HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: bird ที่ 06 ธันวาคม, 2010, 11:22:34 am
-
:) อยากพัน C Core ทั้ง หม้อแปลงและเอ้าพุท ครับ ไม่ทราบว่าท่านใดมีวิธีการคำนวณและวิธีการพัน ขอความอนุเคราะห์บอกวิธีด้วยครับ :bowdown :bowdown :bowdown ขอบคุณคร๊าบ :please :please :drummer :guitarist :harp :band1 :band1
-
พันแต่ EI c-core ไม่เคยพัน ;D
-
:) อยากศึกษาเอาไว้เป็นความรู้ครับ....เห็นเขาว่ามันให้ผลที่แตกต่าง... Y]
-
:) อยากศึกษาเอาไว้เป็นความรู้ครับ....เห็นเขาว่ามันให้ผลที่แตกต่าง... Y]
แกนเหล็กมันดีกว่า
-
:) อยากพัน C Core ทั้ง หม้อแปลงและเอ้าพุท ครับ ไม่ทราบว่าท่านใดมีวิธีการคำนวณและวิธีการพัน ขอความอนุเคราะห์บอกวิธีด้วยครับ :bowdown :bowdown :bowdown ขอบคุณคร๊าบ :please :please :drummer :guitarist :harp :band1 :band1
C-Core กับ EI นั้นเทคนิคการพันก็คล้ายๆกันครับ..จะแตกต่างกันตรงที่ C-Core เหล็กมันมักจะดีกว่า EI ที่หาได้ในบ้านเราครับ..ซึ่งเวลาพันใช้รอบ Primary ไม่สูงมากนักก็ได้ค่า Inductance ตามต้องการแล้ว..และผลที่ตามมาจากการพันรอบน้อยลงก็คือค่า Capacitive ก็ลดลงด้วยครับ..เท่าที่เคยลองเสียงแหลมจะไปได้ตลอดย่าน..ส่วนรายละเอียดการพันต้องรอ Mr.Tube ผู้เชี่ยวชาญมาตอบครับ O0
-
:) อยากพัน C Core ทั้ง หม้อแปลงและเอ้าพุท ครับ ไม่ทราบว่าท่านใดมีวิธีการคำนวณและวิธีการพัน ขอความอนุเคราะห์บอกวิธีด้วยครับ :bowdown :bowdown :bowdown ขอบคุณคร๊าบ :please :please :drummer :guitarist :harp :band1 :band1
C-Core กับ EI นั้นเทคนิคการพันก็คล้ายๆกันครับ..จะแตกต่างกันตรงที่ C-Core เหล็กมันมักจะดีกว่า EI ที่หาได้ในบ้านเราครับ..ซึ่งเวลาพันใช้รอบ Primary ไม่สูงมากนักก็ได้ค่า Inductance ตามต้องการแล้ว..และผลที่ตามมาจากการพันรอบน้อยลงก็คือค่า Capacitive ก็ลดลงด้วยครับ..เท่าที่เคยลองเสียงแหลมจะไปได้ตลอดย่าน..ส่วนรายละเอียดการพันต้องรอ Mr.Tube ผู้เชี่ยวชาญมาตอบครับ O0
สวัสดีครับคุณ Tubeman
C-core ไม่ต้องเสียเวลาประกอบแกน แต่ C-core ควรจะตรวจสอบก่อนที่จะนำไปทำ OPT เนื่องจากบางแกนพอเจอความถี่สูงค่า L มันแทบหายไปหมดเลยครับ :nonono
-
:) อยากพัน C Core ทั้ง หม้อแปลงและเอ้าพุท ครับ ไม่ทราบว่าท่านใดมีวิธีการคำนวณและวิธีการพัน ขอความอนุเคราะห์บอกวิธีด้วยครับ :bowdown :bowdown :bowdown ขอบคุณคร๊าบ :please :please :drummer :guitarist :harp :band1 :band1
