HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: nikorn ที่ 28 ตุลาคม, 2005, 10:40:47 pm
-
Project นี้ตั้งใจไว้ว่าจะนำหลอด 45,46,47 ซึ่งเป็นหลอดจุดไส้หลอดด้วย 2.5 V AC. ตระกูล Direct Heat ซึ่งหลอดเบอร์ 46 โครงสร้างเป็น Dual-Grid และเบอร์ 47 เป็นโครงสร้าง Pentode ซึ่งเคยได้ยินว่าหลอดสองเบอร์นี้แนวเสียงใกล้เคียงกับ 45 ถือได้ว่าเป็นตระกูลเดียวกัน มารวมอยู่ในแท่นเดียวกัน โดยใช้ Socket สี่ขาเพื่อเสียบหลอด 45 เชื่อมที่ขา plate ด้วย output 5k และ Socket ห้าขาเชื่อมที่ขา plate ด้วย output 7k เนื่องจาก 46,47 สามารถรับ input ที่ 7k ได้ผิดกันแค่ Bias เท่านั้น โดยจัดไว้ทแยงมุมกัน
วงจรนี้ผมได้ Rectifie ด้วยหลอดเบอร์ 83 Full-Wave CLCL ใช้ C ตัวหน้าด้วย 2/450 ตัวสีเขียวของรัสเซีย คั่นด้วย L 10 H และ C ตัวที่สองใช้ Oil 5/450 คั่นด้วย L 10 H และ C ตัวสุดท้าย 35/450 จ่ายไฟสูงด้วย ไดโอดสตอปเปอร์ทั้งหมด หลอดเบอร์ 45 และ 46 ใช้กระแส Bias 1.5k ส่วน 47 Bias ด้วย 500 โอห์ม โดยปรับด้วย Switch 3 ทางมีตัวล็อคกันเคลื่อน ภาค drive drive ด้วย 14F7 (12SL7) SRPP
-
ไส้กระสือครับ
-
ภาพ Volumn Stage ของวงจรที่ต่อเองโดยใช้ Select Switch 12 ทางครับ ;D
-
รายงานผลเทสต์ครับ ;)
เริ่มแรก หลอด 45 น้ำเสียงโดยรวมเป็นที่ถูกใจครับ คงไม่จำเป็นต้องบรรยายเพราะเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้ว แต่เสียดายที่กำลังขับน้อยกว่า 6B4G เยอะเพราะต้องเร่ง Volumn ถึง 1 นาฬิกา
ถัดมาที่หลอด 46 ที่เป็น Dual-Grid ได้ยินเสียงปุ๊ปก็รู้สึกได้เลยว่าใช่ เป็นแนวเสียงที่ต้องการที่สุด เพราะมีเกณฑ์ขยายสูงกว่า ปรับ Volumn เพียง 11.30 เท่านั้น และมีเนื้อมีหนังมากกว่า และโดยรวมยังมีเสน่ห์ของหลอด 45 อยู่ครบ เลยอยากปลุกกระแสหลอด 46 ครับเพราะหาง่ายราคาถูกกว่า 45 ถึงสามเท่า ซึ่งสามารถหาได้ใน ebay โดยการแข่งขันไม่สูง
สุดท้ายที่หลอด 47 ที่เป็น Pentode เกณฑ์ขยายสูงกว่า 46 อีกครับ เพราะต้องลด Volumn มาเหลือ 10 นาฬิกา เสียงไปทางแนวจัดจ้านและรายละเอียดเยอะมาก ผมว่าเหมาะกับแนวเพลงที่มีเครื่องดนตรีมากชิ้น ซึ่งฉีกแนวจาก 45 ค่อนข้างเยอะ
