HTG2.club

Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: หาดใหญ่คลาสสิค ที่ 31 มกราคม, 2011, 06:43:07 pm

หัวข้อ: Thermistor NTC เขาใช้งานยังงัยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: หาดใหญ่คลาสสิค ที่ 31 มกราคม, 2011, 06:43:07 pm
ผมมี Thermistor ตัวสีดำด้านๆ สกรีนที่ตัวเป็น NTC 2.0 ตัวนี้ถ้าเอาไปต่อร่วมกับหม้อแปลงด้าน 220 โวล มันจะช่วยเป็นซ๊อฟสตาร์ทให้กับเครื่องเสียงแบบ โซลิทฯ ได้ไหม แบบว่าเวลาเปิดเครื่องแล้วไม่ดัง ปุ๊ ออกที่ลำโพงนะครับ :cold
หัวข้อ: Re: Thermistor NTC เขาใช้งานยังงัยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tubeman ที่ 01 กุมภาพันธ์, 2011, 10:13:36 am
ผมมี Thermistor ตัวสีดำด้านๆ สกรีนที่ตัวเป็น NTC 2.0 ตัวนี้ถ้าเอาไปต่อร่วมกับหม้อแปลงด้าน 220 โวล มันจะช่วยเป็นซ๊อฟสตาร์ทให้กับเครื่องเสียงแบบ โซลิทฯ ได้ไหม แบบว่าเวลาเปิดเครื่องแล้วไม่ดัง ปุ๊ ออกที่ลำโพงนะครับ :cold

ช่วยได้ระดับหนึ่งครับ แต่ไม่แน่ใจว่าจะหายขาดหรือไม่ครับ
ขึ้นอยู่กับค่าที่เลือกใช้ด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่

ในเครื่องหลอด Mcintosh รุ่นเก่าๆ อย่าง MC-275 , MC-240 ก็จะมีตัวนี้ต่อ Series กับไฟเข้าหม้อแปลงครับ
ตัวใหญ่พอๆกับเหรียญห้าบาทครับ
หัวข้อ: Re: Thermistor NTC เขาใช้งานยังงัยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: JUUD ที่ 01 กุมภาพันธ์, 2011, 10:20:22 am
ผมมี Thermistor ตัวสีดำด้านๆ สกรีนที่ตัวเป็น NTC 2.0 ตัวนี้ถ้าเอาไปต่อร่วมกับหม้อแปลงด้าน 220 โวล มันจะช่วยเป็นซ๊อฟสตาร์ทให้กับเครื่องเสียงแบบ โซลิทฯ ได้ไหม แบบว่าเวลาเปิดเครื่องแล้วไม่ดัง ปุ๊ ออกที่ลำโพงนะครับ :cold

มันช่วยลดไฟกระชาก ป้องกันฟิวขาด โดยเฉพาะหม้อแปลงที่ดึงกระแสเยอะๆและด้าน DC filter ใช้ C กรองไฟค่าสูงๆ
ส่วนเสียงปุ๊ตอนเปิดเครื่อง ผมว่าต้องอาศัย C ค่าเล็กๆคร่อมสวิทต์เป็นหลักนะครับ
หัวข้อ: Re: Thermistor NTC เขาใช้งานยังงัยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: พี่ดุ้น ที่ 01 กุมภาพันธ์, 2011, 11:58:35 am
ผมมี Thermistor ตัวสีดำด้านๆ สกรีนที่ตัวเป็น NTC 2.0 ตัวนี้ถ้าเอาไปต่อร่วมกับหม้อแปลงด้าน 220 โวล มันจะช่วยเป็นซ๊อฟสตาร์ทให้กับเครื่องเสียงแบบ โซลิทฯ ได้ไหม แบบว่าเวลาเปิดเครื่องแล้วไม่ดัง ปุ๊ ออกที่ลำโพงนะครับ :cold

ผมเอาไว้ใช้ compensate (ชดเชย) วงจรที่ over temperaterให้ไกล้เคียงกับที่ over temperature เช่น gain ถ้านำไปใช้กับ VCXO ก็จะกลายเป็น TCXO ทั้งนี้จะใช้งานได้ถูกต้อง ต้องรู้คุณสมบัติของวงจรที่อุณหภุมิต่างๆและมาคำนวณร่วมกับคุณสมบัติของตัว thermistor 
เก็บไว้ใช้ทำ VCXO ให้เป็น TCXO ได้ครับ