C-Core กับ EI นั้นเทคนิคการพันก็คล้ายๆกันครับ..จะแตกต่างกันตรงที่ C-Core เหล็กมันมักจะดีกว่า EI ที่หาได้ในบ้านเราครับ..ซึ่งเวลาพันใช้รอบ Primary ไม่สูงมากนักก็ได้ค่า Inductance ตามต้องการแล้ว..และผลที่ตามมาจากการพันรอบน้อยลงก็คือค่า Capacitive ก็ลดลงด้วยครับ..เท่าที่เคยลองเสียงแหลมจะไปได้ตลอดย่าน..ส่วนรายละเอียดการพันต้องรอ Mr.Tube ผู้เชี่ยวชาญมาตอบครับ O0
สวัสดีครับคุณ Tubeman
C-core ไม่ต้องเสียเวลาประกอบแกน แต่ C-core ควรจะตรวจสอบก่อนที่จะนำไปทำ OPT เนื่องจากบางแกนพอเจอความถี่สูงค่า L มันแทบหายไปหมดเลยครับ :nonono
สวัสดีครับพี่ประสาน..ไม่ได้คุยกันเสียนานเลยครับ ;D
พี่พอจะแนะนำวิธีตรวจสอบแกน C-core ในเบื้องต้นได้หรือไม่ครับ..หรือมีวิธีการอย่างไรในการวัดว่าแกนนี้ค่า L มันจะไม่หายเมื่อเจอความถี่สูงครับ..จะได้ไม่เสียเวลาในการพันครับ
โดยเฉพาะในตอนนี้ถ้าซื้อแกนมา นอกจากดูด้วยตาว่าขนาดพอเหมาะ และเหล็กบางใช้ได้แล้ว ผมยังไม่มีวิธีอื่นในการดูเลย..ช่วยแนะนำด้วยครับพี่ O0
-
สวัสดีครับพี่ประสาน..ไม่ได้คุยกันเสียนานเลยครับ ;D
พี่พอจะแนะนำวิธีตรวจสอบแกน C-core ในเบื้องต้นได้หรือไม่ครับ..หรือมีวิธีการอย่างไรในการวัดว่าแกนนี้ค่า L มันจะไม่หายเมื่อเจอความถี่สูงครับ..จะได้ไม่เสียเวลาในการพันครับ
โดยเฉพาะในตอนนี้ถ้าซื้อแกนมา นอกจากดูด้วยตาว่าขนาดพอเหมาะ และเหล็กบางใช้ได้แล้ว ผมยังไม่มีวิธีอื่นในการดูเลย..ช่วยแนะนำด้วยครับพี่ O0
ทดลองใส่ขดลวดที่มีอยู่และสามารถใส่กับแกนที่เราจะทดสอบได้ครับ เช่น ผมมีขดลวดที่พันไว้ 2000 รอบ หรือ 3000 รอบ จากนั้นต่อเครื่องวัด LCR ที่เลือกความถี่ 100/120Hz และ 1kHz เพื่อวัดค่า L
1. ถ้าไม่ใส่แก็ป ค่า L ที่ความถี่ 100/120Hz ได้ค่า L สูงหลาย Hy แต่ถ้าวัดที่ 1kHz แล้วค่าลดลงมากๆ บางแกนอาจเหลือไม่กี่ mH จากนั้นลองเพิ่มแก็ปถ้าสามารถทำค่า L ที่ความถี่ 1kHz ได้มากขึ้นซึ่งค่าที่ 100/120Hz ลดลงอยู่แล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เอาไปทำ OPT ได้ในเบื้องต้นครับ
2. ถ้าไม่ใส่แก็ป ค่า L ที่ความถี่ 100/120Hz ได้ค่า L สูงหลาย Hy และวัดที่ 1kHz ได้ค่าน้อยกว่า แต่ไม่น้อยกว่ากันมาก จากนั้นลองเพิ่มแก็ปถ้าสามารถทำค่า L ที่ความถี่ 1kHz ได้มากขึ้นและใกล้เคียงกับค่า L ที่ 100/120Hz ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เอาไปทำ SE OPT ได้ในเบื้องต้นครับ Y] Y]
