HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: ออดิโอแมน ที่ 24 เมษายน, 2011, 08:16:41 pm
-
preamplifier แบบนี้นิยมทำกันไหมครับ
-
สวัดดีครับขออนุญาติถามแบบตรงๆนะครับแล้วค่าอุปกรณ์ไม่มีหรือครับ :wiggle
-
สวัดดีครับขออนุญาติถามแบบตรงๆนะครับแล้วค่าอุปกรณ์ไม่มีหรือครับ :wiggle
สงสัยวาดไว้ก่อน ค่าอุปกรณ์เดี่ยวค่อยออกแบบมั้งครับ
-
ตามมาดู ;D ;D
-
ด้วยจรรยาบรรณแล้วจึงไม่เปิดเผยได้ ..........ปายงมกันเอาเอง :bye1
-
ด้วยจรรยาบรรณแล้วจึงไม่เปิดเผยได้ ..........ปายงมกันเอาเอง :bye1
555 แม่นแล้ว
-
คงไม่นิยมมั่งครับ เพราะไม่มีค่าอุปกรณ์ :D
-
วงจรยังไม่น่าถูกนะครับ ป๋าออ มันดูแปลกๆ ครับ
-
ผมก็ว่าวงจรยังดูแปลกๆเหมือนกัน
-
ผิดตรงไหนก็ไม่บอก
แบบนี้ถูกหรือยังครับ
-
เอางี้นะครับ ถามก่อนว่าคอนเซ็ปของวงจรนี้คืออะไร
1.จะให้หลอดรึ TR ขยายสัญญาณ เพราะอินพุทมันเข้าทั้ง หลอด ทั้ง TR
2.ถ้าให้หลอดขยายสัญญาณ ส่วน TR ทำหน้าที่เป็น constant current source ใช่มั้ยครับ ลองคำนวนอัตราขยายคร่าวๆจาก R plate เทียบกับ อิมพีแดนซ์ของ constant current source ดูครับ
เพราะการจัดวงจรแบบนี้จะให้มีอัตราขยาย อิมพีแดนซ์ด้านเพลท ต้องมากกว่าอิมพีแดนซ์ด้านคาโทด น่ะครับ
-
ต้องการเสียงแบบ อาร์โหลด แต่ต้องการ ขึงพรืดหลอดให้ทำงานคงที่ ใช่ไหมครับ
ใช้ไฟ ลบ 5V อีกชุดมันส์กว่า เป็นไหนๆ
ตัวต้านทานบนหลอด มีอาร์เพลทตัวเดียว ตามปกติ
วงจรอินพุทของหลอดก็คต่อแบบที่คุ้นเคย
ตัวต้านทานไบอัส/จุดทำงานทานซิสเตอร์ ที่ขาเบส ต่อมาจากกราวนด์
คาโธด ต่อกับ คอลเล็คเตอร์ เท่านั้น .............กรณีต่อสัญญาณออกจากเพลทซีบายพาสลงกราวนด์จากคาโธด น่าจะทำได้ตามปกติ..
..........หรือจะใช้่ซีคัปปลิ้ง(เสียงดี ความจุค่อนข้างสูงหน่อย โวลท์ไม่ต้องสูงมากก็ได้) เอาสัญญาณ(เบาๆ)จากคาโธดก็ย่อมได้ (แต่ถ้าจะใช้แบบไดเร็คคัปปลิ้ง ให้ไฟที่คาโธด นิ่งๆ เป๊ะๆที่ 0V ไม่ใช่ของหมู)
LEDจากขาเบส & R Emitter ต่อเข้ากับไฟลบ 5V
การคำนวณฟากคาโธดก็ใช้โวลท์ที่ไบอัสคาโธด+ไฟซีกลบอีก
ลองวาดวงจรดูอีกทีนะครับ
(ต่อไฟบวกผ่านตัวต้านทานมาที่กริด เกิดมีอะไรที่เราเผลอเรอขึ้นมา จะทำให้หลอดมีปัญหาหรือเปล่าหนอ วานผู้รู้ช่วยแถลงไขด้วยจร้า)
-
ยุ่งเกินไป ไม่ค่อยเห็นประโยชน์เท่าไหร่ครับ แถมมี C coupling ทั้งหน้าหลังอีก ถ้าเป็นผม ผมจะเอาแค่ led เป็น cathode bias ตัวเดียว แล้วจบ ง่ายกว่าเยอะ ถ้าจะเอา ccs ส่วนมากต้องมีไฟลบครับ
-
คอนเซ็บ ของวงจร ใช้หลอดขยายสัญยาณเสียง เอาทรานซิสเตอร์มาทำ CCS และเอา LED มาไบอัสทรานซิสเตอร์
