HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม โฮมเธียเตอร์ (HT) => ข้อความที่เริ่มโดย: 1st class ที่ 17 พฤษภาคม, 2013, 03:46:00 pm
-
เรียนถามผู้รู้ครับ
ในตู้เมนไฟฟ้าใน บ้าน ผมมีขอไฟฟ้า 3เฟส 4สาย และมีการตอกแท่งกราว ในบริเวณบ้าน ก็เดินสายจากเสาไฟฟ้าหน้าบ้าน มาที่ตู้ปกติ รอพนักงานไฟฟ้ามาติดตั้ง แต่พนักงานการไฟฟ้า ที่มาตรวจ ก่อนติดตั้ง มีแจ้งให้ผม เดินสายไฟ จาก N เข้ากับ สายที่ต่อ กับGround rod ด้วย เลยสอบถามดูว่าทำไม ต้องต่อด้วยครับ
ขอบคุณครับ
-
เข้ามาเพื่ออยากรู้เหมือนกันครับ :) เพราะบางท่านก็จั้ม นิตรอน กับ Ground เข้าด้วยกัน งงเหมือนกันตกลงอันไหนดีกว่ากัน :D
-
เพื่อให้นิวตรอลและกราวน์มีศักย์เป็น0 เท่ากันครับ และต้องต่อก่อนอุปกรณ์ป้องกัน อันนี้สำคัญ เพื่อให้รู้ว่ารั่วลงดินหรือไม่
การทำอย่างนี้จะทำให้อุปกรณ์ป้องกันหลัก( main circuit breaker,Earth leakage circuit breaker)ทำงานได้ถูกต้อง แม่นยำ
ต้องต่อที่เดียวในอาคาร เท่านั้น
-
ดูเอกสารนี้ครับ http://www.clef-audio.com/pic/correct_grounding.pdf
หัวข้อ 4.2.7 ว่าไว่า
ทำไมจึงต้องมีการต่อสายดินเข้ากับสายเส้นศูนย์ (นิวทรัล) ที่ตู้เมนสวิตช์
เพื่อให้ระบบสายดินทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้กระแสลัดวงจรที่ไหลลงสายดินสามารถ
ไหลย้อนกลับไปหม้อแปลงของการไฟฟ้าฯทางสายเส้นศูนย์ได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งเป็นเส้นทางที่ไหลได้
สะดวกกว่าการไหลลงดินเส้นทางเดียว ทำให้กระแสลัดวงจรมีค่าสูง และเครื่องตัดกระแสลัดวงจร
(เบรกเกอร์หรือฟิวส์) สามารถตัดไฟออกได้อย่างรวดเร็ว
เพิ่มเติม เอกสารนี้เป็นของการไฟฟ้านครหลวงนะครับ
-
ดูเอกสารนี้ครับ http://www.clef-audio.com/pic/correct_grounding.pdf
หัวข้อ 4.2.7 ว่าไว่า
ทำไมจึงต้องมีการต่อสายดินเข้ากับสายเส้นศูนย์ (นิวทรัล) ที่ตู้เมนสวิตช์
เพื่อให้ระบบสายดินทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้กระแสลัดวงจรที่ไหลลงสายดินสามารถ
ไหลย้อนกลับไปหม้อแปลงของการไฟฟ้าฯทางสายเส้นศูนย์ได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งเป็นเส้นทางที่ไหลได้
สะดวกกว่าการไหลลงดินเส้นทางเดียว ทำให้กระแสลัดวงจรมีค่าสูง และเครื่องตัดกระแสลัดวงจร
(เบรกเกอร์หรือฟิวส์) สามารถตัดไฟออกได้อย่างรวดเร็ว
ขอบคุณครับ
-
ขอบคุณครับ
-
ถูกต้องครับ แต่ต่อตรงจุดไหนต้องดูให้ดีครับ ปกติ ต้องต่อสาย N ที่มาจากมิเตอร์หน้าบ้านเข้ากับ แท่งกราวน์ หรือบัสกราวน์ในตู้ (วงจรเดียวกัน) แต่ N ของสายภายในบ้าน ไม่เกี่ยวนะครับ สาย N ภายในบ้านต่อเข้ากับนิวตรอลบาร์ครับ แล้วจะมีสายเส้นใหญ่เส้นนึงจัมป์จากนิวตรอลบาร์ไปที่ N ของเมนเบรกเกอร์อีกทีครับ ลองไล่วงจรดูดี ๆ นะครับ
-
ไฟ 3 phase 3,4 line (L1,L2,L3,N) ในโรงงาน ไม่ได้ต่อ N เข้ากับ Ground นะครับ แต่สำหรับที่พักอาศัย ไม่ทราบนะครับ
์N กับ Ground จะมีศักย์ต่างกันอยู่ประมาณ 2-4 ACV ครับ แต่ 3-Phase (380V L1-L2-L3) Load เป็น 3-phase ก็ OK
แต่ถ้าเป็น 1-Phase ? ถ้าต่อ N เข้ากับ ground เราก็ จะสามารถใช้ไฟฟรี โดยเอา Lx มาคู่กับ Ground ถ้า Z ผ่าน ground Rod ต่ำกว่า N
เพราะ Meter 1 Phase 2 line ,(220v L-N) Ref. Lx กับ N ครับ.