3. ถ้าไม่ใส่แก็ป ค่า L ที่ความถี่ 100/120Hz ได้ค่า L สูงหลาย Hy แต่ถ้าวัดที่ 1kHz แล้วค่าลดลงมากๆ บางแกนอาจเหลือไม่กี่ mH จากนั้นลองเพิ่มแก็ปถ้าสามารถทำค่า L ที่ความถี่ 1kHz แล้วยังได้ค่าต่ำมากๆ อยู่ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เอาไปทำ Choke ภาคจ่ายไฟสถานเดียวครับ ;D ;D
4. ถ้าไม่ใส่แก็ป ค่า L ที่ความถี่ 100/120Hz ได้ค่า L สูงหลาย Hy แล้ววัดที่ 1kHz ได้ค่า L ที่ใกล้เคียงกัน O0 ถ้าเป็นอย่างนี้ผมเห็นว่าเอาไปทำ PP OPT ได้ในเบื้องต้นครับ
ตามความเห็นของผมค่า L ของ OPT ควรจะรักษาไว้ให้เกือบคงที่หรือคงที่ที่ความถี่ทั้งสองย่านครับ
จะให้มั่นใจทดสอบ Frequency response อีกทีตอนพันจริงและอยู่ในวงจรแล้วครับ ;)
-
แล้วของพี่คู่นั้นล่ะเป็นอย่างไร? ซื้อมาแพงนะว้อย! ถ้าไม่ดีเดี๋ยวจับมาทำ Iso. Trans. ซะเลย ((
-
แล้วของพี่คู่นั้นล่ะเป็นอย่างไร? ซื้อมาแพงนะว้อย! ถ้าไม่ดีเดี๋ยวจับมาทำ Iso. Trans. ซะเลย ((
ใจเย็นๆ ครับพี่ ;D ถ้าไม่ดีก็ทำอย่างพี่ว่าแหละ Y]
-
แล้วของพี่คู่นั้นล่ะเป็นอย่างไร? ซื้อมาแพงนะว้อย! ถ้าไม่ดีเดี๋ยวจับมาทำ Iso. Trans. ซะเลย ((
ใจเย็นๆ ครับพี่ ;D ถ้าไม่ดีก็ทำอย่างพี่ว่าแหละ Y]
แต่พี่มั่นใจว่ามันดีนะ เพราะเคยฟังเหล็กคู่นี้มันมาครั้งหนึ่งแล้ว ว่ามันดีพอสมควรในเรื่่องของ Response แต่ตอนนั้นเสียงมันอาจฟุ้งๆ เพราะหลวดพันไว้ไม่แน่น และอาจเพราะเราไม่ได้เคือบน้ำยาวานิสเพราะกลัวเกิดค่า C สูงน่ะครับ แต่ OPT ของ Tango ที่มิสเตอร์เคนจิพันให้ผมเป็นพิเศษ (ที่ผมใช้กับ 211) เค้าก็เคือบวานิสนะครับ ถ้าคุณประสานพันตัวนี้ออกมาไม่ดี ขึ้นอยู่กับฝีมือแล้วละ ขู่อีกแระ แต่ต้องขู่กันไว้ก่อน เดียวพันของเราออกมาไม่ดี ๕๕๕๕
-
ทดลองใส่ขดลวดที่มีอยู่และสามารถใส่กับแกนที่เราจะทดสอบได้ครับ เช่น ผมมีขดลวดที่พันไว้ 2000 รอบ หรือ 3000 รอบ จากนั้นต่อเครื่องวัด LCR ที่เลือกความถี่ 100/120Hz และ 1kHz เพื่อวัดค่า L
1. ถ้าไม่ใส่แก็ป ค่า L ที่ความถี่ 100/120Hz ได้ค่า L สูงหลาย Hy แต่ถ้าวัดที่ 1kHz แล้วค่าลดลงมากๆ บางแกนอาจเหลือไม่กี่ mH จากนั้นลองเพิ่มแก็ปถ้าสามารถทำค่า L ที่ความถี่ 1kHz ได้มากขึ้นซึ่งค่าที่ 100/120Hz ลดลงอยู่แล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เอาไปทำ OPT ได้ในเบื้องต้นครับ
