HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: ออดิโอแมน ที่ 08 กุมภาพันธ์, 2011, 07:13:28 pm
-
ต่อลงแท่นเสร็จแล้ว ถ้าจะทดสอบเปิดเครื่อง ต้องใส่หลอดก่อนทุกตัว
หรือเปิดเครื่องโดยไม่เสียบหลอดครับ
ตื่นเต้นก็ตรงนี้แหละ
ไม่มีกล้องถ่ายรูป ถามแห้งๆ ยังงี้แหละ
-
ตอนแรกอย่าพึ่งใส่หลอดครับ วัดไฟตามจุดต่าง ๆ ก่อน
ถ้าทั้งหมดถูกต้อง ค่อยจิ้มหลอดครับผม ผมจะทำอย่างนี้ครับ
เกิดผิดพลาดขึ้นมาหลอดจะได้ไม่เสียหายครับ
-
เอาไขควงเช็คเช็คจิ้มตัวถึง มีไฟแดง แสดงว่าไฟรั่วลงตัวถัง
ถ้าจะเอามัลติมิเตอร์วัดว่าไฟรั่วกี่โวลต์ วัดยังไงครับ
-
วัดแรงดันไฟตรง ไฟสูง ที่หลังบริจไดโอด
1 หม้อ 200V/400mA วัดได้ 300VDC (คำนวนไว้ 200*1.41 = 282 = 283VDC) แสดงว่าหม้อพันมา 300/1.41 = 212.76VAC เกินมา 6.4%
2 หม้อ 260V/100mA วัดได้ 390VDC (คำนวณไว้ 260*1.41 = 366.6 = 368VDC) แสดงว่าหม้อพันมา 390/1.41 = 276.59VAC เกินมา 6.4%
หม้อแสงทองเผื่อโวลต์มา 6.4%
-
เอาไขควงเช็คเช็คจิ้มตัวถึง มีไฟแดง แสดงว่าไฟรั่วลงตัวถัง
ถ้าจะเอามัลติมิเตอร์วัดว่าไฟรั่วกี่โวลต์ วัดยังไงครับ
มีสายดินมั๊ย ถ้าไม่มีลองกลับปลั๊กที่เสียบดูครับ
-
วัดแรงดันไฟตรง ไฟสูง ที่หลังบริจไดโอด
1 หม้อ 200V/400mA วัดได้ 300VDC (คำนวนไว้ 200*1.41 = 282 = 283VDC) แสดงว่าหม้อพันมา 300/1.41 = 212.76VAC เกินมา 6.4%
2 หม้อ 260V/100mA วัดได้ 390VDC (คำนวณไว้ 260*1.41 = 366.6 = 368VDC) แสดงว่าหม้อพันมา 390/1.41 = 276.59VAC เกินมา 6.4%
หม้อแสงทองเผื่อโวลต์มา 6.4%
เสียบหลอดหรือยังครับน้า ถ้ายังไม่เสียบเกจิอาจารย์เค้าถือว่าปกติ
-
ยังไม่ได้เสียบหลอดครับ
แสงทองให้มาเกินก็ แก้แรงดันไฟที่จ่ายใหม่ และ R ก็ต้องใช้ค่าสูงขึ้นด้วย ดีว่าใช้ R วายวาว แต่ R2 3.1k นี่ปริ่มๆ เพราะ R วายวาวก็ 3k พอดี เง้อ
สายดินไม่มีครับน้า
-
ถ้าไม่มีลองกลับปลั๊กที่เสียบดูครับ
-
เย้ๆๆๆ ไชโยๆๆๆๆ
กลับปลั๊กที่ตูดเครื่องไม่ได้ เพราะใช้สายไฟของคอม หัวมันไม่สมมาตร
มากลับปลั๊กที่สายไฟพ่วง เอาไขควงเช็คไฟจิ้ม ไม่แดงแล้วครับ
ทำไมเป้นเช่นนี้ มียังงี้ด้วย ต่อไปต้องเอาปากกาเมจิกทำเครื่องหมายจุดสีไว้ ว่าจะเสียบด้านไหน
-
เสียบหลอดแล้วเอาไขควงเช็คไฟจิ้ม ไม่สว่างแดง ไฟไม่รั่ว
พอปิดไฟ ไฟไขควงสว่างแดง ไฟรั่ว
อ้าวทำไมเป็นเช่นนี้
วัดไฟได้ตามสีแดงครับ
-
ไม่ต้องตกใจครับมันเป็นแค่ไฟอ่อนๆจาการเหนี่ยวนำ วิธีการวัดไฟรั่วให้ตรวจดูว่าปลั๊กช่องไหนเป็นนิวตรอน
ตั้งมิเตอร์ 50โวลต์เอซี จิ้มแท่นกับนิวตรอนดูครับว่าขึ้นเท่าไหร่ ไม่เกิน 10 โวลต์ปรกติครับ แต่ไม่ขึ้นเลยจะดีกว่า
และกลับปลั๊กไปอีกด้านแล้ววัดเทียบนิวตรอนเหมือนเดิมครับ แค่นี้ครับผม Y]
-
:drive1
ทดสอบ จิ้ม ๆ โดยไม่ มีหลอด มันก็ ไม่ได้ค่า ที่ ต้องการ หรอกจร้า เผลอ ๆ จะหลงทางเอา
สรุปว่า เสียบหลอด แล้ว วัดไฟที่เพลท และ คาโถด เลย จบข่าว ครับ
เสียงออกหรือไม่ ออกสำคัญกว่า ไฟรั่ว จิ๊บ ๆ บนแท่น พวกนี้ เดี๋ยว ก้อหาย ไม่ยากหรอก :whistling :whistling
-
ถ้าจิ้มหลอดแล้วฟังเสียงได้เลยครับถ้าควันไม่ขึ้นไม่น่ามีปัญหาครับ
แล้วก็เตรียม d_d d_d d_d (ตำจอก)
-
น้าแรมจะตำอย่างเดียว ไม่ปรับไบอัสเหรอครับ
-
แฮ่ๆ ยังไงก็ต้องลองก่อนครับ
ตัวต้านทานวายวาว ที่อยู่ในภาคจ่ายไฟ เราสามารถคลายน็อตเลื่อนไปมา แล้ววัดค่าได้เลยหรือไม่ หรือต้องปลดสายไฟออกขาหนึ่งถึงจะวัดค่าโอมห์ได้
เวลาผมทำผมจะปลดสายออกข้างนึงออกก่อนครับเพื่อวัดค่าความต้านทาน จะวัดได้ตรงครับ
-
ตัดสินใจเปิดเพลงจากวินแอมป์แล้วครับ เสก โลโซ แน่นอน มือระดับป๋า ร้องเพลงได้ทันที ไม่จี่ ไม่ฮัม แต่....
เสียงทุ่มออกบวม พร่า ไม่กระฉบับ ไม่กระเฉง
เสียงแหลม เสียงแฉ ออกมาดี ใส สด
-
ตัดสินใจเปิดเพลงจากวินแอมป์แล้วครับ เสก โลโซ แน่นอน มือระดับป๋า ร้องเพลงได้ทันที ไม่จี่ ไม่ฮัม แต่....
เสียงทุ่มออกบวม พร่า ไม่กระฉบับ ไม่กระเฉง
เสียงแหลม เสียงแฉ ออกมาดี ใส สด
C 1000UF ใน PS ตัวท้ายสุดน่าจะมากไปครับ ลองไบแคปด้วย C poly ค่าน้อย ๆ ดูครับ
-
C 22 uf 450 V EPCOS
ถือว่าเป็นซีค่าเล็กไหมครับ
-
ตามตำรา (ทฤษฎี) นะครับ เขาว่าเอาไว้อัตราส่วนการทำ bi-cap คือ 100:1 1000uf ก็ต้องใช้ 10uf แล้วต้องเป็นชนิด film capacitor ครับ พวก Metallized Polypropylene Film ฯลฯ
-
แถวๆ บ้านผมจะมีมั้ยเนี่ย
-
แถวๆ บ้านผมจะมีมั้ยเนี่ย
จริงๆใช้ 1uf 400V ก็เอาอยู่แล้วครับ (1000:1) ผมมี 5.6uf 400V อยู่คู่นึง เป็น MKP ของ Spirit ไม่ได้ใช้ครับ เอาไปขนานกัน เป็น used ไปแล้ว ผมลองเอาไปจิ้มเล่นอยู่หนนึง เดียวพรุ้งนี้ส่งไปให้ครับ
-
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ จะเบิร์นรอครับ
ว่าแต่ว่าถ้าบั้งใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 cm ขึ้นไป ไม่มีที่ใส่แล้วนะครับ ท้องแท่นเต็มเอี๊ยด
-
รายงานการเปิดตั้งแต่ 16.30-18.00 น. 1 1/2 ชม.
แท่นมิเนี่ยม ร้อนมือแทบพอง
-
รายงานการเปิดตั้งแต่ 16.30-18.00 น. 1 1/2 ชม.
แท่นมิเนี่ยม ร้อนมือแทบพอง
เดาว่า น่าจะมาจาก R1, R2 ในภาคจ่ายไฟ ( เป็น R sink ลงแท่นใช่ไหมครับ )
-
มันร้อนมาก น่ะถูกต้องละครับ ;D ;D ;D ;D ;D ;D เพราะมันกินตั้ง 2.4 แอมป์ แล้วใช้กี่หลอดล่ะครับ ถ้าพันหม้อแปลงกระแสไม่พอ หม้อแปลงช่วยให้ร้อนได้อีก เยอะ ;D ;D ;D ;D ;D ;D
-
R ในภาคจ่ายไฟ และแคโทดของ 6080 เป็น R วายวาวครับ
-
มันร้อนมาก น่ะถูกต้องละครับ ;D ;D ;D ;D ;D ;D เพราะมันกินตั้ง 2.4 แอมป์ แล้วใช้กี่หลอดล่ะครับ ถ้าพันหม้อแปลงกระแสไม่พอ หม้อแปลงช่วยให้ร้อนได้อีก เยอะ ;D ;D ;D ;D ;D ;D
2.5A x 6.3V x 2 หลอด = 31 W สำหรับ 6080 อย่างเดียว
+ ความร้อนจาก R1 R2 ... ใต้แท่น ท่าทางจะร้อนน่าดู
ระวัง C อิเลค จะเสี่อมเร็วนะครับ
-
R ในภาคจ่ายไฟ และแคโทดของ 6080 เป็น R วายวาวครับ
ใช้ 1.6K 10W ขนานกัน สัก 3 ตัวครับ ทำให้ระบายได้ดีขี้นครับ
ขนาดผมใช้หลอดเดียว 2 ข้างยังร้อนจี๋เลยครับ :drive1 :drive1 d_d
-
ตอนนี้เปิดพักลมเป่าครับ เย็นลงมาก
-
ตอนนี้เปิดพักลมเป่าครับ เย็นลงมาก
เหมือนแอมป์งานวัดเลย ;D ;D
-
ตั้งใจทำแท่นเล็ก โดยไม่ได้คำนึงถึงความร้อน
-
ยังดีที่ผมยกชั้นลอยให้หม้อแปลง ที่ยกชั้นลอยไม่ใช่เหตุผลระบายความร้อน แต่ไม่มีพื้นที่วางอุปกรณ์
-
เสร็จแล้วใส่ฝาครอบกันฝุ่น
-
ใส่กันฝุ่นด้านหลัง
-
ท้องแท่น
ทั้งหมดนี่ถ่ายไว้ขณะทำ แต่ยังไม่เสร็จ
-
หนักเพราะหม้อแปลง 5 ลูก
กินพื้นที่เพราะตัวเก็บประจุ
-
แท่นสวยมากเลยครับ O0 :clap :clap :clapแถมมีที่คลุมหม้อแปลงด้วยดูดีมากเลยครับ d_d ผมเห็นด้วยครับ c ตัวแดงเอาออกเลยครับ :secretแล้วส่งมาให้ผม ผมชอบสีแดง ;D ;D ;D
-
หลังจากวัดไฟได้ตามสีแดง
ก็วางภาคจ่ายไฟใหม่ จะไหวไหมครับ
-
หลังจากวัดไฟได้ตามสีแดง
ก็วางภาคจ่ายไฟใหม่ จะไหวไหมครับ
:drive1 :drive1
ประมาณเนี้ยะอะนะ ถือเป็นเหตุการณ์ปกติ d_d
-
Vp เทียบกราวน์ของ 6N1P นี่ต่ำกว่ากราฟเยอะเลยครับ น่าจะมีการผิดปกติ
จาก 179V เหลือ 160V และ 165V ในแต่ละแชนแนล ผลต่างถึง 19V และ 14V ผมว่าต่างกันเยอะเลยนะครับ
ส่วนภาคจ่ายไฟ ผมเลื่อน R วายวาวจนได้แรงดัน B1+ และ B2+ ใกล้กับที่ออกแบบไว้
แต่ ตรง C อ้าว ลืมใส่ลำดับของ C
C ของ B1+ จะกรองแรงดันให้เรียบได้มั้ย
ยังเสียดาย C ตัวสีแดงอยู่เลย ตั้ง 1000uF ไม่ได้ใช้เลย
-
เสียงทุ้มหายพร่าหรือยังครับ
-
ยังครับ ยังไม่หายพร่า และยังไม่ได้แก้ไขอะไร เผาไปเรื่อยๆ ซักระยะก่อนครับ
แต่ตอนนี้ได้สติแล้ว ผมอาจจะหาหลอดที่ไม่ร้อนขนาดนี้มาแทน 6080
ส่วนถ้าจะทำ 6080 ต้องทำแท่นใหญ่ กว้างกว่านี้
แท่นขนาดนี้เล็ก ใต้ท้องแท่นก็เป็นเตาอบ ส่วนข้างบนก็เป็นกะทะ
-
ยังครับ ยังไม่หายพร่า และยังไม่ได้แก้ไขอะไร เผาไปเรื่อยๆ ซักระยะก่อนครับ
แต่ตอนนี้ได้สติแล้ว ผมอาจจะหาหลอดที่ไม่ร้อนขนาดนี้มาแทน 6080
ส่วนถ้าจะทำ 6080 ต้องทำแท่นใหญ่ กว้างกว่านี้
แท่นขนาดนี้เล็ก ใต้ท้องแท่นก็เป็นเตาอบ ส่วนข้างบนก็เป็นกะทะ
เอาหลอดไปแช่น้ำเลยครัฟ ;D
-
ถ่ายจากกล้องมือถือ
นี่คือ ปรีแอมปื เพาเวอร์แอมป์ ที่ป๋ารอมาตั้งแต่หัวดำยันหัวหงอกนิดหน่อย ถึงมีโอกาสได้เป็นเจ้าของ
เขี่ย ฮาร์แมน กอร์ดอน มาร๊าซน์ NAD แอ๊คคิวเฟส และยี่ห้อดังๆ ตกกระป๋องไปเลย
-
สำหรับเสียงนั้น โดนมารยาท ไม่ขอกล่าวถึง เพราะจะเป็นการโอ้อวดจนเกินไป
ซิสเต็มที่ใช้ มีสองซิสเต็มเปิดสลับกันไป คือวินแอมป์ กัน วินโดว์มีเดียเพลยเยอร์
-
ที่สุดของการไข่วคว้า
-
ปรีเพาเวอร์คู่อมตะนิรันดร์กาล
-
ปรีเพาเวอร์คู่อมตะนิรันดร์กาล
O0 O0 O0 ขอทราบแนวเส๊ยงคร้าบ... พอเป็นแนวทาง ( แท่นสวยมากๆ..คร้าบ....)
