HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: ออดิโอแมน ที่ 26 เมษายน, 2011, 07:17:39 am
-
...ผมอยากได้วงจรของหลอด 832a แล้วใช้ตัวไดร์ดว้ยหลอด ef184และ6sn7นะครับ...
PP หรื SE ครับ
หม้อมีหรือยังครับ
-
ผมเดาว่าเป็น PP เพราะมีหลอดไดร์สองเบอร์ 6SN7 น่าจะทำแยกเฟส eF184 ทำไดร์
ลองเลือกเส้นโหลดไลน์ซักเส้นที่ผมวาดไว้สามเส้นครับ
-
ความหมายคือจะเลือก OPT ค่าไหนนั่นเองครับ ถ้ามีหม้ออยู่แล้วก็เลือกค่าที่ใกล้เคียง ถ้ายังไม่มีหม้อเลือกซักค่าแล้วสั่งพันครับ
-
น้า ช่างหรั่งโรงต้ม มีแคป หมวกของหลอดไหมครับ ผมก็กำลังทำเบอร์นี้อยู่ ยังหาหมวกที่ต่อจากเขาไม่ได้เลย ผมทำ PP ใช้สองหลอด สี่เขา
-
สวัดดีครับ หม้อแปลง output ของวงจรเขาใช้ 8k5 ครับตอนนี้ยังไม่มีกำลังจะพันครับเตรียมหม้อแปลงไว้แล้วครับ สว้นแคปที่ต่อจากเขาผมใช้ตัวต่อสายไฟครับมีหลายขนาดให้เลือกครับ
วงจรสองอันนี้จะตัดต่อกันอย่างไรครับพี่ๆนอ้งๆดูให้หน่อยครับ O0
(http://)
-
(http://) คือผมไม่อยากเอาชุดไดร์ของหลอด 12ax7 ครับอยากได้ ef184 และ 6sn7 นะครับจะตัดต่อกันอย่างไรครับ
-
picture114 กับ picture115 เป็นรูปเดียวกันนะครับ วงจรของหลอด ef184 กับ 6SN7
ดูวงจรแล้วเป็นปรีแอมป์ ถ้าหลอด 832A เอามาทำเป็น single end amplifier ก็เอาวงจรปรีแอมป์ต่อเข้ากับวงจร 832A ซึ่งเป็นภาคขับกำลังเลย
แต่ถ้าเอาหลอด 832A ทำเป็น push pull amplifier ต้องมีวงจรภาคแยกเฟส โดยอาจจะใช้หลอด ef184 เป็นภาคปรี แล้วเอาหลอด 6SN7 เป็นภาคแยกเฟส แล้วต้อเข้ากับวงจร 832A ซึ่งเป็นภาคขับกำลัง
สำหรับ picture188 ผมดูไม่ออก เป็นไตรโอดทั้งสองหลอด สเตจแรกต่อแบบเพลตโหลดขยายสัญญาณ แล้วไดเรกคับปลิ้งไปสเตจสอง ซึ่งน่าจะเแ็นวงจรแยกเฟสแบบคอนเซอร์ติน่า อ้อเห็นแล้ว จากวงจรแยกเฟสไปเข้าหลอด 832A นอนตะแคง เง้อ ดูตั้งนาน จากเพลตของ 832A ไปเข้า OPT แบบ PP ที่เอ้าพุทขาออก ต่อ เนกาตีฟฟีดแบ็คมาเข้าแคโทดของสเตจแรกด้วย
-
picture188 ผมมองเห็นไม่ชัด ซูมเข้าอีกหน่อยครับ
-
ครับผมอยากได้วงจรหน้าตาออกมาประมาณนี้ครับอันนี้ผมเขียนเอาเองมันไม่ถูกแต่อยากได้วงจรออกมาประมาณนี้ครับ สว่นแคบเขาผมใช้ตัวต่อสายไฟครับแต่ตัวนี้มันเก่าเดียวจะไปหาแบบเป็นทองเหลืองมาใช้ครับ(http://)
-
ตัวต่อสายไฟแบบนี้ผมลองแล้ว ขันอัดไม่แน่นมันโยกเยกครับ
-
ความต้องการคือทำอินติเกรตแอมป์ แบบพุชพูล เอาหลอด ef184 เป็นภาคปรี/ไดร์ จัดวงจรแบบเพลตโหลด
เอาหลอด 6SN7 เป็นแยกเฟส จัดวงจรแบบคอนเซอร์ติน่า ขับกำลังโดยหลอด 832A ใช้ OPT 8.5K:8R
สำหรับการไบอัส จะเอาตามวงจรที่ได้มาหรือจะจัดไบอัสใหม่ตามวงจรที่วาดใน picture196 ครับ
ภาคจ่ายไฟใช้ตามวงจรที่ได้มา ใช้หลอดไดโอด หรือไดโอดแบบหนึ่งรอยต่อ
-
สว้ดดีครับ แบบนี้ละครับแต่การไบอัสเอาตามที่คุณ ออดิโอแมน เห็นว่าดีเลยครับสว่นภาคจ่ายไฟจะใช้หลอด 5u4 ครับเป็นไดโอดสว่นค่า v b+ ชว้ยกำหนดให้ดว้ยครับ
สว่นตัวต่อมีแบบให้ดูบ้างไหมเผื่อจะให้โรงกลึงทำให้ครับ O0
-
ตัวต่อมีแบบให้ดูบ้างไหมเผื่อจะให้โรงกลึงทำให้ครับ ...
ก็มีแบบที่คนชอบเล่นหลอดหัวจุกแต่ตอนนี้หาไม่มี
เรื่องของเรื่องคือควรจะมีปริงดัน ถ้าขันน็อตอัดแล้วปลายน็อตไม่เข้ารูปกับเขา มันก็โยกคลอนได้ครับ ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ
-
832A twin power pentode
PP class A
มี OPT 8.5K plate to plate , RL เป็นครึ่งหนึ่งของ OPT = 8.5K/2 = 4.25K
เลือก V cut-off 480V , I sat. = 113mA
เลือก Vg1 -25V, Vp 330V , Ia 35mA
Vg2 = 250V
ประมาณ Ig2 = 10mA
Gm = 55-22mA/30-20V = 33/10 = 3.3mA/V
Plate diss. = 330V*35mA = 11.6W
gain = Gm*RL = 3.3*4.25 = 14
เป็นหลอดที่ใช้แคโทดร่วมคือมีแคโทดเดียว , g2 ก็ใช้ร่วมกัน , g3 ต่อกับแคโทดภายในหลอด
Ik = 35+35+10 = 80mA
B+ = 25V+330V+10 = 355+10 = 365V
Vp gnd = 355V
Rg2 = 355-250V/10mA = 105/10 = 10.5K/1.1W = 10K/2W
Rk = 25V/80mA = 312R/2W = 300R/5W
Rk' = 1/Gm = 1/3.3m = 303R
Zk = Rk'//Rk = 303//300 ประมาณ = 150R
Ck = 1/2*3.14*10*150 = 1/9420 = 107uF
ประมาณกำลังขับอย่างง่าย 6W
-
สวัดดีครับ ขอบคุณมากครับได้วงจรแล้วครับด็ได้เวลาลงมือทำเสียทีครับละครับ ขอถามนะครับ r และ c บางตัวยังไม่ได้ลงค่าจะลงอย่างไรครับแนะนำดว้ยครับ O0
-
แหม ยังทำไม่เสร็จเลย จะเอาไปทำแล้ว
ต่อครับ
EF184 single pentode , pre/drive
V cut-0ff 300V , I sat. 20mA ,RL 15K
กึ่งกลางวงสวิง = 235+24/2 = 134.5V เลือก 135V
Vp 135V, Ia 11mA
ประมาณค่า Vg1 ได้ = -2.4V
Vg2 200V
-
จากกราฟ Ia_Ig2_Vg1
Vg1 -2.4V
Ia = 11.6mA
Ig2 = 4.8mA
Gm = 16.7mA/V
หลอดเบอร์นี้ดีครับ ไม่ต้องคำนวณ หาเอาจากกราฟเลย โดยยึด Vg1 -2.4V เป็นหลัก
-
จากกราฟ Ik_Vg1_Rk
Vg1 -2.4V
Ik = 16mA
Rk = 150R/1W
-
gain = Gm*RL = 16.7*15 = 251
B2+ = 2.4+135+(11.6mA*15K) = 137.4+174 = 311.4V
Vp gnd. 137.4V
Rg2 = 311.4-200V/4.8mA = 111.4/4.8 = 23.2K/0.53W = 24K/1W
RL ทนกำลัง = (311.4-137.4V)*11.6mA = 174*11.6 = 2W = 15K/5W
เกนออกจะเวอร์ไปนะครับ สเตจเดียวมีเกน 251 เท่า
-
6SN7 twin triode , phase splitter concertina
อันว่า วงจรแยกเฟสแบบคอนเซอร์ติน่านี้ ตามลักขณา ราศรี โบราญว่าไว้ไม่ยาก
ถ้าใช้ไฟเลี้ยงวงจรเดียวกับภาคหน้า และต่อแบบไดเรคคัปปลิ้งอล้วไซร้
ก็ให้ใช้ RL = Rk = ครึ่งหนึ่งของ RL ของภาคหน้า = 15K/2 = 7.5K
แต่มีค่ามาตรฐานตามท้องตลาดมีขาย = 6.8K กับ 8.2K ก็เลือกเอาค่าใดค่าหนึ่ง = 8.2K
หรือจะเอา R 15K มาขนานกันก็ได้
แต่ Vg1, VRk , Ia ผมไม่รู้นะว่าจะมีค่าเท่าไหร่ ท่านใดรู้กรุณาบอกด้วยครับ
และมีเกน ประมาณ 1
อ้าว ไม่รู้ว่ากระแสไหลเท่าไหร่แล้วหม้อแปลงจ่ายไฟจะมีค่าเท่าไหร่ล่ะ ครับ รอผู้รู้มาอธิบายครับ
-
:good :good :bad :bad :yes :yes
-
ยังไงก็ช่วยป๋าด้วยนะครับ ภาคแยกเฟส กระแสไหลเท่าไหร่ แรงดันคร่อมแต่ละจุดเท่าไหร่
ขอบคุ๊ณมากครับ
-
สวัดดีครับ ตกลงผมลอกวงจรเอาไปลุยทำเลยได้แล้วใช้ไหมครับเสียงจะออกมาเป็นอย่างไรอยากจะฟังเสียงแล้วครับ
ภาคจ่ายไฟใช้หลอด 5u4 พอใช้ได้ไหมครับมีวงจรดีๆแนะนำหน่อยนะครับ O0
-
ยังครับยัง ติดที่ภาคแยกเฟส สเตจที่สอง ยังไม่รู้เลยว่ากระแสไหลเท่าไหร่ รอกูรูครับ
-
สวัดดีครับ รอผู้รู้มาชว้ยกันดูหน่อยครับ :secret
-
ถ้าไม่มีผู้ช่วย น้าหรั่งทำภาคแยกเฟสใหม่จะง่ายกว่า เป็นแบบ differential ampplifier ground grid คล้ายๆ วงจร long tail
วงจรแยกเฟสแบบคอนเซอร์ติน่าเป็นวงจรรุ่นแรกๆ เอ้าพุทอิมพีแดนซ์ที่เพลตกับแคโทดไม่เท่ากัน
วงจร differential ampplifier ground grid กับวงจร long tail ออกมาทีหลังดีกว่า แต่ใช้ทั้งสองซีกของหลอดไตรโอด
-
เป็นแบบไหนหรือครับเอาแบบวงจรมาลงหน่อยครับ เรื่องคำนวณผมไม่รู้จริงๆครับ :-\
-
แอมตัวนี้จะวางอุปกรณ์แบบนี้ละครับ พอดูได้ไหมครับ (http://)
-
วงจรแบบนี้ครับ ภาคแยกเฟสคือหลอด 6N6P
-
สวัดดีครับ ขออนุญาตถามนะครับตกลงน้าตอ้งหาหลอดไดร์สองเบอร์นี้มาเปรี่ยนใหม่ใช้ไหมครับ
-
เอาวงจรแยกเฟสแบบ differential amplfier ground grid มาให้ดูว่าจะเอาไหม คือ หลอด 6SN7 จะต่อวงต่อแบบหลอด 6N6P
ถ้าเอาก็จะทำให้ใหม่ครับ
-
สวัดดีครับ เอาครับวงจรไหนที่คุณออดิโอแมนเห็นว่าดีเอาเลยครับงานนี้คุณออดิโอแมนตอ้งเหนื่อยหนอ่ยนะครับเกลงใจจริงๆครับ
-
ถ้ายังงั้นก็ง่ายขึ้นครับ
6SN7 twin triode , medium mu ,phase split , diff. amp.
