HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: หลอดเบอร์ 5 ที่ 28 เมษายน, 2012, 04:17:16 pm
-
ช่วยด้วยครับ มือใหม่เล่นแรง แต่ลดโลกร้อนครับ :cold :cold ประหยัดไฟจุดใส้หลอด
สืบเนื่องมาจากสงกรานต์ได้ต่อไว้คร่าวๆ ตอนนี้ยังกองอยู่ที่เดิม
ภาคเพาเวอร์ทดลองปรับค่า ไบอัสได้ประมาณวงจรที่แนบครับ
output เป็น cascode และ fix bias เนื่องจากลากโหลดลายไม่เป็น ;D ;D
ช่วยทำให้มันดังที่ครับ
ภาคปรียังไม่ได้ลอง ช่วยแก้ให้ด้วยครับ
-
ต่อ cascode แบบนี้ หลอดล่างมองเห็น impedance ข้างบนมีค่าสูงมากๆครับ ส่วน impedance ของ output ที่มาจากวงจร cascode จะสูงมากเหมือนกับ pentode ส่วน loadline ที่พาดลงไปกับ curve ก็จะมีค่าเท่ากับ impedance reflection เมื่อต่อลำโพง 8 ohm กับ OPT ซึ่งในที่นี้คือ 2K
ปัญหาคือมันไม่ทำงานเหรอครับ? ไม่มีเสียงออกมาเลย?
เห็นวงจรไม่กี่ตัวแบบนี้ ไม่ใช่ของมือใหม่เลยนะครับ นี่ยังไม่รวม feedback loop อีกส่วนหนึ่งที่ป้อนกลับเข้ามาที่หลอดหน้าด้วย ผมว่าทำ SE ธรรมดา 2 stage จะง่ายกว่าเยอะเลยครับ
-
มือใหม่จริงๆครับ ตัวแรกในชีวิต ตามจริงมันคือ Leona Zenith 959 ภาคเพาเวอร์ไปอยู่ในกล่องรองเท้าฟังกับชุดเดิมมัน
ส่วน กล่องกับ PCB Preamp เอามาทำชุดนี้
ตอนนี้ยังไม่ลองต่อภาคกับหน้าครับ ที่แสดงก็ลองเขียนไว้
รอพี่ๆเมตตาใส่ค่าให้
-
ภาคหน้าผมควรไบแอสกี่โวล vg ดีครับ และ rp ต้องเท่าไหร ต้องการ openloop gain ภาคหน้าประมาณ 10 และควรจะเป็น fix bias
ขอบคุณครับ
-
ชุดเดิมขอมันบวกกล่องรองเท้า เพิ่ม Pretone 3 band ของ EPS เข้าไปเสียงดีกว่าเดิมครับ
แต่ถ้ามีโทรศัพท์มือถือเข้าเมื่อไหร จะกวนมาก คงต้องเป็นกล่องร้องเท้าไปก่อน
เดี่ยวค่อยทำกล่องไม้ใส่ จะได้ เหมือนกันทั้งชุด
ปล. ภาคเพาเวอร์มันใช้ LM1875 รุ่นน้อง gain clone ครับ
-
มาดูหน้าตามันหลังจากถ้ามันร้องเพลงได้ :yahoo :yahoo
สามปุ่มด้านบนจะดัดแปลงเป็นปรีโทน 3 band ส่วนตรงกลางด้านล่างจะใส่ volume ของเดิมจะเป็น switch on/off
ถ้าร้องไม่ได้มันจะกลายร่างเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ :giveup :giveup :giveup
-
ภาคหน้าผมควรไบแอสกี่โวล vg ดีครับ และ rp ต้องเท่าไหร ต้องการ openloop gain ภาคหน้าประมาณ 10 และควรจะเป็น fix bias
ขอบคุณครับ
มีไฟอยู่ประมาณ 300V และ R load 30K น่าจะใช้ Zener diode ขนาด 6V เพื่อให้ได้ bias ประมาณ 150V 5mA ครับ gain น่าจะประมาณ 12-13
