HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: ท่านโย ที่ 30 เมษายน, 2013, 02:40:25 pm
-
หม้อแปลง IE, Toroid, C-Core และ R-Core
พี่ๆ น้องๆ น้าๆ คิดว่าแต่ละประเภทมันเสียงและคุณสมบัติต่างกันอย่างไรบ้างฮะ ;D
-
เข้าท่าครับเรื่องนี้ผมมีหม้อแปลง R col อยู่อยากรู้ว่าเข้าลื่อแกนออกอย่างไรแล้วคำนวนรอบอย่างไรครับ :victory
-
ผมเคยใช้แต่แกนอีไอครับ
-
:) เรื่องเสียง ผมเองชอบหม้อแปลงแบบ EI ครับ .. แต่ไม่คุยเรื่องเสียง เพียงอยากบอกจากประสบการณ์ในการวัด noise ที่แพร่กระจาย ย้อนกลับมาเข้าระบบไฟของเรา ตามนี้ครับ หม้อแปลง R-core & Toroid เมื่อเปิดสวิทช์ให้หม้อแปลงทำงาน จะมี noise แพร่กลับออกมาเข้าระบบไฟบ้านครับ ... สำหรับหม้อแปลงแบบ EI เงียบ ไม่มีเสียงของ noise แพร่ย้อนกลับออกมาในระบบไฟบ้านครับ (เช็คจาก power amplifier ที่ใช้หม้อแปลงทั้งสองแบบ) ส่วนหม้อแปลงแบบ C-core ไม่มีใช้กะเค้า(ฐานะยากจน)จึงตอบไม่ได้เพราะไม่มีให้ลองครับพ๊ม
-
:victory
ไม่เคยฟังเสียงหม้อแปลงสักที บอกไม่ได้ ;D
-
:victory
ไม่เคยฟังเสียงหม้อแปลงสักที บอกไม่ได้ ;D
:victory
-
(http://www.uppic.org/image-CE12_517FD6DD.jpg) (http://www.uppic.org/share-CE12_517FD6DD.html)
(http://www.uppic.org/image-3FF4_517FD6DD.jpg) (http://www.uppic.org/share-3FF4_517FD6DD.html)
(http://www.uppic.org/image-BCF3_517FD6DD.jpg) (http://www.uppic.org/share-BCF3_517FD6DD.html)
ผมเองก็มีปัญหาที่อยากรู้คำตอบที่แท้จริงว่า จริงๆแล้วเราเรียกชนิดของหม้อแปลงกันถูกต้องรึไม่ ก็แบบ C-CORE ที่ว่าแหละครับ ตามความเข้าใจของผมเองตามภาพแรกคือหม้อแปลงแบบ C-CORE แกนจะเป็นรูปตัว C มาประกบกัน แต่แบบที่สอง และ สาม ที่ใช้กันอยู่โดยเฉพาะแบบที่สามล่างสุด นิยมใช้ในเพาเวอร์แอมป์กลางแจ้งในบ้านเราเยอะมาก ก็เรียกกันไปว่าแบบ C-CORE จริงๆแล้วถูกต้องหรือไม่ครับ ? ในการเรียกหม้อแปลงในแบบที่สองและสามว่าหม้อแปลงแบบ C-CORE ? รบกวนท่านที่รู้จริงช่วยเสียเวลาตอบให้หายข้องใจด้วยเถอะครับ... ขอบพระคุณมา ณ ที่นี้
-
(http://upic.me/i/9o/uicore.jpg) (http://upic.me/show/44591260)
แบบที่ 3 เรียกว่า U-I Core ผมใช้งานอยู่จ๊ะ แต่คนที่ทำหม้อแปลงขายเขาเรียกมั่วๆ ว่า C Core เพราะเขาเชื่อว่าคุณสมบัติมันเหมือน C Core ;D
ในรูปน่ะ เหล็ก RG 11 ครับ ว่าจะเอามาลองพัน OPT ดูสักหน่อย :victory
-
เอ้าท์พุท เจมส์ หรือ แทงโก้ ที่เค้าบอกกันว่าเสียงดี ใช้หม้อแปลงแบบไหนครับ
-
แสงทองจะเรียกว่า cut c core
-
