HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: wit66 ที่ 19 กันยายน, 2011, 11:55:12 pm
-
คือผมใช้ DAC 1543อยู่ดันเผลอไปขับหูฟังตรงๆ ปรากฏ IC Opamp ไหม้ครับ ภาคจ่ายไฟที่เลี้ยงออพแอมป์ก็พัง จัดการเปลี่ยน TR ภาคจ่ายไฟใหม่ ใช้ได้ปกติ ของเดิมที่ไหม้คือ 2107 แต่ไม่มีสำรองเลยใส่ 2111KP แทน ทีนี้คำถามครับ ถ้าผมจะโดดไปเล่นพวก
OPA602AU + Dual Adapter 480บาท
OPA827 + Dual Adapter 600บาท
OPA627AU + Dual Adapter 1200บาท
เสียงที่ได้จะเปลี่ยนไปแบบไหนบ้างครับ (ไม่ทราบจริงๆผมไม่เคยลองใช้เบอร์ดังกล่าวเลย)
หรือผมจะไปเล่นแบบ Jfet ตัวเดี่ยวๆดีครับ
-
นี่เป็นวงจรที่ผมใช้
-
ส่วนอันนี้เป็นแบบเฟตตัวเดี่ยวๆ
-
ช่วยแนะำนำหน่อยนะครับกลัวเสียเงินฟรี ขอบคุณครับ
-
ถ้าเดิมๆใช้ 2107 / 2111 อยู่แล้วจะเปลี่ยนเป็นชุดที่ว่านี่ ผมแนะนำได้แค่ 627 ตัวเดียวเพราะตัวอื่นยังไม่ได้ลอง เสียงดีขึ้นเยอะเหมือนกันนะครับ รายละเอียด มิติ soundstage เนื้อเสียง ความสงัด ความเป็นดนตรี ผมว่าก็น่าลงทุนอยู่นะ เพิ่มอีกไม่กี่ร้อย O0
ส่วน b1 นี่ ใช้ Riv 1.5k ปลายเสียงมันไม่แตกเหรอครับ ของผมใช้แค่ 330R เองมั้งถ้าจำไม่ผิด ต่อไปว่าจะใช้น้อยกว่านี้ด้วยซ้ำ
เอ แต่ไม่เข้าใจว่าออปแอมป์ออกไปขับหูฟังมันจะพังได้ไง เพราะมันก็น่าจะขับได้สบายๆอยู่แล้ว นอกจากอัดมันหนักๆ ;D
-
เปลี่ยนอุปกรณ์ส่วนนี้เสียงก็เปลี่ยนนะครับผมเคยลองเปลี่ยนใส่เป็นR caboncompositเสียงนุ่มขึ้นครับ
-
อยากใ้ห้ใช้ ไดโอด มหาเทพ FE5D ครับ แล้วก็จะได้เสียงที่มีมิติที่ดีขึ้นครับ ตัวละ 15 บาท c) c) c)
-
ส่วน b1 นี่ ใช้ Riv 1.5k ปลายเสียงมันไม่แตกเหรอครับ ของผมใช้แค่ 330R เองมั้งถ้าจำไม่ผิด ต่อไปว่าจะใช้น้อยกว่านี้ด้วยซ้ำ
ค่าตามนี้ถูกแล้วครับ ถ้าเปลี่ยน r i/v จะต้องคำนวนค่าวงจร b1 และไฟเลี้ยงใหม่ทั้งหมด เพราะผมออกแบบมาเป็น direct coupling ครับ
ส่วนเรื่องเสียงก็ตามราคาครับ ส่วนตัวชอบ 827 เพราะราคาต่อคุณภาพมันเหมาะสมดี แต่ถ้ามีเงินเหลือๆก็ 627 จะได้หมดสงสัยไปว่าดีที่สุดในตระกูล bb มันแค่ไหนน่ะครับ
นอกจากนี้ยังมีของ lme กับตระกูล ad อีกหลายเบอร์(ad8620 ถ้าได้ของแท้ก็เสียงดีนะครับ) ซึ่งคงต้องระวัง ตระกูล ad ปลอมเยอะผมโดนมาแล้ว
เสียงก็ต่างๆกันไปแล้วแต่คนชอบครับ
-
คือผมใช้ DAC 1543อยู่ดันเผลอไปขับหูฟังตรงๆ ปรากฏ IC Opamp ไหม้ครับ ภาคจ่ายไฟที่เลี้ยงออพแอมป์ก็พัง จัดการเปลี่ยน TR ภาคจ่ายไฟใหม่ ใช้ได้ปกติ ของเดิมที่ไหม้คือ 2107 แต่ไม่มีสำรองเลยใส่ 2111KP แทน ทีนี้คำถามครับ ถ้าผมจะโดดไปเล่นพวก
OPA602AU + Dual Adapter 480บาท
OPA827 + Dual Adapter 600บาท
OPA627AU + Dual Adapter 1200บาท
เสียงที่ได้จะเปลี่ยนไปแบบไหนบ้างครับ (ไม่ทราบจริงๆผมไม่เคยลองใช้เบอร์ดังกล่าวเลย)
หรือผมจะไปเล่นแบบ Jfet ตัวเดี่ยวๆดีครับ
เสนอวงจรนี้ให้ลองเล่นครับ ราคาข้างละไม่เกิน 40 บาทครับ
-
ขอบคุณครับ ไปลื้อกองขยะที่บ้านเจอเฟตเบอร์ 2sk192aอยู่ 4ตัวพอดี เทียบเสปคแล้วน่าจะพอแก้ขัดได้กะ2sk170ได้ลองวิชาก่อน
-
ค่าตามนี้ถูกแล้วครับ ถ้าเปลี่ยน r i/v จะต้องคำนวนค่าวงจร b1 และไฟเลี้ยงใหม่ทั้งหมด เพราะผมออกแบบมาเป็น direct coupling ครับ
หมายถึงลองแล้วปลายเสียงไม่แตกน่ะเหรอครับ มันไม่ได้เกี่ยวกับ b1 หรอกครับ buffer ข้างหลังจะเป็นอะไรก็ได้ Riv คำนวนจากระดับไฟเลี้ยงของ 1543 ครับ ถ้ามากเกินไปก็ปลายเสียงจะแตกๆ ผมลองมาค่าสูงๆไม่เวิร์คครับ ต้องกลับมาใช้ค่าต่ำๆ ถ้าลองแล้วปลายเสียงแตกก็ลองลด Riv ลง แล้วก็คำนวนระดับไฟเลี้ยงของ b1 ใหม่แค่นั้นเองครับ
ที่ว่าออกแบบไว้เป็น direct coupling แค่ input มั้งครับ ถ้าจะทำ direct coupling ให้ได้ประโยชน์จริงๆน่าจะเอา output เป็น dc coupled ด้วยเลย ไม่งั้นภาคต่อไปก็เป็น capacitor coupling อยู่ดี
-
วงจรนี้น่าสนไหมครับใช้มอสเฟตตััวเดียวภาคจ่ายไฟ+- 30แนะ
-
ค่าตามนี้ถูกแล้วครับ ถ้าเปลี่ยน r i/v จะต้องคำนวนค่าวงจร b1 และไฟเลี้ยงใหม่ทั้งหมด เพราะผมออกแบบมาเป็น direct coupling ครับ
หมายถึงลองแล้วปลายเสียงไม่แตกน่ะเหรอครับ มันไม่ได้เกี่ยวกับ b1 หรอกครับ buffer ข้างหลังจะเป็นอะไรก็ได้ Riv คำนวนจากระดับไฟเลี้ยงของ 1543 ครับ ถ้ามากเกินไปก็ปลายเสียงจะแตกๆ ผมลองมาค่าสูงๆไม่เวิร์คครับ ต้องกลับมาใช้ค่าต่ำๆ ถ้าลองแล้วปลายเสียงแตกก็ลองลด Riv ลง แล้วก็คำนวนระดับไฟเลี้ยงของ b1 ใหม่แค่นั้นเองครับ
ที่ว่าออกแบบไว้เป็น direct coupling แค่ input มั้งครับ ถ้าจะทำ direct coupling ให้ได้ประโยชน์จริงๆน่าจะเอา output เป็น dc coupled ด้วยเลย ไม่งั้นภาคต่อไปก็เป็น capacitor coupling อยู่ดี
ไม่แตกครับ เพราะคำนวนเรียบร้อย ว่าไฟเลี้ยง 1543 เท่าไรจะให้สัญญาณมันสวิงได้เท่าไร รวมทั้งแรงดันเมื่อไม่มีสัญญาณที่ออกจาก 1543 ก็จะมีผลกับการไบอัส b1 ซึ่งแรงดันตรงนี้จะต้องเหมาะสมกับไบอัสของ b1 ด้วย
แต่วงจรนี้ไม่ได้ตรงกับ b1 ต้นฉบับทั้งหมดนะครับ เพราะดัดแปลงทั้งไฟเลี้ยงและไบอัสที่ผมเห็นว่าน่าจะเป็นจุดอ่อนและไม่จำเป็นของ b1 ออก อย่าง direct coupling ของเดิมเขาจะมี c input เพราะตรงเกทของเฟทจะต้องมีไฟ + จำนวนนึงเลี้ยงอยู่ถ้าไม่มี C ไฟย้อนกลับเข้าซอสเราก็พัง แต่เนื่องจากวงจร 1543 ตรงขาออกจะต้องมีแรงดัน + อยู่จำนวนนึงอยู่แล้ว ก็เลยคำนวนให้มันมาจอยกันพอดี โดยคิดเอาเองว่า สัญญาณที่ดีที่สุดคือสัญญาณที่ผ่านอุปกรณ์น้อยที่สุดและทางเดินสัญญาณสั้นที่สุดครับ แต่จุดอ่อนคือถ้าเปลี่ยนค่าใดค่านึงก็ต้องเปลี่ยนทั้งวงจรครับ
ส่วน output อันนี้เนื่องจากไม่รู้ว่าจะไปต่อเข้าอะไรกันก็เลยต้องมี C แต่ถ้าที่แอมป์มี c อยู่แล้วก็ไม่ต้องใส่ c output ก็ได้ครับ
-
คำนวนแบบไหนครับ แบบของตา Thorsen เหรอครับ ที่ใช้ๆกันก็โปรแกรมสำเร็จ tda1543 calc ก็แปลกดีผมลองแล้วปลายเสียงแตกทุกตัว หลายๆคนลองก็แตก บางคนก็บอกว่าไม่แตก