fix bias อาจไม่จำเป็น เพราะมี zener diode มา bias แล้ว แต่ถ้าต้องการจะใช้จริงๆก็ประมาณ -6V ครับ
-
ขอบคุณ คุณ Karin Preeda ครับเดี่ยวคงลองตาม Karin Preeda ครับ
ในส่วนวงจร feed back Rf1/Ri1=20k/5k เหมาะสมหรือปล่าวครับ สูงไปหรือ ต่ำไป
ถามต่อครับ Zener bias จะมีผลกระทบกับเสียงไหมครับ
ปล.ที่ออกแบบมาอย่างนี้คือไม่ต้องการการชดเชยไดๆ ในทางเดินเสียงครับ
-
cathode bypass capacitor น่าจะมีผลต่อเสียงมากกว่าตัว Zener diode แต่คงต้องทดลองดูครับ
feedback 12dB ถือว่าปกติครับ ไม่มากไม่น้อย
-
มาดูความต้องการของวงจรครับ
ภาคหน้าทำงานเป็น invert summing amplifier คือ Vinput + VRi1 (Vfeedback)
เนื่องจาก Ri=Rf จึงบวกกันได้โดยตรง แต่ VRi1 มีเฟส - จึงเขียนใหม่ได้เป็น
-Vo1 = (Vinput-Vfeedback)*openloopGain
ให้ openloopGain = 10 ; Vo1= Voutput fist stage ; Vfeedback=(Vpowe routput/ (Rf1+Ri1) )*Ri1
ได้ -Vo1= (Vinput-Vfeedback*10)
มาดู Rf กับ Ri1ที่อนุกรมกันอยู่ มันคือ Rg ของ Tube1 ในวงจร dc ส่วน Rf1 and Ri ยังไม่ความหมายในวงจร dc
คิดมาแบบมั่วๆประมาณนี้ครับ
-
Why cascode?
เพราะว่า cascode จะมองเห็นโหลดสูงมากๆ แต่น่าจะขึ้นอยู่กับ hfe ของ transistor ด้วย :help :help :help
ดั้งนั้นอัตราขยายจะสูงมากๆ จากหลอด triode จะถูกจำกัดกำลัง ด้วย max plate voltage และ plate dissipaion
cascode จะเป็นตัวทำลาย max plate voltage เพราะเราให้มันต่ำและคงที่
plate dissipaion ตัวนี้เราต้องรักษาไว้ นั้นคือ Ik*Vp > plate dissipaion
อัตราขยายกำลังจะขึ้นอยู่กับ R load and supply voltage
อย่างเช่นวงจรข้างบน เราใช้ OPT 20k , supply voltage 2.6 kV
เราจะได้ output 40 Wrms แต่ transistor ต้องทนไฟ 2.6 KV ได้
และต้องหา OPT 20k ให้ได้ :P :P
-
Why Hybrid?
ที่เป็น Hybrid ก็ประหยัดงบประมาณ ทั้งค่าหลอด และค่าไฟจุดใส้หลอด ควรจะมี hfe สูงๆ จะได้ไม่มี I base ใหลผ่าน plate มาก
(ถ้าไป cascode pentod ต้องเปลืองค่าไฟจุดใส้หลอดอีก)
แต่สิ่งต้องแลกมาคือ heat sink ให้ transistor ครับ
ตัวที่ผมลองอยู่น่าจะไม่พอครับ ไม่ถึงนาทีร้อนมาก
แต่ถ้า work คงต้องเพิ่ม heat sink
และลองหา transistor ที่มี hfe สัก 100 ขึ้นไป
-
สนับสนุนครับ มีฉีกแนวออกมาใหม่บ้าง
-
ช่วงนี้เมืองไทยร้อนมาก กลับบ้านไปเลยไม่อยากทำไรเลย :D :D
ยังไม่ได้ลองตาม Karin Preeda ที่ใส่ค่าให้
-
Why cascode?
