HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: ออดิโอแมน ที่ 21 มกราคม, 2012, 12:03:45 pm
-
รับทำไหมครับ ทั้งแบบ SE และ PP
ตอนนี้หน้ามืดจะทำเบอร์ไหนต้องสั่งพันหม้อใหม่ เอาแบบครอบจักรวาล เจ็บตัวน้อย
อ้อ หม้อเพาเวอร์ และไฟจุดใส้หลอดก็น่าจะทำครอบจักรวานด้วย นะ
ถ้ามีคนสนใจด้วย น่าจะกรุ๊ปบายนะครับ
มาซาวเสียงขอความเห็นดูครับ
-
หม้อตาคล้ายพวก Universal OPT ของ Tango แต่ว่ามันตอบสนองความถี่ได้ราบรื่นขนาดใหนน่าจะอีกเรื่องครับ
น่าจะลองพันต้นแบบมา Test ดูครับ ;)
-
ผมยืมรูปเขามา แล้วลงค่าเอาเอง ไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือเปล่า
หรืออาจจะเปลี่ยนค่าให้เหมาะสมก้ได้ เอาให้ครอบคลุมการใช้งาน
สำหรับใช้ฟังเพลง mp3 จากคอม ครับ เสียงคงไม่ดีไปก็แหล่งที่ฟัง
สำหรับท่านที่ฟังจากซิสเต็มจัดเต็มคงไม่สนใจอยู่แล้วครับ
-
ผมว่าเหมาะกับป๋า ออ เลยครับออกแบบวงจรอาจต้องหาค่าอะไรหลายๆค่ามาลอง Y]
-
หาแนวร่วมอยู่นะครับ ใครสนใจลงชื่อไว้ครับ แล้วค่อยหาคนพันหม้ออีกทีหนึ่ง ตอนนี้เมล์ไปปถามเซลของแสงทองแล้วยังไม่ตอบกลับ คงเป็นวันเสาร์อาทิตย์ เขาพักผอนมั้ง
ผมว่าประหยัดกว่า
แต่ก่อนทำทีปาดเหงื่อที ต้องขายของเก่าขาดทุน สั่งพันหม้อใหม่ นีมีหม้อเดียวเลย ใช้ได้เลย
ส่วนคุณภาพที่สูญเสียไป ผมว่าไม่เท่าไหร่หรอกครับ มีน้อยคนที่หูทองจริงๆ ผมหูตะกั่ว
ความถี่ต่ำผมฟังไม่ออกหรอกว่าความถี่กี่ Hz ที่หายไป ได้ยินเสียงเบสตูม ตึบๆ ก็โอเคแล้ว เสียงแหลมก็ด้วย
-
ผมกะจะทำ PT อย่างนี้เหมือนกันแยกแท่น เอามันหลายๆค่า 2f
(http://image.ohozaa.com/i/522/s0Obhc.JPG) (http://image.ohozaa.com/view/7a8m0)
-
อืม เหตุผลหนึ่งที่ไม่มีคนทำเพราะตัวมันใหญ่ ไป นะ จ๊ะ
-
หม้อ สามเฟส :o
-
พึ่งรู้ว่ามีแอมป์หลอดสามเฟส มันจะขนาดไหนกันนะ
-
Universal OPT แบบนี้มีดีเรื่องประหยัด ใช้งานได้หลากหลาย
แต่คุณภาพเสียงจะสู้แบบ Tap เดียวๆได้หรือครับ
Universal OPT น่าจะเหมาะกับผู้ชอบทดลองของครับ
-
สนใจไหม ถ้าจะพันตามแนวๆ ของ Tango XE-20
ค่า 2.5k , 3.5K , 5K ดีไหมครับ
-
ผมว่าหม้อแปลงที่พันแบบเฉพาะค่า เฉพาะแทป จะให้เสียงดีกว่าแบบ เผื่อเลือกครับ
-
สนใจไหม ถ้าจะพันตามแนวๆ ของ Tango XE-20
ค่า 2.5k , 3.5K , 5K ดีไหมครับ