ถูกผิดไม่ว่ากันนะครับ ฉีกแนวออกจากปกติ คิดกันเล่นๆ ถ้าเป็นไปได้มีโอกาสก็น่าลองครับ ถ้าเป็นไปไม่ได้ก็ปรับแก้กันไปครับ
เพื่อที่จะให้มีกระแสมาที่ LED จึงต้องต่อ R1 มาแบ่งกระแสและแรงดันจากแหล่งไฟแหล่งเดียวคือไฟ B+
แล้วก็ต้องมี R2 มาแบ่งแรงดันให้เหลือพอดีที่จะไปอัสทั้ง LED และ ทรานซิสเตอร์
เมื่อมี R1 และ R2 สองตัวนี้เมื่อคิด AC bias จะขนานกันได้แรงดันออกมาค่าหนึ่ง ซึ่งก็จะเป็น Rgs ไป ในวงจรจึงไม่มี Rgs
แรงดันที่ไบอัส LED ทั้งสองตัวเหลือเท่าไหร่ก็ไปไบอัสทรานซิสเตอร์ คร่อม Rc (Rc หรือ Re ผมชักจะจำไม่ได้แล้ว)
ซึ่งจะไปกำหนดกระแสไหลผ่านตลอดหลอดและทรานซิสเตอร์
เลือกใช้ LED เพราะมันปล่อยแสงออกมาทำให้การไบอัสเสถียรกว่า และมีแสงสว่างใต้ท้องแท่น ไม่ต้องใช้ไฟฉายส่อง
-
ผมไม่ใช่คอหลอดนะครับ ผมจัดไบแอสหลอดไม่ค่อยถูกหรอก แต่จุดที่ไม่น่าจะเวิร์คนะครับ
**ไบแอสควรต้องแยกกันไปครับ ของใครของมัน เพราะTR เป็น constant current source ไม่ควรให้มีสัญณาณอินพุทเข้ามาครับ ยกเว้นมีการจัดวงจรเป็นพิเศษให้รับแรงดันอินพุทหรือเอาท์พุทเข้ามาเพื่อให้ constant current source สวิงแรงดันขึ้นไปได้บ้าง
** วงจรขยายที่ใช้หลอดสเตจเดียวแบบนี้ อิมพีแดนซ์ด้านเพลท ต้องมากกว่าด้านคาโทดครับ จึงจะได้อัตราขยายเพิ่มมากขึ้น
แต่พอ constant current source ไปอยู่ที่ คาโทด ทำให้อิมพีแดนซ์ของคาโทดสูงกว่าเพลทมากครับ เพราะวงจร constant current source จะให้อิมพีแดนซ์ที่สูง โดยปกติมักเกิน 50k - 100k สบายๆ ขึ้นกับวงจรด้วย
ถ้าคงคอนเซ็ปไว้นะครับ ย้าย constant current source ไปอยู่ทางเพลท ที่คาโทดกลับไปใช้ R ใช้ TR แบบ pnp จะจัดวงจรได้ง่ายครับ แยกวงจรไบแอสของใครของมัน
-
ผมไม่ใช่คอหลอดนะครับ.... ไม่เป็นไรครับ ผมก็ไม่ใช่คอ SS ,นัก DIY เราทำได้ทุกเรื่องอยู่แล้วครับ คุยกันสนุกๆ
คอนเซ็บช่วลของวงจร
Q1 ทั้งพวงเป็น constant current source ให้แก่หลอด Q1 (ว่าแต่ Q1 เบอร์ไหนจะทนแรงดันได้ขนาดนี้)
Tube1 ทำหน้าที่ขยายสัญญาณ ตามปกติของวงจรหลอด
Q2 นี่ทำหน้าที่อะไร ? ทำหน้าที่ไบอัสหลอด ไบอัสด้วยไฟลบ
มันจะทำงานได้หรือเปล่า ชักมั่วไปใหญ่แล้ว
-
พูดถึงคอนเซ็บก็มีได้เรื่อยๆ ครับ
Q1 และ Q2 จัดวงจรแบบดาร์ลิงตัน
ถ้าแรงดันที่เพลตหลองหลอดสวิงมาก มันจะจ่ายกระแสได้มากๆ
ถ้าแรงดันที่เพลตสวิงน้อย ก็น่าจะจ่ายกระแสได้น้อย
นอกนั้นเหมือนเดิม
-
http://www.diyaudio.com/forums/tubes-valves/147684-cavalli-ocl-buffer.html
-
ผมร่างวงจรคร่าวๆไว้เป็นแนวทางให้ดูครับ ยก constant current source มาอยู่ด้านเพลท คาโทดเปลี่ยนมาใช้ R เพื่อให้วงจรกำหนดอัตราขยายได้
