HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: ตู้โมโน ที่ 13 สิงหาคม, 2011, 02:59:44 am
-
หลอดเบอร์ 1626 จำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้กับลำโพง Full Range เท่านั้น คือผมมีลำโพงแบบ สองทาง ที่ใช้ประจำอยู่คู่เดียวเป็นยี่ห้อ Hokutone ซื้อที่ NPE หลอดเบอร์ 1626 จะขับไหวไหมครับ ขอบคุณครับ
-
ไม่จำเป็นครับ ตอนประชันแอมป์ต่ำกว่า 1W ใช้ลำโพงคู่นี้ครับ ฟังในห้องประชุมครับ ;)
-
การเลือกลำโพง ขึ้นกับหลายประการ คือ กำลังของเครื่องขยาย ขนาดของห้อง( Near Field / Far Field ) ชนิดของดนตรีที่เราฟัง จำนวนเครื่องดนตรีที่ใช้ในเพลงนั้นๆ และอื่นๆอีกหลายประการ สำหรับเครื่องขยายขนาดเล็กเช่น หนึ่งวัตถ์ สิ่งที่แน่คุณต้องการลำโพงที่มีกำลังขยายของความถี่เสียงค่อนข้างสูง ( 95 to 105 dB) การเลือก ใช้ Full Range หรือ 2 to 3 Speaker ที่ต่างความถี่ นั้นขึ้นอยู่กับชนิดดนตรีที่คุณฟังและกำลังทรัพย์ที่คุณมี สำหรับห้องขนาดเล็กเป็นการฟังแบบ Near Field ต้องการ เสียงกลางและเสียงสูง เป็น Point Source ลำโพงตระกูล VOT (Voice of the Theather) โดยส่วนใหญ่ใช้กับ ห้องขนาดใหญ่ เช่นโรงหนัง เป๋นการฟังแบบ Far Field การมาใช้ในห้องขนาดเล็กอาจจะมีปัญหาเรื่องตำแหน่งของดนตรี เนื่องจากการออกแบบ Sectoral Horn สำหรับความถี่สูงและกลางออกแบบเป็นแบบหลายช่อง เพื่อให้ เสียงกลางและเสียงสูงเข้าไปถึงหู ของผู้ฟังจำนวนมากที่นั่งในจุดฟังที่ต่างตำแหน่งกันในห้องขนาดใหญ่ ถ้าคุณนั่งในห้องขนาดไม่ใหญ่มากนัก Sectoral Horn อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ถูก
ผลตอบสนองต่อความถี่ของลำโพงขึ้นอยู่กับ ตัวดอกลำโพงและขนาด กับตัวตู้ที่ใช้หุ้มลำโพง ชนิดของ Accoustic Media เช่น ชนิดของไม้ วัสถุหุ้ม หรือขนาดของ Portของเสียง ตู้ขนาดเดียวกับ ตู้เดียวกันใช้กับลำโพงต่างชนิดกัน ผลออกมาไม่เหมือนกัน รวมทั้งจุดตัดของ Cross over network การทำลำโพง DIY ผลตอบสนองของความถี่สูง ต่ำสำคัญมาก สำหรับ Accoustic Engineer หลังจากออกแบบตู้ลำโพง โดยอาศัย Thiel Parameter ของดอกลำโพงที่ใช้ แล้วต้องมาทดสอบว่าใช้ได้ หรือปรับจูนโดย นำเข้าไปในห้องที่ดีเช่น แอนนีชีโอติครูม โดยป้อน Pink Noise (Full of Harmonics เหมือนเสียงดนตรี)ผ่าน Reference Amplifier (Flat Frequency) แล้ววัดสัญญาณเสียงที่ออกจากลำโพงตัวนั้น ณ. จุดที่ต้องการ ด้วย Reference Microphone ที่ราบเรียบทุกความถี่จากต่ำถึงสูง
-
