HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: lovely ที่ 04 กันยายน, 2010, 01:09:21 pm
-
ส่วนใหญ่เครื่องที่มีปัญหาจะบอกให้เปลี่ยนซี แต่ทำไมR ไม่เสียบ้างเหรอครับ
-
เพราะ C ในการผลิตจะใช้สารละลายทางเคมีประเภทหนึ่ง เรียกว่า อิเลคโทรไลท์ติค
ซึ่งสารชนิดนี้จะเสื่อมสภาพตามระยะเวลา และแผ่นฟรอยที่มาใช้ทำค่าความจุและแผ่นฉนวนกั้น
ก็จะเสื่อมเช่นกัน ทำให้แรงดันไฟฟ้าเจาะทะลุถึงกันได้ แต่สำหรับตัวต้านทานผลิดขึ้นโดยกรรมวิธีอื่น
และส่วนประกอบก็เป็น วัสดุที่มีค่าคงตัวสูง มีหลากหลายชนิดครับ อายุการใช้งานเป็นอนันต์ :secret
-
ในวงจรแอมป์ขยาย R จะไม่ค่อยมีปัญหาเท่ากับ C โดยเฉพาะพวกอิเลคโทรไลท ์เกิดปัญหาบ่อยสุดครับ
-
ส่วนใหญ่เครื่องที่มีปัญหาจะบอกให้เปลี่ยนซี แต่ทำไมR ไม่เสียบ้างเหรอครับ
ก็เเล้วเเต่สาเหตุครับ ถ้าพวก C Filter หรือ decoupling มันชอร์ต พวก R ที่ต่อ shunt ไว้ที่ภาคจ่ายไฟก็ขาดได้ครับ :)
แต่คำถามส่วนใหญ่ที่ผมเห็น ส่วนมากมันจาก cap.ครับ
-
ส่วนใหญ่เครื่องที่มีปัญหาจะบอกให้เปลี่ยนซี แต่ทำไมR ไม่เสียบ้างเหรอครับ
ก็เเล้วเเต่สาเหตุครับ ถ้าพวก C Filter หรือ decoupling มันชอร์ต พวก R ที่ต่อ shunt ไว้ที่ภาคจ่ายไฟก็ขาดได้ครับ :)
แต่คำถามส่วนใหญ่ที่ผมเห็น ส่วนมากมันจาก cap.ครับ
พอคาปาซิเตอร์ เสีย ก็พลอยทำให้ ได้โอด หรือหลอดเรียงกระแส เสียตาม หรืออาจจะมี ตัวต้านทาน หรือลามไปถึงอุปกรณ์แอ็คทีพ เสียหายในที่สุด
-
ถ้าผมบอกว่า R มันชอร์ต จะมีใครฮากับผมไหมเนี่ย...55 ;D :yucky
-
งั้นขอถามต่อครับ ถ้าRเสียจะมีอาการอย่าไรครับ เชคได้อย่างไร
-
งั้นขอถามต่อครับ ถ้าRเสียจะมีอาการอย่าไรครับ เชคได้อย่างไร
เริ่มจาก ร้อนจัด (แค่อุ่นๆไม่เป็นไร) ไปที่เริ่มเหลือง มีควัน มีกลิ่นเหม็นไหม้ อาจจะตามด้วยไฟลุก
เช็คได้ด้วยมือและตาครับ และอีกอย่าง วัดดูครับ ถ้าค่าไม่ใกล้เคียงกับแถบสีที่ตัวอาร์ มากเกินไปก็ถือว่าเสียก็ได้ครับ
แต่ถ้าถามว่าใช้อะไรวัดอีก ผมแนะนำว่า ควรหาขอ้มูล หรือหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ เบื้องต้นมาอ่านก่อนดีกว่าครับ เรื่องมันยาวครับ
เล่นกับไฟฟ้า มันอันตราย เดี๋ยวตายฟรี ต้องรู้จักมันบ้าง พอสมควรครับ ขอให้สนุกกับการ DIY ครับ
-
ถ้าทางด้านเสียง เปลี่ยน C จะเห็นผลกว่ามั๊กๆ K) K) K)