ดังนั้นตามความเห็นส่วนตัวของผมจึงสรุปออกมาดังนี้ว่า 46 สามารถนำมา DIY แทน 2A3 , 6B4G และ 45 ได้เลยครับ ไม่น้อยหน้ากว่ากันเลย
-
ปิดท้ายด้วยภาพวงจรครับ
-
:) ปลุกกระแสหลอด 46 อีกแล้ว.. ยินดีด้วยครับพี่.. บรรยายได้ละเอียด ขนาดเอาไปทำได้เลยครับ อีกไม่นานกระทู้นี้จะ Moved ขึ้นหิ้งผลงาน DIY แน่นอน.. ถูกต้องนะคร้าบบบ... ใช่มั๊ยเอ่ย คุณดาวเหนือ... ;) :D :D
-
เพิ่งสังเกตุว่า Amp ของพี่นิกรส่วนใหญ่จะเน้นเป็น Tree in One ;D ;D ;D ผมขอตั้งชื่อ Amp ของพี่นิกรตัวนี้เป็น TREE IN ONE ;D เลยแล้วกัน ผมคงต้องหาโอกาสไปลองฟังซะหน่อยนะครับ
-
ต้องหาโอกาศไปฟัง...โดยเฉพาะเจ้าหลอด 47 จัดจ้านแบบนี้และชอบ ;)
สุดท้ายที่หลอด 47 ที่เป็น Pentode เกณฑ์ขยายสูงกว่า 46 อีกครับ เพราะต้องลด Volumn มาเหลือ 10 นาฬิกา เสียงไปทางแนวจัดจ้านและรายละเอียดเยอะมาก ผมว่าเหมาะกับแนวเพลงที่มีเครื่องดนตรีมากชิ้น ซึ่งฉีกแนวจาก 45 ค่อนข้างเยอะ
-
แต่ผมส่งสัยว่า...หลอด 46 ปกติกำลังขับไม่น่าจะดีไปกว่าหลอดเบอร์ 45 นะครับ ???
ถึงแม้ว่าหลอดเบอร์46 จะมีอัตราขยายที่มากกว่าเบอร์ 45 เล็กน้อยก็ตาม ???
http://www.mif.pg.gda.pl/homepages/frank/sheets/049/4/45.pdf
http://www.mif.pg.gda.pl/homepages/frank/sheets/021/4/46.pdf
-
46 กับ 47 tiode mode ได้ power ประมาณ 1.5W ครับ ส่วน 45 ได้ 2.5W แต่ 46/47 ขับง่ายกว่า ว่างๆลอง ultra linear หรือไม่ก็ pentode mode สิครับ น่าจะเหมาะกับพวก full range ดี
-
Amp หลอดกับเครื่องครัว คงจะหนีกันไม่พ้นจริงจริงครับ :)
-
ตอนนี้เล่นหลอด..กันเยอะจังครับ...หลอดหาอยากทั้งนั้นเลย
-
แอมปืสวยมากครับ อยากทำอยากทำ......... ;D
-
ตอนนี้เล่นหลอด..กันเยอะจังครับ...หลอดหาอยากทั้งนั้นเลย
คุณเจครับ...แต่หลอดหายากในเมื่องไทยพวกนี้ ในเมืองนอกราคาไม่แพงมากนะครับ โดยเฉพาะเบอร์ 46 กับ 47 ที่พี่นิกรได้มา ผมว่าถูกว่าหลอดPower ที่หาง่ายๆในเมืองได้อีกนะครับ ;)
-
I still keep and love this amp also #45/#46/#47 and still tweak_tweak and Tweak, if, i have time or get a new idea, but it's almost final now...5555 Oh! No! nothing to the end for diy'er.
