HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Help !!! ที่ 14 มีนาคม, 2012, 11:14:02 am
-
เห็นปรีมาหลายเครื่อง
บางเครื่องมีหลอดเดียว บางเครื่องก็ 3 หลอดขึ้นไป
บางทีปรีหลอดเดียวราคาสูงกว่าหลายหลอด งงครับ
คำถามคือ...คุณภาพขึ้นกับจำนวนหลอดหรือเปล่าครับ เพราะอะไรครับ
ขอบคุณครับผม
Saranu uprecha@yahoo.com
-
เห็นปรีมาหลายเครื่อง
บางเครื่องมีหลอดเดียว บางเครื่องก็ 3 หลอดขึ้นไป
บางทีปรีหลอดเดียวราคาสูงกว่าหลายหลอด งงครับ
คำถามคือ...คุณภาพขึ้นกับจำนวนหลอดหรือเปล่าครับ เพราะอะไรครับ
ขอบคุณครับผม
Saranu uprecha@yahoo.com
การออกแบบปรีหลอด ปัจจัยเบื้องต้น ที่ต้องคำนึงถึงคือ อัตราขยาย เอ้าท์พุทอิมพิแด้นท์ เป็นต้น การใช้หลอดเพียงหลอดเดียว อาจได้อัตราขยายที่มากพอ แต่ มี เอ้าท์พุทอิมพิแด้นท์ที่มากเกินไป จึงต้องเพิ่มเสตจที่เป็น buffer จำนวนหลอดจึงมากขึ้น หรืออาจขึ้นอยู่กับวงจรที่ใช้ เช่น SRPP ก็จะใช้หลอดมากกว่า AF เท่าตัว เป็นต้น
-
คำถามคือ...คุณภาพขึ้นกับจำนวนหลอดหรือเปล่าครับ เพราะอะไรครับ
ขอบคุณครับผม
Saranu uprecha@yahoo.com
ผมว่าคุณภาพไม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหลอดเสมอไปนะครับ ยิ่งเพิ่มหลอดเพิ่มสเตจบางทีมันก็เพิ่มความเพี้ยน ผมว่าคุณภาพมันขึ้นอยู่กับการออกแบบวงจร และคุณภาพของหลอดและอุปกรณ์ประกอบมากกว่า
-
ปรีหลายหลอด ออกแบบ หรือ ทำมาขาย ให้ใช้ได้กับแอมป์หลอด และ แอมป์ทรานซิสเตอร์......Output Imp ต่ำ
ส่วนปรีหลอดน้อยๆ....ส่วนใหญ่ Output Imp จะสูง(อาจมีบางวงจร หลอดบางเบอร์ที่ทำให้ Output Imp ในระดับกลางๆได้) ซึ่งเหมาะที่จะจับกับแอมป์หลอดมากกว่า
-
หลอดมาก...หลอดน้อย ไม่ได้เป็นปัจจัยเรื่องราคา หรือ คุณภาพครับ
ในความเห็นผม ปรี หรือ Power ต้นทุนส่วนใหญ่อยู่ที่ภาคจ่ายไฟ (แต่แอมป์หลอด เพิ่ม OPT เข้าไปอีก)
-
ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบ และกาลเวลาครับ
วัตถุประสงค์เช่น
1. ต้องการให้ o/p imp. ต่ำ ก็อาจต้องเพิ่มหลอด เพิ่ม buffer เข้ามาอย่างที่อาจารย์ Mc ว่า
2. เน้นเกนขยายเยอะๆ ก็ต้องเพิ่มหลอดเป็นธรรมดา ไม่แน่ว่าไอ้ที่เห็นมีหลอดเยอะๆ อาจจะรวมภาค phono ไว้ด้วยรึเปล่าซึ่งต้องใช้หลอดอีก 2-3 หลอดแน่ๆ
