HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Coconut ที่ 17 กุมภาพันธ์, 2012, 03:17:32 pm
-
นอกเรื่องไปนิดครับ (กระฉูดคำนี้จริง) ตามที่ @^-^@ เอส วัน "^-^" , jo5489 , thekop9 อยากดูครับ ลงให้ดูแล้ว
ตอนนี้ใช้ ปรี 5687 http://store.analogmetric.com/gallery.php?id=1713 แต่ร้อนมาก (ปรีร้อน) ผมแนบวงจร 2A3PP ให้ด้วยเลยครับช่วยวิจารณ์เรื่องไฟของ
2A3 ตามวงจรแนบให้หน่อยว่าเยอะไปหรือไม่ ซึ่งไฟออก 320 อ่ะนะครับ หรือมีพี่ๆเพื่อนๆ ช่วยเหลือเรื่อง Chock สักนิด อิอิ
-
ผมจำไม่ได้แล้วว่า 2A3 ยี่ห้ออะไร? ที่เอา 300B มาลดไฟไส้หลอด น่าจะรับไฟขนาดนี้ได้น่ะครับ ไม่แน่ใจว่าใช่หลอดที่ใช้นี้อยู่หรือไม่? ถ้าใช่ ลองเปลี่ยน 5U4 เป็น 5R4 ดูนะครับ เสียงจะเปลี่ยนเยอะเลยละ ฏแล้วเสียงใหม่จะชอบหรทอไม่? คือจะได้ไดนามิกมาอีกตรึมเลยละครับ :secret 2A3 PP Amp ผมเคยฟังคนที่เค้าใช้หลอด 872 เป็นเร็คติไฟรย์ เสียงเยี่ยมเลยละครับ ขับลำโพงกินวัตต์ ได้กระฉับกระเฉงดีมากๆ ครับ O0 ไม่ทราบว่าใช้กับลำโพงอะไร?
-
ดูด้วย คร๊าฟฟ :clap :clap
-
ดูจากวงจร แอมป์ เกนภาคแรก แรงพอควร พอจับคู่กับปรี ที่เอ้าท์พุทอิมพีแดนท์ต่ำ ๆ อัตราขยายเลยสูงครับ เร่งนิดเดียวดังลั่น ลองหายืมปรีหลอดทั่วไปของเพื่อน ๆ ต่อดูก่อนก็ได้ครับ
-
ตอนนี้รอหา Source ครับเพลง format wave ที่มียังไม่เยอะ ว่าแล้ว ไว้หามาลองดูทั้งปรีและ 5R4 / ลำโพงที่ใช้ยังแบบธรรมดาครับยังอยู่ในช่วงเริ่มจัดหาของดีมาใช้สักชุด/2A3 ที่ใช้เป็น 2A3C
-
6SJ7 gain = 17, 6SN7 gain20 = . Total gain = 17x20 = 340 โดยไม่มี Negative feedback เลยจำเป็นต้องมี Negative feedback Feedback gain = 6.8K /100 ohm = 68 เท่า
ถ้าให้สัญณาญที่ออกมาจาก ซีดี แรงตามปกติ 1Vrms = 2.828Vpp ถ้าบิดลูกบิดปรับสัญญาณจนสุด สัญญาณที่อาจจะออกที่ขดทุตติยภูมิจะเท่ากับ 2.828 x 68 = 192Vpp
ถ้าเราปรับลูกบิดเพียง 10% สัญญาณที่จะออกที่ลำโพง จะเป็น 192/20 = 19.2Vpp
Power (Peak to Peak) = (Vpp (ตกคร่อมลำโพง) x Vpp )/ความต้านทานของลำโพง (ในที่นี้ = 8 ohm)
= (19.2 x 19.2 )8 =46 Watt p-p
= 46 / 2.828 =16.2 Wat rms
แสดงว่า แค่หมุนลูกบิดไป นิดเดียว (ลูกบิดเป็น KA (log scale )) นิดเดียวก็เป็น 10% แล้วเสียงเครื่องขยายเครื่องนี้ก็จะดังสุดเลย เป็นไปตามปัญหา ตามกระทู้นี้
ดังนั้นต้องลด Negative Feedback gain จาก 340 เป็นสัก 20-40 เท่า
แล้วจะทำอย่างไร ก็ต้องลดค่า 6.8K เป็นสัก 3.3K , 2.7K แล้วดูผล แต่การทำอย่างนี้อาจมีผลกับ Frequency Bandwidth ถ้าเสียงแหลมขาดอาจจะต้องเอา Capacitor ค่าน้อยๆขนาน Feedback Resistor
-
ตาไม่ดีพิมพผิดครับแก้เป็น
6SJ7 gain = 17, 6SN7 gain20 = . Total gain = 17x20 = 340 โดยไม่มี Negative feedback เลยจำเป็นต้องมี Negative feedback Feedback gain = 6.8K /100 ohm = 68 เท่า
ถ้าให้สัญณาญที่ออกมาจาก ซีดี แรงตามปกติ 1Vrms = 2.828Vpp ถ้าบิดลูกบิดปรับสัญญาณจนสุด สัญญาณที่อาจจะออกที่ขดทุตติยภูมิจะเท่ากับ 2.828 x 68 = 192Vpp
ถ้าเราปรับลูกบิดเพียง 10% สัญญาณที่จะออกที่ลำโพง จะเป็น 192/10 = 19.2Vpp
Power (Peak to Peak) = (Vpp (ตกคร่อมลำโพง) x Vpp )/ความต้านทานของลำโพง (ในที่นี้ = 8 ohm)
= (19.2 x 19.2 )8 =46 Watt p-p
= 46 / 2.828 =16.2 Wat rms
แสดงว่า แค่หมุนลูกบิดไป นิดเดียว (ลูกบิดเป็น KA (log scale )) นิดเดียวก็เป็น 10% แล้วเสียงเครื่องขยายเครื่องนี้ก็จะดังสุดเลย เป็นไปตามปัญหา ตามกระทู้นี้