-
แนวเสียงยังไม่ลงตัวครับ
เสียงทุ้มแตก พร่า รอซีไบแคบภาคจ่ายไฟครับ แล้วก็จะลดซีภาคจ่ายไฟลงด้วยครับ
เสียงกลางถึงแหลม ดีครับ
-
เรื่องเสียงดีไม่ยากครับ แต่เรื่องเสียงดังยากกว่า
ของผมไปไม่ถึงฝันหลายตัว K] ขอชื่นชมครับ O0
-
แนวเสียงยังไม่ลงตัวครับ
เสียงทุ้มแตก พร่า รอซีไบแคบภาคจ่ายไฟครับ แล้วก็จะลดซีภาคจ่ายไฟลงด้วยครับ
เสียงกลางถึงแหลม ดีครับ
อาจรย์เอา C. 5uf/ 400vac ซักตัวไม๊คร้าบ...( น่าจะเป็นโพลี่โพไพลีน ) วัดแล้วไม่รั่ว ( ใช้มิเตอร์เข็มวัด )
ผมไม่ได้ใช้ถ้าจะเอาบอกน๊ะคร้าบ...เดี๋ยวส่งให้คร้าบ..... :whistling
-
แนวเสียงยังไม่ลงตัวครับ
เสียงทุ้มแตก พร่า รอซีไบแคบภาคจ่ายไฟครับ แล้วก็จะลดซีภาคจ่ายไฟลงด้วยครับ
เสียงกลางถึงแหลม ดีครับ
อาจรย์เอา C. 5uf/ 400vac ซักตัวไม๊คร้าบ...( น่าจะเป็นโพลี่โพไพลีน ) วัดแล้วไม่รั่ว ( ใช้มิเตอร์เข็มวัด )
ผมไม่ได้ใช้ถ้าจะเอาบอกน๊ะคร้าบ...เดี๋ยวส่งให้คร้าบ..... :whistling
เอามาเล้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เดี๋ยวขอเวลาว่างซั๊ก 2-3วํนผมส่งให้คร้าบ....
-
แนวเสียงยังไม่ลงตัวครับ
เสียงทุ้มแตก พร่า รอซีไบแคบภาคจ่ายไฟครับ แล้วก็จะลดซีภาคจ่ายไฟลงด้วยครับ
เสียงกลางถึงแหลม ดีครับ
อาจรย์เอา C. 5uf/ 400vac ซักตัวไม๊คร้าบ...( น่าจะเป็นโพลี่โพไพลีน ) วัดแล้วไม่รั่ว ( ใช้มิเตอร์เข็มวัด )
ผมไม่ได้ใช้ถ้าจะเอาบอกน๊ะคร้าบ...เดี๋ยวส่งให้คร้าบ..... :whistling
เอามาเล้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เดี๋ยวขอเวลาว่างซั๊ก 2-3วํนผมส่งให้คร้าบ....
(http://)C:\Documents and Settings\ADMIN3\My Documents\My Pictures\DCIM\100CANON\IMG_0031.JPG
-
ถ้ามันพร่าจริง ๆ ลองพิจารณา พลังของภาคจ่ายไฟ , กระแสที่ไบอัสหลอดเพาเวอร์
-
แนวเสียงยังไม่ลงตัวครับ
เสียงทุ้มแตก พร่า รอซีไบแคบภาคจ่ายไฟครับ แล้วก็จะลดซีภาคจ่ายไฟลงด้วยครับ
เสียงกลางถึงแหลม ดีครับ
กระแสน่าจะไม่พอครับ หลอดที่ใช้แรงดันต่ำ กระแสสูง ภาคจ่ายไฟ ต้องการค่า C สูง ลองยกหม้อแปลงไฟดู ถ้าร้อนจัด ควรแก้ใข
-
แนวเสียงยังไม่ลงตัวครับ
เสียงทุ้มแตก พร่า รอซีไบแคบภาคจ่ายไฟครับ แล้วก็จะลดซีภาคจ่ายไฟลงด้วยครับ
เสียงกลางถึงแหลม ดีครับ
กระแสน่าจะไม่พอครับ หลอดที่ใช้แรงดันต่ำ กระแสสูง ภาคจ่ายไฟ ต้องการค่า C สูง ลองยกหม้อแปลงไฟดู ถ้าร้อนจัด ควรแก้ใข
น้า Mc ครับ หม้อแปลงจ่ายไฟของหลอด 6080 แยกเฉพาะ 0-200V/400mA กระแสสงบข้างละ 120mA สองข้างรวม 240mA หม้อแปลงเผื่อกระแสเท่าตัวเลย แต่ตอนสวิงนี่จะกินกระแสเท่าไหร่ไม่รู้ C ใช้ขนาดมโหราฬเลยครับ ซีตัวสีแดงด้านหน้า ITELcon 1000uF/400V ถ้าว่ากระแสไม่พอ ผมขอค้านครับ ส่วนแรงดันไบอัสก็ใช้ R wirewound ปรับค่าได้ ปรับจนแรงดัน B1+ ได้เท่าที่ออกแบบไว้ 224V
น้าๆ แนะนำว่า C ค่ามากไป กำลังรอผู้ใจบุญส่ง C มาไบแคบกับ C ใหญ่ 1000uF เห็นบอกว่าเสียงพร่าจะน้อยลง
แต่เสียงทุ้มที่แตกพร่าบวม ก็ตอนเร่งวอลุ่มให้เสียงดัง ถ้าฟังเบาๆ ก็ไม่แตกไม่พร่าครับ หรือว่ากำลังขับไม่พอเลยทำให้ลำโพงเพี้ยน
ตอนนี้สังเกตอาการไปเรื่อยๆ ก่อน
-
แหล่มเลย :showoff :showoff :showoff :showoff ชอบสีแดงๆ ;D ;D
-
แนวเสียงยังไม่ลงตัวครับ
เสียงทุ้มแตก พร่า รอซีไบแคบภาคจ่ายไฟครับ แล้วก็จะลดซีภาคจ่ายไฟลงด้วยครับ
เสียงกลางถึงแหลม ดีครับ
กระแสน่าจะไม่พอครับ หลอดที่ใช้แรงดันต่ำ กระแสสูง ภาคจ่ายไฟ ต้องการค่า C สูง ลองยกหม้อแปลงไฟดู ถ้าร้อนจัด ควรแก้ใข
น้า Mc ครับ หม้อแปลงจ่ายไฟของหลอด 6080 แยกเฉพาะ 0-200V/400mA กระแสสงบข้างละ 120mA สองข้างรวม 240mA หม้อแปลงเผื่อกระแสเท่าตัวเลย แต่ตอนสวิงนี่จะกินกระแสเท่าไหร่ไม่รู้ C ใช้ขนาดมโหราฬเลยครับ ซีตัวสีแดงด้านหน้า ITELcon 1000uF/400V ถ้าว่ากระแสไม่พอ ผมขอค้านครับ ส่วนแรงดันไบอัสก็ใช้ R wirewound ปรับค่าได้ ปรับจนแรงดัน B1+ ได้เท่าที่ออกแบบไว้ 224V
น้าๆ แนะนำว่า C ค่ามากไป กำลังรอผู้ใจบุญส่ง C มาไบแคบกับ C ใหญ่ 1000uF เห็นบอกว่าเสียงพร่าจะน้อยลง
แต่เสียงทุ้มที่แตกพร่าบวม ก็ตอนเร่งวอลุ่มให้เสียงดัง ถ้าฟังเบาๆ ก็ไม่แตกไม่พร่าครับ หรือว่ากำลังขับไม่พอเลยทำให้ลำโพงเพี้ยน
ตอนนี้สังเกตอาการไปเรื่อยๆ ก่อน
เท่าที่อ่านดู อาจจะมี 2 อาการครับ
เสียงที่แตกพร่า --> เกนภาคแรก อาจจะแรงไป ทำให้สัญญาณคลิปที่ภาคพาวเวอร์
เสียงที่บวม --> C ตัวสุดท้ายขนาดใหญ่มาก ... ไบแคป อาจจะช่วยได้
-
แนวเสียงยังไม่ลงตัวครับ
เสียงทุ้มแตก พร่า รอซีไบแคบภาคจ่ายไฟครับ แล้วก็จะลดซีภาคจ่ายไฟลงด้วยครับ
เสียงกลางถึงแหลม ดีครับ
กระแสน่าจะไม่พอครับ หลอดที่ใช้แรงดันต่ำ กระแสสูง ภาคจ่ายไฟ ต้องการค่า C สูง ลองยกหม้อแปลงไฟดู ถ้าร้อนจัด ควรแก้ใข
น้า Mc ครับ หม้อแปลงจ่ายไฟของหลอด 6080 แยกเฉพาะ 0-200V/400mA กระแสสงบข้างละ 120mA สองข้างรวม 240mA หม้อแปลงเผื่อกระแสเท่าตัวเลย แต่ตอนสวิงนี่จะกินกระแสเท่าไหร่ไม่รู้ C ใช้ขนาดมโหราฬเลยครับ ซีตัวสีแดงด้านหน้า ITELcon 1000uF/400V ถ้าว่ากระแสไม่พอ ผมขอค้านครับ ส่วนแรงดันไบอัสก็ใช้ R wirewound ปรับค่าได้ ปรับจนแรงดัน B1+ ได้เท่าที่ออกแบบไว้ 224V
น้าๆ แนะนำว่า C ค่ามากไป กำลังรอผู้ใจบุญส่ง C มาไบแคบกับ C ใหญ่ 1000uF เห็นบอกว่าเสียงพร่าจะน้อยลง
แต่เสียงทุ้มที่แตกพร่าบวม ก็ตอนเร่งวอลุ่มให้เสียงดัง ถ้าฟังเบาๆ ก็ไม่แตกไม่พร่าครับ หรือว่ากำลังขับไม่พอเลยทำให้ลำโพงเพี้ยน
ตอนนี้สังเกตอาการไปเรื่อยๆ ก่อน
อาการเบสบวม กับแตกพร่า คนละเรื่องกันนะครับ อาการแตกพร่า สาเหตุหลัก ๆ คือ กระแสไม่พอ เกนภาคหน้าแรงเกินไป แรงดันสวิงที่กริดต่ำไป ลอง เช็คกระแสที่ใช้จริง ๆ ดูก่อนครับ เป็นอันดับแรก ถ้าพอ ลองลดเกนภาคหน้าดู
-
เอ๋า คนละอาการกันเหรอนี่
ไม่ต้องหนักใจครับ ป๋ามีทั้งสโคป และ ฟังก์ชั่นเจนเนอเรเตอร์ เบิร์นอีกวันหนึ่ง ความจริงเบิร์นน้อยมาก วันละชั่วโมง สองชั่วโมงเอง เบิร์นมานี่ก็ยังไม่ถึง 10 ชั่วโมงเลย ไม่กล้าเปิดเครื่องทิ้งไว้
แล้วจะเอาสโคจิ้มดูสัญญาณ ชี้ทางนำมายังงี้ก็ไม่ยาก พอมองเห็นอะไร รำไรๆ
แต่ ตอนเอาสโคปกับฟังก์ชั่นเจนฯ นี่ป๋ามี dummy load เป็น R กระเบื้อง 18R 10วัตต์ หาซื้อ R 8R ไม่มี ร้านขายบอกหมด จะใช้ 18R ทำ dummy load ได้ไหมครับ
-
ลองหาตัวต้านทานขนาด 15 ohm 10W มาขนานดูครับ ก็จะได้ประมาณ 8 ohm ทนกำลังได้ 20W แต่จริงๆตัวต้านทานทีเหมาะสมกับการทำ dummyload จะเป็นพวก wirewound power resistors นะครับ จะเป็น Aluminium Housed หรือ Power Ceramic Tube Resistor ก็ได้อะครับ
-
แนวเสียงยังไม่ลงตัวครับ
เสียงทุ้มแตก พร่า รอซีไบแคบภาคจ่ายไฟครับ แล้วก็จะลดซีภาคจ่ายไฟลงด้วยครับ
เสียงกลางถึงแหลม ดีครับ
