HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: 1856 ที่ 26 สิงหาคม, 2011, 09:10:54 am
-
ผมสงสัยเกี่ยวกับการต่อใช้งานของ Interstage ทางด้าน Pri. ครับ
> NC-16 or A-107 ตามเอกสารระบุว่าถ้าต่อนุกรมสามารถรับกระแสได้ที่ 10mA แต่ถ้าต่อแบบขนานจะสามารถรับกระแสได้ 20mA <
แต่ตามรูป(ใน data sheet ทีให้มากับ interstage) แสดงวิธีการต่อใช้งาน มักจะเป็นการต่อแบบอนุกรมเสียส่วนใหญ่ ผมจึงเกิดความสงสัยว่า การต่อใช้งานแบบอนุกรมกับขนานมีความแตกต่างกันอย่างไรครับ รบกวนผู้สันทัดกรณีช่วยไขความข้องใจให้ด้วยครับ... :)
-
NC-16 ขด Primary สองขดอนุกรมกัน Primary Impedance = 7K ใช้กับหลอดที่มี Plate impedance 5k-10K ( ตามคู่มือ NC-16 ) กระแสทีใช้ไม่ควรเกิน 10mA l(Primary) เช่นการใช้หลอด 6SN7
NC-16 ขด Primary สองขดขนานกัน ทำให้เหมือนเราเอาขด (3.5K สองขดมาขนานกัน) น่าจะทำให้ Primary Impedance ของ NC-16 เหลือ 1.75K
ตามความเข้าใจของผมอาจจะผิดก็ได้ หลอดที่ ใช้ต่อกับ NC-16 ที่ต่อแบบนี้ ต้องมี Plate Impedance ไม่สูงนักเช่น ระหว่าง 800 ohm to 2Kohm ในกรณีย์นี้ กระแสทีวิ่งด้าน Primary อาจจะได้สูงถึง 20mA
แต่ยิ่งกระแสสูงขึ้น ผลตอบสนองต่อความถี่ทั้งสูงและต่ำจะลดลงค่อนข้างมาก (Primary Impedance ลดลง) ตามประสพการณที่ใช้ สำหรับตัวนี้ ต่อแบบนี้ ผมใช้ไม่เกิน 15mA
ถ้าต้องการกระแสสูงกว่า 10mA ใช้ NC-14 หรือ NC-20 (แพงกว่ามากๆ )หรือ Tamura B-5003 ,B6003
โดยปกติถ้า ต่อ NC-16 แบบปกติ (Secondary Serial) จะมี Impedance Ratio Secondary / Primary = 14K /7K อัตราส่วนกำลังขยาย = Square root 2 = 1.414
ถ้าขนานด้าน Primary NC-16(Secondary serial) จะมี Impedance Ratio Secondary / Primary = 14K /1.75K "---------------------" = 2.828 แต่ต้องการหลอดที่ Plate Impedance ไม่สูงนัก
ส่วนใหญ่สำหรับ NC-16 ผมมักจะต่ิอ อนุกรมที่ขดปฐมภูมิ ทำให้ผมสามารถใช้หลอดที่มี Plate Impedance สูงๆเช่น 6SN7 , 12AU7 ,6BL7, 801 แต่ต่อขนานด้าน Secondary โดยด้านปฐมภูมิใช้กระแสเพียง 10mA
แต่ผมไปขนานด้าน Secondary then Impedance Ratio Secondary to Primary = 3.5K /7K ทำให้ Voltage ratio Secodary / Primary = Square root 0.5 = 1: 0.707 กระแสด้าน Secondary
จะสูงขึ้น สามารถเอาไปขับหลอดขนาดกลางและขนาดใหญ่ได้ ผมกำลังทดลองในเงื่อนใขนี้ สำหรับหลอดใหญ่ๆบางเบอร์ อีกไม่นานจะโพสผลการใช้งาน NC-16 ในเงื่อนใขนี้ ให้ดูใน www.htg2.net
-
NC-16 เป็น IT ที่ออกแบบมาใช้กับหลอดที่มี Rp=Zp คือ 7 K หรือพอจะใช้กับหลอดที่มี Rp ในย่านประมาณ 5K-10K ได้สบายๆ ที่กระแสไม่เกิน 10 mA. ครับ
IT ของพี่ยุ่น ได้กำหนด Rp=Zp แน่นอนไม่ต้องเอา Rp ไปคูณ 3 เหมือนของพวก IT ไอ้กัน...NC-16 ใช้กับ 6SN7 และหลอด 76 ได้สบายๆ
การขนาน Primary แน่นอนรับกระแสได้มากขึ้นเป็นสองเท่า (20mA) ก่อนที่จะอิ่มตัว แต่ Zp ก็จะตกลง เหลือซัก 1K ปลายๆ โดยหลอดที่เอามาใช้ตอน // ก็ต้องมี Rp ที่ต้องต่ำลง เพื่อการ Matching เช่นเดียวกัน....
