(http://sokenthai.com/product/file-lib/product/Sokenthai.com_20060104142845.1.jpg)
http://www.sokenthai.com/shopping/productdetail.php?cat=53.73&id=185&lang=th
รุ่น F-660A 256M ราคา 4,590.00 บาท
รุ่น F-660B 512M ราคา 5,590.00 บาท
(http://www.htg2.net/f-660/4.jpg)
ข้อมูลบนกล่องบรรจุอุปกรณ์
(http://www.htg2.net/f-660/1.jpg)
อุปกรณ์ทั้งหลายที่แถมมา คู่มือมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ อยู่ในเล่มเดียวกันครับ
(http://www.htg2.net/f-660/3.jpg)
ขนาดประมาณเท่าของจริง
(http://www.htg2.net/f-660/2.jpg)
หูฟัง Sennheiser รุ่น MX400 ที่แถมให้มาด้วยเลย
Spec. โดยรวม
- หน่วยความจำ 256 MB
- ระบบหน้าจอ OLED 2 สี
- การเล่นไฟล์ WMA, WAV, MP3
- ระบบเสียง Life Vibes
- ปรับแต่งเสียงได้ 9 Style
- รับคลื่นสถานีวิทยุ FM
- บันทึกเสียงสนทนา 35 ชั่วโมง
- เวลาในการเล่นไฟล์ต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง
- ชนิดแบตเตอรี่ Lithium Rechargeable
- ระยะเวลาในการชาร์ทไฟ 3 ชั่วโมง
- การอัพเกรดเฟิร์มแวร์ YES
- USB พอร์ต 2.0
- สีเครื่อง ขาว, เขียว, เงิน
- ขนาด (mm.) 46 x 31 x 13.5
-น้ำหนัก (g.) 22
ผลการทดลองใช้งาน
- การ design ตัวเครื่องของเครื่องเล่น MP3 รุ่นนี้ดูสวยงาม เก๋ไก๋แปลกตาดีครับ ขนาดก็เล็กกระทัดรัด แหละในกล่องยังมีสร้อยคอแถมมาให้ด้วย ซึ่งเมื่อลองคล้องดูก็ไม่รู้สึกหนักหรือถ่วงคอแต่อย่างใด และยังสามารถใช้งานกดปุ่มต่างๆได้อย่างสะดวก ตัวเครื่องสามารถปลดออกจากสร้อยได้โดยง่าย เพราะจะมีห่วงที่มีตัว lock ไว้ให้ที่ตัวสร้อยด้านหน้าเลย (ด้านหลังจะมีห่วงสำหรับปลดตัวสร้อยได้อีกต่างหาก แต่ตัวผมเองก็สามารถสวมคล้องคอได้เลยโดยไม่ต้องปลดห่วงเลย) เมื่อลองส่องกระจกดูก็คล้ายๆกับว่าห้อยของขลังอยู่กลายๆเหมือนกันนะครับ เรียกว่า เท่ได้หลายรูปแบบอ่ะครับ...อิๆๆ
- สำหรับปุ่มต่างๆก็ใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก โดยจะมีปุ่มทั้งหมดอยู่แค่ 6 ปุ่ม อยู่ทางด้านข้างของเครื่องแบ่งออกเป็น ข้างละ 3 ปุ่ม ดังนี้
- ด้านซ้าย ปุ่ม On-Off/Play-Pause(หยุดชั่วคราว) , ปุ่ม Previous(เลื่อนเพลงย้อนหลัง) , ปุ่ม Next(เลื่อนเพลงอันดับต่อไป)
- ด้านขวา ปุ่ม Menu , ปุ่ม Volumn - , ปุ่ม Volumn +