ดังนั้นต้องลด Negative Feedback gain จาก 68 เป็นสัก 20-40 เท่า
แล้วจะทำอย่างไร ก็ต้องลดค่า 6.8K เป็นสัก 3.3K , 2.7K แล้วดูผล แต่การทำอย่างนี้อาจมีผลกับ Frequency Bandwidth ถ้าเสียงแหลมขาดอาจจะต้องเอา Capacitor ค่าน้อยๆขนาน Feedback Resistor
-
ค่า Gain ที่พี่ TC ยกมา แท้จริงแล้วเป็น Amplification Factor หรือ mu ของหลอด ไม่ใช่ Gain ของวงจรครับ ค่า Gain ของวงจรจะต้องคำนวณจากสภาพการทำงานครับไม่สามารถยกค่า mu มาใช้ตรงๆ ได้ครับ ผมคะเนเอาตามประสบการณ์ ภาคหน้ามี Gain ประมาณ 8-10 เท่านั้น ส่วน 6SN7 Gain น่าจะประมาณ 8-10 เช่นกัน รวมกันแล้วประมาณ 70-100 เท่าครับ
ส่วน Feedback ก็คำนวณตรงๆ แบบนี้ไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากการ Feedback เป็นการ Feed จาก Secondary ครับ ซึ่งผ่านการขยายโดย 2A3 แล้วลดทอนด้วย Step-down Ratio ของ OPT ครับ เพราะฉะนั้นการคิด Gain รวมของวงจรทั้งหมด จะต้องคิดทุกส่วนของวงจรก่อนโดยไม่มี Feedback ซึ่งโดยมากจะเรียกว่า Open-loop Gain ครับ แล้วค่อยคิดอัตราส่วน Feedback มาหักลบครับ
ตาไม่ดีพิมพผิดครับแก้เป็น
6SJ7 gain = 17, 6SN7 gain20 = . Total gain = 17x20 = 340 โดยไม่มี Negative feedback เลยจำเป็นต้องมี Negative feedback Feedback gain = 6.8K /100 ohm = 68 เท่า
ถ้าให้สัญณาญที่ออกมาจาก ซีดี แรงตามปกติ 1Vrms = 2.828Vpp ถ้าบิดลูกบิดปรับสัญญาณจนสุด สัญญาณที่อาจจะออกที่ขดทุตติยภูมิจะเท่ากับ 2.828 x 68 = 192Vpp
ถ้าเราปรับลูกบิดเพียง 10% สัญญาณที่จะออกที่ลำโพง จะเป็น 192/10 = 19.2Vpp
Power (Peak to Peak) = (Vpp (ตกคร่อมลำโพง) x Vpp )/ความต้านทานของลำโพง (ในที่นี้ = 8 ohm)
= (19.2 x 19.2 )8 =46 Watt p-p
= 46 / 2.828 =16.2 Wat rms
แสดงว่า แค่หมุนลูกบิดไป นิดเดียว (ลูกบิดเป็น KA (log scale )) นิดเดียวก็เป็น 10% แล้วเสียงเครื่องขยายเครื่องนี้ก็จะดังสุดเลย เป็นไปตามปัญหา ตามกระทู้นี้
ดังนั้นต้องลด Negative Feedback gain จาก 68 เป็นสัก 20-40 เท่า
แล้วจะทำอย่างไร ก็ต้องลดค่า 6.8K เป็นสัก 3.3K , 2.7K แล้วดูผล แต่การทำอย่างนี้อาจมีผลกับ Frequency Bandwidth ถ้าเสียงแหลมขาดอาจจะต้องเอา Capacitor ค่าน้อยๆขนาน Feedback Resistor
-
จะลดเกน ลองเอา C cathode bypass ออกก็ลดได้หน่อยครับ C7A, C7B เอาออกไป ไม่พอก็เอา C2A, C2B ออกอีก แต่ถ้าเปิดนิดเดียวดังลั่น แสดงว่าปรีเกนมากไปมากครับ
-
ต้องขอบคุณ Mr.Tube และ คุณวิทยาที่ให้ความเห็นประกอบ ความเห็นของผุ้รู้ทั้งสองท่านถูกต้องแล้ว ผมเพียงตอบเพียงครึ่งเดียวในตอนแรกๆ เพื่อให้น้องๆ ได้ไปคิดต่อเพื่องกระตุ้นเส้นหยักในสมอง
วงจร 2A3 PP ที่เราคุยกันนี้เป็นวงจรที่มาจากหนังสือเล่มหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นใช้ หม้อแปลง XE60-5 ไบอัส 2A3 =-63V.กระแส 42 mA ผมกำลังเตรียมตัวไปสนามบินตอนเช้ามืด อีก 7-8 วันผมกลับมาจะสแกนหนีงสือเล่มนี้ และ อีกวงจรที่น่าศึกษาเป็นวงจรที่มาจากอเมริกา ใน หนังสือ VTVL ( Vacuum Tube Valley )
ตามที่ Mr Tube ให้ความเห็นและขอบคุณมากว่าที่พูดว่าเป็น กำลังขยาย ของ 6SJ7 + 6SN7 ไม่ใช่กำลังขยายของวงจรนี้ นั้นถูกต้องแล้วครับกำลังขยายของทั้งวงจรถ้าไม่มี Negative Feedback
= 6SJ7 + 6SN7 +2A3(Bias -63Vdc) + 5Kpp Transformer (XE60-5) to 8 ohm