2. ถ้าไม่ใส่แก็ป ค่า L ที่ความถี่ 100/120Hz ได้ค่า L สูงหลาย Hy และวัดที่ 1kHz ได้ค่าน้อยกว่า แต่ไม่น้อยกว่ากันมาก จากนั้นลองเพิ่มแก็ปถ้าสามารถทำค่า L ที่ความถี่ 1kHz ได้มากขึ้นและใกล้เคียงกับค่า L ที่ 100/120Hz ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เอาไปทำ SE OPT ได้ในเบื้องต้นครับ Y] Y]
3. ถ้าไม่ใส่แก็ป ค่า L ที่ความถี่ 100/120Hz ได้ค่า L สูงหลาย Hy แต่ถ้าวัดที่ 1kHz แล้วค่าลดลงมากๆ บางแกนอาจเหลือไม่กี่ mH จากนั้นลองเพิ่มแก็ปถ้าสามารถทำค่า L ที่ความถี่ 1kHz แล้วยังได้ค่าต่ำมากๆ อยู่ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เอาไปทำ Choke ภาคจ่ายไฟสถานเดียวครับ ;D ;D
4. ถ้าไม่ใส่แก็ป ค่า L ที่ความถี่ 100/120Hz ได้ค่า L สูงหลาย Hy แล้ววัดที่ 1kHz ได้ค่า L ที่ใกล้เคียงกัน O0 ถ้าเป็นอย่างนี้ผมเห็นว่าเอาไปทำ PP OPT ได้ในเบื้องต้นครับ
ตามความเห็นของผมค่า L ของ OPT ควรจะรักษาไว้ให้เกือบคงที่หรือคงที่ที่ความถี่ทั้งสองย่านครับ
จะให้มั่นใจทดสอบ Frequency response อีกทีตอนพันจริงและอยู่ในวงจรแล้วครับ ;)
ขอบคุณมากครับ..ความรู้ล้วนๆ.. O0
พี่พินิจ..สวัสดีครับพี่..ไม่ได้คุยกันซะนานเลย...OPT ของเคนจิ คู่นั้นสุดยอดมากๆครับ..หาไม่ได้อีกแล้ว O0
-
แต่พี่มั่นใจว่ามันดีนะ เพราะเคยฟังเหล็กคู่นี้มันมาครั้งหนึ่งแล้ว ว่ามันดีพอสมควรในเรื่่องของ Response แต่ตอนนั้นเสียงมันอาจฟุ้งๆ เพราะหลวดพันไว้ไม่แน่น และอาจเพราะเราไม่ได้เคือบน้ำยาวานิสเพราะกลัวเกิดค่า C สูงน่ะครับ แต่ OPT ของ Tango ที่มิสเตอร์เคนจิพันให้ผมเป็นพิเศษ (ที่ผมใช้กับ 211) เค้าก็เคือบวานิสนะครับ ถ้าคุณประสานพันตัวนี้ออกมาไม่ดี ขึ้นอยู่กับฝีมือแล้วละ ขู่อีกแระ แต่ต้องขู่กันไว้ก่อน เดียวพันของเราออกมาไม่ดี ๕๕๕๕
โดนขู่เป็นประจำ :cry2
ขอบคุณมากครับ..ความรู้ล้วนๆ.. O0
พอรู้งูๆ ปลาๆ ครับ ถ้าผิดก็มาช่วยแก้ไขให้ด้วยนะครับ ;D ;D
ทั้งสองท่านนี้ผมรับปากไว้แต่ยังไม่มีเวลาเลยครับ เอาน่ารอมาเป็นปีแล้ว รอต่ออีกหน่อยนะครับ :black_eye
-
ทดลองใส่ขดลวดที่มีอยู่และสามารถใส่กับแกนที่เราจะทดสอบได้ครับ เช่น ผมมีขดลวดที่พันไว้ 2000 รอบ หรือ 3000 รอบ จากนั้นต่อเครื่องวัด LCR ที่เลือกความถี่ 100/120Hz และ 1kHz เพื่อวัดค่า L
1. ถ้าไม่ใส่แก็ป ค่า L ที่ความถี่ 100/120Hz ได้ค่า L สูงหลาย Hy แต่ถ้าวัดที่ 1kHz แล้วค่าลดลงมากๆ บางแกนอาจเหลือไม่กี่ mH จากนั้นลองเพิ่มแก็ปถ้าสามารถทำค่า L ที่ความถี่ 1kHz ได้มากขึ้นซึ่งค่าที่ 100/120Hz ลดลงอยู่แล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เอาไปทำ OPT ได้ในเบื้องต้นครับ