การเลือกลำโพง ขึ้นกับหลายประการ คือ กำลังของเครื่องขยาย ขนาดของห้อง( Near Field / Far Field ) ชนิดของดนตรีที่เราฟัง จำนวนเครื่องดนตรีที่ใช้ในเพลงนั้นๆ และอื่นๆอีกหลายประการ สำหรับเครื่องขยายขนาดเล็กเช่น หนึ่งวัตถ์ สิ่งที่แน่คุณต้องการลำโพงที่มีกำลังขยายของความถี่เสียงค่อนข้างสูง ( 95 to 105 dB) การเลือก ใช้ Full Range หรือ 2 to 3 Speaker ที่ต่างความถี่ นั้นขึ้นอยู่กับชนิดดนตรีที่คุณฟังและกำลังทรัพย์ที่คุณมี สำหรับห้องขนาดเล็กเป็นการฟังแบบ Near Field ต้องการ เสียงกลางและเสียงสูง เป็น Point Source ลำโพงตระกูล VOT (Voice of the Theather) โดยส่วนใหญ่ใช้กับ ห้องขนาดใหญ่ เช่นโรงหนัง เป๋นการฟังแบบ Far Field การมาใช้ในห้องขนาดเล็กอาจจะมีปัญหาเรื่องตำแหน่งของดนตรี เนื่องจากการออกแบบ Sectoral Horn สำหรับความถี่สูงและกลางออกแบบเป็นแบบหลายช่อง เพื่อให้ เสียงกลางและเสียงสูงเข้าไปถึงหู ของผู้ฟังจำนวนมากที่นั่งในจุดฟังที่ต่างตำแหน่งกันในห้องขนาดใหญ่ ถ้าคุณนั่งในห้องขนาดไม่ใหญ่มากนัก Sectoral Horn อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ถูก
ผลตอบสนองต่อความถี่ของลำโพงขึ้นอยู่กับ ตัวดอกลำโพงและขนาด กับตัวตู้ที่ใช้หุ้มลำโพง ชนิดของ Accoustic Media เช่น ชนิดของไม้ วัสถุหุ้ม หรือขนาดของ Portของเสียง ตู้ขนาดเดียวกับ ตู้เดียวกันใช้กับลำโพงต่างชนิดกัน ผลออกมาไม่เหมือนกัน รวมทั้งจุดตัดของ Cross over network การทำลำโพง DIY ผลตอบสนองของความถี่สูง ต่ำสำคัญมาก สำหรับ Accoustic Engineer หลังจากออกแบบตู้ลำโพง โดยอาศัย Thiel Parameter ของดอกลำโพงที่ใช้ แล้วต้องมาทดสอบว่าใช้ได้ หรือปรับจูนโดย นำเข้าไปในห้องที่ดีเช่น แอนนีชีโอติครูม โดยป้อน Pink Noise (Full of Harmonics เหมือนเสียงดนตรี)ผ่าน Reference Amplifier (Flat Frequency) แล้ววัดสัญญาณเสียงที่ออกจากลำโพงตัวนั้น ณ. จุดที่ต้องการ ด้วย Reference Microphone ที่ราบเรียบทุกความถี่จากต่ำถึงสูง
คุณTC มาให้ความรู้อีกแล้ว :clap :clap :clap
-
ตอบง่ายๆ
Full Range ถ้าหมายถึง ลำโพงที่มีความไวสูงหน่อย ตอบว่า สมควร (ต้อง) เลยครับ ไม่ว่ากี่จะเป็น กี่ทาง 1 ทาง 2 ทาง 3 ทาง ถ้าไว ได้หมดครับ
(ลำโพง commercial ปัจจุปัน ส่วนใหญ่ไม่รอดครับ ขับยาก)
ยี่ห้อ Hokutone ซื้อที่ NPE [เดาว่า น่าจะได้ ครับ ... ทำเลยครับ อย่ารอช้าไป ครับ]
ถึงจะไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ครับ ... เพราะ ... มีหลายท่านที่ทำ amp แล้ว ขับลำโพง ที่มีไม่ออก
ไม่ DIY ลำโพงใหม่ ก็ DIY amp ให้ (เพิ่ม Watt) ครับ
DIY มักไม่จบในไม้เดียวอยู่แล้วครับ ;D ;D
-
จากรูปแอมป์ที่ยกมาประลองกันนี่ 1626 มาเกือบครึ่ง แถมคว้ารางวัลอันดับสองซะด้วย ^-^
-
แท่นผมก็ 1626 แต่เป็น pse ขับลำโพงความไวประมาณ 85 ดีบี อยู่ทุกวันนี้ล่ะครับ ห้องขนาด 3.5 x 5 เมตร ก็ไม่มีปัญหานะ :P