เลือก V cut-off 320V , RL 15K
I sat. 320V/15K = 21.33mA
กึ่งกลางวงสวิง = 310+111/2 = 210.5V เลือก 210V
Vp 210V
ประมาณค่า Vg -6.7V
Ia 7.3mA
วงจรแยกเฟสแบบ differential amplifier จะใช้ Rk ร่วมกัน
Ik = 7.3*2 = 14.6mA
Rk = 6.7V/14.6mA = 459R/0.097W ค่ามาตรฐาน 460R/ 1/2W
B2+ = 6.7+210+(7.3mA*15K) = 216.7+109.5 = 326.2V
Vp gnd. 216.7V
อัตราทนกำลังของ RL = (326.2-216.7V)*7.3mA = 109.5V*7.3mA = 0.8W = 2W
Rp = 230-199V/9-6mA = 31/3 =10.3V/mA = 10.3K
RL/Rp = 15K/10.3K = 1.5
Gm = 8.5-3.7mA/8-6V = 4.8/2 = 2.4mA/V
u = Gm*Rp = 2.4*10.3 = 14.4
วงจรแยกเฟสแบบ differential amplifier จะไม่มี Ck
Rp eff. = Rp+Rk(u+1) = 10.3K+0.46K(14.4+1) = 10.3K+7.1K = 17.4K
gain = u*RL/Rp eff.+RL = 14.4*15K/17.4K+15K = 216K/32.4K = 6.7
แบ่งเกนกันซีกละครึ่งหนึ่ง = 3.4
-
สวัดดีครับ วงจรนี้เสร็จแล้วใช้ไหมครับจะได้ลอกไปลุยเลย สว่นภาคจ่ายไฟเดียวคอ่ยหาเอานะครับผมจะใช้หลอด 5u4 ครับ O0
-
ผมก๊อบเรียบร้อยแล้ว c) c)
-
555 ยังครับ ภาคหน้าหลอด EF184 ยังไม่ได้ไบอัสครับ
-
ตามดูอยู่ห่างฯ กลัวไฟดูด :cold
ช่างหรั่งทำแล้วรายงานผลด้วยนะครับ
จะเรียนแบบบ้าง ;D 2f
-
สว้ดดีครับคุณอว้น ไม่ตอ้งกลัวไฟดูดหลอกครับตัวนี้ทำไว้เล่นกับ tt ตัวเก่งละครับ ตอ้งรอพี่ๆนอ้งๆเขาเข้ามาทำวงจรให้ละครับผมคิดวงจรไม่เป็นต่อเป็นอย่างเดียวครับ K]
-
555 ยังครับ ภาคหน้าหลอด EF184 ยังไม่ได้ไบอัสครับ
เกือบแล้วมั๊ยหละ :black_eye
-
EF184 single pentode , drive
เลือก RL 10K
V cut-off 280V , I sat. 28mA
กึ่งกลางวงสวิง = 237+50/2 = 143.5V เลือก 145V
Vp 145V
ประมาณค่า Vg1 -2.3V
Ia 13.5mA
Vg2 200V
-
จากกราฟ
Ig2 5.5mA
Ia 13.5mA โอ้ ตรงกันเลย
Gm = 18mA/V
Ik = 5.5+13.5 = 19mA
Rk = 2.3V/19mA = 121R/0.04W ค่ามาตรฐาน 120R/ 1/2W
-
จากกราฟ
Ik 18mA เกือบเท่ากัน หยวนๆ
ประมาณค่า Rk = 130R เกือบเท่ากัน หยวนๆ
-
B3+ = 2.3+145+(13.5mA*10K) = 147.3+135 = 282.3V
Vp gnd. 147.3V
gain = Gm*RL = 18*10 = 180 โอ๊ะแม่เจ้า สูงนะนี่
Rg2 = 282.3-200V/5.5mA = 82.3/5.5 = 14.9K/0.45W = 15K/2W
อัตราทนกำลังของ RL = (282.3-127.3)*13.5mA = 155*13.5 = 2.1W = 5W
.................
gain ไดร์และแยกเฟส = 180*3.4 = 612
gain รวม = 612*14 = 8,568
-
เสร็จแล้วครับ ลงมือได้ครับ
-
ก๊อบเรียบร้อยแล้ว(ทีนี้คงแน่นอนแล้วหละ) ขอบคุณครับ c)
-
ขอบคุณๆออดิโอแมนมากๆเลยครับ คราวนี้ถึงตาภาคจ่ายไฟแล้วละครับแนะนำดว้ยครับ O0
-
หลอดไดโอดเบอร์อะไรนะครับ
-
แค็บ หมวกหลอดถ้ากลึงได้น่าจะดีมาก สมสง่าราศรีหน่อย
เอาแบบขัดอักแล้วอยู่ตัวดี พอจะมีไอเดียไหมครับ
-
สวัดดีครับ ลบกวนนะครับหลอดไดโอดผมจะใช้หลอด 5u4 ครับจะจัดวงจรแบบไหนดีครับ สว่นแค็บหมวกหลอดผมมีตัวอย่างอันที่มีสายไฟเสียบเป็นเหมือนกลึงมาครับผมลองเสียบดูแน่นดีมากครับช้วยดูหน่อยครับ O0(http://)
-
PSU
ถ้าหลอดเรค 5U4 จ่ายกระแสได้ก็โอเค
ดูสเปคแล้วจ่ายได้ 270mA
-
สำหรับตำแหน่งการวางหลอด อย่างอื่นผมไม่รู้ แต่ที่เคยเจอมาคือ เกี่ยวกับความร้อนครับ
832A หนึ่งหลอดจะคายพลังงานออกมา หลักๆเลย คือ ที่จุดใส้หลอด ที่เพลต และที่ Rk = (6.3V*1.6A) + 2*(355V*35mA) + (25V*80mA) = 10.1W+24.9W+2W = 37W
832A 2 หลอด = 37W*2 = 74W
5U4 คายพลังงานออกมาที่จุดใส้หลอด = 5V*4A = 20W
ส่วนหลอดไดร์ และแยกเฟส ไม่มากเท่า
อันนี้เป็นตัวบอกว่าควรจะวางอุปกรณ์ตัวที่เสื่อมสภาพจากความร้อนง่าย เช่น ตัวเก็บประจุ ให้วางไกลๆ จากตัวที่คายความร้อน
-
ขนาดของฟิวส์
Pin = Pout
VIin = VIout
220V*I in = VA_B1+ + VA_B2+ + VA_B3+ + VA_จุดใส้หลอด
220V*Iin = 365V*(0.08A+0.08A) + 326V*(0.0146A+0.0146A) + (282.3V*0.0283A) + (5V*3A) + (6.3V*5A)
220V*Iin = 58.4 + 9.5 + 8 + 15 + 31.5
220V*Iin = 122.4VA
Iin = 122.4VA/220V = 0.56A
เผื่อสองเท่า = 1.1A
-
แค็บหมวกหลอด
ถ้าแบบนี้ขันน็อตเข้าไป แค็บจะเอียงดูไม่สวยงาม ควรจะตั้งตรงเป๊ะ และน็อตควรจะเป็นน็อตหัวจม เวลาเอาท่อหดรัดจะสวยงามไม่ตะปุ่ม ตะป่ำ
น็อตควรมีสามตัว สองตัวล่างขันอัดกับเขาของหลอด น็อตตัวบน ขันอัดสายไฟ
-
สวัดดีครับ คุณแมนครับตอนนี้เสร็จสมบูรณ์แล้วใช้ไหมครับ ผมลงมือลอกไปลุยได้เลยใช้ไหมครับ ขอขอบคุณแมนมากๆเลยครับ
-
เอิ๊ก แหมเรียกชื่อว่าแมน
สำเร็จแล้วครับ ลุยเลย
-
สวัดดีครับ ตอ้งขอโทดนะครับที่เรียกคุณออดิโอแมนว่า แมน จะได้ดูสนิทสนมกันหน่อยไงครับ
-
สวัดดีครับ เอาแท่นมาให้คุณออดิโอแมนคนออกแบบวงจรให้ชมว่าตอนนี้แท่นของหลอด 832A เสร็จไปประมานี้แล้วครับ :secret
-
โอเ เย้ นี้แท่นของผม กำลังกะขนาดอยู่ครับ
-
สวัดดีครับคุณออดิโอแมนมารางานความคืบหน้าของแท่นแอม 832a ครับทำไปวันละนิดวันละหน่อยเสร็จไปเท่านี้แล้วครับ O0
-
(http://)
-
แซงหน้าผมไปแล้ว
-
PSU
ถ้าหลอดเรค 5U4 จ่ายกระแสได้ก็โอเค
ดูสเปคแล้วจ่ายได้ 270mA
สวัดดีครับขอเรียนถามนะครับ ในภาคจ่ายไฟที่เขียนเป็นวงกลมสองวงแล้วมีตรงหัวบอกว่า 80 m a มันคือตัวอะไรครับ
ตอนนี้หยุดหลายวันมีเวลานั้งพันหม้อแปลงเสร็จแล้วเรียบรอ้ยครับ เจ็บนิ้วสุดๆเลยครับยังเหลือ outpot อีกสองลูก.....แฮ้ๆ (http://)
-
โอ้ แจ่ม ทำเองหมดเลย
วงกลมสองวงแทนหลอดครับ
80mA คือกระแสไหลผ่านหลอดลงกราวน์ครับ
-
วิธีดูขาหลอด 832A
-
ขอถามต่อครับ ผมจุดไส่หลอด 5u4 ดว้ย 2.15 0 2.15 ครับ
832a 3.15 0 3.15
6sn7 3.15 0 3.15
ef 184 3.15 0 3.15
ทุกหลอดแยกไฟกันคนละชุด ชุดไหนไม่ให้เอา 0v ลงกราวครับ
................