2. ถ้าไม่ใส่แก็ป ค่า L ที่ความถี่ 100/120Hz ได้ค่า L สูงหลาย Hy และวัดที่ 1kHz ได้ค่าน้อยกว่า แต่ไม่น้อยกว่ากันมาก จากนั้นลองเพิ่มแก็ปถ้าสามารถทำค่า L ที่ความถี่ 1kHz ได้มากขึ้นและใกล้เคียงกับค่า L ที่ 100/120Hz ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เอาไปทำ SE OPT ได้ในเบื้องต้นครับ Y] Y]
3. ถ้าไม่ใส่แก็ป ค่า L ที่ความถี่ 100/120Hz ได้ค่า L สูงหลาย Hy แต่ถ้าวัดที่ 1kHz แล้วค่าลดลงมากๆ บางแกนอาจเหลือไม่กี่ mH จากนั้นลองเพิ่มแก็ปถ้าสามารถทำค่า L ที่ความถี่ 1kHz แล้วยังได้ค่าต่ำมากๆ อยู่ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เอาไปทำ Choke ภาคจ่ายไฟสถานเดียวครับ ;D ;D
4. ถ้าไม่ใส่แก็ป ค่า L ที่ความถี่ 100/120Hz ได้ค่า L สูงหลาย Hy แล้ววัดที่ 1kHz ได้ค่า L ที่ใกล้เคียงกัน O0 ถ้าเป็นอย่างนี้ผมเห็นว่าเอาไปทำ PP OPT ได้ในเบื้องต้นครับ
ตามความเห็นของผมค่า L ของ OPT ควรจะรักษาไว้ให้เกือบคงที่หรือคงที่ที่ความถี่ทั้งสองย่านครับ
จะให้มั่นใจทดสอบ Frequency response อีกทีตอนพันจริงและอยู่ในวงจรแล้วครับ ;)
ขอบคุณมากครับ..ความรู้ล้วนๆ.. O0
พี่พินิจ..สวัสดีครับพี่..ไม่ได้คุยกันซะนานเลย...OPT ของเคนจิ คู่นั้นสุดยอดมากๆครับ..หาไม่ได้อีกแล้ว O0
สวัสดีครับ ขี้นมาเที่ยวเหนือก็อย่าลืมแวะมาคุยกันบ้างนะครับ OPT คู่นี้อาภัพซะแล้วละครับ เพราะผมไม่คิดจะขาย และก็ไม่คิดจะฟังมันต่อไปอีก มันต้องรอ Generation ต่อไปของผมว่าอาจใช้มันอีกครั้งหรือไม่เท่านั้น!
-
:) ได้ความรู้เยอะเลยครับ....ว่าแต่ว่า มันมีวิธีคำนวณและการพันเหมือนกับแกน EI ไหมครับ ยัง.....งงงงงงงง K]
-
:) ได้ความรู้เยอะเลยครับ....ว่าแต่ว่า มันมีวิธีคำนวณและการพันเหมือนกับแกน EI ไหมครับ ยัง.....งงงงงงงง K]
การพันหม้อแปลงไฟ http://www.htg2.net/index.php?topic=52613.0
-
:) ขอบคุณครับ....อย่างเช่นแกนเหล็กที่อยู่ในกระทู้นี้ เรามีวิธีคำนวณอย่างไรครับ สมมติ ไฟเข้า 220 v ออก 12 V 3 A ^-^
http://www.htg2.net/index.php?topic=71100.0
-
:whistling :whistling :whistling :whistling Y] Y] Y] ;D
-
:) ขอบคุณครับ....อย่างเช่นแกนเหล็กที่อยู่ในกระทู้นี้ เรามีวิธีคำนวณอย่างไรครับ สมมติ ไฟเข้า 220 v ออก 12 V 3 A ^-^
http://www.htg2.net/index.php?topic=71100.0
c core ใช่มั้ย กำลังรอข้อมูลจากเพื่อนอยู่ครับ
-
:) ขอบคุณครับ....อย่างเช่นแกนเหล็กที่อยู่ในกระทู้นี้ เรามีวิธีคำนวณอย่างไรครับ สมมติ ไฟเข้า 220 v ออก 12 V 3 A ^-^