- เมื่อกดปุ่ม On เครื่อง ก็จะเข้ามาอยู่ใน mode My Music สำหรับเล่นเพลง MP3 (และ WMA)เลย โดยในเครื่องจะมีเพลงตัวอย่างมาให้ 2 file ด้วยกัน โดย 1 ในนั้นจะเป็น file ชื่อ "ทดสอบเสียง 3 มิติ" ซึ่งเป็นการบันทึกเสียงมาในแบบ virtual surround ถ้าท่านได้ฟังแล้วจะรู้สึกทึ่งกับเสียงที่ได้ฟังครับ บันทึกมาได้ดีจริงๆครับ
- ในการเล่น MP3 และ WMA เนื่องจากหูฟังที่ติดมากับเครื่องนั้นเป็นของยี่ห้อ Sennheiser ซะด้วย (รุ่น MX400) รวมทั้งใช้ Chip Philips PNX0101 เสียงที่ได้ออกมาจึงดีมากโดยออกไปในแนวโทนใสกรุ๊งกริ๊ง (ถ้าใครที่ชอบ Bass หนักๆก็สามารถไปปรับแต่งเพิ่มเติมที่ mode EQ ได้) และด้วยตัวหนังสือทีแสดงบนหน้าจอเป็นสีฟ้า พื้นดำ จึงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน รวมทั้งสามารถแสดงชื่อเพลงเป็นภาษาไทยได้ด้วย ก็เลยหมดปัญหาในการอ่านชื่อเพลง ไม่ต้องเสียเวลาไปเปลี่ยนชื่อเพลงไทยเป็นภาษาอังกฤษให้วุ่นวายอีกด้วย สำหรับขนาดความจุ 256 M. ก็สามารถจุเพลง MP3 ได้ประมาณ 60 เพลง หรือ 3 ชม.กว่าๆ แค่นี้ก็มากพอครับ หรือถ้าเป็นรุ่น 512 M. ก็จะจุได้ถึง 140 เพลง หรือประมาณ 9 ชม.เลยครับ...
ในขณะที่ฟังเพลงอยู่ก็ สามารถปรับไป Mode ต่างๆได้ โดยการกดปุ่ม Menu ค้างไว้แป๊ปนึง(ถ้าไม่กดค้างจะเป็นการ set ค่าการเล่นซ้ำเฉพาะช่วง A-B โดยกดครั้งแรกจะเป็นการกำหนดจุดเริ่มต้น Aและเมื่อกดอีกครั้งจะเป็นการกำหนดจุดสุดท้าย B และจะเริ่มเล่นวนจุด A-B ไปเรื่อยๆ สามารถยกเลิกได้โดยการกดปุ่ม Menu อีกครั้ง) ก็จะมี Mode ต่างๆให้เลือกดังนี้ครับ
- My Music เป็น Mode การเล่นเพลง MP3, WMA
- การแสดงผลที่หน้าจอจะบอก ลำดับเพลงที่กำลังเล่นอยู่ปัจจุบัน ,จำนวนเพลงที่มีอยู่ทั้งหมด , Mode การปรับแต่งเสียงในปัจจุบัน, Mode การเล่นเพลง และ สถานะของแบตเตอรี่, แสดงชื่อเพลงที่เล่นอยู่ ได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ, เวลาของเพลงที่กำลังเล่นอยู่และแถบความถี่ของเพลงที่กำลังเล่น
- กดปุ่ม Next เพื่อดู Mode ต่อไป หรือกดปุ่ม Previous เพื่อถอยหลังย้อนกลับ
- My Voice เอาไว้เปิดฟัง .wav file ที่ได้บันทึกเสียงด้วย Mode REC
- ถ้าต้องการ ลบ file เพลง หรือ file เสียง ให้เข้าไปที่ Mode My Music หรือ My Voice ก่อน จากนั้นก็ใช้ปุ่ม Next หรือ Previous เพื่อหา file ที่ต้องการ เมื่อพบแล้วก็กดปุ่ม - (ปุ่ม Volumn -) ก็จะมีข้อความแสดงขึ้นมาว่า Delete? YES NO ก็ใช้ปุ่ม Next หรือ Previous เลื่อนกรอบ 4 เหลี่ยมไป YES หรือ NO ( ค่า default จะอยู่ที่ NO) ตามต้องการ แล้วกดปุ่ม Play เพื่อทำการลบ file นั้นๆออกจากเครื่อง ซึ่งขั้นตอนก็ไม่ยากอะไรแต่ก็ช่วยป้องกันไม่ให้มีการลบ file โดยไม่ได้ตั้งใจได้ด้วย
