HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Shevy ที่ 07 พฤศจิกายน, 2014, 01:51:44 pm
-
ไฟบ้านระบบเก่า ไม่มีสายดิน ต่อแบบในรูปสุดท้ายไม่ได้หรือครับ
-
ต่อแบบสามกันไฟดูดได้ครับ อาจไม่ถึงกับกันได้100% แต่ที่แน่ๆคือไม่สามารถกันไฟช๊อตลงตัวถังได้ ซึ่งในกรณีหลังอันตรายมากครับ
-
ต่อแบบที่3 กรณีมีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายเครื่องจะเป็นปัญหาเพราะมีที่ลงกราวด์หลายจุด การลงกราวด์ต้องลงเพียงจุดเดียว
-
มาเก็บความรู้ O0
-
รบกวนถามเพิ่มเติมครับ
แล้วกรณีนี้จะแก้ไขอย่างไรครับ ในเมื่อ สายเดิมที่เดินอยู่ฝังในท่อ ฝังในผนัง อีกที
แล้วก็เป็นสาย 2 แกนทั้งบ้านเลยครับ
-
อ่าแบบที่สองก็ผิดหรือครับ
-
การต่อสายดินแบบที่ 3 ใช้ได้เมื่อครั้งที่ระบบไฟฟ้าภายในบ้านยังเป็นแบบ 2 สาย
การต่อแบบที่ 2 ถูกต้องเมื่อเป็นตู้สาขา
การต่อแบบที่ 1 ให้ใช้กับตู้แรกเท่านั้น ถ้าบ้านมีหลายตู้ หรืออาคารชุดที่แยกตู้เป็นแต่ละชั้น ห้ามต่อแบบที่ 1 กับตู้สาขาเด็ดขาด
-
ผมเข้าใจว่าแบบแรก หากเกิดการรั่วที่ตัวถัง กระแสไฟก็จะลัดกลับไปที่ เบรคเกอร์โดยตรง เบรคเกอร์จับได้กระแสเกินก็ตัดไฟออก แต่ในกรณีอื่น เบรคเกอร์จะไม่ตัด สายไฟจะร้อนจนเกิดไฟไหม้ ถูกต้องหรือเปล่าครับ เช่นในกรณีที่ 3 ไฟมันรั่วลงดิน ค่ากระแสไปได้น้อยเบรคเกอร์จะไม่ตัดแต่คนตาย ผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ
ความเห็นผมถ้าไฟเป็นสองเส้น เราเอา ELB แบบ Safety Cut มาติดตั้งที่ตู้แล้ว ตอกกราวด์ ลงกราวด์ตู้จะได้หรือเปล่าครับ เพราะถ้าเกิดรั่วขึ้นมา ELB จับการรั่วได้ก็ตัดวงจรไปก่อนน่าจะใช้ได้นะ
-
แบบสองกับแบบสามคล้ายกันครับ คือไฟที่รั่วก็ยังรั่วอยู่ คนที่สัมผัสตัวถังเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจจะรอดหรือไม่รอดก็ได้ครับ ซึ่งผิดเป้าหมายของการต่อสาย ground เพราะสาย ground จะต้องมีศักย์เป็นศูนย์ หรือน้อยมากเมื่อเทียบกับ LINE ครับ
-
การต่อ ground เรื่องเล่นแผ่นเสียง ละ
-
งง
-
ลองดู 2 รูปนี้ก่อนครับ ทั้งสองรูปดูเหมือนต่างกัน จริง ๆ แล้ว เหมือนกัน เพียงแค่ย้ายจุดที่ลงกราวด์ จากสายกราวด์ในระบบไฟบ้าน ไปไว้ที่ตัวถังของเครื่องใช้ไฟ้าโดยตรงเท่านั้น
ที่บอกว่าผิด เพราะอะไร
ต้องถามก่อนว่า ป้องกันไฟดูดได้มั้ย คำตอบคือได้ครับ ถ้า สายกราวด์ของเราดีพอ มีขนาด และมาตรฐานพอที่จะเดรนไฟฟ้าที่รั่วออกมาทั้งหมดลงดินได้ แต่ผลที่ตามมาคือ มิเตอร์ไฟฟ้าวิ่งกระฉูด และเราไม่รู้เลยว่ามีไฟรั่ว จนวันหนึ่งที่สายกราวด์ทนไม่ไหว หรือมีอะไรไปสัมผัสกับดินบริเวณที่เราลงกราวด์ไว้ อันตรายจะเกิดขึ้น ที่สำคัญอีกอย่าง เบรกเกอร์จะไม่ตัด เพราะ เบรกเกอร์จะวัดจากการที่ไฟฟ้าไหลผ่านวงจรกลับมาที่สายนิวตรอนมากเกินกว่าที่จะรับได้