ถ้าขดจุดใส้หลอดมี center tap ก็เอาปลายแต่ละข้าง ต่อเข้ากับขาจุดใส้หลอด ส่วน center tap ลอยไว้ เอาท่อหดรัดไว้
เฉพาะ center tap ของขดไฟสูง ที่ลงแท่น
ไม่รู้ถูกหรือเปล่านะ รอน้าๆ มายืนยัน
น้าหนั่งมีอะไรก็มาถามในกระทู้นะครับ เดี๋ยวเราจะผิดกันสองคน ผมก็ไม่รู้ทุกเรื่องครับ
-
สวัดดีครับ ตอนนี้ผมต่อหลอด 832 a เสร็จไปหนึ่งข้างแล้วแต่มีปัญหาคือเสียงมันเบามากครับขอคำชี้แนะดว้ยครับ
อืม .... คิดดูก่อน
-
B3+ = 2.3+145+(13.5mA*10K) = 147.3+135 = 282.3V
Vp gnd. 147.3V
gain = Gm*RL = 18*10 = 180 โอ๊ะแม่เจ้า สูงนะนี่
Rg2 = 282.3-200V/5.5mA = 82.3/5.5 = 14.9K/0.45W = 15K/2W
อัตราทนกำลังของ RL = (282.3-127.3)*13.5mA = 155*13.5 = 2.1W = 5W
.................
gain ไดร์และแยกเฟส = 180*3.4 = 612
gain รวม = 612*14 = 8,568
วงจรนี้หรือเปล่าครับ
-
ถ้าเสียงไม่ดังแสดงว่าเกนภาคหน้าไม่พอ โหย เกนไม่ใช่น้อยๆ ลองเพิ่ม Ck ของหลอด EF184 เพื่อเพิ่มเกน
Rk' = 1/Gm = 1/18m = 56R
Zk = Rk'//Rk = 56//120 = 6720/176 = 38R
Ck = 1/2*3.14*10*38 = 1/2386 = 420uF ค่าใหญ่มากเลย
-
ขอถามครับ ef 184 ขา 9 ขา 1 ขา 3 ต่อถึงกันถูกตอ้งไหมครับ 832 a 1ขา 5 จะไปรวมกับขาไหนครับ ตอนนี้เสียงเบามากครับจะแก่อย่างไรดีครับ K] หรือว่า output ผมพันใช้ไม่ได้ครับเลยทำให้เสียงเบาลง(http://)
-
ขอถามครับ ef 184 ขา 9 ขา 1 ขา 3 ต่อถึงกันถูกตอ้งไหมครับ
ขา 9 เป็น g3
ขา 1 กับขา 3 เป็น K ขาเดียวกัน เพียงแต่ต่ออกมา เลือกใช้ขาไดก็ได้ที่สะดวก
ดังนั้น ขา 9 ต่อกับ ขา 1 และ 3 หรือ 9-1, 9-3 ก็ได
832 a 1ขา 5 จะไปรวมกับขาไหนครับ
ขา 1 กับขา 7 เป็นฮีตเตอร์ ขา 5 เป็นเซ็นเตอร์แท็ปของฮีตเตอร์
ถ้าใช้ไฟ 0-12.6 โวลต์ ให้ต่อไฟเข้า ขา 1 กับ 7 ขา 5 ลอยไว้ไม่ต้องต่อ แรงดันจะคร่อม 1,5 และ 5,7 ท่อนละ 6.3V รวม 12.6V
ถ้าใช้ไฟ 0-6.3V ให้เอาขา 1,7 ต่อเข้าด้วยกัน เป็นการขนานฮีตเตอร์ แล้วเอาไฟเข้า ขา 1,7 กับ 5
ถ้าใช้ไฟ 3.15-0-3.15V ให้เอาขา 1,7 ต่อเข้าด้วยกัน เป็นการขนานฮีตเตอร์ แล้วเอาไฟเข้า ขา 1,7 กับ 5 จะได้ไฟคร่อมใส้หลอด 6.3V ส่วนเซ็นเตอร์แท็ปของหม้อแปลง 0V ไม่ต้องต่อ
ตอนนี้เสียงเบามากครับจะแก่อย่างไรดี
หรือว่า output ผมพันใช้ไม่ได้ครับเลยทำให้เสียงเบาลง
เอามัลติมิเตอร์วัดแรงดันไบอัสไฟตรงเทียบกราวน์ของแต่ละสเตจที่
1 B+
2 Vp
3 Rk
แล้วมาพิจารณากันอีกทีครับ
-
ผมวัดแรงดันไฟเทียบกับกราวน์ได้ตามนี้ครับ
ef 184 b3= 298 v ขา 7 =221v
6sn7 b2= 324v ขา 5 =228v ขา 3 = 6v
832 b1= 353 v ขา 3 = 323 v ขา4 = 6 v
a1 = 344v
a2 = 344v
ที่ไม่ได้ตามวงจรคือ ขา 4 ของ 832 มันได้แค่ 6v ครับในวงจรตอ้งได้ 25 vครับผมหาวิธีแก่ตรงนี้ไม่ตกครับ ไฟจุดไส้หลอด 832 ผมต่อขา 1= 3.1 ขา 7= 3.1 แล้วเอา0v
ลงกราวน์ครับ ขา 5 ไม่ต่ออะไรเลยครับ :-\
-
แรงดันไฟที่วัดมายังไม่ครบทุกจุดที่สำคัญ แล้วก็แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกับค่าที่คำนวณไว้ตอนออกแบบวงจร
EF184
B3+ เกินมา 298-282 = 16V
Vp gnd. เกินมา 221-147 = 74V
VRL = 298-221 = 77V
Ia = 77V/10K = 7.7mA
ต่างกัน = 19-7.7mA = 11.3mA
ควรวัดที่ VRk ด้วยครับ จะเอามาคำนวณกระแส Ik
ควรวัดที่ขา 8 ด้วยจะได้รู้ค่า Ig2
ถือว่าต่างกันมากครับ
6SN7
B2+ ต่ำไป = 326-324 = 2V ถือว่าได้ มัลติมิเตอร์แบบเข็มจะอ่านไม่ออกไม่ละเอียดพอ
Vp gnd. ขา 5 เกินมา = 228-216 = 12V เกินเป้ามาเยอะครับ
ควรวัดที่ขา 2 ด้วยนะครับเพราะคนละไตรโอดกัน
VRk 6V กับ 6.7V ถือว่าเท่ากัน
Ik = 6V/460R = 13mA กับ 14.6mA ถือว่าได้ครับ นับความคลาดเคลื่อนของตัวต้านทาน
Ia = 324-228V/15K = 96V/15K = 6.4mA กับ 7.3mA ต่างกัน 0.9mA
832A
B1+ ต่ำกว่า =365-353 = 12V
ควรวัดที่จุกทั้งสองด้วยครับ เป็นค่าของ Vp gnd.
Vg2 สูงไป = 323-250 = 73V
Ig2 = 353-323/10K = 30V/10K = 3mA ต่ำกว่า 10mA อยู่ 7mA ต่ำมากเลย
VRk ต่ำไป = 25-6 = 19V ต่ำเพียบ
Ik = 6V/300R = 20mA ต่ำกว่า 80mA อยู่ 60mA ต่ำเพียบเลย
Ia น่าจะ = 10mA ต่ำเพียบ
-
นี่คือความท้ายทายครับ สนุกกับการปรับแก้ครับ ความรู้จะเกิดก็ตอนนี้แหละครับ
ก่อนอื่นเรามาปรับแรงดันไฟเลี้ยงวงจรให้ใกล้เคียงกับที่ออกแบบไว้ก่อนครับ
ดูที่ภาคจ่ายไฟครับ
1 วัดแรงดันเทียบกราวน์ กราวน์ลงแท่นนะครับ
ตั้งมิเตอร์ VAC วัดขา 4 และขา 6 ของหลอดเรก 5U4
ตั้งมิเตอร์ VDC วัดขา 8 ของหลอดเรก 5U4
แล้วเราจะมาแก้ค่าของ R1, R2 ,R3 เพื่อให้แรงดันไฟใกล้เคียงกับที่ออกแบบ
2 ไฟจุดไส้หลอด 832 ผมต่อขา 1= 3.1 ขา 7= 3.1 แล้วเอา 0v ลงกราวน์ครับ ขา 5 ไม่ต่ออะไรเลยครับ
ผมว่านี่น่าจะเป็นปัญหาหลัก
ขดไฟจุดใส้หลอดทุกขด ที่มีเซ็นเตอร์แท็บ ไม่ต้องต่อเซ้นเตอร์แทบลงกราวน์ครับ เอาท่อหดหุ้มไว้ ไม่ใช้งาน
แต่เมื่อวัดแรงดันที่ใส้หลอดควรจะได้
ขา 8 และ 2 ของ 5U4 = 4.3V
ขา 1,7 และ 5 ของ 832A = 6.3V
ขา 7 และ 8 ของ 6SN7 = 6.3V
ขา 4 และ 5 ของ EF184 = 6.3V
ปัญหาหลักที่ว่าก็คือ เอา 0V ลงกราวน์ ถ้า 0v คือเซ้นเตอร์แทบของขดจุดใส้หลอด 832A และกราวน์คือกราวน์ลงแท่น
ก็จะเป็นกราวน์เดียวกับขดไฟสูง 280-0-280V
มันจะ จะอะไร
ก็ไฟบวกจะวิ่งผ่านอุปกรณ์แล้วลงกราวน์ หรือ 0v ของขดของตัวเอง ต่อแบบนี้ไฟจุดใส้หลอด กับไฟสูง ไม่รู้ว่ามันจะวิ่งลงกราวน์ที่ขดของตัวเอง
หรือขดของคนอื่น
-
center tap ของขดไฟเลี้ยงใส้หลอด สามารถต่อลงกราวด์ ที่แท่นเครื่องรวมกับ กราวด์ของไฟสูงได้ครับ ไม่มีผลต่อการทำงานของวงจร
-
เอาตามน้า Mc :D
-
เฮ้ ดังแล้วครับแต่เสียงยังไม่ดีเท่าไหล่เสียงออกพร่าๆครับ แล้วก็ยังดังไม่มากเท่าไหล่ผมเลยวัดไฟมาได้ stpec เท่านี้ครับ
หลอด 5u8 ขา 8=315 v
หลอด 832a b+ =300 v ขา 4 =28 v ขา 3=184 v ขา 4 ไฟมันเกินประมาณ 3v
หลอด 6sn7 b2 = 282v ขา 5 =194 ขา 3.6 =5
หลอด ef184 b3= 255v ขา 7= 138v
หลอด832 ผมเอาขา 1ต่อกับ7 = 3.1 ขา 5= 3.1แล้ว 0v ไม่ต่อลงกราวน์ ตอ้งปลุกปล้ำต่ออีกนะครับ O0
-
สวัดดีครับ วันนี้ปล้ำ 832 a ต่อผมลองปรับไฟที่ขา 4 ของ 832a แล้วเปรียน r 300 r มาเป็น 240 r ได้ไฟ = 27 v
แล้วเปรียน r ที่ขา 3 จาก 10K เป็น 5 k ได้ไฟ = 212 v ตอนนี้อัตราเร่งดีขึ้นมากครับแต่เสียงยังไม่ค่อยดีเท่าไหล่ ขอคำชี้แนะหน่อยครับ
-
มาเริ่มต้นโมกันใหม่ครับ
วงจรภาคไดร์ แยกเฟส ภาคขับกำลังเอาไว้อย่างนั้นก่อน อย่าพึ่งไปปรับ
ขั้นแรกต้องทำให้ภาคจ่ายไฟ จ่ายไฟได้ตามแรงดันที่ออกแบบไว้
ที่น้าวัดแรงดันที่ภาคจ่ายไฟมามันต่ำครับ แรงดันต่ำ กระแสก็ได้ประมาณครึ่งหนึ่ง ตามรูป สีแดงคือที่น้าวัดและผมคำนวณกระแสออกมาตามที่น้าวัดแรงดัน
