HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: t43_noi ที่ 13 พฤษภาคม, 2018, 07:15:41 pm
-
จากที่เคยเตรียมทำ EL38 SE ไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น ระหว่างรอมวลสาร ก็เกิดความคิดจะทำอีกโครงการขึ้นมา
คอนเซ็ปคือ
-ยังคงเป็น SE เพราะยังคงรักษาไว้ซึ่งความหวานละมุน
- ขนานหลอดสัก ข้างละ 2 หลอด น่าจะเพียงพอกับการฟัง อาจจะได้ไดนามิค อิมแพ็คเพิ่มมา
รบกวน อาจารย์ ป๋า ออ ช่วยตรวจสอบให้ด้วยครับ
-
ก่อนอื่น เอา data sheet มาวางก่อน
ตามความเข้าใจของผม ก่อนจะไปทำ PSE ต้องออกแบบ SE triode mod ก่อน
-
data sheet
(http://upic.me/i/k5/mullard_el38_data.jpg)
-
ผมผ่าตัดสลายต้อกระจกตาซ้าย วันเสาร์ 12 พค 61 วันนี้หมอเปิดตา บอกว่าแผลดี แล้วให้หยอดตา ล้างตา ป้ายตา เอาตะกร้อปิดตา นัดอีกที พฤหัสบดี 17 พค 61
ตอนนี้เหลือตาขวาข้างเดียว ซึ่งก็มัว เบลอ
ถ้าจะจัดไบอัสเองก็ลองทำไปก่อน ทีละขั้น น้าหลายคนจะมาช่วยครับ
-
ผมผ่าตัดสลายต้อกระจกตาซ้าย วันเสาร์ 12 พค 61 วันนี้หมอเปิดตา บอกว่าแผลดี แล้วให้หยอดตา ล้างตา ป้ายตา เอาตะกร้อปิดตา นัดอีกที พฤหัสบดี 17 พค 61
ตอนนี้เหลือตาขวาข้างเดียว ซึ่งก็มัว เบลอ
ถ้าจะจัดไบอัสเองก็ลองทำไปก่อน ทีละขั้น น้าหลายคนจะมาช่วยครับ
ขอบคุณครับป๋า ขอให้ป๋าหายไวไวครับ
-
ผมขอมั่วไปก่อนนะครับ...
จากข้อมูล datasheet
Va=275 , Vg2 = 275 V , Ia= 91 mA , Ig2=11 mA , Vg1 = -9 V , Gm=14mA/V
ต้องการให้หลอดทำงานในโหมด Triode ดังนั้น Va =Vg2 = 275 V
Irk= Ia+Ig2 = 91+11 = 102 mA
Vrk= Vg1 = -9 V
Rk= Vrk /Irk = 9/102 = 88.2 Ohm ในตลาดมีค่า 82 และ 91 Ohm.
VPg =VP+Vrk = 275 + 9 = 284 V
B+ = VPg+Vopt = 284 + 10 (โดยประมาณ) = 294 หรือ 300 V
เกนของสเตจ
Gain = Gm*RL = 14mA*5K = 70
เป็นเกนทางแรงดันนะครับ หรือเรียกว่า Voltage gain มาจากแรงดันเอ้าพุทหารด้วยแรงดันอินพุท
-
เอามาลงวงจรคร่าวๆ น่าจะได้ประมาณนี้
(http://upic.me/i/it/el38se_1.jpg)
-
ลองลาก load line ดู พบว่าผิดแผกไปจาก data sheet เล้กน้อย
(http://upic.me/i/mt/el38_pse_1.gif)
-
ต่อไปหาค่า Ck
เนื่องจากเราทำแคโทดไบอัส หรือ self bias มันต้องมี Rk และในภาคเพาเวอร์จำต้องมี Ck ด้วย ไม่งั้นเสียงจะไม่นิ่ง
ใช้สูตรเดิม Ck = 1/2*pi*fc*Zk
pi =3.14
fc = 10Hz
Zk ในที่นี้คืออิมพีแด้นซ์ที่แคโทด ซึ่งประกอบไปด้วย Rk ขนานกับ Rk'
Rk ที่หาไว้ได้ 88R
Rk' = 1/Gm = 1/14mA/V = 71.4 R ปัดเป็น 72R
R สองตัวขนานกันหาค่า Rรวมได้จากสูตร
1/R = 1/Rk + 1/Rk'
Zk = Rk*Rk'/Rk+Rk'
= 88R*72R/88R+72R
= 39.2R
ปัดเป็น Zk = 40R
Ck = 1/2*3.14*10Hz*40R farad
= 398 uF
ปัดเป็น 400uF
ทนแรงดันมากกว่า 11V เอาซัก 25V
Ck = 400uF 25V หรือหาค่าที่มีขายในตลาด
-
ต่อไปเป็นภาคไดร์ - driver stage..
