HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: ออดิโอแมน ที่ 14 เมษายน, 2013, 07:52:23 am
-
เอาหลอดเพาเวอร์มาทำปรีแอมป์ิ ต้นรับสงกรานต์ปี 2556 ครับ
เบื่อหลอดเล็ก หาสิ่งท้าทายใหม่ๆ ในชีวิต
แต่มีเรื่องของ RL ซึ่งต้องทนวัตต์ได้สูงๆ 12 วัตต์ หาดีๆ ถูกๆ ยาก
ถ้าใช้เพลตโช็ค เซียนบอร์ดออดิโอทั่วโลกว่า ใช้ CCS ดีกว่า และถ้าจะให้ดีก็ต้อง cascade ccs
ลองค้นในกูเกิ้ลดูซิครับจะเห็นเบอร์ DN2540 เพียบเลย
แต่ในส่วนของการจัดไบอัส cascade ccs ด้วย DN2540 ผมทำไมไเป็น ตัดต่อพันธุกรรมเอา รบกวนน้าเซียน ss มาช่วยจูนให้ด้วยครับ
-
เริ่มกันที่ 6B4G ที่เพลตดิสค์ซิเปชั่น 5W
ถ้าใช้ R โหลดหลอดจะทำงานตามเส้นโหลด 4.3K สีแดง กำหนดให้กริดสวิงจาก 0-70V เพลตจะสวิงอยู่ที่ 63-280V หรือเท่ากับ 217V
พอทำ cascade ccs เส้นดหลดจะนอนมาเลยครับ..... ไม่มีพระตาม ตามเส้นสีฟ้าหม่น เพลตสวิงอยู่ที่ 45-330V หรือเท่ากับ 285V มากกว่าเดิมตั้ง 68V
แต่เป็นเพียงผลพลอยได้ที่ตามมาเท่านั้น เนื่องจากปรีแอมป์ที่จะทำ ต้องการเกนต่ำ เอ้าพุทต่ำตามมาตรฐานปรีแอมป์สากล คือ ประมาณ 1-4Vrms
ผลได้ที่แท้จริงคือไม่ต้องใช้ R โหลดวัตต์สูง
-
หลอดไดร์ใช้ 6C4WA หรือ 6100 หรือ ครึ่งซีกของ 12AU7
6C4WA drive
กราฟแรก
VHT 260V , Isat. 13mA
RL 20K 3W
Vp 160V
Vg1 -6.3V
Ia 5mA
Rk 1.2K 1W
กราฟที่สอง
Rp 11K
Gm 1.3mA/V
u 15
Rp eff. 30.2K
gain ck 9.7
gain no ck 6
Vp gnd. 166.3V
VRL 100V
B2+ 266.3V
-
ได้วงจรปรีแอมป์เริ่มต้นก่อนการตัดต่อพันธุกรรม
-
ผมจะได้เอา 2a3 มาทำปรีมั่งครับ
แต่เอ...ทำไมเพลทโช็คถึงไม่ดีล่ะครับ
-
gain รวมเยอะมากเลยนะครับ น่าจะซัก 30 ได้
-
ผมจะได้เอา 2a3 มาทำปรีมั่งครับ
แต่เอ...ทำไมเพลทโช็คถึงไม่ดีล่ะครับ
ข้อดีของ active load - ccs ในวงจรขยายที่ใช้หลอด ที่ดีกว่า resistive load คือ
1. full mu of tube - คือเส้นโหลดเป็นเส้นนอน ไม่เอียงลาดจากซ้ายลงไปทางขวามือ
2. low distortion
3. improved power supply noise rejection -น่าจะเกิดจากการที่มี ccs load มาคั่นกลางทำให้เพลตของหลอดแยกจากขั้วจ่ายไฟ เกี่ยวกันยังไง ก็ที่ภาคจ่ายไฟมี C อยู่ด้วยไง
สำหรับ transformer และ choke load แล้ว ก็ให้เส้นโหลดที่นอนมาเหมือกัน แต่อยู่ในช่วงเสียงกลาง
แต่ช่วงเสียงต่ำจะสูญเสียไปจาก inductance limit คือค่า inductance จะไปทำปฏิกิริยากับเสียงต่ำให้สูญเสียไป