งั้นฝาก pass labs b1 fully direct coupled ไว้ให้ละกันครับ เผื่ออยากจะลองภาค output ที่เป็น direct coupled ดูก็ลองแปลงๆดูเอาครับ
http://www.diyaudio.com/forums/pass-labs/145201-building-symmetrical-psu-b1-buffer.html (http://www.diyaudio.com/forums/pass-labs/145201-building-symmetrical-psu-b1-buffer.html)
เสนอวงจรนี้ให้ลองเล่นครับ ราคาข้างละไม่เกิน 40 บาทครับ
แอบสนเหมือนกันครับ มีข้อดีข้อเสียยังไงบ้างครับ
-
ที่ใช้คำนวนจะเป็นไฟล์ pdf ภาษาอังกฤษครับ เขาอธิบายวิธีการคำนวนเอาไว้ ถ้าอ่านแล้วทำความเข้าใจหน่อยนึงก็จะคำนวนได้ครับ แรกๆอาจจะงงนึดหน่อยเพราะเขาไม่ได้มีสูตรมาให้แต่อธิบายเป็นคำพูดพร้อมตัวอย่างน่ะครับ แต่คำนวนออกมาแล้วตรงดี ปลายเสียงไม่แตกแน่เพราะ dac ตัวนี้นักเล่นระดับหูดีหลายคนลองทำแล้วบอกว่าเสียงดีครับ โดยเฉพาะเรื่อง noise ที่ต่ำมากๆ ยิ่งถ้าดัดแปลงนิดหน่อยขนาน dac เข้าไปอีกตัวยิ่งดีขึ้นอีกครับ
ส่วนวงจร direct coupling เข้าไปดูมาแล้วครับ มีจุดที่เอามาใช้ไม่ได้หลักๆคือ tda1543 ไม่ได้ให้ไฟออกเป็น 0V แต่จะเป็นไฟบวกค่านึง ซึ่งถ้าเข้าไปในวงจร direct coupling นี้ก็จะทำให้มีไฟตรงออกที่ output ไปด้วยครับ จะแก้ก็ต้องใส่ C input ซึ่งน่าจะแย่กว่าใส่ C output ครับ
-
เสนอวงจรนี้ให้ลองเล่นครับ ราคาข้างละไม่เกิน 40 บาทครับ
แอบสนเหมือนกันครับ มีข้อดีข้อเสียยังไงบ้างครับ
Concept เดียวกับ Pass D1 ครับ วงจรประเภทนี้เรียกรวมๆ ว่า Current Conveyor ครับ จริงๆ ก็เรียกกันหลายชื่อครับ ผมยึดเอาตามที่เขาจดสิทธิบัตรไว้ครับ ขา E ของ 2SC2240 ตัวทางซ้ายนั่นต่อเข้า Out ของ TDA1543 โดยตรงเลยครับ
(http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=76805.0;attach=160965;image)
คือว่า TDA1543 เป็น Current Output วิธีที่ดีที่สุดในการแปลง I to V ก็คือให้กระแสไหลผ่าน Ideal Resistor ครับ เพราะมีความเป็นเชิงเส้นสูงสุด แต่การต่อ R ที่ Iout ก็มีข้อเสียคือเกิด DC/AC ที่ตกคร่อม R ก็ตกคร่อม CCS ด้วย ทำให้ CCS เสียความเป็นเชิงเส้นไปเล็กน้อยครับ ก็เลยเอา Tr (MOSFET สำหรับ Pass) มารับกระแสครับ R ที่ Collector ทำหน้าที่ I to V โดย Tr จะรับความเปลี่ยนแปลงทั้ง DC/AC ไว้กับตัว ทำให้แรงดันตกคร่อม CCS ใน DAC คงที่และมีความเป็นเชิงเส้นดีกว่าครับ ส่วน Tr อีกตัวแค่ทำหน้าเป็น Emitter Follower ขับ Load Imp ต่ำเท่านั้นครับ ส่วน TL431 เป็นตัวสร้าง Ref Voltage ให้ขา B และ E ครับ วงจรนี้ปล่อยขา 7 ของ TDA1543 ลอยไว้เลยครับ ไม่ต้องต่ออะไรครับ วงจรนี้จะนับเป็น Passive I/V ก็ได้ครับ เพราะถ้า Philips ยัด Tr เข้าไปใน DAC อีกตัวเดียว เราก็ต่อ R เฉยๆ ได้แล้วครับ ;D
ข้อดีก็อย่างที่อธิบายไปครับ คือ Lower THD + Higher Resolution ครับ จริงๆ Tr จะเป็นเบอร์อื่นก็ได้ แต่ตัวนี้ Low Noise ราคาถูกและหาได้ทั่วไปครับ วงจร Pass D1 ใช้ MOSFET และต้องสร้างแหล่งจ่าย +/-30V ให้มัน ในขณะmujวงจรนี้เอาไฟเลี้ยง TDA1543 เข้าได้เลยครับ อีกเรื่องคือเสียงไม่แตกแน่นอนเพราะไม่ต้อง Set Center Voltage ที่ขา 7 ตาม Datasheet ครับ ส่วนข้อเสียก็วงจรนี้มี PSRR ต่ำครับ ต้องการแหล่งจ่าย Noise ต่ำๆ หน่อยครับ ซึ่งก็เช่นเดียวกับ Pass D1 ครับ เพราะวงจร Concept เดียวกัน :)
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผมใช้ I/V Current Conveyor แบบเดียวเลยครับ ไม่ว่าจะใช้ DAC เบอร์ไหน เฉพาะ Current Output นะครับ หาโอกาสลองดูครับ แล้วจะติดใจ กระซิบนิดนึง :secret ว่าคุณภาพเสียงขึ้นกับ R ที่เป็น I/V ตัวเดียวเลยครับ ตัวอื่นไม่ต้องพิถีพิถันครับ ;)
-
ขอบคุณพี่ Mr.Tube มากครับที่สละเวลาอธิบายให้ฟัง d_d
คุ้นๆว่าเป็นตัวที่เคยคุยกันไว้ป่าวครับ ของตา ec designs น่ะครับ ใช่ตัวที่อยู่ใน di dac 1543 ของพี่ที่ขายไปรึเปล่าครับ
อันนี้ใช้ tl431 ทำ voltage reference ถ้าใช้ชุดไดโอดกับ tr แบบใน super teddy reg นี่จะช่วยเรื่อง noise อะไรได้บ้างไหมครับ
ที่ใช้คำนวนจะเป็นไฟล์ pdf ภาษาอังกฤษครับ เขาอธิบายวิธีการคำนวนเอาไว้ ถ้าอ่านแล้วทำความเข้าใจหน่อยนึงก็จะคำนวนได้ครับ แรกๆอาจจะงงนึดหน่อยเพราะเขาไม่ได้มีสูตรมาให้แต่อธิบายเป็นคำพูดพร้อมตัวอย่างน่ะครับ แต่คำนวนออกมาแล้วตรงดี ปลายเสียงไม่แตกแน่เพราะ dac ตัวนี้นักเล่นระดับหูดีหลายคนลองทำแล้วบอกว่าเสียงดีครับ โดยเฉพาะเรื่อง noise ที่ต่ำมากๆ ยิ่งถ้าดัดแปลงนิดหน่อยขนาน dac เข้าไปอีกตัวยิ่งดีขึ้นอีกครับ
ส่วนวงจร direct coupling เข้าไปดูมาแล้วครับ มีจุดที่เอามาใช้ไม่ได้หลักๆคือ tda1543 ไม่ได้ให้ไฟออกเป็น 0V แต่จะเป็นไฟบวกค่านึง ซึ่งถ้าเข้าไปในวงจร direct coupling นี้ก็จะทำให้มีไฟตรงออกที่ output ไปด้วยครับ จะแก้ก็ต้องใส่ C input ซึ่งน่าจะแย่กว่าใส่ C output ครับ
สรุปก็คือวิธีคำนวนเดียวกันนั่นแหล่ะครับ ของตา Thorsen แต่ตา Rudolf Broertjes เอามา demonstrate ให้ดูใหม่แล้วไม่รู้ใครไปตัด post ของเค้ามาใส่ pdf เฉยเลย แล้วก็ไม่ได้ให้ credit เค้าหรือ reference อะไรซักอย่าง
ถ้าใช้วิธีคำนวนแบบนี้ก็อย่างที่บอกครับ คือหลายคนที่ลองก็ปลายเสียงแตกบ้างไม่แตกบ้าง ถ้าบอกว่าไม่แตกก็คงโชคดี ถ้าเจอแตกหมดแบบผมก็คงโชคร้ายมั้ง
ลองดู datasheet 1543 เรื่อง compliance voltage ดูก็ได้ครับ permitted output ได้แค่ +/-25mV ก็พอๆกับ 1541 แต่นี่เราเล่นเอา output ระดับเป็นโวลต์ออกมจากมันเลยในขณะที่เราเล่น Riv ใน 1541 ระดับไม่กี่สิบโอห์ม
เรื่องขนาน dac เพิ่มเข้าไปนี่ถ้าลองเช็คดูก็ไม่ได้ชอบทุกคนนะครับ ลองดูหลายๆแบบจะดีกว่า ส่วน dc offset ที input ของ b1 ผมว่าไม่ใช่ปัญหาครับ ชอบเล่นกับการปรับระดับไฟเลี้ยงอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ
-
ขอบคุณพี่ Mr.Tube มากครับที่สละเวลาอธิบายให้ฟัง d_d