http://www.htg2.net/index.php?topic=71100.0
คำนวณพื้นที่หน้าตัดของแกนก่อนเลยครับ
-
:) ขอบคุณครับ....อย่างเช่นแกนเหล็กที่อยู่ในกระทู้นี้ เรามีวิธีคำนวณอย่างไรครับ สมมติ ไฟเข้า 220 v ออก 12 V 3 A ^-^
http://www.htg2.net/index.php?topic=71100.0
คำนวณพื้นที่หน้าตัดของแกนก่อนเลยครับ
มีสูตรคำนวณมั้ยพี่ประสาน :)
-
:) ขอบคุณครับ....อย่างเช่นแกนเหล็กที่อยู่ในกระทู้นี้ เรามีวิธีคำนวณอย่างไรครับ สมมติ ไฟเข้า 220 v ออก 12 V 3 A ^-^
http://www.htg2.net/index.php?topic=71100.0
คำนวณพื้นที่หน้าตัดของแกนก่อนเลยครับ
มีสูตรคำนวณมั้ยพี่ประสาน :)
วัดระยะ D กับ E ตามในภาพครับ แล้วนำมาคูณกันครับ
-
ขอบคุณครับพี่ประสาน :)
-
ขอบคุณครับพี่ประสาน :)
ต่อไปวิธีการคำนวณหาจำนวนรอบก็เหมือนแกน EI ครับ
-
ขอบคุณครับพี่ประสาน :)
ต่อไปวิธีการคำนวณหาจำนวนรอบก็เหมือนแกน EI ครับ
มีปัญหาอะไร จะรบกวนพี่อีกที ;D
-
ยินดีครับ ไม่เป็นการรบกวนครับ :)
-
:) อยากพัน C Core ทั้ง หม้อแปลงและเอ้าพุท ครับ ไม่ทราบว่าท่านใดมีวิธีการคำนวณและวิธีการพัน ขอความอนุเคราะห์บอกวิธีด้วยครับ :bowdown :bowdown :bowdown ขอบคุณคร๊าบ :please :please :drummer :guitarist :harp :band1 :band1
C-Core กับ EI นั้นเทคนิคการพันก็คล้ายๆกันครับ..จะแตกต่างกันตรงที่ C-Core เหล็กมันมักจะดีกว่า EI ที่หาได้ในบ้านเราครับ..ซึ่งเวลาพันใช้รอบ Primary ไม่สูงมากนักก็ได้ค่า Inductance ตามต้องการแล้ว..และผลที่ตามมาจากการพันรอบน้อยลงก็คือค่า Capacitive ก็ลดลงด้วยครับ..เท่าที่เคยลองเสียงแหลมจะไปได้ตลอดย่าน..ส่วนรายละเอียดการพันต้องรอ Mr.Tube ผู้เชี่ยวชาญมาตอบครับ O0
หากผมเพิ่มขนาดแกนเหล็ก EI ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น "เพื่อจะพันรอบไม่สูงมากนักก็ได้ค่า Inductance ตามต้องการแล้ว" มันน่าจะให้ผลคล้ายๆกันไม๊ครับ :help
-
หากผมเพิ่มขนาดแกนเหล็ก EI ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น "เพื่อจะพันรอบไม่สูงมากนักก็ได้ค่า Inductance ตามต้องการแล้ว" มันน่าจะให้ผลคล้ายๆกันไม๊ครับ :help
ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มค่า Inductance ครับ..แต่เท่าที่เคยลองมากับสมาชิกท่านอื่นๆ ผมว่าหาเหล็กดีๆมาใช้ดีกว่าเอาแกนใหญ่ๆแต่เหล็กพอใช้ได้ครับ..นอกจากนี้แกนใหญ่ๆ ก็ต้องใช้ลวดยาวขึ้น DCR ก็เพิ่มขึ้นอีก
-