ผมลงชื่อไว้คนหนึ่งครับ เอาคับผ๊ม 1 คู่ (30W, 0.15A จะลูกใหญ่ไป และแพงไปหรือเปล่าครับ)
ถ้าจะให้ดี ขอ PP 1 คู่ครับ
แบบว่า ไม่ดีไม่ว่ากัน ถือว่าลอง ผู้ซื้อรับผิดชอบเอง คนพันไม่ต้องรับผิดชอบ (ไม่ยังงั้นใครจะมาพันให้)
-
สนใจไหม ถ้าจะพันตามแนวๆ ของ Tango XE-20
ค่า 2.5k , 3.5K , 5K ดีไหมครับ
ผมลงชื่อไว้คนหนึ่งครับ เอาคับผ๊ม 1 คู่ (30W, 0.15A จะลูกใหญ่ไป และแพงไปหรือเปล่าครับ)
ถ้าจะให้ดี ขอ PP 1 คู่ครับ
แบบว่า ไม่ดีไม่ว่ากัน ถือว่าลอง ผู้ซื้อรับผิดชอบเอง คนพันไม่ต้องรับผิดชอบ (ไม่ยังงั้นใครจะมาพันให้)
ที่ปรึกษากับคนพันไว้ ทำขนาด 20W SE ใช่แกนเหล็กอย่างดี (ผมจำไม่ได้ว่าแกนอะไร) ราคา GB ไม่น่าเกิน 2,500
-
โอเคครับ 20W กำลังสวย
แต่ค่าไม่ใกล้กันเกินไปหรือครับ 2.5k , 3.5K , 5K
ตามที่ผมลากเส้นโหลดไลน์มา ที่จุดไบอัสจุดหนึ่ง ลากเส้นโหลดไลน์ได้ตั้งหลายเส้น ที่ไม่เกิน plate dissipation ความเห็นของผมนะครับ 2.5K,3.5K ใช้แทนกันได้เลย และ 3.5K กับ 5K ก็ใช้แทนกันได้เช่นกันครับ
เหตุผลหลักๆ ก็คือ อุปกรณ์ก็ไม่ได้คัด system ที่ฟังก็คอม+mp3+ลำโพง ราคาไม่ถึงหมื่น
แต่ถ้าเพื่อคุณภาพเสียงที่ความถี่ไม่สูญหายไปมาก ก็แล้วแต่เสียงส่วนใหญ่ครับผม ผมเอาแน่ ต่อไปก็จะมีหม้อ PT อเนกประสงค์ด้วยครับ
:yahoo
-
บางทีค่า primary impedance ที่ใกล้ๆกันก็มีผลนะครับ ผมเคยเจอกับตัวเอง เป็นหลอด PX25 ถ้าดูตาม datasheet ใช้ load ที่ 3.5K ก็น่าจะทำงานได้ datasheet เองก็บอกแบบนั้น แต่พอ test จริงๆปรากฏว่าน้อยไป เพราะ distortion เยอะมาก และได้ output แค่ 2.5W แต่พอเปลี่ยนเป็น 5K กับได้ power ถึง 4.5W และ distortion ต่ำลงพอสมควรครับ
-
โอเคครับ 20W กำลังสวย
แต่ค่าไม่ใกล้กันเกินไปหรือครับ 2.5k , 3.5K , 5K
เข้าน่าจะดูแบบ Tango XE-20
แต่ผมว่าคุณภาพคงไม่เหมื่อน Tango XE-20 นะครับ แต่เอาแค่แต่ละ tap ตอบสนองความถี่ได้ ก็น่าจะตรงกับความต้องการ
ต้องรอคนพันมาอธิบายครับ
-
เอามายั่วคุณออดิโอแมน สักหน่อย :o ทำเหมือนกับที่บอกไว้ในเวปโน้นครับ Hammond 125 SE
แต่มีเจ้าของหมดแล้ว ;D 3สัปดาห์แล้วยังไม่เสร็จ ไม่คอยมีเวลาทำ :kicking
-
โหวตหน่อย :drive1แล้วใครจะพันดีล่ะ ไหนๆจะกรุ๊ปแล้วเอาหม้อไฟเลยก็ดี
-
เอามายั่วคุณออดิโอแมน สักหน่อย :o ทำเหมือนกับที่บอกไว้ในเวปโน้นครับ Hammond 125 SE
