HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: namo ที่ 11 พฤศจิกายน, 2010, 06:07:24 pm
-
ข้อที่1 การใช้หลอดเรตติไฟ ให้เสียงดีกว่า ไดโอดเรคติไฟ มากรึเปล่า สมมุติว่าใช้หลอด ได้คะแนนเต็ม10 เป็นไดโอดจะเหลือเท่าไหร่
ข้อที่2 ถ้าผมจะปรับVOLT ไฟเลี้ยงวงจร ผมต้องใช้VR ประเภทไหนครับ
ขอบคุณครับ
-
ตอบนะครับ
ข้อที่1 การใช้หลอดเรตติไฟ ให้เสียงดีกว่า ไดโอดเรคติไฟ มากรึเปล่า สมมุติว่าใช้หลอด ได้คะแนนเต็ม10 เป็นไดโอดจะเหลือเท่าไหร่ --------> เรื่องหลอดเรคฯ หรือไดโอดเรคฯ นี่สำหรับผมขอตอบแบบนี้นะครับ ประมาณว่าแล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลครับ บางท่านก็ชอบหลอดฯบางท่านก็ชอบไดโอดฯ อันนี้ตอบยากครับ เรื่องให้คะแนนคงไม่ขอออกความเห็นครับ
ข้อที่2 ถ้าผมจะปรับVOLT ไฟเลี้ยงวงจร ผมต้องใช้VR ประเภทไหนครับ------->ต้องใช้ประเภทที่วัตต์สูงครับเพราะถ้าเป็นRที่ดร็อปไฟเลี้ยงวงจรจะเกิดความร้อนที่Rตัวนี้มาก ประมาณP=I^2*R (เป็นปริมาณความร้อนที่เกิดบนตัวต้านทาน) เช่น ถ้ากระแสที่ไหลผ่านplate = 60mA และR = 100โอห์ม จะได้ Power = (0.06A)^2 * 100 = 0.36 W ประมาณนี้ครับ
อื่นๆรอท่านอื่นมาตอบนะครับ
-
ข้อ1 ตามอาจารย์ เอกสิทธิื
ข้อ2 ตามอาจารย์ เอกสิทธิ์ แต่เสริมนิดๆๆ ว่า 0.36watt น่ะใช้วัตต์เดียวก็เหลือๆๆ แต่ความเป้นจริงไม่ใช่นะ เพราะจะมีความร้อนสะสมอยู่มากเลย ใช้ไปแป็บเดียว ไหม้แน่ๆๆ
-
ตอบนะครับ
ข้อที่1 การใช้หลอดเรตติไฟ ให้เสียงดีกว่า ไดโอดเรคติไฟ มากรึเปล่า สมมุติว่าใช้หลอด ได้คะแนนเต็ม10 เป็นไดโอดจะเหลือเท่าไหร่ --------> เรื่องหลอดเรคฯ หรือไดโอดเรคฯ นี่สำหรับผมขอตอบแบบนี้นะครับ ประมาณว่าแล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลครับ บางท่านก็ชอบหลอดฯบางท่านก็ชอบไดโอดฯ อันนี้ตอบยากครับ เรื่องให้คะแนนคงไม่ขอออกความเห็นครับ
ข้อที่2 ถ้าผมจะปรับVOLT ไฟเลี้ยงวงจร ผมต้องใช้VR ประเภทไหนครับ------->ต้องใช้ประเภทที่วัตต์สูงครับเพราะถ้าเป็นRที่ดร็อปไฟเลี้ยงวงจรจะเกิดความร้อนที่Rตัวนี้มาก ประมาณP=I^2*R (เป็นปริมาณความร้อนที่เกิดบนตัวต้านทาน) เช่น ถ้ากระแสที่ไหลผ่านplate = 60mA และR = 100โอห์ม จะได้ Power = (0.06A)^2 * 100 = 0.36 W ประมาณนี้ครับ