การแบ่ง section ก็ช่วยลด DCR ลงได้เยอะเลย เท่าทีลอง เคยแบ่งแค่สองเท่านั้น
-
การแบ่ง section ก็ช่วยลด DCR ลงได้เยอะเลย เท่าทีลอง เคยแบ่งแค่สองเท่านั้น
การแบ่ง section จะทำให้ค่า C ลดลงครับ :)
-
การแบ่ง section ก็ช่วยลด DCR ลงได้เยอะเลย เท่าทีลอง เคยแบ่งแค่สองเท่านั้น
การแบ่ง section จะทำให้ค่า C ลดลงครับ :)
แล้วถ้าพัน pri 2 ชุด แล้วเอามาขนานกัน อย่างนี้ DCR ไม่ลดลงเหรอครับ
-
การแบ่ง section ก็ช่วยลด DCR ลงได้เยอะเลย เท่าทีลอง เคยแบ่งแค่สองเท่านั้น
การแบ่ง section จะทำให้ค่า C ลดลงครับ :)
แล้วถ้าพัน pri 2 ชุด แล้วเอามาขนานกัน อย่างนี้ DCR ไม่ลดลงเหรอครับ
ขอพ่วงคำถามนี้เลยนะครับ
ถ้าpri 2 ชุด ที่จะเอามาขนานกัน จำนวนรอบไม่เท่ากัน จะเกิดอะไรขึ้นบ้างครับ :D
-
การแบ่ง section ก็ช่วยลด DCR ลงได้เยอะเลย เท่าทีลอง เคยแบ่งแค่สองเท่านั้น
การแบ่ง section จะทำให้ค่า C ลดลงครับ :)
แล้วถ้าพัน pri 2 ชุด แล้วเอามาขนานกัน อย่างนี้ DCR ไม่ลดลงเหรอครับ
ขอพ่วงคำถามนี้เลยนะครับ
ถ้าpri 2 ชุด ที่จะเอามาขนานกัน จำนวนรอบไม่เท่ากัน จะเกิดอะไรขึ้นบ้างครับ :D
ทฤษฎีครับ :)
จำนวนรอบไม่เท่ากัน แรงดันที่ได้ไม่เท่ากัน นำมาขนานกันจะทำให้เกิดกระแสไหลวนในขดลวด
จำนวนรอบเท่ากันจะได้แรงดันเท่ากัน แต่ DCR ไม่เท่ากัน นำมาขนานกัน นำมาขนานกันจะทำให้เกิดกระแสไหลวนในขดลวด
-
รื้อ OPT มาดูหลายตัวแล้ว..ยังไม่เคยเจอขนาน Primary เลยครับ...มีแต่ขนาน Secondary
-
การแบ่ง section ก็ช่วยลด DCR ลงได้เยอะเลย เท่าทีลอง เคยแบ่งแค่สองเท่านั้น
การแบ่ง section จะทำให้ค่า C ลดลงครับ :)
แล้วถ้าพัน pri 2 ชุด แล้วเอามาขนานกัน อย่างนี้ DCR ไม่ลดลงเหรอครับ
ขอพ่วงคำถามนี้เลยนะครับ
ถ้าpri 2 ชุด ที่จะเอามาขนานกัน จำนวนรอบไม่เท่ากัน จะเกิดอะไรขึ้นบ้างครับ :D
ทฤษฎีครับ :)
จำนวนรอบไม่เท่ากัน แรงดันที่ได้ไม่เท่ากัน นำมาขนานกันจะทำให้เกิดกระแสไหลวนในขดลวด
จำนวนรอบเท่ากันจะได้แรงดันเท่ากัน แต่ DCR ไม่เท่ากัน นำมาขนานกัน นำมาขนานกันจะทำให้เกิดกระแสไหลวนในขดลวด
สงสัยต่อ
ในกรณีที่เราแบ่ง 2 เซคชั่น สมมติ dcr แต่ละเซคชั่นเท่ากัน แต่ในความจริงคงแตกต่างนิดหน่อย) นำมาขนานกัน dcr น่าจะลดลงซิครับ ช่วยยืนยันทีว่าใช่หรือไม่ ไม่อยากเข้าใจคลาดเคลื่อน
-
ยืนยันว่า DCR ลดลงครับ :)
-
ขอถามหน่อยครับว่าเหล็กไซด์นี้ใช้ทำไรได้มั้งครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=71008.0
-
ยืนยันว่า DCR ลดลงครับ :)