แต่มีเจ้าของหมดแล้ว ;D 3สัปดาห์แล้วยังไม่เสร็จ ไม่คอยมีเวลาทำ :kicking
เอ ทำเมื่อไหร่ครับ อาจจะเป็นช่วงที่ผมยังไม่ทันคิดครับ
-
โหวตหน่อย :drive1แล้วใครจะพันดีล่ะ ไหนๆจะกรุ๊ปแล้วเอาหม้อไฟเลยก็ดี
คุณชาตรี...รับพันให้ครับ
ช้าหน่อยแต่ Shure ครับ
-
เอาด้วยคนครับ เผื่อ W เยอะๆหน่อย จะได้ลองหลอดได้หลากหลาย
-
สองคนแล้ว c)
รอคนที่สามครับ อย่าคิดนานนะครับ เพราะดูท่าคนพันจะพันนานกว่าอีกนะ :yahoo
-
มากระตุ้นครับ มีสองพระหน่อเองหรือครับ ขออีกซักสอง สาม หน่อ น่าจะคุ้มกับคนพันครับ
-
ผมเคยคุยกับ Mr tube สรุปความว่า ให้ดีที่สุดน่าจะคำนวณแล้ว พันออกมาแต่ละขดเวลาใช้งานก็ขนานหรืออนุกรมกัน จะใช้ประโยชน์ได้ทุกขดอีกทั้งตรงสเปคที่ได้ตำนวณไว้ การแทปลวดออกมามันจะทำให้ลวดบางส่วนไม่ถูกใช้งาน แต่ผลเสียนี่ไม่ทราบเหมือนกัน แต่การพันแยกขดออกมามันจะยุ่งยากในการใช้งานบ้าง
-
ตกลงว่าจะแทปที่ขด pri หรือแทปที่ขด sec ครับ
เรื่องหม้อ นี่ผมไม่รู้จริงๆ
-
ผมเคยคุยกับ Mr tube สรุปความว่า ให้ดีที่สุดน่าจะคำนวณแล้ว พันออกมาแต่ละขดเวลาใช้งานก็ขนานหรืออนุกรมกัน จะใช้ประโยชน์ได้ทุกขดอีกทั้งตรงสเปคที่ได้ตำนวณไว้ การแทปลวดออกมามันจะทำให้ลวดบางส่วนไม่ถูกใช้งาน แต่ผลเสียนี่ไม่ทราบเหมือนกัน แต่การพันแยกขดออกมามันจะยุ่งยากในการใช้งานบ้าง
รอ Mr.tube เข้ามาคลายข้อสงสัย
-
การ Tab ที่ Primary จะทำให้มีลวดที่เสียเปล่าครับ และบางทีทำให้โครงสร้างขดลวดเปลี่ยนไปและกระทบกับเรื่อง Response ที่เราตั้งใจไว้ครับ อันนี้อธิบายแบบสรุป ถ้าจะให้เข้าใจลองดูตัวอย่างครับ
สมมุติ 5k:8 ohm OPT คำนวณรอบออกมาได้ 3000 : 120 สมมุติแบ่ง Interleaving 4P, 3S ละะกัน เท่ากับ Primary 750 รอบ 4 ขด กับ Sec 40 รอบ 3 ขด ถ้าผมคำนวณแล้วว่าโครงสร้างนี้ จะได้การตอบสนอง 20Hz - 20kHz พอดีนะครับ
ถ้า Tab 2.5k:8 และรอบ Sec ถูก Fix ไว้ที่ 120 เราก็ต้อง Tab Primary ที่ 2,120 รอบ เท่ากับว่าเราใช้ Primary แค่ 2 ขดกว่าๆ เ่ท่านั้นเอง ทิ้งไปเฉยๆ 1 ขดครับ และโครงสร้างขดลวดจากที่เรากำหนดไว้ก็เหลือ 3P, 3S แน่นอนว่า Leakage Inductance สูงกว่าโครงสร้างเดิมแน่ๆ Primary Inductance ก็ลดลง เพราะรอบ Pri หายไป และแทนที่เราจะใช้ลวดใหญ่กว่าเพื่อให้ DCR ต่ำลงได้ เราก็เสียพื้นที่พันลวดไปเปล่าๆ สำหรับลวดที่เราจะไม่ใช้ครับ การตอบสนองก็แย่กว่า 20Hz-20kHz แน่นอน ยกตัวอย่างแค่นี้ละกัน คงพอเห็นภาพแล้ว :)