อัตราขยายคร่าวๆแล้ว จะคำนวนโดย R5/R3 สิ่งสำคัญของวงจรแบบนี้คือกระแสต้องสมดุลกันระหว่างหลอดกับ constant current source
ถ้าconstant current source ตั้งไว้ตายตัว วงจรไบแอสของหลอดต้องปรับกระแสได้ หรือถ้า วงจรไบแอสให้หลอดตั้งกระแสไว้ตายตัว constant current source จะต้องปรับกระแสได้
เพื่อให้เวลาต่อวงจรจริงแรงดันที่ C เอาท์พุทจะปรับให้อยู่ที่ครึ่งหนึ่งของแหล่งจ่ายไฟพอดี ถ้าไม่สมดุลกัน แรงดันตรงจุดนี้อาจจะต่ำมาก หรือสูงมากจนไม่พอให้สัญญาณสวิงได้เต็มที่ แต่วงจรคร่าวๆของผม fixไว้ทั้งคู่ครับ
-
ผมว่าเอาทรานซิสเตอร์ไปไว้ด้านบน ซึ่งไฟเลี่ยงวงจรของหลอดสูงมากนะครับ เอามาไว้ข้างล่างดีกว่าครับ ไฟไม่กี่โวลต์
-
ผมว่าเอาทรานซิสเตอร์ไปไว้ด้านบน ซึ่งไฟเลี่ยงวงจรของหลอดสูงมากนะครับ เอามาไว้ข้างล่างดีกว่าครับ ไฟไม่กี่โวลต์
งั้นจะแก้เรื่องอัตราขยายยังไงครับ วงจรปรีหลอดปกติก็ให้อิมพีแดนซ์ทางเพลทสูงกว่าทางคาโทดมากๆอยู่แล้ว
พอเอา constant current source มาอยู่ทางคาโทด อิมพีแดนซ์ทางคาโทดสูงปรี๊ดรอไว้อยู่แล้ว ทางเพลทจะทำไงให้มันสูงกว่าคาโทดมากๆล่ะครับ
อีกอย่างทรานซิสเตอร์ ทนได้ 400 โวลต์ 800 โวลต์ก็มีให้ใช้นะครับ ยังไม่พอเหรอครับ
-
อืม มันมีปัญหาทางเทคนิคอยู่น๊อ ผมไม่รู้เรื่องนี้เลย งั้นก็เอาตามนี้เลย ถ้ามีทรานซิสเตอร์ทนแรงดันได้สูงๆ ว่าแต่ทรานซิสเตอร์เบอร์อะไรครับ
-
400V pnp เบอร์ ksp94
300V pnp เบอร์ mpsa92 , mje350
mje350 หาง่ายแน่ๆ เบอร์อื่นมีที่ ES
เบอร์นอกเหนือจากนี้ก็มีอีก แต่อาจต้องสั่งจากนอก น่าจะลองใช้ mje350 ดู เพราะหาง่าย กำลังวัตต์ก็เยอะพอควร
-
ผมไม่ใช่คอหลอดนะครับ.... ไม่เป็นไรครับ ผมก็ไม่ใช่คอ SS ,นัก DIY เราทำได้ทุกเรื่องอยู่แล้วครับ คุยกันสนุกๆ
คอนเซ็บช่วลของวงจร
Q1 ทั้งพวงเป็น constant current source ให้แก่หลอด Q1 (ว่าแต่ Q1 เบอร์ไหนจะทนแรงดันได้ขนาดนี้)
Tube1 ทำหน้าที่ขยายสัญญาณ ตามปกติของวงจรหลอด
Q2 นี่ทำหน้าที่อะไร ? ทำหน้าที่ไบอัสหลอด ไบอัสด้วยไฟลบ
มันจะทำงานได้หรือเปล่า ชักมั่วไปใหญ่แล้ว
วงจรนี้ก็ไม่วอร์คครับ ตัว constance current source CCS ตัวล่างไม่ทำงาน ไม่มีอะไรไปไบอัส led การเอา CCS อยู่ทั้งบน ล่าง ก็ไม่เวอร์ครับ มันมีช่วงให้สวิงน้อยมาก แล้วก็ ccs สองตัวจะตีกันเอง PSRR ก็ไม่ดี
อย่างที่คุณ Ohm ว่าไว้ถูกแล้ว CCS ไฟสูงเอา mosfet ทำก็ได้ครับ จะเอากี่ร้อยโวล์ทก็มีให้เลือกใช้
-
เปลี่ยนหัวกระทู้ใหม่ ให้ตรงประเด็น
ได้ขอสรุปจากคอ SS อืม หัว SS ด้วยหรือเปล่า
จัดปรีแอมป์หลอดแบบ เพลตโหลด มี constant current source ด้วย ฉีกหนีความจำเจ เป็นการประณีประนอม และผสมผสานระหว่างหลอดกับ SS ด้วย.....