= 6SJ7 ประมาณตาม Mr tube 8-10 + 6SN7 ประมาณตาม Mr tube 8-10 +2A3 (ประมาณ 3) + XE60-5 ( 5K Plate to Plate to 8 ohm)
= 10 x 10 + 2A3 gain 3 (Bias half = -63Vdc) + ( -25 ของ 5Kpp to 8 ohm)
= 100 x3 x (-25) ถ้าเราให้ตาม ทฤษฎีให้สัญญาณเข้ามา 1VRMS (2.828VPP) จะเกิดอะไรกับ 2A3
ช่วยตอบต่อด้วยนะครับ ยังมีต่อครับ เดียวจะมาค่อยๆคุยกันเพื่อประเทืองความรู้ครับ แบบสนุกๆๆ
แล้วถ้าไม่มี Negative Feedback ก่อนจะเกิดอะไรขึ้น 2A3PP เป็นเครื่องขยายทีดีครับ และในสองสามปีที่ผ่านมาผมใช้ตัวนี้มากกว่าเพ่อน กับลำโพงที่ปัจจุบันใช้อยู่ครับ
-
การกำหนดหรือเลือกภาคขยายในส่วนหน้า ต้องยึดถือด้วยว่าจะมีผลกับภาคขยายถัดไปที่ได้ ไบอัดไว้แล้ว
กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ดีมาก ต้องขอรบกวน คุณวิทยา และ Mr.Tube และเพื่อนๆ มาช่วยให้ความรู้กับ น้องๆรุ่นใหม่ด้วยครับ
ผมอาจจะขาดหายไปหลายวันแล้วแตบางที่ที่ไม่สามารถใช้ Internet ได้ แต่จะพยายามเข้ามาร่วมให้ความเห็น (ที่อาจจะผิด ก็ได้นะครับ )
-
ต้องขอบคุณ Mr.Tube และ คุณวิทยาที่ให้ความเห็นประกอบ ความเห็นของผุ้รู้ทั้งสองท่านถูกต้องแล้ว ผมเพียงตอบเพียงครึ่งเดียวในตอนแรกๆ เพื่อให้น้องๆ ได้ไปคิดต่อเพื่องกระตุ้นเส้นหยักในสมอง
วงจร 2A3 PP ที่เราคุยกันนี้เป็นวงจรที่มาจากหนังสือเล่มหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นใช้ หม้อแปลง XE60-5 ไบอัส 2A3 =-63V.กระแส 42 mA ผมกำลังเตรียมตัวไปสนามบินตอนเช้ามืด อีก 7-8 วันผมกลับมาจะสแกนหนีงสือเล่มนี้ และ อีกวงจรที่น่าศึกษาเป็นวงจรที่มาจากอเมริกา ใน หนังสือ VTVL ( Vacuum Tube Valley )
ตามที่ Mr Tube ให้ความเห็นและขอบคุณมากว่าที่พูดว่าเป็น กำลังขยาย ของ 6SJ7 + 6SN7 ไม่ใช่กำลังขยายของวงจรนี้ นั้นถูกต้องแล้วครับกำลังขยายของทั้งวงจรถ้าไม่มี Negative Feedback
= 6SJ7 + 6SN7 +2A3(Bias -63Vdc) + 5Kpp Transformer (XE60-5) to 8 ohm
= 6SJ7 ประมาณตาม Mr tube 8-10 + 6SN7 ประมาณตาม Mr tube 8-10 +2A3 (ประมาณ 3) + XE60-5 ( 5K Plate to Plate to 8 ohm)
= 10 x 10 + 2A3 gain 3 (Bias half = -63Vdc) + ( -25 ของ 5Kpp to 8 ohm)
= 100 x3 x (-25) ถ้าเราให้ตาม ทฤษฎีให้สัญญาณเข้ามา 1VRMS (2.828VPP) จะเกิดอะไรกับ 2A3
ช่วยตอบต่อด้วยนะครับ ยังมีต่อครับ เดียวจะมาค่อยๆคุยกันเพื่อประเทืองความรู้ครับ แบบสนุกๆๆ
แล้วถ้าไม่มี Negative Feedback ก่อนจะเกิดอะไรขึ้น 2A3PP เป็นเครื่องขยายทีดีครับ และในสองสามปีที่ผ่านมาผมใช้ตัวนี้มากกว่าเพ่อน กับลำโพงที่ปัจจุบันใช้อยู่ครับ
ถ้า พี่ tc ว่างแล้วมาอะธิบายด้วยนะครับพี่ ผมพยายามอ่านตามแล้วงงติดครับไปต่อไม่ได้ คือ ต้องคิดรวม ทั้งภาคหน้า ภาค เอ้าพุท ภาค หม้อเอ้าด้วยเหรอครับ แล้วทำไมมันติดลบ -25 ครับพี่
ยิ่งตรงนี้อ่ะครับพี่ ผมไปไม่ถูกครับ = 10 x 10 + 2A3 gain 3 (Bias half = -63Vdc) + ( -25 ของ 5Kpp to 8 ohm)
= 100 x3 x (-25) ถ้าเราให้ตาม ทฤษฎีให้สัญญาณเข้ามา 1VRMS (2.828VPP) จะเกิดอะไรกับ 2A3
-
ความรู้อย่างมาก ผมเก็บตกอ่านหลายรอบยังงงๆ อยู่ต้องอ่านอีก เพื่อเป็นข้อมูลและแจ้งข่าวสารเพิ่ม
จากที่ตอนแรกผมมี Negative feed back ตอนนี้เอาออกเพื่อลดเกนลงมา ซึ่งฟังเสียงแล้ว เกนลดจริงๆครับ
และฟังอยู่แบบไม่มี feedback จากที่ได้ comment พบว่าอัตราการ feedback ตอนนี้ของผมเป็น 0
ต้องเปลี่ยนแปลง R และ C ตามข้อมูลข้างต้นแต่หนักจริงเครื่องนี้ อิอิ