สรุป TANGO จึงมี NC-14 ที่ทนกระแสได้มากกว่าไงครับ ;)
แต่ที่ฟังมานะ NC-20F เสียงมันช่างเด็ดขาดจริงๆ แต่ก็นะผมว่า SIT-5KM ของค่าย TAMMY เสียงช่างไพเราะน่าฟังกว่า ;D
*ข้อเสียของการเล่น IT แพงๆ มักจะถูกคนค่อนแคะบ้างล่ะว่าเป็นพวก HI-SO รสนิยมขั้นเทพฯ ฝีมือคงไม่ค่อยดี เลยต้องเฟ้นหาใช้แต่อุปกรณ์ดีๆ มาเป็นตัวช่วยบ้างล่ะ ปากคนเราก็ว่ากันไปแหละครับ คงห้ามกันไม่ได้ หลายปีมานี้ผมเห็นแต่นัก Audio DIY ที่เล่นด้วยกันมานานๆ ไม่เห็นกลับไปใช้ของพื้นๆ เหมือนตอนเริ่มแรกที่เล่นเลย ซ้ำยังอาการหนักกว่าเดิม เครื่อง DIY บางเครื่องยังต้องใส่ FUSE ทองๆ ตัวเกือบสองพันไปนู้น เค้าบอกว่าไม่งั้นเสียงไม่ดี เอาเถอะครับของแบบนี้ ถ้าเราทำ A-B Test หนักๆ จะสามารถแยกของที่ดีออกจากของธรรมดาๆได้ มันเป็นเรื่อง....นานาจิตตัง ครับ หรือ ONE MAN'S MEAT IS ANOTHER MAN'S POISON.. หูใครดี มีความไวสูง ชอบจับความแตกต่างทางเสียงและทำให้มีความสุข ก็ต้องยอมที่จะเสียกะตังค์มากหน่อย ครับ 2f
d_d ฝากพี่อานัติฯครับเห็นพี่มี FX-40-5 พอดีเลย
http://www2u.biglobe.ne.jp/~tossie/MMA-3C24-J.html (http://www2u.biglobe.ne.jp/~tossie/MMA-3C24-J.html)
-
ครับ คุณอำพล ขอบคุณที่มาช่วยตอบ เรื่อง Hi-So
สำหรับ FX-40-5 ผมใช้กับ PP2A3 แทน UTC LS55/57 ที่พังไปตัวหนึ่งเสียงออกมาดีกว่าเดิมครับ
-
ขอโทษครับ เขียนไม่ละเอียด อาจจะทำให้เข้าใจผิดได้
ของเดิม NC-16 ขด Primary สองขดขนานกัน ทำให้เหมือนเราเอาขด (3.5K สองขดมาขนานกัน)
แก้เป็น NC-16 มีขด Primary สองขดแยกจากกัน
ถ้าเอาทั้งสองขด มาอนุกรมกัน จะได้ Primary Impedance = 7K ใช้กระแสไม่เกิน 10mA
ถ้าเอาทั้งสองขดของ Primary มาขนานกันเพื่อให้ กระแส Primary สูงขึ้นได้ถึง 15-20mA
แต่ Primary Impedance ของ NC-16 จะลดลงเหลือ 3.5K ขนาน 3.5K = 1.75K
ไม่ทราบว่าผมเข้าใจผิดหรือไม่ ยังไงถ้าผมเข้าใจผิด ก็มากระซิบที่ข้างหูผมก็ได้ ผมจะได้ไม่หน้าแตก กลางวง
ยังไงถ้าผิด ก็ยอมรับพร้อมที่จะแก้ใขให้ถูก ตามความเป็นจริงด้วยครับ
NC-14,NC-16 ยังสามารถใช้เป็น Interstage จากสัญญาญ Unbalance ไปเป็น Balance เพื่อขับ หลอดในวงจร PP โดยขากลางด้าน Primary ต่อกับไฟเลี้ยงเพรท ส่วน
ขากลาง Secondary ต่อลงกราวด์ ที่เหลืออีกสองขา ต่อกับกริดของทั้ง Phase + , Phase -
-
จาก Radiotron transformer ครับ
