HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: ดาวเหนือ ที่ 07 สิงหาคม, 2010, 11:03:30 am
-
ปรี B1 เร่ง Volume นิดเดียว...เสียงดังมากไป(เร่งไม่เกิน 8 โมง) จะแก้ไขอย่างไรครับ
ตอนนี้ใช้ Volume ค่า 25K ควรหา Volume 10K หรือ 50K มาใช้ครับ
-
Volume แบบ A หรือ B ครับ
-
Volume แบบ A หรือ B ครับ
ผมคิดเรื่องนี้เหมื่อนกันครับ แต่ยังไม่ได้รื้อออกมาดูครับ
-
ผมชอบใช้แบบ A มากกว่าอ่ะครับ (แล้วมาบอกทำไม :shutup)
-
ปรี B1 เร่ง Volume นิดเดียว...เสียงดังมากไป(เร่งไม่เกิน 8 โมง) จะแก้ไขอย่างไรครับ
ตอนนี้ใช้ Volume ค่า 25K ควรหา Volume 10K หรือ 50K มาใช้ครับ
ใช้ค่ามากกว่าเดิมครับ ถ้าเดิมเป็น 20 ก็เปลี่ยเป็น 50 หายแน่นอนครับ น้าดาว :secret :secret
-
ผมเข้าใจว่าว่าน่าจะลองเปลี่ยนค่าที่น้อยลงนะครับ เช่น 5k ของ PEC ที่มีอยู่แล้ว
-
จริงๆแล้วค่ามากหรือน้อยน่าจะใหความดังที่เท่ากันครับ เพราะยังไงาออกมันก็ให้เท่ากับ voltage divider อยู่ดี แต่ถ้าเป็น แบบ A หรือ B ถึงจะมีผล แต่ถ้าเอาง่ายก็ต่อ R ซีรี่ย์เข้าไปก่อนสัญญาณจะเข้าโวลลุ่มครับ จะลดความดังลงได้เยอะ แต่เร่งสุดก็จะดังน้อยกว่าของเดิมนะครับ
-
ผมมองที่ action ของตัว โวลุ่มนะครับ
ตัว 25k 1 รอบ ก็จะมีความต้านทานลงกราวน์ ที่ 25 K
ส่วน 5K 1 รอบ ก็จะมีความต้านทานลงกราวนื ที่ 5K
ดังนั้นที่ตำแหน่งโวลุ่มที่เท่ากัน ก็จะมี ความต้านทานลงกราวน์ไม่เท่ากัน ซึ่งตัว 5K จะน้อยกว่า จึงควรจะทำให้สัณญานลงกราวน์มากกว่าครับ
หรือว่าเพื่อนมีความเห็นอื่นก็ลองนำเสนอเพื่อความเข้าใจของเพื่อนๆด้วย ของผมอาจจะผิดก็ได้ครับ
-
ปรี B1 เร่ง Volume นิดเดียว...เสียงดังมากไป(เร่งไม่เกิน 8 โมง) จะแก้ไขอย่างไรครับ
ตอนนี้ใช้ Volume ค่า 25K ควรหา Volume 10K หรือ 50K มาใช้ครับ
ไม่ลองต่อโวลลุ่มที่ output ดูครับ แบบปรับลงกราวด์ สัญญาณเสียงจะไม่ผ่านโวลลุ่มครับ
-
ผมมองที่ action ของตัว โวลุ่มนะครับ
ตัว 25k 1 รอบ ก็จะมีความต้านทานลงกราวน์ ที่ 25 K
ส่วน 5K 1 รอบ ก็จะมีความต้านทานลงกราวนื ที่ 5K
ดังนั้นที่ตำแหน่งโวลุ่มที่เท่ากัน ก็จะมี ความต้านทานลงกราวน์ไม่เท่ากัน ซึ่งตัว 5K จะน้อยกว่า จึงควรจะทำให้สัณญานลงกราวน์มากกว่าครับ
หรือว่าเพื่อนมีความเห็นอื่นก็ลองนำเสนอเพื่อความเข้าใจของเพื่อนๆด้วย ของผมอาจจะผิดก็ได้ครับ
ผมเห็นด้วยครับ เพราะผมเคยลองมาแล้ว หา 100K ไม่ได้ เลยใช้ 50K แทน เล่งนิดเดียวดังลั่น ต้องหาค่าเดียวกันมาแทนครับ O0