เอาตามที่น้า Mc บอกครับ
ที่หม้อแปลง น่าจะเป็นหม้อลูกเดียวกัน เอาเซ็นเตอร์แท็บ ทุกอัน บัดกรีรวมกัน แล้วลงแท่นจุดเดียว จุดลงแท่นเป็นจุดที่อยู่ใกล้ๆกับแจ๊คอินพุท เพราะเราจะเอากราวน์ของอินพุท ลงกราวน์ของแท่นด้วย
กราวน์นี้ค่อยลากไปต่อกับ C1,C2,C3,C4 นี้จะเป็นการป้องกันการออลซิเลตของกราวน์ ว่าไปนู่น
แล้ววัดแรงดันอีกครั้งหนึ่ง เทียบกราวน์
5U4 วัดขา 4,6,8
วัดที่ขั้วบวกของ C1,C2,C3,C4
วัดแรงดันจุดใส้หลอด อันนี้วัดไม่ต้องเทียบกราวน์ วัดแรงดัยคร่อมขาจุดใส้หลอดเลย
5U4 วัดคร่อมขา 2-8
832Aวัดคร่อมขา 1,7-5
6SN7 วัดคร่อมขา 7-8
EF184 วัดคร่อมขา 4-5
-
เจอที่ผิดแล้วครับน้าหรั่ง ผมผิดเองครับ
ถ้าใช้หลอดเรกกูเลต ตัวคูณคือ 1.2
ดังนั้น ถ้าแรงดันไฟที่ C1 = 395V
หม้อแปลงจ่ายไฟต้องจ่ายแรงดันได้ = 395/1.2 = 330V
สเปคหม้อแปลงจะเป็น 330-0-330V/300mA
ถ้าใช้ไดโอดหนึ่งรอยต่อ โซลิตสเตจ เป็นเรกกูเลต ตัวคูณคือ 1.41
หม้อแปลง 280-0-280V จ่ายแรงดันได้ = 280*1.41 = 395V
ผมผิดเองครับดูไม่ดี ทางแก้คือ
1. ใช้หม้อแปลงเดิมแต่เปลี่ยนมาใช้ไดโอดหนึ่งรอยต่อ โซลิตสเตจแทนหลอดไดโอด
2. ถ้าจะใช้หลอดไดโอดต้องเปลี่ยนหม้อแปลงเป็น 330-0-330V/300mA
3. ไม่เปลี่ยนเป็นไดโอดหนึ่งรอยต่อ โซลิตสเตจ และไม่เปลี่ยนหม้อแปลงเป็น 330-0-330V/300mA
แบบเดิมที่มีอยู่ ต้องลากโหลดไลน์จัดไบอัสใหม่ ตามแรงดันไฟเลี้ยงวงจรที่วัดได้ ซึ่งจะต้องเปลี่ยน R ที่ไบอัสหลอด
น้าหรั่งเลือกแบบไหนครับ
ขอโทษมากๆด้วยครับ
-
สวัดดีครับ ไม่เป็นไรครับไม่มีใครไม่เคยทำอะไรผิดหลอกครับผิดเป็นครูครับได้ความรู้มากๆเลยครับ น้าอยากใช้หม้อแปลงเดิมนะครับแล้วก็ใช้หลอด 5u4 เป็นไดโอด
นะครับ ลบกวนดว้ยครับ O0
แล้วผมตอ้งปรับเปรียนอะไรในวงจรบ้างครับ
เอาแบบที่ 3 ครับ ใช้หม้อแปลงเดิมและใช้หลอด 5u4 แบบเดิมนะครับ
-
เย็นนี้เรามาลากโหลดไลน์ใหม่ทั้งสามสเตจเลยครับ เอา RL เท่าเดิม แต่ Rk จะไม่เท่าเดิมนะครับ น่าจะน้อยกว่าเดิม
-
เย็นนี้เรามาลากโหลดไลน์ใหม่ทั้งสามสเตจเลยครับ เอา RL เท่าเดิม แต่ Rk จะไม่เท่าเดิมนะครับ น่าจะน้อยกว่าเดิม
ออกแบบเป็น sterio นะครับ เฉพาะภาคจ่ายไฟนะครับ
-
เย็นนี้เรามาลากโหลดไลน์ใหม่ทั้งสามสเตจเลยครับ เอา RL เท่าเดิม แต่ Rk จะไม่เท่าเดิมนะครับ น่าจะน้อยกว่าเดิม
ออกแบบเป็น sterio นะครับ เฉพาะภาคจ่ายไฟนะครับ
หมายถึงว่าภาคจ่ายไฟแยกซ้ายขวาใช่ไหมครับ เปลือง C,R อีกเท่าตัวนะครับ
-
832A twin power pentode
PP class A
มี OPT 8.5K plate to plate , RL เป็นครึ่งหนึ่งของ OPT = 8.5K/2 = 4.25K
เลือก V cut-off 415V , I sat. = 97.4mA
เลือก Vg1 -25V, Vp 265V , Ia 35mA
Vg2 = 250V
ประมาณ Ig2 = 10mA
Gm = 55-21mA/30-20V = 34/10 = 3.4mA/V
gain = Gm*RL = 3.4*4.25 = 14.5
เป็นหลอดที่ใช้แคโทดร่วมคือมีแคโทดเดียว , g2 ก็ใช้ร่วมกัน , g3 ต่อกับแคโทดภายในหลอด
Ik = 35+35+10 = 80mA
B+ = 25V+265V+10 = 290+10 = 300V
Vp gnd = 290V
Rg2 = 290-250V/10mA = 40/10 = 4K/0.4W = 3.9K/2W
Rk = 25V/80mA = 312R/2W = 300R/5W
Rk' = 1/Gm = 1/3.4m = 294R
Ck ประมาณเท่าเดิม 107uF
ประมาณกำลังขับอย่างง่าย 6W
-
6SN7 twin triode , medium mu ,phase split , diff. amp.
เลือก V cut-off 280V , RL 15K
I sat. = 18.7mA
เลือก Vp 190V , Vg -6V
Ia 6mA
วงจรแยกเฟสแบบ differential amplifier จะใช้ Rk ร่วมกัน
Ik = 6*2 = 12mA
Rk = 6V/12mA = 500R/0.07W ค่ามาตรฐาน 500R/ 1W
B2+ = 6+190+(6mA*15K) = 196+90 = 286V
Vp gnd. 196V
อัตราทนกำลังของ RL = 90*6mA = 0.5W = 2W
Rp = 200-179V/7.4-4.9mA = 21/2.5 = 8.4V/mA = 8.4K
RL/Rp = 15K/8.4K = 1.8
Gm = 11.7-2.1mA/8-4V = 9.6/4 = 2.4mA/V
u = Gm*Rp = 2.4*8.4 = 20.2
วงจรแยกเฟสแบบ differential amplifier จะไม่มี Ck
Rp eff. = Rp+Rk(u+1) = 8.4K+0.5K(20.2+1) = 8.4K+10.6K = 19K
gain = u*RL/Rp eff.+RL = 20.2*15K/19K+15K = 303K/34K = 8.9
-
EF184 single pentode , drive
เลือก RL 10K
V cut-off 250V , I sat. 25mA
เลือก Vp 125V
ประมาณค่า Vg1 -2.3V
Ia 12.5mA
Vg2 200V
จากกราฟ
Ig2 5.5mA
Ia 13.5mA ไม่ตรงกันไม่เอา
Gm = 18mA/V
Ik = 5.5+12.5 = 18mA
Rk = 2.3V/18mA = 127R/0.04W ค่ามาตรฐาน 120R/ 1W
B3+ = 2.3+125+(12.5mA*10K) = 127.5+125 = 252.5V
Vp gnd. 127.5V
อัตราทนกำลังของ RL = 125*12.5mA = 1.6W = 5W
gain = Gm*RL = 18*10 = 180
Rg2 = 252.5-200V/5.5mA = 52.5/5.5 = 9.5K/0.3W = 10K/2W
-
วงจรครับ
ผมปรับแรงดันไฟเลี้ยงวงจรลดลงให้ใกล้เคียงกับที่วัดได้ครั้งล่าสุด ใช้ RL เท่าเดิม
-
psu
หมดแล้วครับ
-
สวัดดีครับ ที่ว่าเป็น sterio ก็คือภาคจ่ายไฟชุดเดียวสามารณจ่ายไฟได้สองข้างเลยนะครับ เดียวจะเปรียนอุปกรณ์ตามที่แนะนำครับ O0
-
สวัดดีครับ ที่ว่าเป็น sterio ก็คือภาคจ่ายไฟชุดเดียวสามารณจ่ายไฟได้สองข้างเลยนะครับ
-
สวัดดีครับ ผมเปรียน r ตามที่คูณออดิโอแมมบอกแล้วครับเสียงดังแล้วครับแต่เร่งมากๆมันจะพร่าคงเป็นเพราะไฟยังไม่ได้ในบางจุดนะครับแต่เปิดเบาๆขอ้นข้างถูกใจแล้วครับ เดียวจะวัดไฟมาให้ชว้ยปรับอีกนะครับ(http://)
-
สวัดดีครับ ผมเปรียน r ตามที่คูณออดิโอแมมบอกแล้วครับเสียงดังแล้วครับแต่เร่งมากๆมันจะพร่าคงเป็นเพราะไฟยังไม่ได้ในบางจุดนะครับแต่เปิดเบาๆขอ้นข้างถูกใจแล้วครับ เดียวจะวัดไฟมาให้ชว้ยปรับอีกนะครับ(http://)
[/q
วัดไฟมาแล้วครับ 832a b1= 209v ขา 3 = 211v ขา 4=17v
6sn7 b2= 271v ขา 5= 191 v ขา 3 = 5v
ef 184b3=250 ขา 7= 124 v ขา 2 = 2v
5u4 ขา 8 =294 v
ผมลองเปรี่ยน r ของหลอด 832 ขา 4 เป็น 100 r และขา 3 เป็น 3.3 r ครับ
-
วัดครั้งแรก 832a b1= 353 v
วัดครั้งที่สอง 832a b+ =300 v, 5u4 ขา 8=315 v
วัดครั้งที่สาม 832a b1= 209v , 5u4 ขา 8 =294 v
ก่อนอื่นดูไฟที่ออกมาจากหลอดเรคก่อนครับ ขา 8 ของหลอด 5U4
ทำให้ได้ 315V ก่อนครับ
แรงดันไฟที่ขา 8 ควรจะเท่าเดิม ทำไมไม่เท่ากันเลย ผมงงครับ
(ครั้งแรกวัดไป b1+ ได้ตั้ง 353V แสดงว่าไฟที่ขา 8 มากกว่านี้อีก)
สำหรับเสียงที่แตกพร่านั้นคือสัญญาณขลิปแล้วครับ เปิดวอลุ่มกี่นาฬิกาครับ
-
อืม ผมว่าน้าควรจะต่อให้ครบทั้งสองข้างนะครับ
ต่อข้างเดียว กระแสไหลครึ่งเดียว หรือไหลเต็ม อันนี้ผมไม่รู้
-
จุดที่ควรวัด
จุดสีแดงวัดเทียบกราวน์ลงแท่น
จุดสีน้ำเงิน วัดที่ขาไฟเอ้าสองขาของขดของตัวเอง (ไม่เทียบกราวน์ หรือ ไม่เทียบเซ็นเตอร์แท็ปของตนเอง)
-