คุ้นๆว่าเป็นตัวที่เคยคุยกันไว้ป่าวครับ ของตา ec designs น่ะครับ ใช่ตัวที่อยู่ใน di dac 1543 ของพี่ที่ขายไปรึเปล่าครับ
อันนี้ใช้ tl431 ทำ voltage reference ถ้าใช้ชุดไดโอดกับ tr แบบใน super teddy reg นี่จะช่วยเรื่อง noise อะไรได้บ้างไหมครับ
ยินดีครับ d_d
ใช่ครับ วงจรมาจากคุณ ecdesign ใน www.diyaudio.com ครับ วงจรที่แสดงนี้ผมดัดแปลงให้เหมาะกับ TDA1543 ครับ ส่วนใน Board ที่ขายไปก็วงจรนี้แต่ใช้ J-FET เป็น Buffer ครับ และผมใช้ Tr+LED เป็น Voltage Reference แทน TL431 ครับ ก็ตรงกับที่คุณ analoque จะใช้ Diode+Tr ครับ ผลทางเสียงออกมาดีกว่า TL431 นิดหน่อยครับคือ Background เงียบกว่า TL431 นิดนึง แต่จูนค่ายากกว่า เพราะ Vforward ของ LED แต่ละสีและสีเดียวกันคนละตัว ไม่เท่ากันครับ ก็เลยเสนอวงจรเป็น TL431 มาให้ครับ
แต่ที่ผมบอกว่าข้อเสียคือ PSRR ต่ำ ไม่ได้เกี่ยวกับ Vref ที่ใช้ TL431 นี่นะครับ ผมหมายถึง Supply 7-8V ครับ เพราะถ้า Ripple จาก Supply เยอะ มันจะวิ่งเข้า R I/V กับE-follower เลยโดยตรงครับ :)
-
ลองดู datasheet 1543 เรื่อง compliance voltage ดูก็ได้ครับ permitted output ได้แค่ +/-25mV ก็พอๆกับ 1541 แต่นี่เราเล่นเอา output ระดับเป็นโวลต์ออกมจากมันเลยในขณะที่เราเล่น Riv ใน 1541 ระดับไม่กี่สิบโอห์ม
เรื่องขนาน dac เพิ่มเข้าไปนี่ถ้าลองเช็คดูก็ไม่ได้ชอบทุกคนนะครับ ลองดูหลายๆแบบจะดีกว่า ส่วน dc offset ที input ของ b1 ผมว่าไม่ใช่ปัญหาครับ ชอบเล่นกับการปรับระดับไฟเลี้ยงอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ
ก็แปลกนะครับ dac ตัวนี้กรุ๊บบายทำกันกว่ายี่สิบคน ไม่เห็นมีใครพบว่าเสียงแตกน่ะครับ จริงๆแล้วตามทฤษฎีก็คงต้องตามคุณ analogue บอกคือพยายามให้โวลท์ output อยู่ใกล้ 0 มากที่สุด
แต่ที่ผมยังสงสัยอยู่คือ แนวคิดสองแบบนี้อันไหนน่าจะดีกว่าระหว่าง
output โวลท์ต่ำ ต้องทำการขยาย หรือต้องไปผ่านวงจรแปลงกระแสเป็นแรงดันให้สูงขึ้นมาต้องผ่านอุปกรณ์อีกจำนวนนึงเป็นการเพิ่ม noise ลด s/n
กับ output โวลท์สูง(ซึ่งยังสงสัยกันอยู่ว่าอยู่ในระดับที่ไอซีตัวนี้รับได้อยู่หรือเปล่า) ซึ่งถ้าไอซีตัวนี้มันรับแรงดันระดับนี้ได้อยู่ s/n ของวงจรน่าจะดีกว่าตามหลักคิดที่ว่าอุปกรณ์น้อยที่สุดคือดีที่สุดน่ะครับ
แต่อย่างว่าคือเราไม่แน่ใจว่าไอซีมันรับได้แค่ไหน บางคนบอกเสียงแตกบางคนบอกเสียงดีก็เลยยัง งง งง อยู่ครับ
ส่วนเรื่องระดับ dc offset ถ้าจะไม่ให้มีก็ต้องจ่ายเป็นแรงดัน +- ให้กับ 1543 ผมว่าก็เป็นไอเดียที่ดีเหมือนกันครับ ไว้มีโอกาสจะลองทำดู
-
ได้ความรู้เยอะเลยครับ ขอบคุณทุกท่านที่มาถกกันในกระทู้ ผมใช้ตัวนี้มาสักพักแล้วรู้สึกผูกพันกะมันพอสมควรทั้งที่ใจอยากลอง 1545 และมีกรุปบาย 1541 คาไว้อยู่ สงสัย1543ยังไปได้อีกไกล
-
ผมขออธิบายเพิ่มเติมดังนี้ครับ
Output ของ TDA1543 จะมี CCS อยู่ 2 ตัวอนุกรมกันอยู่ครับ โดย Output จะต่ออยู่กับจุดที่ CCS อนุกรมกัน (ดูรูปใน Datasheet ครับ) ถ้า CCS 2 ตัวมีกระแสสมดุลกัน ก็ไม่มี Output ออกครับ แต่ถ้าเสียสมดุลเมื่อไหร่ ส่วนต่างก็จะไหลไปทาง Output ครับ CCS ตัวที่ต่อลง Gnd จะเปลี่ยนแปลงตามข้อมูล Digital Audio ครับ ในขณะที่ตัวบนคงที่ ทำให้กระแสไหลออก Output ครับ แต่เนื่องจาก TDA1543 ออกแบบมาให้ใช้กับ Single Supply และถ้าเราต่อ R I/V จาก Output ลง Gnd ไว้เฉยๆ ถ้าสัญญาณที่เข้ามาทำให้ Idac มากกว่า Ibias กระแสจะไม่ไหลครับ จึงต้องทำ Vref (ขา 7) ขึ้นมา (อีกรูปใน Datasheet หน้าเดียวกัน) เพื่อให้กระแสไหลได้ทั้ง 2 ทางครับ หมายถึง Idac > Ibias และ Idac < Ibias ครับ บางทีคุณอาจจะทราบอยู่แล้ว ก็ถือว่าปันให้เพื่อนๆ ที่ยังไม่รู้ละกันครับ
ที่อธิบายข้างต้นนี้เพื่อจะโยงมาเข้าเรื่อง Voltage Compliance ครับ ใน Datasheet ระบุว่า DC 1.8V to Vdd-1.2 ครับ ค่านี้ยังไงก็ต้องมีอยู่แล้วเพราะมัน Design มาให้เป็นแบบนี้ครับ ส่วน AC ระบุว่า +/-25mV ถ้าเราออกแบบวงจรให้ต่อ R I/V ลง Gnd ตามที่เห็นทั่วๆ ไป ในขณะที่ Full Scale Current = 2.3mA หมายความว่า R I/V ไม่ควรเกิน 10.86 ohm ครับ หรือพูดอีกแบบก็คือเราจะได้ Output สูงสุดแค่ 50mVpp เท่านั้นเอง ทีนี้ถ้า Output เกินค่านี้จะเกิดอะไรขึ้น? แรงดันที่ตกคร่อม CCS (Idac) จะไม่คงที่ และ CCS ทำงานเพี้ยนไปไม่ตรงกับข้อมูลที่เข้ามาครับ ก็ได้ผลลัพธ์เป็น THD ครับ จะฟังดีหรือไม่เป็นอีกเรื่องครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความเพี้ยนครับ จริงๆ แล้วจุดนี้ควรจะมี Vac = 0.00 ด้วยซ้ำครับ แต่ Philips อนุโลมให้ +/-25mV ครับ
กรณีเรื่องเสียงแตกที่คุณ analogue กล่าวถึง เกิดได้จาก 2 สาเหตครับ คือ Voltage Compliance เกินไปมาก กับ Output Clip เพราะตั้งค่า Vref ไม่ถูกต้องครับ ช่วงแรกๆ ที่ผมยังไม่เข้าใจการทำงานของมันก็โง่ไปหลายทีครับ แตกอยู่เป็นเดือนล่ะครับกว่าผมจะเข้าใจมัน :black_eye อย่างไรก็ตาม การใช้ R I/V ต่อลง Gnd อย่างเช่นในวงจร B1 ข้างต้น ก็ทำให้ Voltage Compliance เกินค่าใน Datasheet ครับ แต่ถ้าจะใช้ R I/V ต่ำมากๆ เพื่อไม่ให้เกินค่าที่อนุโลมให้ ก็ต้องใช้วงจรขยายช่วย ซึ่งก็เป็นโจทย์ที่คุณ nopphong ตั้งไว้ครับ ผมแนะนำทางเลือกที่ 3 ให้ก็คือ Current Conveyor ครับ จากที่อธิบายการทำงานไว้ จะเห็นว่า Vac ที่ DAC Output = 0.00V ครับ และเนื่องจากสามารถใช้ R I/V ค่าสูงๆ ได้ จึงได้ Output ที่ต้องการเลยโดยไม่ต้องขยายอีก ลดโอกาสที่ S/N จะเพิ่มขึ้น รวมถึง THD จากความไม่เป็นเชิงเส้นของอุปกรณ์ด้วยครับ
ที่อธิบายมานี้ หวังว่าจะช่วยตอบข้อสงสัยทั้งของคุณ analogue และคุณ nopphong ได้นะครับ :) d_d
-
ส่วนเรื่องระดับ dc offset ถ้าจะไม่ให้มีก็ต้องจ่ายเป็นแรงดัน +- ให้กับ 1543 ผมว่าก็เป็นไอเดียที่ดีเหมือนกันครับ ไว้มีโอกาสจะลองทำดู
