HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Mc ที่ 27 มีนาคม, 2006, 09:19:09 pm
-
;D ;D ตอนนี้บอร์ดเรามีสมาชิกเยอะครับ ทั้งมือใหม่ มือเก่า บางคนก็บ้านไกล หาของเล่นยาก เลยอยากชวนเพื่อน ๆ สาชิกร่วมแบ่งปันความรู้โดยการโพสท์เทคนิค การทำงาน การแก้ปัญหา การดัดแปลงอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้กับเพื่อนสมาชิกครับ
.....ขอประดิมด้วยเรื่องแรกครับ สำหรับสมาชิก แอมป์หลอดที่กลัวไฟค้างในตัวเก็บประจุกัดเอา ผมใช้หลอดไฟแบบมีใส้ ขนาด 40 วัตต์ครับ บัดกรีสายไฟใส่ปากคีบ ใช้คีบกับตัวเก็ประจุภาคจ่ายไฟหลังจากปิดสวิต์แล้ว หลอดไฟจะสว่าง แว่บนึงครับ ช่วยคายประจุที่ค้างอยู่ให้หมดไป .. รูปถ่ายจะตามหลังครับ ดูรูปวาดก่อน ...
-
ดี จัง ครับ ผมโดน ไฟ ดูดบ่อย กัวจะเป็นหมันซะก่อน :cold ขอบคุณครับ
-
การจัดวางอุปกรณ์บนแท่นเครื่อง
จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการด้วยดังนี้
1. การจัดวางอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เช่นหม้อแปลงเพาเวอร์ หม้อแปลงเอาต์พุท หรือขดหลวดต่างๆ เพิ่อป้องกันสัญญาณรบกวนอันอาจจะเกิดขึ้นได้จากการรบกวนกันทางแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งอาจทำให้เกิดเสียงฮัม หม้อแปลงเอาต์พุทและ หม้อแปลงเพาเวอร์ควรที่จัดให้แกนของหม้อแปลงทั้งสองตั้งฉากกันและต้องจัดวางให้มีระยะช่องว่างห่างกันพอสมควร และเนื่องจากหม้อแปลงเพาเวอร์เป็นอุปกรณ์ที่จะเกิดความร้อนในขณะใช้งาน การจัดวางจึงควรจัดให้อยู่ที่มุมด้านใดด้านหนึ่งของแท่นเครื่อง
2.หม้อแปลงเอาต์พุทและหลอดเพาเวอร์เอาต์พุทควรจัดวางให้อยู่ใกล้กันเพื่อสามารถเชื่อมต่อสายไปยังแอโนดของหลอดให้สั้นที่สุด
3.อินพุทของวงจรต้องอยู่ไกลจากหม้อแปลงเอาต์พุทและหม้อแปลงเพาเวอร์ นื่องจากอิพุทของวงจรหลอดมีอิมพีแดนซ์สูง ทำให้ไวต่อการรับสัญญาณรบกวนที่เกิดจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าได้ง่าย
3.เส้นทางเดินของสัญญาณที่เริ่มจากอินพุทต้องเดินไปในทิศทางเดียวกันตลอดจนถึงเอาต์พุท ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะจัดให้สัญญาณเอาต์พุทย้อนกลับมาในทิศทางของสัญญาณอินพุทอีก
4.ระยะห่างระหว่างหลอดต้องไม่น้อยกว่า 1.5 ของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหลอด เพื่อให้สามารถระบายความร้อนในขณะทำงานได้ดี
การเดินสายและรหัสสีของสาย
สายที่ใช้ควรเลือกขนาดให้ใหญ่พียงพอกับกระแสที่ไหลผ่าน ไม่ควรมีความต้านทานมากเกินไป อันจะทำให้เกิดความร้อนขึ้นทำให้ฉนวนหุ้มสายเสื่อมหรือละลายเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้นควรเลือกใช้สายที่มีคุณภาพ และขนาดเพียงพอ ดังแสดงขนาดของสายและกระแสไฟสูงสุดที่ไหลผ่านได้ในตาราง
เ ส้นผ่าศูนย์กลางของตัวนำ กระแสสูงสุด
0.6 mm. 1.5A.
1mm. 3A.
1.7mm. 4.5A.
2mm. 6A.