เอ้าท์พุท เจมส์ หรือ แทงโก้ ที่เค้าบอกกันว่าเสียงดี ใช้หม้อแปลงแบบไหนครับ
ไม่แน่ใจว่าใช้ C-Core แบบตัว U มาประกบกันหรือเปล่านะฮะ :(
-
ส่วนตัวผมก็เคยใช้แต่ IE, Toroid
แต่ชอบ IE มากกว่า
C-Core, R-Core, UI-Core ยังไม่เคยลองเลย 2f
-
เอ้าท์พุท เจมส์ หรือ แทงโก้ ที่เค้าบอกกันว่าเสียงดี ใช้หม้อแปลงแบบไหนครับ
ไม่แน่ใจว่าใช้ C-Core แบบตัว U มาประกบกันหรือเปล่านะฮะ :(
แล้วแต่รุ่นครับ ไม่เหมือนกัน
-
รูปแรกของคุณ electron กับอีก 2 รูปที่เหลือ แกนมีรูปร่างเหมือนกันแต่ต่างกรรมวิธีการผลิตครับ รูปแรกเป็นการเอาเหล็กแผ่นบางมาม้วนทับๆ กันจนหนาเหมือนม้วนเทปกาว แล้วตัดครึ่งเป็น 2 ชิ้น การผลิตแบบนี้เรียกรวมๆ ว่า Cut-Core ครับ ซึ่งบางทีรูปร่างของแกนที่ตัดออกมาแล้ว อาจจะเป็นรูปตัว C เหมือนกัน 2 อัน หรือ C ไม่เหมือนกันก็ได้ แล้วแต่ว่าผู้ผลิตจะตัดตรงไหน
(http://www.asia.ru/images/target/photo/50850931/Distributed_Gap_Core.jpg)
(http://www.asia.ru/images/target/photo/50850916/C_Core.jpg)
หรือบางทีอาจจะไม่เป็นรูปตัว C ก็ได้ แต่ก็เรียกว่า Cut-Core เหมือนกันครับ
(http://www.asia.ru/images/target/photo/50850918/E_Core.jpg)
(http://www.asia.ru/images/target/photo/50850940/Crescent_Core.jpg)
ส่วนรูปที่ 2-3 เป็นแกนชนิด Laminated-Core ซึ่งผู้ใช้ต้องเอามาเรียงกันเป็นแกนเอาเอง โดยจะเรียงหนาเท่าไหร่ก็ได้ ไม่เหมือน Cut-core ที่ถูกจำกัดหน้าตัดแกนมาแล้ว และโดยมากเราจะเรียกตามรูปร่างของแผ่นแกนเช่น EI, UI, CD, etc. ตามที่คุณ Warn อธิบายไว้ครับ ผมเห็นด้วยกับคุณ Warn ว่าเป็นการเรียกให้เกิดความสับสนครับ
ผมเดาว่าบางคนคงจะเรียกตามรูปร่างตัว C ว่าเป็น C-Core และบางคนก็อาจจะเข้าใจว่า C เป็นคำย่อของ Cut ก็เป็น C-Core เหมือนกัน ผมคิดว่าน่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า เพราะหม้อแปลง Laminated-Core มักจะเรียกตามรูปร่างแกนเช่นกัน Cut-Core ในรูปที่ 1 ของคุณ electron เป็นการใช้งานในแบบ Shell Type เหมือนหม้อแปลง EI ครับ โดยทั่วไปจะเรียกว่า Double C-Core ครับ ส่วนแบบ Core Type (เช่น Lundahl) จะเรียกว่า Single C-Core ครับ
มีแกนอีกประเภทหนึ่งที่กล่าวถึงในกระทู้นี้คือ R-Core ซึ่งเป็นการม้วนแผ่นเหล็กเหมือน Cut-Core ข้างต้น เพียงแต่ม้วนออกมาแล้วได้หน้าตัดกลม แทนที่จะเป็นสี่เหลี่ยมเหมือน Cut-Core ครับ และโดยมากแกนชนิดนี้จะไม่ถูกตัดออกก็ไม่เข้าข่าย Cut-Core ครับ
-
:) และแล้ว.... คำตอบก็มา ... ขอบคุณทุกท่านครับ ที่สละเวลามาให้ความกระจ่าง ในความสงสัยของกระผม like
-