กระแสน่าจะไม่พอครับ หลอดที่ใช้แรงดันต่ำ กระแสสูง ภาคจ่ายไฟ ต้องการค่า C สูง ลองยกหม้อแปลงไฟดู ถ้าร้อนจัด ควรแก้ใข
น้า Mc ครับ หม้อแปลงจ่ายไฟของหลอด 6080 แยกเฉพาะ 0-200V/400mA กระแสสงบข้างละ 120mA สองข้างรวม 240mA หม้อแปลงเผื่อกระแสเท่าตัวเลย แต่ตอนสวิงนี่จะกินกระแสเท่าไหร่ไม่รู้ C ใช้ขนาดมโหราฬเลยครับ ซีตัวสีแดงด้านหน้า ITELcon 1000uF/400V ถ้าว่ากระแสไม่พอ ผมขอค้านครับ ส่วนแรงดันไบอัสก็ใช้ R wirewound ปรับค่าได้ ปรับจนแรงดัน B1+ ได้เท่าที่ออกแบบไว้ 224V
น้าๆ แนะนำว่า C ค่ามากไป กำลังรอผู้ใจบุญส่ง C มาไบแคบกับ C ใหญ่ 1000uF เห็นบอกว่าเสียงพร่าจะน้อยลง
แต่เสียงทุ้มที่แตกพร่าบวม ก็ตอนเร่งวอลุ่มให้เสียงดัง ถ้าฟังเบาๆ ก็ไม่แตกไม่พร่าครับ หรือว่ากำลังขับไม่พอเลยทำให้ลำโพงเพี้ยน
ตอนนี้สังเกตอาการไปเรื่อยๆ ก่อน
อาการเบสบวม กับแตกพร่า คนละเรื่องกันนะครับ อาการแตกพร่า สาเหตุหลัก ๆ คือ กระแสไม่พอ เกนภาคหน้าแรงเกินไป แรงดันสวิงที่กริดต่ำไป ลอง เช็คกระแสที่ใช้จริง ๆ ดูก่อนครับ เป็นอันดับแรก ถ้าพอ ลองลดเกนภาคหน้าดู
เห้นด้วยกับ ปุ่ แม็กครับ ลองต่อผ่านโดยไม่มีปรีแอมปื อาการดีขึ้นไหมครับ ลองเอาที่ออกแบบไว้มาดูหน่อยก้ดีนะครับ จะได้ช่วยๆๆกันครับ(คุณพี่ออดิโอแมน คงคำนวนไว้เพียบ และละเอียดดีด้วย อยากเห้นครับ ยกมาให้ทีดูครับ)
-
แว๊ก น้าแม๊ค เป็นปู่หรือนี่ ผมยังเป็นแค่ป๋าเอง ขอคาระวะท่านปู้ครับ
-
เอามาให้น้า aon-amp ดู
ดูปรีแอมป์ก่อนนะครับ โหลดไลน์ของปรีแอมป์
-
วงจรปรี และวงจรจ่ายไฟ ตามที่คำนวณได้
-
เอาสโคปวัด โดยใช้สัญญาณ 1KHz จากโปรแกรมในคอม
-
ใต้ท้องของปรี
-
โหลดไลน์ของ 6080
-
โหลดไลน์ของภาคไดร์
-
วงจรของเพาเวอร์แอมป์
-
ภาคจ่ายไฟและวงจร วัดจริง
-
เสียงแตกพร่า น่าจะมาจาก การขลิบ ที่ภาค 6N1P ครับ
ภาค 6N1P เป็น คอ ขวด ของแอมป์นี้ครับ
อินพุทมาแรงไป 6N1P ก็คลิป
อินพุทมาเบาไป 6N1P ไม่คลิป แต่กำลังไม่พอไปขับ 6080 ได้เต็มที่
ภาคจ่ายไฟและวงจร วัดจริง
(http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=72566.0;attach=152877;image)
-
แหม ปรีพี่นี่เกนสะใจ ดีจริงๆๆเลยครับ
ลองดูว่าไม่มีปรีเป้นยังไงบ้างนะครับ(ต่อผ่าน วอลลุ่มตรงๆๆเลย)
ผมเข้าใจว่าพี่คงออกแบบเป้นเพาเวอร์แน่ๆๆเลย
รายละเอียดสุดยอด บางตัวผมยังไม่รู้ว่าหาค่ายังไงเลย ;D ;D
ผมคิดว่าเสียงน่าจะเบาลง แต่เปิดได้เต็มที่ ครับ ปรีพี่ vo น่าจะประมาณ40 กว่าๆๆ คงไปขลิบ
อย่างที่คุณพ่อน้องเอ็มมีว่าแน่ๆๆ พี่ลองหา ปรี เกนน้อยๆๆดุนะครับ น่าจะดีขึ้นครับพี่
อยากทำมั่งจังเลย ลงทุนไปเท่าไหร่ครับ เห้นแล้ว อยากได้ อยากมี อยาก....... 0)] ของดีๆๆทั้งนั้น 0)]
ได้ผลยังไงมาเล่าให้น้องฟังบ้างนะครับ
-
มาแล้วครับผมการทดสอบยกแรก หลังจากทำความคุ้นเคยกับวงจรและอุปกรณ์
ยกแรก ทดสอบปรีแอมป์
ถอดสายสัญญาณอินพุทออก แต่สายสัญญาณเอ้าพุท ไปเข้าเพาเวอร์แอมป์ยังเสียคาไว้อยู่
เอาสโคปตั้งฟังก์ชั่นเจนฯ ให้ปล่อยสัญญาณซายเวฟ 1V p-p , 1KHz
1 เอาสัญญาณเข้าไปที่อินพุทก่อนเข้า วอลุ่ม VR 100K ก็หลังแจ๊ค RCA นั่นแหละครับ แล้วเอาสโคปจับหลังวอลุ่ม ได้สัญญาณตามที่ตั้งฟังก์ชั่นเจนฯ ไว้ หมุนวอลุ่มขึ้นลงคลื่นก็ ขึ้นลงด้วย ทีละแชนแนล ทั้งสองแชนแนล
2 เอาสโคปจับที่เอ้าพุท เปิดปิดวอลุ่มสัญญาณก็ยืดหดตาม รูปคลื่นสวย ซายเวฟ ได้แรงดันเอ้าพุท แชนแนลขวามือ 51Vp-p แชนแนลซ้ายมือ 50Vp-p
ได้เกนของปรีแอมป์ แชนแนลขวา 51 เท่า แชนแนลซ้าย 50 เท่า
เสียดายลูกชายเอากล้องถ่ายรูปไปใช้เลยไม่ได้ถ่ายมาให้ดู
ยกแรกนี้ ปรีแอมปืผมว่าผ่านการทดสอบไปได้สวยครับ
-
ยกที่สอง ยังครับยังไม่ได้ทดสอบเพาเวอร์แอมป์ ผมสงสัยในใจผมอยู่ครับ
ที่ปรีแอมป์เหมือนเดิม คือเอาสัญญาณจากฟังก์ชั่นเจนจับเข้าที่หลังแจ๊ค RCA
เอาสโคปจับที่เอ้าพุทของปรีแอมป์ เช่นเดิม
แต่...... เปิดเพาเวอร์แอมป์ (อย่าลืมว่าผมเสียบสายสัญญาณเอ้าพุทไปที่เพาเวอร์แอมป์ คาไว้)
แล้วเปิดวอลุ่มสุด ปิดวอลุ่มสุด ผลออกมาแล้วครับ
ทันทีที่เพาเวอร์แอมป์ทำงานหลอดแดง สัญญาณที่สโคป ซีกบนเริ่มมน ซีกล่างเหมือนเดิม เป็นซายเวฟที่ ซีกล่างเหมือนเดิม แต่ซีกบน ขอบบนเริ่มมน ลดแอมปลิจูดลงนิดหน่อย ทีละนิดๆ แต่ขอบบนไม่ถึงกับตัดเป็นเหลี่ยม ยังโค้งอยู่
อาการนี้เป็นตั้งแต่ปิดวอลุ่มถึงเปิดวอลุ่มสุด
และเมื่อเปิดวอลุ่มสุด มีเสียงหวีดออกมาด้วย ผมไม่รู้ว่าเสียงออกมาจากจุดไหน
อ่านแล้วเห็นภาพไหมครับ
-
1 เอ้าพุทอิมพีแดนซ์ของปรีแอมป์ ไม่แมทกับ อินพุทอิมพีแดนซ์ของเพาเวอร์แอมป์
2 สัญญาณที่เอ้าพุทที่ขยายแล้วของปรีแอมป์ ซีกบนทำไมขลิป (เรียกว่าขลิปหรือเปล่า) ขลิปตั้งแต่เกนต่ำจนถึงเกนสูงสุด
3 ทำไมถึงมีเสียงหวีดแหลม มันดังออกมาจากจุดไหน
-
ลองทำอีกครั้ง
คราวนี้เปิดวอลุ่มจนสัญญาณเอ้าพุทวัดได้ 15Vp-p sine wave (0.5Volt/div.*3 ช่องใหญ่ * ทอนสัญญาณ 10 เท่า)
พอเปิดเพาเวอร์แอมป์
1 เสียงหวีดก็มาเลย ตามจริงเสียงหวีดเริ่มดังตั้งแต่เปืดวอลุ่มน้อยๆ
2 sine wave ซีกบน amplitude ลดลงหนึ่งช่องย่อย = 1V (0.5Volt/div.*0.2 ช่องใหญ่ * ทอนสัญญาณ 10 เท่า)
ซีกล่างจะเป็น 15/2 = 7.5Vpeak
ซีกบนจะเป็น 7.5-1 = 6.5Vpeak
-
เช้าวันนี้ก็มาต่อการทดสอบเพาเวอร์แอมป์ครับ
ถอดสายสัญญาณออกจากปรีแอมป์ ตั้งฟังก์ชั่นเจนฯ ไว้เหมือนเดิม 1Vp-p, 1KHz ต่อเข้าที่แจ๊ก RCA ท้ายเพาเวอร์แอมป์
1 เอาสโคปจับสัญญาณที่ก่อน C input ได้รูปคลื่นและแรงดันตามที่ตั้งไว้
2 เอาสโคปจับสัญญาณที่กริดของ 6080 หรือที่หลัง c coupling ของภาคไดร์ วัดได้
สีแดง 0.5Volt/div.*4.8 ช่อง * ทอนสัญญาณ 10 = 24Vp-p
สีดำ 0.5Volt/div.*5 ช่อง * ทอนสัญญาณ 10 = 25Vp-p
สรุป ภาคไดร์มีเกน 24 และ 25 เท่าตามลำดับ
3 เอาสโคปจับสัญญาณที่ plate ของ 6080 หรือที่หลัง OPT 600R วัดได้
เท่ากันทั้งแดงและดำ = 2 volt/div.*2 ช่อง * ทอนสัญญาณ 10 = 40Vp-p
ปรับสโคปให้วัด DC วัดได้ 5 volt/div.*5 ช่อง * ทอนสัญญาณ 10 = 250V สำหรับรูปคลื่นจะมีสัณญาณสลับขี่อยู่บนไฟตรง
4 เอาสโคปจับสัญญาณที่ dummy load 18R วัดได้
สีแดง 2Volt/div.*2 ช่อง = 4Vp-p
สีดำ 2Volt/div.*2.2 ช่อง = 4.4Vp-p
-
สรุป ภาคไดร์มีเกน 24 และ 25 เท่าตามลำดับ (ป้อนสัญญาณ 1Vp-p)
ภาคเพาเวอร์มีเกน 40Vp-p/24 = 1.7 เท่า และ 40Vp-p/25 = 1.6 เท่า ตามลำดับ
มีสัญญาณสลับที่เพลตของ 6080 เทียบกราวน์ 40Vp-p
ที่ dummy load 18R วัดได้ 4Vp-p และ 4.4Vp-p ตามลำดับ
ทดสอบเพาเวอร์แอมป์ ไม่มีหอน ไม่มีหวีด
สรุปว่าเพาเวอร์แอมป์ดี
แต่พอ ปรีกับเพาเวอร์ ทำงานร่วมกันมีปัญญา
-
มีอะไรก็คอมเมนต์ไว้นะครับ คืนนี้ผมไม่อยู่
จะรออ่านครับ
ผมไม่ได้รู้อะไรมากเพียงแต่ซื้อของเล่นมาครบชุดเท่านั้นเอง ผมวิเคราะห์ไม่เป็นครับ
-
:) เข้ามาให้กำลังใจคร้าบ...