- เดิม 7k ถ้าใช้ 2 ซีกมาขนานกัน จำนวนรอบก็จะเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง แต่ primary impedance จะเป็น 7k/4 = 1.75k ครับ
-
ถูกแล้วครับคุณประสาน
ตามที่เขียนอยู่ตอนต้นละครับ
ถ้าเอาทั้งสองขดของ Primary มาขนานกันเพื่อให้ กระแส Primary สูงขึ้นได้ถึง 15-20mA
แต่ Primary Impedance ของ NC-16 จะลดลงเหลือ 3.5K ขนาน 3.5K = 1.75K
-
ถูกแล้วครับคุณประสาน
ตามที่เขียนอยู่ตอนต้นละครับ
ถ้าเอาทั้งสองขดของ Primary มาขนานกันเพื่อให้ กระแส Primary สูงขึ้นได้ถึง 15-20mA
แต่ Primary Impedance ของ NC-16 จะลดลงเหลือ 3.5K ขนาน 3.5K = 1.75K
ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นต่อนะครับ
ประเด็นของผมคือ การที่จำนวนรอบของขด primary ลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเกิดจาก
1. การใช้งานเพียงครึ่งเดียว โดยที่อีกครึ่งหนึ่งปล่อยลอยไว้ หรือ
2. นำแต่ละซีกซึ่งมีจำนวนรอบเท่ากัน มาขนานกัน
ทั้งสองกรณีจะมีผลทำให้ค่า primary impedance เปลี่ยนแปลงจากเดิม 7k กลายเป็น 1.75k เลยครับ โดยไม่ผ่านสเต็ปที่จะกลายเป็น 3.5k ก่อนครับ
การขนานลวดในกรณีที่ 2 มีผลทำให้ DCR ลดลงด้วยครับ
-
d_d ชัดเจนใน Audio Transformer Theory ครับ....ช่วงนี้ PP กำลังมาหลายคนจึงอาจสับสนถึงที่มาที่ไปได้.....ดีที่มารื้อฟื้นความจำกันหน่อยครับ อีกด้านนึงในทางกลับกันที่เห็น DIY พี่ยุ่นทำกันโดยการเอา OPT แบบ PP มาใช้เป็น SE Type ก็คือเรื่องของ Primary Inductance เมื่อขนานแล้วตกลง รวมถึงเรื่องของ Unbalance DC อยู่ใน range ที่เราจะยอมรับได้อยู่ K)
*ช่วงนี้ผมรู้สึกจะมีอาการแบบนี้......... ฟัง PP มันส์ๆ ไปซักเดือนนึงนะ แล้วกลับไปปัดฝุ่นเครื่องเก่าๆ ฟัง SE Type อีกรอบ รายละเอียดทางเสียงต่างๆ ที่หดหายไปจากวงจรแบบ PP ทำให้ผมแทบไม่อยากกลับไปฟังแอมป์ PP อีกเลย....ของมันเหมาะกับดนตรีคนละประเภทกันจริงๆ :D
* ส่วนอันนี้นอกเรื่อง..... :) โค-ตระ 12AU7 เสียงดีสุดๆ หรือว่ามันหายากกันว่ะเนี้ย... ;D ;D ;) http://www.ebay.de/itm/2-Valvo-12AU7-ECC82-1955-Longplate-Slanted-D-Getter-/300591115260?pt=Vintage_Electronics_R2&hash=item45fca06bfc&autorefresh=true
-
สีสันของหม้อและอุปกรณ์ แอ็มป์ คุณ อำพล กิ๊บเก๋มั่กๆ ชอบๆๆ
ต้องหาโอกาส นำน้องแทมมี่ หม้ออินเตอร์ฯ และหม้ออินพุท มาใช้บ้างแล้ว