(http://upic.me/i/9o/uicore.jpg) (http://upic.me/show/44591260)
แบบที่ 3 เรียกว่า U-I Core ผมใช้งานอยู่จ๊ะ แต่คนที่ทำหม้อแปลงขายเขาเรียกมั่วๆ ว่า C Core เพราะเขาเชื่อว่าคุณสมบัติมันเหมือน C Core ;D
ในรูปน่ะ เหล็ก RG 11 ครับ ว่าจะเอามาลองพัน OPT ดูสักหน่อย :victory
น่าลอง...ครับ
หาได้ที่ไหนครับ
-
ผมได้แกนC-cor Amorphous จาก ลุงthaisolar พันตาม วิธีครูMr. Tube การออกแบบหม้อแปลงสำหรับงานความถี่เสียง
เสียงกระจ่างเป็นประกาย กว่าEI ที่พันเองครับ
-
ผมสั่งปั๊มมาใช้เฉพาะงานครับ แต่ต้องสั่งทีละเยอะๆ หน่อย
ถ้าแบบแบ่งขาย ผมเคยโทรถามกรุงธนวิทยุ เมื่อหลายเดือนก่อน มีของอยู่ครับ แต่คุณภาพของการปั๊มออกมาได้สวยงามหรือไม่ ต้องทำใจ อยู่ที่คุณภาพของแม่พิมพ์ และเหล็กที่เอามาทำ ก็เป็นเหล็กหม้อแปลงเก่า ฉะนั้นมันจะโค้งงอ ไม่เรียบเหมือนปั๊มจากเหล็กม้วนครับ
ผมว่า C CORE ก็หาไม่ยาก เห็นเอามาขายเรื่อยๆ น่าใช้กว่า เพราะเหล็กที่เอามาทำบางกว่า ย่อมดีกว่าเห็นๆ ครับ
-
ยังมี C-Core ที่น้าหมูเคยนำมาขายอยู่เลย ดองจนเค็มแล้วว่าจะเอามาทำ หม้อของเกน ไม่รู้ว่าเสียงจะเป็นอย่างไรบ้าง
-
จะขออนุญาต สอบถามถึงเรื่องแรงดันหม้อแปลง
พอดีเห็นว่ายังคุยกันเรื่องแกนไม่เสร็จ ไม่กล้าขัดจังหวะ
จะขอลัดคิวถามเรื่องแรงดันไฟได้เลยหรือเปล่าครับ
-
กระทู้นิ่งสักพักแล้ว ถามได้ครับ แต่จะตอบได้หรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจ :showoff
-
ขอบคุณครับ คือจะถามว่า จะทำภาคจ่ายไฟแบบ Full wave 160V - 0 - 160V
แต่พันหม้อแปลงแล้ววัดไฟมันได้เป็น 159V - 0 -165V แบบนี้มันจะใช้ได้หรือเปล่าครับ
-
:victory ใช้ได้ครับ ไม่มีผลเสียใดๆกับวงจร ต่อโลด...
-
พันไฟเอียงข้าง ;D
ถ้าเอาตามทฤษฏี เวลาทำ full wave rectifier ขดที่ไฟสูงกว่า ก็จะรับภาระ (โหลด) มากกว่าขดที่ไฟต่ำกว่าครับ
ในทางปฏิบัติ ก็ใช้ไปเถอะครับ ปกติเวลาพันหม้อแปลงก็จะเผื่อขนาดลวดไว้อยู่แล้ว
แต่ก็บ่งบอกถึงฝีมือการพันของคนพันได้ครับ ว่าไม่ละเอียดเท่าที่ควร นับรอบผิดพลาดครับ
-
ปรกติ เค้าพันเส้นคู่ แล้วค่อยเอาปลายกับต้นสาย ของแต่ละฝั่งมารวมกันเพื่อเป็นแทปกลาง แรงดันจะได้เท่าๆ กันน่ะครับ :D
-
แค่หม้อแปลง รายละเอียดยังเยอะแยะเลย ตามต่อครับ ความรู้ทั้งนั้น
-
ปรกติ เค้าพันเส้นคู่ แล้วค่อยเอาปลายกับต้นสาย ของแต่ละฝั่งมารวมกันเพื่อเป็นแทปกลาง แรงดันจะได้เท่าๆ กันน่ะครับ :D
พันเส้นคู่ไม่ควรใช้กับไฟสูงครับ เพราะปลายสายที่อยู่คู่กันจะมีแรงดันต่างกันมาก อาจจะ short ข้ามขดได้ครับ ถ้าจะพันเส้นคู่ ควรดูคุณสมบัติของฉนวนให้ปลอดภัยก่อนลงมือครับ อย่างไรก็ตาม ระยะยาวก็อาจจะยังมีปัญหาได้อยู่ครับ