ขอบคุณครับพี่ประสาน คือ ผมลองพัน choke แบ่ง 2 section แล้วเอามาขนานกัน ค่า DCR มันลดลงครับ :)
-
ขอถามหน่อยครับว่าเหล็กไซด์นี้ใช้ทำไรได้มั้งครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=71008.0
ทำได้หลายอย่างครับทั้ง OPT, Choke, หม้อแปลงเพาเวอร์
ถ้าทดสอบแล้วเหล็กมีค่ามิวสูง เหล็กบางซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีค่า loss ในแกนต่ำ มีความเป็นลิเนียร์ดี .... OPT ครับ ถ้าไม่ใช่ก็หม้อแปลงเพาเวอร์สถานเดียวครับ :)
-
ขอถามหน่อยครับว่าเหล็กไซด์นี้ใช้ทำไรได้มั้งครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=71008.0
ทำได้หลายอย่างครับทั้ง OPT, Choke, หม้อแปลงเพาเวอร์
ถ้าทดสอบแล้วเหล็กมีค่ามิวสูง เหล็กบางซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีค่า loss ในแกนต่ำ มีความเป็นลิเนียร์ดี .... OPT ครับ ถ้าไม่ใช่ก็หม้อแปลงเพาเวอร์สถานเดียวครับ :)
เหล็ก rg9 ที่ใช้ทั่วไปครับ
-
พอดีผมได้มา 2 โอ ถ้าใช้ทำ opt นี้จะพันไงดีครับ เช่น แกนหาที่ไหน กี่ K ดี รบกวนแนะนำหน่อยครับ :cry2
-
พอดีผมได้มา 2 โอ ถ้าใช้ทำ opt นี้จะพันไงดีครับ เช่น แกนหาที่ไหน กี่ K ดี รบกวนแนะนำหน่อยครับ :cry2
แกนขนาดนี้ผมก็เคยใช้ทำ OPT ครับ ว่าแต่ตั้งใจจะใช้กับหลอดเบอร์อะไรหรือครับ
อย่างที่เคยแจ้งไว้ครับ จะให้ดีต้องลองทดสอบแกนก่อนว่าเหมาะจะทำ OPT มั๊ยเนื่องจากแกนบางตัวพอเจอแอร์แก็ป ค่า L หล่นหายไปเหลือไม่กี่ mH เอง ไม่ใช่ว่า C-core จะไม่ดีนะครับ แต่ต้องขอบอกว่ามีข้อดีครับ แต่ว่าจะเหมาะที่จะทำ OPT หรือไม่ จะให้ทราบแน่นอนต้องลองทดสอบแกนก่อนครับ
-
ที่สนใจก็เพราะ พักพวกมีแกนอยู่นิดหน่อย ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ถ้า opt ต้องดับเบิ้ล c -core หรือ ซิงเกิ้ล ครับพี่ประสาน
-
:kicking ลุยเลย...ไม่ต้องคิดมาก...
-
:kicking ลุย เลย... ไม่ต้องคิดมาก...
หาข้อมูลก่อนครับ ไม่อยากเสียเที่ยว
-
ที่สนใจก็เพราะ พักพวกมีแกนอยู่นิดหน่อย ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ถ้า opt ต้องดับเบิ้ล c -core หรือ ซิงเกิ้ล ครับพี่ประสาน
จะให้ดีทดลองใส่ขดลวดที่ที่มีอยู่และเรารู้จำนวนรอบการพัน วัดค่า L เลยครับ จะทำให้เราประเมินสภาพของแกนเหล็กได้ครับ ส่วนจะ single หรือ double ก็แล้วแต่ว่าจะทำ OPT กี่ k ถ้าใ 3k ก็ให้ได้ค่า L สัก 15 Hy ก็เพียงพอแล้วครับ แต่ถ้า 5k ก็สัก 25 Hy แต่ท้ายสุดทดสอบกับวงจรจริง วัดการตอบสนองความถี่ด้วยครับ