23 พฤษภาคม, 2010, 09:54:47 pm
ขอบคุณมากครับคุณ prasan  ยังงี้ถ้าพันแบบ bifilar ก่อนที่จะนำไปต่อขนานกันก็ควรทดสอบด้วยการป้อนไฟไม่สูงมากนักเข้าที่ primary แล้ววัดไฟที่ secondary ของทั้งสองขดให้ได้ใกล้เคียงกันก่อนจะเชี่อมเข้าด้วยกัน ก็จะไม่ทำให้เกิดการสูญเสียใช่ไหมครับ

การพัน bifilar ปกติก็พันสองเส้นไปพร้อมๆ กันอยู่แล้ว (สองเส้นชิดกัน พันไปพร้อมๆ กัน) ผมเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทดสอบตามที่คุณ gai สงสัยครับ  :)
หัวข้อ: Re: ถามเรื่องโช๊ค(L) ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 23 พฤษภาคม, 2010, 09:59:13 pm
ครับ ขอบคุณมากครับ