12AU7 กับ MJE350 PNP
เรียกน้ำย่อยด้วย prototype หรือ blue print กันก่อน
-
ป๋าว่าวงจรนี้ดังแน่ เพราะมี 718 เพจวิวแล้ว ไม่น่าเชื่อ เชื่อว่ามี DIY ชอบลองมากมายที่จะรอเอาไปทำ
ยังไงก็ช่วยป๋าออกแบบด้วยล่ะกัน ไม่ถนัด SS
สำหรับ FET ขอผ่านไปก่อน ป๋าไม่กระดิกเลย
-
มีวิธีคำนวน R ไหม ครับ และหลักการเลือก TR เบอร์ใดมาทำ CCS ครับ :)
-
มีวิธีคำนวน R ไหม ครับ และหลักการเลือก TR เบอร์ใดมาทำ CCS ครับ :)
หลักการเลือก TR ก็อ่านความเห็นของน้าโอม กับน้าวิทยาข้างบนครับ
ส่วนวิธีคำนวณเดี๋ยวน้าก็จะมาช่วยเองแหละน่า ป๋าก็ไม่รู้เหมือนกันแระ
หลักการตามน้าโอมครับ
ผมร่างวงจรคร่าวๆไว้เป็นแนวทางให้ดูครับ ยก constant current source มาอยู่ด้านเพลท คาโทดเปลี่ยนมาใช้ R เพื่อให้วงจรกำหนดอัตราขยายได้
อัตราขยายคร่าวๆแล้ว จะคำนวนโดย R5/R3 สิ่งสำคัญของวงจรแบบนี้คือกระแสต้องสมดุลกันระหว่างหลอดกับ constant current source
ถ้าconstant current source ตั้งไว้ตายตัว วงจรไบแอสของหลอดต้องปรับกระแสได้ หรือถ้า วงจรไบแอสให้หลอดตั้งกระแสไว้ตายตัว constant current source จะต้องปรับกระแสได้
เพื่อให้เวลาต่อวงจรจริงแรงดันที่ C เอาท์พุทจะปรับให้อยู่ที่ครึ่งหนึ่งของแหล่งจ่ายไฟพอดี ถ้าไม่สมดุลกัน แรงดันตรงจุดนี้อาจจะต่ำมาก หรือสูงมากจนไม่พอให้สัญญาณสวิงได้เต็มที่ แต่วงจรคร่าวๆของผม fixไว้ทั้งคู่ครับ
-
เริ่มจากไบอัส 12AU7 ก่อน
เลือก V cut-off 300V, RL 30K, I sat. 10mA
กึ่งกลางวงสวิง = 272+72/2 = 172V เลือก 170V
Vp 170V, Ia 4.5mA
ประมาณค่า Vg1 -6.9V
Vp gnd. = 170+6.9 = 176.9V
Rk = 6.9V/4.5mA = 2.4K/0.03W = 2.4K/ 1/2W
Rp = 189-155V/6-3mA = 34/3 = 11.3V/mA = 11.3K
RL/Rp = 30K/11.3K = 2.7 เท่า
Gm = 5.8-3mA/8-6V = 2.8/2 = 1.4mA/V
u = Gm*Rp = 1.4*11.3 = 15.8
สำหรับหลอดก็มีเท่านี้
-
มาถึงไฮไลต์ของวงจรก็คือภาค CCS
กำหนดให้กระแสไหลผ่านLED1, LED2 = 20mA
กำหนดให้แรงดันคร่อม LED แต่ละตัว 2V รวม 4V
-
มีวิธีคำนวน R ไหม ครับ และหลักการเลือก TR เบอร์ใดมาทำ CCS ครับ :)
http://bildarkiv.hififorum.nu/Ryssen/Pic/R%C3%B6r/diyAudio-CCS-beta2.pdf
-
มาแล้วคู่มือ แต่ อ่านไม่ออก
MJE 350 PNP transistor CCS
ดูสเปคกันก่อน
ค่าสูงสุด
Vceo 300V
Vebo 3V
Ic 0.5A
P 20.8W
Tj 150 องศา C
คุณสมบัติทางอิเลคทรอนิค
Icbo collector cut-off current (Ie = 0) (Vcb = 300V) 100uA max.
Iebo emitter cut-off current (Ic = 0) (Veb = 3V) 100uA max.
