HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Mr.YOYO ที่ 21 ธันวาคม, 2011, 10:33:19 am
-
พอดีว่ากำลังจะหัดทำลำโพง Diy เองเลยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับลำโพง 4 และ 8 Ohm ครับ
1. ผมเข้าใจว่าหากผมใช้ amp 50w (Gainclone) เปิดสุดๆ ลำโพง 4 Ohm จะดังกว่า 8 Ohm ใช่เปล่าครับ
2. ผมเคยอ่านผ่านๆ มา บางคนบอกว่าลำโพงบ้านไม่แนะนำให้ใช้ 4 Ohm มันทำให้แอมป์ทำงานหนัก.... มันหนักยังไงอ่ะครับ :(
3. ที่บ้านผมมีลำโพง MS906 อยู่ เจ้าเสียงแหลมมันก็เป็น 4 Ohm แต่ เสียงกลางกับต่ำ เป็น 8 Ohm เลย งง (หรือผมวัดผิดหว่า)
4. แล้วผมควรเอาดอกเสียงต่ำ 8 Ohm มาใช้กับดอกเสียงสูง 4 Ohm รึเปล่า
ขอบคุณครับ
-
ผมก็เคยตั้งคำถามแบบนี้เหมือนกัน ตอบให้คร่าวๆเท่าที่พอเข้าใจนะครับ ลึกซื้งกว่านี้เดี๋ยวรอเพื่อนๆที่เป็นไฟฟ้ามาตอบ
เวลาเลือกลำโพงกับแอมป์ก็แนะนำให้อ่านเสปคของมันด้วยครับว่ารับกันได้ดีมั๊ย :)
พอดีว่ากำลังจะหัดทำลำโพง Diy เองเลยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับลำโพง 4 และ 8 Ohm ครับ
1. ผมเข้าใจว่าหากผมใช้ amp 50w (Gainclone) เปิดสุดๆ ลำโพง 4 Ohm จะดังกว่า 8 Ohm ใช่เปล่าครับ
+++ ดูที่ค่า Sensitivity ของลำโพงครับ ค่ามากก็ดังมาก
2. ผมเคยอ่านผ่านๆ มา บางคนบอกว่าลำโพงบ้านไม่แนะนำให้ใช้ 4 Ohm มันทำให้แอมป์ทำงานหนัก.... มันหนักยังไงอ่ะครับ :(
+++ โหลดน้อยกว่าก็กระแสไหลมากกว่า ทำงานมากกว่าครับ แอมป์บางวงจร เช่นเกนโคลน 50w ที่ 8 โอห์ม จะเป็น 100w ที่ 4 Ohm ...เวลาทำงานก็จะร้อนกว่า
ส่วนแอมป์ก็ขึ้นกับว่ามันรับโหลดต่ำๆได้มั๊ย อย่างแอมป์ที่ผมใช้รับได้ถึง 2 Ohm เลยครับ
3. ที่บ้านผมมีลำโพง MS906 อยู่ เจ้าเสียงแหลมมันก็เป็น 4 Ohm แต่ เสียงกลางกับต่ำ เป็น 8 Ohm เลย งง (หรือผมวัดผิดหว่า)
+++ ให้ดูที่ Impedance รวมของลำโพงครับ ครอสโอเวอร์ส่วนใหญ่จะมีการใช้ R ปรับให้อิมพีแดนซ์มันเท่ากัน คือปรับทวีทเตอร์ขึ้นเป็น 8 Ohm หรือไม่ก็ใช้วูฟเฟอร์สองดอกขนานมาเป็น 4 Ohm
4. แล้วผมควรเอาดอกเสียงต่ำ 8 Ohm มาใช้กับดอกเสียงสูง 4 Ohm รึเปล่า
+++ ทำได้ครับ ควรปรับอิมพีแดนซ์ให้มันเท่ากันเหมือนที่บอกไว้ข้างบนครับ
ขอบคุณครับ
-
1. ไม่แน่ครับ ความดังขึ้นกับความไว(sensitivity) ของลำโพงด้วย แต่ที่แน่ๆ แอมป์ตัวเดียวกันขับลำโพง 4 Ohm ตัวแอมป์จะมีกำลังมากกว่าขับลำโพง 8 Ohm