-
ถ้าเป้นผม และผมมีหลอดอยู่แล้ว ผมจะทำมันครับ เพราะ1 หลายคนว่าเสียงดีผมอยากรู้ว่าจริงไหม
2 ลำโพงที่มี ผมก้อยากรู้ว่ามันขับได้ไหมและผมพอใจกับมันไหม
3 ถ้ามันขับไม่ได้เสียงไม่ดี ผมก็รื้อไปทำตัวใหม่ อย่างน้อยหม้อไฟเอาไปทำปรี เอ้าพุทไปเล่นหลอดเบอร์อื่นก็ได้
ผมมีลำโพงตู้ปิด อยู่คู่ ความไวก้ไม่สูงนัก เคยเอา1626se ขับ ดังลั่นห้องเลย (เสียงมันดีกว่า2a3 ที่ผมทำซะอีก ย้ำ ที่ผมทำนะครับ) 1626 ลองเสริชในกูเกิ้ลดุครับ เพียบ
-
หลอดเบอร์ 1626 จำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้กับลำโพง Full Range เท่านั้น คือผมมีลำโพงแบบ สองทาง ที่ใช้ประจำอยู่คู่เดียวเป็นยี่ห้อ Hokutone ซื้อที่ NPE หลอดเบอร์ 1626 จะขับไหวไหมครับ ขอบคุณครับ
ผมกลับคิดว่าควรมีทั้ง FullRange กับ ลำโพงสองทาง สามทางนะครับ
:D K)
-
หลอดเบอร์ 1626 จำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้กับลำโพง Full Range เท่านั้น คือผมมีลำโพงแบบ สองทาง ที่ใช้ประจำอยู่คู่เดียวเป็นยี่ห้อ Hokutone ซื้อที่ NPE หลอดเบอร์ 1626 จะขับไหวไหมครับ ขอบคุณครับ
ผมกลับคิดว่าควรมีทั้ง FullRange กับ ลำโพงสองทาง สามทางนะครับ
:D K)
ผมก็ว่าอย่างนั้นครับ เห็นด้วยเลย Y]
-
หลอดเบอร์ 1626 จำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้กับลำโพง Full Range เท่านั้น คือผมมีลำโพงแบบ สองทาง ที่ใช้ประจำอยู่คู่เดียวเป็นยี่ห้อ Hokutone ซื้อที่ NPE หลอดเบอร์ 1626 จะขับไหวไหมครับ ขอบคุณครับ
ผมกลับคิดว่าควรมีทั้ง FullRange กับ ลำโพงสองทาง สามทางนะครับ
:D K)
ผมก็ว่าอย่างนั้นครับ เห็นด้วยเลย Y]
ตอนแรกผมก็คิดอย่างนั้นครับ แต่จับมันขนานกันได้ 2w ขนานเฉพาะเพลท ส่วนคาโทดแยกกัน กริดแยกกัน แล้วลองฟังใหม่เทียบกันตอนที่จับขนานทุกส่วน บอกได้ว่า แยกกันเราอยู่ล่ะเที่ยวนี้ ที่สำคัญวันที่ลองทำ มีแท่นของเพื่อนๆ มาช่วยจับผิดด้วย มีทั้ง 2A3, 6A3, 6L6, EL34 ขย่มลำโพงเดียวกันนี่ล่ะ จะมีก็แต่ 6L6 และ EL34 ที่ให้ความรู้สึกว่ากำลังดีกว่า นอกนั้นกินกันไม่ลงล่ะครับ :P
-
ลำโพง Full range อาจจะไวมากหรือไม่ไวก็ได้ Full range = Full cover range Frequency หมายความว่าในหนึ่งดอก คลุมทุกความถี่ ตั้งแต่ความถี่สูงถึงความถี่ต่ำ
เช่น Lowther , FE260 และอีกหลายยี่ห้อ
ลำโพงที่ไวมากๆ อาจจะไม่ใช่ลำโพง Full range ก็ได้เช่น Altec 515 (ถ้าผมจำรุ่นผิดขออภัยด้วย จำได้ว่ามี 5)ที่คุณต๋อง (Analoglism) ใช้กับตู้ที่โพสในกระทู้นี้ เป็นลำโพงเสียงต่ำขนาด 15" มีชื่อเสียงมาก ลำโพงอีกชนิดที่ไวมาก มี สองดอกในตัวเดียวกัน หรือในเพรมเดียวกัน เช่น Isophone ที่บางตัวไวมากใช้กับ 1626 อาจจะได้