Vceo(sus) colector-emitter sustaining voltage (Ib = 0) (Ic=1mA) 300V
Hfe DC current gain (Ic = 50mA, Vce = 10V) 30 - 240
-
กำหนดให้แรงดันที่เพลตของ 12AU7 หรือแรงดันที่ collector ของ MJE350 เป็นครึ่งหนึ่งของแรงดันไฟเลี้ยงวงจร
B+ = 176.9V*2 = 353.8V = 354V
-
ผมไปของผมดู๋ยๆ ยังงี้แหละ
กำหนดให้ hfe = 100 , Ic = 4.5mA
hfe = Ic/Ib
Ib = Ic/hfe = 4.5mA/100 = 45uA
Ie = Ic+Ib = 4.5mA+45uA = 4.545mA
-
ไปไม่เป็นแล้ว :help :help :help
แรงดันคร่อม R5 = Vb = 354V-4V = 350V
อันนี้จริงหรือเปล่าครับ
น่าจะเอา R5 ขึ้นไปไว้บน LED จะได้ Vb = 4V
VR5 = 350V
R5 = 350V/20mA = 17.5K
-
ขอเสริมนิดนึงนะครับ ถ้าVceo 300V ไม่ควรจะใช้ไฟเลี้ยงให้ถึง 300 V ครับ เพราะช่วงที่หลอดยังทำงานไม่เต็มที่ แรงดันตกคร่อมเกือบมั้งหมดจะโยนไปที่ TR
ถ้าจะใช้ MJE 350 น่าจะออกแบบให้ไฟเลี้ยงซักไม่เกิน 250-280v พอครับ
---------------------------------------------------
อีกอันนึงคือวงจรปรับกระแส เพื่อปรับแต่งละเอียดเวลาต่อวงจรออกมาจริงๆ มี 2 ทางเลือก
1. เพิ่มตัวต้านทานปรับค่าได้ที่ตำแหน่ง R4
2. เพิ่มตัวต้านทานปรับค่าได้ที่ตำแหน่ง R5
ผมเชียร์ข้อ 2 ครับ เพราะเพิ่มที่ R4 จะเข้าไปยุ่งกับทางเดินสัญญาณ
พอปรับแก้วงจรด้านหลอด เดี๋ยวผมทำวงจรทาง SS ให้ครับ ไม่ต้องกลัว
-
อ้อ ถามอีกอย่างนึง ตั้งใจจะใช้ภาคจ่ายไฟแบบ regulate ด้วยรึเปล่าครับ
จริงๆมอสเฟ็ตก็ออกแบบคล้ายๆTR ครับ เพียงแต่เพิ่มโวลต์ตรงไบแอส เท่าที่ลองมาในวงจรregulate มอสเฟ็ตกินขาด TR ครับ
ส่วนในวงจรขยาย ผมว่ามีดีมีเสียกันคนละอย่าง
-
เอ ถามแปลก ภาคจ่ายไฟก็ต้องเรกกูเลตเพื่อให้ไฟเรียบอยู่แล้วนี่ครับ หรือมีแบบไม่เรกกูเลต
-
แก้ตามแล้วครับ ไฟเลี้ยง 280V เหลือแรงดันคร่อมภาค CCS = 280-176.9 = 103.1V ผมว่าช่วงแรงดันกำลังดีเลยนะ
เพิ่ม VR2 แทน R5
เสร็จจาก TR แล้วค่อยไปต่อ FET ก็ได้ครับ
-
เข้ามาดูครับ :clap :clap :clap
-
เอาใหม่ครับ กำหนดให้แรงดันไฟเลี้ยงวงจร B+ = 280V
วงจรเป็นแบบคอมมอนอีมิตเตอร์
กำหนดให้ MJE350 มี DC gain hfe = 100 , Ic = 4.5mA
hfe = Ic/Ib
Ib = Ic/hfe = 4.5mA/100 = 45uA
Ie = Ic+Ib = 4.5mA+45uA = 4.545mA
สำหรับทรานซิสเตอร์มี Vbe = 0.6V
B+ = VR4+Vce+176.9V
280V = (Ie*R4)+Vce+176.9 ................(1)
Vb = Ve+0.6 .................(2)
I2 = I1+Ib
I2 = I1+45uA ..................(3)
V_VR2 = I2*VR2 ...................(4)
สำหรับ SS ผมทำได้แค่นี้ครับ น้าโอมมาต่อจนจบเลยครับ
-
อ้อ วงจรด้านหลอดผมว่าโอเคแล้วนะครับ พอดีแล้ว
ลุย SS เลยครับ
-
วงจร CCS ในส่วนภาคจ่ายไฟอาจจะไม่ต้องใช้ TR หลอด รึมอสเฟ็ตต่อเป็นวงจรเรกกูเลเตอร์ก็ได้ครับ
เรียงกระแสจากไดโอด+C filter แล้วเอามาใช้เลย เลยถามนิดนึง ภาคจ่ายไฟต่างกัน regulateกับไม่regulate วงจรส่วนอื่นก็ต่างกันบ้าง :) :) :) :)