ใช้ R ธรรมดาก็ได้มั้งครับ ว่าแต่จะไปต่อยังไงผมก็ไม่รู้แต่ที่แน่ๆ ถ้ากลัวเสียงปุ๊ตอนเปิด SW ก็ต้องมีวงจรคุม rush current ด้วย ไม่งั้นก็ ปุ๊ อะครับ 


หัวข้อ: Re: Thermistor NTC เขาใช้งานยังงัยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: LAK_SF ที่ 01 กุมภาพันธ์, 2011, 07:15:19 pm
ผมมี Thermistor ตัวสีดำด้านๆ สกรีนที่ตัวเป็น NTC 2.0 ตัวนี้ถ้าเอาไปต่อร่วมกับหม้อแปลงด้าน 220 โวล มันจะช่วยเป็นซ๊อฟสตาร์ทให้กับเครื่องเสียงแบบ โซลิทฯ ได้ไหม แบบว่าเวลาเปิดเครื่องแล้วไม่ดัง ปุ๊ ออกที่ลำโพงนะครับ :cold

มันช่วยลดไฟกระชาก ป้องกันฟิวขาด โดยเฉพาะหม้อแปลงที่ดึงกระแสเยอะๆและด้าน DC filter ใช้ C กรองไฟค่าสูงๆ
ส่วนเสียงปุ๊ตอนเปิดเครื่อง ผมว่าต้องอาศัย C ค่าเล็กๆคร่อมสวิทต์เป็นหลักนะครับ
ผมมี Thermistor ตัวสีดำด้านๆ สกรีนที่ตัวเป็น NTC 2.0 ตัวนี้ถ้าเอาไปต่อร่วมกับหม้อแปลงด้าน 220 โวล มันจะช่วยเป็นซ๊อฟสตาร์ทให้กับเครื่องเสียงแบบ โซลิทฯ ได้ไหม แบบว่าเวลาเปิดเครื่องแล้วไม่ดัง ปุ๊ ออกที่ลำโพงนะครับ :cold
 


ช่วยได้ระดับหนึ่งครับ แต่ไม่แน่ใจว่าจะหายขาดหรือไม่ครับ
ขึ้นอยู่กับค่าที่เลือกใช้ด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่

ในเครื่องหลอด Mcintosh รุ่นเก่าๆ อย่าง MC-275 , MC-240 ก็จะมีตัวนี้ต่อ Series กับไฟเข้าหม้อแปลงครับ
ตัวใหญ่พอๆกับเหรียญห้าบาทครับ

 Y] Y] Y]
หัวข้อ: Re: Thermistor NTC เขาใช้งานยังงัยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: หาดใหญ่คลาสสิค ที่ 01 กุมภาพันธ์, 2011, 08:05:00 pm
ขอบคุณทุกคำชี้แนะครับ :clap
หัวข้อ: Re: Thermistor NTC เขาใช้งานยังงัยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Tube Collector ที่ 02 กุมภาพันธ์, 2011, 10:33:15 pm
Thermistor (Thermal + Resistor) ได้แก่ Resistor ที่มีค่าเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิ   มีทั้งหมด สองชนิด
1. Positive Temperature coefficient  ค่าความต้านทานเพิ่มขึ้น เมื่ออุณหภูม สูงขึ้น
2. Negative Temperature Coefficient  ค่าความต้านทานลดลงเมื่ออุณหภมู สุงขึ้น

การเลือกใช้แล้วแต่ วิศวกรที่ออกแบบวงจรจะเลือกตามวงจรที่ต้องใช้งาน  โดยส่วนใหญ่เห็นแบบแรกมากกว่าแบบที่สอง  แท้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่วงจรที่ใช้
ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นแบบแรกเสมอไป

ตัวอย่างการใชงาน เชนในการ ไบอัส  กระแส Base ของทรานซิสเตอร์ โดยค่า NTC ที่สูงขึ้น เนื่องจาก กระแส Collector สูงขึ้น หรือในสภาวะเกิด Thermal Run Away
ของอุปกรณ์ ทรานซิสเตอร์  เมื่อ R Base สูงขึ้น ค่ากระแสเบสลดลง กระแส Collector ลดลง (Hfe = Ic/Ib ) ทรานซิสเตอร์ ก็จะไม่พัง
ในวงจรที่ไม่ใช่งานใก้ลจุดทำงานสูงสุด ( เช่น High Power class AM Transistor Solidstate Amplifier )ก็ไม่จำเป็นต้องใช้

ในบางวงจรใช้แก้การไม่สมมาตรของ  Transistor NPN , PNP  ในวงจร Quasi-complementary Pushpull driver เพื่อลด Harmonics Distortion.

