HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: IL2 Addict ที่ 02 มิถุนายน, 2011, 12:24:49 pm
-
สงสัยว่าพวกหลอดหัวจุกอย่าง 6146 807/G807 นี่มันทำงานได้้ที่ความถี่สูงสุดเท่าไหร่ครับ
-
ถ้าเป้นความถี่เสียงก็เหลือพอ
ถ้าเป็นความถี่วิทยุ ก็แล้วแต่ค่า ความจุ Capacitance ระหว่าง Plate กับ กริด และ คาโทด
แล้วแต่การออกแบบ หลอดแต่ละหลอด และขนาดของหลอดนั้นๆ ไม่มีค่าตายตัว แต่อย่างน้อยน่าเกิน 1MHz
สูงกว่าความถี่เสียง ทีหูดีๆของบางคนฟังได้ กว่า 50 เท่า
6146 น่าจะได้อย่างน้อย 10-15 Mhz
807 = variant of 6L6 น่าจะใก้ลเคียงกัน ต้องเปิดคู่มือหลอดทั้งสองดู มันจะบอกไว้ครับ
-
แล้วการที่วงจรขยายบางวงจรจับกริดทุกอันลงกราวนี่เพื่ออะไรครับ
-
Tank tune / Resonance Network Rf Amplifier = Low band width. อย่างมาก Bandwidth = 1%-3% Operation Frequency ( High Q Tunning)
Ground Grid Amplifier(Triode Amplifier ) มีคุณสมบัติ Broader Bandwidth แต่กำลังขยายน้อย หรือไม่มี , แต่ Band width (-3dB) อาจจะกว้างกว่า 3% to 10% ของ Operational Frequency ขึ้นกับการออกแบบและ Input section (Bifilar Balan ????? )
ต้อง FIT ความรู้พื้นฐานก่อน หนังสือเริ่มต้นที่ดี ที่สุด ARRL Handbook เล่มตั้งแต่ปี 1970-1995 น่าจะดีที่สุด เสียอย่างเดียวไม่ได้เขียนด้วยภาษาไทย ถ้าอ่านเล่มเดียว ในเวลาสองปี เข้าใจ 30% จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะอ่านหนังสืออะไรก็ได้ สำหรับคนที่ไม่ได้เรียน วิศวโทรคมคม (แท้ๆไม่ไช่ เทียมแบบปัจจุบัน) ในการหาความรู้เกียวกับ Analog RF , VHF/UHF Telecommunication แต่ความรู้แบบนี้ปัจจุบัน เป็น Classic Technology เหมือนหลอดวิทยุ ไม่ค่อยมีคยอยากรู้เท่าไร แต่ Analog RF/Microwave Engineer หางานทำที่ไหนในโลกก็ได้ เงินเดือนอย่างน้อย $US 40,000.- ต่อปี ปัจจุบัน คนจำนวนมากสนใจ Digital Telecommunication เพราะมีตัวช่วยเยอะ มีComputer เครื่องเดียว อาจจะทำได้ แต่คนโคตรเก่งจาก อินเดีย จีน บลาซิล ยุโรปเยอะ คู่แข่งเยอะกว่ามาก ไม่เนียบจริงๆ หางานนอกเมืองไทยยากมาก พวกนี้ถ้าเก่งจริง Digital Telecommunication Expert มีน้อยมาก เงินเดือนปีละ $US 50,000.- $us 80,000.-
คนฟิลิปปินส์ ทำงานนอกประเทศ สิบกว่าล้านคน คนอินเดียทำงานน้อกประเทศในสาย IT,Computer มากกว่า ห้าล้านคน คนอินโดทำงานด้านก่อสร้างและเดินเรือ หลายล้านคน แล้วคนไทยทำงานนอกประเทศ กี่คน อยากให้น้องๆรุ่นหลังออกไปทำงานนอกเมืองไทยเยอะ แล้วเงินที่ส่งกลับมาให้ครอบครัว จะทำให้เศรษฐกิจเมืองไทยดีขึ้นอีกมาก เสียดายความโชคดีของเมืองไทยทำให้คนไทยเป็นชาติที่อ่านหนังสือน้อยติดอันดับโลก สมาฐิเลยสั้น ความอดทนเลยน้อย ติดอะไรไม่ได้ Search engine ความพิกลพืกาลของสังคมไทยเลยเยอะ ของได้มาง่ายๆไม่ยั่งยืนครับ ผมอายุมากเกินไปแล้วครับ อยากจะฝากข้อคิดเล็กๆน้อยไว้
-
เห็นด้วยกับท่าน Tube Collector โดยเฉพาะประโยคตอนท้ายๆ
-
อืมมม แล้วถ้าเป็นพวกไตรโอดแบบกระแสสูงแบบ6080ล่ะครับ 10เม็กไปรอดรึเปล่า?