ลืมบอกคุณ nopphong ว่า TDA1543 มี Gnd เดียวใช้ร่วมทั้ง Digital และ Analog นะครับ ถ้าจะต่อ GND ไปที่ไฟลบ ระวังว่า TDA1543 จะคุยกับ CS841X ไม่รู้เรื่องนะครับ
-
ขอบตุณครับ O0
-
ลองดู datasheet 1543 เรื่อง compliance voltage ดูก็ได้ครับ permitted output ได้แค่ +/-25mV ก็พอๆกับ 1541 แต่นี่เราเล่นเอา output ระดับเป็นโวลต์ออกมจากมันเลยในขณะที่เราเล่น Riv ใน 1541 ระดับไม่กี่สิบโอห์ม
เรื่องขนาน dac เพิ่มเข้าไปนี่ถ้าลองเช็คดูก็ไม่ได้ชอบทุกคนนะครับ ลองดูหลายๆแบบจะดีกว่า ส่วน dc offset ที input ของ b1 ผมว่าไม่ใช่ปัญหาครับ ชอบเล่นกับการปรับระดับไฟเลี้ยงอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ
ก็แปลกนะครับ dac ตัวนี้กรุ๊บบายทำกันกว่ายี่สิบคน ไม่เห็นมีใครพบว่าเสียงแตกน่ะครับ จริงๆแล้วตามทฤษฎีก็คงต้องตามคุณ analogue บอกคือพยายามให้โวลท์ output อยู่ใกล้ 0 มากที่สุด
แต่ที่ผมยังสงสัยอยู่คือ แนวคิดสองแบบนี้อันไหนน่าจะดีกว่าระหว่าง
output โวลท์ต่ำ ต้องทำการขยาย หรือต้องไปผ่านวงจรแปลงกระแสเป็นแรงดันให้สูงขึ้นมาต้องผ่านอุปกรณ์อีกจำนวนนึงเป็นการเพิ่ม noise ลด s/n
กับ output โวลท์สูง(ซึ่งยังสงสัยกันอยู่ว่าอยู่ในระดับที่ไอซีตัวนี้รับได้อยู่หรือเปล่า) ซึ่งถ้าไอซีตัวนี้มันรับแรงดันระดับนี้ได้อยู่ s/n ของวงจรน่าจะดีกว่าตามหลักคิดที่ว่าอุปกรณ์น้อยที่สุดคือดีที่สุดน่ะครับ
แต่อย่างว่าคือเราไม่แน่ใจว่าไอซีมันรับได้แค่ไหน บางคนบอกเสียงแตกบางคนบอกเสียงดีก็เลยยัง งง งง อยู่ครับ
ส่วนเรื่องระดับ dc offset ถ้าจะไม่ให้มีก็ต้องจ่ายเป็นแรงดัน +- ให้กับ 1543 ผมว่าก็เป็นไอเดียที่ดีเหมือนกันครับ ไว้มีโอกาสจะลองทำดู
ถ้าทำแล้วเสียงไม่แตกก็ไม่ต้องซีเรียสหรอกครับ ผมให้ข้อมูลไว้กว้างๆเฉยๆว่าคนที่คำนวนโดยใช้วิธีนี้มีทั้ง work และไม่ work ครับ คนที่ไม่ work จะแก้ยังไงอันนี้น่าซีเรียสกว่า ซึ่งทางแก้ง่ายๆที่ผมลองแล้วได้ผลก็คือลด Riv ลงไประดับไม่กี่ร้อยโอห์ม ซึ่งผมก็ไม่ได้บอกอีกนั่นแหล่ะว่าเสียงดีที่สุดแล้วหรือเปล่า ถ้าลดลงไปอีกล่ะ? ถ้าเปลี่ยนไปใช้วงจรแบบพี่ Mr.Tube ล่ะ? ถ้าเปลี่ยนไปจ่ายไฟ +/- ให้ภาค current conveyer ล่ะ? จะเพิ่ม psrr หรือทำ output เป็น dc coupled ได้มั้ย?
บางคนทำแล้วเสียงดีก็จบแค่นั้น แต่ส่วนใหญ่นัก diy มันไม่ใช่ครับ วันดีคืนดีเจออะไรใหม่ๆก็ขุดตัวเก่าๆที่เคยทำไว้มาโม มาแปลง นู่นนี่นั่น ลองเสียงดู ดีขึ้นได้อีกมั้ย? อะไรประมาณนี้
ระดับ dc offset คิดว่าแก้ที่ b1 น่าจะง่ายกว่านะครับ ปรับไฟเลี้ยง +/- ของ b1 อาจจะไม่ต้องเท่ากันก็ได้ หรืออาจจะต้องปรับวงจรนิดหน่อย หรือวิธีอื่นอีกเยอะแยะครับ ลองดูครับ ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ dc coupling แบบผม
ผมขออธิบายเพิ่มเติมดังนี้ครับ
Output ของ TDA1543 จะมี CCS อยู่ 2 ตัวอนุกรมกันอยู่ครับ โดย Output จะต่ออยู่กับจุดที่ CCS อนุกรมกัน (ดูรูปใน Datasheet ครับ) ถ้า CCS 2 ตัวมีกระแสสมดุลกัน ก็ไม่มี Output ออกครับ แต่ถ้าเสียสมดุลเมื่อไหร่ ส่วนต่างก็จะไหลไปทาง Output ครับ CCS ตัวที่ต่อลง Gnd จะเปลี่ยนแปลงตามข้อมูล Digital Audio ครับ ในขณะที่ตัวบนคงที่ ทำให้กระแสไหลออก Output ครับ แต่เนื่องจาก TDA1543 ออกแบบมาให้ใช้กับ Single Supply และถ้าเราต่อ R I/V จาก Output ลง Gnd ไว้เฉยๆ ถ้าสัญญาณที่เข้ามาทำให้ Idac มากกว่า Ibias กระแสจะไม่ไหลครับ จึงต้องทำ Vref (ขา 7) ขึ้นมา (อีกรูปใน Datasheet หน้าเดียวกัน) เพื่อให้กระแสไหลได้ทั้ง 2 ทางครับ หมายถึง Idac > Ibias และ Idac < Ibias ครับ บางทีคุณอาจจะทราบอยู่แล้ว ก็ถือว่าปันให้เพื่อนๆ ที่ยังไม่รู้ละกันครับ
ที่อธิบายข้างต้นนี้เพื่อจะโยงมาเข้าเรื่อง Voltage Compliance ครับ ใน Datasheet ระบุว่า DC 1.8V to Vdd-1.2 ครับ ค่านี้ยังไงก็ต้องมีอยู่แล้วเพราะมัน Design มาให้เป็นแบบนี้ครับ ส่วน AC ระบุว่า +/-25mV ถ้าเราออกแบบวงจรให้ต่อ R I/V ลง Gnd ตามที่เห็นทั่วๆ ไป ในขณะที่ Full Scale Current = 2.3mA หมายความว่า R I/V ไม่ควรเกิน 10.86 ohm ครับ หรือพูดอีกแบบก็คือเราจะได้ Output สูงสุดแค่ 50mVpp เท่านั้นเอง ทีนี้ถ้า Output เกินค่านี้จะเกิดอะไรขึ้น? แรงดันที่ตกคร่อม CCS (Idac) จะไม่คงที่ และ CCS ทำงานเพี้ยนไปไม่ตรงกับข้อมูลที่เข้ามาครับ ก็ได้ผลลัพธ์เป็น THD ครับ จะฟังดีหรือไม่เป็นอีกเรื่องครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความเพี้ยนครับ จริงๆ แล้วจุดนี้ควรจะมี Vac = 0.00 ด้วยซ้ำครับ แต่ Philips อนุโลมให้ +/-25mV ครับ
กรณีเรื่องเสียงแตกที่คุณ analogue กล่าวถึง เกิดได้จาก 2 สาเหตครับ คือ Voltage Compliance เกินไปมาก กับ Output Clip เพราะตั้งค่า Vref ไม่ถูกต้องครับ ช่วงแรกๆ ที่ผมยังไม่เข้าใจการทำงานของมันก็โง่ไปหลายทีครับ แตกอยู่เป็นเดือนล่ะครับกว่าผมจะเข้าใจมัน :black_eye อย่างไรก็ตาม การใช้ R I/V ต่อลง Gnd อย่างเช่นในวงจร B1 ข้างต้น ก็ทำให้ Voltage Compliance เกินค่าใน Datasheet ครับ แต่ถ้าจะใช้ R I/V ต่ำมากๆ เพื่อไม่ให้เกินค่าที่อนุโลมให้ ก็ต้องใช้วงจรขยายช่วย ซึ่งก็เป็นโจทย์ที่คุณ nopphong ตั้งไว้ครับ ผมแนะนำทางเลือกที่ 3 ให้ก็คือ Current Conveyor ครับ จากที่อธิบายการทำงานไว้ จะเห็นว่า Vac ที่ DAC Output = 0.00V ครับ และเนื่องจากสามารถใช้ R I/V ค่าสูงๆ ได้ จึงได้ Output ที่ต้องการเลยโดยไม่ต้องขยายอีก ลดโอกาสที่ S/N จะเพิ่มขึ้น รวมถึง THD จากความไม่เป็นเชิงเส้นของอุปกรณ์ด้วยครับ
ที่อธิบายมานี้ หวังว่าจะช่วยตอบข้อสงสัยทั้งของคุณ analogue และคุณ nopphong ได้นะครับ :) d_d
แล้วพี่ใช้วิธีแก้ยังไงครับในช่วงแรกมันถึงหายแตก ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันเพราะทำตาม calc ของตา thorsen ทุกอย่างแต่มันไม่เวิร์ค ก็เลยต้องมาดิ้นเอาเอง :(