-
โห...พี่นิกรต่อแอมป์ออกมาสวย กระชับ ดูลงตัวมากเลยครับ อยากทำได้แบบพี่จังครับ... :)
ขอบคุณที่แนะนำหลอดครับ 45 แพงเหลือกำลัง 46 47 พอกัดฟันสู้ครับ แหะ แหะ
-
46 กับ 47 tiode mode ได้ power ประมาณ 1.5W ครับ ส่วน 45 ได้ 2.5W แต่ 46/47 ขับง่ายกว่า ว่างๆลอง ultra linear หรือไม่ก็ pentode mode สิครับ น่าจะเหมาะกับพวก full range ดี
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำวิธีการต่อสองทั้งแบบ ผมจะลองทำดูครับ :)
ได้ยินมาว่า ultra linear ต้องสั่งพัน Tab Output ที่ 60% ของ Primary แล้วถ้าผมจะใช้ Output Primary 5k และ 7k โดยใช้ 7k ต่อที่ plate หลอด 46 และ 47 และนำ 5k มาต่อที่ Grid 2 จะพออนุโลมได้ไหมครับ เพราะผมไม่ได้เตรียมพัน Output สำหรับ mode นี้โดยเฉพาะไว้
แล้ว pentode mode ในวงจรที่ผมทำไว้เอาไฟจากขา Plate มาต่อที่ Grid 2 และเคยเห็นบางวงจรเคยใช้ R 1k และ 500 โอห์ม มาคร่อม Grid 2 อันไหนจะเหมาะสมกว่ากันครับหรือมีวิธีอื่นที่จะต่อ pentode mode ที่ถูกต้องกว่านี้ไหมครับ
Amp หลอดกับเครื่องครัว คงจะหนีกันไม่พ้นจริงจริงครับ :)
ผมเห็นว่ากระป๋องน้ำสแตนเลสแบบนี้มันเหมาะจริงๆเลยครับ แต่ผมก็หนีจากแบรนเนมมาใช้ "ตราว่าว" ซื้อที่คาร์ฟูราคาถูกกว่าแบรนด์เนมตั้งสามเท่า (ไม่ได้โฆษณานะ ;D แต่หาที่อื่นไม่ได้จริงๆ)� เอามาใช้สว่านเจาะหูทิ้งแล้วปิดแผลด้วยสติกเกอร์มิเนียม
แอมปืสวยมากครับ อยากทำอยากทำ......... ;D
สวัสดีครับคุณ happy diy link อย่ารอช้าเลยครับ DIY'er� ไม่จำเป็นต้องรอให้สุกงอม ;D ชอบวงจรไหนก็ต่อไปเลยครับผิดก็ไม่เป็นไร เพราะมีเพื่อนๆ พี่คอยให้คำแนะนำจนประสบความสำเร็จได้อยู่แล้ว ผมก็เริ่มจากศูนย์มาเหมือนกัน
-
ได้ยินมาว่า ultra linear ต้องสั่งพัน Tab Output ที่ 60% ของ Primary แล้วถ้าผมจะใช้ Output Primary 5k และ 7k โดยใช้ 7k ต่อที่ plate หลอด 46 และ 47 และนำ 5k มาต่อที่ Grid 2 จะพออนุโลมได้ไหมครับ เพราะผมไม่ได้เตรียมพัน Output สำหรับ mode นี้โดยเฉพาะไว้
ใช่ได้ครับ power อาจจะตกลงนิดหน่อย แต่ใช้ได้แน่ๆ ยังไงอย่างให้แรงดันของ screen grid ต่างกับ plate มากเกินไปในกรณีที่ต่อแบบ pentode นะครับ แต่ต้องบอกนิดนึงว่าถ้าหม้อแปลงที่ว่าเอามาต่อกับ tap 5k แล้ว high frequency จะ drop นิดหน่อยเนื่องจากเจ้าขดลวดที่เหลือจะทำตัวเหมือน capacitor ครับ
แล้ว pentode mode ในวงจรที่ผมทำไว้เอาไฟจากขา Plate มาต่อที่ Grid 2 และเคยเห็นบางวงจรเคยใช้ R 1k และ 500 โอห์ม มาคร่อม Grid 2 อันไหนจะเหมาะสมกว่ากันครับหรือมีวิธีอื่นที่จะต่อ pentode mode ที่ถูกต้องกว่านี้ไหมครับ