-
ใช้ 6146 เถิด เพราะว่าในหนังสอโบราญ มีบทความเกียวกับหลอดนี้เยอะ พอจะหาเป็นตัวอย่างศึกษา แล้วเข้าใจ แล้วแก้ใข แล้วพัฒนา แล้วปรับปรุง แล้วประสพความสำเร็จ บันไดแค่ หกขั้นเอง น้อยกว่าเจ็ดขั้นอีก
ใช้งานสมองให้มากๆ บังคับให้มันคิดมากๆ แล้วเส้นหยักในสมองก็จะเจริญเติบโต
เคยมีคนจำนวนมาก สงสัยว่าทำไมคนอินเดีย ทำไมจึงเก่ง IT , Computerเป็นจำนวนมาก(เราไม่พูดถึงว่าเขาพูดภาษาอังกฤษแบบแขกเป็นหลัก) ผมไม่สงสัยเลยและไม่เคยสงเสริมให้ญาติพี่น้องเรียนคอมพิวเตอร์(ยกเว้นคนนั้น มันยอดจริง) งานสุดท้ายที่ผมเป็นลูกจ้างเมื่อ 27 ปีก่อน บริษัทส่งผมไปเป็นที่ปรึกษาให้ Oil of India เนื่องจากกระเพราะผมสั่งทำพิเศษตั้งแต่เกิดในบรรดา ที่ปรึกษาหลายคน ส่วนใหญ่เป็น Orang Putti ผมเป็นผิวเหลืองคนเดียว ทุกคนอยู่ได้ไม่เกินเดือน ทำให้ผมต้องต้องอยู้เกือบหนึ่งปี ผมทำงานกันคนอินเดียทุกระดับ ตั้งแต่ กุลี (เขาเรียกอย่างนี้จริงๆตอนนั้น) เจ้าหน้าที่(อย่างน้อยจบปริญญาตรี) วิศวกร (ปริญญาตรี ถึงเอก )
ผู้บริหารระดับสูง (จบอังกฤษ รัสเซีย อเมริกา) สิ่งที่สังเกตอย่างมาก คนอินเดียอ่านหนังสือมากทุกระดับ(หนังสือถูกด้วย) คนอินเดียชอบ Debate (ต่อคารมกัน)เมื่อขุดเอาเรื่องที่สนใจสองฝ่ายมาคุย ต่างคนก็หาเหตุผล
เหติผล แล้วเถียงกัน เถียงกันไปก็ส่ายหัวมากขึ้น (ตอนกับมาก็ติดนิสัยส่ายหัวมาเหมือนกัน)บางที่ต่อคารมกันเป็น ชั่วโมง เสียงก็ดังขึ้น อย่างสุดท้ายบางที่ก็มีจับเสื้อ กระชากคอกันบ้าง แต่ไม่เห็นมันชกกันสักที
เป็นคนไทยหรือ โกรธกันเจ็บแค้นกัน ชาตินี้ไม่มองหน้ากัน สิบปีแก้แค้นก็ไม่เสียดาย ผมทะเลาะกับเจ้านายในหน้าที่หลายครั้ง ต่างก็กลับมาหาข้อมูลอ่านหนังสือกันแล้วไปถกกันใหม่ บางกรณีย์ใช้เวลาหลายเดือน หลายเรื่องในอินเดียใช้เวลา นาน นานมาก คล้ายกับบ้านเรามาก แต่ที่ต่างในที่สุดมีข้อสรุปบนจุดสูงสุดที่คนสองคนต้องทำงานด้วยกันไม่มีใครถูกใครผิด ใครแพ้ใครชนะแล้วก็จับมือทำงานด้วยกนให้องค์กรต่อไป รากฐานของสังคมแบบนี้ เหมาะมากสำหรับ วิศวกร โดยเฉพาะ คณิตศาสตร์ ไอที คอมพิวเตอร์ เพราะราคาทางสาขานี้มาจาก ตรรก น้องๆจะเอาดีทางนี้อย่างกลัว เรียนคอมพิวเตอร์และอยากเก่งมากไปสามประเทศ เรียน ทำงานต่อครับ
อินเดีย รัสเซีย(ต้องซ้อมกิน วอดก้ากันเนื้อเค็ม) อมริกา แล้วจะประสพความสำเร็จในอเมริกา มีห้องสมุดใหญ่มากๆหลายแห่งครับ
-
ครับ อาจาร
ถามเพิ่มนิดนึง ถ้าเป็นพวกSSที่ใช้มอสเฟตนี่จะง่ายกว่าแบบใช้หลอดรึเปล่าครับ
-
ต่างกันที่ไฟสูงกระแสต่ำ กับไฟต่ำกระแสสูง นอกนั้นเมือนกัน โอกาศพัง มือใหม่ SS คงเสียเป็น กำ