ศราวุธ
-
ในระบบ เสียง ผมไม่รู้ว่าต่อ N กับ G แล้วเสียงดี ขึ้นหรือเปล่า ไม่ทราบครับ
แต่ถ้า เป็น ระบบไฟฟ้า แล้ว ต่อ N กับ G ไม่ว่าจะเป็น 3-phase,1-phase ก็ตาม
ไม่ถูกต้องแน่นอนครับ.
ตามเอกสารที่ rep. ด้านบนเป็นการต่อที่ main ของอาคารที่มี หม้อแปลง MV (>1kv)
หรือ LV Feeder ของ อาคาร หรือ โรงงาน นะครับ ไม่ใช่ ตามบ้านทั่วๆไป อ่านดีๆนะครับ.
-
ลองอ่านดูครับ http://www.eclubthai.com/board/index.php?topic=77281.0
-
ในระบบ เสียง ผมไม่รู้ว่าต่อ N กับ G แล้วเสียงดี ขึ้นหรือเปล่า ไม่ทราบครับ
แต่ถ้า เป็น ระบบไฟฟ้า แล้ว ต่อ N กับ G ไม่ว่าจะเป็น 3-phase,1-phase ก็ตาม
ไม่ถูกต้องแน่นอนครับ.
ตามเอกสารที่ rep. ด้านบนเป็นการต่อที่ main ของอาคารที่มี หม้อแปลง MV (>1kv)
หรือ LV Feeder ของ อาคาร หรือ โรงงาน นะครับ ไม่ใช่ ตามบ้านทั่วๆไป อ่านดีๆนะครับ.
ถ้าต่อสาย N ที่เข้ามาจากมิเตอร์ ต้องต่อเข้ากับ ground rod ครับ อันนี้ถูกต้อง เพื่อทำให้ความต่างศักย์ที่เข้ามาเป็น ศูนย์ ครับ ดูได้จากพวกฉลากหรือคู่มือของตู้ consumer ครับ
แต่ถ้าเป็น N ที่เข้า/ผ่าน load ในบ้าน อันนี้ ห้ามต่อกับระบบ ground ครับ
ลองศึกษาจากภาพนี้นะครับ เป็นการต่อวงจรพื้นฐานที่สุด (และเหมาะกับพวกเครื่องเสียงด้วย) ไม่มีตัวกันไฟดูดหรืออุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่เน้นให้ดูคือ ตรงมิเตอร์ไฟ เข้ามาตู้เมน ในภาพครับ
(http://image.ohozaa.com/i/773/Y3nkYY.jpg)
-
ในระบบ เสียง ผมไม่รู้ว่าต่อ N กับ G แล้วเสียงดี ขึ้นหรือเปล่า ไม่ทราบครับ
แต่ถ้า เป็น ระบบไฟฟ้า แล้ว ต่อ N กับ G ไม่ว่าจะเป็น 3-phase,1-phase ก็ตาม
ไม่ถูกต้องแน่นอนครับ.
ตามเอกสารที่ rep. ด้านบนเป็นการต่อที่ main ของอาคารที่มี หม้อแปลง MV (>1kv)
หรือ LV Feeder ของ อาคาร หรือ โรงงาน นะครับ ไม่ใช่ ตามบ้านทั่วๆไป อ่านดีๆนะครับ.