โดยปกติแล้ว ถ้าพันจำำนวนรอบเท่ากัน ก็ได้ Vout เท่ากันแล้วครับ การพันเส้นคู่ก็เพื่อให้ DCR ของ 2 ขดเท่ากันครับ เวลาใช้กับ Full Wave / Bridge ก็จะได้ Regulation สม่ำเสมอครับ
-
ขอบคุณทุกท่านครับ ขอเรียนถามต่อไปอีกว่า หม้อแปลงขดไฟสูงประมาณ 360V
การ พันขดลวด 360 - 0 - 360 กระแสประมาณ 100-0-100 mA ใช้ไดโอดแปลงไฟ 2 ตัว
กับ พันขดลวดเดียว 0 - 360V กระแสประมาณ 200mA แล้วใช้ไดโอด 4 ตัวแปลงไฟแบบบริด
แบบไหนจะดีกว่ากันครับ
-
ขอบคุณทุกท่านครับ ขอเรียนถามต่อไปอีกว่า หม้อแปลงขดไฟสูงประมาณ 360V
การ พันขดลวด 360 - 0 - 360 กระแสประมาณ 100-0-100 mA ใช้ไดโอดแปลงไฟ 2 ตัว
กับ พันขดลวดเดียว 0 - 360V กระแสประมาณ 200mA แล้วใช้ไดโอด 4 ตัวแปลงไฟแบบบริด
แบบไหนจะดีกว่ากันครับ
เนื่องจากหม้อแปลง 2 ตัวจ่ายกระแสได้ไม่เท่ากัน ประเด็นจึงมาอยู่ที่คุณ DS ต้องการใช้กระแสเท่าไหร่ก่อนครับ ถ้าใช้ได้ทั้ง 2 ตัวจึงค่อยไปถึงประเด็นที่ถามครับ :)
-
สวัดดีครับ ผมขอมาแชความรู้เท่าที่มีอยู่นะครับจริงๆแล้วจากการที่พันหม้อแปลงมานั้นการพันเส้นลวดแบบตีคุ่กันมานั้นจะให้ v ที่ออกมานั้นเท่ากันแบบเรียกว่าเปะๆเลยครับส่วนตัวแล้วชอบพับแบบเส่นคู่ครับ เรื่องการช็อตข้ามขดนั้นยังไม่เคยเจอเลยครับ :victory
-
สวัดดีครับ ผมขอมาแชความรู้เท่าที่มีอยู่นะครับจริงๆแล้วจากการที่พันหม้อแปลงมานั้นการพันเส้นลวดแบบตีคุ่กันมานั้นจะให้ v ที่ออกมานั้นเท่ากันแบบเรียกว่าเปะๆเลยครับส่วนตัวแล้วชอบพับแบบเส่นคู่ครับ เรื่องการช็อตข้ามขดนั้นยังไม่เคยเจอเลยครับ :victory
น้ายังโชคดีอยู่ครับ c)
แต่ถ้าผมจะทำใช้เอง ผมไม่กล้าทำอย่างนั้นเด็ดขาดเลยครับ
สมมุติว่า 360 - 0 - 360 แล้วพันตีคู่แบบที่ว่า ขดสุดท้ายของลวด จะมีแรงดันต่างกันถึง 720v และวางแนบชิดกัน สักวันนึงฉนวนของลวดเสื่อมสภาพลง หรือมีความชื้น :blowup
-
ถ้าต้องการพันไฟ2ชุดให้เท่ากันก็พันแบบSectionดีกว่าครับ
(http://www.globalspec.com/ImageRepository/LearnMore/201210/EI-Transformer-for-Electric-Tool484de69d1e254262a778c635653aa340.png)
-
ขอบคุณทุกท่านครับ ขอเรียนถามต่อไปอีกว่า หม้อแปลงขดไฟสูงประมาณ 360V
การ พันขดลวด 360 - 0 - 360 กระแสประมาณ 100-0-100 mA ใช้ไดโอดแปลงไฟ 2 ตัว
กับ พันขดลวดเดียว 0 - 360V กระแสประมาณ 200mA แล้วใช้ไดโอด 4 ตัวแปลงไฟแบบบริด
แบบไหนจะดีกว่ากันครับ
เนื่องจากหม้อแปลง 2 ตัวจ่ายกระแสได้ไม่เท่ากัน ประเด็นจึงมาอยู่ที่คุณ DS ต้องการใช้กระแสเท่าไหร่ก่อนครับ ถ้าใช้ได้ทั้ง 2 ตัวจึงค่อยไปถึงประเด็นที่ถามครับ :)