อื่นๆรอท่านอื่นมาตอบนะครับ
ข้อที่1 การใช้หลอดเรตติไฟ ให้เสียงดีกว่า ไดโอดเรคติไฟ มากรึเปล่า สมมุติว่าใช้หลอด ได้คะแนนเต็ม10 เป็นไดโอดจะเหลือเท่าไหร่ --------> เรื่องหลอดเรคฯ หรือไดโอดเรคฯ นี่สำหรับผมขอตอบแบบนี้นะครับ ประมาณว่าแล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลครับ บางท่านก็ชอบหลอดฯบางท่านก็ชอบไดโอดฯ อันนี้ตอบยากครับ เรื่องให้คะแนนคงไม่ขอออกความเห็นครับ
ข้อที่2 ถ้าผมจะปรับVOLT ไฟเลี้ยงวงจร ผมต้องใช้VR ประเภทไหนครับ------->ต้องใช้ประเภทที่วัตต์สูงครับเพราะถ้าเป็นRที่ดร็อปไฟเลี้ยงวงจรจะเกิดความร้อนที่Rตัวนี้มาก ประมาณP=I^2*R (เป็นปริมาณความร้อนที่เกิดบนตัวต้านทาน) เช่น ถ้ากระแสที่ไหลผ่านplate = 60mA และR = 100โอห์ม จะได้ Power = (0.06A)^2 * 100 = 0.36 W ประมาณนี้ครับ
อื่นๆรอท่านอื่นมาตอบนะครับ
*แล้วถ้าเปรียบแนวเสียงที่ออกจาก การเรคติไฟ ทั้ง2แบบ แบบไหนให้บุคลิกเสียงแบบไหนครับ
*ในกรณีถ้าเอามาใช้เพื่อหาค่าที่เหมาะสมของแอมป์ที่ต่อ ควรเอาต่อบริเวณไหนของวงจรครับ ถ้าผมเอามาต่อบริเวณ ไฟ+ ขาออกจากdiodเรคติไฟ ได้รึเปล่าครับ
*แล้ว Rปรับ Volt แบบไหนครับที่ทนวัตต์สูงบ้าง
ขอบคุณครับ
-
ขออนุญาต อาจาร์ยเอกครับ ผิดตรงไหนช่วยเสริมด้วยครับ
เท่าที่ผมพอจับประเด็นได้ การที่ใช้หลอด มาแปลงไฟจากกระแสสลับ (AC) เป็นไฟตรง(DC) เสียงร้อง เสียงดนตรีจะอวบ ยานๆ ฟังกับแนวเพลงร้อง ได้ระรื่นหู ได้ความต่อเนื่องของชิ้นดนครี แต่ทั้งนี้จะมีปัจจัยอื่นๆ มาเป็นตัวแปรอีก เช่น หลอด rectify เบอร์เดิม แต่ หลอดต่างยี่ห้อกัน เสียงก็เปลี่ยนไป หรือการใช้ C ตัวแรก ชนิดของ C ก็มีผลต่อเสียง ดังที่เราเสาะหา C oil ใส่เพื่อปรับเสียงได้อีกหนึ่งจุดที่ภาคจ่ายไฟให้เสียงหนาขึ้น ยังมีอีกยาว.....ครับ ลองหาอ่านดูใน กระทู้เก่าๆ ครับ ส่วนไดโอดเสียงดนตรีจะกระฉับกระเฉง กว่าหลอด น้ำเสียงมีพลัง :showoff แต่หลอด จะเสียพลังงาน ที่เรียกว่า ไฟ DC ดรอบ ดังนั้น เพื่อให้ได้ไฟปลายทาง ออกมาเท่ากัน ถ้าใช้หลอดแปลงไฟ หม้อแปลงจึงต้องเผื่อไฟขด AC ให้สูงขึ้น และต้องเพิ่มขดไฟจุดใส้หลอด ดังนั้นขนาดและราคาของหม้อแปลงก็ขยับตามครับ