Hokutone บางรุ่นก็ไวพอสมควร
มีลำโพงอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า Duplex คือมีดอกความถี่ต่ำและความถี่สูงบนแกนเดียวกัน ลำโพงชนิดนี้เป็น point source โยปกติใช้สำหรับ Near field ในการฟังในห้องที่
ผู้ฟังไม่อยู่ห่างจาก ลำโพงมากนัก เช่น JBL บางรุ่น Altec 604 GPA-604 Tannoy (ชนิด Duplex ) แม้ว่าลำโพงกลุ่มนี้จะดีมาก แต่ส่วนใหญ่ราคาสูงจะทำงานได้ดี
โดยใส่ในตู้ที่ ออกแบบกับ Thiel Small paramter ของลำโพงนั้นๆ ส่วนใหญ่ลำโพงกลุ่มนี้เกิน 95 dB
-
ลำโพงที่ไวมากๆ อาจจะไม่ใช่ลำโพง Full range ก็ได้เช่น Altec 515 (ถ้าผมจำรุ่นผิดขออภัยด้วย จำได้ว่ามี 5)ที่คุณต๋อง (Analoglism) ใช้กับตู้ที่โพสในกระทู้นี้ เป็นลำโพงเสียงต่ำขนาด 15" มีชื่อเสียงมาก
ผมใช้ Eminence Beta 15 ครับ ประหยัดงบ :) เคยลองฟัง Altec 515 มันก็ดีครับ แต่ต้องเปิดดังพอสมควรเบสส์ถึงจะมาครับ :)
-
ลำโพง Full range อาจจะไวมากหรือไม่ไวก็ได้ Full range = Full cover range Frequency หมายความว่าในหนึ่งดอก คลุมทุกความถี่ ตั้งแต่ความถี่สูงถึงความถี่ต่ำ
เช่น Lowther , FE260 และอีกหลายยี่ห้อ
ลำโพงที่ไวมากๆ อาจจะไม่ใช่ลำโพง Full range ก็ได้เช่น Altec 515 (ถ้าผมจำรุ่นผิดขออภัยด้วย จำได้ว่ามี 5)ที่คุณต๋อง (Analoglism) ใช้กับตู้ที่โพสในกระทู้นี้ เป็นลำโพงเสียงต่ำขนาด 15" มีชื่อเสียงมาก ลำโพงอีกชนิดที่ไวมาก มี สองดอกในตัวเดียวกัน หรือในเพรมเดียวกัน เช่น Isophone ที่บางตัวไวมากใช้กับ 1626 อาจจะได้
Hokutone บางรุ่นก็ไวพอสมควร
มีลำโพงอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า Duplex คือมีดอกความถี่ต่ำและความถี่สูงบนแกนเดียวกัน ลำโพงชนิดนี้เป็น point source โยปกติใช้สำหรับ Near field ในการฟังในห้องที่
ผู้ฟังไม่อยู่ห่างจาก ลำโพงมากนัก เช่น JBL บางรุ่น Altec 604 GPA-604 Tannoy (ชนิด Duplex ) แม้ว่าลำโพงกลุ่มนี้จะดีมาก แต่ส่วนใหญ่ราคาสูงจะทำงานได้ดี
โดยใส่ในตู้ที่ ออกแบบกับ Thiel Small paramter ของลำโพงนั้นๆ ส่วนใหญ่ลำโพงกลุ่มนี้เกิน 95 dB
Duplex เป็นแค่ชื่อทางการค้าครับ ชื่อสามัญคือ Coaxial ครับ และไม่ได้เป็น Point Source ด้วยครับ อย่าเอามาปนกันครับ ตามชื่อเรียกเลยครับ Co-axial = ร่วมแกน ครับ ส่วน Point Source จะเรียกชื่อสามัญว่า Coincident ครับ ชื่อทางการค้าที่รู้จักกันดีคือ Uni-Q ของ KEF กับ Dual Concentric ของ Tannoy ครับ และอย่านำไปสับสนกับลำโพงยี่ห้อ Coincident Technology นะครับ เจ้านี้แค่เอาคำมาใช้ ไม่ได้ทำลำโพงตามชื่อจริงๆ ครับ
-