สวัดดีครับ เดียวค่ำนี้จะวัดไฟมาให้ครับ แต่ขอถามอย่างนี้ครับ จะจุดไส่หลอดดว้ย ขา 1,7 และ 5 หรือ 1กับ7 ดีถ้า 1,7 และ 5 หลอดจะรอ้นมากๆเลยครับใช้เวลาไม่นานจะรอ้นมากๆและถ้า1กับ7
แล้วเอาขา5ลอยไว้หลอดจะไม่รอ้นมากครับ
-
จุดไส้หลอดด้วย ขา 1,7 และ 5 ครับ ถึงจะได้ 6.3V ร้อนแน่นอนครับเพราะให้กำลังงานออกมา หลอดละ 6.3V*1.6A = 10.1W
ถ้าน้าหรั่งจะทำแค่ซีกเดียว ต้องใช้ตัวต้านทาน R1 120R/10W, R2 460R/5W , R3 1.8K/5W ตามวงจรจ่ายไฟแบบสเตอริโอครับ เพราะกระแสไบอัสครึ่งเดียวของทั้งสองซีกครับ
-
มายืนยันว่าน้าหรั่งควรต่อทั้งสองข้างให้ครบ แล้วปรับไฟเลี้ยงวงจรที่ภาคจ่ายไฟได้ใกล้เคียง ไม่ถึงกับตรงป๊ะหรอกครับ เพราะมีความคลาดเคลื่อนทั้งจากมัลติมิเตอร์ที่ใช้วัด คนอ่านค่า ค่าตัวต้านทานที่ใช้ค่าตามที่มีขาย ความคลาดเคลื่อนของตัวต้านทานด้วย
แล้วค่อยไปดูจุดไบอัสอื่น ที่เพลต แคโทด สกรีนกริด
ก็จะได้ค่ากระแสไบอัส เพราะเราวัดได้แต่แรงดัน
แล้วมาพิจารณาว่าควรจะจูนจุดไหน
แล้วนั่งฟังสามเดือน ไม่ชอบค่อยรื้อครับ
832A ไม่ใช่หลอดออดิโอ จะมีบุคคลิกของตนเอง
-
สวัดดีครับ ครับผมเดียวจะต่อให้ครบทั้งสองข้างครับ เสร็จแล้วขอคำแนะนำดว้ยนะครับ O0
-
สวัดดีครับคุณออดิโอแมนน้าขอถามอย่างนี้ครับ ถ้าจะต่อฟังข้างเดียวก่อนจะตอ้งจูนอย่างไรครับผมมีความรู้สึกว่าชุดไดร์มันจะมีเกนขยายมากไปแนะนำหน่อยครับ
-
ต่อข้างเดียว ใช้วงจรจ่ายไฟตามคำตอบ #89 โดยต่อวงจรจ่ายไฟซีกเดียว ซีกบนก็พอ วงจรซีกล่างที่วงกลมสีแดงไม่ต้องมี กระแสกับแรงดันถึงจะได้ใกล้เคียงกับที่ออกแบบ
เรื่องเกนขยายมากนี่ ตัวที่มากคือ EF184 เกน 180 ตามที่คำนวนไว้
เกนภาคแยกเฟส 6SN7 ไม่เท่าไหร่เพราะเป็นหลอดมีเดียมมิว
การลดเกนมีหลายวิธี
1 ทำเนกาตีฟฟีดแบ็ค วงจรป้อนกลับ จากเอ้าพุท 8 R โยงมาที่แคโทดของ EF184
2 เขาเรียกว่าโพซิทีฟฟีดแบ็คหรือเปล่า วงจนป้อนกลับจากเพลต มาที่กริดของ EF184
3 ลด R load ของวงจร คือ R 220K
4 ลด RL ของวงจร คือลากโหลดไลน์ใหม่ให้ชันขึ้นกว่าเดิม
เอาแบบง่ายๆ ผมว่าเอาวิธีที่สามครับ เกนของสเตจไม่ลดยังเท่ากับ 180 แต่ R load จะแบ่งแรงดันกับ เอ้าพุทอิมพีแดนซ์ของสเตจ แรงดันจะตกคร่อมตัวต้านทานค่าน้อย น้อยกว่าแรงดันที่ไปตกคร่อมตัวต้านทานค่ามาก
แต่ก็มีผลต่อความถี่ที่ไปสู่ภาคแยกเฟสนะครับ เป็น R load ตัวนี้เป็นวงจรความถี่สูงผ่าน
เลือกความต้านทานตามตลาด มาลองต่อดูครับ
30K
33K
34K
39K
40K
47K
50K
56K
68K
82K
-
แก้ปัญหา เปิดวิลุ่มมากไม่ได้ ได้หรือยังครับ
-
สวัดดีครับยังเลยครับและอีกอย่างหนึ่งที่ยังหาวิธีแก้ไม่ตกเลยคือ ความรอ้นของหลอดรอ้นมากๆจนแท่นรอ้นจี๋เลยตอนนี้เลยพักยกไว้กอ่นผมหาวิธีละบายความรอ้นไห้ได้เสียกอ่นมีอะไรดีๆนะนำผมหน่อยนะครับ K]
-
ความร้อนแก้ได้โดยเอาพัดลมเป่าครับ
วอลุ่มถ้าแก้ไม่ได้ ลองลากโหลดไลน์ใหม่ ให้ RL น้อยลง เกนจะลดลง
-
สวัดดีครับ คุณออดิโอแมนวันนี้ผมลองอย่างนี้ครับผมใช้ภาคหน้าวงจรของคุณออดิโอแมนคือ ef184 - 6sn7 แล้วใช้วงจรเมนแอมเป็น se แล้วต่อ output เป้น se ได้ผล
เป็นที่หน้าพอใจเสียงออกมาดีมากเลยครัยอัตราเร่งดีครับ ผมรู้สึกว่าความรอ้นมันมาจากการที่ เพลดมันแดงครับจะมีวิธีแก่เพลดแดงนี้อย่างไรครับ
ผมถ่ายวงจรตัวที่ประกบกันมาให้ดูดว้ยไม่รู้ว่าผมทำถูกหรือผิดนะครับ(http://)
-
ตามดูต่อครับ
-
มาเชียร์ด้วยคน
-
โอ่ เย่....
จัดว่าเป็นนัก DIY ของแท้ ผมพึ่งเห็นนี่แหละครับ
ภาคแยกเฟส เฟสมันกลับเฟสกัน แต่เอามารวมกัน แบบนี้น่าจะเป็นวงจรลบสัญญาณหรือเปล่า สัญญาณที่จุดนี้ก่อนเข้ากริด
ของหลอด 832A น่าจะหมดไป คือไม่มีสัญญาณ หรือสัญญาณมีแอมปลิจูดเป็นศูนย์ หรือสัญญาณลบกันเองไม่หมด
พอเหลืออยู่บ้าง จึงทำให้อัตราเร่งวอลุ่มดีขึ้น
ผมบอกไม่ได้ว่า ผิดหรือถูก ได้หรือไม่ได้
ส่วนวิธีการลดเพลตแดง ผมไม่รู้ครับ เอ เพลตก็แดงอยู่แล้วนี่ครับ
เอายังงี้ครับ วัดแรงดันคร่อมหลอด 832A จับระหว่างเพลตกับแคโทด ว่าได้กี่โวลต์ นี่เป็น Vp
วัดแรงดันคร่อม Rg2 หารด้วย Rg2 นี่เป็น Ig2
วัดที่แคโทดเทียบกราวน์ว่าได้กี่โวลต์แล้วหารด้วย Rk นี่เป็น Ik
เอา Ik หารด้วย 2
แล้วลบด้วย Ig2
จะได้ Ia
เอา Ia คูณด้วย Vp จะได้เพลตดิสซิเพชั่น ซึ่งไม่ควรเกิน 15 วัตต์
ถ้าไม่เกิน 15W แล้ว จะแดงยังไงก็ช่างครับ
-
สวัดดีครับ ผมวัดไฟมาแล้วครับได้ประมาณนี้ครับ
หลอด 832 ขา 4 ใช้ r 82 r ไฟ = 16 v
ขา 3 1 k 246v
6sn7 ขา 5 15k 186
ขา2 15 k 182
ขา 6 5
ef 184 ขา7 r 4.7k 197
ขา8 r 10k 202 O0(http://)
-
ค่าที่วัดได้หมายถึงวงจรล่าสุด SE ใช่ไหมครับ
ผมไม่รู้ว่าไบอัสเท่าไหร่ และใช้ค่าตัวต้านทานเท่าไหร่
ถ้าพอใจเสียง และควันไม่ขึ้นก็ โอเคล่ะครับ c)
-
ถ้าเพลท เป็นสีแดง เหมือนเหล็กเผาไฟ แสดงว่า กระแสไหลเกินครับ .. ถ้ายังเปิดต่อไป เตรียมเปลี่ยนหลอดได้ ควรลดกระแสลงครับ
-
ถ้าเพลท เป็นสีแดง เหมือนเหล็กเผาไฟ แสดงว่า กระแสไหลเกินครับ .. ถ้ายังเปิดต่อไป เตรียมเปลี่ยนหลอดได้ ควรลดกระแสลงครับ
ผมจะลดกระแสลงอย่างไรครับ ขอคำชี้แนะดว้ยครับ
-
ถ้าเพลท เป็นสีแดง เหมือนเหล็กเผาไฟ แสดงว่า กระแสไหลเกินครับ .. ถ้ายังเปิดต่อไป เตรียมเปลี่ยนหลอดได้ ควรลดกระแสลงครับ
ผมจะลดกระแสลงอย่างไรครับ ขอคำชี้แนะดว้ยครับ
ลองเพิ่มค่า r คาโถดครับ
ลองวัดแรงดันที่ตกคร่อม r คาโถดดูก่อนก็ได้ครับจะได้รู้ว่ากระแสตอนนี้เท่าไหร่
-
สวัดดีครับ ตอนนี้วัดกระแสได้ 220 ma ครับ r ที่ใช้ค่า 82 โอมครับจะปรับอย่างไรดีครับ
-
สวัดดีครับ ตอนนี้วัดกระแสได้ 220 ma ครับ r ที่ใช้ค่า 82 โอมครับจะปรับอย่างไรดีครับ
ลองหา r 120 - 150 โอมห์ใส่แทน และวัด
กระแสดูครับ เอาให้ได้ประมาณ 160 mA
-
อ้าว นึกว่าใช้อาร์คาโทรด300โอมห้ครับ ที่แท้ 82โอมห์ กระแสวิ่งไปขนาดนั้น อย่าเปิดฟังเลยครับ พังแน่ๆๆครับพี่
-
ลองเปลี่ยนหลอดเรคฯ เป็น GZ34 น่าจะได้ไฟออกมามากกว่าเดิมครับ
เจอที่ผิดแล้วครับน้าหรั่ง ผมผิดเองครับ
ถ้าใช้หลอดเรกกูเลต ตัวคูณคือ 1.2
ดังนั้น ถ้าแรงดันไฟที่ C1 = 395V
หม้อแปลงจ่ายไฟต้องจ่ายแรงดันได้ = 395/1.2 = 330V
สเปคหม้อแปลงจะเป็น 330-0-330V/300mA
ถ้าใช้ไดโอดหนึ่งรอยต่อ โซลิตสเตจ เป็นเรกกูเลต ตัวคูณคือ 1.41
หม้อแปลง 280-0-280V จ่ายแรงดันได้ = 280*1.41 = 395V
ผมผิดเองครับดูไม่ดี ทางแก้คือ
1. ใช้หม้อแปลงเดิมแต่เปลี่ยนมาใช้ไดโอดหนึ่งรอยต่อ โซลิตสเตจแทนหลอดไดโอด
2. ถ้าจะใช้หลอดไดโอดต้องเปลี่ยนหม้อแปลงเป็น 330-0-330V/300mA
3. ไม่เปลี่ยนเป็นไดโอดหนึ่งรอยต่อ โซลิตสเตจ และไม่เปลี่ยนหม้อแปลงเป็น 330-0-330V/300mA