ถ้าต่อสาย N ที่เข้ามาจากมิเตอร์ ต้องต่อเข้ากับ ground rod ครับ อันนี้ถูกต้อง เพื่อทำให้ความต่างศักย์ที่เข้ามาเป็น ศูนย์ ครับ ดูได้จากพวกฉลากหรือคู่มือของตู้ consumer ครับ
แต่ถ้าเป็น N ที่เข้า/ผ่าน load ในบ้าน อันนี้ ห้ามต่อกับระบบ ground ครับ
ลองศึกษาจากภาพนี้นะครับ เป็นการต่อวงจรพื้นฐานที่สุด (และเหมาะกับพวกเครื่องเสียงด้วย) ไม่มีตัวกันไฟดูดหรืออุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่เน้นให้ดูคือ ตรงมิเตอร์ไฟ เข้ามาตู้เมน ในภาพครับ
เป็นการต่อตามความเหมาะสมครับ ไม่ใช่ ตาม Standard .
-
ถ้าต่อแบบที่คุณ surapong.d นำมาเป็น Ref. ก็ไม่ต้องมี ปลั็กไฟ หรือ หัวเสียบแบบ 3 ขา ครับ เสียบ 2 ขาคงเหมาะกับเหมาะกับพวกเครื่องเสียง ครับ.
-
ถ้ายังงั้น ลูกค้าที่ซื้อตู้ consumer ของ ABB ไปใช้ คงห้ามต่อแบบภาพที่ผมเอามาแปะนะครับ เพราะมันไม่ standard ทั้ง ๆ ที่ เค้าแนะนำไว้ ซึ่งมีประมาณ 7-8 แบบ แล้วแต่อุปกรณ์ที่เอามาใส่เพิ่ม
เนื่องจากภาพนี้ผมเอามาจากคู่มือของ ABB ครับ
แต่อยากบอกท่านอื่นที่เข้ามาอ่านนะครับว่า ให้ไล่ดูภาพวงจรดี ๆ แล้วจะเข้าใจเองว่า การต่อแบบที่ 1 ของ ABB มันเหมาะกับพวกเล่นเครื่องเสียงอย่างไร
-
ตามอ่านเลยสับสนเลยว่าควรต่อแบบไหน เพราะตามคำแนะนำของ การไฟฟ้า ก็ให้ต่อเชื่อมที่ MDB เหมือนกัน
บางท่านว่ามาตรฐาน วสท. ก็ให้ต่อเชื่อม (พอดีผมไม่มีหนังสือ วสท. เลยไม่ได้ตรวจสอบข้อมูล)
แต่โดยส่วนตัวผมไม่เชื่อมต่อครับ เนื่องจากไม่ค่อยมั่นใจช่างไฟฟ้าบ้านเราเท่าไหร่ เพราะถ้าเราต่อเชื่อมไป
เกิดช่างไฟฟ้าเขาต่อกลับกันระหว่าง L กับ N แค่คิดก็หวาดเสียวแล้วครับ
-
ตามอ่านเลยสับสนเลยว่าควรต่อแบบไหน เพราะตามคำแนะนำของ การไฟฟ้า ก็ให้ต่อเชื่อมที่ MDB เหมือนกัน
บางท่านว่ามาตรฐาน วสท. ก็ให้ต่อเชื่อม (พอดีผมไม่มีหนังสือ วสท. เลยไม่ได้ตรวจสอบข้อมูล)
แต่โดยส่วนตัวผมไม่เชื่อมต่อครับ เนื่องจากไม่ค่อยมั่นใจช่างไฟฟ้าบ้านเราเท่าไหร่ เพราะถ้าเราต่อเชื่อมไป
เกิดช่างไฟฟ้าเขาต่อกลับกันระหว่าง L กับ N แค่คิดก็หวาดเสียวแล้วครับ
ครับ เวลาช่างทำต้องคอยเช็คดีๆ ครับ บางทีกลับเฟส สลับสายก็มีครับ
-
ต้องต่อ N กับ G ที่ตู้เมนเพื่อให้ breaker ทำงานครับ
กรณีที่ N กับ G ไม่เชื่อมที่ตู้เมน เวลาไฟรั่วจาก L ไป G ไฟจะไหลลงแท่งกราวน์และวิ่งผ่านดินไปยังแท่งกราวน์ของหม้อแปลงที่จ่ายไฟมาบ้านเรา สภาพไฟรั่วก็ยังคงอยู่
กรณีที่ N กับ G เชื่อมกันที่ตู้เมน เวลาไฟรั่วจาก L ไป G ไฟจะไหลกลับมาที่ N และทำให้ breaker ทำงาน เพื่อตัดไฟไปวงจรที่ไฟรั่วอยู่ครับ