- Resume Play เลือก Mode นี้เครื่องจะเล่นต่อจากตำแหน่งที่หยุดเล่นล่าสุด
- REC เพื่อทำการบันทึกเสียงจากไมค์ในตัว
- จากการทดสอบ เสียงที่ได้ก็ชัดเจนดีครับ แหละเนื่องจากตัวไมค์ค่อนข้างมีความไวสูง ดังนั้น จึงขื้นอยู่กับสภาะของเสียงโดยรอบในขณะที่ทำการบันทึกด้วย เพราะเครื่องจะบันทึกเสียงทุกๆอย่างลงไป แหละในขณะที่ทำการบันทึกเสียง ก็สามารถที่จะหยุดชั่วคราวและบันทึกต่อได้ โดยการกดปุ่ม Pause และเมื่อต้องการหยุดการบันทึกเสียงให้กดปุ่ม Menu อนึ่ง!ท่านจะต้องเหลือที่ว่างของ memory ไว้ด้วย เพราะถ้า memory เต็ม เครื่องก็จะไม่สามารถเก็บข้อมูลของการบันทึกลงไว้ได้
- FM Radio เป็นการรับฟังวิทยุ FM
- สามารถที่จะจูนหาคลื่นสถานีวิทยุได้ทั้งแบบ manual ซึ่งละเอียดมากโดยการปรับค่าครั้งละ 0.05 MHz. หรือกึ่งอัตตโนมัติ และ อัตตโนมัติ โดยจะสามารถบันทึกสถานีวิทยุที่ท่านชื่นชอบไว้ได้ 20 สถานี สำหรับความคมชัดของสถานีนั้นจะอาศัยสายจากหูฟังเป็นเสาอากาศในการรับคลื่นในตัวครับ ในการลองฟังก็สามารถรับคลื่นได้ชัดเจนครับ ซึ่งเมื่อท่านเริ่มเบื่อที่จะฟังเพลงจาก file MP3 แล้วก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศมาฟังข่าว หรือเพลงจากวิทยุ FM ได้ครับ
- System Setting การปรับตั้งค่าในระบบของเครื่อง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และให้ตรงกับตามความต้องการของเราในการใช้งาน ซึ่งก็มีมากมายพอสมควรดังต่อไปนี้ครับ
- - Play Mode มี Mode ย่อยดังต่อไปนี้
- Normal เล่นตามปกติ
- Shuffle เล่นแบบสุ่มเพลง
- Playlist เล่นตามรายการที่เรากำหนดไว้
- Intro เล่นเฉพาะช่วงต้นเพลง (เพลงละ 10 วินาที)
- REP One เล่นวนซ้ำเฉพาะเพลง
- REP ALL เล่นวนซ้ำทุกเพลง
- - EQ Select มี Mode ย่อยดังต่อไปนี้
- Normal แบบเสียงปกติไม่มีการปรับแต่ง
- 3D เปิดการใช้แบบเสียง 3 มิติ ตามที่ได้ตั้งค่าไว้จากหัวข้อ - 3D Setup
- PURE แบบเสียงบริสุทธิ์
- Pop
- Classic
- Jazz
- Rock
- Dbass
- Disco
- My EQ แบบปรับตั้ง EQ ด้วยตนเอง ตามที่ได้ตั้งค่าไว้จากหัวข้อ - - Advance (My EQ)
- - REC set มี Mode ย่อยดังต่อไปนี้