เรื่อง การจะเอาไฟ ไปใช้ในวงจร ไฟ DCต้องเรียบครับ ไม่งั้นเสียงฮัมจะมากันชุดใหญ่ :nonono ตัวช่วยหลายตัวที่ทำหน้าที่ กรองไฟ เช่น C, โช๊ค หรือ R ที่ใส่กันมาในภาคจ่ายไฟ มีให้เห็นหลายแบบแล้วแต่การออกแบบไฟครับ ผ่านการกรองหลายชั้น ไฟก็เรียบมาก และการผ่าน R จะเกิดความต้านทาน ไฟก็ลดเหลือน้อยลง เอาไปใช้ในจุดที่ต้องการ ที่นี้ก็น่าจะตอบคำถามได้ว่าจะเลือกไฟจากจุดไหนไปใช้กันดี
เรื่อง R แบบปรับ โวลท์ ลองศึกษา กระทู้ เปิดห้องเรียน DIY กันครับ ของ คุณ Audio Boy เรื่อง ของ R อยู่หน้า 2 นะครับ
-
:drive1
เรื่องความแตกต่าง มีเยอะมาก เช่น เสียง อันดับแรก เลย พื้นเสียงไดโอด จะเงียบ ถึงเงียบมาก จนรู้สึก เป็นชิ้นเป็นอัน แต่ ดนตรีชิ้น หลัง ๆมัน ก็จะหายไป
เพราะ ว่าที่มันเงียบ นั่นแหละ มันจึงทำให้ ดนตรีชิ้น หลัง ๆ โดน กด จนหายไป ฟังที่แรก ๆ ก็จะรู้สึกทันทีว่า เสียงสะอาดใจแจ๋ว กรุ้งกริ้งดี
แต่ถ้ามาฟังเปรียบเทียบกันดู ก็จะรู้ ทันทีว่า พื้นหลังดนตรีมันวังเวง เหมือนกะ ไม่มี ใครยืนเล่นดนตรีเลย น่ากลัวเหมือนหนังผี ประมาณนั้น
ประการต่อมา เนื้อเสียง ก็ แตกต่างกันมาก ไดโอด เนื้อเสียงจะไม่ค่อยมี เหมือนกับ คนผอม ๆ จับยังไงก็ เจอแต่กระดูก หาเนื้อหนังมังสา ไม่ค่อยได้
ใครที่บอกว่า ทำหลอดเรคฯ แล้ว เสียงนักดนตรีอืดอาด ผม ไม่ค่อยเชื่อ เท่าไหร่ แต่ ก็เป็นได้ เพราะว่า มันจะเกิดจาก การใส่ซี ในภาคจ่ายไฟ ค่าสูงเกินไปและ ไม่เหมาะสม
และ ที่สำคัญ เอกลักษณ์ ของหลอด บางเบอร์ มันเป็นอย่างนั้น อยุ่แล้ว อันนี้ แก้ไม่ได้ จร้า
สรุปแบบง่าย ๆ ถ้าใช้ ไดโอด ประหยัด ครับ ภาคจ่ายไฟ ใช้ไดโอด 4 ตัว 4 บาท ถ้าใช้ หลอด ต้องมีโช้ค และ ซีออยล์ ใหญ่ และหนัก
ก็ อย่างที่บอก เหมือนคนผอม กะ คนอ้วน นั่นแหละ จ่ายน้อย ก็ได้ผอม ๆ จ่ายมากก็ ได้ มาก อีกหน่อย
ถ้าถาม ความเห็นส่วนตัวแบบฟันธง ทำแอมป์ หลอดต้องใช้ หลอดเรคฯ ครับ จะได้ ไม่ต้อง มาพะวง ตามหลังอีกว่า เสียงมันจะดีกว่าหรือไม่ดีกว่า อีก :headphone
-
อย่างนี้สิครับคนจริง O0 นี่แหละทีต้องการ :whistling