เราจึงจะพิจารณาที่แรงดันเอ้าพุทของตัวไดร์เวอร์ว่าจะผลิตแรงดันมาจับกริดของหลอด el38 ได้พอเพียงไหม แล้วแรงดันนี้ควรจะมีค่าเท่าไหร่ ยังไง
เอาแรงดันกริดของหลอด el38 เป็นตัวกำหนด คือ Vg1 = -9V
แรงดันที่กริดนี้จะสวิงขึ้นลงเป็นคลื่นรูปไซค์เวฟ ดังนั้น มันต้องสวิงขึ้นลงเป็นสองเท่า คือเท่ากับ 18V peak-peak
นั่นคืออย่างน้อยตัวไดร์เวอร์ต้องให้แรงดันเอ้าพุทสวิงอยู่ที่ 18V peak-peak ด้วย (ทำไมไม่คิดแบบ Vpeak หรือ Vrms ตอบว่ามันมองไม่เห็นภาพ)
แต่ควรจะเผื่อแรงดันสวิงไว้ด้วย เท่าไหร่ เอาซัก 30Vpeak-peak คือสวิงขึ้น 15Vpeak แล้วสวิงลง 15Vpeak
และภาคหน้าทั้งหมดทุกสเตจจะต้องมีเกนรวม ไม่น้อยกว่า 30 เท่าด้วย หรือเผื่อไว้โดยประมาณ 60% (18Vp-p*1.6 = 28.8 ประมาณ 30 Vp-p)
-
เมื่อพิจารณาแล้ว 6SL7 สามารถนำมาทำ single stage driver ได้
เนื่องจากหลอดนี้มีเกนที่สูง หรือ Hi mu นั่นเอง อันที่จริง 12AX7 , 12AT7 ก้สามารถนำมาออกแบบได้
แต่เนื่องจากมีความต้องการแนวเสียงที่อวบอ้วน จึงขอเลือก 6SL7
จาก data sheet 6SL7 เราสามารถนำค่าต่างๆนี้มาใช้ได้เลย
(http://upic.me/i/yd/6sl7-gain-bius.gif)
ในกรณีนี้ สามารถเลือก gain ได้ทั้ง 32,37 ผมขอเลือกที่ 37
-
วันนี้เอาแค่นี้ก่อน มีความรู้สึกว่าอาจจะคำนวณผิด K] K]
-
หลอด el38
เช็ค plate dissipation ที่จุดไบอัส = 275V*0.091A = 25.025W
ค่าที่ดาต้าชีต = 25W ไบอัสแก่ไปนะครับ เอาซัก 60-70% ก็พอ ถนอมหลอด
ค่าตามดาต้าชีเป็นไตรโอดโหมด (น่าจะเป็นค่าที่เขาใช้บอกคุณสมบัติต่างๆของหลอดในโหมดไตรโอด ณ maximum ถ้าจะเอามาทำวงจรเลยควรพิจารณาให้ดีๆ ว่าสมควรนำมาใช้ไหม) เอามาลงในกราฟเพนโทดโหมดไม่น่าจะได้ ถ้าจะลากกราฟเส้นโหลด ต้องใช้กราฟไตรโอดโหมด
ภาคเพาเวอร์ยังไม่ผ่านครับ ไม่น่าทำครับ
หากราฟ el38 triode mode มาลากเส้นโหลดจะดีกว่าครับ
-
หลอด el38
เช็ค plate dissipation ที่จุดไบอัส = 275V*0.091A = 25.025W
ค่าที่ดาต้าชีต = 25W ไบอัสแก่ไปนะครับ เอาซัก 60-70% ก็พอ ถนอมหลอด
ค่าตามดาต้าชีเป็นไตรโอดโหมด (น่าจะเป็นค่าที่เขาใช้บอกคุณสมบัติต่างๆของหลอดในโหมดไตรโอด ณ maximum ถ้าจะเอามาทำวงจรเลยควรพิจารณาให้ดีๆ ว่าสมควรนำมาใช้ไหม) เอามาลงในกราฟเพนโทดโหมดไม่น่าจะได้ ถ้าจะลากกราฟเส้นโหลด ต้องใช้กราฟไตรโอดโหมด
