HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: arkom_art ที่ 08 ตุลาคม, 2010, 08:42:19 am
-
อยากทราบว่า การใช้ C เรียงกระแส เกี่ยวกับการ Rectifier แบบหลอด และแบบไดโอด
1. ค่ามากสุดและค่าน้อยสุดที่ค่าเท่าไรที่ใช้ได้ อย่างเหมาะสม
2. การเรียงลำดับการต่อ C แบบ Oil และแบบมีขั้ว อย่างไหนต้องต่อก่อนหลัง
-
อยากทราบว่า การใช้ C เรียงกระแส เกี่ยวกับการ Rectifier แบบหลอด และแบบไดโอด
1. ค่ามากสุดและค่าน้อยสุดที่ค่าเท่าไรที่ใช้ได้ อย่างเหมาะสม
2. การเรียงลำดับการต่อ C แบบ Oil และแบบมีขั้ว อย่างไหนต้องต่อก่อนหลัง
การใช้ C ตัวแรก หากใช้หลอดเรคติไฟร์ ต้องดู datasheet ของหลอดครับ ว่า ใช้ค่าได้ไม่เกินเท่าไหร่
ส่วน C oil ใช้ในเสตจแรกของภาคจ่ายไฟครับ
-
จารย์ครับ ส่วน C oil ใช้ในเสตจแรกของภาคจ่ายไฟครับ ไม่ว่าเร็กด้วยหลอดหรือไดโอด ก็ให้อยู่สเต็จแรกใช่ไหมครับ
-
จารย์ครับ ส่วน C oil ใช้ในเสตจแรกของภาคจ่ายไฟครับ ไม่ว่าเร็กด้วยหลอดหรือไดโอด ก็ให้อยู่สเต็จแรกใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
-
ในกรณีเราใช้ไดโอดแบบบริดก์ C ที่เราใช้ ค่า 100uF = 2 ตัว กับ 220uF = 2 ตัว(กรณีต่อโดยยังไม่มี R หรือ โช๊ค คั่น) ระหว่าง C สองค่านั้น ให้เสียงที่ต่างกันหรือป่าวครับ
-
ในกรณีเราใช้ไดโอดแบบบริดก์ C ที่เราใช้ ค่า 100uF = 2 ตัว กับ 220uF = 2 ตัว(กรณีต่อโดยยังไม่มี R หรือ โช๊ค คั่น) ระหว่าง C สองค่านั้น ให้เสียงที่ต่างกันหรือป่าวครับ
ขอแย่งอาจารย์ตอบหน่อยนะครับ ;D ;D ;D ;D
ตามความเห็นผมนะครับ การขนานกันจะช่วนลดค่า ESR ลงไปครับ ซึ่งทำให้ช่วงการตอบสนองทางเวลาในชั่วขณะดีขึ้นนะครับ แต่ในเรื่องเสียงมีผลขนาดไหนผมก็ไม่เคยลองจังๆเหมือนกันครับ
-
ในกรณีเราใช้ไดโอดแบบบริดก์ C ที่เราใช้ ค่า 100uF = 2 ตัว กับ 220uF = 2 ตัว(กรณีต่อโดยยังไม่มี R หรือ โช๊ค คั่น) ระหว่าง C สองค่านั้น ให้เสียงที่ต่างกันหรือป่าวครับ
ตัวที่ต่อจาก โช็๊ค ถ้าขนานกันแล้วประมาณ 4 ร้อยกว่ๆ Uf ก็ได้
-
หมายความว่า C กรองไฟที่ผ่านไดโอด ค่ามากมาก ไม่มีผลกับแอมป์หลอดใช่ป่าวครับ หมายถึงการทำให้หลอดเสียหรือเสียงยืดยาน
-
หมายความว่า C กรองไฟที่ผ่านไดโอด ค่ามากมาก ไม่มีผลกับแอมป์หลอดใช่ป่าวครับ หมายถึงการทำให้หลอดเสียหรือเสียงยืดยาน
ครับ
-
ขอบคุณทุกท่านครับ ที่ช่วยตอบคำถาม
-
หมายความว่า C กรองไฟที่ผ่านไดโอด ค่ามากมาก ไม่มีผลกับแอมป์หลอดใช่ป่าวครับ หมายถึงการทำให้หลอดเสียหรือเสียงยืดยาน
:drive1 :drive1
ใน ส่วนตัวของ ผม เอง สำหรับ ภาคจ่ายไฟที่ใช้ไดโอด หากใช้ ซีค่า มาก ๆ แน่นอน คุณจะไม่ได้ยินเสียงฮัม เล้ดลอดออกมา