แต่ N กับ G ไม่ควรต่อกันในวงจรอื่นในบ้าน เพราะกระแสไฟจะวิ่งผ่านสายดิน ทำให้ตัวถังอุปกรณ์อื่นในวงจรนั้นมีไฟรั่วครับ
ที่นักเล่นบ้านเราชอบตอกแท่ง Ground แยกจนเป็นปกติ จริงๆการไฟฟ้าก็ไม่ให้ทำและไม่ปลอดภัย อยากฝากเอกสารนี้ให้ศึกษานะครับ
http://www.exactpower.com/elite/assets/pdfs/theTRUTH.pdf
:D :D :D
-
ต้องต่อ N กับ G ที่ตู้เมนเพื่อให้ breaker ทำงานครับ
กรณีที่ N กับ G ไม่เชื่อมที่ตู้เมน เวลาไฟรั่วจาก L ไป G ไฟจะไหลลงแท่งกราวน์และวิ่งผ่านดินไปยังแท่งกราวน์ของหม้อแปลงที่จ่ายไฟมาบ้านเรา สภาพไฟรั่วก็ยังคงอยู่
กรณีที่ N กับ G เชื่อมกันที่ตู้เมน เวลาไฟรั่วจาก L ไป G ไฟจะไหลกลับมาที่ N และทำให้ breaker ทำงาน เพื่อตัดไฟไปวงจรที่ไฟรั่วอยู่ครับ
แต่ N กับ G ไม่ควรต่อกันในวงจรอื่นในบ้าน เพราะกระแสไฟจะวิ่งผ่านสายดิน ทำให้ตัวถังอุปกรณ์อื่นในวงจรนั้นมีไฟรั่วครับ
ที่นักเล่นบ้านเราชอบตอกแท่ง Ground แยกจนเป็นปกติ จริงๆการไฟฟ้าก็ไม่ให้ทำและไม่ปลอดภัย อยากฝากเอกสารนี้ให้ศึกษานะครับ
http://www.exactpower.com/elite/assets/pdfs/theTRUTH.pdf
:D :D :D
อันนี้มีเหตุผลดีครับ เพราะยิ่งอ่านยิ่งงง
- ถ้าไฟรั่วลัดวงจรจาก L ไป N มีการดึงกระแสสูงกว่ากระแสเบรคเกอร์จะทำให้ breaker ทำงานตัดไฟ
- N กับ G ไม่ต่อเชื่อมที่ตู้เมน เวลาไฟรั่วจาก L ไป G ไม่ใช่ N ไฟจะไหลลงผ่านแท่งกราวน์ดและวิ่งผ่านดินไปยังแท่งกราวน์ของหม้อแปลงที่จ่ายไฟมาบ้านเรา สภาพไฟรั่วก็ยังคงอยู่
** ความคิดเห็นผม ในเมื่อไฟไหลลงแท่งกราวน์ดผ่านดินไปยังแท่งกราวน์ดของหม้อแปลงที่จ่ายไฟมาบ้านเราก็จะครบวงจรน่าจะทำให้ breaker ทำงานตัดไฟนี่ครับ หรือกระแสไม่พอทำให้เบรคเกอร์ตัด หรือเป็นเพราะคุณภาพการไหลลงกราวน์ดไม่ดี ตอนสมัยเรียนภาควิชาไฟฟ้าอาจารย์เคยให้ทดลองครับโดยตอกแท่งทองแดงลงดิน แล้วใช้เส้นไฟ L เชื่อมต่อกับแท่งทองแดงให้นักศึกษาไปจับแท่งทองแดงแบบมือเปล่า ตอนแรกไม่มีใครกล้าครับต้องให้อาจารย์ลองให้ดูก่อน ;D พอไปจับก็ยังโดนดูดสะดุ้งนิดอยู่ครับแต่ไม่แรงเท่าโดนแบบตรงๆ แสดงว่าถ้า N กับ G ไม่ต่อเชื่อมที่ตู้เมนเมื่อไฟรั่วยังไงก็ต้องโดนดูดมากน้อยขึ้นอยู่กับคุณภาพสายกราวน์ดใช่ไหมครับ **
- N กับ G ต่อเชื่อมกันที่ตู้เมน เวลาไฟรั่วจาก L ไป G ไฟจะไหลกลับมาที่ N และทำให้ breaker ทำงาน เพื่อตัดไฟไปวงจรที่ไฟรั่ว