-
ถ้าแทปที่ด้าน sec ล่ะครับ ผลจะเป็นประการใดครับ
กระทู้ GB ครับ ตอนนี้ได้สองคนเป็นหนึ่งกรึ๊ปแล้วครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=78787.0
-
ถ้าแทปที่ด้าน sec ล่ะครับ ผลจะเป็นประการใดครับ
ถ้า Tab ทางด้าน Sec รอบ Primary จะคงที่ โครงสร้างขดลวดก็คงที่ ก็แค่เปลืองพื้นที่พันลวดฝั่ง Sec ไปบ้างเท่านั้นครับ ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือเราต้องออกแบบโดยคำนวณค่าตรงจุดที่เป็นปัญหาที่สุดเสมอ ผมอธิบายปัญหาให้ฟังอย่างนี้ครับ
สมมุติ 5k : 0-4-8-16 เอารอบเดิมมาใช้ 3000 รอบ ต่อ 85-120-170 รอบ สมมุติว่า ผมคำนวณค่า Primary Inductance ที่ 5k primary แล้วตอบสนองได้ 20Hz พอดี และค่า Leakage ก็ตอบสนองได้ 20kHz พอดี ถ้าผมเล่นที่ Tab Sec โดยเอา Load 8 ohm ไปต่อกับขด 0-16 ก็จะทำให้ primary เหลือ 2.5k ในขณะที่ Inductance และ Leakage Ind ยังเท่าเดิม เมื่อนำไปใช้งาน OPT จะตอบสนองได้ต่ำกว่า 20Hz และด้านสูงไม่ถึง 20kHz ครับ พูดง่ายๆ ว่าช่วงการตอบสนองจะเลื่อนมาทางต่ำ ในทางกลับกัน ถ้าผมเอา 8 ohm ไปต่อกับ 0-4 primary ก็จะเป็น 10k และการตอบสนองด้านต่ำจะไม่ถึง 20Hz และด้านสูงได้เกินกว่า 20kHz ครับ ก็คือเลื่อนไปทางสูง ผมสรุปให้เข้าใจตามนี้ก่อน ถ้าอยากจะเข้าใจเป็นคณิตศาสตร์ก็จะส่งบทความให้อ่านและคำนวณตาม ก็จะได้ผลตามที่ผมสรุปเหมือนกัน เป็นเหตุผลรองรับว่า ทำไมจึงมีคำกล่าวว่า Universal OPT ดีบาง Tab และไม่ดีบาง Tab ครับ
วิธีแก้ไขก็มีคร้ับ คือต้องออกแบบให้ Over Spec เยอะๆ ครับ เช่น 5k:0-4-8-16 สมมุติผมออกแบบให้ OPT ตอบสนองได้ 5Hz - 100kHz แบบนี้ต่อให้เล่น Tab ยังไง ก็ยัง Cover 20Hz-20kHz ที่เราต้องการครับ ค่าตัวเลขยกมาเป็นแนวคิดให้ครับ จริงๆ ก็ต้องคำนวณดูว่าตอบสนองครอบคลุมทุก Tab ได้จริงรึเปล่า ก็คือเวลาคำนวณ Pri Inductance ให้คำนวณที่ค่า k สูงสุดที่เราจะ Tab เล่น และคำนวณ Leakage ที่ค่า k ต่ำสุดที่เราจะ Tab เล่นครับ ถ้าได้ตามนี้ การตอบสนองก็จะครอบคลุมการเล่น Tab ทั้งหมดของ OPT ตัวนี้ครับ แต่อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างทางเสียงยังเป็นสิ่งที่รับรู้ได้เมื่อเลือกเล่น Tab ต่างๆ นะครับ เพราะฉะนั้นคำกล่าว ดีบาง Tab และไม่ดีบาง Tab ก็ยังอยู่ครับ เพียงแต่ไอ่ที่ว่าแย่นี่ ต้องถือว่าดีพอแล้วครับ อธิบายแบบนี้ไม่รู้จะงงรึเปล่า ลองเปรียบเทียบ Bad Fair Good กับ Good Better Best ดูละกันครับ อยู่ที่คนมองน่ะครับ ;)
-
Mr.tube อธิบาย มองเห็นภาพชัดเจน ขอบคุณครับ
-
ขอคุณงามๆครับ เรื่อง OPT นี่ผมได้มาก็จับยัดลงแท่นอย่างเดียวเลย
-
ผมช่วยชี้ประเด็นบางอย่างให้ เพื่อให้ Group buy ออกมาเป็นที่พอใจกับทุกๆ คนนะครับ
จุดประสงค์ของคุณออดิโอแมน ต้องการ OPT สำหรับทดลอง ผมคิดว่าอลุ่มอล่วยกับเรื่อง Response ได้ครับ แต่คุณดาวเหนือตั้งเป้า Tango XE-20 ซึ่งอลุ่มอล่วยได้น้อยกว่า ผมอธิบายความต้องการที่ไม่ตรงกันให้ทราบ ส่วนข้อสรุปคงต้องไปตกลงกันในกลุ่มผู้ที่ Group buy กันครับว่าจะให้ Spec ดีแค่ไหน อีกประเด็นที่ยังไม่ได้คุยกันคือ OPT SE จะให้รับกระแสได้เท่าไหร่ครับ
ส่วนประเด็นที่คุยกับพี่ยุทธไว้คือการออกแบบขดลวดแบบไม่ Fix ค่าทั้งฝั่ง Pri และ Sec ครับ เพื่อให้คนเล่นสามารถจัดขดลวดเล่นได้หลากหลาย เทคนิคนี้จะเห็นได้ใน OPT ของ Patridge กับ Lundahl ครับ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพละกัน
ตัวอย่างเดิมครับ P = 750 รอบ 4 ขด S = 40 รอบ 3 ขด ทั้งหมดอิสระจากกันครับ
P 4 ขด ถ้าเอามาต่ออนุกรม-ขนานกัน จะได้รอบ 4 ค่า
750, 1500, 2250, 3000 รอบ
S 3 ขด ต่ออนุกรม-ขนานกัน ก็ได้ 3 ค่า
40-80-120 รอบ
OPT นี้ สามารถจับคู่ได้ 12 แบบ และเหมาะกับ 12 สถานการณ์ โดยที่ไม่มีลวดขดไหนเสียเปล่าเลย และโครงสร้าง Interleaving ไม่เปลี่ยนแปลงเลยครับ อันนี้ยกให้ดูเป็นแนวคิดครับ ที่เหลือลองประยุกต์กันดูนะครับ
-
เข้าน่าจะดูแบบ Tango XE-20
แต่ผมว่าคุณภาพคงไม่เหมื่อน Tango XE-20 นะครับ แต่เอาแค่แต่ละ tap ตอบสนองความถี่ได้ ก็น่าจะตรงกับความต้องการ
ฉุกสงสัยครับ .... การวัด "คุณภาพ" ของหม้อแปลงที่สั่งพัน/พันเอง โดย *เบื้องต้น* ต้องวัดอะไรบ้าง + โดยใช้เครื่องมืออะไร ก่อนที่จะเอาไปฟังจริงครับ?
- ค่าความเป็นฉนวน (ระหว่าง sec กับ pri)?
- ค่า L ? ที่ความถี่ ?
- การตอบสนองความถี่ -vs- dB
- ??