ภาคเพาเวอร์ยังไม่ผ่านครับ ไม่น่าทำครับ
หากราฟ el38 triode mode มาลากเส้นโหลดจะดีกว่าครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ ป่า ผมว่าแล้วมันแปลกๆลากโหลดไลน์ ไปชนเส้นโค้ง plate dissipation เดี๋ยวผมไปหาขอมูลใหม่ครับ
ปล. อาจารย์ป๋า พักสายตาก่อนครับ
-
load line EL38 Triode mode
(http://upic.me/i/z6/el38_triodemode.jpg)
-
แวะมาดูเป็นระยะ ถ้านิดหน่อยก็พอได้ ถ้ามากและยาว ผมก็แค่ดูครับ
ถ้ากราฟนี้ใช่ก็ลากเส้นโหลดได้เลยครับ
-
เกิดความสับสน เนื่ื่องจากปกติแล้วใช้ RL=5K แต่เนื่องจากเราต้องการ Pse ดังนั้นเราควรใช้ RL= 2.5K
(https://image.ibb.co/d3CvWJ/EL38_Triode_5k_2_5_K.jpg)
ทีนี้ในความคิดผม เราจะคำนวณ se แบบปกติไปก่อน RL=5K แล้ว ค่อยไปขนาน RK ด้วยค่าเดิมอีกตัว และลด RLเหลือ 2.5K ถายหลัง
-
เกิดความสับสน เนื่ื่องจากปกติแล้วใช้ RL=5K แต่เนื่องจากเราต้องการ Pse ดังนั้นเราควรใช้ RL= 2.5K
(https://image.ibb.co/d3CvWJ/EL38_Triode_5k_2_5_K.jpg) (https://ibb.co/fiVSdy)
ทีนี้ในความคิดผม เราจะคำนวณ se แบบปกติไปก่อน RL=5K แล้ว ค่อยไปขนาน RK ด้วยค่าเดิมอีกตัว และลด RLเหลือ 2.5K ถายหลัง
ได้ครับ
สังเกตุตามกราฟที่ลากมา ที่ Vp 200V จะตัดขึ้นชน 5K ที่ 0.020mA และขึ้นไปอีกชน 2.5K ที่ 40mA
-
การลากเส้นโหลดของหลอดเพาเวอร์ ให้เลือกจุดไบอัสก่อนว่าจะเอา Vp เท่าไหร่ เอา plate dissipation เท่าไหร่ แล้วหากระแส Ia = plate dissipation/Vp
แล้วขยับหาจุดที่อ่านค่าได้ง่ายๆอีกที แล้วค่อยลาก load line
-
ครับ ขอกำหนด Vp =200 V, Ia = 20mA
(https://image.ibb.co/nDbuQd/EL38_Triode_bias_2.jpg)
จากกราฟจะพบว่า Vg= -12
-
หาค่า PD
PD= Vp* Ia
= 200*20mA
= 4 W
spec PD = 25W ดังนั้นคิดเป้นเปอร์เซ็นต์ = 16 % (คงจะไม่ร้อน แต่เสียงคงจะไม่สว่าง)
-
มาดูอีกที ตอนนี้ได้อะไรมาแล้วบ้าง
Vp=200 V
Vg1 = -12 , Vrk =12 V , Ia=20mA , Ig2 =10 mA (data sheet)
IRk = Ia+Ig2
= 20mA +10mA
= 30mA
Rk= Vrk / IRk
= 12 / 30mA
= 400 Ohm . แต่ในตลาดมีค่า 390 และ 430 ขอเลือกใช้ 390 Ohm.