-
ส่วนรูปนี้
แรงดันไฟฟ้าในบ้าน เมื่อเทียบกับสายนิวตรอน เท่ากับ 220-240 โวลท์ ตามมาตรฐานทั่ว ๆ ไป การไฟฟ้า จะมีแผ่นเหล็กที่เชื่อมสายนิวตรอนจากเสาไฟฟ้าลงดินเป็นระยะ เพื่อให้สายนิวตรอนเป็น 0 เสมอ ดังนั้น จึ้งน่าเชื่อถือว่าสายเส้นนี้ เป็นกราวด์สมบูรณ์ได้ระดับหนึ่ง การนำสายกราวด์บ้านไปฝากไว้กับนิวตรอน ช่วยให้ผล 2 อย่าง อย่างแรก ทำให้สายนิวตรอนที่อยู่ปลายทางมาก ๆ เป็น 0 โวลท์ดีมากขึ้น อย่างที่ 2 กรณีที่สายกราวด์ที่ลงดินภายในของเราชำรุด หรือขาด ไฟฟ้าที่รั่วจะไหลย้อนกับไปที่นิวตรอน เบรกเกอร์จะตัดการทำงาน ทำให้เรารู้ว่ามีไฟรั่ว และปลอดภัยกว่า
ปัจจุบัน เราถือว่าตู้ consumer unit เป็นมาตรฐานที่ดี มีลูกเซอร์กิต ชนิด ELB ให้เลือกด้วย ลูกชนิดนี้ ตัดไฟได้เร็ว ที่แรงดันไฟรั่วไม่มากนัก ปลอดภัยกว่า และสามารถนำมาเปลี่ยนในตู้รุ่นเก่า ๆ ได้เลย โดยเฉพาะตู้ ยี่ห้อ Square D ที่ปัจจุบันใชชื่อ Schneider ครับ
-
มาเก็บความรู้ครับ O0
-
ตามที่ท่าน DS บอก ค่อยๆอ่าน ค่อยๆดูแบบทั้งสามอย่าง ถูกต้องที่สุดแล้ว
-
แบบรูปสุดท้าย ไม่ใช่ว่า ใช้ไม่ได้นะครับ ต่อแบบรูปสุดท้ายดีกว่าไม่ต่อ
-
การต่อสายดินแบบที่ 3 ใช้ได้เมื่อครั้งที่ระบบไฟฟ้าภายในบ้านยังเป็นแบบ 2 สาย
การต่อแบบที่ 2 ถูกต้องเมื่อเป็นตู้สาขา
การต่อแบบที่ 1 ให้ใช้กับตู้แรกเท่านั้น ถ้าบ้านมีหลายตู้ หรืออาคารชุดที่แยกตู้เป็นแต่ละชั้น ห้ามต่อแบบที่ 1 กับตู้สาขาเด็ดขาด
ผมใช้หม้อแปลง Isolate ต่อก่อนไปออกเต้ารับต่างๆ และใช้ไขควงวัดไฟแตะที่ขั้ว N ของหม้อแปลง มันมีไฟติดอ่อนๆแต่ติดน้อยกว่าขั้ว L แสดงว่าขั้ว N ของหม้อแปลง Isolate มีไฟ อย่างนี้ผมสามารต่อแบบที่ 1 ที่หม้อแปลง Isolate ได้มั๊ยครับ เพื่อให้ขั้ว N จะได้ไม่มีไฟ
-
ดึงขั้วเสียบออกจากปลั๊กก่อนทุกตัว แล้วลองจี้ที่ขั้ว N ใหม่อีกทีว่ามีไฟอ่อนๆอีกหรือเปล่า
-
ไฟบ้านระบบเก่า ไม่มีสายดิน ต่อแบบในรูปสุดท้ายไม่ได้หรือครับ
แล้วจะวัดได้อย่างไรว่า ช่างไฟที่บ้านต่อแบบรูป ที่ 1 หรือที่ 2 ครับ
-
ข้อนี้ต้องคิดหนัก จะบอกอย่างไรว่า แล้วจะวัดอย่างไร่ว่าต่อแบบที่1 หรือที่2 ไฟฟ้านั้นมีคุณค่าอนันตและมีโทษมหันต์ ก่อนอื่นต้องเอาเบเกอร์ลงก่อน แล้วเปิดฝาดูจะเห็นครับ
-
ดึงขั้วเสียบออกจากปลั๊กก่อนทุกตัว แล้วลองจี้ที่ขั้ว N ใหม่อีกทีว่ามีไฟอ่อนๆอีกหรือเปล่า
ตอนต่อหม้อแปลง Isolate เลยครับ ยังไม่ได้เสียบเครื่องเลย มันก็มีไฟอ่อนๆ
-
ดึงขั้วเสียบออกจากปลั๊กก่อนทุกตัว แล้วลองจี้ที่ขั้ว N ใหม่อีกทีว่ามีไฟอ่อนๆอีกหรือเปล่า
ตอนต่อหม้อแปลง Isolate เลยครับ ยังไม่ได้เสียบเครื่องเลย มันก็มีไฟอ่อนๆ