โดยความจริงมีรายละเอียด มากกว่านี้มาก   สามารถ หา อ่านได้ ตาม Search Engine ต่างๆ
หัวข้อ: Re: Thermistor NTC เขาใช้งานยังงัยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Tube Collector ที่ 02 กุมภาพันธ์, 2011, 11:23:29 pm
TCXO = Temperature control crystal oscillator
ในวงจรสมัยก่อน ก่อนเกิด Phase Lock Loop (PLL) หรือ Frequency Synthesizer  การสร้างความถี่สูง จะใช้วิธีคูณ วามถี่ จากความถี่ต่ำๆ (Fundamental ) เช่น 455KHz (tunning Fog) ถึง 9MHz.
เช่นต้องการสร้างความถี่   54MHz = 3MHz x3 x3 x2   ถ้าความถี่ตั้งต้น 3MHz มีค่าเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิเพียงเล็กน้อยความถี่ 54MHz ก็จะมีค่าเปลี่นยแปลงจากขึ้น    ในวงจร Fundamental Crystal Oscillator
ที่ใช้ Capacitor (ส่วนใหญ่ Ceramic ค่า เป็น Pico Farad) ขนาo Crystal เพื่อให้มันสั่น    การควบคุมอุณหภูมิ Crystal  โดยส่วนใหญ่ในอดีตใช้ Heater Oven ( ลอง Search Ovenair) ในปัจจุบันจะมี heater ตัวเล็กๆซ่อนภายในพร้อมวงจรควบคุมอุณหภูมิ
หัวข้อ: Re: Thermistor NTC เขาใช้งานยังงัยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: พี่ดุ้น ที่ 03 กุมภาพันธ์, 2011, 10:56:00 am
TCXO = Temperature control crystal oscillator
ในวงจรสมัยก่อน ก่อนเกิด Phase Lock Loop (PLL) หรือ Frequency Synthesizer  การสร้างความถี่สูง จะใช้วิธีคูณ วามถี่ จากความถี่ต่ำๆ (Fundamental ) เช่น 455KHz (tunning Fog) ถึง 9MHz.
เช่นต้องการสร้างความถี่   54MHz = 3MHz x3 x3 x2   ถ้าความถี่ตั้งต้น 3MHz มีค่าเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิเพียงเล็กน้อยความถี่ 54MHz ก็จะมีค่าเปลี่นยแปลงจากขึ้น    ในวงจร Fundamental Crystal Oscillator
ที่ใช้ Capacitor (ส่วนใหญ่ Ceramic ค่า เป็น Pico Farad) ขนาo Crystal เพื่อให้มันสั่น    การควบคุมอุณหภูมิ Crystal  โดยส่วนใหญ่ในอดีตใช้ Heater Oven ( ลอง Search Ovenair) ในปัจจุบันจะมี heater ตัวเล็กๆซ่อนภายในพร้อมวงจรควบคุมอุณหภูมิ

เสริมนิดนึงครับ เหตุผลหลักที่ใช้ crystal เป็นตัวกำเนิดความถี่อ้างอิงเพราะตัว resonator ของตัว crystal มีค่า Q สูง ดังนั้น เสถียรภาพของความถี่ที่ได้จะสูงกว่า resoantor แบบ L C ทั่วไป แต่โชคร้ายคือ ความถี่ที่ทำได้สูงซึ่งขึ้นไปถึงหลักร้อย MHz ต้นๆ

ส่วนการใช้ ตัวเก็บประจุค่าน้อยๆระดับ pF ต่อกับขาของ crystal (เช่นใน parallel mode) เป็นการ fine tune ครับ จริงๆแล้วหากวงจรที่ทำไม่ได้ serious ก็ไม่มีผลอะไรออกมาให้เห็นเด่นชัด แต่สำครับงานบางประเภทที่ต้องการควาแม่นยำจริงๆต้องคำนวณค่าตัวเก็บประจุให้ถูกด้วยซึ่งค่า C ที่ได้จะสัมพันธ์กับ capacitive load โดยรวมที่ตัว crystal ไปต่อและมองเห็น