ส่วนในช่วงเสียงสูง performance จะสูญเสียไปกับ inter-winding capacitance
งงป่าว ผมยังงงเลย สรุปว่า active load ccs ดีกว่า (แต่ไม่ขอขัดคอคนที่ชอบโช็คโหลดนะครับ ผมหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง เพราะอยากจะทำ มีเงินผมก็อยากจะทำครับ)
-
gain รวมเยอะมากเลยนะครับ น่าจะซัก 30 ได้
เกนรวม 6*1.8 = 10.8
อาจารย์ดูยังไงครับได้เกือบ 30
นี่คือปรีที่มีเกนต่ำที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมาแล้วครับ :D
-
ไม่งงหรอกครับ เห็นเขาว่ากันว่า เพลทโช็คสวิงแรงดันได้ดีกว่า r load
มาเป็นเพื่อนคุยน่ะครับ ;)
-
หน้าตาของ DN2540 ที่จะมาทำ active load
ดูยังไงก็ไม่รู้เรื่อง หน้าตาสวยดีครับ นอนมาเลย เป็น N-mosfet depletion mode
-
หน้าตาหลังจากยัด DNA ใหม่ใส่เข้าไปแล้ว
มันจะทำงานได้หรือเปล่า
-
ไม่งงหรอกครับ เห็นเขาว่ากันว่า เพลทโช็คสวิงแรงดันได้ดีกว่า r load
มาเป็นเพื่อนคุยน่ะครับ ;)
รู้ก็ไม่บอก คนกำลังเครียดครับ เอาหลอดเสียงดีมาทำปรี เขาจะว่าบร้า...หรือเปล่า :o
-
มีคำถามครับ
1. แรงดัน VDD 300V น่าจะเพียงพอนะครับ
2. แรงดันไฟคร่อมมอสเฟตแต่ละตัว และ VR1 500R เท่าไหร่
3. VR1 ใช้ทำหน้าที่อะไรครับ ปรับกระแสให้ได้ 30mA หรือปรับแรงดันเพลตให้ได้ 200V
4. R 1K ใส่ไว้ทำไมครับ
5. C , R output ใช้ค่าเท่าไหร่ครับ
ขอบคุณครับ
-
ไม่งงหรอกครับ เห็นเขาว่ากันว่า เพลทโช็คสวิงแรงดันได้ดีกว่า r load
มาเป็นเพื่อนคุยน่ะครับ ;)
น้า Warm กลัว ป๋าเหงา ว่างั้น 555
---------------------------------------
เป็นผม นะ (เป็นผมอีกละ) ถ้าเอาหลอด Power มาทำปรี จะเน้นให้ ขับ แอมป์ SS ได้ด้วย ครับ ไม่รู้ว่าวงจรนี้ทำได้หรือเปล่าครับป๋า
-
ผมไม่มีเพาเวอร์แอมป์ ss ครับ ไม่ได้คิดถึงเลยครับ
-
gain รวมเยอะมากเลยนะครับ น่าจะซัก 30 ได้
เกนรวม 6*1.8 = 10.8
อาจารย์ดูยังไงครับได้เกือบ 30
นี่คือปรีที่มีเกนต่ำที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมาแล้วครับ :D
ดู 6B4g ที่ load 4.3K (เส้นแดง)มันประมาณ 3 นี่ครับ Vgrid -30V ไป -40V, Vplate จาก 170V ไป 200V
ส่วน 6C4 ที่ load 20K ได้ประมาณ 10 เพราะ Vgrid -5V ไป -10, Vplate จากประมาณ 150V ไป 200V
รวมๆแล้วก็ประมาณ 30 ครับ
-
300B Preamp ของค่าย Manley Lab
..Neo-Classic 300B Preamp...