แบบเดิมที่มีอยู่ ต้องลากโหลดไลน์จัดไบอัสใหม่ ตามแรงดันไฟเลี้ยงวงจรที่วัดได้ ซึ่งจะต้องเปลี่ยน R ที่ไบอัสหลอด
น้าหรั่งเลือกแบบไหนครับ
ขอโทษมากๆด้วยครับ
-
ท่าทางน้าหรั่งจะอาการหนัก
ผมเห็นหลอดมันมีสีส่องแสงผมก็ชอบนะ
แต่เพลตแดงนี่บอกว่าเกินกำลัง หลอดจะไปสู่ที่ชอบๆ
-
ลองเปลี่ยนหลอดเรคฯ เป็น GZ34 น่าจะได้ไฟออกมามากกว่าเดิมครับ
เจอที่ผิดแล้วครับน้าหรั่ง ผมผิดเองครับ
ถ้าใช้หลอดเรกกูเลต ตัวคูณคือ 1.2
ดังนั้น ถ้าแรงดันไฟที่ C1 = 395V
หม้อแปลงจ่ายไฟต้องจ่ายแรงดันได้ = 395/1.2 = 330V
สเปคหม้อแปลงจะเป็น 330-0-330V/300mA
ถ้าใช้ไดโอดหนึ่งรอยต่อ โซลิตสเตจ เป็นเรกกูเลต ตัวคูณคือ 1.41
หม้อแปลง 280-0-280V จ่ายแรงดันได้ = 280*1.41 = 395V
ผมผิดเองครับดูไม่ดี ทางแก้คือ
1. ใช้หม้อแปลงเดิมแต่เปลี่ยนมาใช้ไดโอดหนึ่งรอยต่อ โซลิตสเตจแทนหลอดไดโอด
2. ถ้าจะใช้หลอดไดโอดต้องเปลี่ยนหม้อแปลงเป็น 330-0-330V/300mA
3. ไม่เปลี่ยนเป็นไดโอดหนึ่งรอยต่อ โซลิตสเตจ และไม่เปลี่ยนหม้อแปลงเป็น 330-0-330V/300mA
แบบเดิมที่มีอยู่ ต้องลากโหลดไลน์จัดไบอัสใหม่ ตามแรงดันไฟเลี้ยงวงจรที่วัดได้ ซึ่งจะต้องเปลี่ยน R ที่ไบอัสหลอด
น้าหรั่งเลือกแบบไหนครับ
ขอโทษมากๆด้วยครับ
ครับผมๆขอเลือกแบบที่ 3 ครับ ขอถามครับถ้าใช้หลอด 5z4g ได้ไหมครับ ขอบคุณครับ
-
ท่าทางน้าหรั่งจะอาการหนัก
ผมเห็นหลอดมันมีสีส่องแสงผมก็ชอบนะ
แต่เพลตแดงนี่บอกว่าเกินกำลัง หลอดจะไปสู่ที่ชอบๆ
สวัดดีครับตอนนี้อาการหนักมากครับปวดหัวจัง งง ไปหมดเลยครับตอนนี้ตอ้งมีคนมาจูงเดินละครับไม่รู้จะได้ฟังกะเขาหรือปร่าวครับ
-
น้าหรั่งซูมเอาหลอด 832a ในคำตอบ #104 มาดูหน่อยครับ ให้เห็นค่า R, OPT ชัดๆ
-
ครับผม ซูมมาได้ชัดที่สุดเท่านี้ครับเพราะใช้โทรศัพย์ถ่ายครับ(http://)
-
ซูมภาพวาดวงจรในกระดาษครับ
-
ครับผมชัดขนาดนี้ได้ใหมครับถ้าไม่ชัดอย่างไรเดียวจะหากล่องมาถ่ายไหม่ครับ(http://)
-
วาดใหม่ตามวงจรเดิม ก็ดูไม่ออกครับ
Rk เห็นเป็น 2.2 น่าจะเป็น 2.2K
B1+ 350V
Vp gnd. น่าจะ 340V
ว่าแต่ว่าหลอดนี้ไม่มีกราฟไตรโอดโหมดนี่ครับ
-
ครับผมตัว power แบบนี้ละครับเป็น se แต่ตัว rk ต่อจากขา4จะมี c ต่อคร้อมอีกตัวครับวิ้งลงกราว ภาคหน้าผมใช้วงจรของคุณออดิดอแมนทั้งหมดครับ
-
น่าจะเป็นเช่นนี้ กระแสของหลอด 832a 195mA นะครับ
-
ครับผม แล้วไฟที่ b+ ตอ้งออกมา c ภาคจ่ายไฟเท่าไหล่ครับเท่าไหล่ครับ
-
น้าหรั่งลองวัดเทียบกราวน์ที่ B1+ , plate ของ 832a ว่าได้เท่าไหร่
-
ครับผม ไฟที่เลคดิฟายผ่าน c ภาคจ่ายไฟ = b+ = 253v
ผ่าน r 1k เข้าขา 3 = 220
r 82 โอม เขา 4 = 14
ไฟที่เพลด = 227v
ครับต้องปรับแต่งตรงไหนอีกไหมครับ เสียงออกมาดีแล้วครับ O0
-
ครับผม ไฟที่เลคดิฟายผ่าน c ภาคจ่ายไฟ = b+ = 253v
ผ่าน r 1k เข้าขา 3 = 220
r 82 โอม เขา 4 = 14
ไฟที่เพลด = 227v
ครับต้องปรับแต่งตรงไหนอีกไหมครับ เสียงออกมาดีแล้วครับ O0
เอาค่ามาลงและหากระแส
กระแส Ig2 7mA ใช้ได้ครับ
กระแส Ia 81.5mA
plate diss. 18.5W เกินกว่าค่าที่กำหนดให้คือ 15W จะทำให้หลอดไปสู่ที่ชอบๆ
ควรลดกระแส ลงครับ โดยใช้ Rk ค่าสูงขึ้นเพราะเป็นตัวกำหนดจุดไบอัส และ VRk หรือ Vg1 จะเพิ่มขึ้นด้วย
เอาตามที่น้า Mc บอก ลองหา r 120 - 150 โอมห์ใส่แทน และวัดค่าแรงดันมาใหม่นะครับ
-
PSE class A
มี OPT 2.5K plate to plate , RL เป็นครึ่งหนึ่งของ OPT = 2.5K/2 = 1.25K
Vp 213V
เลือก Vg1 -20V, Ia 50mA
เลือก V cut-off 280V , I sat. = 222.5mA
Vg2 = 220V
Ig2 = 7mA
pd.g2 = 1.54W ไม่เกินค่ากำหนด 5W ใช้ได้
Ik = 50+50+7 = 107mA
Rk = 20V/107mA = 180R/ 5W
ปรับใหม่ลองดูนะครับ แล้ววัดแรงดันมาใหม่นะครับ คราวนี้คงจะหายแดงแน่
-
ครับผม ผมเปรียน rk ได้ตามนี้ครับ ขา 4 r 180 โอม =26v
r 120 โอม =20v
ขา 3 ได้ไฟ 229v
ไฟที่เพลดได้ 224v เสียงที่ได้มันพล้าๆครับ
-
แรงดันที่ขา 3 น่าจะวัดได้น้อยกว่าที่เพลตนะครับ ทำไมวัดได้มากกว่าเพลต
ประมาณว่า Ig2 5mA
ถ้า Rk 180R วัดแรงดันได้ 26V
Ik = 26V/180R = 144.4mA
Ia = 144.4-5/2 = 139.4/2 = 69.7mA
Vp = 224-20 = 204V
plate diss. = 204V*69.7mA = 14.2W เกือบครับ อัตราสูงสุดทดได้ 15W
พอเอาไปลงกราฟยิ่งไปกันใหญ่ Vp 204V, Ia 69.7mA จะได้ Vg1 -15V (วัดจริงได้ 20V)
ตรงภาคแยกเฟส ขา 5 น้าหรั่งปลดสายที่ต่อออกด้วย ใช้ซีกเดียวพอครับ
-
ยังไม่ดี ยังไม่พ้นขีดอันตราย เรื่องเสียงพร่า เอาไว้ก่อน ต้องให้เพลตดิส ไม่เกิน 15W
ยังไงก็ตาม กราฟ เป็นที่ Vg2 250V แต่ที่วัดได้ 229V กราฟอาจจะเปลี่ยนไป
ควรจะไบอัสให้ Vg2 = 250V จะดูง่ายขึ้นครับ
แบบที่ทำอยู่นี่คลำไม่ถูกทางเลย
-
สวัดดีครับ เดียวผมจะลองทำตามครับแต่ผมบอกตรงๆว่าเกรงใจคุณออดิโอแมนมากๆเลยครับใจหนึ่งก็อยากจะลื่อใจหนึ่งก้อยากรู้ว่าทำไมเราไม่สำเร็จแต่ผมบอกตรงๆว่าได้ความรู้มากจริงๆแล้วก็กลัวเพื่อนๆในเวปจะว่าทำไม่ได้แล้วยังดันทุลัง จริงๆแล้วผมได้ฟังเครื่องต้นแบบเสียงดีมากๆครับผมขอเวลา ลื่อแล้วจะลงอุปกรณ์ใหม่จะใช้วงจรที่คุณออดิโอแมนออกแบบให้และจะทำให้สำเร็จให้ได้ครับ ขอเวลาลื่อทั้งหมดแล้วประกอบใหม่ครับ O0
-
เป็นเรื่องธรรมดาครับ บางคนก็ลุยไปเลย บางคนอิงวงจรดัง ยี่ห้อดัง บางคนทำเองหมดแต่ยังไงก็ลอกเขามาอยู่ดี
ใบ้ให้นิดหนึ่งครับ
ขั้นแรก ทำภาคจ่ายไฟให้ได้แรงดันใกล้เคียงกับที่กำหนดก่อนครับ ทั้ง B1+ , B2+ และ B3+ แรงดันที่ได้ไม่ตรงเป๊ะหรอกครับเพราะเราใช้ตัวต้านทานที่มีขายในตลาด (ต้องทำทั้งซ้ายและขวา นะครับ ผมเห็นน้าหรั่งทำซีกเดียว ผมว่ายังไม่ถูกครับ ถ้าจะทำซีกเดียวก่อนก็ต้องใช้วงจรจ่ายไฟซีกเดียวครับ)
ขั้นที่สอง วัดแรงดันที่จุดสำคัญๆของแต่ละหลอด คือ เพลต, แคโทด, ถ้าเป็นหลอดเพนโทดต้องวัดที่ สกรีนกริดด้วยครับ
ขั้นที่สาม พอได้แรงดันเราก็จะนำมาหาค่ากระแสที่ไบอัสในแต่ละจุด
ขั้นที่สี่ ดูว่าแต่ละหลอดเกินเพลตดิส. ไหม ถ้าเกินหลอดจะไปสู่ที่ชอบๆ ก่อนเวลาอันควร
ขั้นที่ห้า ปรับแรงดันที่แคโทด กับแรงดันที่เพลต ให้ได้ใกล้เคียงกับที่ออกแบบ หรือจะไม่ปรับเลยก็ได้ โยการเปลี่ยน Rk, RL
ขั้นที่หก ฟังเสียง แตก พร่า บวม เบา ดัง ค่อยหาวิธีแก้กัน
-
ช่างหรั่ง..สู้ สู้..มาช่วยเชียร์ครับ...สุขสันต์วันเกิดด้วยครับ.... :drunk :victory 41_4
-
สวัดดีครับ ไม่ยอมแพ้ครับคุณออดิโอแมนเสร็จแล้วครับoutputข้างที่สองเดียวจะลงทีเดียวสองข้างเลยครับ(http://)
เอาแบบ pp เลยครับ
-
สู้ต่อไปครับ c) c) c)
-