อยากฟัง Carlson Loading ของคุณ AnalogLism มากเลยครับ เมื่อคราวงาน BAV ล่าสุดก็พลาดไป วันหน้าเอาออกงานอีกนะครับ เคยเห็นแต่ในหนังสือออกแบบลำโพงแต่ไม่เคยได้ฟังซักทีครับ :)
-
อยากฟัง Carlson Loading ของคุณ AnalogLism มากเลยครับ เมื่อคราวงาน BAV ล่าสุดก็พลาดไป วันหน้าเอาออกงานอีกนะครับ เคยเห็นแต่ในหนังสือออกแบบลำโพงแต่ไม่เคยได้ฟังซักทีครับ :)
ขับรถหลงมาแถวประชานิเวศน์สิครับ :)
-
อยากฟัง Carlson Loading ของคุณ AnalogLism มากเลยครับ เมื่อคราวงาน BAV ล่าสุดก็พลาดไป วันหน้าเอาออกงานอีกนะครับ เคยเห็นแต่ในหนังสือออกแบบลำโพงแต่ไม่เคยได้ฟังซักทีครับ :)
ขับรถหลงมาแถวประชานิเวศน์สิครับ :)
ต้อนรับแบบนี้ก็เข้าทางเลยครับ ขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ :bowdown
-
ต้อนรับแบบนี้ก็เข้าทางเลยครับ ขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ bowdown
ไปวันไหนบอกล่วงหน้าบ้างเน้อ อยากไปฟังบ้าง
จะไปกลางวันไม๊ล่ะ เดี๋ยวพาไปกินบะหมี่ปราบเซียนแถวๆนั้น
-
ขออนุญาตเจ้าของกระทู้ อุ้มกระทู้หน่อยนะครับ 2f บะหมี่ปราบเซียนมันอยู่แถวไหนครับ :)
-
ขออนุญาตเจ้าของกระทู้ อุ้มกระทู้หน่อยนะครับ 2f บะหมี่ปราบเซียนมันอยู่แถวไหนครับ :)
คุณมด คงหมายถึง อันนี้ ที่ ประชาชื่น 8
(http://images.temppic.com/21-02-2011/images_vertis/1298274142_0.24965000.jpg)
-
ขออนุญาตเจ้าของกระทู้ อุ้มกระทู้หน่อยนะครับ 2f บะหมี่ปราบเซียนมันอยู่แถวไหนครับ :)
คุณมด คงหมายถึง อันนี้ ที่ ประชาชื่น 8
(http://images.temppic.com/21-02-2011/images_vertis/1298274142_0.24965000.jpg)
น่ากินจัง ผมคนนึงล่ะที่เป็นคอบะหมี่ ;D ;D ;D
-
มาบอกอีกเสียง ผมใช้ลำโพง Magnet LS-622 ดอก Morel เดิมๆ สเปค Recommand บอกขั้นต่ำควรจะ 15Wrms ขึ้นไปก็คือมันกินวัตต์นั่นเอง ลำโพงเป็น 2 ทาง 6 นิ้ว แต่ผมเอา Class A DIY 5Wrms กำลังก็แค่ 1/3 ตามที่ควรใช้ ยังขับสบายๆเบสล้นห้องเสียงเหมือนตอนเอา Hybrid 120Wrms ขับ และอีกตัวคือ EL84SE กำลังวัตต์นึงไม่น่าจะถึงเพราะเล่นไฟต่ำมากขับเบสออกดีเหมือนกัน ฉะนั้นไม่จำเป็นมั้งครับว่าต้องฟูลเร้นเสมอไป สองทาง สามทาง ก็ได้ เหตุที่เขาแนะนำต้องฟูลเร้นไม่มีอะไรหรอก ดอกนะขับไม่ยากมากหรอกออกทุกตัวแน่นอน แต่ที่เขากลัวคือกำลังมันจะไปหายกับ Passive Crossover มากกว่า ยิ่งไปหน่วง ลำโพง 2/3 ทางแต่ละตัวแต่ละยี่ห้อจัด xOver ไม่เหมือนกัน บางตัวกินสุด บางตัวเบาโคตรๆ เพื่อเป็นการชัวร์และสูญเสียกำลังน้อยที่สุดก็ฟูลเร้นจึงมักจะเป็นคำตอบสำหรับเครื่องวัตต์ต่ำ << งูๆปลาๆนะครับ ผิดก็ขออภัยด้วยครับ
-
ขออนุญาตเจ้าของกระทู้ อุ้มกระทู้หน่อยนะครับ 2f บะหมี่ปราบเซียนมันอยู่แถวไหนครับ :)
คุณมด คงหมายถึง อันนี้ ที่ ประชาชื่น 8