วิเคราะห์วงจรไม่เป็นเหมือนกัน
ที่ทำฟังทุกวันนี้ก็โคลน,วงจรของ
คนอื่นๆมาทำคร้าบ...
-
ผมดูผลการวัดที่ V plate ของ 6080 ได้แค่ 40 Vp-p ถ้าส่งผ่าน OPT 600/8 คิดออกมาเป็นกำลัง ได้แค่ 0.33 วัตต์ RMS ก่อนขลิบ
ลองปรับปรุงชุด drive ของ 6080 ดูครับ ไล่ ไบอัสไปสัก -3 ถึง -4 ให้มันขลิบยากหน่อย แต่ก็ต้องดูสวิงที่เพลท ของ หลอด ไดร์ด้วยครับ ว่ามันทำได้ถึง 120-130Vp-p โดยไม่ขลิบ
มันถึงจะอัด 6080 ได้เต็ม ๆ ครับ
ปัญหาน่าจะเป็นที driver ครับ ลองปรับตรงนี้ให้ได้ก่อน
-
เสียงแตกพร่า น่าจะมาจาก การขลิบ ที่ภาค 6N1P ครับ
ภาค 6N1P เป็น คอ ขวด ของแอมป์นี้ครับ
อินพุทมาแรงไป 6N1P ก็คลิป
อินพุทมาเบาไป 6N1P ไม่คลิป แต่กำลังไม่พอไปขับ 6080 ได้เต็มที่
จริงตามที่พ่อน้องเอ็มมี่ครับ ยังกะตาเห็นเลย
-
เที่ยงวันนี้มาทดสอบในภาพรวมครับ
ต่อปรีแอมป์เข้ากับเพาเวอร์แอมป์ เอาสัญญาณจากฟังกืชั่นเจนฯ ต่อเข้าอินพุทของปรีแอมป์ แล้วเอาสโคปจับ
1 จับที่เอ้าพุทของปรีแอมแ สัญญาณเหมือนเดิมกับที่วัดเมื่อต่อกับเพาเวอร์แอมป์ คือสัญญาณซีกบน แอมปลิจูดลดลง แต่ไม่ขลิป หมุนวอลุ่มสุดก้ไม่ขลิบ นี่เป็นจุดแรกที่ต้องแก้ เมื่อปรีแอมป์กับเพาเวอร์แอมปืทำปฏิกิริยากัน มีผลทำให้สัญญาณเสียรูปไป
2 จับที่เอ้าพุทของภาคไดร์ สัญญาณจะเริ่มขลิปเมื่อหมุนวอลุ่มไปได้ประมาณ หนึ่งในสี่ , ประมาณ 9.00 น. ขลิปตอนนี้คือขอบตัดเรียบเลย
3 จับที่เพลตของ 6080 ก็เหมือนกันกับภาคไดร์
4 จับที่ dummy load สัญญาณดูไม่ได้เลย
-
ภาคไดร์ 6N1P twin triode medium mu B2+ เกือบ 300V ขนานซะด้วย เอาไม่อยู่
ยังงี้จัดภาคไดร์เป็น cascode หรือจะ SRPP ดีครับ
-
ภาคไดร์ 6N1P twin triode medium mu B2+ เกือบ 300V ขนานซะด้วย เอาไม่อยู่
ยังงี้จัดภาคไดร์เป็น cascode หรือจะ SRPP ดีครับ
SRPP เกนจะประมาณ ~ mu/2 คือ ~ x16-17
ถ้าจะใช้ SRPP จริง ๆ Bias ของ 6N1P ควรจะประมาณ -4V ครับจึงจะขับ 6080 ได้เต็มที่หน่อย และใช้งานกับปรีได้ดีขึ่น
-
แก้ภาคไดร์ใหม่
6N1P-EV twin triode medium mu, drive
VHT 325V, Imax. 20mA
RL = 325V/20mA = 16.25K
วงสวิงของเพลต 300-131 = 169V
วงสวิงขิงกริด 8V
Av = 169V/8V = 21.125 = 21 เท่า
กึ่งกลางวงสวิง 300+131/2 = 215.5V
เลือก Vg -4V จะได้ Vp 230V
Ia 6.2mA
Rp = 250-210V/8.7-4mA = 40/4.7 = 8.5V/mA = 8.5K
RL/Rp = 16.25K/8.5K = 1.9
Gm = 20-1.3mA/6-2V = 18.7/4 = 4.675 = 4.7mA/V
u = Gm*Rp = 4.7*8.5 = 39.95 = 40
gain = uRL/Rp+RL = 40*16.25K/8.5K+16.25K = 650KK/24.75K = 26.26
จากการขนานหลอดทำให้
Ia เพิ่มสองเท่า = 12.4mA
RL ลดลงครึ่งหนึ่ง = 8.12K ค่ามาตรฐาน 8.2K
Rp ลดลงครึ่งหนึ่ง =4.25K = 4.3K ตรงนี้ไม่รู้ถูกหรือเปล่า
Rk = 4V/12.4mA = 332.58 =333R ค่ามาตรฐาน 330R
Rk' = 1/Gm = 1/4.7m = 213R
Zk = Rk'//Rk = 213//330 = 70290/543 = 129R
Ck = 1/2*3.14*10*129 = 1/8101 = 124uF
Zo = RL//Rp = 8.2K//4.3K = 35.26KK/12.5K = 2.82K ตรงนี้ไม่รู้ถูกหรือเปล่า
B2+ = 4+230+(12.4mA*8.2K) = 234+101.68 = 335.68 = 336V
Vswing = 101.68Vp-p
60% Vswing = 61Vp-p
-
ได้รับ C 5.6uF 400V 2 ตัว, 1uF 400V 2 ตัว ยี่ห้อ spirit
แหม เล่นส่งของใหม่มาให้ใช้เลยนะครับ
ขอบคุณมากครับ
-
ลองดูว่าไม่มีปรีเป้นยังไงบ้างนะครับ(ต่อผ่าน วอลลุ่มตรงๆๆเลย)
อยากทำมั่งจังเลย ลงทุนไปเท่าไหร่ครับ
ไม่ผ่านปรี จากคอมเข้าเพาเวอร์แอมป์เลย เสียงไม่บวม ไม่พร่า ไม่แตก แต่เสียงเบาครับ
ปรีแอมป์ลงทุนไม่ถึงหมื่นครับ เท่าที่จำได้
หม้อแปลงจากแสงทอง
1 50-0V 100mA ราคา 295.- บาท
2 6.3-0V 1A ราคา 305.- บาท
3 หลอด 6N2P น้าณรงค์ส่งมาให้ลอง ราคาตามเวบหลอดละ 155 บาท สองหลอด 310 บาท
4 แท่นอลูมิเนี่ยม ประมาณ 1200 บาท เพราะมีการเชื่อมอาร์กอน
5 วอลุม alp ประมาณ 350 บาท
6 C EPCOS 22uF 450V ตัวละไม่เกิน 100 บาท รวม 400 บาท
7 C electrolytic 50uF+50uF 450V สีฟ้าน่าจะ 450 บาท
8 C 0.1uF 600V hitachi ราคาตัวละน่าจะ 100 บาท สี่ตัว 400 บาท
9 C 33uF ตีเป็น 100 บาท สองตัว 200 บาท
10 C 100uF nichicon electrolytic ตีเป็น 50 บาท สองตัว 100 บาท
11 socket 9 ขา ตีเป็น 75 บาท สองตัว 150 บาท
12 แจ๊ค RCA สี่ตัว นี่ราคาเอาเรื่อง ตีเป็นตัวละ 200 บาท สี่ตัว 800 บาท
13 จิปาถะ R ตัวละบาท เต้าท้ายรับสายไฟ ฟิวส์ สวิทช์ สายไฟไวริ่ง ตะกั่วบัดกรี ตีรวม 400 บาท
14 สายไฟเข้าเครื่องใช้สายคอมพิวเตอร์
15 เหมารวมอื่นๆ น็อต ที่พักสาย อื่นๆ 500 บาท
รวม 5,860 บาท ตีเป็น 6,000 บาท
ไม่ถึงหมื่น ผมว่าถ้าเอา R แบบ carbon composite ก็ไม่ถึงหมื่นอยู่ดี เพียงแต่ว่าหลอดยี่ห้อไม่ดังเท่านั้นเองครับ
-
ลุ้นครับ :drive1
-
ขออนุญาตลบคำตอบที่ไม่เกี่ยวข้องออกนะครับ จะทำให้งง
วงจรใหม่ตามกราฟในคำตอบที่ 94 โดยปรับให้ Vg -4V สูงขึ้นกว่าเดิม
ลองวัดดูแล้วสัญญาณดีกว่าเดิมนิดหน่อย สวยกว่าเดิม แต่ก็ยังมีขลิบเมื่อต่อปรีแอมป์ เปิดวอลุ่มที่ปรีแอมป์ได้สูงสุดแค่ 9.00 น. เกินนั้นสัญญาณขลิบ
ถ้ายังไม่ต่อปรีแอมป์ สัญญาณสวยทุกสเตจ
พอต่อปรีแอมป์เข้ากับเพาเวอร์แอมป์ สัญญาณจากปรีเริ่มเพี้ยน สเตจอื่นก็จะเพี้ยนตาม
อย่างนี้ไม่น่าใช่ปัญหาจากคอขวดนะครับ
คราวนี้เริ่มรู้แล้วว่าเป็นปัญหาใหญ่ แก้ไม่ตก ต้องรื้อวงจรบางสเตจทำใหม่แน่ๆ
จะแก้ไขที่ตรงไหนล่ะทีนี้ K] K] :help :help
-
ผมลองวิเคราะห์จากประสบการณ์ในการเล่นกับหลอด regulator มาสองสามตัวนะครับ :)
1-วงจรนี้ใช้ OPT แค่ 600 ohm จาก load line กระแส peak ต่อข้างสามารถสวิงไปได้ถึง 260 ma นะครับ สองข้างก็ 520 ma ถึงแม้จะมีโอกาสน้อยที่จะสวิงไปที่จุดสูงสุดพร้อมๆกันแต่กับ power supply วงจรปัจจุบันผมว่าไม่พอครับ C แค่ 100+100uf แอมป์ของผม ED8000 ใช้ C ตัวแรก 16 uf ตัวหลังใช้ 330uf*3 ครับ ตอนแรกใช้สองตัวแล้วรู้สึกว่ามันวูบๆเวลาเพลงโหมหนักๆ
2-R1 กับ R2 ของ psu ไฟสูงผมไม่แน่ใจว่าเป็นอะไรครับ แต่ลองคำนวนดูแล้วมีแรงดันตกคร่อมรวม 35V ที่กระแส 240ma แสดงว่ามีค่าความต้านทานราวๆ 145 ohm ครับ ค่า R 145 ohm กับ C แค่ 100uf ผมคิดว่าไม่พอกับวงจรที่กินกระแสและกระแสพีคขนาดนี้ครับ regulation ไม่ดีพอ
3-เรื่องขนาดของหม้อแปลง แอมป์ผมกินกระแสรวมราวๆ 200 ma ผมสั่งไฟสูง 200-0-200 V 400ma ครับ ขนาดนี้ยังร้อนเลยครับเวลาใช้งาน วงจร bridge แล้วเผื่อแค่สองเท่าไม่ถือว่าเยอะนะครับ เพราะกระแสจะไหลทุกขด ตลอดเวลาทุกเฟสของรูปคลื่น ไม่เหมือน fullwave
ผมอยากเสนอวิธีปรับปรุงนะครับ ถ้าไม่ใช้ choke ก็ให้ลดค่า R1+R2 ลงมาเหลือน้อยๆครับ (หลักสิบโอห์ม) และเพิ่ม C ตัวหลังขนานเข้าไปอีกครับ สัก 470uf ขึ้นไป
แต่ก่อนอื่นอยากให้ลองง่ายๆก่อนครับคือลองเปิดใช้งานแค่ข้างเดียวก่อน ปลด B+ ที่ต่อเข้า OPT ออกข้างนึงแล้วลองดูว่ามันดีขึ้นไหมครับ
-
อีกอันที่อยากให้ลองนะครับ ลดค่า Rg ของ 6080 ลงมาครับ เหลือสัก 47-100K ครับ แล้วเพิ่มค่า C coupling อีกสักหน่อยครับ สัก 0.22uf ขึ้นไป เปลี่ยนแต่ R ก่อนก็ได้ครับ C หาได้แล้วค่อยเปลี่ยน :) :)
-
ขอบคุณน้า yoss มากๆครับ วิเคราะห์อย่างละเอียดเลย
ผมเปลี่ยนใจไม่แก้ไข เพราะความร้อนเป็นสาเหตุหลัก ถ้าผมเผลอหลับยาว แล้วไม่ได้เปิดพัดลม ตื่นเช้าขึ้นมาผลจะเป็นยังไง สุดที่จะคาดเดา ,อุปกรณ์ใต้แท่ก็จะเสื่อมเร็วด้วย
6080 สองหลอดกินไฟจุดใส้หลอด 32W คงต้องใช้แท่นใหญ่กว่านี้ ติด heat sink ด้วยน่าจะดี
จะหาหลอดใหม่มาลงและเปลี่ยน OPT ด้วย
ถ้าไม่เปิดพัดลม ฟังเพลงสามเพลง แท่นด้านหน้าร้อนจับไม่ได้ ส่วนหม้อแปลงสี่ตัวไม่ร้อน ตอนนี้ก็กำลังฟังอยู่ครับ
ถ้าเห็นด้วยก็จะขอปิดกระทู้ครับ
แต่ถ้าเห็นว่าร้อนแค่นี้ไม่เป็นไร เคยมีคนทำมาก่อนก็จะลุยแก้ไขต่อครับ
-
ขอบคุณน้า yoss มากๆครับ วิเคราะห์อย่างละเอียดเลย
ผมเปลี่ยนใจไม่แก้ไข เพราะความร้อนเป็นสาเหตุหลัก ถ้าผมเผลอหลับยาว แล้วไม่ได้เปิดพัดลม ตื่นเช้าขึ้นมาผลจะเป็นยังไง สุดที่จะคาดเดา ,อุปกรณ์ใต้แท่ก็จะเสื่อมเร็วด้วย
6080 สองหลอดกินไฟจุดใส้หลอด 32W คงต้องใช้แท่นใหญ่กว่านี้ ติด heat sink ด้วยน่าจะดี
จะหาหลอดใหม่มาลงและเปลี่ยน OPT ด้วย
ถ้าไม่เปิดพัดลม ฟังเพลงสามเพลง แท่นด้านหน้าร้อนจับไม่ได้ ส่วนหม้อแปลงสี่ตัวไม่ร้อน ตอนนี้ก็กำลังฟังอยู่ครับ
ถ้าเห็นด้วยก็จะขอปิดกระทู้ครับ
แต่ถ้าเห็นว่าร้อนแค่นี้ไม่เป็นไร เคยมีคนทำมาก่อนก็จะลุยแก้ไขต่อครับ