***************************************************************************************
วงจรละเอียด ขอเวลาสักนิ๊ดวันนี้สังสรรค์มา :giveup :giveup :giveup :giveup :giveup :giveup
-
ในระหว่างที่น้าโอม แฮ้ง ยังไม่ตื่่น แต่ป๋าตื่นแต่เช้าตามประสาคนแก่ มาเอาใหม่ เริ่มกันใหม่ครับ จัดไปเต็มๆ ทั้ง DC bias และ AC bias ทั้งหลอด ทั้ง SS เลย
ให้เป็นแบบมาตรฐานไว้ศึกษา
เริ่มจากทำ DC ไบอัส 12AU7 ก่อน
เลือก V cut-off 300V, RL 30K, I sat. 10mA
กึ่งกลางวงสวิง = 272+72/2 = 172V เลือก 170V
Vp 170V, Ia 4.5mA
ประมาณค่า Vg1 -6.9V
Vp gnd. = 170+6.9 = 176.9V
Rk = 6.9V/4.5mA = 2.4K/0.03W = 2.4K/ 1/2W
Rp = 189-155V/6-3mA = 34/3 = 11.3V/mA = 11.3K
RL/Rp = 30K/11.3K = 2.7 เท่า
Gm = 5.8-3mA/8-6V = 2.8/2 = 1.4mA/V
u = Gm*Rp = 1.4*11.3 = 15.8
ไม่ใช้ Ck
Rp eff. = Rp+Rk(u+1) = 11.3K+2.4K(15.8+1) = 11.3K+40.32K = 51.6K
gain stage = u*RL/Rp eff. + RL = 15.8*30K/51.6K+30K = 474K/81.6K = 5.8 เอ เกนต่ำไปหรือเปล่า
B+ = 6.9+170+(4.5mA*30K) = 176.9+135 = 311.9V
อัตราทนกำลังของ RL = 135V*4.5mA = 0.6W = 2W
สำหรับอุปกรณ์รอบข้าง เช่น C coupling, Rg, Rgs ,R high pass filter ก็จัดไปตามที่ทำกัน
มาพร้อมกับภาคจ่ายไฟ
-
มาทำ AC bias
เมื่อสัญญาณสลับที่มีค่าแรงดัน = u*Eg = u*Vg1 วิ่งเข้ามา ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
หลอดจะเปลี่ยนเป็นตัวขยายสัญญาณ
สัญญาณสลับจะวิ่งผ่านตัวเก็บประจุได้ จึงเสมือนลัดวงจรหรือไม่มีตัวเก็บประจุ
ด้านไฟเลี้ยงวงจร สัญญาณจะเห็นอิมพีแดนซ์ของแรงดันไฟ B+ 311.9V ต่ำเทียบได้กับกราวน์
จึงจัดวงจรสมมูลทางสัญญาณสลับได้ตาม วงจรสมมูลที่ 1
RL จึงขนานกับ Rp และขนานกับ R 220K ด้วย ดูวงจรสมมูลที่ 2
เมื่อไม่มี Ck bypass สัญญาณลงกราวน์ Rp จะมีค่าเพิ่มขึ้น = Rk(u+1) ดูวงจรสมมูลที่ 3
เอ้าพุทอิมพีแดนซ์ R out = Rp eff.//RL = 51.6K//30K = 1548KK/81.6K = 18.97 = 19K
หลอดจะทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายแรงดัน และ R out กับ R 220K ต่ออนุกรมกัน จะแบ่งแรงดันของ V source แรงดันที่แบ่งกันจะเป็นแรงดันเอ้าพุท V out
เมื่อมีสัญญาณเข้ามา 1V peak-peak หลอดจะมีแรงดันที่จะจ่ายออกไปเท่ากับ 1V*gain = 1V*5.8 = 5.8V
ต่อไปก็หาแรงดนคร่อม R out กับ R 220K ที่แบ่งแรงดันกัน
VRout = Vsource(Rout/Rout+220K)
= 5.8(19K/19K+220K) = 5.8(19K/239K) = 5.8(0.08) = 0.46V
Vout = Vsource-VRout
= 5.8-0.46 = 5.34 Vpeak-peak
= 5.34*0.71 = 3.79 = 3.8V rms
ดูวงจรสมมูลที่ 4
ไบอัสหลอดก็หมดแล้วครับ มีค่าต่างๆ ตามที่คำนวณมา
-
ขอลบวงจรเวอร์ขั่นที่ผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยอันนี้นะครับ เกิดมีคนทำตามขึ้นมาจริงๆยุ่งเลย
K] K] K] K] K] K] K] K] K] K] K] K] K]
-
วงจรตามรูปจะปรับกระแสได้จาก 0 ถึง 4.9 mA ....