ตามทฤษฎีกำลังจะเพิ่มขึ้น 1 เท่า แต่วัดจริงมักไม่ค่อยถึง ขึ้นกับคุณภาพของแอมป์ด้วย
2. ทำงานหนักก็เพราะว่าพอเอาไปขับลำโพง 4 Ohm กำลังที่ส่งไปให้ลำโพงมากขึ้น แต่ความร้อนที่เกิดขึ้นก็มากตามกำลังขับที่ล่งไปให้ลำโพง
สมมุติที่ 8 Ohm มีกำลัง 50 วัตต์ พอขับ 4 Ohm กำลังเพิ่มเป็น 80 วัตต์ วัตต์ที่เพิ่มขึ้นหมายถึงความร้อนที่สูญเสียเพิ่มขึ้นด้วย ถ้าไม่ออกแบบเผื่อไว้ แอมป์อาจจะพังได้เลย
ปล. ชิพเกนโคลนเองใน datasheet เอง ก็แนะว่าถ้าเอาไปขับ 4 Ohm ต้องลดไฟเลี้ยงลงมา เพราะตัวชิพทนกำลังได้จำกัด
สมมุติออกแบบให้ได้ 50 วัตต์ที่ 8 Ohm พอเอาไปใช้กับลำโพง 4 Ohm อัดดังๆ มีสิทธิ์เกิน spec ที่ชิพทนได้เพราะกำลังขับมันจะเพิ่มขึ้นกว่าตอนขับ 8 Ohmน่ะครับ
-
ตอบข้อ 2.
สำหรับลำโพง 4 Ohm ถ้าใช้ Amp หลอด OPT มี Tap 4 Ohm / 8 Ohm ไม่ต่างกันเลยครับ
สำหรับลำโพง 4 Ohm ถ้าใช้ Amp SS ต้องการกำลังสำรองจาก Amp มากขึ้นอีกเท่าตัวครับ...Amp หลายตัวจะให้เสียงต่ำได้ไม่ดีเพราะดึงกระแสมมาก(ถ้ากำลังสำรองไม่ได้)
-
ตอบข้อ 2.
สำหรับลำโพง 4 Ohm ถ้าใช้ Amp หลอด OPT มี Tap 4 Ohm / 8 Ohm ไม่ต่างกันเลยครับ
สำหรับลำโพง 4 Ohm ถ้าใช้ Amp SS ต้องการกำลังสำรองจาก Amp มากขึ้นอีกเท่าตัวครับ...Amp หลายตัวจะให้เสียงต่ำได้ไม่ดีเพราะดึงกระแสมมาก(ถ้ากำลังสำรองไม่ได้)
และลำโพงที่บอก 4 Ohm ส่วนใหญ่เป็นค่าเฉลี่ยครับ...บางความถี่อาจลงไปถึง 2 Ohm หรือต่ำกว่าได้ (เช่นพวกลำโพงแผ่น)
-
เอาสูตรไปแล้วกันครับ V = I x R
V = Volt
I = current
R = resistance
ให้Volt ออกจาก แอมป์ = 10V สมมุติว่าลำโพงทั้งสองตัวมีความไวเท่าๆกัน (จริงๆจะไม่เท่าครับ ลำโพงรุ่นเดียวกันที่มีค่า 4/8 ohm ตัว 4 ohm ส่วนมากจะมีค่าความไวน้อยกว่านิดนึง)
R = 4 ohm I = V/R = 10/4 = 2.5Amp
R = 8 ohm I = V/R = 10/8 = 1.25Amp
จะเห็นว่าแอมป์ต้องทำงานหนักขึ้นเท่าตัว ก็ต้องไปดูว่าแอมป์จ่ายกระแสได้หรือเปล่า
-
3. ที่บ้านผมมีลำโพง MS906 อยู่ เจ้าเสียงแหลมมันก็เป็น 4 Ohm แต่ เสียงกลางกับต่ำ เป็น 8 Ohm เลย งง (หรือผมวัดผิดหว่า)
ถามเพิ่มครับ ไม่รู้ผมเข้าใจถูกหรือเปล่า ว่า 8 ohm คือวัด Impedance ทั้งตู้รวม Cross Over Network เข้าไปด้วย ฉะนั้นอาจไม่ต้องใช้ลำโพง 8 ohm ก็ได้ ???