ตอนนี้คิดว่า current conveyer น่าจะตอบโจทย์ได้ครับ แต่เริ่มโลภมากนิดนึง ถ้าจ่ายไฟ +/- ให้ แล้วมันจะพอปรับ output เป็น dc coupled และช่วยเรื่อง psrr ได้ไหมครับ
-
ระดับ dc offset คิดว่าแก้ที่ b1 น่าจะง่ายกว่านะครับ ปรับไฟเลี้ยง +/- ของ b1 อาจจะไม่ต้องเท่ากันก็ได้ หรืออาจจะต้องปรับวงจรนิดหน่อย หรือวิธีอื่นอีกเยอะแยะครับ ลองดูครับ ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ dc coupling แบบผม
ยังนึกไม่ออกครับว่าจะปรับที่ b1 ยังไง เพราะถ้า direct coupling แรงดัน output ของ b1 จะใกล้เคียงกับ input ตลอด ไม่ว่าจะจ่ายแหล่งจ่ายเท่าไรให้กับมันนะครับ (ถ้าเป็นในระดับที่มันยังทำงานได้อยู่ เช่นอินพุทน้อยกว่าไฟเลี้ยง 2V และสูงกว่าไฟลบ 2 V เป็นต้นน่ะครับ) เลยนึกไม่ออกว่าจะปรับ b1 ยังไง ส่วนปรับ 1543 ก็ติดที่ระดับ logic ที่จะรับจากภาคหน้าแบบคุณ Mr. Tube บออกไว้อีกน่ะครับ
-
แล้วพี่ใช้วิธีแก้ยังไงครับในช่วงแรกมันถึงหายแตก ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันเพราะทำตาม calc ของตา thorsen ทุกอย่างแต่มันไม่เวิร์ค ก็เลยต้องมาดิ้นเอาเอง :(
ตอนนี้คิดว่า current conveyer น่าจะตอบโจทย์ได้ครับ แต่เริ่มโลภมากนิดนึง ถ้าจ่ายไฟ +/- ให้ แล้วมันจะพอปรับ output เป็น dc coupled และช่วยเรื่อง psrr ได้ไหมครับ
ปรับ R ที่ขา 6-7-8 ไปเรื่อยๆ ครับ ใช้ค่าจากวงจรของ Kusunoki san เป็นฐานครับ บางทีมันขึ้นกับดนตรีด้วยนะครับ คือเราปรับจนแผ่น A เสียงไม่แตกแล้ว พอไปใช้กับแผ่น B ก็เสียงแตกอีกครับ แต่ถ้าเล่นพวก opamp I/V หรือ current conveyor จะไม่เจอปัญหานี้เลย ตอนหลังๆ ผมเลยไม่ใช้ R I/V ตรงๆ แล้วครับ
เรื่องใช้ไฟ +/- จ่ายใน I/V แบบนี้ ไม่เคยคิดเหมือนกันครับ ผมคิดว่าเอา Pass B1 ที่ใช้ไฟ +/- มาต่อแทน Tr E-follower ในวงจรผม น่าจะปรับสมดุลจนเป็น dc couple ได้ แต่ PSRR น่าจะดีขึ้นไม่เท่าไหร่ ที่เคยคิดไว้คือ ใช้ TDA1543 อีกตัว ทำงาน Phase - ครับ แต่ละฝั่งใช้ current conveyor เหมือนกัน ได้สัญญาณกลับเฟสกัน แล้วเอาไปป้อนเข้าคู่ PP ที่ใช้แหล่งจ่าย +/- ครับ แบบนี้ PSRR ดีแน่ครับ เพราะทุกอย่างจาก PS ทั้งที่ DAC, I/V และ Output จะมา Cancel กันที่คู่ PP หมดเลยครับ แถม dc couple ได้ด้วย
-
ถ้าทำ 1543 เฟส - ก็ต้องต่อ inverter อีกตัว มี delay แล้วจะมีผลตอนสัญญาณเอามาดิฟกันไหมครับ
-
ถ้าทำ 1543 เฟส - ก็ต้องต่อ inverter อีกตัว มี delay แล้วจะมีผลตอนสัญญาณเอามาดิฟกันไหมครับ
ไม่มีปัญหาครับ เนื่องจาก delay จาก inverter เกิดเฉพาะที่สัญญาณ SD ครับ แต่ I output จะ update ตามสัญญาณ WS ซึ่ง DAC 2 ตัวใช้ Common กันครับ เพราะฉะนั้น output จากเฟส +/- จะออกมาเวลาเดียวกัน อันที่จริงแล้วอาจจต่างกันนิดหน่อย ถ้า Settling time ของ chip 2 ตัวไม่เท่ากัน แต่ค่ามันเล็กมาก (nS) คงไม่ต้องพูดถึงครับ
-
ยังนึกไม่ออกครับว่าจะปรับที่ b1 ยังไง เพราะถ้า direct coupling แรงดัน output ของ b1 จะใกล้เคียงกับ input ตลอด ไม่ว่าจะจ่ายแหล่งจ่ายเท่าไรให้กับมันนะครับ (ถ้าเป็นในระดับที่มันยังทำงานได้อยู่ เช่นอินพุทน้อยกว่าไฟเลี้ยง 2V และสูงกว่าไฟลบ 2 V เป็นต้นน่ะครับ) เลยนึกไม่ออกว่าจะปรับ b1 ยังไง ส่วนปรับ 1543 ก็ติดที่ระดับ logic ที่จะรับจากภาคหน้าแบบคุณ Mr. Tube บออกไว้อีกน่ะครับ
b1 นี่ fet ตัวล่างทำตัวเป็น ccs ใช่ไหมครับ จากไฟเลี้ยงที่ใช้นี่ได้ Iccs เท่าไหร่ครับ
ตอนนี้เท่าที่คิดได้แบบง่ายที่สุดก็คือ สมมุติ dc input offset 3.5v Iccs = 10mA เราจ่ายไฟ +7v กับ -3.5v เข้าไป แต่เอา r = 3.5v/10mA = 350R คั่นระหว่าง fet สองตัวแล้วดึง output จาก drain ของ fet ตัวล่าง ตรงนั้น output dc offset น่าจะประมาณ 0 พอดี หรือทำเป็น trim pot ไว้ปรับ output dc offset ก็น่าจะได้ครับ
ปรับ R ที่ขา 6-7-8 ไปเรื่อยๆ ครับ ใช้ค่าจากวงจรของ Kusunoki san เป็นฐานครับ บางทีมันขึ้นกับดนตรีด้วยนะครับ คือเราปรับจนแผ่น A เสียงไม่แตกแล้ว พอไปใช้กับแผ่น B ก็เสียงแตกอีกครับ แต่ถ้าเล่นพวก opamp I/V หรือ current conveyor จะไม่เจอปัญหานี้เลย ตอนหลังๆ ผมเลยไม่ใช้ R I/V ตรงๆ แล้วครับ
อืมม ใช่ครับ อาการคล้ายๆกัน
เรื่องใช้ไฟ +/- จ่ายใน I/V แบบนี้ ไม่เคยคิดเหมือนกันครับ ผมคิดว่าเอา Pass B1 ที่ใช้ไฟ +/- มาต่อแทน Tr E-follower ในวงจรผม น่าจะปรับสมดุลจนเป็น dc couple ได้ แต่ PSRR น่าจะดีขึ้นไม่เท่าไหร่ ที่เคยคิดไว้คือ ใช้ TDA1543 อีกตัว ทำงาน Phase - ครับ แต่ละฝั่งใช้ current conveyor เหมือนกัน ได้สัญญาณกลับเฟสกัน แล้วเอาไปป้อนเข้าคู่ PP ที่ใช้แหล่งจ่าย +/- ครับ แบบนี้ PSRR ดีแน่ครับ เพราะทุกอย่างจาก PS ทั้งที่ DAC, I/V และ Output จะมา Cancel กันที่คู่ PP หมดเลยครับ แถม dc couple ได้ด้วย
คือทำเป็นบาลานซ์ไปเลย คิดไว้เหมือนกันเลยครับ O0
ถ้าทำ 1543 เฟส - ก็ต้องต่อ inverter อีกตัว มี delay แล้วจะมีผลตอนสัญญาณเอามาดิฟกันไหมครับ
รู้สึกมันจะมีวงจรหน่วงไว้ให้ข้อมูลมันออกมาพร้อมๆกันทั้ง 2 channel นะครับ เหมือน reclock นี่ล่ะมั้ง ถ้าจะเอาแบบ perfect เลยนี่ก็น่าทำครับ ผมก็คงทำ
-
รู้สึกมันจะมีวงจรหน่วงไว้ให้ข้อมูลมันออกมาพร้อมๆกันทั้ง 2 channel นะครับ เหมือน reclock นี่ล่ะมั้ง ถ้าจะเอาแบบ perfect เลยนี่ก็น่าทำครับ ผมก็คงทำ
TDA1543 (และ 41) ไม่ต้องหน่วงครับ เพราะ Out ทั้ง R/L จะ Update พร้อมกันตามสัญญาณ WS ครับ แต่ถ้าพวกตระกูล BB และ AD มันจะ Update Output เมื่อ WS เปลี่ยนค่า ในวงจร Non-OS DAC ทั่วๆ ไป 2 Channel จะใช้ WS ที่ Invert กัน ทำให้ Out R/L มี Phase Diff กัน 1/2 Sampling Rate ครับ บางคนที่ซีเรียสกับข้อมูลทางเทคนิคตัวนี้ก็จะ Delay SD ไป 1/2 Sampling Rate เพื่อให้ DAC 2 ข้างใช้ WS เดียวกันได้ Output จะได้ Update พร้อมๆ กันครับ แต่ผมลองดู 2 ทีแล้ว ผมฟังความแตกต่างจาก Phase Diff นี้ไม่ออกครับ ผมแสดงตัวเลขเปรียบเทียบให้ดูครับ