ขอบคุณครับ
-
ผมช่วยชี้ประเด็นบางอย่างให้ เพื่อให้ Group buy ออกมาเป็นที่พอใจกับทุกๆ คนนะครับ
จุดประสงค์ของคุณออดิโอแมน ต้องการ OPT สำหรับทดลอง ผมคิดว่าอลุ่มอล่วยกับเรื่อง Response ได้ครับ แต่คุณดาวเหนือตั้งเป้า Tango XE-20 ซึ่งอลุ่มอล่วยได้น้อยกว่า ผมอธิบายความต้องการที่ไม่ตรงกันให้ทราบ ส่วนข้อสรุปคงต้องไปตกลงกันในกลุ่มผู้ที่ Group buy กันครับว่าจะให้ Spec ดีแค่ไหน อีกประเด็นที่ยังไม่ได้คุยกันคือ OPT SE จะให้รับกระแสได้เท่าไหร่ครับ
ส่วนประเด็นที่คุยกับพี่ยุทธไว้คือการออกแบบขดลวดแบบไม่ Fix ค่าทั้งฝั่ง Pri และ Sec ครับ เพื่อให้คนเล่นสามารถจัดขดลวดเล่นได้หลากหลาย เทคนิคนี้จะเห็นได้ใน OPT ของ Patridge กับ Lundahl ครับ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพละกัน
ตัวอย่างเดิมครับ P = 750 รอบ 4 ขด S = 40 รอบ 3 ขด ทั้งหมดอิสระจากกันครับ
P 4 ขด ถ้าเอามาต่ออนุกรม-ขนานกัน จะได้รอบ 4 ค่า
750, 1500, 2250, 3000 รอบ
S 3 ขด ต่ออนุกรม-ขนานกัน ก็ได้ 3 ค่า
40-80-120 รอบ
OPT นี้ สามารถจับคู่ได้ 12 แบบ และเหมาะกับ 12 สถานการณ์ โดยที่ไม่มีลวดขดไหนเสียเปล่าเลย และโครงสร้าง Interleaving ไม่เปลี่ยนแปลงเลยครับ อันนี้ยกให้ดูเป็นแนวคิดครับ ที่เหลือลองประยุกต์กันดูนะครับ
ทีจริงการทำoptหลายค่า สำหรับผมมุ่งอย่างเดียวเลยคือประหยัด หมายถึงใช้แกนดีลวดดี พันให้ได้ตามสเปคทีกำหนดทุกค่า และต้องได้เสียงที่ตอบสนองความถี่ไม่เพื้ยนไปจากที่คำนวณได้มากมายนัก มันจะทำให้เราประหยัดทำแอมป์เล่นได้หลายเบอร์ ในมุมนี้น่าจะพันเองซะมากกว่า เรื่อง Response ผมว่าเป็นเรื่องหลักที่คนพันเองให้ควาสำคัญอย่างมาก ไม่งั้นมันจะตอบสนองความถี่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ เราจึงต้องใช้ขดลวดทุกขด แต่ที่สุดเราอาจต้องไปอลุ่มอล่วยเรื่องPrimary Inductance แทน เพราะแกนทีเราใช้ขนาดไม่เท่ากัน พอคำนวณจริงมันอาจได้ชุดลวดแต่ละขดไม่ตรงตามที่ต้องการใช้ จึงให้Primary Inductance ผิดไปบ้างในบ้างTab ไม่งั้นไม่พ้นต้องTabลวดออกมาในขดลวดชุดสุดท้ายเหมือนเดิม
-
opt มีเรื่องให้คำนึงถึงเยอะนะครับ
ว่าไปแล้วอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์พื้นฐาน คือแหล่งจ่ายไฟตรง ตัวต้านทาน นี่เป็นอะไรที่ตรงไปตรงมาพอที่จะเรียนรู้ได้ดีครับ
พอมาถึงตัวเก็บประจุ ก็เริ่มงง ถึงไฟสลับก็งงมากขึ้นมาอีก
มาถึงพวกที่เป็นคอยล์ ป๋าก็ไม่อ่านต่อเลย หัวไม่หมุนไปกับคลื่น
คงต้องรอให้น้าชาตรี มือพัน มาแถลงครับ ถึงจะมียอด order
ตอนนี้มีอยู่สองพระหน่อเหมือนเดิม
-
ฝีมือพันของคุณ Yod ก็ใช่ย่อยนะครับ Y] O0
-
ในระหว่างที่รอ GB ยังไม่ได้พันหม้อ มีสเปคโดยประมาณดังนี้
OPT แบบ SE ขนาด 20W
Pri : 2,500 , 3,500 , 5,000 Ohm ,มีแทป ul
Sec : 6, 8 Ohm
แกนเหล็ก 35A250 หนา 0.35mm
ทรงตั้งสูง
ราคาในเบื้องต้นไม่น่าเกิน 2,500 บาท/คู่ (แล้วแต่จำนวน)
กระแสยังไม่ได้กำหนด
เราก็หาหลอดมาทำ มีหลอดอะไรที่ใช้ตามนี้แล้วเหมาะเจาะครับ เอามาลงไว้แล้วป๋าจะทำวงจรไว้วิจารณ์กัน สนุกๆ
-
คู่เดียวครบเครื่องเรื่องเสียตังค์เลยนะครับ c)
-
ฉุกสงสัยครับ .... การวัด "คุณภาพ" ของหม้อแปลงที่สั่งพัน/พันเอง โดย *เบื้องต้น* ต้องวัดอะไรบ้าง + โดยใช้เครื่องมืออะไร ก่อนที่จะเอาไปฟังจริงครับ?