เพราะว่า cascode จะมองเห็นโหลดสูงมากๆ แต่น่าจะขึ้นอยู่กับ hfe ของ transistor ด้วย :help :help :help
ดั้งนั้นอัตราขยายจะสูงมากๆ จากหลอด triode จะถูกจำกัดกำลัง ด้วย max plate voltage และ plate dissipaion
cascode จะเป็นตัวทำลาย max plate voltage เพราะเราให้มันต่ำและคงที่
plate dissipaion ตัวนี้เราต้องรักษาไว้ นั้นคือ Ik*Vp > plate dissipaion
อัตราขยายกำลังจะขึ้นอยู่กับ R load and supply voltage
อย่างเช่นวงจรข้างบน เราใช้ OPT 20k , supply voltage 2.6 kV
เราจะได้ output 40 Wrms แต่ transistor ต้องทนไฟ 2.6 KV ได้
และต้องหา OPT 20k ให้ได้ :P :P
แก้ไข
ตัวนี้เราต้องรักษาไว้ นั้นคือ Ik*Vp < plate dissipaion
ส่วนข้างล่างขอตัวช่วย ผมจะได้ไม่ดำนำอยู่คนเดี่ยว :help :help :help
อัตราขยายกำลังจะขึ้นอยู่กับ R load and supply voltage
อย่างเช่นวงจรข้างบน เราใช้ OPT 20k , supply voltage 2.6 kV
เราจะได้ output 40 Wrms แต่ transistor ต้องทนไฟ 2.6 KV ได้
และต้องหา OPT 20k ให้ได้ :P :P
-
ใส่ค่าใหม่ ภาคปรี
เดี่ยวอากาศร้อนน้อยกว่านี้ เป็นได้รู้กัน
-
Why Hybrid?
ผมคิดว่าประมาณ หลอดเล็กแต่หม้อใหญ่ๆ คิดว่าอารมความเป็นหลอดยังอยุ่ครบ
เนื่องจาก transistor เป็นแค่ทางผ่านเฉยๆ กระแสที่วิ่งผ่านถูกควบคุมด้วยหลอด
transistor มีหน้าที่สองอย่างคือดูดซับพลังงานส่วนเกินไว้ และเผาทิ้งที่ตัวมัน วงจรปกติจะเป็นหน้าที่ของ plate จะถูกแปลงเป็นพลังงานความร้อนเผาทิ้งไป
หน้าที่อีกอย่างคือรักษาแรงดันที่ขา emitter หรือ plate ให้คงที่ตามขา base
-
ลองมาแล้วแต่ควันขึ้นครับ :D :D ใจหายปนงง
กระแลเพลตวิ่งไป 300 กว่ามิลแอมป์ตกใจมากแล้วกว่าจะปิดไฟได้ ควันขึ้นครับ
Rb ที่ transistor ไหม้น่าจะ วัตต์ต่ำไป
ลองหาที่มาดู ขา VR2 bias หลุด เลยเป็น zero bisa ไป
กระแลเพลตวิ่ง 300 กว่ามิลแอมป์ประมาณ สามสิบวินาที หลอดจะเป็นไรไหมครับ
-
ไม่พังหรอกครับแต่อายุจะสั้นลง
-
ปกติหลอดพวกนี้มีอายุประมาณกี่ ชม.ครับ
กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าจะหา 6GF7A มาเผื่อไว้เพราะเกน ภาคปรีเยอะหน่อย
ตัว 20EW7 เกนน้อยไป อุตสาห์มี feedback แล้วแต่เกนต่ำกลัวปล่าวประโยชน์
หรือมีตัวอื่นครับที่เป็น 9 pin ใส้หลอดไม่เกี่ยงครับ
-
:)