-
3. ที่บ้านผมมีลำโพง MS906 อยู่ เจ้าเสียงแหลมมันก็เป็น 4 Ohm แต่ เสียงกลางกับต่ำ เป็น 8 Ohm เลย งง (หรือผมวัดผิดหว่า)
ถามเพิ่มครับ ไม่รู้ผมเข้าใจถูกหรือเปล่า ว่า 8 ohm คือวัด Impedance ทั้งตู้รวม Cross Over Network เข้าไปด้วย ฉะนั้นอาจไม่ต้องใช้ลำโพง 8 ohm ก็ได้ ???
ใช่ครับ เอาดอกลำโพง 4 ohm 2ตัวมาต่อ series กันก็ได้ 8 ohm หรือจะเอาดอกลำโพง 8 ohm 2 ดอกมาต่อ series กันก็ได้ 16 ohm ขับสบาย
จะเอาดอกเสียงแหลม 4 ohm + เสียงทุ้ม 4 ohm แล้วใช้ series cross over ก็จะได้ลำโพง 8 ohm ครับ แต่ของจริง เวลาวัดออกมา มันจะกระโดดขึ้นลงนะครับ ไม่เป็น 4 หรือ 8 เป็นเส้นตรงหรอกครับ
-
ของผม spec 8 โอห์ม แต่วัดจริงจากขั้วก็ได้ 9.2 นะครับ งงเหมือนกัน ^-^
-
วัดได้ 9.2 ohm นี่เข้าใจว่าเป็น DCR นะครับ ไม่ใช่ impedance
หน้าที่่ของ crossover คือปรับความต้านทาให้เปลี่ยนไปตามความถี่ ดังนั้น crossover ที่ต่อกับ woofer จะมี impedance ต่ำช่วงความถี่ต่ำ และมี impedance สูงช่วงความถี่สูง ส่วน tweeter ก็กลับกัน
ยกตัวอย่างเช่น woofer 8 ohm กับ tweeter 4 ohm
ที่ความถี่ต่ำ จะได้ impedance รวมของ woofer ใกล้เคียงกับ 8 ohm เพราะ impedance ของ crossover ที่ต่อกับมันที่ความถี่ต่ำมีค่าน้อย สมมติว่าเป็น 0.1 ohm พอมาขนานกับ tweeter ที่ crossover ที่ต่อกับตัวมันมีค่า impedance สูงที่ความถี่ต่ำ จะได้ impedance รวม เท่ากับ 8.1 ohm ขนานกับ วงจรที่มี impedance สูงมากๆ ทำให้ impedance รวมประมาณ 8 ohm
ส่วนความถี่่สูงคิดด้วยหลักการเดียวกันครับ
-
โปรทยอยกันมาตอบเรื่อยๆแล้ว :clap
-
1. ผมเข้าใจว่าหากผมใช้ amp 50w (Gainclone) เปิดสุดๆ ลำโพง 4 Ohm จะดังกว่า 8 Ohm ใช่เปล่าครับ
ตัว Op Amp จะร้อนจัด ทำงานเกินกำลังครับ
ระบบป้องกัน SPiKe ของ LM38xx จะทำงาน เสียงจะเบาลง หรือ แตก ฟังไม่ค่อยชัด
-
วัดได้ 9.2 ohm นี่เข้าใจว่าเป็น DCR นะครับ ไม่ใช่ impedance
หน้าที่่ของ crossover คือปรับความต้านทาให้เปลี่ยนไปตามความถี่ ดังนั้น crossover ที่ต่อกับ woofer จะมี impedance ต่ำช่วงความถี่ต่ำ และมี impedance สูงช่วงความถี่สูง ส่วน tweeter ก็กลับกัน
ยกตัวอย่างเช่น woofer 8 ohm กับ tweeter 4 ohm
ที่ความถี่ต่ำ จะได้ impedance รวมของ woofer ใกล้เคียงกับ 8 ohm เพราะ impedance ของ crossover ที่ต่อกับมันที่ความถี่ต่ำมีค่าน้อย สมมติว่าเป็น 0.1 ohm พอมาขนานกับ tweeter ที่ crossover ที่ต่อกับตัวมันมีค่า impedance สูงที่ความถี่ต่ำ จะได้ impedance รวม เท่ากับ 8.1 ohm ขนานกับ วงจรที่มี impedance สูงมากๆ ทำให้ impedance รวมประมาณ 8 ohm
ส่วนความถี่่สูงคิดด้วยหลักการเดียวกันครับ
O0 O0 O0 เข้าใจแล้วครับ อย่างนี้นี่เอง