รอฟังอีกทึครับ คุณ tc ว่ามีผลอย่างไรเกิดไรขึ้นเมื่อไม่มี Negative feedback
-
ความรู้อย่างมาก ผมเก็บตกอ่านหลายรอบยังงงๆ อยู่ต้องอ่านอีก เพื่อเป็นข้อมูลและแจ้งข่าวสารเพิ่ม
จากที่ตอนแรกผมมี Negative feed back ตอนนี้เอาออกเพื่อลดเกนลงมา ซึ่งฟังเสียงแล้ว เกนลดจริงๆครับ
และฟังอยู่แบบไม่มี feedback จากที่ได้ comment พบว่าอัตราการ feedback ตอนนี้ของผมเป็น 0
ต้องเปลี่ยนแปลง R และ C ตามข้อมูลข้างต้นแต่หนักจริงเครื่องนี้ อิอิ
รอฟังอีกทึครับ คุณ tc ว่ามีผลอย่างไรเกิดไรขึ้นเมื่อไม่มี Negative feedback
ผมว่าคุณหลงทางแล้วครับ ซึ่งผมไม่โทษคุณนะครับ ลืมทุกอย่างที่อ่านในกระทู้ของคุณก่อน แล้วเริ่มใหม่
เพิ่ม negative feedback ทำให้เกนลดลงได้อย่างเดียวครับ ไม่ได้ทำให้เกนเพิ่ม เพราะฉะนั้นที่คุณบอกว่า คุณเอา R feedback ออกแล้วเกนลดลง เป็นไปไม่ได้ครับ มันมีแต่จะเพิ่มขึ้นครับ เอา Rfeedback ออก เสียงจะต้องดังขึ้นครับ
อ่านพื้นฐานอันนี้ดูก่อนครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Negative_feedback_amplifier
ไม่ต้องไปสนใจว่ามันยกตัวอย่างเป็น IC หรือ อะไร เกนคือเกน เหมือนๆกันหมด
และหลายๆครับ เราจะเจอว่า open loop gain หรือ เกนที่ไม่มีfeedback จะสูงมาก ฉะนั้นจะหาเกนเอาจากวงจรก็ดูค่า r feedback เอา ก็จะได้ค่าประมาณเคร่าๆได้ครับ
-
ขอบคุณ คุณวิทยามากครับ ถ้าถอด Feedback Resistor ออกกำลังขยายต้องสูงขึ้น เสียงต้องดังขึ้น เห็นด้วยครับ
ตอบคุณ AON AMP , Output Transformer 5K pp to 8 ohm ทำหน้าที่สองอย่าง อย่างแรก Balace to Unbalance Transformer และอีกอย่าง เป็น Voltage Step Down กำลังขยายเฉพาะหม้อแปลงจากหน้าไปหลังลดลงเลยเขียนเป็น ติดลบครับ ถ้าดูเฉพาะสัญญาณเป็นโวลตที่ขดทุตติยภูมิของ OPT ลดลงครับ เทียบกับ ปฐมภูมิ
สัญญาณที่ขา ทุตติภูมิที่ 8 ohm เทียบกับปฐมภูมิ = Square root ( 5K/ 8 ohm)
= Square Root ( 5,000/8 )
= Square root 625
= 25
-
ในวงจรนี่ เฉพาะในส่วน 2A3PP Bias -63Vdc สัญญาญ Balance ที่เข้ามาที่กริด ของ 2A3 ทั้ง Phase +,- เกินกว่า 2x63 Vpp เปรียบเทียบกับกริดทั้งสองอันของหลอด 2A3 ทั้งสองหลอดไม่ได้ครับ สัญญาณที่ออก จาก 2A3 หลังขยาย เอาเป็นว่า สามเท่าก็แล้วกัน มันจะขริบ ครับ หรือพูดอีกอย่างเกิน 126Vpp เข้วขากริดทั้งสองไม่ได้
-
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรถ้าจัดวงจรตามข้างต้น มี 6SJ7 , 6SN7 และอยากให้วงจรนี้ทำงานโดยประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่มี Negative Feedback ไม่ได้ครับ ถ้าอยากให้ วงจรนี้ทำงานให้ได้สักสิบวัตถ ต้อง Negative Feedback และสัญญาณที่เข้าในวงจรนี้ ต้องไม่แรง เช่น อาจจะเป็น ไม่เกิน 1Vpp to 1.5Vpp ผลตอบสนองต่อความถี่ถ้าหม้องแปลงไม่ดีมากนัก จะดีขึ้น ความเพี้ยนก็อาจจะลดลง ( Lower Harmonic Distortion)
แต่ Negative Feedback ก็อาจจะมีข้อเสียก็ได้ ใครก็ได้ช่วยตอบหน่อยครับ คำตอบนี้ดีครับ เพราะว่า ทำไมนักเล่นใหม่ จึงประสพความสำเร็จกับ Single Ended .
แล้วทำไม ปรมาจารย์ อย่าง บริษัท Wester Electric หรือ Sakuma San จึงชอบทำ None Negative Feedback Pushpull Amplifier
แล้วทำไม่ Audio Research จึงทำ Negative Feedback Macintosh MC275
ยิ่งอ่านยิ่งงง ไปกินเบียร์ต่อดีกว่า ;)
-
การมีภาพประกอบเรื่องเกนกำลังขยายอาจช่วยได้บ้างครับ...
ตัวอย่างแบบSE.