-
การปรากฎกายของ ccs มาพร้อมกับโหลดที่มีอิมพีแดนซ์ที่สูงมากๆ และเป็นโหลดที่มีรีแอ๊กแต้นซ์ต่ำ ......มันดียังไง
อัตราส่วนของอิมพีแดนซ์ที่สูงของ ccs ต่อ เพลตรีซิสแต้นซ์ของไตรโอด ส่งผลถึง power supply isolation (ripple rejection)......มันคงจะแยกไตรโอดออกจากแหล่งจ่ายไฟไปเลยมั้ง
รีแอ๊กแต้นซ์ที่ต่ำจะหมายถึงว่า ccs จะทำตัวเป็นโหลดที่มีอิมพีแดนซ์สูง ตลอดช่วงความถี่ที่กว้าง......น่าจะครอบคลุมช่วงความถี่ออดิโอ
แอ๊กถีบโหลดยังเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ในการควบคุมการไหลของวงรอบสัญญาณสลับ.....เมื่อนำแอ๊กถีบโหลดไปเชื่อมต่อกับวงจรในแบบ shunt regulator ทำให้วงรอบการไหลของกระแสที่มีการใช้ตัวเก็บประจุขนาดใหญ่....ไม่มีผลกระทบมายังวงรอบการขยายสัญญาณ
เป้าประสงค์ของการออกแบบ ccs คือ ให้แหล่งจ่ายไฟ จ่ายไฟกระแสตรง เพื่อไบอัสจุดทำงานของวงจร....เท่านั้น โดยแยกวงรอบของกระแสสลับให้ออกไปจากแหล่งจ่ายไฟตรง
ccs ทำให้การออกแบบภาคจ่ายไฟง่ายขึ้น ไม่วิกฤต เพราะว่าสามารถแยกจากกันได้ถึง 100dB ......เท่าไหร่หนอ.....ไม่จำเป็นต้องเปลืองเงินไปกับภาคจ่ายไฟที่ super low ripple และ super low noise
คุณสมบัติอื่นของการมีกระแสไหลผ่านไตรโอดที่มี ccs ยึดให้กระแสไหลคงที่ คือ (การที่ไม่จำเป็นต้องมี) ตัวเก็บประจุบายพาสที่แคโทด (หรือเปล่า)
การไหลของกระแสที่คงที่ผ่าน Rk ทำให้ได้แรงดันคงที่ที่แคโทดด้วย ซึ่งแรงดันนี้ก็เป็นแรงดันไบอัสวงจร ทำให้มีผลที่เยี่ยมยอดที่ตามมาคือ วงจรเสมือนไบอัสแบบ fixed bias
มีแต่ดีๆ ทั้งนั้น แต่ยังหาไม่เจอว่า เอ้าพุทอิมพีแดนซ์ที่เพลตเท่าไหร่ ผมเดาว่าน่าจะต่ำนะครับ เพราะ Rp ของ 6B4G = 500R ส่วน cascade ccs เห็นว่าสูงมากๆ เมื่อขนานกันแล้ว เอ้าพุทอิมพีแดนซ์ ต้องต่ำกว่า 500R แน่ไครับ
เพราะฉนั้น สามารถใช้กับเพาเวอร์แอมป์ ss ได้ โดยไม่ต้องทำแคโทดตาม .....(เดา)
-
ผมไม่มีเพาเวอร์แอมป์ ss ครับ ไม่ได้คิดถึงเลยครับ
GAIN CLONE ครับป๋า ไม่งั้นมันรู้สึกว่าขาดอะไรไปอย่าง :)
-
300B Preamp ของค่าย Manley Lab
..Neo-Classic 300B Preamp...