นอกจากนั้นการเดินสายภายในเครื่อง ควรใช้รหัสสีของสายเป็นตัวกำหนดเพื่อสามาถดูได้ง่าย และถ้าเครื่องมีปํญหาก็ซ่อมแซมได้โดยสะดวก เช่นตัวอย่างการใช้รหัสสีในตาราง
ชนิดของสายไฟ รหัสสี
สายดิน สีเขียว
สายจ่ายไฟตรงบวก +B1 ใช้สีแดง +B2ใช้สีเหลือง
สายไฟจุดไส้หลอด ตามสีของหม้อแปลงเพาเวอร์
สายสัญญาณ สีขาวหรือฟ้า
สายไฟเมน สีดำ
การใช้ที่พักสาย
ควรใช้ในจุดที่จำเป็นเท่านั้น เช่นจุดต่อของสายที่สั้นเกินไป หรือใช้พักอุปกรณ์บางตัวเพื่อเชื่อมต่อเข้ากับสาย
*คัดลอกมาบางส่วนใน เซมิ 177
-
เอาของผมบ้างล่ะกัน พอดีเคยเขียนไว้ใน What Hi-Fi เมื่อ 2 ฉบับที่แล้ว เผื่อคนที่ไม่ได้ซื้อหนังสือจะได้ประโยชน์บ้างครับ
เรื่องการจุดไส้หลอด
1.ต้องตีเกลียวสายไฟจุดไส้หลอดให้เกลียวสม่ำเสมอ เท่าๆกันตลอดสาย ประเภทมังกรพันหลัก (สายหนึ่งอยู่กับที่ ให้อีกสายหนึ่งพันรอบตัวมัน) นั้น ไม่ได้ช่วยอะไรแน่ๆ เกลียวยิ่งถี่ ยิ่งทำให้การตอบสนองความถี่สูงดีขึ้น
2.การลงกราวด์ของไฟจุดไส้หลอด (AC) ทำได้หลายวิธี เช่น
2.1. ใช้เส้นใดหนึ่งของสายไฟจุดไส้หลอด ต่อลงกราวด์ วิธีนี้ง่ายที่สุด ถ้าต่อแล้วไม่มีปัญหาอะไร ก็ใช้ได้ครับ แต่ถ้าต่อแล้วพบว่ามีเสียงฮัม ต้องมาว่ากันที่ข้อต่อไปครับ
2.2. พันหม้อแปลงแบบมี Center tap เช่นไฟ 6.3 โวลต์ ก็ให้พัน 3.15-0-3.15 แทน แล้วใช้เส้นที่เป็น tap กลาง ต่อลงกราวด์แทน วิธีนี้ค่อนข้างจะได้ผลดี ไม่ค่อยเจอปัญหาอะไร
2.3. ในกรณีที่หม้อแปลงจุดไส้หลอดไม่มี Center tap ก็ต้องทำการทำกราวด์เทียมให้กับมัน ด้วยการนำตัวต้านทานค่าประมาณ 47 โอห์ม ไปจนถึง 100 โอห์ม 2ตัว ต่อที่ปลายทั้งสองของสายไฟจุดไส้หลอด แล้วค่อยนำขาที่เหลือมาต่อเชื่อมกัน แล้วนำจุดนั้นลงกราด์ หรืออาจใช้ตัวเก็บประจุค่า 0.1-0.47uF ต่อขนานกับตัวต้านทานอีกทีเพื่อช่วยในการบายพาสความถี่สูง ลงกราวด์ด้วยก็ได้
2.4. ใช้ ตัวเก็บประจุค่าประมาณ 0.1-0.47uF ต่อลักษณะเดียวกับข้อ 2.3 โดยไม่ต้องใช้ตัวต้านทาน แบบเดียวกับโครงงาน 12AU7 ปรีแอมป์ ในฉบับที่แล้ว
2.5. ใช้ Hum pot ที่เป็นตัวต้านทานปรับค่าได้ โดยต่อสายจุดไส้หลอดทั้งสองเส้น ไปที่ขาริมทั้งสองของ hum pot แล้วเอาขากลางลงกราวด์ จากนั้นค่อยๆหมุนปรับให้เสียงฮัมน้อยที่สุด
3. สายไฟจุดไส้หลอด ควรเดินให้ห่างจากสายสัญญาณให้มากที่สุด ไม่ควรเดินขนานกับสายสัญญาณ หรือถ้าจำเป็นจริงๆ ให้เดินตัดกัน 90 องศา จะดีกว่า และเพื่อป้องกันที่ดีขึ้นให้ใช้เทปอลูมินัม ที่มีขายทั่วไปแถวๆคลองถม มาปะทับสายไฟจุดไส้หลอดอีกที เพื่อให้สายไฟแนบกับตัวถังให้มากที่สุด