หมายถึงปรับ R 1K 1% ใช่ไหมครับ แล้วกระแส จาก 0-4.9mA นี่จะไหลผ่าน Q1 ลงไปหลอด ใช่ไหมครับ
-
ในการใช้ CCS ข้อดีคือเราไม่ต้องใช้ไฟสูงมากก็ได้ แต่ได้โหลดที่อิมพีแดนท์สูงแบบมหาศาล เวลาคิดโวล์ทเตจตกคร่อมของ CCS ให้คิดว่า เราจะต้องการ สัญญาณสวิงที่เอ้าพุทเท่าไหร่ แล้วเผื่อให้ voltage ตกคร่อม CCS มากกว่า พอสมควร เช่น เราคิดว่าอยากได้สัญญาณขาออก ที่ 10Vrms เราจัดให้ โวล์ทตกคร่อม CCS ซัก 20V ก็สวยๆ มีเฮดรูมเหลือเฟือ ไม่ร้อนเกินไปกับ CCS ไฟสูงก็ไม่มากนักครับ 20V ก็น่าจะมากพอ กับการทำให้ CCS ทำงาน
อีกข้อก็การวาดโหลดไลน์ของหลอดไตรโอด กรณีที่มี CCS เป็นโหลด เนื่องจาก CCS มักจะมีค่าอิมพีแดนท์สูงมากๆ เริ่มจาก 10M กันไปเรื่อยๆ บาง CCS ที่ใช้ Cascode วิ่งไปได้ถึง หลายร้อย meg ohm อย่าง CCS ของ Gary Pimm ค่าอิมพีแดนท์ เกิน giga ohm อีก ฉะนั้น การวางโหลดไลน์ ให้วางเป็นเส้นขนานแนวนอนเลยครับ
-
ขอแก้วงจรครับ พอมาคิดเรื่อง heat sink ที่จะติดให้กับ TR แต่ละตัว
เลยพึ่งมานึกออกว่า วงจรไบอัสที่ใช้ LED ต้องใช้กระแสสูงมาก ตัว MJE 340 ต้องติด heat sink อันเบื้อเริ่มกันเลย เพราะใช้กับไฟสูงด้วย :giveup :giveup :giveup
ขอแก้เป็นใช้ R ดีกว่า กระแสน้อยกว่ากันเยอะเลย เวอร์ชั่นนี้ MJE 340 ไม่จำเป็นต้องติด heat sink ให้ครับ รึจะติดอันเล็กๆไว้เผื่อเหนียวก็ได้
MJE 350 ต้องติด heat sink ให้ด้วยนะครับ คิดว่าแผ่นไม่ต้องใหญ่นักก็เอาอยู่ สังเกตุดูว่าอย่าให้ร้อนเกิน
-
ได้ความรู้ใหม่ๆ อีกตรึม
น้าโอมช่วยดูกระทู้นี่ด้วยครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=74019.0
-
ถามน้าโอมหน่อยครับ R5 = 20K นี่เอาตาม R out = 19K หรือเปล่าครับ
CCS ที่น้าโอมออกแบบเป็นแบบกระแสตายตัว หรือไม่ตายตัวครับ
-
ถามน้าโอมหน่อยครับ R5 = 20K นี่เอาตาม R out = 19K หรือเปล่าครับ
CCS ที่น้าโอมออกแบบเป็นแบบกระแสตายตัว หรือไม่ตายตัวครับ
---------------------------------------
R5 = 20K ผมแค่เลือกโหลดมาค่านึง เวลาดูการทำงานของวงจรเท่านั้นครับ จะใช้ค่าอื่นก็ได้ ไม่มีผลกระทบกับ CCS
---------------------------------------
ปรับกระแสได้ครับ ปรับที่ VR6 ค่า 1k เอาครับ
-
ต่อ FET เลยครับ
-
จากที่ลองๆออกแบบมา เลยขอเสนอ IC+ MOSFET เพราะดูแล้ววงจรง่ายดี
MOSFET ที่ใช้ในวงจร ทนได้ 500 V แต่บ้านเรา P channel ออกจะหายากอยู่ ถ้าในบ้านหม้อหาได้ก็ดีไป ส่วนทางเลือกอื่นๆก็มี
1.ใช้เบอร์ IRF9640 ซึ่งทนได้แค่ 200 V แต่หาง่าย ความเสี่ยงคือ ถ้าปรับๆอยู่โวลต์ตกคร่อมมากกว่า 200 โวลต์เมื่อใหร่ มอสเฟ็ตพังทันที
2.สั่ง RS ก็จะมีเบอร์อื่นที่ราคาต่ำกว่าเช่น FQP4P40 ทนได้ 400 V
********************************************************************************************************************
ในกรณี ที่ใช้ IRF9640 หรือ FQP4P40 R4 ให้เปลี่ยนจาก 2K เป็น 600 โอห์ม เพราะ MTP2P50 มีVgs(on)ที่ต่ำกว่า 2 เบอร์แรก ถ้าจะใช้เบอร์อื่น ให้เช็คVgs(on)ให้ดีก่อนครับ