- ค่าความเป็นฉนวน (ระหว่าง sec กับ pri)?
- ค่า L ? ที่ความถี่ ?
- การตอบสนองความถี่ -vs- dB
- ??
ขอบคุณครับ
ทั้งกรณีสั่งพันและพันเอง ผมวัดคุณภาพจากค่า LCR แฝงใน OPT ครับ เครื่องมือก็ LCR Meter ธรรมดาครับ ถ้าค่าได้ตามที่คำนวณก็รับประกัน FR ได้ระดับหนึ่งครับ
แต่ในระดับผู้ผลิตแล้ว ผลงานควรจะผ่านดรรชนีชี้วัดคุณภาพ 3 ตัวสำหรับ OPT ครับ
1. FR - ควรจะวัดจากสภาพใช้งานจริง ถ้าวัดจากสภาพ No-load จะได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากการใช้งานจริงมากๆ เหมือน watt rms กับ pmpo น่ะครับ
2. Efficiency or Loss - โดยมากจะวัด Loss กัน ก็คือในช่วงการตอบสนองที่ออกแบบ มันมี Loss เท่าไหร่
3. ความปลอดภัย - การวัดความเป็นฉนวน ผู้ซื้อจะไม่เข้าใจครับ โดยมากจะวัดว่าสามารถทนแรงดันที่กำหนดได้หรือไม่ โดยมากแล้ว Pri จะต่อกับไฟสูง และ Sec มักจะลง Gnd เท่ากับว่าฉนวนระหว่างขดทั้งหมด ต้องทนแรงดันอย่างน้อย 2 เท่าของแรงดันไฟสูงที่จ่าย และระหว่าง Primary กับ Core ครับ การวัดก็คือการป้อนแรงดัน Pri แล้วเอา Sec ลง Gnd ทิ้งไว้ตามเวลาที่กำหนด แล้วดูว่ามีกระแสรั่วระหว่างขดหรือไม่ครับ
-
ต้องขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจากว่าผมยังมีภาระและไม่ค่อยสะดวกที่จะทำให้ในช่วงนี้ครับ ผมขอยกเลิกงานนี้ก่อนนะครับ เมื่อใดที่ผมทำเสร็จมีของพร้อมแล้ว จะลงให้ในหน้าซื้อขายนะครับ ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ให้ความสนใจครับ
-
:kicking เฮ้ย...กลัวจังเลยเนี่ยเอาดีไม่ได้ พอได้จะม่ายค่อยดีเนี่ย..เอาใจช่วยแระกัน
-
ต้องขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจากว่าผมยังมีภาระและไม่ค่อยสะดวกที่จะทำให้ในช่วงนี้ครับ ผมขอยกเลิกงานนี้ก่อนนะครับ เมื่อใดที่ผมทำเสร็จมีของพร้อมแล้ว จะลงให้ในหน้าซื้อขายนะครับ ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ให้ความสนใจครับ
เอ๋า พันให้ผมลูกหนึ่งก่อนก้แล้วกันนะครับ เดี่ยวโอนตังไปให้
-
:D :D :D
-
OPT หลายค่ากำลังเดินทางครับ
pri. ขดเดียว
sec. : 0, 2.5K, 3.5K, 5K
เมื่อใช้กับลำโพง 6-8 Ohms
-
:whistling :whistling ไว้รอชมนะครับ ต่อทดลองดูด้วยนะครับ