สวัดดีครับคุณออดิโอแมนผมทำทีเดียวทั้งสองข้างตามคำแนะนำเสร็จแล้วครับหลอด832ไม่แดงแล้วครับเปิดฟังดังดีแต่เล้งมากๆไม่ได้เล้งได้แค่ 9 นาฬิกาเสียงจะออกพร้าๆครับผมว่าเก็นขยายมันจะมากไปใหมครับเดียวตอนเย็นจะวัดไฟมาให้ชว้ยดูให้หน่อยนะครับ (http://)
-
สวัดดีครับ ไฟเป็นอย่างนี้ครับ b+1=285v b+2 =258v b+3= 222v
ข้างซ้าย ข้างขวา
a1=282
a1=282 a2=283
a2=282 ขา3 r3.3k =257v
ขา3 r 3.3 k ไฟ=249 V ขา4 r300โอม=20v
ขา4 r 300โอมไฟ =19 V 6sn7
6sn7 ขา2 =183v
ขา 2 =180 ขา5 = 182v
ขา5 =183 ef 184
ef184 ขา 7 r 10k = 155 v ขา 7r 10k =125
ขา 8 r 15k = 178 v ขา8 r15k =156 O0
-
ใช้วงจรภาคจ่ายไฟแบบไหนครับ แยกซ้ายขวา หรือ ไม่แยก
แรงดันไฟเลี้ยงวงจร ต่ำอย่างมีนัยยะสำคัญทั้งสามจุดครับ รบกวนวัดแรงดันตรง Vout ด้วยครับ จึงจะปรับแรงดันให้ใกล้เคียงได้
สำหรับกระแส ตรงหลอด EF184 โอเคแล้วครับ 36.3mA กับ 36mA ถือว่าได้
ตรงหลอด 6sn7 กระแสสูงมากครับ 112.5mA กับ 60.3mA
ตรงหลอด 832A ไม่รู้ ต้องวัดแรงดัน v out ด้วยถึงจะรู้ครับ
ตอนนี้รอวัดแรงดันที่ v out
ไหนๆ แล้ว ก็วัดแรงดันที่ ขา 4,6 ของหลอดเรกด้วยจะดีมากเลยครับ
แล้วอย่าลืมวัดแรงดันที่จุดใส้หลอดด้วยครับ
ควรจะเช็คทุกจุดนะครับ
อ้อ วัดแรงดัน Rk ของทุกหลอดด้วยครับ เป็นจุดสำคัญซะด้วยครับ เพราะเป็นตัวกำหนด กระแสไบอัสหลอด และแรงดัน Vg1
-
ไม่ต้องเกรงใจครับ เสาร์อาทิตย์นี้ผมว่าง ปรับแก้วงจรแบบออนไลน์ก็ได้ครับ
ผมกำลังทำหลอดนี้อยู่ รอแท่นอยู่ครับ จะเอาไปปรับใช้กับของผมด้วย
ชุดของผม PP 832A+แยกเฟส 6N6P+ปรี/ไดร์ 5725
-
ป้าด... 2519 วิว
น้าหรั่งดังแว้ว งานนี้ :wiggle
-
ผมเพิ่มอีกวิวหนึ่งว่าผมตามอ่านมาแต่ต้นเหมือนกันครับ ลุ้นคุณหรั่งไปด้วย
-
ผมก็หลายคลิกครับ ;D
-
ใช้วงจรภาคจ่ายไฟแบบไหนครับ แยกซ้ายขวา หรือ ไม่แยก
แรงดันไฟเลี้ยงวงจร ต่ำอย่างมีนัยยะสำคัญทั้งสามจุดครับ รบกวนวัดแรงดันตรง Vout ด้วยครับ จึงจะปรับแรงดันให้ใกล้เคียงได้
สำหรับกระแส ตรงหลอด EF184 โอเคแล้วครับ 36.3mA กับ 36mA ถือว่าได้
ตรงหลอด 6sn7 กระแสสูงมากครับ 112.5mA กับ 60.3mA
ตรงหลอด 832A ไม่รู้ ต้องวัดแรงดัน v out ด้วยถึงจะรู้ครับ
ตอนนี้รอวัดแรงดันที่ v out
ไหนๆ แล้ว ก็วัดแรงดันที่ ขา 4,6 ของหลอดเรกด้วยจะดีมากเลยครับ
แล้วอย่าลืมวัดแรงดันที่จุดใส้หลอดด้วยครับ
ควรจะเช็คทุกจุดนะครับ
อ้อ วัดแรงดัน Rk ของทุกหลอดด้วยครับ เป็นจุดสำคัญซะด้วยครับ เพราะเป็นตัวกำหนด กระแสไบอัสหลอด และแรงดัน Vg1
ดีครับ วงจรภาคจ่ายไฟไม่แยกครับใช้ชุดเดียวแล้วจ่าย ซีกซ้าย = ซีกขวาเลยครับ ครับผมจะเช็คให้ละเอียดยิบเลยครับตอนนี้เสียงเริ่มถูกใจแล้วครับฟังเบาๆกับแผ่นดำๆ.............เข้าท้าแล้วครับ :yahoo ผมถ่ายมาลงแบบนี้พอมองเห็นไหมครับ rk ของef184=1vซีกซ้าย rkซีกขวา=2v 6sn7 rkซ้าย=4v rkซีก(http://)ขวา=5v
-
ที่ออกแบบไว้มีหลายวงจรนะครับ น้าหรั่งใช้วงจรในกระทู้ไหนทำครับ
ท่าทางจะทำวงจรหนึ่ง เวลาวัดไฟไปวัดอีกวงจรหนึ่ง หรือเปล่าครับ สงสัยครับ
-
ผมอยากจะเขกกะโหลกตัวเองจริงๆ เลย ทำภาคจ่ายไฟไม่ถูก แรงดันไฟต่ำไป
คราวนี้ถ้ายังไม่เหนื่อย มีต่อ ต้องยึดไฟ B1+ 279V, B2+ 254V, B3+ 219V เป็นหลัก แล้วลากเส้นโหลดไลน์ใหม่
ไฟจุดใส้หลอดภาคหน้า 5.4V ต่ำกว่า 6.3V อยู่ 0.9V คงไม่เป็นไรนะครับ
-
เอาใหม่ครับ คราวนี้ลากเส้นโหลดไลน์ 1/4 ของ OPT ตามที่คุยกับน้าทิ้ว OPT 8.5K , RL ก็เป็น 2.14K
สำหรับภาคเพาเวอร์ แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยน
-
แยกเฟส
ผมกะให้ ไฟ B2+ ใกล้กับค่าที่วัดได้ในภาคจ่ายไฟที่ทำจริง โดยใช้ เส้นโหลดเท่าเดิม แต่ลดเส้นให้ต่ำลง
ค่าต่างๆ เกือบเท่าเดิม
-
ภาคปรี/ไดร์ นี่รื้อใหม่หมดเลยครับ ใช้ RL 5K เพื่อลดเกนลง เหลือ 106 เท่า
-
วงจรสำเร็จ ไฟนอล
-
ภาคจ่ายไฟ
-
ที่ภาคจ่ายไฟ ซีอินพุท ตัวแรกหลังหลอด5u4gb ค่าไม่ควรมากกว่า40ไมโครครับ พอถอดR ออกไปแล้ว มันมีซีค่ามากๆๆไปขนานกับ40ไมโครอีก ผมว่ามันเกินไปหน่อยนะครับ เดี่ย5u4จะใช้ได้ไม่นานครั หลอดแพงด้วย
-
อืม นั่นนะซิ ไม่ได้ดูเลย
ถ้าเอา R 10R ไปต่อคั่นไว้จะได้ไหมครับ
-
สวัดดีครับ ตอนนี้ต่อตามวงจรล้าสุดเสียงมาดีแล้วครับแต่เมื่อเล้งถึงเลข 12 นาฬิกาเสียงจะพร้าๆครับเหมือนประมาณว่าหม้อแปลงจ่ายกระแสไม่พอครับตอนนี้เปรียนอุปกรณ์ตามวงจรล้าสุดครับ
-
แอมป์ 6080 se ของผมเร่งได้ 9.00 น. ก็ฟังได้อยู่นะครับ อิอิ
รอน้าๆ ท่านอื่นมาช่วยแก้ปัญหา ว่าสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่ตรงไหน
วงจรใหม่ถึงเกนจะลดลง แต่เกนก็ประมาณ 800 เท่า ยังสูงอยู่ดี
ถ้ายังไม่มีใครมาช่วยคอมเม้น จะค้นการทำ positive feed back โดยการเอา R มาป้อนกลับ ที่ เพลตกับกริดของหลอด ef184 เพื่อให้เกนลดลง
ส่วนการทำเนกาตีฟฟีดแบค คงทำไม่ได้ เพราะ Rk ของหลอด ef184 มีค่าต่ำอยู่แล้ว
-
ครับผมจะลองดูครับเกรงใจคุณออดิโอแมนมากๆเลยครับทั้งออกแบบวงจรแล้วติดตามจนแอมตัวนี้มีเสียงผมได้ความรู้เยาะมากๆครับแต่บอกตรงๆครับผมไม่ยอมแพ้ครับตอนนี้เปิดฟังเบาๆกับ tt ตัวเก่งเสียงโดนใจแล้วครับ อีกอย่างคือถ้าลดกระแสของหลอด 832 ลงอีกสักนิดแล้วความรอ้นของหลอดจะลดลงคราวนี้ละแหล่มเลยครับ O0
-
ถ้าลดกระแสของหลอด 832 ลงอีกสักนิดแล้วความรอ้นของหลอดจะลดลงคราวนี้ละแหล่มเลยครับ O0
ตัวที่ร้อนหลักน่าจะจุดใส้หลอดนะครับ ทำอะไรไม่ได้ เอาพัดลมเป่าอย่างเดียวครับ
-
เอาวงจรนี้ไปลองดูครับ ป้อนกลับมาก เกนจาก 106 เหลือ 16
เป็นป้อนกลับแบบลบ
http://www.aikenamps.com/Equations.htm
-
เอาวงจรนี้ไปลองดูครับ ป้อนกลับมาก เกนจาก 106 เหลือ 16
เป็นป้อนกลับแบบลบ
http://www.aikenamps.com/Equations.htm
ครับผมเดียวขอลอกก่อนครับแล้วจะจัดการลองคืนนี้เลยครับ
-
สวัดดีครับ ตอนนี้ 832a pp ดังดีแล้วครับผมตอ้งขอขอบคุณท่านเหล่านี้เป็นอย่างมากครับ
คุณ ออดิโอแมนคนออกแบบวงจรคอยดูแลจนเครื่องดังได้ไม่ทอดทิ้งดุแลมาตลอด
คุณ aon amp คอยให้ให้คำปรึกษาทางโทรศัพย์กับให้กำลังใจ ในยามคำคืน
คุณ mc ให้คำแนะนำทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเป็นอย่างดี
และที่ขาดเสียไม่ได้คือ พี่ๆนอ้งๆใน htg2 ที่เข้ามาดูจนกระทู้ยาวเหยีอดผมตอ้งขอขอบคุณท่านเหล่านี้มากจริงๆผมได้ความรู้มามายจริงๆครับ O0
-
ใช้งานได้ ร้องเพลงได้แล้วใช่ไหมครับ ก็ดีใจด้วยครับ
บอกแล้วว่า ไม่ต้องเกรงใจ ทุกคนช่วยลุ้นให้สำเร็จทั้งนั้นครับ
เบื่อแล้วค่อยรื้อ อยากทำอันใหม่ที่เห็นว่าดีกว่าก็รือ ทำใหม่ครับ
-
เสียงออกแนวไหนครับ
เบสเยอะ อวบอิ่ม
คม ใส
หวาน แหวว
ลืมถามครับ ว่าใช้วงจรมีฟีดแบ็ค กับไม่มีฟีดแบค เสียงต่างกันมากไหมครับ ได้เสียงแนวเดียวหรือคนละแนว การเร่งวอลุ่มมีระยะหมุนมากขึ้นไหม