-
แปะไว้ก่อน กันลืม
(https://image.ibb.co/hJswoy/e24table_1.gif)
-
หาแรงดันเทียบกราวน์
VRk gnd = Vk gnd = 12V
Vp gnd = Vp+VRk gnd = 200+12 = 212V
B1+ gnd = Vp gnd + V ที่ตกคร่อม Opt
บางแห่งให้แรงดันตกคร่อม opt = 10V
แต่เท่าที่ผมทำมา Opt มันเป็นขดลวด เป็นคอยล์ ที่พันแล้ววัดความต้านทานได้ 5K แต่เมื่อวัดแรงดันไฟตรงคร่อมเมื่อต่อวงจรแล้ว มิเตอร์แทบไม่กระดิก จะไม่เผื่อ หรือเผื่อก็ได้ เผื่อไปซัก 5V ก็แล้วกัน
B1+ = 212+5 = 217V
มาถึงตรงนี้ ขอหยุดก่อน เนื่องจากเห็นว่า B+ ,PD ต่ำไป
-
ลองใหม่ๆ คริคริ อยากได้ค่าPD = 13
จากกราฟ
Vp=260,Ia=40mA,Ig2=10mA , Vg1=-14
IRK= 40mA+10mA = 50mA
RK=14 / 50mA = 280 มี 270 ohm
B+=260+14+10
= 285 V น่าจะเป็นไปได้
หาค่า PD
PD= 260*50mA
= 13
คิดเป้น เปอรเซ็นต์ = 13/25 =52 %
(https://image.ibb.co/m1tKQd/EL38_Triode_bias_PD13.jpg)
-
หาค่า PD
PD= Vp* Ia
= 200*20mA
= 4 W
spec PD = 25W ดังนั้นคิดเป้นเปอร์เซ็นต์ = 16 % (คงจะไม่ร้อน แต่เสียงคงจะไม่สว่าง)
single end class a ไบอัสเท่านี้ทำออกมาแล้วจะได้กำลังขับประมาณ หนึ่งในสี่ ของเพลตดิส ประมาณ 1 วัตต์ มันน้อยไปไหมครับ
-
มาดูอีกที ตอนนี้ได้อะไรมาแล้วบ้าง
Vp=200 V
Vg1 = -12 , Vrk =12 V , Ia=20mA , Ig2 =10 mA (data sheet)
IRk = Ia+Ig2
= 20mA +10mA
= 30mA
Rk= Vrk / IRk
= 12 / 30mA
= 400 Ohm . แต่ในตลาดมีค่า 390 และ 430 ขอเลือกใช้ 390 Ohm.