-
ตัวอย่างแบบpush-pull ....nfb
-
ขอบคุณ คุณ Deep มาก
ตามรูปที่ช่วยโพสมาให้ดู ขออนุญาติลงรายละเอียดนิดหน่อย
การวัด อัตราส่วนระดับสัญญาณขาออก เปรียบเทียบขาเข้า (มีหน่วยเป็น โวลต) = Volt 0ut (Vac out) / Volt Input = กำลังขยาย = gain โดยความจริงไม่มีหน่วย แต่คนไทยมักเรียกว่ากี่เท่า
มีวิธีวัด อีกแบบที่เป็นหลักการทางไฟฟ้า ที่สามารถเปรียบเทียบได้ โดยวัดเป็น dB ( ย่อมาจากคำว่า Decibel ที่เรามักจะพบการใช้ในการวัดระดับเสียง)
Voltage Gain (In dB) = 20 Log (Base 10) V.out /V. in
ดังนั้น Gain = 10 dB = 20 log (10 Voltp-p / 1 Volt p-p )
= 20 log 10 = 20 ( Log (base10) of 10 = 1)
อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น ขยาย สิบเท่า = 20 dB
ขยาย ร้อยเท่า = 30 dB
ขยาย พันเท่า = 40 dB
ขยายสองเท่า = 3 dB
ขยายสี่เท่า = 6 dB
ถ้าหนังสือบอกว่า
วงจรนี้ขยาย (20 + 6) dB = สิบเท่า คูณ สี่เท่า = 40 เท่า
ไปทำงานก่อนละครับ รถมารับแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ย่างกุ้ง หลายวัน โรงแรมเดียวนี้แพงมาก และคุณภาพต่ำด้วยครับ
-
ดูให้ดีๆนะครับ หนังสือ ญี่ปุ่นในวงจรที่โพสมาสองรูปมีที่ผิด นะครับ เรื่อง dB
-
ยิ่งอ่านยิ่งงง ไปกินเบียร์ต่อดีกว่า ;)
d_d สวัสดีครับพี่อานัติ จิบเบียร์พม่าเผื่อด้วยนะครับ ;D
-
วงจรที่ได้ทำสามารถทำได้ทั้ง open loop และ close loop ครับทุกท่าน
-
เบียร์พม่าราคาแรงมั้ยครับคุณtc
-
วงจรที่ได้ทำสามารถทำได้ทั้ง open loop และ close loop ครับทุกท่าน
*ตรงนี้ยิ่งอ่านก็ยิ่งงงด้วยคนครับ :D :D
-
d_dขอร่วมนิดหน่อยครับผมมวยวัดครับ
คือผมใช้axไดร์EL38 อาร์หลังซีระหว่างสเตท220k เสียงดังล่ันเหมือนกัน
เลยเพิ่มค่าไป470kเสียงเบาลงมาเยอะอย่างน้ีจะถือว่าแก้ถูกทางไหม
ปกติจะทดสอบเสียงว่าปลายแหลมมีขลิบไหม เบสมีขลิบปะถ้าไม่เจอปัญหา
ก็ว่ากันต่อไป
-
ท่านดีไอวายแมน ตรง output 8R ครับ มีให้เลือก (แจ้งข้อมูลให้ทราบครับ)ที่เว็บฮ่องกงทำไว้ให้ อิอิ ผมลองตามอย่างเดียวตอนนี้ยังไม่กล้าโม มากนัก
http://analogmetric.com/gallery.php?id=1690
หัดทำนะครับยังไม่รู้อะไรมาก เพียงเครื่องแรกเล่นของแรงไปเลย
เพราะว่างบน้อยทำได้ไม่กี่ชุด และเรื่องเวลาด้วย
-
ความรู้อย่างมาก ผมเก็บตกอ่านหลายรอบยังงงๆ อยู่ต้องอ่านอีก เพื่อเป็นข้อมูลและแจ้งข่าวสารเพิ่ม
จากที่ตอนแรกผมมี Negative feed back ตอนนี้เอาออกเพื่อลดเกนลงมา ซึ่งฟังเสียงแล้ว เกนลดจริงๆครับ
และฟังอยู่แบบไม่มี feedback จากที่ได้ comment พบว่าอัตราการ feedback ตอนนี้ของผมเป็น 0
ต้องเปลี่ยนแปลง R และ C ตามข้อมูลข้างต้นแต่หนักจริงเครื่องนี้ อิอิ
รอฟังอีกทึครับ คุณ tc ว่ามีผลอย่างไรเกิดไรขึ้นเมื่อไม่มี Negative feedback
ผมว่าคุณหลงทางแล้วครับ ซึ่งผมไม่โทษคุณนะครับ ลืมทุกอย่างที่อ่านในกระทู้ของคุณก่อน แล้วเริ่มใหม่
เพิ่ม negative feedback ทำให้เกนลดลงได้อย่างเดียวครับ ไม่ได้ทำให้เกนเพิ่ม เพราะฉะนั้นที่คุณบอกว่า คุณเอา R feedback ออกแล้วเกนลดลง เป็นไปไม่ได้ครับ มันมีแต่จะเพิ่มขึ้นครับ เอา Rfeedback ออก เสียงจะต้องดังขึ้นครับ
อ่านพื้นฐานอันนี้ดูก่อนครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Negative_feedback_amplifier
ไม่ต้องไปสนใจว่ามันยกตัวอย่างเป็น IC หรือ อะไร เกนคือเกน เหมือนๆกันหมด
และหลายๆครับ เราจะเจอว่า open loop gain หรือ เกนที่ไม่มีfeedback จะสูงมาก ฉะนั้นจะหาเกนเอาจากวงจรก็ดูค่า r feedback เอา ก็จะได้ค่าประมาณเคร่าๆได้ครับ
สืบเนื่องจากมีเสียง HUM นะครับ จึงเอา FB ออก
ทำให้แจ้งข้อมูลผิดไปได้ แต่อย่างไรก็ตามเสียง HUM หายไปบ้างยังมีเหลือนิดหน่อยต้องเอาหูไปแนบลำโพง