- High คุณภาพเสียงจะดีที่สุดแต่ก็จะใช้ memory ในการบันทึกมากขึ้นด้วย
- Middle
- Low
- - Sleep หรือการตั้งเวลาปิดเครื่อง(นับเวลาถอยหลัง) มี Mode ย่อยดังต่อไปนี้
- Disable ไม่ใช้งาน
- 15 Min, 30 Min, 45 Min, 60 Min, 75 Min, 90 Min, 105 Min, 120 Min
- - 3D Setup มี Mode ย่อยดังต่อไปนี้
- Bass Boost สามารถปรับค่าการยกเสียง Bass ให้มาก-น้อย ได้ตามต้องการ ซึ่งสามารถปรับได้สูงสุด 15db
- Concert Sound เป็นการปรับเสียงแบบการแสดงคอนเสิร์ต
- - Playlist หรือรายการเพลงที่เราเลือกไว้ที่จะเล่นโดยเฉพาะ มี Mode ย่อยดังต่อไปนี้
- Browse เข้าดูรายชื่อเพลงที่เราได้ตั้งโปรแกรมไว้
- Edit แก้ไขปรับแต่งรายการเพลงที่เราจะตั้งโปรแกรม
- Delete ลบรายการเพลงที่เราตั้งไว้ (ไม่ได้ลบ file เพลง)
- - FM Band หรือเลือกย่านความถี่ของสถานี มี Mode ย่อยดังต่อไปนี้
- General อยู่ระหว่าง 87.5 - 108 Mhz. ซึ่งปกติโดยทั่วไปเราจะฟังที่ย่านนี้
- Campus อยู่ระหว่าง 76 - 87.5 Mhz.
- - Lock Setup มี Mode ย่อยดังต่อไปนี้
- Lock Disable ไม่ใช้งาน Lock
- Lock Enable เปิดใช้งาน
- - Screen save หรือการตั้งเวลาปิดการแสดงผลหน้าจอเพื่อการประหยัดไฟ มี Mode ย่อยดังต่อไปนี้
- 30 Sec, 45 Sec, 1 Min., 2 Min., 3 Min., 4 Min., 5 Min.,
- - Advance มี Mode ย่อยดังต่อไปนี้
- My EQ จะเข้าไปหน้าปรับแต่งเสียงตามแต่ที่ท่านชอบซึ่งสามารถปรับได้หลายย่านความถี่เสียง
- Format จะเป็นการล้างข้อมูลใน Memory ออกทั้งหมด ซึ่งก็จะสะดวกไม่ต้องมาลบเองที่ละ file
- Load Default เป็นการนำค่ามาตรฐานที่ตั้งมาจากโรงงานผู้ผลิตออกมาใช้
- System Info. ใช้ดูข้อมูล Firmware และ Hardware ของเครื่อง
- Language สามารถปรับภาษาในคำสั่งที่แสดงผลบนหน้าจอได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
- การชาร์จแบตเตอรี่ของ F-660A นี้ ทำได้ 2 วิธีคือ ด้วย adaptor ที่แถมมาให้ หรือในขณะที่ทำการต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB ก็จะเป็นการชาร์จไฟไปในตัวด้วยครับ
สรุป ปัจจุบันนี้ เครื่องเล่น MP3 มีจำหน่ายอยู่มากมายหลายรุ่น หลายยี่ห้อ และหลายราคาด้วยกัน สำหรับ F-660A ตัวนี้ ก็นับได้ว่า เป็นตัวนึงที่น่าสนใจ ทั้งรูปลักษณ์ คุณภาพของเสียง วัสดุที่ใช้ และความสามารถในการใช้งานได้หลากหลาย ถ้าคุณสมบัติในการใช้งานตรงกับความต้องการของท่านแล้วละก็ ตัดสินใจได้เลยครับผม....ขอบคุณครับ