ผมไม่แน่ใจว่าของเดิมเป็นเพนโทดโหมดหรือเปล่า น่าจะเอามาไม่ได้ เพราะกราฟไตรโอดโหมด กระแส 20mA มันรวม Ia กับ Ig2 แล้ว
-
หาค่า PD
PD= Vp* Ia
= 200*20mA
= 4 W
spec PD = 25W ดังนั้นคิดเป้นเปอร์เซ็นต์ = 16 % (คงจะไม่ร้อน แต่เสียงคงจะไม่สว่าง)
single end class a ไบอัสเท่านี้ทำออกมาแล้วจะได้กำลังขับประมาณ หนึ่งในสี่ ของเพลตดิส ประมาณ 1 วัตต์ มันน้อยไปไหมครับ
ใช่ครับอาจารย์ป๋า มันน้อยไปครับ
-
กำหนดค่าแบบนี้ก่อนได้มั้ยครับ
Vp=260 V
Ia=40mA
Vg1=-14
(https://image.ibb.co/m1tKQd/EL38_Triode_bias_PD13.jpg)
-
ใช่ครับ ต่อไปก็หาวิธีลากเส้นโหลด จากแกนกระแส ผ่านจุดไบอัส ไปตัดแกนแรงดัน
-
อาจารย์ครับ
ผมลองลากเส้นต่างๆดู พอจะใช้ได้มั้ยครับ สิ่งที่ผมเห็นคือความแตกต่างของ RL หรือ OPT ในค่าต่างๆ
และคิดว่าเห็นความสัมพันธ์ ของRL ณ.เกนขยายที่แตกต่างครับ
(https://image.ibb.co/kHq2Vd/EL38_Triode_bias_PD13_2.jpg)
-
เส้นที่ลากถูกต้องครับ c)
จะเห็นว่าที่จุดไบอัสหนึ่ง มันลากเส้นโหลดได้หลายเส้น ตามรูปก็ตั้งแต่ 2.5K - 5K ดังมีหม้อขนาดเท่าไหร่จับใส่ได้ทั้งนั้น แต่ เสียงที่ได้จะไม่เหมือนกัน รวมถึงเอฟเฟคที่เกิดขึ้นระหว่างหม้อ opt กับ หลอด
หม้อที่มีค่ามากกว่าจะได้กำลังขับมากกว่า จะได้เสียงที่คม แข็ง กว่า ว่างั้น ถ้าผมจำไม่ผิด ถ้าผิดก็ช่วยผมแก้ไขด้วย ไม่ใช่มาด่าผมว่าผมรู้ไม่จริง เพราะอันที่จริงผมไม่รู้จริงๆนั่นแหละ
แต่มันก็มี limit อยู่ไม่ใช่ว่าจะใช้ค่าสูงมากๆ หรือต่ำมากๆ ได้ หม้อกับหลอดจะมีการกระตุ้น ตอบสนองต่อกัน ในทำนองที่ว่า หม้อจะเห็น Rp ของหลอดเปลี่ยนไปจากความเป็นจริง จะส่งผลให้มีการจ่ายกระแสไหลผ่านหลอด มากขึ้นกว่าจุดที่เราจัดไบอัส จนเป็นเหตุให้หลอดชำรุด ไหม้ได้ หรือจ่ายกระแสน้อยลง
แล้วเส้นไหนดีที่สุด เหมาะที่สุด อันนี้ต้องลองเอง หรือถามคนที่เคยทำมาก่อนครับ
ถ้าตามหลักการในการกำหนดจุด Q ก็เอาเส้นที่ออยู่กลางๆ ของกราฟล่ะครับ
เส้นที่ลากมาสี่เส้น ตั้งแต่ 2.5K ถึง 5K ผมดูแล้ว ผมว่าใช้ได้ทั้งหมดครับ
-
ขอบคุณครับอาจารย์ป๋า
เรือง OPT ค่าต่างๆ ตามที่ป๋าพูดไว้ครับ ผมเคยอ่านเจอเหมือนกันว่า ค่ามาก เสียงจะคม แข็ง ค่าน้อยเบสจะหาย แต่ที่นี้ในความเป็นจริงไม่รู้ว่า เสียงที่ถูกใจมันอยู่ตรงไหน ต้องทดลองอีกครั้ง เหมือนทำ R&D งานของตัวเองไปในตัว
ในสิ่งที่อาจารย์ป๋า ให้คำแนะนำนั้น มันอยู่บนพื้นฐานวิชาการมารองรับ ซื่งสามารถใช้เป็นกรอบในการพัฒนาได้ คือผมไม่อยากแค่ทำตามวงจรแล้วจบกัน ไม่ได้อะไรจากการ DIY น่ะครับ