Sampling Rate = 44.1kHz เช่นนั้น Diff 1/2 sampling rate = 1/22050 = 45.4uS
@100Hz คาบ = 10000uS คิดเป็นองศา = 1.63 องศา
@1kHz = 16.3 องศา
@10kHz = 163 องศา
@20kHz = 327 องศา
บางทีอาจจะเพราะว่า Phase ของระบบ Stereo 2 Channel มันก็ Diff กันอยู่แล้วน่ะครับ ลำโพงเองก็มี Group delay อยู่ทำให้จับควาแตกต่างไม่ได้ครับ
-
พี่เช็คจาก timing diagram เลยเหรอครับ รอบคอบดีจริงๆ ผมอ่านผ่านๆจากตา ec ก็เห็นเค้าพูดถึง ยังนึกว่า 1541/1543 มันมี channel delay ซะอีก ถ้างั้นก็ดีเลยครับ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแล้ว
ผมก็ยังสงสัยอยู่ สำหรับ bb/ad ถ้าทำจริงๆ มันจะฟังออกหรือเปล่า ดูจากองศาที่ต่างกันจริงๆก็น่าทำทิ้งไว้อยู่เหมือนกัน แต่อาจจะเหมือนที่พี่ Mr.Tube บอก คือมันอาจจะไปมี phase shift ที่อื่นที่หนักกว่าที่ทำไว้นี่ซะอีก :-X
-
เมื่อวานได้ฟัง1543ของคุณMr.Tubeขอบอกว่าเสียงดีมากๆครับเลยได้ทีขอลอกวงจรI/V ซะเลย ;D ;D ;Dเดี๋ยวจะเอาไปใส่1541ครับแล้วใส่จั๊มเปอร์เลือกว่าจะฟังI/VหลอดหรือFet 2f 2f 2f
-
พี่เช็คจาก timing diagram เลยเหรอครับ รอบคอบดีจริงๆ ผมอ่านผ่านๆจากตา ec ก็เห็นเค้าพูดถึง ยังนึกว่า 1541/1543 มันมี channel delay ซะอีก ถ้างั้นก็ดีเลยครับ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแล้ว
ใน TDA1541A/43 ไม่ได้แสดงรูปไว้ใน Datasheet เหมือนพวก BB/AD น่ะครับ แต่ใน App Note ของ TDA1541 มีแสดงไว้ ผมก็คิดว่า 41A/43 ก็น่าจะเหมือนกันครับ
จำได้ลางๆ ว่ามีอธิบายไว้ใน 41A datasheet ครับ เลยไปหามาให้ครับ ดูประโยคสุดท้ายครับ ;)
-
ยังนึกไม่ออกครับว่าจะปรับที่ b1 ยังไง เพราะถ้า direct coupling แรงดัน output ของ b1 จะใกล้เคียงกับ input ตลอด ไม่ว่าจะจ่ายแหล่งจ่ายเท่าไรให้กับมันนะครับ (ถ้าเป็นในระดับที่มันยังทำงานได้อยู่ เช่นอินพุทน้อยกว่าไฟเลี้ยง 2V และสูงกว่าไฟลบ 2 V เป็นต้นน่ะครับ) เลยนึกไม่ออกว่าจะปรับ b1 ยังไง ส่วนปรับ 1543 ก็ติดที่ระดับ logic ที่จะรับจากภาคหน้าแบบคุณ Mr. Tube บออกไว้อีกน่ะครับ
b1 นี่ fet ตัวล่างทำตัวเป็น ccs ใช่ไหมครับ จากไฟเลี้ยงที่ใช้นี่ได้ Iccs เท่าไหร่ครับ
ตอนนี้เท่าที่คิดได้แบบง่ายที่สุดก็คือ สมมุติ dc input offset 3.5v Iccs = 10mA เราจ่ายไฟ +7v กับ -3.5v เข้าไป แต่เอา r = 3.5v/10mA = 350R คั่นระหว่าง fet สองตัวแล้วดึง output จาก drain ของ fet ตัวล่าง ตรงนั้น output dc offset น่าจะประมาณ 0 พอดี หรือทำเป็น trim pot ไว้ปรับ output dc offset ก็น่าจะได้ครับ
ลองซิมวงจรตามที่แนะนำมา แล้วน่าจะเข้าท่าครับ ได้วงจรตามรูป
ที่เจอจุดอ่อนน่าจะเป็นที่แรงดัน output จะน้อยกว่าอินพุทนิดหน่อย น่าจะได้อัตตราขยายราว 0.85 ครับ
และ แรงดัน offset ที่เราตั้งใว้ใกล้ 0 นั้นก็จะเปลี่ยนไปตามอิมพีแดนซ์ของโหลดด้วย แต่ก็ไม่มากนัก(ลองโหลด 5-100K สวิงราวๆ 4mV)
และอีกอย่างคือสัญญาณเสียงต้องผ่านตัว VR ไม่แน่ใจว่าเสียงจะเปลี่ยนตามยี่ห้อ vr อีกหรือเปล่า
ถ้าคิดตามที่คุยๆกันมาคือให้แรงดันสวิงออกจาก 1543 ใกล้ 0 มากที่สุดก็จะเป็นว่า แรงดันที่ออกจาก b1 ก็จะยิ่งน้อยมากๆ
แต่วงจรนี้เข้าท่าดีน่าเอาไปทำปรีใส่อย่างอื่นครับ
-
เมื่อวานได้ฟัง1543ของคุณMr.Tubeขอบอกว่าเสียงดีมากๆครับเลยได้ทีขอลอกวงจรI/V ซะเลย ;D ;D ;Dเดี๋ยวจะเอาไปใส่1541ครับแล้วใส่จั๊มเปอร์เลือกว่าจะฟังI/VหลอดหรือFet 2f 2f 2f
วงจรที่ใช้ตามในรูปรึเปล่าครับ ที่ไปลองฟังมาครับ ถ้าใช่ผมได้ดำเนินการตามมั่งขอลอกการบ้านหน่อย
มีข้อสงสัยอีกข้อครับ คือตอนที่ซื้อDACต่อจากคนในเว็ปมา เขาใช้แกนกลมๆละพันด้วยลวด แทน C อินพุท ไม่ทราบว่าพกมีขนาดลวดกับตัวจำนวนรอบไหมครับ เผื่อผมหาพวกลวดรึสายใหม่ๆที่คุณภาพดีกว่ามาพันได้
-
เมื่อวานได้ฟัง1543ของคุณMr.Tubeขอบอกว่าเสียงดีมากๆครับเลยได้ทีขอลอกวงจรI/V ซะเลย ;D ;D ;Dเดี๋ยวจะเอาไปใส่1541ครับแล้วใส่จั๊มเปอร์เลือกว่าจะฟังI/VหลอดหรือFet 2f 2f 2f
วงจรที่ใช้ตามในรูปรึเปล่าครับ ที่ไปลองฟังมาครับ ถ้าใช่ผมได้ดำเนินการตามมั่งขอลอกการบ้านหน่อย
มีข้อสงสัยอีกข้อครับ คือตอนที่ซื้อDACต่อจากคนในเว็ปมา เขาใช้แกนกลมๆละพันด้วยลวด แทน C อินพุท ไม่ทราบว่าพกมีขนาดลวดกับตัวจำนวนรอบไหมครับ เผื่อผมหาพวกลวดรึสายใหม่ๆที่คุณภาพดีกว่ามาพันได้
วงจรไม่เหมือนครับ ใช้fetข้างละตัวครับวงจรต้องMr.Tubeเขียนให้ครับ ส่วนแกนกลมๆมีลวดพันอยู่เค้าเรียกว่าpulse transformerครับ หาลวดทองแดงเกรดดีๆมาพันใหม่ได้ครับ เค้าว่าเสียงดีกว่าใช้Cอินพุทครับ
-
อ่าครับไม่ทราบว่า Mr.Tube พอเปิดเผยได้ไหมครับ ถ้าได้รบกวนขอความรู้หน่อยครับ ขอบคุณครับ
ส่วน pulse transformer มันกำหนดขนาดลวดกะจำนวนรอบไหมครับถ้าเปลี่ยนแปลงมันจะส่งผลอะไรไหมหว่าเพราะมันติดมาตอนที่ซื้อต่อในเว็ปนี้มาครับ เลยไม่ทราบข้อมูล
-
รู้สึก pulse trans ของพี่เค้าจะใช้ amorphous core ด้วยนะ แอบไปดูๆ spec มา ลวดเงิน occ เคลือบ rhodium ด้วยรึเปล่าไม่รู้ ;)
วิธีพันอยู่ใน diy yearbook มั้งครับ ปีไหนก็จำไม่ได้ ถ้าเป็นแกน ferrite ขนาดประมาณ 1.5cm พันแบบ bi-filar ประมาณ 15-20 รอบ ถ้าเป็น amorphous core นี่ไม่รู้ต้องเปลี่ยนอะไรมั้ย คงต้องรอพี่ Mr.Tube มาเฉลย เผลอๆจะมีเทคนิกอะไรดีๆอีกเพราะของแบบนีมักจะมี update อยู่เรื่อยๆ
ใน TDA1541A/43 ไม่ได้แสดงรูปไว้ใน Datasheet เหมือนพวก BB/AD น่ะครับ แต่ใน App Note ของ TDA1541 มีแสดงไว้ ผมก็คิดว่า 41A/43 ก็น่าจะเหมือนกันครับ
จำได้ลางๆ ว่ามีอธิบายไว้ใน 41A datasheet ครับ เลยไปหามาให้ครับ ดูประโยคสุดท้ายครับ ;)
ขอบคุณมากครับพี่ cap มาให้ดูเสร็จเลย O0
ถ้าตามที่แปลได้ก็น่าจะเป็นอย่างงั้นครับ แต่ประโยคยาวมากตอนแรกแปลแล้วงงเอง ;D
ลองซิมวงจรตามที่แนะนำมา แล้วน่าจะเข้าท่าครับ ได้วงจรตามรูป