** ความคิดเห็นผม อันนี้ต้องให้ความละเอียดกับการต่อให้ถูกขั้วระหว่าง N กับ L ถึงถ้าต่อผิดจริงๆยังไง L ก็จะไหลไป G อยู่ดีนี่ครับน่าจะทำให้ไฟฟ้าในบ้านเราใช้ไม่ได้ **
-
บ้านผม ยังใช้ระบบสายภายในบ้าน 2 เส้นอยู่ครับ (เป็นบ้านเก่า ยังไม่ใช้ตู้ consumer )
ที่แผงไฟมีแต่ ชุด safety cut กับ สวิทช์ breaker 3-4 ตัว เต้าเสียบไฟยังเป็นชนิด 2 ขา ครับ
ผมเลยตอกแท่งกราวด์ข้องนอกบ้าน 2 จุด
แท่งกราวด์จุดแรก ต่อกับสายกราวด์จากเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆเช่นเครื่องซักผ้า , เครื่องทำน้ำอุ่น ฯลฯ
แท่งกราวด์อีกจุด ผมนำมาต่อกับ เต้าเสียบสำหรับเครื่องเสียง ซึ่งผมได้เปลี่ยนใช้เต้าเสียบชนิด 3 ขา โดยนำมาต่อที่ขา G
ไม่ทราบว่ามีผลดี ผลเสียอย่างไรบ้างครับ แนะนำเพิ่มเติมมาได้เลยครับ ขอบคุณครับ :)
-
พอผมกลับไปอ่าน ข้อมูลของการไฟฟ้าและผู้ผลิตอุปกรณ์ ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ก็เป็นไปตาม ข้อมูลของคุณ surapong.d ทุกประการครับ
ผมเข้าใจผิดมานานครับ. แต่บ้านผม ผมไม่ได้ต่อตามคำแนะนำครับ ผมแยก Ground กับ N ครับ.
-
พอผมกลับไปอ่าน ข้อมูลของการไฟฟ้าและผู้ผลิตอุปกรณ์ ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ก็เป็นไปตาม ข้อมูลของคุณ surapong.d ทุกประการครับ
ผมเข้าใจผิดมานานครับ. แต่บ้านผม ผมไม่ได้ต่อตามคำแนะนำครับ ผมแยก Ground กับ N ครับ.
c) c) c) :bye1 :bye1 :bye1
การเชื่อม N กับ G ก่อนเข้าตู้เมน อย่างน้าลูกหมูบอก (ให้เครดิตคนแรก อิๆๆ) ครับ เป็นการทำให้ความต่างศักย์ของกระแสก่อนเข้าวงจรต่าง ๆ ภายในบ้านเป็น ศูนย์ ก่อนนั่นเองครับ และเพื่อป้องกันไหลย้อนไปที่หม้อแปลงย่อยของการไฟฟ้าด้วยครับ
ทีนี้ ภายในบ้าน จะใส่อุปกรณ์ป้องกันอะไรเพิ่มเติมก็เลือกเอาเลยครับ เป็นการจัดการที่ตุ้ consumer ครับ
แต่นักเล่นเครื่องเสียง รวมทั้งตัวผมด้วย ชอบและนิยม ต่อสายไฟแยกแบบออกมา โดยการจัมป์ไฟ L/N จากก้นมิเตอร์เสาไฟหน้าบ้าน หรือไม่ก็แค่ก่อนเข้าตู้ consumer และตอกแท่งกราวน์ทองแดงแท้ทั้งเส้นลึก 2.4m ขึ้นไป จะกี่ต้นก็เลือกเอาเลยครับ เนื่องจากผลที่ได้รับโดยรวมคือ ความสงัด noise floor ที่ลดลง และ ไดนามิคที่เพิ่มขึ้นของเสียง แต่ระบบชุดที่ใช้ฟัง มันก็ต้องดีพอระดับนึงขึ้นไป ถึงจะฟังแล้วจับความแตกต่างได้ ถ้าเป็นชุดธรรมดา ลำโพงธรรมดา อินติเกรดแอมป์ธรรมดา อาจจะฟังว่าดีขึ้นไม่มาก หรือขนาดบางท่านบอกฟังไม่แตกต่างก็ได้ครับ
ปล. ยังไม่ได้กล่าวถึง ตัวปลัีกเต้ารับ สายไฟที่ใช้ หัวปลั๊ก ท้ายปลั๊ก เทคนิคอีกสารพัดครับ