ขอบคุณอาจารย์ป๋าอีกครั้งที่ให้คำแนะนำครับ
-
ขอบคุณครับอาจารย์ป๋า
เรือง OPT ค่าต่างๆ ตามที่ป๋าพูดไว้ครับ ผมเคยอ่านเจอเหมือนกันว่า ค่ามาก เสียงจะคม แข็ง ค่าน้อยเบสจะหาย แต่ที่นี้ในความเป็นจริงไม่รู้ว่า เสียงที่ถูกใจมันอยู่ตรงไหน ต้องทดลองอีกครั้ง เหมือนทำ R&D งานของตัวเองไปในตัว
ในสิ่งที่อาจารย์ป๋า ให้คำแนะนำนั้น มันอยู่บนพื้นฐานวิชาการมารองรับ ซื่งสามารถใช้เป็นกรอบในการพัฒนาได้ คือผมไม่อยากแค่ทำตามวงจรแล้วจบกัน ไม่ได้อะไรจากการ DIY น่ะครับ
ขอบคุณอาจารย์ป๋าอีกครั้งที่ให้คำแนะนำครับ
like like like
ถึงอ่านแล้วยัง งง เพราะไม่มีพื้นด้านนี้เลยแต่ก็ชอบที่น้าเขียนครับ
-
ขอบคุณครับอาจารย์ป๋า
เรือง OPT ค่าต่างๆ ตามที่ป๋าพูดไว้ครับ ผมเคยอ่านเจอเหมือนกันว่า ค่ามาก เสียงจะคม แข็ง ค่าน้อยเบสจะหาย แต่ที่นี้ในความเป็นจริงไม่รู้ว่า เสียงที่ถูกใจมันอยู่ตรงไหน ต้องทดลองอีกครั้ง เหมือนทำ R&D งานของตัวเองไปในตัว
ในสิ่งที่อาจารย์ป๋า ให้คำแนะนำนั้น มันอยู่บนพื้นฐานวิชาการมารองรับ ซื่งสามารถใช้เป็นกรอบในการพัฒนาได้ คือผมไม่อยากแค่ทำตามวงจรแล้วจบกัน ไม่ได้อะไรจากการ DIY น่ะครับ
ขอบคุณอาจารย์ป๋าอีกครั้งที่ให้คำแนะนำครับ
like like like
ถึงอ่านแล้วยัง งง เพราะไม่มีพื้นด้านนี้เลยแต่ก็ชอบที่น้าเขียนครับ
มาเรียนด้วยกันครับน้า ผมก็เพิ่งหัดเล่น ต้องเรียนรู้อีกเยอะ ต้องขอบคุณรุ่นพี่ที่เป็นผู้ให้อย่างแท้จริง
-
เนื่องจากคุณ t43_noi นำกราฟ single tube มาออกแบบ parallel tube ระวังเส้น Impedance จะเป็นค่า 2 เท่าด้วยนะครับ เวลาสั่ง OPT ให้ใช้แค่ 1/2 ของค่าที่เขียนบน Load Line ครับ :)
-
เนื่องจากคุณ t43_noi นำกราฟ single tube มาออกแบบ parallel tube ระวังเส้น Impedance จะเป็นค่า 2 เท่าด้วยนะครับ เวลาสั่ง OPT ให้ใช้แค่ 1/2 ของค่าที่เขียนบน Load Line ครับ :)
ขอบคุณครับ
-
ถ้าพอใจในจุดไบอัสนี้ต่อไปก็หาค่า Gm, Rp ณ จุดไบอัส สำหรับหลอดเพาเวอร์ไม่ต้องหาค่า u ก็ได้เพราะไม่ได้ใช้
จะเห็นว่าเส้นโหลดทั้งสี่เส้นมีค่า Gm ,Rp เดียวกัน
-
ผมขอเลือก RL =5K ก่อนครับ
(https://image.ibb.co/etvd5d/EL38_Triode_bias_5_K_Bias_1.jpg)
-
Rk = 14V/40mA = 350R ปัดเป็นค่าที่มีขาย 360R
ทนกำลัง = 14V*0.0407A = 0.56W เผื่อไม่ให้เกิดความร้อน = 3W
Rk = 360R 3W
............