ที่เจอจุดอ่อนน่าจะเป็นที่แรงดัน output จะน้อยกว่าอินพุทนิดหน่อย น่าจะได้อัตตราขยายราว 0.85 ครับ
และ แรงดัน offset ที่เราตั้งใว้ใกล้ 0 นั้นก็จะเปลี่ยนไปตามอิมพีแดนซ์ของโหลดด้วย แต่ก็ไม่มากนัก(ลองโหลด 5-100K สวิงราวๆ 4mV)
และอีกอย่างคือสัญญาณเสียงต้องผ่านตัว VR ไม่แน่ใจว่าเสียงจะเปลี่ยนตามยี่ห้อ vr อีกหรือเปล่า
ถ้าคิดตามที่คุยๆกันมาคือให้แรงดันสวิงออกจาก 1543 ใกล้ 0 มากที่สุดก็จะเป็นว่า แรงดันที่ออกจาก b1 ก็จะยิ่งน้อยมากๆ
แต่วงจรนี้เข้าท่าดีน่าเอาไปทำปรีใส่อย่างอื่นครับ
ลองคิดแบ่งแรงดันรวมเป็น 3.5v x 3 ส่วนดูครับ 3.5v แรกคร่อมอยู่ที่เฟตตัวบน ส่วนที่สองเป็นแรงดันคร่อม R ส่วนที่สามเป็นแรงดันคร่อมเฟตตัวล่าง ถ้าเอา output ออกจาก drain ของเฟตตัวล่าง แสดงว่า output ทีได้น่าจะประมาณครึ่งนึงของ input ครับ คืออัตราขยายราว 0.5 ซึ่งเป็นภาวะจำยอมของ case นี้ มีอย่างที่ไหนทำเครื่องขยายแต่ดันลดขนาดสัญญาณซะงั้น แต่บังเอิญว่า input ของเราประมาณ 3.5v ถ้าเหลือ output ประมาณ 1.75v ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรมากเพราะปกติมันก็ต้องไปลดที่ main volume อยู่แล้ว ไม่งั้นก็อาจต้องลองหาวิธีใหม่ เช่นอาจทำเป็น balanced fully dc coupled หรือไม่ก็เอา ccs อัดเข้า input trim เพื่อให้ input offset เป็นศูนย์ซะก่อนแบบของตา pedja ก็อาจจะได้นะ
ที่คุยกันไว้ case นี้ใช้ input offset ประมาณ 3.5v ไม่ใช่เหรอครับ ก็คือใช้ Riv ประมาณ 1.5k ตามวงจรด้านบน ถ้าใช้ Riv ตาม datasheet เพื่อให้ได้ output ประมาณ +/-25mVac ที่ 10R สงสัยจะไม่พอกิน ก็อาจจะต้องหาวิธีอื่นแทน
อาจจะไม่ต้องใส่ vr ตรงนี้ก็ได้ครับ ทำเป็น trim pot ปรับ voltage reference ที่ power supply น่าจะดีกว่า เราก็ปรับ supply voltage แทน พอเห็นรูปวงจรที่ sim ออกมาตอนนี้นึกถึง amp hiraga class A ที่ใช้ input เป็น jfet complimentary อีกข้างใช้ vr ปรับ output offset เอา
ถ้าเอาไปใช้ที่อื่นแบบว่าไม่มี input offset ก็ใช้ fully dc coupled b1 แบบในลิงค์ที่ให้ไปง่ายกว่าครับ ไม่ต้องมานั่งใส่ R คั่นให้มันเสีย gain ไปเล่นๆหรอกครับ
-
อ่าครับไม่ทราบว่า Mr.Tube พอเปิดเผยได้ไหมครับ ถ้าได้รบกวนขอความรู้หน่อยครับ ขอบคุณครับ
ผมไม่ได้เขียนวงจรไว้ครับ ไว้มีเวลาแล้วจะเขียนมาให้ดูละกันครับ หรือจะทำตามวงจรข้างต้นไปก่อนก็ได้ครับ ผมว่าเสียงดีกว่าครับ
-
รู้สึก pulse trans ของพี่เค้าจะใช้ amorphous core ด้วยนะ แอบไปดูๆ spec มา ลวดเงิน occ เคลือบ rhodium ด้วยรึเปล่าไม่รู้ ;)
วิธีพันอยู่ใน diy yearbook มั้งครับ ปีไหนก็จำไม่ได้ ถ้าเป็นแกน ferrite ขนาดประมาณ 1.5cm พันแบบ bi-filar ประมาณ 15-20 รอบ ถ้าเป็น amorphous core นี่ไม่รู้ต้องเปลี่ยนอะไรมั้ย คงต้องรอพี่ Mr.Tube มาเฉลย เผลอๆจะมีเทคนิกอะไรดีๆอีกเพราะของแบบนีมักจะมี update อยู่เรื่อยๆ
ไม่ได้มีเทคนิคพิเศษเพิ่มเติมจากเดิมครับ แค่พันให้เต็มแกนที่มีเท่านั้นเองครับ หลังๆ ผมใช้ wirewrap พันครับ ใช้ pri/sec คนละสีกัน เวลาลวดปีนกันจะได้ดูง่ายๆ ครับ และไม่ต่อผิด เคยใช้ลวดเงินเหมือนกัน ก็เสียงดีกว่า wirewrap ครับ
-
ใช่แบบนี้หรือเปล่าครับเขียนตามที่คุณMr.Tubeเขียนให้ที่บ้านป๋ายุทธครับ
-
ใช่แบบนี้หรือเปล่าครับเขียนตามที่คุณMr.Tubeเขียนให้ที่บ้านป๋ายุทธครับ
วงจรตามรูปที่คุณ aphiphot(ekkasit) เขียนมาครับ ขอบคุณครับ ถ้าใช้กับ 1543 ที่ขา Source ต่อผ่าน R 47k ลง Gnd เลยก็ได้ครับ เวลาปรับแต่งให้ปรับ VR จนขา Source ได้ 2-3V เป็นใช้ได้ครับ
-
ใช่แบบนี้หรือเปล่าครับเขียนตามที่คุณMr.Tubeเขียนให้ที่บ้านป๋ายุทธครับ
วงจรตามรูปที่คุณ aphiphot(ekkasit) เขียนมาครับ ขอบคุณครับ ถ้าใช้กับ 1543 ที่ขา Source ต่อผ่าน R 47k ลง Gnd เลยก็ได้ครับ เวลาปรับแต่งให้ปรับ VR จนขา Source ได้ 2-3V เป็นใช้ได้ครับ
ที่คุณ Mr. Tube บอกคือเปลี่ยนตัว R 1m เป็น 47K แล้วใช้ภาคจ่ายไฟ+15 G แค่นั้นรึครับ ถ้าใช้ตามวงจรไฟ+-จะได้ไหมครับพอดีของเดิมมันเป็น +-15v อยู่ครับ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ
-
ที่คุณ Mr. Tube บอกคือเปลี่ยนตัว R 1m เป็น 47K แล้วใช้ภาคจ่ายไฟ+15 G แค่นั้นรึครับ ถ้าใช้ตามวงจรไฟ+-จะได้ไหมครับพอดีของเดิมมันเป็น +-15v อยู่ครับ
ได้ครับ
-
ขอบคุณครับ เดียวันไหนเข้าบ้านหม้อคงได้ติดปีกให้ 1543 ซะที
-
น้า wit66 ขยันจัง
หาวิธีอัพเกรด ECO DAC ได้เรื่อย ๆ เลยนะครับ :clap :clap
-
แหะๆขอลอกการบ้านพี่ๆในเว็ปเนี่ยละครับ รอบนี้ใช้มอสเฟตเป็นI/V คงได้เรื่องขึ้นอีกเยอะ
-
ขา7นี่ปล่อยลอยเลยใช่ไหมครับ
-
ขา7นี่ปล่อยลอยเลยใช่ไหมครับ
ขา7ของอะไรครับ
-
ขอถามแบบคนไม่รู้หน่อยครับ เพราะว่าไม่เคยเล่น TDA1543 เหมือนกันครับ อยากรู้ว่า TDA1543 กับ TDA1543A เหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร เพราะในท้องตลาดที่เจอส่วนใหญ่จะเป็น 1543A ครับ
-
ขา7นี่ปล่อยลอยเลยใช่ไหมครับ
ขา7ของอะไรครับ
ของ1543ครับ
-
ขอถามแบบคนไม่รู้หน่อยครับ เพราะว่าไม่เคยเล่น TDA1543 เหมือนกันครับ อยากรู้ว่า TDA1543 กับ TDA1543A เหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร เพราะในท้องตลาดที่เจอส่วนใหญ่จะเป็น 1543A ครับ
รับสัญญาณไม่เหมือนกันครับ อันนึงรับเป็น i2s อันนึงรับเป็น Left หรือ right justify เนี่ยแหละครับจำไม่ค่อยได้ครับ ซื้อมาผิดเนี่ยจะเอามาใช้ไม่ได้ครับ
-
ใช่แบบนี้หรือเปล่าครับเขียนตามที่คุณMr.Tubeเขียนให้ที่บ้านป๋ายุทธครับ
วันนี้ลองเปลี่ยนแล้วครับ จาก2111kp เป็นวงจรตามรูปแต่ต่อขา S ผ่าน R43k ลงกราวด์แทน วัดเอ้าพุทได้เท่ากับไฟเลี้ยงคือ15โวลล์ ผมปรับที่ขา S ได้แรงดันราวๆ3.05V เลยต่อCตรงเอ้าพุท รอเบินสักพักคงได้อะไรดีๆแน่ๆ ผมกะทำเป็น ซัพพลายคู่แยกซ้ายขวา ลืมบอกไปCที่เอ้าพุทผมใช้1uf ขนานกัน2ตัวแล้วไบแคปด้วย0.1uf oil ที่คุณ thaisolar จำหน่าย