ที่ผ่านมาข้าน้อยก็ทำแต่ SE amp มาโดยตลอด..........(พูดยังกะทำแยะ สำเร็จเรียบร้อยพอดูได้มีสามสี่ตัวเอง ที่เหลือเคยลองแล้วรื้อ เป็นส่วนใหญ่)
พึ่งมาทำพุชพูล แต่เป็นฟูลลี่บาล้านซ์ ขับหูสแต็ก โดยตรง(ได้แรงบันดาลใจจากโปรเจ็คของคุณ dps)
วงจรก็ ใช้ SE E80CC ,CCS load ใช้ R-cathode ร่วม
แหล่งสัญญาณ เป็นฟูลลี่บาล้านซ์จากแด็คฯ 24/192
รู้สึกว่า โอเคเช่นกัน รายละเอียดต่างๆ ยังคงมีครบครัน อาจเป็นเพราะหลอดมันขยายสเตจเดียว แล้วสัญญาณที่เพลทสวิงประกบขับไดอะแฟรมโดยตรงเลย
(อย่่างไรก็ตาม เดี๋ยวคงหาทางลองกับหูฟัง ไดนามิคดูบ้าง ว่าขับแบบ SE&Fully balance แล้วรายละเอียดต่างกันไหม ความสะดวกกับการสังเกตุเรื่องรายละเอียดเสียงนี่ หูฟังที่ดีในระดับหนึ่งก็ช่วยได้แยะเช่นกัน)
-
K) นานมาแล้ว....เห็นเสี่ยคุ้มมี B-xxxx อยู่มิใช่หรือ ???
-
อีกคำถามครับ > บางวงจรใช้ R ค่าสูงต่อขนานกับ Interstege ด้าน Sec. เพื่ออะไร และมีหลักการใจการใช้ค่า R อย่างไรครับ... ???
-
:) มันเป็นการ Termination for best frequency response ครับน้าเหลิมฯ บางทีอาจจะ ใช้ R ต่อ Series กับ C ค่าน้อยๆ 100-1000 pF อย่างที่พบเห็นในบางวงจรเก่าๆ
"Load ในด้าน Secondary เป็นการสะท้อน Impedance กลับไปยังขด Primary"
*ถ้าเพ่งกันถึงใส้ในจริงๆ แอมป์ของลุง Sakuma San ที่ได้ฉายาเป็น sale man ให้แก่ค่าย Tamura เองก็มักจะมี Terminate Resistor ใส่ซ่อนอยู่ในเครื่องแต่ไม่ค่อยได้ระบุตัวตนจริงอยู่ในวงจร ค่าที่มันเหมาะสมมันจะมีผลต่อการตอบสนองความถี่รวมถึงความราบเรียบด้วยครับ มีวิธีง่ายๆ โดยใช้ Scope ใส่ Square Wave @ 1 KHz เอา VR (ค่ามากกว่า Zs เยอะๆ ) มาคร่อม จากนั้นค่อยๆ ปรับลดค่าจนได้รูปสี่เหลี่ยมที่สวยสมบูรณ์ที่สุด *ถ้าเอาแบบบ้านๆ ใส่แล้วก็ฟังเสียงไปปรับไปแบบผมเอาก็ง่ายดีครับ ความรู้สึกคือใส่แล้วเสียงจัดๆ โด่งๆ ลดลง ฟังแล้วเสียงราบเรียบยิ่งขึ้น ;D
;) *อะไรเอ่ย :D ยิ่งเก่ายิ่งมีราคา K)
-
อ่านเจอความเห็นในการทดสอบ Audio transformer ด้วย Square wave น่าสนใจก็เลยเอามาให้อ่านกันครับ http://www.electra-print.com/techblog.php?blogid=5
-
เรียนคุณประสาน
ผมกำลังตรวจสอบกัน ISO Tango ที่ญี่ปุ่นผ่านเพื่อนของผมที่ญี่ปุ่นว่า 1+1 : 2+2 ของ NC-16
มันมีความหมายถึง Impedance Ratio หรือ Turn Ratio รวมทั้ง Tamura ในรุ่น B-XXXX ในความหมายเดียวกัน
ได้ข้อมูลยืนยันจากผู้ผลิตเป็นตัวหนังสือเพียงใด คงจะพอช่วยตอบข้อสงสัยในข้อนี้ได้ แล้วจะมาต่อในเรื่องนี้ต่อครับ