ตามวงจรต้องการกระแสแค่ 100mA แต่ผมเผื่อไว้อีก 1 เท่า
ถ้าได้คำตอบว่าแบบไหนดีกว่ากัน มันก็จะไปถึงมือคุณช่างหรั่งโรงต้ม
สุดยอดหม้อแปลงแมน ที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกปัจจุบันครับท่าน
-
ปรกติ เค้าพันเส้นคู่ แล้วค่อยเอาปลายกับต้นสาย ของแต่ละฝั่งมารวมกันเพื่อเป็นแทปกลาง แรงดันจะได้เท่าๆ กันน่ะครับ :D
พันเส้นคู่ไม่ควรใช้กับไฟสูงครับ เพราะปลายสายที่อยู่คู่กันจะมีแรงดันต่างกันมาก อาจจะ short ข้ามขดได้ครับ ถ้าจะพันเส้นคู่ ควรดูคุณสมบัติของฉนวนให้ปลอดภัยก่อนลงมือครับ อย่างไรก็ตาม ระยะยาวก็อาจจะยังมีปัญหาได้อยู่ครับ
โดยปกติแล้ว ถ้าพันจำำนวนรอบเท่ากัน ก็ได้ Vout เท่ากันแล้วครับ การพันเส้นคู่ก็เพื่อให้ DCR ของ 2 ขดเท่ากันครับ เวลาใช้กับ Full Wave / Bridge ก็จะได้ Regulation สม่ำเสมอครับ
ขอบคุณครับ ความรู้ใหม่เลย O0
-
สวัดดีครับ ผมขอมาแชความรู้เท่าที่มีอยู่นะครับจริงๆแล้วจากการที่พันหม้อแปลงมานั้นการพันเส้นลวดแบบตีคุ่กันมานั้นจะให้ v ที่ออกมานั้นเท่ากันแบบเรียกว่าเปะๆเลยครับส่วนตัวแล้วชอบพับแบบเส่นคู่ครับ เรื่องการช็อตข้ามขดนั้นยังไม่เคยเจอเลยครับ :victory
น้ายังโชคดีอยู่ครับ c)
แต่ถ้าผมจะทำใช้เอง ผมไม่กล้าทำอย่างนั้นเด็ดขาดเลยครับ
สมมุติว่า 360 - 0 - 360 แล้วพันตีคู่แบบที่ว่า ขดสุดท้ายของลวด จะมีแรงดันต่างกันถึง 720v และวางแนบชิดกัน สักวันนึงฉนวนของลวดเสื่อมสภาพลง หรือมีความชื้น :blowup
คุยกันนะครับ เท่าที่พันมาไม่เตยเจอขอด เซกกันดารี้ช็อตเลยครับเลยครับส่วนใหญ่จะไหม่ที่ขอไพมารี้ก่อนทั้งนั้นครับ
-
ครับผม :victory
-
ปกติก็เป็นเช่นนั้นครับ เวลา Secondary ดึงกระแสเกิน หรือ Short Primary มักจะไหม้เสมอครับ ลองเอาหม้อแปลงที่กะจะรื้ออยู่แล้วมาลอง Short ดูก็ได้ครับ ใส่ Fuse ที่ Primary เผื่อไว้ด้วยนะครับ
ที่ผมอธิบายเรื่องการพันลวดคู่ ก็เพื่อความปลอดภัยครับ ถ้าเราทำใช้เองและรับความเสี่ยงได้ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลครับ แต่ถ้าจะทำให้ผู้อื่นใช้ก็ควรจะคำนึงถึงความปลอดภัยให้ผู้ใช้ด้วยครับ ด้วยความปราถนาดีนะครับ ;)
-
ขอบคุณทุกท่านครับ ขอเรียนถามต่อไปอีกว่า หม้อแปลงขดไฟสูงประมาณ 360V
การ พันขดลวด 360 - 0 - 360 กระแสประมาณ 100-0-100 mA ใช้ไดโอดแปลงไฟ 2 ตัว
กับ พันขดลวดเดียว 0 - 360V กระแสประมาณ 200mA แล้วใช้ไดโอด 4 ตัวแปลงไฟแบบบริด
แบบไหนจะดีกว่ากันครับ
เนื่องจากหม้อแปลง 2 ตัวจ่ายกระแสได้ไม่เท่ากัน ประเด็นจึงมาอยู่ที่คุณ DS ต้องการใช้กระแสเท่าไหร่ก่อนครับ ถ้าใช้ได้ทั้ง 2 ตัวจึงค่อยไปถึงประเด็นที่ถามครับ :)