ผมก็ไม่รู้ว่ามันร้อนขนาดไหนนะครับ แต่ผมว่า 6528 ร้อนกว่านี้เยอะครับ
-
อะลูมิเนี่ยม มีความร้อนจำเพาะ c = 0.9 J/g.degree celcius
เดาว่าแท่นอะลูมิเนี่ยมหนัก 2Kg
อุณหภูมิแท่นก่อนเปิดแอมป์ 25 degree celcius
หลอด 6080 สองหลอดจุดใส้หลอดให้กำลังความร้อน 30W เป็นเวลา 1 ชั่วโมง = 30W*60*60 second = 108000 W/second = 108000 jule/second
Q = mc(t2-t1)
108000 J/second = 2000g*0.9 J/g.degree celcius (t2-25 degree celcius)
108000 J/second = 1800 J/degree celcius (t2-25 degree celcius)
108000 J/second/1800 J/degree celcius = t2-25 degree celcius
60 degree celcius = t2 -25
t2 = 60+25 = 85 degree cellcius
นั่นคือ ถ้าเปิดเพาเวอร์แอมป์ 1 ชั่วโมง แท่จะร้อนขึ้นจากอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส เป็น 85 องศาเซลเซียส (ถ้าไม่ระบายความร้อน)
-
:giveup :giveup :giveup
-
ถ้าเปิดสามเพลง ๆ ละ 4 นาที แท่นจะร้อนขึ้นกี่องศา
หลอด 6080 สองหลอดจุดใส้หลอดให้กำลังความร้อน 30W เป็นเวลา 3 เพลง *4 นาที = 30W*3*4*60 second = 21600 W/second = 21600 jule/second
Q = mc(t2-t1)
21600 J/second = 2000g*0.9 J/g.degree celcius (t2-25 degree celcius)
21600 J/second = 1800 J/degree celcius (t2-25 degree celcius)
21600 J/second/1800 J/degree celcius = t2-25 degree celcius
12 degree celcius = t2 -25
t2 = 12+25 = 37 degree cellcius
นั่นคือ ถ้าเปิดเพาเวอร์แอมป์สามเพลงๆ ละ 4 นาที รวม 12 นาที แท่นจะร้อนขึ้น 12 องศา จากอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส เป็น 37 องศาเซลเซียส (ถ้าไม่ระบายความร้อน)
นาทีละหนึ่งองศา
แก้ไขครับ
-
นี่แหละลูกผู้ชายตัวจริง ......................... :cold :cold :cold
-
ขอบคุณน้า yoss มากๆครับ วิเคราะห์อย่างละเอียดเลย
ผมเปลี่ยนใจไม่แก้ไข เพราะความร้อนเป็นสาเหตุหลัก ถ้าผมเผลอหลับยาว แล้วไม่ได้เปิดพัดลม ตื่นเช้าขึ้นมาผลจะเป็นยังไง สุดที่จะคาดเดา ,อุปกรณ์ใต้แท่ก็จะเสื่อมเร็วด้วย
6080 สองหลอดกินไฟจุดใส้หลอด 32W คงต้องใช้แท่นใหญ่กว่านี้ ติด heat sink ด้วยน่าจะดี
จะหาหลอดใหม่มาลงและเปลี่ยน OPT ด้วย
ถ้าไม่เปิดพัดลม ฟังเพลงสามเพลง แท่นด้านหน้าร้อนจับไม่ได้ ส่วนหม้อแปลงสี่ตัวไม่ร้อน ตอนนี้ก็กำลังฟังอยู่ครับ
ถ้าเห็นด้วยก็จะขอปิดกระทู้ครับ
แต่ถ้าเห็นว่าร้อนแค่นี้ไม่เป็นไร เคยมีคนทำมาก่อนก็จะลุยแก้ไขต่อครับ
ผมก็ไม่รู้ว่ามันร้อนขนาดไหนนะครับ แต่ผมว่า 6528 ร้อนกว่านี้เยอะครับ
แฮ่ๆ ช่วงสิ้นปีผมซื้อหลอด เห็นว่าเป็นไตรโอดคู่ก็คว้าหมับเลย น่าจะเป็นหลอดที่น้า yoss ไม่เอา เบอร์ 6336A นี่ก็ 6.3V 5A = 31.5W*2 = 63W พอๆกับหลอด 6528 เลย จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
นี่นาทีละสององศาเซลเซียส
-
ความร้อนที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแค่ใส้หลอดหรอกนะครับ
เอาง่ายๆ ความร้อนที่เกิดขึ้นจาก DCR ใน OPT+ความร้อนจาก Plate dissipation + ความร้อนจาก R Cathode ก็ข้างละ 224*0.12=26.88/ข้าง สองข้างก็ 53.7W เข้าไปแล้วครับ ไม่รวมความร้อนที่เกิดขึ้นที่ R drop แรงดันที่ PSU และความร้อนจากประสิทธิภาพที่ไม่เต็มร้อยของหม้อแปลง Power เพราะหม้อเล็ก ลวดเลยเล็กตาม DCR ก็เยอะเลยเกิดความร้อนขึ้นเยอะ แอมป์ตัวนี้ถ้ารวมทั้งแท่นผมว่าความร้อนที่เกิดขึ้นราวๆ 100 วัตต์ครับ ตลกไหมครับ เราเผาความร้อนทิ้งไปเป็นร้อยวัตต์เพื่อที่จะได้กำลังจากแอมป์ไม่ถึงสิบวัตต์ดี K]
ส่วนแท่นจะร้อนแค่ไหนอย่าไปคิดให้เวียนหัวเลยครับ ยังงัยก็ไม่ถูก เอาเทอร์โมมิเตอร์จิ้มเอาง่ายกว่าครับ ;D
-
ขอบคุณน้า yoss มากๆ ครับ คนเคยเล่นหลอดใหญ่ รู้จริง
ความร้อนขนาดนี้ผมคิดว่าเป็นภาระ ผมเริ่มรู้แล้วว่าเป็นภาระ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป จากเคยง่ายๆ มีธุระก็ขับรถออกไปทำธุรเลย คราวนี้ไม่ใช่ต้องเลี้ยวรถมาปิดแอมป์หลอดก่อน เง้อ
ความที่ผมไม่รู้ว่าจะร้อนเต็มที่เท่าไหร่ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
ผมเคยเกือบจะเผาบ้านตัวเองมาสองสามครั้งแล้ว บ้านที่อยู่นี่ก็เป็นบ้านเช่า อ่า
เจอร้อนแบบมือแตะไม่ได้ นี่คิดหนักเลย เซฟตี้ก็ไม่มี DIY ล้วนๆ
สรุปว่าปกติใช่ไหมครับ ถ้าร้อนมากก็เอาพัดลมเป่าเอา
-
ผมตัดสินใจแล้วว่าลุยต่อ เพราะว่า.... มันมาเป็นชุดอยู่แล้ว โดยเฉพาะ OPT 600R:8R, 4R จะมีหลอดไหนใช้ร่วมได้ ถ้ามีก็คงตระกูลเดียวกัน
แต่ผมจะย้ายไปลงเคสเก่าที่ทำ EL34 SE ตัวแรก ตัวแท่นยังอยู่ ตัดบางส่วนออกแล้วเอาแผ่นอะลูมิเนี่ยมใหม่วางทับเอา แท่นนี้ใหญ่กว่า กระจายความร้อนน่าจะดีกว่า และสามารถเอา C 1000uF ตัวสีแดงกลับมาใช้ได้อีก
แต่ก่อนจะย้ายแท่น ต้องแก้ให้ทำงานได้ซะก่อน โดยเดินตามน้า yoss
และผมจะลองเปลี่ยนภาคไดร์เป็น แคโทดฟอร์โลเวอร์ด้วย
-
สู้ๆ :weight_lift2 :showoff
-
ผมลองวิเคราะห์จากประสบการณ์ในการเล่นกับหลอด regulator มาสองสามตัวนะครับ :)
1-วงจรนี้ใช้ OPT แค่ 600 ohm จาก load line กระแส peak ต่อข้างสามารถสวิงไปได้ถึง 260 ma นะครับ สองข้างก็ 520 ma ถึงแม้จะมีโอกาสน้อยที่จะสวิงไปที่จุดสูงสุดพร้อมๆกันแต่กับ power supply วงจรปัจจุบันผมว่าไม่พอครับ C แค่ 100+100uf แอมป์ของผม ED8000 ใช้ C ตัวแรก 16 uf ตัวหลังใช้ 330uf*3 ครับ ตอนแรกใช้สองตัวแล้วรู้สึกว่ามันวูบๆเวลาเพลงโหมหนักๆ
2-R1 กับ R2 ของ psu ไฟสูงผมไม่แน่ใจว่าเป็นอะไรครับ แต่ลองคำนวนดูแล้วมีแรงดันตกคร่อมรวม 35V ที่กระแส 240ma แสดงว่ามีค่าความต้านทานราวๆ 145 ohm ครับ ค่า R 145 ohm กับ C แค่ 100uf ผมคิดว่าไม่พอกับวงจรที่กินกระแสและกระแสพีคขนาดนี้ครับ regulation ไม่ดีพอ
3-เรื่องขนาดของหม้อแปลง แอมป์ผมกินกระแสรวมราวๆ 200 ma ผมสั่งไฟสูง 200-0-200 V 400ma ครับ ขนาดนี้ยังร้อนเลยครับเวลาใช้งาน วงจร bridge แล้วเผื่อแค่สองเท่าไม่ถือว่าเยอะนะครับ เพราะกระแสจะไหลทุกขด ตลอดเวลาทุกเฟสของรูปคลื่น ไม่เหมือน fullwave
ผมอยากเสนอวิธีปรับปรุงนะครับ ถ้าไม่ใช้ choke ก็ให้ลดค่า R1+R2 ลงมาเหลือน้อยๆครับ (หลักสิบโอห์ม) และเพิ่ม C ตัวหลังขนานเข้าไปอีกครับ สัก 470uf ขึ้นไป
แต่ก่อนอื่นอยากให้ลองง่ายๆก่อนครับคือลองเปิดใช้งานแค่ข้างเดียวก่อน ปลด B+ ที่ต่อเข้า OPT ออกข้างนึงแล้วลองดูว่ามันดีขึ้นไหมครับ
โดยสรุปก็คือภาคจ่ายไฟ
ผมจะเอา C 1000uF มาใส่
สำหรับ R ในภาคจ่ายไฟเป็นแบบ wire wound ปรับค่าได้ 10W เนื่องจากว่าตัว R ปรับค่าได้ ผมก้ปรับที่ R จนวัดแรงดันได้ตามที่ต้องการ เลยไม่รู้ว่าค่า R เมื่อปรับเสร็จเท่าไหร่ ที่อนุกรมกันสองตัวเพื่อแบ่งอัตราทนกำลัง
ของใหม่จะเอา R 10 Ohms 10W มาต่ออนุกรมไว้เช็คกระแส
เรื่องภาคจ่ายไฟไม่ต้องห่วงครับผมมี C oil ระดับพี่บิ๊กหลายตัวอยู่ พอแน่ๆ
แต่หม้อแปลงจ่ายไฟสั่งมาเท่าไหร่ก็มีมาเท่านั้น อันนี้เพิ่มไม่ได้ ทางแก้ก็คือไบอัสให้กระแสลดลงมาซัก Ia 40mA ก็น่าจะได้ครับ
แต่ก่อนอื่นก็เอาแบบง่ายก่อนคือ เปิดใช้งานข้างเดียว ปลด B+ ที่ต่อเข้า OPT ออกข้างนึงแล้วลองดูว่ามันดีขึ้นไหมครับ
-
http://www.htg2.net/index.php?topic=72917.0
ยกมาจากกระทู้ข้างบน มาต่อที่กระทู้นี้นะครับ
ได้แก้ไขวงจรของปรีแอมป์ จาก 6N2P ขนานเพลต มาเป็น สเตจแรกเพลตโหลด สเตจสอง แคโทดฟอโลเวอร์
ใช้โหลดไลน์ใหม่
6N2P plate load
RL = 100K
VHT 260V
Vp = 141V
Vg = -1V
Ia = 1.19mA
Rk = 1V/1.19mA = 840R เลือกใช้ 1K
B+ = 1+141+(1.19mA*100K) = 142+119 = 261V
Vp gnd. 142V
Vswing 119Vp-p
60% Vswing = 71.4Vp-p
Gm = 2.25-0.4/1.5-0.5 = 1.85/1 = 1.85mA/V
Rp = 160-132/1.48-1 = 28/0.48 = 58V/mA = 58K
RL:Rp = 100K/58K = 1.7
u = Gm*Rp = 1.85*58 = 107.3
gain = u*RL/Rp+RL = 107.3*100K/58K+100K = 10730/K/158K = 68
Rk' = 1/Gm = 1/1.85m = 541R
Zk = Rk'// Rk = 541//1000 = 541000/1541 = 351R
Ck=1/2*3.14*10*351 = 1/22047 = 46uF
Zo = Rp//RL = 58K//100K = 5800KK/158K = 37K
AC bias
Vsource = gain = 68V
Rout = Zo = 37K
Rg next stage = 220K
VRout = Vsource(Rout/Rout+Rgnext stage)
= 68(37K/37K+220K) = 68(37K/257K) = 68(0.14) = 9.52V
Vout = Vsource-VRout
= 68-9.5 = 58.5Vpeak-peak
=58.5V*0.71 = 41.5V rms
-
อันนี้วงจร และค่าที่วัดได้จริง
-
เมื่อต่อกับ power amp.