ผมยังค้างตอบหลายกระทู้ครับ ไม่ลืมจะมาตอบให้หมด ช่วงนี้ธุรกิจไม่ค่อยดี คนเราเหลือน้อยมาก แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก
ต้องทุ่มแทเวลาให้ธุรกิจอยู่รอดเป็นอย่างมาก ก็ใก้ลหมดเวลาทำงานเต็มทีแล้ว อยากจะพักมีเวลาสนุกๆแบบนี้เยอะ
-
เรียนคุณประสาน
เนื่องด้วย ถ้าเรา อ่านคู่มือของ Tamura Transformer มาดู เช่น B-5003 เขียนในคู่มือว่า
B-5003 Impedance Ratio = 5K : 20K
Winding Ratio = 1 : 2
ถ้าตามคู่มือของทามูระ ในญี่ปุ่น กำลังหาตัวจริงมาดูว่า บนตัว หม้อแปลงเขียนทำนองนี้หรือเปล่าว 5K 1 : 4 หรือไม่
ใครมี Tamura B-5XXX Interstate ยังไงช่วยโพสรูปแผ่นปิดหม้อแปลง ที่ติดหม้อแปลงมาด้วยครับ
เพราะว่าถ้าเขียนดังกล่าวอาจจะเป็นไปได้ว่า ISO Tango ,Japan น่าจะใช้มาตราฐานเดียวกัน
อาจจะเป็นไปได้ว่า NC-16 , 7K 1+1 (Primary มีสองขด) :2+2 อาจจะเป็นไปได้ว่า บรรทัดนี้
อาจจะเป็น Impedance ratio ไม่ใช้ Turn Ratio ต้องหาข้อมูลประกอบเพิ่มครับ
กำลังหาคู่มือละเอียดของ Tamura B-5002/B-6002 มาดูประกอบ
เมื่อได้ข้อมูลจากโรงงานที่ผลิตกลับมาจากญี่ปุ่น ค่อยมาย่อยข้อมูลแล้วค่อยคุยกันต่อครับ
การหาข้อมูล และและราคาของหม้อแปลงเสียงในญีปุ่น สามารถดูได้ที่ www.noguchi-trans.co.jp, www.sunaudio.co.Jp ,
-
ถ้าผมจำไม่ผิด Tamura รุ่น B-5001(P-P) /B-5002(10K:40K) / B-5003(P-P) ถึง B-5004(5K:20K) ข้อมูลของ Turn Ratio จะเป็น 1:2 ครับพี่อานัติฯ ซึ่งตรงกับการคำนวนจาก Z ratio ครับ
*เป็นเรื่องที่น่าแปลก คือ ตระกูล B-xxx และ B-6xxx ทำตลาดไม่ดี ไม่ค่อยมีใครสนใจนัก เพราะมันระบุการตอบสนองความถี่ไว้ค่อนข้างแคบคือ 30-15KHz เท่านั้น
คนไปมองว่าขนาดลุง Sakuma ยังต้องให้ Tamura ทำรุ่น Special ออกมาแทนในงาน DIY ของตนหลายรุ่น ซึ่งแน่นอนราคาแพงกว่าธรรมดามาก โดยทาง sun เมื่อได้จังหวะก็กวาด special series หมด stock เรียบร้อยโรงเรียนพี่ยุ่นไปแล้ว ;D
ซึ่งงานนี้ ถ้าจะฟัดกันจริงๆ NC-20F มันต้องชนกับ SIT-5KM ถึงจะสมน้ำสมเนื้อกันเป็นต้นครับ ;)
-
โดยหลักสากลแล้ว ถ้าผู้ผลิตจะให้ข้อมูลเป็น Imp ratio จะบอกมาเป็นค่า Imp เลยครับ เช่น UTC A-16 15k : 60k เป็นต้น จะไม่ใช้ 1:4 ครับ เพราะจะทำให้ผู้ใช้สับสนครับ แต่ถ้าจะบอกเป็น 1:2.5, 2:3 อันนี้เป็น Turn Ratio แน่นอนครับ ถ้าปฏิบัติต่างไปจากนี้ ผู้ผลิตรายนั้นก็จะคุยกับผู้ใช้ไม่รู้เรื่องครับ จำได้คร่าวๆ ว่าเรื่องนี้เคยคุยกันจนมีข้อสรุปแล้วเมื่อหลายปีก่อน ลอง Search หากระทู้เก่าๆ ซัก 5-6 ปีก่อนดูครับ :)