ที่ว่ามาน่าจะเป็น triode mode มากกว่าครับ ส่วนมากจะใช้ R ประมาณ 100-500 ohm
หลักกการของการต่อ pentode คือต้องมี voltage ที่คงที่ป้อนให้กับ screen grid ครับ voltage ที่ว่าจะแยกออกมาเลยก็ได้ หรือจะแบ่งเอาจาก plate ซึ่งใช้ R drop voltage ลงมา แล้วก็ C bypass ซึ่งทำให้แรงดันคงที่สำหรับ screen grid ครับ
-
ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำครับคุณ LNAudio แล้วผมจะลองทำดูครับ
-
วันนี้แอบดอดไปฟังมาแล้วครับ 45,46,47 ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมว่าในวงจรนี้เล่นกับ 46,47 น่าฟังกว่า 45 นะครับ (ขอย้ำว่าในวงจรและแท่นนี้ครับ) ก็อาจจะเป็นเพราะ 45 ขับยากกว่า 46 , 47 มั้งครับ� :-\
โดยเฉพาะ 47 ที่เป็นหลอด NOS RCA น่าฟังมากทีเดียว ขนาดยังไม่ได้เบิร์นเลยนะ น่าจะเข้าทางคุณดาวเหนือแน่เลยครับ รายละเอียดดี เบสตึง เสียงร้องมีเนื้อ� 46 ก็มีรายละเอียดมากเหมือนกัน ส่วนตัวชอบ 47 มากกว่านิดๆละครับ คงเพราะความกระฉับกระเฉงมากกว่ามั้งครับ� ;D
เห็นว่าวันพฤหัสจะมีคุณดาวเหนือกับคุณpaganini ไปทดลองฟัง ความเห็นอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้นะครับ ถ้ามีการเบิร์นหลอดและวงจรไปเรื่อยๆ :D
-
น่าจะเข้าทางคุณดาวเหนือแน่เลยครับ รายละเอียดดี เบสตึง เสียงร้องมีเนื้อ
;D ;D ;D
พี่นิกรใช้หลอดอะไรในภาคหน้าครับ...และจัดวงจรภาคหน้าแบบไหนครับ ;)
-
มา Update ครับ...... บังเอิญวันนี้ผมได้มีโอกาสแว๊ปเข้าไปฟังทดสอบครับ 45/46/47� มีคุณ Dekwat ,K. Vinut, P' Nikorn, และเพื่อนพี่นิกรคุณ Anan ที่ตั้งใจหอบเอาสายเงินหอบใหญ่มาลองกัดกับสายของคุณ Dekwat ครับ ;D ;D
ใน system นี้ ผมมีความเห็นคล้ายกับคุณ Dekwat ใน 46/47 แต่ท้ายที่สุด ปัญหาของ #45 ที่มันเกิดเสียงบางเบานั้น เกิดจาก P' Nikorn แกความที่เป็นนักทดลอง แอบใส่ R Gird ลง Gnd ของหลอด OPT (R-C Cpupling)ไปเป็น VR 500 k แทน แล้วกำลังปรับหาจุดที่ Compromise อยู่ คนฟังเลยหลงทางเข้าป่าเลยครับ สรุป 45 ต้องปรับไปที่ 180K-220K นอกนั้นไม่มี Bass และเสียงบาง� ;D ;D สุดยอดจริงๆ ผมเองยังไม่เคยแอบทำแบบนี้เลย� ;D ;D
-
ไปคราวนี้มีทีเด็ดครับ ผมได้ขุดกรุงัดเอา Ux-245 Globe "ROGERS" Long Plate Version/Wide Filament (รุ่นผลิตขึ้นประมาณปี 1930's) หลอดที่ได้รับการกล่าวชื่อขึ้นทำเนียบด้านน้ำเสียงเยี่ยมยอดติดกลุ่ม Top 5 ของตระกูลหลอด 45 รุ่นทรง Globe :o :o
