HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: namo ที่ 28 สิงหาคม, 2011, 08:56:11 am
-
ตามกระทู้เลยครับ แล้วเสียงที่ได้มันจะเป็น 3875ที่มีกำลังมากกว่า หรือจะเพี้ยนเป็นอย่างอื่น
-
3875 ขนานกันไม่ได้เดี๋ยวมันโหลดกันเอง ตีกันเอง. ทำได้แค่บริดกัน
หากอยากขนานต้องตัวใช้ตัวพี่มัน3886
-
เคยอ่านเจอที่ไหนจำไม่ได้เวปไทยนี่แหละเขาเอา LM3875 ขนานกัน 8 ตัว
การขนานกันไม่น่าจะทำให้ Watt เพิ่มขึ้นนะครับ แต่รับโหลดได้มากขึ้น
-
ขนาน แล้วก็ใช้วงจรบริดจ์ หรือทำเป็นฟูลลี่บาล้านซ์
ขาออกของชิบแต่ละตัว ใช้ตัวต้านทาน 0.1 - 0.22 Ohms อนุกรมก่อนนำมารวมกัน
ถ้าทำ 4 pairs / Ch ................Transformers 24-0-24 15A rms / CH
100W @ 8 Ohms
200W @ 4 Ohms
คือ Power output แบบสบายๆ (อาจดูว่าใช้หม้อแปลงเกินมาตรฐานที่พบเห็น/ทำทั่วไปบ้าง)
หากต้องการถึง 400W @ 2 Ohms คงต้องขนานกันถึง 8 pairs และหม้อแปลง อาจต้องใช้ 20A/ch
และต้องแน่ใจว่า ปรีแอ็มป์หรือ ต้องเพิ่มวงจร อินพุทบัฟเฟอร์ด้วย
-
ขนาน แล้วก็ใช้วงจรบริดจ์ หรือทำเป็นฟูลลี่บาล้านซ์
ขาออกของชิบแต่ละตัว ใช้ตัวต้านทาน 0.1 - 0.22 Ohms อนุกรมก่อนนำมารวมกัน
ถ้าทำ 4 pairs / Ch ................Transformers 24-0-24 15A rms / CH
100W @ 8 Ohms
200W @ 4 Ohms
คือ Power output แบบสบายๆ (อาจดูว่าใช้หม้อแปลงเกินมาตรฐานที่พบเห็น/ทำทั่วไปบ้าง)
หากต้องการถึง 400W @ 2 Ohms คงต้องขนานกันถึง 8 pairs และหม้อแปลง อาจต้องใช้ 20A/ch
และต้องแน่ใจว่า ปรีแอ็มป์หรือ ต้องเพิ่มวงจร อินพุทบัฟเฟอร์ด้วย
ขอบคุณครับ เดี๋ยวลองค้นหาความรู้วิธีการบริดจ์ ดูก่อนครับ เพราะไม่เข้าใจ
-
ขนาน แล้วก็ใช้วงจรบริดจ์ หรือทำเป็นฟูลลี่บาล้านซ์
ขาออกของชิบแต่ละตัว ใช้ตัวต้านทาน 0.1 - 0.22 Ohms อนุกรมก่อนนำมารวมกัน
ถ้าทำ 4 pairs / Ch ................Transformers 24-0-24 15A rms / CH
100W @ 8 Ohms
200W @ 4 Ohms
คือ Power output แบบสบายๆ (อาจดูว่าใช้หม้อแปลงเกินมาตรฐานที่พบเห็น/ทำทั่วไปบ้าง)
หากต้องการถึง 400W @ 2 Ohms คงต้องขนานกันถึง 8 pairs และหม้อแปลง อาจต้องใช้ 20A/ch
และต้องแน่ใจว่า ปรีแอ็มป์หรือ ต้องเพิ่มวงจร อินพุทบัฟเฟอร์ด้วย
ขอบคุณครับ เดี๋ยวลองค้นหาความรู้วิธีการบริดจ์ ดูก่อนครับ เพราะไม่เข้าใจ
(http://2.bp.blogspot.com/_dHN9q-NFRpI/SYZ-Q_1e9FI/AAAAAAAAAQM/-Nx65ETRYxM/s400/bpa-200-schematic.gif)
-
LM3886 ขนาน 3 ตัวได้ 150 watts :clap
http://www.shine7.com/audio/bpa300.htm
http://www.diyaudio.com/forums/chip-amps/65131-bpa300-mono-block-finished-measured.html?perpage=25&pagenumber=1
-
Jeff Rowland ไงครับ เอา 3886 (ถ้าจำผิดขออภัย) มาขนานๆกัน รูปกับวงจรในเนทน่าจะหาได้ไม่ยากครับ
-
Jeff Rowland ไงครับ เอา 3886 (ถ้าจำผิดขออภัย) มาขนานๆกัน รูปกับวงจรในเนทน่าจะหาได้ไม่ยากครับ