-
ขอบคุณ คุณอำพล กับ Mr. Tube ครับ
ผมกำลังงงๆ อยากจะหาข้อมูลจริงๆของ NC-16 ,7K 1+1 : 2+2 ที่ตามที่ Mr Tube บอกไว้ "เช่น UTC A-16 impedance Ratio 15k : 60k เป็นต้น จะไม่ใช้ 1:4 ครับ "
เพราะตามที Mr Tube แจ้งไว้ ว่า " แต่ถ้าจะบอกเป็น 1:2.5, 2:3 อันนี้เป็น Turn Ratio แน่นอนครับ "
ถ้าเป็นแบบนี้ NC-16 จะมี Turn Ratio = 1+1 (Serial Primary) : 2+2 (Serial Secondary )
= 2:4 = 1:2
ดังนี้ Voltage Gain Secondary / Primary = 2/1 = 2
เพราะว่า ตามที่ผมสังเกตหม้อแปลงของญี่ปุ่นเช่น B-5004 ตามที่คุณ อำพล โพสมา มันคล้ายกับที่ TANGO NC-14 แสดงไว้
ฺTamura B-5002 มี Impedance Ratio 10K : 40K , Winding Ratio ( Secondary to Primary Turn ratio) = 1:2 ที่ ทำให้อาจเข้าใจผิดเพราะ
งั้นผมก็เข้าใจถูกต้องตามที่ กล่าวไว้ในต้นกระทู้นี้ที่
" โดยปกติถ้า ต่อ NC-16 แบบปกติ (Secondary Serial) จะมี Impedance Ratio Secondary / Primary = 14K /7K อัตราส่วนกำลังขยาย = Square root 2 = 1.414
ฮัตราส่วนกำลังขยาย เท่ากับ Turn Ratio Secondary to Primary คล้ายๆกับ NC-14 อันที่ อาจจะทำให้งงคือ 7K 1+1 : 2+2 เลยสอบถามไปยังผู้ผลิตทั้งสองรายเพื่อขอคำอธิบายชัดๆครับ จะได้หายสงสัย
-
ภาพถ่ายจาก nameplate ของ NC-16 ที่ผมมีอยู่ครับ
-
ขอบคุณครับ คุณประสาน
รูปที่โพส แก้ข้อส่งสัยได้หมด ตามรูปที่มุมบนขวาของ NC-16 เขียนไว้แล้วว่า Turn Ratio 1+1 / 2+2
ดังนั้น Turn Ratio Secondary to Primary NC-16 = 2+2/ 1+1 = 2 ดังนั้น ถ้าต่อ Serial ด้าน Primary , Secondary กำลังขยายของ NC-16 = 2 ไม่ใช่ 1.414 ตามที่ผมเข้าใจไม่ถูกต้องตอนแรก
เพราะว่าเข้าใจตาม แค็ตตาล็อกของ Tango ที่เขียนว่า 7K , 1+1 : 2:2 ทำให้ผมเข้าใจว่า Impedance Ratio = 7K ต่อ 14K โดยที่ความจริงแล้ว Impedance Ratio Secondary/ Primary = 28K ต่อ 7K ( 4 ต่อ 1 )
ดังนั้น Impedance Ratio Secondary to Primary ของ NC-16 = 4:1 และ Turn ratio NC-16 = 2:1
ต้องขอบคุณ คุณประสานและ Mr. Tube ที่พยายาม อธิบายความเข้าใจผิดของผมให้ถูกต้อง ดีที่คุณประสานเอารูปมาให้ดู เลยเห็นทางสว่าง
ความจริง ผมก็มี NC-16 อยู่ที่ทำงาน แตไม่ได้เปิดกล่องดูสักที น่าเข็กหัวตัวเอง :black_eye