Gm = 40mA/ 14v =2.86 mA/V (ผมเข้าใจว่าจุดที่ไบอัส อยู่บนเส้น Vg1= -14 V พอดี
-
หาค่า Ck
Rk' = 1/Gm = 1/2.857mA/V = 350R
Zk = Rk ขนานกับ Rk' = 1/350R + 1/350R = (350R*350R)/(350R+350R)
= 175R
Ck =1/2*3.14*10Hz*175R = 90uF ปัดเป็น 100uF ทนแรงดัน สามเท่า = 50V
Ck = 100uF 50V
...................................
-
มีความสงสัย และไม่มั่นใจเกิดขึ้น
(https://image.ibb.co/fPXi5d/EL38_Triode_bias_5_K_Bias_2.jpg)
Rp = ฐานของสามเหลี่ยม(V) / ความสูงของสามเหลี่ยม (A)
= 65V/40mA
= 1.6K
-
Rk = 14V/40mA = 350R ปัดเป็นค่าที่มีขาย 360R
ทนกำลัง = 14V*0.0407A = 0.56W เผื่อไม่ให้เกิดความร้อน = 3W
Rk = 360R 3W
............
Gm = 40mA/ 14v =2.86 mA/V (ผมเข้าใจว่าจุดที่ไบอัส อยู่บนเส้น Vg1= -14 V พอดี
Vg1 น่าจะประมาณ 13.8V หรือ 13.9V
Ia น่าจะ 40.0X mA
มันไม่ได้ตัดกันพอดีนะครับ
-
Rk = 14V/40mA = 350R ปัดเป็นค่าที่มีขาย 360R
ทนกำลัง = 14V*0.0407A = 0.56W เผื่อไม่ให้เกิดความร้อน = 3W
Rk = 360R 3W
............
Gm = 40mA/ 14v =2.86 mA/V (ผมเข้าใจว่าจุดที่ไบอัส อยู่บนเส้น Vg1= -14 V พอดี
Vg1 น่าจะประมาณ 13.8V หรือ 13.9V
Ia น่าจะ 40.0X mA
มันไม่ได้ตัดกันพอดีนะครับ
แบบนี้ได้มั้ยครับ จากเส้นสีเขียวในการาฟ
หาค่า Gm ลากเส้นสีเขียว
Gm = 30mA/4V
=7.5mA/V
-
การหาค่า Gm จากเส้นสีเขียว ได้ค่า 7.5mA/V ถูกต้องครับ
ความหมายทางคณิตศาสตร์คือ แรงดันที่กริดเปลี่ยนแปลงไป 1 โวลต์ แล้วจะทำให้กระแสเพลตเปลี่ยนแปลงไป 7.5mA
ส่วนความหมายทางหลอดหรือทางอิเลคทรอนิกผมจำไม่ได้ ค่า Gm นี่ ทรานซิสเตอร์ เฟต มอสเฟต ก็มีนะครับ
สมการหลักคือ V = I*R , แรงดันเท่ากับกระแสคูณความต้านทาน , volt = ampere*ohm
ปรับสมการใหม่ R = V/I
ปรับสมการใหม่ 1/R = I/V
แต่ Gm = I/V ดังนั้น Gm = 1/R ด้วย
ปรับสมการใหม่ R = 1/Gm
ดังนั้น ส่วนกลับของ Gm เป็นความต้านทาน คือเป็นอิมพีแดนซ์ของหลอดที่แคโทด
-
ค่า Rp หาจากความชันของสามเหลี่ยมมุมฉากสีเหลือง ได้ 1.625K ถูกต้องครับ
-
ขอบคุณครับ อาจารย์ป๋า
-
มาต่อสักเล็กน้อย
ตอนนี้ได้อะไรมาแล้วบ้าง
Vp= 260V , Ia= 40mA , RK=360 Ohm , Vg1=-14 V
Gm=7.5mA , Rp= 1.625 K
หาค่า Ck
Rk' = 1/Gm = 1/7.5mA/V = 133R
Zk = Rk ขนานกับ Rk' = 1/360R + 1/133R = (360R*133R)/(360R+133R)
= 97R
Ck =1/2*3.14*10Hz*97R = 163uF ปัดเป็น 160uF ทนแรงดัน สามเท่า = 50V
Ck = 160uF 50V
-
หาค่า PD
PD= Vp* Ia
= 260*40mA
= 10.4 W
spec PD = 25W ดังนั้นคิดเป้นเปอร์เซ็นต์ = 43.3 % = 10.8 W
...................................