ที่เพลตของ 6080 วัดสัญญาณเริ่มขลิปได้ AC 140Vp-p
จุดที่เริ่มขลิบวัดที่สัญญาณอินพุทเข้าเพาเวอร์แอมป์ (ก็คือเอ้าพุทจากปรีแอมป์) AC 0.11Vp-p
จุดที่เริ่มขลิบวัดที่สัญญาณที่ R 8R วัด AC 13Vp-p
สัญญาณไม่สวยเลย
-
สรุปว่าแก้ปัญหาที่ปรีแอมป์ไม่ได้ครับ
ต่อไปจะแก้ไขแบบของน้า yoss
-
แนวเสียงยังไม่ลงตัวครับ
เสียงทุ้มแตก พร่า รอซีไบแคบภาคจ่ายไฟครับ แล้วก็จะลดซีภาคจ่ายไฟลงด้วยครับ
เสียงกลางถึงแหลม ดีครับ
เสียงแตก แสดงว่า เกิดการคลิป ของสัญญาณ ตามที่บอกไปแล้วก่อนหน้า
ไบแคป ไม่ช่วยอ่ะครับ
-
แนวเสียงยังไม่ลงตัวครับ
เสียงทุ้มแตก พร่า รอซีไบแคบภาคจ่ายไฟครับ แล้วก็จะลดซีภาคจ่ายไฟลงด้วยครับ
เสียงกลางถึงแหลม ดีครับ
เสียงแตก แสดงว่า เกิดการคลิป ของสัญญาณ ตามที่บอกไปแล้วก่อนหน้า
ไบแคป ไม่ช่วยอ่ะครับ
ไบแคบแล้วไม่ช่วยอะไรเลยครับ ไม่ใช่ว่าไบแคบไม่ดี ไบแคบน่าจะช่วยได้ถ้าสัญญาณไม่เพี้ยน ไม่ขลิบ คือสัญญาณดี สวย
ถ้าสัญญาณเพี้ยนแล้ว อะไรก็ช่วยไม่ได้ครับ
กรณีของผมมีทั้งสัญญาณเพี้ยน (ผมเรียกเองนะ) คือรูปคลื่นหนาเตอะ ไม่คม ตรงปลายสัญญาณ มีคลื่นซ้อนคลื่น แตกกระจายหลายเส้น
และมีสัญญาณขลิปด้วย คือขลิปน้อยๆ ตัดปลายคลื่น จนเป็นสัญญาณสี่เหลี่ยมโย้เย้
อาการหนักเลยนะนี่
-
แนวเสียงยังไม่ลงตัวครับ
เสียงทุ้มแตก พร่า รอซีไบแคบภาคจ่ายไฟครับ แล้วก็จะลดซีภาคจ่ายไฟลงด้วยครับ
เสียงกลางถึงแหลม ดีครับ
เสียงแตก แสดงว่า เกิดการคลิป ของสัญญาณ ตามที่บอกไปแล้วก่อนหน้า
ไบแคป ไม่ช่วยอ่ะครับ
ไบแคบแล้วไม่ช่วยอะไรเลยครับ ไม่ใช่ว่าไบแคบไม่ดี ไบแคบน่าจะช่วยได้ถ้าสัญญาณไม่เพี้ยน ไม่ขลิบ คือสัญญาณดี สวย
ถ้าสัญญาณเพี้ยนแล้ว อะไรก็ช่วยไม่ได้ครับ
กรณีของผมมีทั้งสัญญาณเพี้ยน (ผมเรียกเองนะ) คือรูปคลื่นหนาเตอะ ไม่คม ตรงปลายสัญญาณ มีคลื่นซ้อนคลื่น แตกกระจายหลายเส้น
และมีสัญญาณขลิปด้วย คือขลิปน้อยๆ ตัดปลายคลื่น จนเป็นสัญญาณสี่เหลี่ยมโย้เย้
อาการหนักเลยนะนี่
รูปคลื่นหนาเตอะ ไม่คม ตรงปลายสัญญาณ มีคลื่นซ้อนคลื่น แตกกระจายหลายเส้น -----> เกิดจากการขนานหลอด
สัญญาณขลิปด้วย ---> เกิดจาก จุดการทำงานที่ไม่เหมาะสมของภาคอินพุท
-
หายืมกล้องมาถ่ายรูปจนได้ แต่เน็ตผมใช้แอร์การ์ด ลงเท่าที่ลงได้นะครับ
-
ต่อมา
-
ต่อมา
-
4 VRL 100K ของซีกที่สองแคโทดฟอโลเวอร์ 44Vp-p
5 Vout 44Vp-p
สรุปว่าภาคปรีมีเกนขยาย 44 เท่า
รูปคลื่นเหมือนกันผมเลยไม่ลงภาพ
-
6 ภาคไดร์ input 1Vp-p 1KHz
จับที่เพลตได้ 24Vp-p
จับที่เอ้าพุทของภาคไดร์ได้ 24Vp-p เท่ากัน
สรุปว่าภาคไดร์มีเกนขยาย 24 เท่า
เมื่อเพิ่มแอมปลิจูดของฟังก์ชั่นเจนฯ จนก่อนสัญญาณจะขลิป เพี้ยน วัดได้ 170Vp-p โดยที่ขณะนั้นแอมปลิจูดของ
ฟังก์ชั่นเจนฯ 7.6Vp-p นั่นคือภาคไดร์มีเกนสูงสุดก่อนสัญญาณขลิบ = 170Vp-p/7.6Vp-p = 22.4 เท่า
นี่ก็ไม่ขอลงภาพนะครับ
-
7 power amp. จับที่เพลตวัดได้ 30Vpp
-
8 ภาพขยายรูปคลื่น
-
9 เร่งสัญญาณก่อนขลิบ วัดได้ 190Vp-p ขณะนั้นวัดสัญญาณอินพุทได้ 6Vp-p
10 รูปคื่นที่ขลิปเมื่อเร่งเต็มที่
-
11 OPT output 8R จับสัญญาณก่อนขลิบได้ 18Vp-p
-
12 รูปคลื่นที่ขลิบ
-
ข้อดี ของการขนานหลอดก็มี แต่ข้อด้อยก็เยอะ แต่นักเล่นบางคนลืมนึกไปว่า หลอด Dual Triode นั้นบางที่ บางที่ หลอดไตโอดคู่ ไตรโอดแต่ละข้างแม้ผลิตจากโรงงานเดียวกันก็ อาจแตกต่างกันอย่าสิ้นเชิง
ในหลอดที่มีกระแสต่ำปัญหาน้อย แต่ไม่ใช่ว่าไม่มี เชน การใช้หลอด 12AX7, 12AU7 ในวงจร Differential Amplifier ถ้ากำลังขยายของหลอด ไตรโอด ทั้งสองข้างเกิดแตกต่างกันมาก Error Signal ก็จะเกิดเยอะกว่าความเป็นจริงก็ยุ่ง ถ้าเป็นนักออกแบบวงจรและสนใจสังเกตุในวงจรที่ออกแบบโดยนักออกแบบที่ดีจะเผื่อให้มีการปรับได้บ้างสำหรับบัญหานี้
พอหลอดเริ่มใช้กระแสมากขึ้น เช่น 6AS7 , 6080, 6082 กระแสเป็น ร้อย มิลลิแอมป์ ถ้ากำลังขยายของ TRiode แต่ละข้างต่างกัน แค่20% (ในความเป็นจริง อาจจะมากกว่านี้อีก) แล้วเราเอา ไตรโอดสองตัวมาขนานกัน
เราจะได้เหมือน เครื่องขยายสองเครื่องที่เมื่อมีสัญญาณเข้ามา มีสัญญาณออกมีสองอันที่ขนาดไม่เท่ากัน เรื่องเสียงดีไม่ดี ไม่รู้เนื่องจากมีเหตุผลประกอบมากมายแต่ที่แน่ๆ ความชัดเจน (Clearity ) มันไม่ได้เหมือนมีเงาตลอดเวลา
พอเราต้องใช้หลอดที่ GM สูงมากๆ (ขับง่าย)เช่น 6336 , 6528A ที่โดยหลักการในการผลิตหลอดการที่จะให้กระยะห่างของกริดกับเพรทและคารโทดในหลอดใก้ลมากๆ ผมย้ำว่าใก้ลมากๆ โอกาศที่จะได้หลอดที่ Triode
สองข้างที่ใก้ลเคียวกันมากๆ ก็มี เปอร์เซนต์ต่ำลงมากๆ ถ้าเราเอาหลอดพวกนี้มาขนานหลอดเพื่อเพิ่มกำลังหรือทำ PP โอกาศที่จะได้ดีโดยไม่เลือกหลอดที่ Match Triode ในหลอดแก้วเดียวกัน ค่อนข้างยาก
สำหรับมนุษย์เรา แม้คู่แฝดทางโครโมโซมออกมาหน้าตาเหมือนกันนิสัยอาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นับประสากับหลอดที่ทำด้วยมือในอดีตแม้ว่าค่าแรงต่ำ ความผิดพลาดที่ได้ของหลอดไตรโอดคู่ที่กำลังขยายแตกต่างกันมากมีโอกาศเกิดขึ้นได้มากกว่า การทำ PP 6528 ถ้าไม่เลือก Match Triode Gain in same tube โอกาศได้เครื่องดีๆค่อนข้างน้อย ฉนั้นเราจึงไม่ค่อยเห็นเครื่องแบบนี้มากนัก ยกเว้นนักเล่นที่ทราบข้อนี้อยู่แล้ว
อยากได้กำลังสูงขึ้น ก็ต้องเลือกหลอดที่กำลังสูงขึ้น หรือเลือกลำโพงที่ไวขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการขนานหลอดยกเว้นเข้าใจมันจริงๆ แต่ในโลกของความเป็นจริงบางครั้งมนุษย์เราไม่มีทางเลือกมากนักก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริงข้อนี้ หลอดพวกนี้ไม่ใช่เป็นหลอดไม่ดี ทั้ง 6080,6082,5998A,6AS7,6336,6528 เป็น LowPlate Resistance Triode ต้องการ Output Transformer ค่าๆต่ำๆที่ราคาถูกกว่าพวก 5K,7K,10K ไม่ต้องการ ค่า Inductance สูง ผลตอบสนองต่อเสียงสูงค่อนข้างดี สามารถหา 6AS7 ได้ในราคาไม่แพงนัก น่าจะมีประโยชน์กับนักเล่นรุ่นใหม่ๆที่มีกำลังซื้อไมสูงนัก ของพยายามหาวงจรของ C.Bredamann มาศึกษาดูแล้วจะเข้าใจ
-
คราวนี้จะแสดงปัญหาที่เกิด เมื่อต่อปรีแอมป์เข้ากับเพาเวอร์แอมป์
13 ปรีแอมป์เอ้าพุทก่อนเปิดเพาเวอร์แอมป์ ตั้งสัญญาณไว้ที่ 37Vp-p
-
14 เมื่อเปิดเพาเวอร์แอมป์ ตั้งสัญญาณไว้เท่าเดิม 37Vp-p
-
15 จับที่เพลต 180Vp-p
-
16 จับที่เอ้าพุท OPY 8R วัดได้ 20Vp-p
17 ขณะนั้นมีสัญญาณอินพุท 3.4Vp-p
-
หมดภาพครับ
-
14 เมื่อเปิดเพาเวอร์แอมป์ ตั้งสัญญาณไว้เท่าเดิม 37Vp-p
คลื่น + หัวมันมนน่าจะเพราะ มันไปไดร์กริดของหลอดไดร์จนกริดเริ่มเป็น + แล้วครับ ( พอกริดเริ่มเป็น + เมื่อเทียบกับคาโธดของคัวมันเอง ความต้านทานของกริดจะต่ำลงมาก เหมือนกับอยู่ดี ๆ โหลดของปรีก็ลดความต้านทานลงไปเฉย ๆ ปรีมันเลยดันสัญญาณออกไม่ไหวครัีบ )
ผมว่าตัวเพาเวอร์แนวโน้มน่าจะดีแล้วนะครับ กำลังออกก็พอได้แล้ว ยกเว้นถ้ามองเรื่องจะแก้รูปคลื่นที่เหลื่อมกันอยู่ครับ