จริงด้วยครับ ต้องไดร์ด้วยหลอดใหญ่ น่าจะเป็น 6sn7 หรือ 6sl7
-
น้า ohm น้า wat12(คุ้ม) น้า Mr.เอี้ยง น้า nut_ty จบสงกรานต์แล้วแวะมาดูด้วยครับ เคยคุยกันมาตั้งแต่ 2 ปีก่อน
-
เอาเข้าจริงก็ไม่ยากครับ
แบ่งแรงดันกันไป แรงดันคร่อมแต่ละจุดก็หาได้ง่ายๆ
-
ภาคจ่ายไฟ
เกิดเบื่อขึ้นมาจับต่อ OPT เป็นเพาเวอร์แอมป์ได้ด้วย
-
ผมขลุกอยู่กับเวบ ccs ทั้งวัน สองวันเลย บางทีผมอาจจะเข้าใจนิดๆแล้ว
constant current source นี่จะทำงานเป็น dc bias ใช่ไหมครับ คือพยายามเป็นแหล่งจ่ายกระแสไฟตรงที่เราตั้งไบอัสวงจรให้คงที่ เช่น 6b4g ก็ 30mA ที่เราตั้งไว้ได้มาจากกราฟ
ส่วนเมื่อสัญญาณสลับวิ่งเข้า แล้ว จะเป็นยังไงก็เป็นเรื่องของ ac bias ใช่ไหมครับ
ในส่วนของ dc bias เจ้า ccs จะรักษากระแสไฟตรงไว้ให้ได้ 30mA จนกว่าชีวิตจะหาไม่
-
6C4WA หลอดหน้านั่น เอามาทำ constant current sink ด้วย fet ดีไหมครับ จะได้เข้าพวกกัน
-
ป๋าคุยคนเดียวซะแล้ว
ccs ผมก็รู้ แต่ใช้กับงานอิเล็คทรอนิคส์อื่นๆ มันจะจ่ายกระแสคงที่ ไม่ว่าโหลดจะเปลี่ยนไปยังไง แม้กระทั่ง Short Circuit ก็ยังยอมให้กระแสไหลผ่านเท่าเดิมที่กำหนดไว้ครับ
แต่สำหรับหลอด รอผู้รู้มาอธิบายด้วยคนครับ :)
-
CCS มาใช้กับหลอด มันก็ดูดีน่ะ
เพียงแต่น่าเสียดายที่คุณลักษณะเสียงแบบหลอดแท้ๆจะกลายพันธุ์ผสมกับเสียงแบบโซลิดสเตทไป
เคยฟังปรีแอมป์หลอด 6900 + Electraprint plate choke เสียงสุดยอด
-
CCS มาใช้กับหลอด มันก็ดูดีน่ะ
เพียงแต่น่าเสียดายที่คุณลักษณะเสียงแบบหลอดแท้ๆจะกลายพันธุ์ผสมกับเสียงแบบโซลิดสเตทไป
เคยฟังปรีแอมป์หลอด 6900 + Electraprint plate choke เสียงสุดยอด
plate choke กับ interstage ถ้ากระแสไม่มาก ราคาเค้าน่าคบนะครับ แต่ค่าส่ง
-
เอาเข้าจริงก็ไม่ยากครับ
แบ่งแรงดันกันไป แรงดันคร่อมแต่ละจุดก็หาได้ง่ายๆ
สวัสดีครับ
วงจรที่ใช้โหลดแหล่งจ่ายกระแสคงที่ให้ลากเส้นโหลดของหลอด ในแนวนอนไปได้เลยครับ คิดเหมือนใช้โหลดค่าอนันต์ครับ
จากวงจร cascode current source ด้านบน แรงดันที่ตกคร่อมเฟตทั้งสองตัวนั้นไม่ได้แบ่งครึ่งครึ่งเท่ากันนะครับ ตัวล่างมีแรงดันตกคร่อมนิดเดียวเองครับ
แม้ว่าจะใช้แหล่งจ่ายกระแสคงที่เป็นโหลดแล้ว แต่สำหรับหลอดไตรโอดนั้นการใช้กับไม่ใช้ ตัวเก็บประจุคาโทดย่อมให้ผลแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดครับป๋า
-
ชอบๆ คุยเรืองหลักการ คุยด้วยครับ
ผมว่า ที่เค้าบอกว่าเข้าใกล้อนันต์ น่าจะหมายถึง ไฟ AC หรือเปล่า ครับ แต่ DC ไม่ได้เป็นอย่างนั้น
ถามต่อว่า แล้ว volt คร่อม CCS Sink จะเท่าไหร่ ผม(เดา 100%) ว่า แล้วแต่หลอด จะใช้ครับ เหลือเท่าไหร่ คร่อม CCS
-
ถามต่อว่า แล้ว volt คร่อม CCS Sink จะเท่าไหร่ ผม(เดา 100%) ว่า แล้วแต่หลอด จะใช้ครับ เหลือเท่าไหร่ คร่อม CCS
น้าลำหมายถึงว่า หลอดเดียว ข้างบนเป็น cc-source แล้วข้างล่างเป็น cc-sink หรือเปล่าครับ
แตผมคิดว่าน้าลำจะมายถึงหลอดเดียวทำ cc-sink ข้างล่าง กรณีนี้ voltage ที่ตกคร่อม cc-sink ก็คือ Vg1 หรือ VRk นั่นเอง เพราะอะไร เพราะเราจะต้องใส่ R-set ให้แรงดันคร่อมเท่ากับ VRk (เดาเช่นกันครับ)