ตอนนี้ใช้วงจรไหนครับ
-
สวัดดีครับ ขออนุญาตปรึกษาอย่างนี้ครับ เครื่องที่ผมใช้อยู่มี tt=ปรีโฟโน=ปรีแอม=poweramp ผมรู้แล้วครับสาเหตุที่เกนขยายมากเกินเพราะเหตุนี้เองครับเพราะวงจรที่คุณออดิโอแมนออกแบบมานั้นมี vr อยู่หน้าหลอด ef184พอเจอปรีโฟโน+ปรีแอมเกนขายมันเลยมากเกินไปครับผมลองเอาวงจรของหลอดef184ที่ไม่มี vr อยู่หน้ามาไส่อัตราเร่งดีมากครับแล้วเสียงก็ไม่แตกพร้าครับแต่ยังทำไม่ถูกตอ้งคงตอ้งลบกวนคุณออดิโอแมนออกแบบวงจรหลอดef184ที่ไม่มี vr อยู่หน้าให้หน่อยครับอันนี้ผมลอกดว้ยมือจะไม่คอ่ยชัดนะครับ
สว่นการต่อฟีตแบ็ค กับไม่ต่อเสียงไปคนละแบบครับถ้าต่อเบสจะบางมากครับไม่ต่อเสียงดีกว่าครับ(http://O0)
-
เอาแบบไม่มี Vr ก็ง่ายมาก ก็เอา Vr ออก เท่านั้นเอง แล้วไปใช้วอลุ่มของปรีแอมป์ แล้วก็จะกลายเป็นเพาเวอร์แอมป์ไป
อันแรกเอา Vr ออก
อันที่สอง เอาออกทั้งยวงเลย
-
ถ้า gain เยอะไปก็ปรับ EF184 เป็น Triode connection ก็ได้ครับ
ส่วน R 220k ที่ input แนะนำให้ใส่ไว้จะดีกว่าครับ เอาออกแต่ c ก็พอ ใส่ R ไว้เพื่อป้องกันเวลาสาย input หลุดแล้ว grid มันลอยครับ
-
ef184 ไม่มีกราฟไตรโอดโหมดครับ
จะมีวิธีใดทำโดยไม่ใช้กราฟครับ
-
ef184 ไม่มีกราฟไตรโอดโหมดครับ
จะมีวิธีใดทำโดยไม่ใช้กราฟครับ
ถ้าไม่มีกราฟก็ -กะ- เอาครับ ตามหลักการทำงานของหลอดแล้ว ในหลอดเดียวกัน ระหว่าง triode กับ pentode connection ประสิทธิภาพของ cathode ในการปล่อย electron และความสามารถของ grid ในการ block electron จะเท่ากันครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเราปรับเป็น Triode แล้ว จุดทำงานสงบแทบจะไม่เปลี่ยนครับ ที่เปลี่ยนคืออัตราขยายอย่างเดียว กรณีที่ไม่มีกราฟหรือค่าตัวเลข triode connection ให้เลย เราต้องกะเอาว่าอัตราขยายจะเหลือเท่าไหร่ หรือไม่ก็วัดจริงเอาเลยครับ อีกประการนึงก็คือวงจรนี้ไม่มีการเชื่อมต่อระหว่างภาคขยายทางไฟตรง ถึงจุดทำงานจะเปลี่ยนนิดหน่อยก็ไม่มีผลต่อภาคอื่นๆ แบบพวกวงจร direct coupling ครับ
ทีนี้ประเด็นของกระทู้นี้คือต้องการลดอัตราขยาย ผมก็เลยแนะนำว่าวิธีนี้ลดได้ แต่วิธีการนี้จะเป็นการลดไม่มากพอ หรือ ลดมากเกินไป อันนี้ต้องลองดูครับ ผมกะเอาตามประสบการณ์น่าจะเหลืออัตราขยายไม่เกิน 15 เท่าครับ
-
กราฟไตรโอด EF184
-
นานที จะเห็นพี่หระรี คุยแนวนี้ ครับ ... อุอุ ต้องแซว
ติดตามอ่านทุกโพส ของทุกท่านอยู่ ครับ ได้ความรู้ตลอดมา ครับ
-
สวัดดีครับ ขอบคุณพี่ๆนอ้งๆที่เข้ามาตอบครับผมกับคุณออดิโอแมนปล้ำกันมานานถ้าเป็นสาวๆละก็......เสร็จไปแล้วแชวกันเล่นครับรอคำชี้แนะจากพี่ๆนอ้งๆต่อครับ O0
-
ขอบคุณมากๆครับ จัดใหม่ไป น้าหรั่งเวียนหัว มี R กองเต็มบ้านแน่ๆ
-
สวัดดีครับคุณออดิโอแมนพูดถึงเรื่อง r แล้วขำครับร้านขายอะไหล่ถามผมว่าช้อมเครื่องอะไรหรือเห็นซี้อแต่ r อย่างเดียวเล่นเอาผมอายเลยบอกเขาว่าทำเครื่องหลอดโบราณอยู่ครับ เดียวผมลองลุยวันนี้เลยครับใจรอ้นเป็นวัยรุ้นแล้วผมวันนี้ตอ้งนอนดึกอีกแล้วครับ........สู้ๆครับ O0
-
น้า ฅนหระรี ครับ มีไตรโอดของ 5725 ไหมครับ
-
ทีนี้ประเด็นของกระทู้นี้คือต้องการลดอัตราขยาย ผมก็เลยแนะนำว่าวิธีนี้ลดได้ แต่วิธีการนี้จะเป็นการลดไม่มากพอ หรือ ลดมากเกินไป อันนี้ต้องลองดูครับ ผมกะเอาตามประสบการณ์น่าจะเหลืออัตราขยายไม่เกิน 15 เท่าครับ
สำหรับ ef184 จัดวงจรแบบ triode ผมว่าก็เดินมาถูกทางแล้วแหละ ครับ O0 O0 แต่ต้องลดเกน อีกครับ ไม่งั้นเสียงแตก แหบแห้ง ไปเจอ Longtail ได้เกนเพิ่มมาอีก ครับ หรืออาจจะใช้การป้อนกลับ ในการควบคุมเกนขยาย ได้นะครับ อย่างที่ Mr tube อ้างไว้น่ะครับ ไม่เกิน 15 อัตราขยายสวยสด จริง ๆ ครับ :showoff :showoff :showoff :showoff สู้ ๆ เกือบลงตัวละครับ O0 O0
-
ป้อนกลับเข้ากริดน้าหรั่งว่าเสียงไม่ชอบ
ถ้าจะเนกาตีฟฟีดแบคจากเอ้าพุทมาเข้าที่แคโทดของ ef184 แล้วไซร้ ผมว่า Rk น่าจะ 1K ขึ้นไปนะครับ เพราะต้องมี R shunt หรือเปล่าค่า 100R มาใส่ถัดจาก Rk
-
ป้อนกลับเข้ากริดน้าหรั่งว่าเสียงไม่ชอบ
ถ้าจะเนกาตีฟฟีดแบคจากเอ้าพุทมาเข้าที่แคโทดของ ef184 แล้วไซร้ ผมว่า Rk น่าจะ 1K ขึ้นไปนะครับ เพราะต้องมี R shunt หรือเปล่าค่า 100R มาใส่ถัดจาก Rk
Negative feed back ครับ พี่ จัดไปเลย O0 O0 O0 ปรับ RK ef184 มากไป ถ้าไม่ทำ FB ก็ ไม่ค่อยลดได้ผลเท่าไรหรอกครับ เสียงมันก็ยังลอย ๆ โหวง ๆ เหวง ไร้มิติ อยู่น่ะ :showoff :showoff อย่างไร ต้องให้น้าหรั่งลองดูอีกทีครับ อย่างไรก็ต้องลดน่ะครับ :victory :victory :victory
-
ผมว่า เพิ่มฟี้ดแบ้ค ก้ดีครับ แต่ เอาไว้ทีหลัง ตอนนี้ลองต่อให้เสร้จ แล้ว เพิ่มวอลลุ่ม ข้าหน้าเลยครับ โดยตัดปรีแอมป์ ออกไปก่อน ให้คงเหลือ
turn+ pre phono +amp เลยครับ ถ้ายังเร่งวอลลุ่มมากไม่ได้ค่อยใส่fbเพิ่มก้ยังทันครับ ;D ;D
-
สวัดดีครับ ขอถามอย่างนี้ครับถ้าทำอย่างคุณ aon amp ว่าคือต่อจาก tt+phono+amp ผมต้องใช้วงจรอันไหนครับที่เสียงดีเอาแบบจาบๆไปเลยครับแล้วอีกอย่างครับคือ อย่ากลดกระแสของหลอด 832 ลงอีกสักนิดจะต่ออย่างไรครับเปรียนอุปกรณ์ตัวไหนบ้างครับแล้วก็อย่ากได้เสียง เบส มาอีกสักหน่อยนะครับ O0
-
สวัดดีครับ ขอถามอย่างนี้ครับถ้าทำอย่างคุณ aon amp ว่าคือต่อจาก tt+phono+amp ผมต้องใช้วงจรอันไหนครับที่เสียงดีเอาแบบจาบๆไปเลยครับแล้วอีกอย่างครับคือ อย่ากลดกระแสของหลอด 832 ลงอีกสักนิดจะต่ออย่างไรครับเปรียนอุปกรณ์ตัวไหนบ้างครับแล้วก็อย่ากได้เสียง เบส มาอีกสักหน่อยนะครับ O0
ใช้วงจรล่าสุดที่หลอด ef184 ต่อแบบไตรโอดครับ
ถ้าอยากลดกระแส Ia ทำได้สองอย่าง
1 ลากเส้นโหลดไลน์ใหม่
2 เพิ่ม Rk
น้าหรั่งทำแบบที่สองเอา เป็นการจูนเครื่อง เพิ่ม Rk ไปทีละนิด วัดแรงดันคร่อม Rk แล้วคำนวณหา Ik = VRk/Rk
แต่มีกระแส Ig2 ด้วย ต้องเอาไปลบออก Ia รวม = Ik-Ig2
แล้วเอาสองหารถึงจะได้ Ia แต่ละเพลต Ia = Ia รวม/2
อ้อ VRK หรือ Vg1 ก็จะขยับขึ้นไปด้วยนะครับ
-
ขอบคุณมากๆครับ จัดใหม่ไป น้าหรั่งเวียนหัว มี R กองเต็มบ้านแน่ๆ
เอาแบบวงจรนี้แหละครับ คถณออดิโอแมน ออกแบบมาแล้ว
ลองดูก่อน อย่าพึ่งไปแก้จุดไบอัสครับ ลองดูก่อน ว่าได้อะไรเพิ่มเสียงหายแตกไหม ถ้า ยังแตกก้ ค่อยเพิ่ม fb ไปครับ พอทุกอย่างลงตัว ค่อยขยับไปแก้จุดไบอัส
คือทำอะไรหลายๆๆอย่างเดี๋ยวหลงประเด้นครับ ปรับแก้ ไม่จบครับ เอาทีละขั้นไปก่อนครับ คุณออดิโอแมน ก็ตามกระทู้ มาตลอด สุดยอดครับ O0ค่อยๆๆไปนะครับ
-
ครับผมเดียวจะไส vr ดูครับคราวนี้หน้าจะ ok ละครับ O0