-
11 OPT output 8R จับสัญญาณก่อนขลิบได้ 18Vp-p
อันนี้ก็ออกตั้ง 5 วัตต์แล้วครับ c)
-
ปกติแล้ว ปรีเวลาทดสอบเราจะให้ออกอย่างมาก 1Vrms = 2.828Vpeak to peak
ที่ Output 18Vpeak to Peak สัญญาณขาเข้า กี่ Volt peak to peak ครับ ไม่ครับว่าสัญญาณ Output ที่ลำโพงต่อ โหลด 8 ohm ไว้หรือเปล่าวครับ
ตามที่คุณเด็กๆ บอกก้ถูกต้องแล้ว ตั้งห้าวัตถ์ก็น่าจะพอแล้ว ถ้าเรา Over drive สัญญาณขาออกมันก็ คลิบเป็นปกติ เพราะว่า 6AS7 Voltage Gain = 2-3 เท่า
-
18Vpeak to peak = 18/2.828 Vrms. = 6.375 Vrms
Power (rms) = Volt x Current = Volt x (Volt / ohm (Speaker impedane ) = (volt rms)power 2 / 8
= 6.375 x 6.375 / 8
= 5.08 วัตถ์
-
ปกติแล้ว ปรีเวลาทดสอบเราจะให้ออกอย่างมาก 1Vrms = 2.828Vpeak to peak
...หมายถึงว่า จับที่ตูดปรี ก็คือ ที่อินพุทของภาคไดร์ ปรับสัญญาณให้ได้ 2.828Vp-p ใช่ไหมครับ
ที่ Output 18Vpeak to Peak สัญญาณขาเข้า กี่ Volt peak to peak ครับ
...9 เร่งสัญญาณก่อนขลิบ วัดได้ 190Vp-p ขณะนั้นวัดสัญญาณอินพุทได้ 6Vp-p
...สัญญาณเข้า 6Vp-p ครับ
สัญญาณ Output ที่ลำโพงต่อ โหลด 8 ohm ไว้หรือเปล่าวครับ
...ถอดลำโพงออก เอา R กระเบื้องต่อเป็นดัมมี่โหลดประมาณ 8 Ohms ครับ
-
ผมลองลากเส้นดหลดไลน์ที่มี RL 600R เท่ากับขด primary ของ OPT
เป็นไปได้ไหมครับว่า RL 600R มันเกิน plate diss. ไปแล้ว
-
ตรงนี้ไม่ต้องห่วงครับ หลอดจะทำงานหนักที่สุดตอน bias นิ่งๆ ไม่มีสัญญาณเข้ามาครับ ตอนนั้นร้อนสุดๆ แต่พอมีสัญญาณเข้ามา จะเย็นลงบ้าง
ถ้าสงสัีย pre ลองหา pre solidstate มาต่อดูสิครับ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ตรง cathode follower ของ Pre น่าจะใช้ 6N1P หรือไม่ก็พวก 5687 bias กระแสมากๆหน่อย ซัก 15mA น่าจะ drive ได้สบายๆ
-
ปกติแล้ว ปรีเวลาทดสอบเราจะให้ออกอย่างมาก 1Vrms = 2.828Vpeak to peak
...หมายถึงว่า จับที่ตูดปรี ก็คือ ที่อินพุทของภาคไดร์ ปรับสัญญาณให้ได้ 2.828Vp-p ใช่ไหมครับ
ที่ Output 18Vpeak to Peak สัญญาณขาเข้า กี่ Volt peak to peak ครับ
...9 เร่งสัญญาณก่อนขลิบ วัดได้ 190Vp-p ขณะนั้นวัดสัญญาณอินพุทได้ 6Vp-p
...สัญญาณเข้า 6Vp-p ครับ
สัญญาณ Output ที่ลำโพงต่อ โหลด 8 ohm ไว้หรือเปล่าวครับ
...ถอดลำโพงออก เอา R กระเบื้องต่อเป็นดัมมี่โหลดประมาณ 8 Ohms ครับ
6Vp-p แสดงว่า แอมป์ต้องการ input 2.12 Vrms เพื่อให้กำลังขับสูงสุดครับ
-
ตรงนี้ไม่ต้องห่วงครับ หลอดจะทำงานหนักที่สุดตอน bias นิ่งๆ ไม่มีสัญญาณเข้ามาครับ ตอนนั้นร้อนสุดๆ แต่พอมีสัญญาณเข้ามา จะเย็นลงบ้าง
ถ้าสงสัีย pre ลองหา pre solidstate มาต่อดูสิครับ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ตรง cathode follower ของ Pre น่าจะใช้ 6N1P หรือไม่ก็พวก 5687 bias กระแสมากๆหน่อย ซัก 15mA น่าจะ drive ได้สบายๆ
เป็นซะยังงั้น ผมนึกว่าใช้กระแสมาก ทำงานหนักตอนสวิงไปทางซ้าย เพราะใช้กระแสเยอะ
เกี่ยวกับปรี ผมมีหลอดรัสเซียอีกคู่หนึ่ง 6N6P มีเดี่ยมมิว ถ้าจะเอามาแทน 6N2P แต่ภาคจ่ายไฟเป็นทวีแรงดันสี่เท่า ซึ่งหม้อแปลงจ่ายไฟ 50V/100mA กระแสถูกใช้ไปในการทวีแรงดันลดลงเหลือ 100/4= 25mA ไม่นับที่สูญเสียในวงจร จึงเห็นว่า ปรีแอมปืควรเป็นหลอดที่ไม่กินกระแสเยอะ ที่ทำมาก็ถูกทางแล้ว เพราะแต่ก่อนเอ้าพุทที่ OPT 8R สวิงได้ 4Vp-p เอง ตอนนี้ได้ 18Vp-p สวิงได้เยอะ ปรีแอมปืไม่ต้องแก้อีก
แต่ผมว่าไปแก้ที่ภาคไดร์ไม่ให้กริดสวิงบวก น่าจะดี
จะแก้ยังไงดีล่ะ
-
6Vp-p แสดงว่า แอมป์ต้องการ input 2.12 Vrms เพื่อให้กำลังขับสูงสุดครับ
อ๋อย
ปรีแอมป์ผมสวิงได้ 44Vp-p
ไดร์สวิงได้ 170Vp-p
เอาแค่ 2.12Vrms เองเหรอ เอ ทำไมน้อยจัง
แบบนี้ไม่ต้องใช้ปรีก็ได้
ติดวอลุ่มเข้าไปจากเพาเวอร์แอมป์ก็กลายเป็นอินติเกรตแอมป์แล้วซิ
-
6Vp-p แสดงว่า แอมป์ต้องการ input 2.12 Vrms เพื่อให้กำลังขับสูงสุดครับ
อ๋อย
ปรีแอมป์ผมสวิงได้ 44Vp-p
ไดร์สวิงได้ 170Vp-p
เอาแค่ 2.12Vrms เองเหรอ เอ ทำไมน้อยจัง
แบบนี้ไม่ต้องใช้ปรีก็ได้
ติดวอลุ่มเข้าไปจากเพาเวอร์แอมป์ก็กลายเป็นอินติเกรตแอมป์แล้วซิ
ถามว่าได้มั๊ย ได้ครับ แต่ความไวอินพุทขนาดนี้ ถ้าเอา sound card หรือ CD ดันจรง ๆ คงได้ไม่ถึง 5 วัตต์ แต่่ถ้าจะจัดเต็ม ๆ คงต้องใช้ปรีช่วยครับ เพียงแต่ปรีขอแบบเกนสัก 10 ก็พอ
ถ้าเกนมากมันก็พาทั้งน๊อยส์ทั้งฮัมจากตัวมันมาด้วยนะครับ
( สุดท้าย จะได้แนวเสียงจากปรีมาด้วย ลองฟังดู เอาหูตัดสินละกันว่าชอบแบบมีปรี หรือ ไม่มีปรี )
-
ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยใช่ ปรี เนื่องจาก มากภาคก็มากสัญญาณรบกวน มากความเพี้ยน เสียเงินมากขึ้น เสียเวลาที่ไม่ค่อยมีมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ก็เลือกDriver ให้เหมาะกับ สัญญาณที่ได้รับ และได้กำลังขับพอกับที่ ภาคขยายกำลังต้องการ
ในวงการค้าหรือการตลาด ถ้าขาย ภาคขยาย Intgrated ตัวเดียว ก็กำไรจากเครื่องเดียว ถ้าขายปรี หนึ่งเครื่อง และ ภาคแอมป์อีกหนึ่งเครื่อง ก็เป็นขายได้สองเครื่องกำไรก็เป็นสองต่อ กำไรต่อต้นทุนของปรีก็สูงกว่าภาคขยาย ถ้าเรา DIY เองก็อาจจะกำหนดความต้องการได้ ทั้งหมด ที่กล่าวข้างต้นเป็นความเห็นส่วนตัว อย่ายึดถือเป็นสาระ มีความสุข อยากทำเป็น DIY อยากทำอย่างไรก็ทำครับ เพราะเราทำเอง ฟังเอง ชอบไม่ชอบก็ของเราเองครับ หูเราก็ต่างกัน เพลงก็ชอบไม่เหมือนกัน ห้องไม่เท่ากัน กำลังทรัพย์ก็ไม่เหมือนกัน ความเชื่อก็ไม่เหมือนกัน ไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบได้ ถ้าคิดว่า DIY เป็น งานอดิเรกก็จบ ถ้าคิดว่า DIYเป็นธุรกิจเล็กๆก็เป็นได้เช่นกัน ทุกสรรพสิ่งในโลกมองได้หลายมุมมอง จากจุดทีต่างกันไม่ว่าจะคิดเหมือน หรือคิดต่าง หาใช่ปัญหา เพียงแต่พื้นฐานของความคิดของแต่ละความคิดอยู่บนความบริสุทธิใจ ผิดบ้าง ถูกบ้างหาใช่ประเด้น ขอให้คุณมีความสุข ต่อไปกับงานที่คุณชอบ และอยากทำ
โดยปกติภาคสัญญาณ เช่น CD , วิทยุ หรือ ปรี มีกำลังออก ตั้งแต่ 0.5Vrms ถึง 2 Vrms ถ้าสามารถทราบ หรือหาข้อมูล หรือวัดด้วย มีเตอร์ (เอาประมาณย่าน เอซี) หรือวัดด้วย สโคป จะทำให้เราสามารถ
ใช้แหล่งกำเนิดสัญญาณของเราให้ได้ผลสูงสุด กับเครื่องขยายเราได้ โดยอาจจะประหยัดเงินได้บางส่วน แต่โดยประมาณการณ์เราก็ใช้ ตัวเลข 1Vrms เป็นตัวตั้ง
ในกรณีย์นี้ ถ้าสมมุติว่า CD ที่คุณใช้ มีOutput Power 1Vrms เครื่องที่คุณออกแบบ และพวกเราพูดถึงในขณะนี้ก็ออกเกือบสามวัตถ์ ก็ถือว่า ในเรื่องของกำลังก็ใช่ได้นะครับ ถ้าลำโพงไม่กินวัตถ์
แต่ถ้าด้วยความบังเอิญ ซีดี ของคุณให้กำลังออกมา 2Vrms ก็เยียมเลยครับ
-
เห็นด้วยกับพี่ TC ครับ
แอ็มป์หลอดเครื่องที่ใช้เอง ตอนนี้ก็แนวนี้แหละครับ
