HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: sapa2008 ที่ 10 มิถุนายน, 2010, 01:50:57 pm
-
input filter ลำโพงซับวูฟเฟ่อ ใช้ opamp
ผมลอกมาจากที่อ่านในหนังสืออิเลคทรอนิคส์ครับ ตามรูปเลยครับ
ขอคำแนะนำครับว่าใช้input R และ L มารวมกันได้อย่างนี้ไหมครับ
อัตราขายควรเป็นเท่าไรดีครับ inputจะมาจากเครื่องเล่นCDครับ
ความถี่cutoff ควรจะมีค่าเท่าไร และค่าR C ต่างๆควรมีค่าเท่าไดครับ
C input ควรจะทีค่าเท่าใดครับ และมันจะไปกระทบค่าความถี่คัตออฟไหมครับ
-
ถ้าจะเอาเป็น filter กรองแต่ความถี่ต่ำผ่านต้องปรับวงจรเป็น low pass filter ครับ ในรูปเป็น high pass filter ต้องต่อ Rf ของ input ลง ground ไปด้วยถึงจะถูกต้องไม่งั้นมันไม่ทำงานครับ ตรง output ก็ควรต่อ series resistor ก่อนเอาปลายมารวมกันด้วย กันไม่ให้ opamp มันขับกันเองครับ
เรื่อง low pass filter ผมไม่ค่อยได้ใช้ แนะนำให้ไปลองหาอ่านจากหนังสือ opamp ดูครับ ถ้าหาไม่ได้ผมอาจจะลองคุยกับพี่ตู่ ฝากไว้ให้ที่มุม download ครับ ;)
ถ้าเป็นผมออกแบบผมจะทำแบบนี้ครับ inv buffer L/R > series resistor > inv sum / filter > output :)
สัญญาณ จากเครื่องเล่น cd น่าจะแรงพออยู่แล้วใช้ gain = 1 (Ri = Rf) ก็พอครับ Y]
-
มาแอบเรียน อิอิ :) O0
-
-สัญญาณ L,R จับรวมกันโดยตรงไม่ได้ครับ ต้องต่อเข้าวงจร summing amp ก่อน (ก็วงจรออปแอมป์ชนิด Inverting นั่นแหละ)
-อัตราขยายใช้ 10 เท่าก็พอ แต่ต้องต่อโวลลุ่มไว้ด้วย เพราะเวลาใช้งานจริงต้องปรับความดังให้มันสมดุลย์กับลำโพงหลัก
-ความถี่คัทออฟควรเลือกอยู่แถวๆ 150 Hz น่าจะกำลังดี
-ค่า C input ตามรูปที่คุณโพสท์ไว้ จะขึ้นอยู่กับ Ri (ที่ต้องต่อเพิ่มเข้ามา จากขา Non-inv ลงกราวด์) แล้วก็ใช้สูตรหา Foh ที่คุณเขียนไว้นั่นแหละ กลับสมการเอาหน่อยก็ใช้ได้แล้วครับ ส่วนความถี่ต่ำสุดก็เลือกแถวๆ 10 Hz ก็ได้
-
มาลงชื่อเรียนไว้ก่อนคับ
-
ถ้าจะเอาเป็น filter กรองแต่ความถี่ต่ำผ่านต้องปรับวงจรเป็น low pass filter ครับ ในรูปเป็น high pass filter ต้องต่อ Rf ของ input ลง ground ไปด้วยถึงจะถูกต้องไม่งั้นมันไม่ทำงานครับ ตรง output ก็ควรต่อ series resistor ก่อนเอาปลายมารวมกันด้วย กันไม่ให้ opamp มันขับกันเองครับ
เรื่อง low pass filter ผมไม่ค่อยได้ใช้ แนะนำให้ไปลองหาอ่านจากหนังสือ opamp ดูครับ ถ้าหาไม่ได้ผมอาจจะลองคุยกับพี่ตู่ ฝากไว้ให้ที่มุม download ครับ ;)
ถ้าเป็นผมออกแบบผมจะทำแบบนี้ครับ inv buffer L/R > series resistor > inv sum / filter > output :)
สัญญาณ จากเครื่องเล่น cd น่าจะแรงพออยู่แล้วใช้ gain = 1 (Ri = Rf) ก็พอครับ Y]
-สัญญาณ L,R จับรวมกันโดยตรงไม่ได้ครับ ต้องต่อเข้าวงจร summing amp ก่อน (ก็วงจรออปแอมป์ชนิด Inverting นั่นแหละ)
-อัตราขยายใช้ 10 เท่าก็พอ แต่ต้องต่อโวลลุ่มไว้ด้วย เพราะเวลาใช้งานจริงต้องปรับความดังให้มันสมดุลย์กับลำโพงหลัก