3. อยากโชว์หลอดเยอะๆ ใส่มันเข้าไปให้หมด เช่น หลอดขยาย 2-3 หลอด rectified อีก 2-3 หลอด voltage regulator อีก 1 หลอด ไม่รู้ว่าจะนับหลอด LED ด้วยรึเปล่า ;D ;D
กาลเวลา
เนื่องจากแหล่งกำเนิดสัญญาณสมัยก่อนเช่น Tape open reel หรือ พวกเทปคาสเซต มีความแรงของสัญญาณไม่แรงมากเหมือน CD สมัยนี้ สมัยก่อนจึงต้องมีอัตราขยายของปรีแอมป์ค่อนข้างเยอะ เลยต้องใช้หลอดเยอะหน่อย ซึ่งสมัยนี้แทบจะต้องต่อตรงจาก CD เข้าแอมป์ได้เลย ไม่ต้องมีปรีเลยก็ยังไหว ดังนั้น Line preamp ยุคใหม่จึงไม่ต้องออกแบบให้มีเกนขยายเยอะๆ ซึ่งอาจจะเจอเรื่องของความเพี้ยนแถมมาอีกอย่างที่พี่ยุทธกล่าวไว้นั่นเองครับ (No gain No pain)
ถ้าพูดถึงราคาคงต้องมาว่ากันเป็นเครื่องๆล่ะครับ เปรียบเทียบกันลำบาก มันไม่ใช่ apple to apple แต่มันเป็น apple to มะละกอ เลยล่ะครับ ;D ;D
เครื่องหลอดน้อย แต่ถ้าผู้ผลิตเน้น (ขาย) อุปกรณ์มากๆน้อย ใช้ R, C ระดับเทพมาเกิด รวมๆแล้วอาจจะราคาแพงกว่าเครื่องหลอดเยอะ แต่ใช้อุปกรณ์บ้านๆ หลอดจีน หลอดรัสเซีย ก็เป็นได้ครับ
นี่ผมยังไม่ได้พูดเรื่องของคุณภาพเสียงเลยนะครับ :nono
-
ถ้าพูดถึงราคาคงต้องมาว่ากันเป็นเครื่องๆล่ะครับ เปรียบเทียบกันลำบาก มันไม่ใช่ apple to apple แต่มันเป็น apple to มะละกอ เลยล่ะครับ ;D ;D
แต่บางทีเราก็อยากกินมะละกอ มากกว่า apple ใช่มั๊ยครับ คุณมด ;D
-
ถ้าพูดถึงราคาคงต้องมาว่ากันเป็นเครื่องๆล่ะครับ เปรียบเทียบกันลำบาก มันไม่ใช่ apple to apple แต่มันเป็น apple to มะละกอ เลยล่ะครับ ;D ;D
แต่บางทีเราก็อยากกินมะละกอ มากกว่า apple ใช่มั๊ยครับ คุณมด ;D
ถูกต้องนะคร้าบบ O0 คุณค่าทางอาหารพอๆกัน หรือมากกว่า แต่ราคาถูกกว่าครับ หาง่ายกว่าด้วย ปลูกหลังบ้านก็เก็บกินได้แล้ว
เอ...มันเกี่ยวกันไม๊เนี่ยะ :whistling :whistling
-
แล้วถ้าเอาหลอดอย่าง 6H30 มาขนานกันแล้ว impedance มันจะต่ำพอหรือยังอ่ะ?
-
แล้วถ้าเอาหลอดอย่าง 6H30 มาขนานกันแล้ว impedance มันจะต่ำพอหรือยังอ่ะ?
ก็พอได้อยู่ ถ้าจะเอาไปขับพวกแอมป์ solid
ถ้าใช้วงจรพวก Plate Load ธรรมดา ระวังเรื่อง R plate ด้วยนะครับ หลอดเบอร์นี้กินกระแสสูง ยิ่งขนานกันด้วยแล้ว มันจะเผา R เล่นง่ายๆเลยครับ แนะนำ Rating ที่ 20W ขึ้นไปครับ
ไม่งั้นก็ต้องใช้พวก CCS แทนครับ