อาจต้องมาดูเรื่องกราวด์ของเครื่องใหม่
ขอบคุณครับ
-
แยกเป็นสองกรณีย
กรณียแรกเปิดนิดเดียวดังลั่นทุ่ง ลองต่อแบบไม่ผ่านปรีดูยังครับ ว่าดีขึ้นอ่ะป่าวแลบผ่านวอลลุ่มแล้วเข้าแอมป์
กรณียที่สองเรื่องเกรนเรืื่องฟี๊ดแบ็กขอเวลาไปนั่งอ่านข้อมูลดีกว่าเพราะผมอ่านไปงงไปครับ :giveup
-
โทษทีที่หายไปหลายวัน เพิ่งกลับจากสนามบินมาเหมือนกันครับ ;D
ผมไม่แน่ใจว่าวงจรที่คุณ 2A3PP แปะไว้ กับวงจรที่พี่ TC อ้างถึงจากหนังสือญี่ปุ่นอะไรนั่น เป็นวงจรเดียวกันหรือไม่ โครงสร้างอาจจะแค่คล้ายกัน แต่ถ้าจุดทำงานต่างกันก็ต้องนับเป็นคนละวงจรกันครับ จุดหนึ่งที่เห็นว่าต่างกันแน่ๆ คือวงจรของคุณ 2A3PP ใช้ OPT 3.5k แต่ที่พี่ TC อ้างถึงใช้ 5k ครับ อันนี้รอพี่ TC Scan วงจรมาแปะเทียบดูกันอีกทีครับ
อีกเรื่องนึงที่กลัวน้องๆ จะจำไปใช้ผิดคือเรื่องการคำนวณอัตราขยาย
= 10 x 10 + 2A3 gain 3 (Bias half = -63Vdc) + ( -25 ของ 5Kpp to 8 ohm)
= 100 x3 x (-25) ถ้าเราให้ตาม ทฤษฎีให้สัญญาณเข้ามา 1VRMS (2.828VPP)
โดยปกติแล้วถ้าเป็นอัตราลดทอนจะใช้ 1/X ครับ กรณีข้างต้น Voltage Ratio ของหม้อแปลงคือ 25:1 เวลาเขียนในรูปอัตราขยาย จะใช้ 1/25 ครับ ส่วนเครื่องหมายลบนั่นก็ใช้ผิดครับ การใส่เครื่องหมายลบหมายถึงมีการกลับเฟสครับ อันนี้ช่วยอธิบายสิ่งที่คุณ aon-amp อ่านแล้วงงด้วยนะครับ ผมเขียนให้ใหม่ครับ
= 10 x 10 x 3 x (1/25) ครับ
ว่าแต่คุณ 2A3PP ใช้ลำโพงอะไร ความไวเท่าไหร่ครับ และแหล่งสัญญาณเป็นอะไร Output เท่าไหร่ครับ
ต้องขอบคุณ Mr.Tube และ คุณวิทยาที่ให้ความเห็นประกอบ ความเห็นของผุ้รู้ทั้งสองท่านถูกต้องแล้ว ผมเพียงตอบเพียงครึ่งเดียวในตอนแรกๆ เพื่อให้น้องๆ ได้ไปคิดต่อเพื่องกระตุ้นเส้นหยักในสมอง
วงจร 2A3 PP ที่เราคุยกันนี้เป็นวงจรที่มาจากหนังสือเล่มหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นใช้ หม้อแปลง XE60-5 ไบอัส 2A3 =-63V.กระแส 42 mA ผมกำลังเตรียมตัวไปสนามบินตอนเช้ามืด อีก 7-8 วันผมกลับมาจะสแกนหนีงสือเล่มนี้ และ อีกวงจรที่น่าศึกษาเป็นวงจรที่มาจากอเมริกา ใน หนังสือ VTVL ( Vacuum Tube Valley )
ตามที่ Mr Tube ให้ความเห็นและขอบคุณมากว่าที่พูดว่าเป็น กำลังขยาย ของ 6SJ7 + 6SN7 ไม่ใช่กำลังขยายของวงจรนี้ นั้นถูกต้องแล้วครับกำลังขยายของทั้งวงจรถ้าไม่มี Negative Feedback
= 6SJ7 + 6SN7 +2A3(Bias -63Vdc) + 5Kpp Transformer (XE60-5) to 8 ohm
= 6SJ7 ประมาณตาม Mr tube 8-10 + 6SN7 ประมาณตาม Mr tube 8-10 +2A3 (ประมาณ 3) + XE60-5 ( 5K Plate to Plate to 8 ohm)
= 10 x 10 + 2A3 gain 3 (Bias half = -63Vdc) + ( -25 ของ 5Kpp to 8 ohm)
= 100 x3 x (-25) ถ้าเราให้ตาม ทฤษฎีให้สัญญาณเข้ามา 1VRMS (2.828VPP) จะเกิดอะไรกับ 2A3
ช่วยตอบต่อด้วยนะครับ ยังมีต่อครับ เดียวจะมาค่อยๆคุยกันเพื่อประเทืองความรู้ครับ แบบสนุกๆๆ
แล้วถ้าไม่มี Negative Feedback ก่อนจะเกิดอะไรขึ้น 2A3PP เป็นเครื่องขยายทีดีครับ และในสองสามปีที่ผ่านมาผมใช้ตัวนี้มากกว่าเพ่อน กับลำโพงที่ปัจจุบันใช้อยู่ครับ
-
ขอบคุณครับ พี่ Mr. Tube ผมเอง เริ้มมองภาพ ออกแล้วครับ
ที่นี้ ได้เรื่องเกน ที่พี่ Tube Collector บอกว่า ถ้าสัญญาณ เข้า 1 v rms จะเกิดอะไรขึ้น
ผมยังนึกไม่ออก โดยปกติ ผมทำแอมป์ หลอด ผม มองแค่เรื่องแรก โวลต์ สวิง ถ้ามันได้แล้ว ที่เหลือก้ ค่อยไปหาเกนเอาเอง ส่วนมากแอมปืที่ทำก็ออกแบบเอง แบบงูๆๆปลาๆๆ จะถูกหลัก วิศวกรรมหรือเปล่าผมก้ไม่มั่นใจ เมื่อก่อนก็ลอกวงจรในเน็ตมาทำแต่มันไม่ตื่นเต้นเร้าใจเท่ากับ ออกแบบเอง ถูกบ้างผิดบ้างก้สนุกดีครับ แอมป์ แบบdiy.