(http://images.temppic.com/21-02-2011/images_vertis/1298274142_0.24965000.jpg)
แม่นแล้วครับ ขอบคุณมากครับที่ช่วยเสริม มีภาพประกอบให้ด้วย O0
บะหมี่ร้านนี้ต้องลองครับ อร่อยขั้นเทพ 20 บาทเท่านั้น กินแล้วลืมบะหมี่จับกังเยาวราชไปเลย ถ้าจะเพิ่มเกี๊ยวหมูชิ้นโตๆก็ 3 ตัว 10บาท
สูตรประจำของผมคือ บะหมี่ปราบเซียน+เกี๋ยว 6 ตัว เบ็ดเสร็จ 40 บาท อิ่มแบบไม่ต้องทานข้าวเย็นเลยยังไหวครับ :victory
ที่ร้านจะมีทั้งหมูตุ๋น และเนื้อตุ๋นด้วย เรียกว่าเอาใจคอก๋วยเตี๋ยวเต็มที่ครับ
-
มัวแต่ไปตอบเรื่อง บะหมี่ปราบเซียน เลยไม่ได้ตอบคำถามเจ้าของกระทู้เลย ... K] K]
หลอดเบอร์ 1626 จำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้กับลำโพง Full Range เท่านั้น คือผมมีลำโพงแบบ สองทาง ที่ใช้ประจำอยู่คู่เดียวเป็นยี่ห้อ Hokutone ซื้อที่ NPE หลอดเบอร์ 1626 จะขับไหวไหมครับ ขอบคุณครับ
ถ้าเพลงแต่เพลงร้อง ลูกทุ่งสบาย ๆ หรือ เพลงบรรเลงเครื่องดนตรีน้อยชิ้น ในห้องนอนหรือห้องไม่ใหญ่มาก ... ก็น่าจะไหวครับ เสียง "ดัง" แน่ แต่จะ "ดี" พอหรือเปล่า ขึ้นอยู่กับ แนวเพลงที่ฟัง และ ขนาดของห้อง ครับ
แต่ถ้าจะเอาจริงจังหน่อย กับ เครื่องดนตรีมากชิ้นหน่อย .. 1626 ที่มีกำลังไม่ถึงหนึ่งวัตต์ ก็อาจจะเหนื่อย
คุณตู้ อาจจะลอง EL34 SE หรือ 6L6 SE ที่ได้กำลังเพิ่มมาหน่อย ในงบทำเองที่ไม่ต่างกันมาก ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าลองคิดดูครับ
ถ้าชอบ 1626 SE จริงๆ การหาลำโพงความไวสูง ( > 93 dB) ก็น่าสนใจครับ
-
ต้อนรับแบบนี้ก็เข้าทางเลยครับ ขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ bowdown
ไปวันไหนบอกล่วงหน้าบ้างเน้อ อยากไปฟังบ้าง
จะไปกลางวันไม๊ล่ะ เดี๋ยวพาไปกินบะหมี่ปราบเซียนแถวๆนั้น
ไปกลางวันก็ได้ครับพี่ แต่จะมีเวลาน้อยสิครับ แต่ยังไงก็สนใจบะหมี่ครับ 0)] 0)]
-
ต้อนรับแบบนี้ก็เข้าทางเลยครับ ขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ bowdown
ไปวันไหนบอกล่วงหน้าบ้างเน้อ อยากไปฟังบ้าง
จะไปกลางวันไม๊ล่ะ เดี๋ยวพาไปกินบะหมี่ปราบเซียนแถวๆนั้น
ไปกลางวันก็ได้ครับพี่ แต่จะมีเวลาน้อยสิครับ แต่ยังไงก็สนใจบะหมี่ครับ 0)] 0)]
เอาตามอาร์ตและเจ้าของบ้านสะดวกดีกว่าครับ บอกล่วงหน้าหน่อยละกัน เรื่องบะหมี่วันไหนก็ได้ครับ เดี๋ยวจัดให้ :victory
ต้องขอโทษเจ้าของกระทู้อีกครั้งครับ ที่ชอบพากระทู้ลงเหว ออกทะเลประจำ :bowdown :bowdown
เรื่องลำโพงคงจะดูเรื่องของ sensitivity อย่างเดียวคงไม่ได้ครับ มันต้องดูเรื่องของ efficiency หรือประสิทธิภาพของลำโพงด้วย ซึ่งหมายถึงความสามารถในการถ่ายทอดเสียงได้ออกมาครบถ้วน ไม่ตกไม่หล่น ตามกำลังวัตต์ที่จ่ายให้ไป (หน่วยเป็น %) ดังนั้นถ้าลำโพงที่มีประสิทธิภาพที่ดี วัตต์เดียวก็เสียวได้ อย่างที่คุณ AnalogLism ว่าไว้นั่นแหละครับ