แหม......ลองแล้วไม่อยากกลับบ้านเลยจริงๆ ว่าจะแว๊ปไปฟังแค่ตอนพักเที่ยงแป๊ปเดียว ผ่านไปตั้ง 3-4 Hrs.เลย� :'( เสียดายยยยย........นักฟังมากประสบการณ์(หูทอง)อย่างคุณดาวเหนือไม่ได้มาร่วมฟัง-วิจารณ์ด้วย ;D ;D
-
ในความเห็นผมที่ได้มีเวลาลองฟังเล็กๆ น้อยๆ สายของคุณ Dekwat ไม่เลวเลยทีเดียว ผมชอบตรงที่มันให้เสียงที่ไม่คมจัดหรือ บาดหู ที่มักเคยเจอกับสายเงินแท้-ไม่แท้(ทองแดงชุบ) ผมว่ามันเด่นตรง Tonal Balance ดี เสียงกลางอิ่มและก้องกังวาล ( My Favolite เลย) แต่ผมมีเวลาฟังน้อยและกับไม่ใช่ System ที่ผมคุ้นเคย เอาไว้รอให้เพื่อนๆ หลายๆท่าน มาช่วยกันลงความเห็นดีกว่า ครั้งหน้าถ้ามี Shoot Out Cable กันอีก ผมจะได้ขนเอาสาย DIY เก่าๆ ของผมมาลองฟัดดูบ้าง� แต่สรุปว่าผมชักจะชอบเจ้า "Dekwat Cable" (ขออนุญาติเรียกชื่อนี้ไปก่อน...555) แล้วละซิ เดี๋ยวต้องกลับไปหัดถักแบบคุณ Dekwat บ้างซะแล้ว.....5555
-
แต่สรุปว่าผมชักจะชอบเจ้า "Dekwat Cable" (ขออนุญาติเรียกชื่อนี้ไปก่อน...555) แล้วละซิ
ถ้าอย่างนั้น ผมก็โชคดีซิครับ..........ไปยึดมาได้ 1 ชุด....... ;D ;D ;D
-
ผมจะได้ขนเอาสาย DIY เก่าๆ ของผมมาลองฟัดดูบ้าง แต่สรุปว่าผมชักจะชอบเจ้า "Dekwat Cable" (ขออนุญาติเรียกชื่อนี้ไปก่อน...555) แล้วละซิ
พี่Dekwat สายนี้เป็นแบบสี่เส้นใช้หรือไหมครับ(Dekwat 4C Cable) ผมว่าน่าลองแบบสองเส้นดู(Dekwat 2C Cable) นะครับว่าน่าจะไปกับ Amp หลอดกำลังน้อยได้ดีกว่าหรือไม่ ;)
-
ลองแล้วครับ แบบ 4 เส้น ก็ใช้ได้ครับ แต่ผมว่าเสียงจะบางกว่าใช้ 8 เส้นเยอะครับ สนใจจะเอาไปลองไหมครับ คุณดาวเหนือ ผมยังไม่ได้รื้อทำใหม่เลยครับ� :-\
-
สนใจที่จะลองเทียบดูครับ...พี่อย่าพึ่งรื้อ แต่ก็ไม่รู้จะได้ไปหาเมื่อใดนะครับ....คงอาจเดือนหน้าเลยครับ ;)
-
พี่นิกรใช้หลอดอะไรในภาคหน้าครับ...และจัดวงจรภาคหน้าแบบไหนครับ ;)
ตอนที่คุณ Dekwat มาลองฟังครั้งแรกที่รู้สึก 45 สู้ 46 , 47 ไม่ได้เพราะเป็นอย่างที่คุณ LNAudio ได้พูดไว้ว่า 45 ขับยากกว่า 46,47 แต่เนื่องจากวันนี้ได้คุณ DIY Man. ซึ่งเป็นผู้สันทัดและหลงไหลในหลอด 45 ได้งัดเอา Ux-245 Globe "ROGERS" Long Plate Version/Wide Filament มาลองบอกได้คำเดียวเลยครับว่าคุณ DIY Man. เป็นผู้หลงไหลและคุ้นเคยในหลอด 45 ตัวจริง เพราะแค่มาลองฟังดูก็รู้เลยว่าแนวเสียงไม่ใช่หลอด 45 เพราะกำลังขับไม่พอ คุณ DIY Man. เลยแนะนำให้นำ Pre 5687 มาช่วย พอนำมาเสริมเข้าไปทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "พอไปวัดไปวาได้" หลอด 45 ของคุณ DIY Man. ที่นำมาเสียงดีไม่เบาเลยครับ ;)