ตามวงจรต้องการกระแสแค่ 100mA แต่ผมเผื่อไว้อีก 1 เท่า
ถ้าได้คำตอบว่าแบบไหนดีกว่ากัน มันก็จะไปถึงมือคุณช่างหรั่งโรงต้ม
สุดยอดหม้อแปลงแมน ที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกปัจจุบันครับท่าน
360-0-360 ของคุณ DS จ่ายกระแสได้แค่ 100mA ครับ คุณไม่ได้เผื่ออะไรไว้ครับ
-
ขอบคุณทุกท่านครับ ขอเรียนถามต่อไปอีกว่า หม้อแปลงขดไฟสูงประมาณ 360V
การ พันขดลวด 360 - 0 - 360 กระแสประมาณ 100-0-100 mA ใช้ไดโอดแปลงไฟ 2 ตัว
กับ พันขดลวดเดียว 0 - 360V กระแสประมาณ 200mA แล้วใช้ไดโอด 4 ตัวแปลงไฟแบบบริด
แบบไหนจะดีกว่ากันครับ
เนื่องจากหม้อแปลง 2 ตัวจ่ายกระแสได้ไม่เท่ากัน ประเด็นจึงมาอยู่ที่คุณ DS ต้องการใช้กระแสเท่าไหร่ก่อนครับ ถ้าใช้ได้ทั้ง 2 ตัวจึงค่อยไปถึงประเด็นที่ถามครับ :)
ตามวงจรต้องการกระแสแค่ 100mA แต่ผมเผื่อไว้อีก 1 เท่า
ถ้าได้คำตอบว่าแบบไหนดีกว่ากัน มันก็จะไปถึงมือคุณช่างหรั่งโรงต้ม
สุดยอดหม้อแปลงแมน ที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกปัจจุบันครับท่าน
360-0-360 ของคุณ DS จ่ายกระแสได้แค่ 100mA ครับ คุณไม่ได้เผื่ออะไรไว้ครับ
เป็นแบบนั้นเหรอครับ ผมเรียนจบมาทางบัญชี นึกว่าเอาสองขดมาขนานกันมันจะได้ 100+100 =200 ซะอีก
งั้นถึงคำถามให้ตรงประเด็นว่า Full Wave แบบ 360 - 0 -360 กับ Half Wave 0 - 360 มันมีผลกับการใช้งานแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
ขอบคุณครับ
-
ช่วยเสริม
360-0-360 มันไม่ได้ขนานกันครับ แต่จะสลับกันจ่ายกระแสในวงจรฟูลเวฟ
ถ้าจะขนานกัน ต้องพัน 0-360v 100mA, 0-360v 100mA แล้วจับ 2 ขดมาขนานกัน ก็จะเท่ากับ 0-360v 200mA ครับ :)
ถ้าจะใช้หลอด rec ก็ต้องเป็น 360v-0-360v 200mA
ถ้าจะใช้ diode bridge ก็พัน 0-360v 200mA
-
ช่วยเสริม
360-0-360 มันไม่ได้ขนานกันครับ แต่จะสลับกันจ่ายกระแสในวงจรฟูลเวฟ
ถ้าจะขนานกัน ต้องพัน 0-360v 100mA, 0-360v 100mA แล้วจับ 2 ขดมาขนานกัน ก็จะเท่ากับ 0-360v 200mA ครับ :)
ถ้าจะใช้หลอด rec ก็ต้องเป็น 360v-0-360v 200mA
ถ้าจะใช้ diode bridge ก็พัน 0-360v 200mA
เข้าใจแจ่มแจ้งเลยครับ
พันขดลวดแบบ Full Wave ก็คือจ่ายกระแสแบบ บนที ล่างที สลับกัน
มันก็เลยเต็มคลื่น แต่ได้กระแสเท่าเดิม
ขอบคุณมากครับ
-
เวลาพันต้องเผื่อกระแสไฟครับเคยอ่านเจอ แต่ส่วนใหญ่ แบบ CT ผมจะเผื่อไว้ ประมาณ 20-30% ของกระแส DC ที่ใช้ ถ้าเอาตามตำรา
แบบ Full wave center tap Iac=1.2xIdc
Full wave bridge Iac=1.8xIdc
-