********************************************************************************************************************
-
FET , J-FET, MOSFET ต่างกันยังไงมั่งครับ นิยมใช้ตัวไหน ให้เสียงต่างกันไหม
-
J-FET, MOSFET เป็นFET ทั้งคู่ ต่างกันที่โครงสร้าง คุณสมบัติหลายๆข้อคล้ายกันอยู่
J-FET noise ต่ำกว่า แต่ไม่สามารถทำให้ทนแรงดันสูงๆ ได้ เพราะงั้นหมดสิทธิ์เอามาใช้ครับ MOSFET เป็นคำตอบสุดท้ายครับ
------------------------------
เสียงต่างกันไหม ต่างกันครับ แต่ผมเคยเอามาใช้แค่ในวงจรขยาย วงจร regulator ยังไม่เคยลองทำ CCS มาเทียบกันดูสักที
-------------------------------
ถ้าเป็นวงจรขยาย บอกตรงๆผมไม่ค่อยชอบ MOSFET สักเท่าใหร่ ถึงจะเป็นวงจร classA ก็เถอะ รายละเอียดดี,ใสดีก็จริงๆครับ แต่ออกแนวตรงไปตรงมายังกะไม้บรรทัด
J-FET ให้ทั้งความใส รายละเอียด แต่จะออกแนวออดอ้อนกว่า มี ambience กว่า จะว่าหวานกว่าก็ได้
------------------------------
วงจร regulator JFET ใช้ไม่ได้เพราะข้อจำกัดของตัวมันเอง เลยชิงตำแหน่งกันระหว่าง MOSFET กับTRANSISTOR
รอบนี้ผมชอบ MOSFET มากครับ ความใส กับ speed ของ MOSFET ได้ใช้ประโยขน์เต็มที่ ความตรงไปตรงมาลดลงไป ดูจะขึ้นกับตัววงจรขยายมากกว่า ต่างกับ TRANSISTORที่ผมว่าทึบไป+ติดบุคลิคของมันเองมากไป(แต่ถ้าเป็นวงจรขยาย TR ผมว่าก็ใช้ได้อยู่)
ถ้าเอามาทำ regulator ผมชอบ MOSFET มากครับ ส่วนCCS ผมก็รอลุ้นไปกับผู้กล้าที่จะลองทำดูนี่ล่ะครับ ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D
-
หาอ่านการไบอัส mosfer แบบ enhance mode ดูๆแล้วไม่ยากเกิน เมื่อ Vg เป็น 0, Ig ก็ 0 ด้วย ปกติเขาไบอัส Vg + หรือ - ครับ
อาจจะทำแบบหลอด ไบอัสให้เห็นจะๆ
ขอเบอร์ p channel enhance mode ที่ให้เสียงแจ๋ว ซักสามสี่ตัว
-
รูปข้างบน ซีเนอร์ไดโอด สองรอบต่อมีด้วยหรือครับ
-
หาอ่านการไบอัส mosfer แบบ enhance mode ดูๆแล้วไม่ยากเกิน เมื่อ Vg เป็น 0, Ig ก็ 0 ด้วย ปกติเขาไบอัส Vg + หรือ - ครับ
อาจจะทำแบบหลอด ไบอัสให้เห็นจะๆ
ขอเบอร์ p channel enhance mode ที่ให้เสียงแจ๋ว ซักสามสี่ตัว
ถ้า n channel Vg + เทียบกับขา S ***** p channel Vg - เทียบกับขา S
โดยปกติ p channel mosfet บ้านเราหาได้ไม่กี่เบอร์อยู่แล้วครับ ถ้าหาง่ายที่สุดคงเป็นตระกูล IR9*** ทั้งหลาย
-
รูปข้างบน ซีเนอร์ไดโอด สองรอบต่อมีด้วยหรือครับ
ไม่ใช่ ซีเนอร์ไดโอดครับ เป็นไอซีเบอร์TL431ที่ทำหน้าที่คล้ายซีเนอร์ไดโอดที่ปรับค่าได้ สัญลักษณ์เลยเป็นอย่างนั้น
-
ไปถึงไหนกันแล้วครับเนี่ย.... :wiggle
-
เอามาซิมในโปรแกรม ได้เอ้าพุมคลื่นสวยเชียว
(http://image.ohozaa.com/i/gb7/t23hXk.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/wfmkiTbszsDgHu0e)