แอ็มป์ใช้เกนพอเพียง
ที่แด็คฯ..................ข้าน้อยชอบทำให้มันแรงๆ (3-4vrms)
ดูหนัง ปรับโวลลุ่มที่ดูน(เครื่องเล่นไฟล์ภาพ)
ฟังเพลง เมื่อใช้เน็ทบุค+ยูเอสบี to SPDIF adaptor+แด็ค ก็ปรับโวลลุ่มที่ฟูบาร์ และไอจูน.........ยิ่งใช้หลอดขับหูฟังอิเล็กโทรสแตติคด้วยละก็.....ชีวิตง่ายขึ้นแยะ
แต่พอ เล่นแผ่นซีดีเมื่อไหร่............ภาคปรี/โวลลุ่ม ก็มีบทบาทขึ้นมาทันที
-
อันนี้วงจร และค่าที่วัดได้จริง
ตรงแคโทดฟอโลเวอร์ แรงดันที่แคโทด 170V เทียบกราวน์ ในคู่มือบอกว่า Vhk 100V ผมต้องทำ elevate supply ไหมครับ ลืมดูตรงจุดนี้
-
ผมเจอสาเหตุที่ไม่ได้เรื่องแล้วครับ
แจ๊คด้านหลังปรีแอมป์ และเพาเวอร์แอมปืหลวมครับ หลวมทุกแจ๊คแลย แจ๊ค RCA
แถมสายกราวน์หลุดอีกต่างหาก ฮัมกระจายเลย
ตอนประกอบ ผมขันอัดด้วยมือครับ เสียบเข้า ถอดออกทำให้หลวม หมุนไปซ้าย ขวา บัดกรีกราวน์ หลุด
ทำใหม่ขันแน่น ตอนนี้กำลังฟังอยู่
แหลมจัดจ้าน ทุ้มนุ่มดี เสียงกลางต่ำนุ่มดี กลางสูง ไปถึงแหลม จัดจ้าน
ฟังภูสมิง หน่อสวรรค์ บทเรียนสอนใจ จงรัก พวกนี้ เพลงเก่า mp3 จาก วินโดว์มีเดียเพลย์เยอร์
หมุนวอลุ่ม 8.00 น. ถึงเริ่มมีเสียง หมุนถึงเที่ยงเสียงยังไม่เพี้ยน เดินออกไปฟังนอกบ้าน ประมาณ 10 เมตร ชัดเจนดี กำลังขับเอาเรื่องเหมือนกัน
ผมฟังแบบ near field หมุนวอลุ่ม 9.30 น. กำลังฟังดี
ขอเบิร์นอีกซักหน่อยค่อยเอาดัมมี่ดหลดวัดคลื่น คราวนี้น่าจะมีข่าวดี
ชักไม่อยากรื้อแล้วซิ c) c)
ภูมิใจมากเลยครับ ออกมาแนวนี้ แจ่ม
-
เส้นผมบังภูเขาอะเน้อ ;D
ยินดีด้วยที่พอใจครับ
-
c) c) c) c) :yahoo :yahoo
-
ยินดีด้วยครับ ป๋า :) :)
-
เอาสโคปวัดซ้ำอีกที ที่แชนแนลขวามือ คราวนี้เอา C 1000uF/400V ขนานไปที่ไฟ B1+ ด้วย ไฟเรียบจริงๆ
ตั้งฟังก์ชั่นเจนไว้ที่ 3Vp-p จับไว้ที่หลังแจ๊คอินพุทของปรีแอมป์ ก่อนวอลุ่ม
1 เอาสโคปจับที่เอ้าพุทของเพาเวอร์แอมป์ ต่อดัมมี่โหลด 8R เร่งวอลุ่มขึ้นจนสัญญาณขลิบแล้วลดวอลุ่มลงจนสัญญาณไม่ขลิบ
สัญญาณเอ้าพุทไม่สวยครับเป็น sine wave แต่มีสองเส้นวิ่งคู่กัน วัดแรงดันได้ 17Vp-p
2 เอาสโคปจับที่ เพลต ของ 6080 วัดแรงดันได้ 170Vp-p แรงดันเป็นสิบเท่าของเอ้าพุท
3 เอาสโคปจับที่ กริดของ 6080 วัดแรงดันได้ 145Vp-p
4 เอาสโคปจับที่ กริดของภาคไดร์ วัดแรงดันได้ 12.8Vp-p
5 เอาสโคปจับที่ แคโทด ของปรีแอมป์สเตจที่เป็นแคโทดฟอโลเวอร์ วัดแรงดันได้ 6.8Vp-p
6 เอาสโคปจับที่ กริด ของปรีแอมป์สเตจที่เป็นแคโทดฟอโลเวอร์ วัดแรงดันได้ ๅ/.8Vp-p
7 เอาสโคปจับที่ กริด ของปรีแอมป์ สเตจ 1 วัดแรงดันได้ 0.12Vp-p
8 ตำแหน่งของวอลุ่ม 9.00 น.
เอามัลติมิเตอร์วัดไฟตรงไบอัส เฉพาะเพาเวอร์แอมป์
1 B1+ 210VDC
2 Vp 6080 210VDCV
3 VRk 6080 70VDC
4 B2+ 320VDC
5 Vp 6N1P 230VDC
6 VRk 4.35V
-
ช่วยวิเคราะห์ผลให้ด้วยครับ
ต่อไปจะทำ negative feed back
-
เจ้ารูปคลื่น 2 เส้นหายไปช่วงไหนครับ
-
ไม่หายครับ หรี่วอลุ่มลงก็ไม่หาย
ตอนนี้กำลังฟังอยู่ เปิดดังไม่ได้จะสามทุ่มแล้ว วอลุม 9.00 น. แต่ก็เอาแน่ไม่ได้เพราะระบบไม่ได้มาตรฐาน
เสียงดีครับ เสียงแหลม ไม่จัดจ้านแล้ว ฟังยิว คำสัญญาที่หาดใหญ่ ปวช.ปวส.
ผมว่าดีนะ กลมกล่อมดี
-
เสียงแหลม ไม่จัดจ้านแล้ว ......
แต่บางช่วง แหลมก็เกินมาหน่อยๆ
-
คราวนี้ติดเนกาตีฟฟีดแบค ที่เพาเวอร์แอมป์
ตั้งฟังก์ชั่นเจนไว้ที่ 3Vp-p จับไว้ที่หลังแจ๊คอินพุทของปรีแอมป์ ก่อนวอลุ่ม เร่งวอลุ่มขึ้นจนสัญญาณขลิบแล้วลดวอลุ่มลงจนสัญญาณไม่ขลิบ ตำแหน่งวอลุ่มอยู่ที่ 09.00 น.
วัดค่าต่างๆ ที่เพาเวอร์แอมป์ ได้ตามรูป
-
สำหรับสุ้มเสียงนั้นเหลือเชื่อครับ กลมกล่อมขึ้น หมุนวอลุ่มได้มากขึ้นถึงเที่ยงเลย ระยะหมุนวอลุ่มยาวขึ้น
อาการแหลมจัดจ้าน หายไป หายไปจริงๆ ครับ
ทุ้ม กลาง แหลม ฟังได้สบายๆ ไม่จัด
เอ ผมชักชอบเนกาตีฟฟีดแบคแล้วครับ
-
Common ด้าน sec ลงกราวด์แล้วใช่มั๊ยครับ
-
Common ด้าน sec ลงกราวด์แล้วใช่มั๊ยครับ
แบบนี้ครับ ไม่ลงกราวน์
-
ต่อไปผมจะติดเนกาตีฟฟีดแบคให้กับปรีแอมป์
ผมว่าเนกาตีฟฟีดแบคแก้ปัญหาอะไรๆ ได้หลายอย่างนะครับ ซึ่งผมไม่รู้จะเรียกว่ายังไง ยังไงก่อนจะเปลี่ยนน C R หรือหลอด ลองทำเนกาตีฟฯ ดูก่อน ดุลย์ของเสียงโดยรวมดีขึ้นนะครับ
ไม่อึดอัด ไม่บีบคั้น ไม่บังคับ ไม่พุ่ง ไม่ฟุ้ง ฟังดูสบายกว่ากัน
อาจเป็นเพราะว่า การทำเนกาตีฟฯ ต้องถอด Ck ออก การไม่มี Ck เกนจะน้อยกว่ามี Ck
แล้วมีแรงดัน,สัญญาณป้อนกลับ เกนก็จะลดลงอีก
-
ติดเนกาตีฟฟีดแบคให้ปรีแอมป์แล้วครับ
เสียงเบามาก บิดวอลุ่มเที่ยง มีเสียงแตกด้วย
เลยเอาออก
แต่ตอนนี้ก็เอา Ck ออกไปด้วยแล้ว
-
น้าครับ NFB ของแอมป์ ต้องเอาSECอีกด้านลงกราวด์ด้วยครับ มันจะได้เป็น Ref ให้สัญญาณป้อนกลับครับ
แต่ถ้าแบบน้า ผลลัพธ์อาจจะมาจาก เอา Ck ออกมากกว่า เสียงมันจะดูพุ่งน้อยลง ลงความจัดจ้านลงครับ
-
เอ๋า NFB ยังไม่ทำงานดิ
เอา sec 0 V ลงกราวน์แท่น กราวน์ที่เดินไว้ใต้ท้องแท่นหรือเปล่าครับ
ผมสงสัยอยู่นะครับ แทนที่กำลังจะลดลงกลับวัดแรงดันที่ 8R ได้ 19Vp-p แต่ผมว่านิดหน่อย อาจจะอ่านคลาดเคลื่อนไปบ้าง
อ้อ มีแรงดันคร่อม R feed back 0.72Vp-p
ที่แคโทดของภาคไดร์ มีกระแสไหลเท่าไหร่ครับ
-
กราวด์ที่เดินไว้ใต้แท่นนะครับ
ถ้าต่อลงแล้วลองสังเกตว่าเกนรวมของแอมป์ ควรต้องลดลงบ้างครับ :)
-
น่าสนใจดีครับ . ..............
ได้ลอง 6N6p Stage เดียวขับ 6080 บ้างหรือไม่ครับ .................
-
น่าสนใจดีครับ . ..............
ได้ลอง 6N6p Stage เดียวขับ 6080 บ้างหรือไม่ครับ .................
ยังไม่ได้ลองครับ ขับได้หรือครับ เกนจะพอหรือ
-
น่าสนใจดีครับ . ..............
ได้ลอง 6N6p Stage เดียวขับ 6080 บ้างหรือไม่ครับ .................
ยังไม่ได้ลองครับ ขับได้หรือครับ เกนจะพอหรือ
Stage เดียวคงได้กำลังไม่มาก แต่ 2 stage น่าจะไปได้ .. และ ใช้กระแสได้มาก ...............
-
เท่าที่ฟังมาหลายวันแล้ว เบสบาง เบสเบา ครับ
-
ฟังเพลงแนวไม่กระแทกกระทั้น เช่น ในฝัน ก็เพราะดีนะครับ
-
ลองสลับสายลำโพง เสียงออกมานุ่ม
เดิมเสียงออกแหลม
เออ ดีแฮะ ทูอินวัน ได้เสียงทั้งสองแนว
-
ใหม่นุ่มแบบห้วน แต่เสียงแฉก็แหลมดี
เก่าแหลมไม่มีประกาย
-
ขอรบกวนถามหน่อยครับผม
ผมใส่ negative feed back แล้วมันหอน ครับ ต้องทำยังไงถึงจะหายครับ
ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ ( มือใหม่ คิดเองไม่เป็นครับ )
-
น่าจะกลับเฟสงับ ลองย้ายไปที่อีกขั้วของเอ้าพุตดูงับ ถ้าไม่หายผมก็จนปัญญาแล้ว
-
ุ ต้องขอโทษเจ้าของกระทู้ด้วยครับ
คือตอนใช้ opt คู่เก่าก็ไม่เป็นครับ แต่เบสน้อยไปหน่อย ผมเลยพันใหม่ แต่ลูกนี้ คำนวนรอบที่ความถี่ต่ำ ที่ 20 Hz
พอใส่เข้าไปใหม่ เบสมาแล้วพอใช้ได้ คิดว่าถ้าใส่ feedback แล้วน่าจะดีขึ้น แต่ดันหอนซะนี่ เลยเข้ามาขอคำชี้แนะ
ขอขอบคุณครับ :black_eye