-
mosfet ผมไม่มี2sk215 เลยลองใช้ IRF640ต่อลองเล่นไปก่อน ผลออกมาน่าสนใจมาก เสียงบางเสียงที่ไม่ได้ยืนตอนใช้2111kp ก็มีมาให้ได้ยิน ถ้าได้2sk215ที่สเป็คดีกว่า640คงไปได้อีกไกลขอบคุณครับสำหรับวงจรและคำแนะนำ
-
mosfet ผมไม่มี2sk215 เลยลองใช้ IRF640ต่อลองเล่นไปก่อน ผลออกมาน่าสนใจมาก เสียงบางเสียงที่ไม่ได้ยืนตอนใช้2111kp ก็มีมาให้ได้ยิน ถ้าได้2sk215ที่สเป็คดีกว่า640คงไปได้อีกไกลขอบคุณครับสำหรับวงจรและคำแนะนำ
ยินดีด้วยครับ ผมกะว่าจะทำแล้วเอามาเปรียบเทียบกับI/Vหลอดที่ผมใช้อยู่ครับ
-
หลังจากฟังอยุ่พักนึง สิ่งที่ได้เมื่อเทียบกันตอนใช้ 2111KP คือซาวสเตจกว้างขึ้นมาก การแยกแยะเสียงซ้ายขวามีความเด็ดขาดมากขึ้น รายละเอียดด้านหลังชัดเจนขึ้นจนฟังได้ไม่ยากย่านความถี่ต่ำค่อนข้างชัดเจนขึ้น สรุปดีกว่า 2111 ทุกด้านคุ้มจริงๆ
ที่ผมใช้คือ IRF 640 กับไฟ +15 G อันนี้ผมใช้ลำโพงคอมตัวเดิมกะตอนที่ฟังด้วย 2111KP นะครับพอดีผมยกไปใช้ดูหนังในห้องนอน
-
ไม่ทราบว่าวงจรของคุณ Mr.tube Rตัวไหนมีผลกับเสียงบ้างครับ IRF640 กลับ 2SK216 ตัว216 น่าเล่นกว่าใช่ไหมครับ อีกข้อคือถ้าใช้ภาคจ่ายไฟ+ - G15v โดยใช้317/337 + Tr อีกสเตป กับ +15 G โดยใช้ LD1085 + TR อีกสเตปแบบไหนน่าจะเสียงดีกว่ากันครับ ขอบคุณที่สละเวลาตอบครับ
-
ไม่ทราบว่าวงจรของคุณ Mr.tube Rตัวไหนมีผลกับเสียงบ้างครับ IRF640 กลับ 2SK216 ตัว216 น่าเล่นกว่าใช่ไหมครับ อีกข้อคือถ้าใช้ภาคจ่ายไฟ+ - G15v โดยใช้317/337 + Tr อีกสเตป กับ +15 G โดยใช้ LD1085 + TR อีกสเตปแบบไหนน่าจะเสียงดีกว่ากันครับ ขอบคุณที่สละเวลาตอบครับ
ผมเคยใช้ IRF610 แต่ชอบเสียง K215 มากกว่าครับ ว่าจะลอง FET รุ่นหลังๆ ของ Toshiba บ้างแต่ยังหาซื้อไม่ได้ครับ อุปกรณ์ทุกตัวก็มีผลต่อเสียงที่ได้ยินหมดแหล่ะครับ แต่ถ้าถามว่าเปลี่ยนตัวไหนแล้วฟังออกง่ายๆ ก็ R จากไฟบวกมาเข้า MOSFET ครับ เพราะทำหน้าที่เป็น I/V โดยตรงครับ ลองดูกระทู้ที่ อ.Mc สอนทำ DAC Wasin ครับ ผมแนะนำวิธีทำ R I/V คุณภาพดีไว้ให้ด้วยครับ
สำหรับ TDA1543 ไม่จำเป็นต้องทำแหล่งจ่ายไฟลบครับ วงจร Reg จ่ายไฟที่คุณพูดถึง + Tr อีกสเตป นี่ ผมไม่เข้าใจว่าใช้ Tr มาทำอะไรครับ ขอทราบ Concept ก่อนแล้วค่อยให้ความเห็นนะครับ :)
-
วงจรประมาณนี้อะครับต่อหลังจาก ไอซี
-
เป็นวงจร Regulator แบบไม่ใช้ Feedback ก็น่าจะดีครับ
ถ้างั้นที่ให้เปรียบเทียบก็จะต่างกันแค่ LM317 กับ LT1085 ซึ่งตัวหลังดีกว่าอยู่แล้วครับ
-
เจอปัญหาและครับ 2SK215 หายากมากไม่ทราบว่ามีแหล่งซื้อไหมครับ
-
เบอร์นี้พอไหวไหมครับ ไปเจอในเว็ปกระป๋อง
DMOSFET DN2540N5
ยี่ห้อ Supertex แรงดัน BVdsx/BVdgx 400V, กระแส, Idss 150mA, Rds 25 Ohm
-
ตั้งแต่213-216ใช้ได้หมดครับ หรือไม่ก็2232ก็ได้ครับ
-
เจอปัญหาและครับ 2SK215 หายากมากไม่ทราบว่ามีแหล่งซื้อไหมครับ
ไพศาล ชั้นสอง หลังจารจรกลางครับ 110.
-
Input Capacitance ของ 2sk216 มันแค่90pf เองนะครับ แต่ตัว 2sk2232 มันมีตั้ง 1000pf ไม่ทราบว่าค่านี้มันมีผลไหม ไม่แน่ใจว่าการใช้ Mosfet เป็น IV มันจะคำนึงค่าอะไรของตัวมอสเฟตมั่งที่ส่งผลกับคุณภาพการทำงานนะครับ
-
Input Capacitance ของ 2sk216 มันแค่90pf เองนะครับ แต่ตัว 2sk2232 มันมีตั้ง 1000pf ไม่ทราบว่าค่านี้มันมีผลไหม ไม่แน่ใจว่าการใช้ Mosfet เป็น IV มันจะคำนึงค่าอะไรของตัวมอสเฟตมั่งที่ส่งผลกับคุณภาพการทำงานนะครับ
ตรงนี้ไม่มีความรู้เลยครับต้องให้Mr.Tubeมาตอบเองครับ แต่เบอร์2232นี่Mr.Tubeเขียนบอกผมมาว่าสามารถใช้แทนกันได้ครับ อีกเบอร์คือ2sk1058ครับ ค่าInput Capacitanceอยู่ที่600pFครับ หรือถ้าซีเรียสเรื่องInput Capacitanceจริงคงต้องไล่เปิดหาเทียบเบอร์เอาครับ แต่ผมอยากแนะนำให้คุณwit66ทดลองดูหลายๆเบอร์ครับที่ค่าInput Capacitanceต่างๆกันแล้วเก็บข้อมูลไว้ผมว่าน่าสนใจนะครับจะได้รู้ว่าค่าInput Capacitanceมีผลอะไรกับคุณภาพเสียงหรือเปล่า :secret
-
ที่ผมมองไว้อีกตัวคือ IRF720 ซึ่งค่าค่อนข้างใกล้เคียงกับ 2sk215 ไว้หาอุปกรณ์ได้จะลองฟังเทียบดูครับ Input C มันแค่135pf
-
ไม่มีผลอะไรครับ Vgs มันคงที่อยู่ครับ ค่า Cgs ไม่ได้อยู่ใน Signal Path ครับ
-
วันนี้พ่อผมไปแถวบ้านหม้อเลยฝากซื้อ 2sk216 ปรากฎร้านมันบอกว่าเลิกผลิตไปและมันเอาเบอร์แทนให้พ่อผมเฉยเลย กลับมาบ้านดูที่ตัวมอสเฟตเป็นเบอร์ 2sk1445 เปลี่ยนตัวไอซีในแอมป์ก็ดันสลับขั้ว+ไปต่อ- -ไปต่อ+ 3875ก็เลยกลับบ้านไปอีก 2f 2f 2f ประมาทไปนิด
-
วันนี้ผมลองเปลี่ยนไอซี reg จาก317เป็น LT1085 ละครับทำภาคจ่ายไฟคู่ พร้อมทั้งเปลี่ยนไดโอดเป็น FE6D ดูหนังสนุกขึ้นเยอะเลย
ถ้าผมจะลงทุนเปลี่ยน R 1k ที่ คุณ Mr.Tube บอกมีผลต่อเสียงโดยใช้ Amptrans รุ่น AMRG ค่า 1K 3/4Wจะคุ้มไหมครับ ตอนนี้ผมใช้ R Resista อยู่ครับพอดีไปลื้อมีค่านี้พอดี ประกอบกับที่พ่อไปบ้านหม้อเลยฝากซื้อ R Vishay/Dale RN65D 1/2W มาเพราะราคามันไม่สูงมากนักเดือนนี้งบหมดครับ ถ้าคุ้มผมได้เก็บเงินถอยมาใส่ครับ
ขอบคุณครับ
-
อิๆวันนี้มีเวลาว่างผมลองเปลี่ยน pulse tranformer จากของเดิมไม่แน่ใจว่าใช้ลวดอะไรพันเป็น ลวด PC-OCC 6N กำลังเบิร์นให้เข้าที่อยู่ ได้บรรยากาศรอบๆด้านข้างแถมเสียงละเอียดขึ้นอีกพอสมควร พัน20รอบพอดีเปะเนื่องจากลวดใหญ่ใช้ทอรอยแกนเส้นผ่าศูนย์กลาง1.5CM
-
เสียงเป็นไงบ้างคัพ
-
ได้รายละเอียดของเสียงตลอดย่านเลยครับ เสียงทุ้มเก็บตัวไวขึ้น เบสน่าฟังขึ้นอีกจมเลย ผมใช้กับลำโพงคอมนะครับ 2030 3ตัว + 2132 คิดไม่ผิดที่ตัดสินใจเอามาพัน ตอนแรกจะใช้แค่ ofc ธรรมดา แต่คิดไปคิดมาไหนๆจะพันแล้วเต็มสูบเลยดีกว่าใครมีสายอยู่ลองเล่นดูก็ได้ครับ
-
ผมกำลังเก็บงบทำ 1541 ของพี่วศินอยู่ เนื่องจากเห็น 1543 มันแสดงอิทธิฤทธิ์แล้วรุ่นพี่มันต้องมีไรดีๆแน่ๆ แต่ไปเจอ วงจร 1545 ในกูเกิ้ลมา ใช้อุปกรณ์ไม่เยอะมากน่าลองอยู่