หาแรงดันเทียบกราวน์
VRk gnd = Vk gnd = 14V
Vp gnd = Vp+VRk gnd = 260+14 = 274V
B1+ gnd = Vp gnd + V ที่ตกคร่อม Opt
บางแห่งให้แรงดันตกคร่อม opt = 10V
แต่เท่าที่ผมทำมา Opt มันเป็นขดลวด เป็นคอยล์ ที่พันแล้ววัดความต้านทานได้ 5K แต่เมื่อวัดแรงดันไฟตรงคร่อมเมื่อต่อวงจรแล้ว มิเตอร์แทบไม่กระดิก จะไม่เผื่อ หรือเผื่อก็ได้ เผื่อไปซัก 5V ก็แล้วกัน
B1+ = 274+5 = 280V โดยประมาณ
-
Gain of stage
gain = Gm*RL
Gm = 7.5mA/V
RL = 5K
gain =7.5mA/V * 5K = 37.5
-
คำตอบที่ 47,48,49 ถูกต้องครับ
-
ลองเอาค่ามาใส่ในวงจร คร่าวๆครับ
(https://image.ibb.co/gfUH3y/EL38_SE_MAIN_PSE_crop.jpg)
-
ต่อไปเป็นภาคไดร์ - driver stage..
เราจึงจะพิจารณาที่แรงดันเอ้าพุทของตัวไดร์เวอร์ว่าจะผลิตแรงดันมาขับกริดของ EL38 ได้เพียงพอหรือไม่
โดยพิจารณาจาก Vg1 = -14 V หรือ เท่ากับ 28V peak-peak หรือ 30Vpeak-peak โดยประมาณ.
แต่ทว่าเราไม่สามารถที่จะนำค่า 30Vpeak-peak นี้มาใช้ได้เลย เนื่องจากเป็นการขับเต็มกำลังเป็นสาเหตุของการเพี้ยนสูง
ดังนั้นโดยทั่วไปจะนิยมเผื่อกันที่ประมาณ 60%
(30Vp-p*1.6 = 48 ประมาณ 50 Vp-p) ดังนั้นไม่ว่าภาคไดร์ฟ จะมีกี่สเตจก้ตาม เกนรวม ต้องไม่น้อยกว่า 50 ซึ่งเกนขยายนี้ หากไม่เหมาะสมแล้ว
จะมีผลคือ
เกนมาไปหรือเกนล้น พอบิดวอลลุ่มนิดเดียวก็จะดังลั่น และเสียงแตกได้ง่าย
เกนต่ำไปหรือ เกนไม่พอ จะพบว่าต้องบิดวออลลุ่มไปเกินครึ่ง จึงจะดัง คล้ายกับไม่มีแรงขับ ไม่มีความคมชัดของเสียง
เกนที่เหมาะสม หรือเกนพอดี จะสามารถเริ่มฟังได้ตั้งแต่ 7 นาฬิกา เป็นต้นไป ซึ่งโดยปกติส่วนใหญ่จะฟังกันในช่วง 9 -11 นาฬิกา
-
ยังเขียนบรรยายไม่ดีเท่าไหร่