-
ผมมองที่ action ของตัว โวลุ่มนะครับ
ตัว 25k 1 รอบ ก็จะมีความต้านทานลงกราวน์ ที่ 25 K
ส่วน 5K 1 รอบ ก็จะมีความต้านทานลงกราวนื ที่ 5K
ดังนั้นที่ตำแหน่งโวลุ่มที่เท่ากัน ก็จะมี ความต้านทานลงกราวน์ไม่เท่ากัน ซึ่งตัว 5K จะน้อยกว่า จึงควรจะทำให้สัณญานลงกราวน์มากกว่าครับ
หรือว่าเพื่อนมีความเห็นอื่นก็ลองนำเสนอเพื่อความเข้าใจของเพื่อนๆด้วย ของผมอาจจะผิดก็ได้ครับ
ผมเห็นด้วยครับ เพราะผมเคยลองมาแล้ว หา 100K ไม่ได้ เลยใช้ 50K แทน เล่งนิดเดียวดังลั่น ต้องหาค่าเดียวกันมาแทนครับ O0
คือถ้า source มีความสามารถในการขับกระแสพอ คือมี impedance ต่ำกว่าโวลลุ่มมากๆ ไม่ว่าจะใช้โวลลุ่มเท่าไร แรงดันตรงขาออกของโวลลุ่มจะเท่ากันที่ระยะการบิดเท่าๆกันครับ
แต่ในกรณีที่ source มันห่วย คือมีกระแสขับไม่พอ เช่น source ขับโหลดได้ที่ 10K เอาโวลลุ่ม 5K ใส่เสียงจะเบาลงครับ แต่ก็จะตามมาด้วยความเพี้ยนเพราะ source มันขับไม่ไหวนั่นเอง ซึ่งถ้า impedance ของ source ที่ 10K ถ้าเราใส่โวลลุ่ม 20K กับ 100K มันจะต้องดังเท่ากันครับ
แต่อีกอย่างที่มีผลคือ input impedance ของแอมป์ ถ้ามันต่ำกว่าค่าของตัวโวลลุ่มก็จะทำให้เกิดความไม่ลีเนียร์ของการบิดโวลลุ่มได้ครับและน่าจะทำให้ความเพี้ยนเพิ่มขึ้นด้วยครับ
อันนี้ภาพซิมให้ดูว่าถ้า source ขับโหลดไหว ไม่ว่าจะใส่โวลลุ่ม 5K หรือ 100K ก็จะให้แรงดันเมื่อบิด 50% เท่าๆกันครับ
-
ผมเห็นด้วยครับ เพราะผมเคยลองมาแล้ว หา 100K ไม่ได้ เลยใช้ 50K แทน เล่งนิดเดียวดังลั่น ต้องหาค่าเดียวกันมาแทนครับ O0
ส่วนรูปนี้เป็นกรณีของคุณ ramba ครับ ที่บอกว่าต้องหาโวลลุ่มค่าสูงมาใส่ เพราะอินพุทอิมพีแดนซ์ของแอมป์ต่ำกว่าโวลลุ่มนั่นเอง ซึ่งถ้าจะใช้โวลลุ่มค่าสูงมาเป็นตัวลดความดังก็สามารถทำได้ครับ โดยจะเหมือนกับวิธีเอา R ต่อ series ก่อนเข้าโวลลุ่ม มีข้อดีที่เมื่อเร่งสุดแล้วจะยังได้ความดังเต็มที่เหมือนเดิม แต่มีข้อเสียที่ว่าโดยปรกติแล้วคุณภาพของตัวโวลลุ่มยังไงก็สู้ R ไม่ได้ครับ ถ้าเราใช้โวลลุ่มค่าต่ำแล้วเอา R ดีๆใส่คั่นข้างหน้าจะได้เสียงที่ดีกว่า และข้อเสียอีกข้อคือเสียงตามระยะทางการบิดจะไม่ลีเนียร์ครับแต่จะเป็นแบบ log ครับ
-
Volume แบบ A หรือ B ครับ
ผมคิดเรื่องนี้เหมื่อนกันครับ แต่ยังไม่ได้รื้อออกมาดูครับ
ถ้าเร่งนิดเดียวเสียงดังมากน่าจะเป็นแบบ B
ถ้าเป็นแบบ A จะค่อย ๆ ขึ้นครับ
-
ขอบคุณมากครับ