หม้อแปลง isolated ผมก็เคยใช้อยู่พักหนี่่งแต่ไม่ประทับใจคุณภาพ อาจจะไม่เจอของที่ดีก็ได้ และไม่ได้ลองเอาไขควงจิ้มดู หม้อแปลง isolated ขดลวดขาออก2ขั้วก็คือเส้นเดียวกัน น่าจะมีไฟดังที่เห็นนะครับ แต่ไฟอ่อนกว่าใช่มั้ยครับ สำหรับ จะต่อแบบที่1แบบแรกไม่น่าจะได้ รอท่าน DSอีกทีครับ มีอีกวิธีหนึ่ง กลับสายไฟขั้วเข้า แล้วลองเอาไขควงเช็คไฟจิ้มดูอีกทีว่า สว่างขึ้นหรือหรี่น้อยลง ก็ให้ต่อสายไฟแบบติดน้อยๆ ความจริงนักเล่นเครื่องเสียง ควรจะเช็คขั้วไฟให้ถูกขั้วทุกเครื่อง ถ้าขั้วไฟถูกต้องทุกเครื่องแล้วเสียงดีขึ้นแน่นอน100%
-
ตอบคำถามคุณ shevy ก่อนว่ารูปที่ 3 ใช้ได้หรือเปล่า ในบ้านที่เป็นระบบเก่าที่มีแค่ L กะ N ใช้ได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น เราต้องการให้ระบบเครื่องเสียงมีกราวน์เพื่อความปลอดภัย เราก็แต่ต่อสายดินจากจุดเมนปลั๊กให้กะมันเพียงเท่านี้ หากเกิดไฟฟ้ารั่วจากโครงของเครื่องเสียงที่อยู่ในระบบ กระแสไฟฟ้าที่รั่วไหลก็จะลงดินผ่านสายกราวน์ที่เมนปลั๊กของเรา แต่ข้อด้อยก็มีคือ เบรกเกอร์แบบทั่วไปไม่สามารถตรวจจับการรั่วไหลและตัดวงจรได้ ซึ่งอาจมีผลกระทบตามที่อาจารย์แมคอธิบายมาข้างต้น จึงขอแนะนำว่า ควรเปลี่ยนเบรกเกอร์เมนของบ้าน หรือ เมนเบรกเกอร์ของเครื่องเสียงเป็นชนิด ELB (Earth Leakage Circuit Breaker) หรือ GFCI (Ground Fault Circuit Interrupter) เมื่อติดตั้งทั้งสายดิน ทั้งเบรกเกอร์เราก็ปลอดภัยขึ้นเป็นสองชั้น มั่นใจกว่าแน่นอนครับ
-
ผมติดตั้ง RCD ฺBracker แบบในกระทู้นี้ได้ใช่มั้ยครับ
http://topicstock.pantip.com/home/topicstock/2012/02/R11757683/R11757683.html
-
ที่บ้านผมใช้consumer unit -RCBO ของ cky model =GFL ป้องกันฟ้าผ่าได้ด้วย ผมเคยโดนฟ้าลงรัศมีในหมู่บ้าน ทีวีพังเลย หลังจากติดตั้งแล้วปลอดภัย
กรณีฝั่งสายแบบท่อร้อยสายก็ใส่สายดินเพิ่มเติมได้ หรือใช้ท่อเดินสายแบบแบนเล็กเดินสายกราวด์ เลือกใช้เฉพาะจุดเช่น ตู้เย็น เตาไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า บางจุดเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ไมต้องต่อระบบกราวด์
-
;) ต่อแบบที่ 1 ถ้าเกิดเป็นปลั๋ก 2 ขา แล้วเกิดเสียบปลั๊กผิด หรือ สลับ L N กันล่ะครับ อะไรจะเกิดขึ้น 8)
-
;) ต่อแบบที่ 1 ถ้าเกิดเป็นปลั๋ก 2 ขา แล้วเกิดเสียบปลั๊กผิด หรือ สลับ L N กันล่ะครับ อะไรจะเกิดขึ้น 8)
เสียบปลั๊กผิดไม่ใช่ปัญหาครับแต่ปัญหาคือตอนต่อไฟจากมิเตอร์ต้องเช็คให้แน่ใจว่าสายไหนเป็นLหรือNเพราะถ้าต่อผิดไฟจะวิ่งมาลงกราวด์พอเราเข้าไปใกล้จะเกิดอันตรายกับเราได้ครับ
-
ต้องต่อแบบนี้ครับ
http://board.postjung.com/821808.html
2f