ถ้าผมจำไม่ผืด Jeff ใช้ หม้อแปลงอินพุทของเจนเซ็น ( และอาจเป็น phase spliter ในตัว) ด้วยครับ
เท่าที่เคยลอง .. ผมว่า การขนาน/บริจด์ chip amp ได้แต่กำลังมากขึ้น แต่รายละเอียดเสียงสูงแบบ เดี่ยว ๆ ไม่ได้ครับ
ปล. 3875 เหมาะกับเอามาขนาน ไม่เหมาะทำบริดจ์ ยกเว้นใช้ไฟไม่เกิน +/-20V
-
ถ้าเน้นวัตต์ แนะนำให้ไปเล่นพวกตระกูล STK ดีกว่าครับ เน้นภาคจ่ายไฟดีๆ เสียงก็โอเคนะครับ
-
ขออนุญาตสอบถามเอาความรู้นิดนึงครับ ปกติแล้วเราจะคิดกำลังที่โหลด(ขออนุญาตคิดแบบ DC เพราะ AC ก็เปลี่ยนไปนิดหน่อยแต่ไม่มาก) ตามกฏ P=IV แต่เนื่องจากกฏของ Ohm คือ V=IR ดังนั้นถ้าไฟเลี้ยง(มีผลต่อแรงดันที่สวิงออกที่เอาท์พุต)คงที่แล้ว ลำโพงแต่ละตัวย่อมมีความสามารถที่จะยอมให้กระแสไหลผ่านได้สูงสุดค่าหนึ่งเท่านั้นซึ่งจะทำให้กำลังที่ลำโพงรับได้มีค่าคงที่ตามไปด้วย ทีนี้ถ้าสมมุติว่าผมต่อ 3886 ตัวเดียว ให้กำลังวัต 60W ที่ 4 โอห์ม แต่ถ้าต่อสามตัว ได้ 150W ที่ 4 โอห์ม ที่ 8 โอห์ม หรือแม้แต่มากกว่านี้ เพื่อใ้ห้ได้กำลังขับ 400W ถึงแม้ว่าตัวชิปจะจ่ายกระแสออกมาได้ แต่เนื่องจากลำโพงมี Impedance คงที่ ถ้าเราไม่เปลี่ยน Impedance ของลำโพงหรือแรงดันไฟเลี้ยงของชิป กำลังขับเอาท์พุตจะออกได้ถึง 400W จริงหรือครับ? ยิ่งไฟเลี้ยงชิปนี้มีค่าไม่สูงนักด้วย ที่ผมเคยเห็นมาแอมป์ระดับ 300W-400W ที่ 8 โอห์มนั้นแรงดันไฟเลี้ยงวงจรค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่บางตัวระบุไว้ว่า กำลังขับไปได้ถึง 1200W แต่เป็นที่โหลดเพียง 2 โอห์มเท่านั้น ผมก็เลยออกจะงงๆกับ LM3886 นี้ครับ ถ้าพี่ๆ อาจารย์ท่านใดรู้อธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ ขอบคุณพี่เจ้าของกระทู้ และทุกท่านที่ร่วมตอบล่วงหน้าครับ
-
พื้นฐานก็ v=ir p=vi นี่ล่ะครับ ถ้า r ลำโพงไม่ลด จะเอาวัตต์เพิ่ม ก็ต้องเพิ่ม v เพิ่ม i ล่ะครับ ทีนี้ถ้าเพิ่ม v ไม่ได้แล้ว ก็ต้องอัด i อย่างเดียว ทำไงล่ะทีนี้ ก็ต้องหันมาลด r เปลี่ยนโหลด
วิธีการหาค่าแรงดันไฟเลี้ยง คำนวนกระแส กำลัง ผมว่าลองอ่านใน datasheet ของ 3875 หรือ 3886 ดูก็ได้ครับ อ่านทำความเข้าใจแล้วจะตอบคำถามอื่นๆได้อีกเยอะเชียวครับ ;)
-
Impedanceของลำโพงไม่คงที่ครับ ขึ้นอยู่กับตัวดอก+ครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์ค+ตู้ บางคู่บอกว่าปกติ8โอห์มแต่บางช่วงลงไปถึง2-3โอห์ม โดยเฉพาะพวกไฮเอนด์ที่มีหลายๆดอก ดังนั้นจึงมักจะเผื่อแอมป์ไว้สำรองให้พอเพียงในช่วงที่โหมกระหน่ำซัมเมอร์เซล ในช่วงฟังปกติไม่กี่วัตต์หรอก อีกตัวที่สำคัญคือค่าแดมปิ้งแฟคเตอร์ การขนานหรือบริดจ์ ก็มีผลต่อตัวนี้
สำหรับชิปแอมป์ตัวนี้ฟังเดี่ยวๆดังพอประมาณจะดีที่สุด หรือใช้ลำโพงความไวสูงๆเอา
-
ตัวอย่างที่ลองกันครับ แค่นี้ห้องก็สะเทือนแล้ว