ประเด็นอยู่ที่ส่วนใหญ่เราจะไม่ค่อยรู้ค่า efficiency ของผู้ผลิต จะรู้แต่ค่า sensitivity มากกว่า ดังนั้นคำแนะนำของผมก็คือ ควรจะลองฟังด้วยตัวเองดีที่สุดครับ และที่สำคัญคือต้องดูแนวเพลงที่เราชอบด้วยว่าเหมาะสมรึเปล่า เช่นถ้าชอบฟังร๊อคหนักๆ หรือพวกออเคสตร้า ไดนามิกเยอะๆ 1626 ก็เหนื่อยล่ะครับ
อ่านเพิ่มเติมเรื่องของ efficiency ของลำโพงได้ที่นี่ครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Loudspeaker
-
เรื่องลำโพงคงจะดูเรื่องของ sensitivity อย่างเดียวคงไม่ได้ครับ มันต้องดูเรื่องของ efficiency หรือประสิทธิภาพของลำโพงด้วย ซึ่งหมายถึงความสามารถในการถ่ายทอดเสียงได้ออกมาครบถ้วน ไม่ตกไม่หล่น ตามกำลังวัตต์ที่จ่ายให้ไป (หน่วยเป็น %) ดังนั้นถ้าลำโพงที่มีประสิทธิภาพที่ดี วัตต์เดียวก็เสียวได้ อย่างที่คุณ AnalogLism ว่าไว้นั่นแหละครับ
ประเด็นอยู่ที่ส่วนใหญ่เราจะไม่ค่อยรู้ค่า efficiency ของผู้ผลิต จะรู้แต่ค่า sensitivity มากกว่า ดังนั้นคำแนะนำของผมก็คือ ควรจะลองฟังด้วยตัวเองดีที่สุดครับ และที่สำคัญคือต้องดูแนวเพลงที่เราชอบด้วยว่าเหมาะสมรึเปล่า เช่นถ้าชอบฟังร๊อคหนักๆ หรือพวกออเคสตร้า ไดนามิกเยอะๆ 1626 ก็เหนื่อยล่ะครับ
อ่านเพิ่มเติมเรื่องของ efficiency ของลำโพงได้ที่นี่ครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Loudspeaker
จริงๆ แล้ว Efficiency กับ Sensitivity เป็นเรื่องเดียวกันครับพี่มด คือว่า Efficiency เป็นการเปรียบเทียบ กำลังที่ได้มา (Power Output) ต่อ กำลังที่ป้อนเข้าไป (Power Input) ครับ แต่ค่า Eff ซึ่งเป็น % มันสื่อสารยากครับ ที่สำคัญค่าค่อนข้างน่าเกลียดครับ เค้าก็เลยแปลงเป็น Acoustic Power Output ต่อ Electrical Power Input ก็คือหน่วย dB/W ครับ ที่ว่าค่อนข้างน่าเกลียดคือส่วนใหญ่จะไม่ถึง 1% น่ะครับ เดี๋ยวผมเปรียบเทียบค่าให้ดูครับ
Power 1W = ความดัง 120dB วัดที่ระยะ 1m จากจุดกำเนิดเสียงครับ (เป็นค่าอ้างอิงครับ) ความดัง 90dB แปลงเป็นกำลังจะได้ 0.001W เท่านั้นครับ ถ้าลำโพงความไว 90dB/W/m = ป้อนเข้าไป 1W แล้วไปวัดที่ 1m จะดัง 90dB = ความดัง 0.001W จากกำลังไฟฟ้า 1W = 0.1% ครับ น่าเกลียดไม๊ครับ? ;D ;D ถ้า Eff 1% ก็คือประมาณ 100dB/W/m ครับ
-
ขอบคุณมากครับที่ช่วยแก้ไข เข้าใจเพิ่มมากขึ้นแล้วครับ O0 O0 O0 O0 สมแล้วที่เป็น guru ด้านนี้ นับถือ นับถือ :clap :clap
ต้องขอโทษทุกท่านด้วยนะครับ ที่สื่อความแบบไม่รู้จริง :bowdown :bowdown :bowdown