(ผมไม่มีความรู้ด้านนี้นะครับ อิเล็คทรอนิกส์ อาศัย จาก year book 2002-2006 เป้น คัมภีร์ ชี้ทางสว่างให้กับผม และก้ บทความต่างๆๆที่หาอ่านในเว้บ นี้ และเว้บอื่นๆๆ ประกอบด้วยกัน)
ตอนนี้สนใจในเรื่งข้อมุล ppครับ เพราะกำลังจะทำแอมป์ pp สักเครื่อง มาสะดุดสนใจ ฟี๊ดแบ็กกับไม่มีนี่แหละครับ โดยส่วนตัว ไม่เคยใช้เลย(เพราะไม่รู้ต้องใส่อย่างไร ค่าเท่าไหร่) และผมก็เชื่อว่า มันต้องมีดีบ้างไม่งั้น ในวงจรที่เค้าทำขายกัน จะมีมันไว้ทำไม ครับ ต้องขออนุญาติ ท่านเจ้าของกระทู้ ด้วยนะครับ ที่ผมถามมากไปหน่อย เดี๋ยวผมไปตั้งกระทู้ใหม่ดีกว่า จะได้ รวบรวมไว้เป้นข้อมูล เกี่ยวกับเรื่อง ฟี๊ดแบ็ค ครับ
-
ไม่เป็นไรครับท่าน aon-amp และ ท่าน Mr. Tube ไม่ต้องขออนุญาติหรืออะไรง่ะครับลุยได้เลย ถามมากได้ครับ อิอิ ผมไม่ได้ตอบเองคนเดียว ไม่ต้องตั้งกระทู้ใหม่หรอกครับ // จะได้อ้างอิงจากวงจรนี้
วงจรที่แปะให้เป็นวงจรจริงครับที่มากับชุดคิทที่สั่ง opt ใช้ 3.5K ถูกแล้วครับ
และก็ในส่วนของ FB ในชุดคิทจะทำ terminal ไว้ให้
ทั้งนี้ต้องรอท่าน TC เอาวงจรมาเทียบละครับ
แหะๆ ยอมรับครับยังไม่ลองแบบไม่ผ่านปรีเลย เด่วไว้ลอง แล้วจะแจ้งให้ทราบครับพร้อมข้อมูลอื่นๆ ที่ ท่านหลอดสอบถาม
ไม่ว่าเรื่องการใช้ลำโพง ความไวเท่าไหร่ และแหล่งสัญญาณเป็นอะไร Output เท่าไหร่
ตอบบางส่วนได้ก่อนดังนี้ลำโพง Noname ความไวไม่ได้เขียนไว้ อิอิ เด่วไว้รื้อดู ยี่ห้อยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เพราะว่าลำโพง OEM แหล่งสัญญาณเป็น popcorn hour แต่ Level output ต้องขออภัยมิได้วัดติดไว้อีกข้อ และใช้ดีวีดีบ้างซึ่ง
ผมชอบเล่นเพลงแบบ Non-Stop เนื่องจากขี้เกียจมาเปลี่ยนแผ่น จึงได้ใช้ตัว HD player มาเป็นแหล่งต้นทางทีนี้
กำลังศึกษาเหมือนกันว่า แล้ว dac ในเครื่องพอได้หรือไม่หรือต้องทำใหม่ ไม่ทราบว่าท่านอื่นมีความเห็นเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
แต่อย่างไรก็ตามแรกเริ่มค่อยๆไต่ครับ แผ่นเสียงยังก่อน เห็นโครงการ GB DAC 32 bit ในเว็บตาลุกวาวอยู่
ขอบคุณครับ
-
พึ่งกลับถึงห้องเปิดอ่านเมล์ โซซัดโชเซกลับห้อง ย่างกุ้งกินอาหารโรงแรมอย่างเดียวเรื่องความปลอดภัยเวลามืด ที่นี้โรงแรมเซโดนา บุพเพ่อาหารจีนอร่อยมากเป็นเลือกจากเมนูแล้วทำให้ใหม่ กินจนพุงกางพร้อม Desert $20.- ร้านอาหารอิตาเลียนอร่อยที่สุดในอาเซียนมีหลายแห่ง Total Oil อย่พม่าตั้งแต่หลังสงครามโลก ผมชอบ Mandalay Beer กินโรงแรมก็ขวดละ $5 ย่างกุ้งเริ่มไม่สนุกแล้ว นักการทูต นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว โรงแรมดีๆเต็มถึงกลางปี April 1 EU Sanctio will lift
ราคาโรงแรมดีๆ ขึ้นไป $ 120++ to 160++ คุณภาพประมาณโรงแรมในไทยคืนละ 1,500-2,000 ผมจะดื่มเผื่อ
-
เจอหนังสือ ญี่ปุ่นแล้ว ที่พูดถึง วงจรนี้ และเจอหนังสือ ของ VTVL 2A3PP แล้วพึ่งมีเวลาหา เดียวพรุ่งนี้จะสเกน ให้ดูครับ
ขอบคุณ Mr. Tube ที่ช่วยอธิบายว่า การใช้ เครื่องหมาย - กับกำลังขยาย นั้นไม่ถูก เครื่องหมาย - นั้นหมายถึง เพสลบ อย่างเดียว
โดยความจริงแล้ววิธีการเขียนนั้นมีสองแบบ แต่แบบที่คนทั่วไปอาจจะเคยชิน แต่ เครื่องหมาย " - " นั้นหมายถึงอะไรที่ตรงข้าม ไม่ว่าเป็น กำลังขยาย , โวลต์เตจ ,หรือ เฟส หรือ หาร หรือ dB
โดยเราต้องเขียนในวงเล็บ ( ) ที่เราเรียกว่า Magnetude เช่น (-Gain) = 1/Gain ไม่ใช่ไม่มีวงเล็บเป็น -Gain
เช่น (-Phase ) = Magnetude ของเฟสที่ตรงข้ามกับของเดิม 180 องศา หรือที่เราเรียกว่า เพสเป็นลบ
ไม่ต่อความยาวละครับกรุณา เชื่อตามที่ Mr Tube บอกก็แล้วกัน ง่ายดีครับ ไม่งง
เดียวผมจะเอาวงจรในส่วนของ 6SJ7 , 6SN7 มา คำนวณกำลังขยายของแต่ละสเต็จ แต่วงจรที่โพสมาใช้ หม้อแปลง Plate to Plate 3K โดยวงจรตัวจริงใช้ Plate to Plate 5K ได้กำลัง สิบวัตถ์โดยที่
ที่ 7.2วัตถ์ มี Harmoics Distortion (เมื่อ Negative Feedback 3.5dB )= 5% โดยต้องการ สัญญาณขาเข้าเพียง 0.5V (ตอบคำถามที่ผมถามว่าถ้าสัญญาณที่ขาเข้าเป็น 1Vrms แล้วจะเกิดอะไรขึ้น )