จากทั้งหมดนี้คุณ DIY Man. เลยช่วยสรุปว่า เป็นเพราะ OPT 7k ที่พันมาเข้ากันได้ดีกับ 46 และ 47 ด้วยเพราะความบังเอิญที่ขับได้ง่ายเลยกลายเป็นพระเอกของวงจรนี้ ส่วน OPT 5k ที่ใช้กับหลอดเบอร์ 45 น่าจะพันให้ Henry สูงขึ้นกว่านี้ ซึ่งผมจะลองนำไปปรับปรุงดูครับแล้วครั้งหน้าจะลองมานำเสนอต่อไป ;D
ในความเห็นผมที่ได้มีเวลาลองฟังเล็กๆ น้อยๆ สายของคุณ Dekwat ไม่เลวเลยทีเดียว ผมชอบตรงที่มันให้เสียงที่ไม่คมจัดหรือ บาดหู ที่มักเคยเจอกับสายเงินแท้-ไม่แท้(ทองแดงชุบ) ผมว่ามันเด่นตรง Tonal Balance ดี เสียงกลางอิ่มและก้องกังวาล ( My Favolite เลย) แต่ผมมีเวลาฟังน้อยและกับไม่ใช่ System ที่ผมคุ้นเคย เอาไว้รอให้เพื่อนๆ หลายๆท่าน มาช่วยกันลงความเห็นดีกว่า ครั้งหน้าถ้ามี Shoot Out Cable กันอีก ผมจะได้ขนเอาสาย DIY เก่าๆ ของผมมาลองฟัดดูบ้าง� แต่สรุปว่าผมชักจะชอบเจ้า "Dekwat Cable" (ขออนุญาติเรียกชื่อนี้ไปก่อน...555) แล้วละซิ เดี๋ยวต้องกลับไปหัดถักแบบคุณ Dekwat บ้างซะแล้ว.....5555
หลังจากที่คุณ DIY Man. กลับไปแล้วผมได้ลอง Mo. สายของคุณ ANUN ให้เพิ่มเนื้อในอีก 4 เส้นเป็น 12 เส้นจากเดิม 8 และต่อปลายสายให้สมบูรณ์ด้วย บานาน่าแจ็ค และทดลองฟังทั้งหัวสายและปลายสายรู้สึกว่าในครั้งนี้ เสียงไม่คมจัดเท่าของเดิม และเบสได้มากขึ้นเล็กน้อย ส่วนเรื่องบาดหูก็ยังมีบ้าง(ด้วยธรรมชาติของสายเงินแท้) แบบนี้สงสัยผมคงต้องลองเพิ่มให้เป็น 20 เส้นดูเสียแล้วสิ อาจจะดีขึ้นกว่าเดิม :D
-
ในความเห็นผมที่ได้มีเวลาลองฟังเล็กๆ น้อยๆ สายของคุณ Dekwat ไม่เลวเลยทีเดียว ผมชอบตรงที่มันให้เสียงที่ไม่คมจัดหรือ บาดหู ที่มักเคยเจอกับสายเงินแท้-ไม่แท้(ทองแดงชุบ) ผมว่ามันเด่นตรง Tonal Balance ดี เสียงกลางอิ่มและก้องกังวาล ( My Favolite เลย) แต่ผมมีเวลาฟังน้อยและกับไม่ใช่ System ที่ผมคุ้นเคย เอาไว้รอให้เพื่อนๆ หลายๆท่าน มาช่วยกันลงความเห็นดีกว่า ครั้งหน้าถ้ามี Shoot Out Cable กันอีก ผมจะได้ขนเอาสาย DIY เก่าๆ ของผมมาลองฟัดดูบ้าง� แต่สรุปว่าผมชักจะชอบเจ้า "Dekwat Cable" (ขออนุญาติเรียกชื่อนี้ไปก่อน...555) แล้วละซิ เดี๋ยวต้องกลับไปหัดถักแบบคุณ Dekwat บ้างซะแล้ว.....5555
ขอบคุณคุณ DIY_Man มากครับสำหรับชื่อ "DekWat Cable"
สายของคุณ ANUN น่าสนใจทีเดียวครับ ลองฟังสักพักก่อนนะครับ ค่อยขยับเป็น 20 เส้น� :D เส้นนี้คนที่ชอบรายละเอียดของเสียงสูงเยอะๆ น่าสนใจทีเดียวครับ
สนใจที่จะลองเทียบดูครับ...พี่อย่าพึ่งรื้อ แต่ก็ไม่รู้จะได้ไปหาเมื่อใดนะครับ....คงอาจเดือนหน้าเลยครับ ;)
แล้วแต่สะดวกครับ
-
รูปสายครับ