มือใหม่ขอเข้ามาเก็บความรู้ล้วนๆครับ d_d
-
โอไม่เคยรู้มาก่อนเลยคับขอบคุณทุกท่านมากๆคับ
-
ถ้าต้องการพันไฟ2ชุดให้เท่ากันก็พันแบบSectionดีกว่าครับ
(http://www.globalspec.com/ImageRepository/LearnMore/201210/EI-Transformer-for-Electric-Tool484de69d1e254262a778c635653aa340.png)
ผมพันแบบนี้ หมดโอกาสช็อตข้ามขด
-
ถ้าต้องการพันไฟ2ชุดให้เท่ากันก็พันแบบSectionดีกว่าครับ
(http://www.globalspec.com/ImageRepository/LearnMore/201210/EI-Transformer-for-Electric-Tool484de69d1e254262a778c635653aa340.png)
ผมพันแบบนี้ หมดโอกาสช็อตข้ามขด
แกนอย่างนี้มีแบบ 4 Section บ้างหรือเปล่าครับ จะได้เอามาใช้เป็น
1. Primary 220V 1 Section
2. Secondary 360V 1 Section
3. Secondary 360V 1 Section
4. Secondary 6.3V 1 Section
-
มาเก็บความรู้ :clap
-
ถ้าต้องการพันไฟ2ชุดให้เท่ากันก็พันแบบSectionดีกว่าครับ
(http://www.globalspec.com/ImageRepository/LearnMore/201210/EI-Transformer-for-Electric-Tool484de69d1e254262a778c635653aa340.png)
ผมพันแบบนี้ หมดโอกาสช็อตข้ามขด
แกนอย่างนี้มีแบบ 4 Section บ้างหรือเปล่าครับ จะได้เอามาใช้เป็น
1. Primary 220V 1 Section
2. Secondary 360V 1 Section
3. Secondary 360V 1 Section
4. Secondary 6.3V 1 Section
ไม่มีครับ ต้องทำเอง ทำได้ไม่ยาก
จะซอยให้ถี่ยิบเลยก็ได้ ว่างๆ ค้นรูปให้ดู เหมากับงานบางงาน ลดค่า c ระหว่าง layer ได้ดีมากด้วย (น่าเอามาทำ opt นะ)
ถ้ามีฟลายแบคทีวีอยู่ใกล้ๆ มือ ลองผ่าออกมาดูครับ บ็อบบิ้นไฟสูงซอยเป็นช่องๆ หลายช่องเลย เพราะเป็นไฟสูง (ป้องกันช็อตข้ามขด) และใช้งานความถี่สูง (ลดค่า c ระหว่าง layer)
-
แกนอย่างนี้มีแบบ 4 Section บ้างหรือเปล่าครับ จะได้เอามาใช้เป็น
1. Primary 220V 1 Section
2. Secondary 360V 1 Section
3. Secondary 360V 1 Section
4. Secondary 6.3V 1 Section
ถ้าแบ่ง 4 ช่องเท่าๆ กัน ก็ไม่ควรเอามาทำหม้อแปลงตามที่ถามมาครับ เพราะ Primary จะกิน Winding Windows แค่ 1/4 ครับ ตามปกติ Primary ควรจะกิน Winding Windows เท่ากับหรือมากกว่า Secondary ทั้งหมดรวมกันครับ
อันนี้อีกประเด็นนึงนะครับ ถ้าอยากเล่น Bobbin 4 ช่องก็ใช้แกน EE + Bobbin แบบนี้ 2 อันสิครับ ;)
-
อันนี้อีกประเด็นนึงนะครับ ถ้าอยากเล่น Bobbin 4 ช่องก็ใช้แกน EE + Bobbin แบบนี้ 2 อันสิครับ ;)
ไอเดียบันเจิดครับ O0 O0 ว่างๆจะลองทำดูแล้วจะแจ้งให้ทราบครับ :secret
-
เคยใช้แค่สามแบบรู้แต่ว่า เทอร์รอย กระชากไฟตอนเปิดแอมป์ ต้องเปลี่ยนbreaker หม้อแปลงขนาด 2kva