ในขณะเดียวกัน ได้อย่างก็เสียอย่างครับ คือความเป็น ธรรมชาติ ของเสียงมัน ก็ต้องเปลี่ยนไป คือ คุณ จะไม่ได้ยินเสียงอะไร หลาย ๆ เสียงที่ควรจะได้ยิน
ผม เพิ่งจะ โมฯ เครืีอง แอมป์ มาเครื่องนึง เขาก็ใช้ ซี 330+330 uF แต่เสียงที่ได้มัน เงียบ เบสสะใจ แต่ ขาดความรุ้สึกของหลอด มันเหมือน เสียงมอทเฟท
แข็ง หนัก แต่ ไม่ มีเนื้อ เสียงแหลมก็ ไม่มีพริ้วไหว ไม่มีความฉ่ำ หวานของเนื้อเสียง
ผมก็ เลย จัดการกะ ภาคจ่ายไฟ ก่อน ซึ่งการทำแอมป์ หลอดนั้น มีความสำคัญ หมดทุกภาคครับ ภาคจ่ายไฟ ก็มี เทคนิค ของมัน ภาควงจร ก็มีเทคนิคของมัน
แต่ถ้าจะทำให้ดัง ก่อนแล้ว ค่อยว่ากัน ก็ อีกเรื่องนึง :whistling :giveup
-
เป็นอีกความรู้หนึ่งครับ สงสัยต้องลอง
-
เทคนิคมาอีกแล้วครับ เก็บใส่กระเป๋าตามเคย O0 d_d
-
ผมก็เก็บจากเวปนี้จนล้มย่ามแล้วครับ แต่เรื่องปฏิบัติ ยังจดจดจ้องจ้องอยู่ ทุนทรัพย์น้อย เป็นปัญหากับการ DIY ค่อยค่อยสะสมไปเรื่อยเรื่อยครับ
-
หมายความว่า C กรองไฟที่ผ่านไดโอด ค่ามากมาก ไม่มีผลกับแอมป์หลอดใช่ป่าวครับ หมายถึงการทำให้หลอดเสียหรือเสียงยืดยาน
:drive1 :drive1
ใน ส่วนตัวของ ผม เอง สำหรับ ภาคจ่ายไฟที่ใช้ไดโอด หากใช้ ซีค่า มาก ๆ แน่นอน คุณจะไม่ได้ยินเสียงฮัม เล้ดลอดออกมา
ในขณะเดียวกัน ได้อย่างก็เสียอย่างครับ คือความเป็น ธรรมชาติ ของเสียงมัน ก็ต้องเปลี่ยนไป คือ คุณ จะไม่ได้ยินเสียงอะไร หลาย ๆ เสียงที่ควรจะได้ยิน
ผม เพิ่งจะ โมฯ เครืีอง แอมป์ มาเครื่องนึง เขาก็ใช้ ซี 330+330 uF แต่เสียงที่ได้มัน เงียบ เบสสะใจ แต่ ขาดความรุ้สึกของหลอด มันเหมือน เสียงมอทเฟท
แข็ง หนัก แต่ ไม่ มีเนื้อ เสียงแหลมก็ ไม่มีพริ้วไหว ไม่มีความฉ่ำ หวานของเนื้อเสียง
ผมก็ เลย จัดการกะ ภาคจ่ายไฟ ก่อน ซึ่งการทำแอมป์ หลอดนั้น มีความสำคัญ หมดทุกภาคครับ ภาคจ่ายไฟ ก็มี เทคนิค ของมัน ภาควงจร ก็มีเทคนิคของมัน
แต่ถ้าจะทำให้ดัง ก่อนแล้ว ค่อยว่ากัน ก็ อีกเรื่องนึง :whistling :giveup
ผมเห็นด้วยครับว่าการใช้ค่าซีในแต่ละภาคนั้นมีผลต่อเสียงจริงๆ ผมเคยโมปรีหลอดอยู่นาน ก็ทำหลายอย่างเหมือนกันครับลองเปลี่ยนค่าเปลี่ยนยี่ห้อ ลองทำดูหลายๆแบบจนพอจะเข้าใจว่าตรงไหนทำแล้วเสียงเปลี่ยนไปยังไงและใช้ซีค่าไหนยี่ห้ออะไรเสียงเป็นยังไง ผมลองเพิ่มค่าซีในภาคจ่ายไฟหลังจากเร็คกูเลตออกมาแล้วลองเปลี่ยนดูหลายๆค่าพบว่ายิ่งเพิ่มค่ามากขึ้นเท่าไร รู้สึกได้เลยว่าเสียงก็อืดขึ้นตามไปด้วย รู้สึกเหมือนมันเฉือยๆยังไงไม่รู้ครับเหมือนไม่มีพลัง รายละเอียดก็ดูเหมือนจะตกไปเสียงไม่ค่อยเปิด แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับวงจรที่ออกแบบมาด้วยนะครับ