และกำลังสูงสุดของวงจรดั้งเดิมที่ใช้ Plate to Plate 5K ได้แค่ สิบวัตถ์ วงจรที่แก้ใขจาก ฮ่องกงใช้หม้อแปลง Output Plate to Plate =3K เพราะว่าคงต้องการรีดกำลังให้ได้มากกว่าสิบวัตถ์ ที่วงจรเดิมอาจจะน้อยไปนิดหนึ่งสำหรับลำโพงเล็กๆ ขับยากๆ
-
โดยความจริงแล้ววิธีการเขียนนั้นมีสองแบบ แต่แบบที่คนทั่วไปอาจจะเคยชิน แต่ เครื่องหมาย " - " นั้นหมายถึงอะไรที่ตรงข้าม ไม่ว่าเป็น กำลังขยาย , โวลต์เตจ ,หรือ เฟส หรือ หาร หรือ dB
โดยเราต้องเขียนในวงเล็บ ( ) ที่เราเรียกว่า Magnetude เช่น (-Gain) = 1/Gain ไม่ใช่ไม่มีวงเล็บเป็น -Gain
เช่น (-Phase ) = Magnetude ของเฟสที่ตรงข้ามกับของเดิม 180 องศา หรือที่เราเรียกว่า เพสเป็นลบ
ไม่ต่อความยาวละครับกรุณา เชื่อตามที่ Mr Tube บอกก็แล้วกัน ง่ายดีครับ ไม่งง
อันที่จริงถ้าจะไม่ต่อความยาว พี่ TC ก็ไม่ควรจะแถแบบนี้ครับ กำลังขยายกับลดทอน โดยเนื้อแท้แล้วเป็นการคูณและหาร จึงไม่มีการใช้เครื่องหมาย - อย่างที่พี่กล่าวอ้างครับ การใส่เครื่องหมาย +/- ที่ Gain โดยสากล จะใช้บอกว่า Output กลับเฟสกับ Input ครับ ซึ่งสามารถใส่เครื่องหมาย +/- ได้ทั้งอัตราขยาย (A) และลดทอน (1/A) โดยสากลจึงไม่มีการใช้ +/- ในความหมายตามที่พี่ว่า เพราะมันจะไปซ้อนความหมายกันครับ เดี๋ยวลบ(จากอัตราลดทอน) คูณลบ(จากการกลับเฟส)ได้บวกอีก ยุ่งกันไปใหญ่เลยทีนี้ ส่วน Voltage เป็นการเปรียบเทียบกับจุดอ้างอิง จึงใช้ +/- ในการแสดงระดับครับไม่ใช่แสดงว่าตรงข้ามกัน เช่นเดียวกับอัตราขยายหรือลดทอน ที่แสดงเป็น dB ก็เพราะเป็นค่าจากการเปรียบเทียบขนาดสัญญาณครับ ส่วนกรณีเฟส เครื่องหมาย +/- หมายถึง องศานำ หรือ องศาตาม เมื่อเทียบกับจุดอ้างอิงครับ (อธิบายสำหรับผู้ที่ไม่เข้าใจเรื่องเฟส ก็เปรียบกับโลกเราอ้างอิงเวลามาตรฐานที่กรีนิช ประเทศไทยเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเร็วกว่าที่กรีนิช 7 ชั่วโมง ก็คือเร็วกว่า +7 อันนี้ก็เปรียบได้กับ องศานำ หรือ เฟสนำ ครับ นิวยอร์คเห็นช้ากว่าที่กรีนิช 5 ชั่วโมง หรือ -5 ก็คือ องศาตาม เป็นต้น) พวกนี้เป็นกฎเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้คุยกันรู้เรื่องทั่วโลกครับ ส่วนการเขียนค่าลบในวงเล็บ ผมว่าพี่เอา Accounting มาปนแล้วละครับ ไม่น่าจะมีใน Physic และ Engineering นะครับ :D :D ขอบคุณที่พี่ TC ยังอุตส่าห์เข้ามาต่อเรื่องนี้ครับ ผมเลยได้มีโอกาสอธิบายให้เพื่อนๆ เข้าใจมากขึ้นด้วย ;)
-
ขอวงจรญี่ปุ่นด้วยครับ
ว่าเป็นอย่างไร
-
ผมเตรียม หนังสือทั้งสองเล่มแล้ว แต่โชคไม่ดี Notebook เก่าที่ใช้ Window XP พัง เมือวานเลยไปซื้อ Notebook ใหม่ ใช้งานเรียบร้อยแล้ว เป็น Window7
ปรากกว่า Cannon scaner ที่ผมมี Driver ไม่ Compatible Window7 เดียวต้องลอง ดาวโหลด ไดเวอร์ หลังกลับจากบ้านสวนวันจันทร์ ขอโทษด้วยครับที่ต้องรอนานครับ
-
ต่อเน็ตไว้และต่อสแกนเนอร์ไว้เลยครับทุกอย่างอัพเดทผ่านเน็ตวินโดน์เซเว่นอีเลฟเว่นทำให้หมดคลิกเน็กและโอเคอย่างเดียวครับ อิอิ เอาสาระมั้ง เรียนพี่ทีซีวินโดน์เซเว่นสามารถหาไดร์เวอร์ให้ได้เลยครับหรือใช้ไดร์เวอร์นั้นแหละขืนใจมัน
-
Update Driver Window 7 แล้ว ไฟล์ทั้งหมดห้าหน้า เดียวผมลงให้ เฉพาะวงจร เอกสารเต็มขอ mail จะไฟล์ไปให้ครับ
-
เดียวจะส่งอีกวงจร จากอเมริกา จาก VTVL อันนี้ไม่มี Feedback
-
เครื่องใหม่ ยังไม่ชิน ยังย่อไพล์ไม่ได้ เอาวงจรไปก่อนก็แล้วกัน มาจาก หนังสือ Vacuum tube Valley issie 13 winter 2000 ผมชอบวงจรนี้ที่ไม่มี Feedback แต่ไม่ชอบวงจร Phase Splitterในวงจรอันนี้ เลยใช้ Input Transformer Splite Phase แทน เดียวจัดการโปรแกรม ย่อไฟล์ก่อน แล้วจะเอาแบบครบๆมาลงให้ครับ วงจรนี้ได้ประมาณ 7-9 วัตถ์ ลองดูหลายๆวงจรแล้วเปรีบยเทียบกัน
-
ขอบคุณครับผม แหะๆ ห่างกระทู้ไปหลายวันขออภัย กว่ามาติดตาม