-ความถี่คัทออฟควรเลือกอยู่แถวๆ 150 Hz น่าจะกำลังดี
-ค่า C input ตามรูปที่คุณโพสท์ไว้ จะขึ้นอยู่กับ Ri (ที่ต้องต่อเพิ่มเข้ามา จากขา Non-inv ลงกราวด์) แล้วก็ใช้สูตรหา Foh ที่คุณเขียนไว้นั่นแหละ กลับสมการเอาหน่อยก็ใช้ได้แล้วครับ ส่วนความถี่ต่ำสุดก็เลือกแถวๆ 10 Hz ก็ได้
มาดูระดับเทพแบ่งปันความรู้ครับ
c) c) c) c) c) c)
-
มาเก็บความรู้ครับ ต้องใช้ทำในโปรเจคพอดีเลย ว่าแต่ตามรูปนี่เป็น Filter แบบ Active ใช่ไหมครับ
-
ใช่ครับ เป็น active filter แบบนึง แต่วงจรในรูปไม่น่าจะทำงานได้ เหตุผลก็อย่างที่บอกไป :)
ถ้าไปดูในหนังสือการใช้งาน opamp จะเห็นว่ามี active filter อีกหลายรูปแบบ ก็ลองเลือกให้เหมาะสมกับงานดูครับ ;)
-
ปวดหัวจัง เรียนไม่รู้เรื่อง......ไปหาหญิงดีกว่า... 2f 2f
-
หาหญิง K)
ปายโด๊ยยยย.... c) ;D
-
ผมมีของ microlab ได้มั่ยครับ ตัดที่ 100hz ลองซิมorcad ดูแล้ว ใช้ได้
-
ผมมีของ microlab ได้มั่ยครับ ตัดที่ 100hz ลองซิมorcad ดูแล้ว ใช้ได้
ใช้โปรแกรมซิมูเลตก็ง่ายดีครับ กำหนดค่าอินพุตอิมพีแดนซ์ไว้ประมาณสัก 50k เพื่อป้องกันไม่ให้ไปโหลดภาคขับก่อนหน้านี้ หรือถ้าจะให้ดีใส่วงจรบัฟเฟอร์ไว้ข้างหน้าจะแจ่มมาก
-
ผมมีของ microlab ได้มั่ยครับ ตัดที่ 100hz ลองซิมorcad ดูแล้ว ใช้ได้
เอามาลงกันเลยครับ จะได้เริ่มกันชักที อิอิ
-
มาลองออกแบบ+คำนวณแบบพื้นฐานกันดู
1.เริ่มที่วงจร Summing amp รวมสัญญาณ L และ R เข้าด้วยกัน
-กำหนดให้วงจรรวมสัญญาณมี Input impedance ที่ 50k (ค่า 50k สูงพอที่จะไม่ไปโหลดแหล่งจ่ายสัญญาณ)
ดังนั้นจะได้ค่า R1=R2=50k
-กำหนดเกนฑ์การขยาย (A) = 1 (จุดนี้ไม่ควรขยายสัญญาณ เพื่อป้องกันปัญหา Over drive ในภาคถัดไป)
หาค่า Rf=A*R1 (หรือ Rf=A*R2) จะได้เป็น 1*50k = 50k
-
2.วงจร Low pass filter (LPF) แบบ Butter worth 2nd order (12dB/Octave) ที่เลือกแบบ Butter worth เพราะจุด Roll off มันจะราบเรียบกว่าแบบอื่น
-กำหนดความถี่ Cut off ที่ 150Hz
-กำหนด R1=R2 = 10k
-หาค่า C1=1.414/(2*pi*f*R) =1.414/(2*3.14*150Hz*10k) = 0.15uF
-หาค่า C2=0.707/(2*pi*f*R) =0.707/(2*3.14*150Hz*10k) = 0.075uF
-
3.ภาคเอาต์พุต ใช้วงจร Non-inv
-กำหนดอินพุตอิมพีแดนซ์ = 50k ดังนั้น R3 = 50k
-กำหนดเกนฑ์ขยาย (A) = 10 เท่า
R2 = R3 = 50k
R1 = R2/(A-1) = 50k/(10-1) = 5.6k
-ใส่ Volume ค่า 50k ไว้ที่อินพุต เพื่อปรับระดับสัญญาณให้เหมาะสม
-ระว่าง Stage ควรใส่ C-coupling ไว้ด้วย เพื่อป้องกันไฟ DC ไปรบกวนการทำงานของภาคถัดไป ส่วนการคำนวณสามารถดูจากสูตร ที่ท่านเจ้าของกระทู้โพสท์ไว้ด้านบนสุดครับ
-
อย่างนี้ล่ะครับ มาม่าสำเร็จรูป
-
อย่างนี้ล่ะครับ มาม่าสำเร็จรูป
จะให้มาม่า ไวไว ต้องใส่ค่าคำนวนเสร็จแล้วมาด้วยเรยคับ อิอิอิ ;D ;D ;D