4. ในกรณีที่จำเป็นต้องจุดไส้หลอดด้วย DC เช่นหลอด Direct Heat บางเบอร์ ควรทำการ filter ให้เหมาะสม ตามกระแสที่หลอดต้องการด้วย กล่าวคือ ถ้าหลอดต้องการกระแสสูง เช่นหลอดเพาวเวอร์แอมป์ ควรใช้ค่าตัวเก็บประจุที่ค่อนข้างสูงสักหน่อย เพื่อ regulation ที่ดี หรืออาจจะใช้ Choke ค่าน้อยๆ แต่กระแสสูง (ลวดเบอร์ใหญ่) มาต่อเป็นแบบ Pi filter เพื่อช่วยลดสัญญาณรบกวนที่ดีขึ้นได้ ผมชอบใช้ choke ของรถยนต์ ที่มีขายตามร้านหม้อแปลงทั่วไป ก็ใช้ได้ดีครับ อันนี้คนละเรื่อง คนละตัวกับ choke ในภาคจ่ายไฟสูงนะครับ พวกนั้น inductance สูง แต่กระแสต่ำครับ ต่างกันนะครับ เอามาแทนกันไม่ได้นะครับ
-
มาต่อที่ภาคไฟสูง
การ Rectify ในภาคจ่ายไฟสูง
โดยทั่วไปมักพบอยู่ได้สองวิธีคือ ใช้หลอดเร็กติไฟร์ กับใช้ไดโอดเร็กติไฟร์ ซึ่งหลอดมีข้อดีตรงที่การทำงานของมันเป็นลักษณะ Soft start และไม่มีสัญญาณรบกวนพวก switching noise ที่จะพบได้ทั่วไปกับไดโอดเร็กติไฟร์มากกว่า เทคนิคต่างๆในภาค rectify มีดังต่อไปนี้ครับ
1. ในกรณีที่ใช้ไดโอด ให้คร่อมไดโอดแต่ละตัวด้วยตัวเก็บประจุขนาดประมาณ 0.0047 ภึง 0.01uF 1kV เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนจากตัวไดโอดเอง ออกไปรบกวนวงจร
2. ไดโอดควรเลือกใช้แบบ Fast Recovery จะให้รายละเอียดของ background ของเสียงได้ดีกว่า หรือไม่ก็ใช้พวก damping diode ที่ใช้กับพวกโทรทัศน์ ก็ใช้ได้ดีเช่นกันครับ
3. หลังจากการเร็กติไฟร์ จากหลอด หรือไดโอด ก่อนที่จะเข้าสู่ภาค Filter ให้ใช้ตัวต้านทานขนาดน้อยๆ ประมาณ 50-100 โอห์ม ขนาด 20 วัตต์ ต่ออนุกรมกับไฟตรง เพื่อป้องกันการดึงกระแสอย่างฉับพลันของตัวเก็บประจุในภาคจ่ายไฟ และทำให้เสียง soft ลงได้ในกรณีที่ใช้ไดโอดแปลงไฟ
4. ถ้าต้องมีการใช้ choke เพื่อทำการ filter ควรจะเลือก choke ที่มีประสิทธิภาพสูงสักหน่อย เพราะ choke ก็เป็นตัวแปรหนึ่งที่สำคัญในการกำหนดบุคลิกของเสียงอีกด้วย ถ้าหา choke ที่ดีไม่ได้ แนะนำว่าไม่ต้องใช้มันเลยซะดีกว่า กลับไปเพิ่มค่าตัวต้านทานในข้อ 3 ให้มากขึ้นอีกหน่อยก็ได้ครับ
5. ไฟที่สูงที่จะป้อนเข้าสู่ OPT ควรต่อไดโอดอนุกรมในแบบ Forward (stopping diode) เพื่อป้องกันแรงดันย้อนกลับในขณะที่ choke มีการยุบตัวของสนามแม่เหล็ก (คล้ายกับการทำงานของ ballast ในหลอดฟลูออเรสเซนต์ )
6. จากข้อ 4 ถ้าในวงจรกินกระแสไม่มาก เช่น ปรีแอมป์ เราสามารถใช้ ballast หลอดฟลูออเรสเซนต์ มาใช้แทน choke ก็ได้ แต่คงต้องไปเลือกยี่ห้อกันเองนะครับ
-
การเลือกใช้ตัวเก็บประจุในภาคจ่ายไฟ
อันนี้ถามกันมามากครับ ว่าควรจะใช้ยี่ห้ออะไร ค่าเท่าไรดี ผมคงตอบได้สั้นๆว่า ให้ใช้ยี่ห้อที่มีชื่อสักหน่อย ซื้อจากร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรงจะดีกว่า คือได้ของแท้นั่นแหละครับ ส่วนค่าเท่าไรนั้น ก็คงต้องลองไปปรับดูเอาเองครับ บางครั้งค่าที่ระบุไว้ในวงจรต่างๆ ก็เป็นค่าที่ใช้ได้ระดับหนึ่ง ซึ่งอาจจะเพิ่ม หรือลดตามความต้องการของเราได้ครับ เทคนิคของการใช้ตัวเก็บประจุในภาคจ่ายไฟมีดังต่อไปนี้ครับ
1. ใช้ค่ามากเสียงหนา อิ่ม ใหญ่ ใช้ค่าน้อย จะตรงข้ามกัน
2. ถ้าต้องการ speed ของเสียงที่ฉับไว กระฉับกระเฉง ให้ทำการ bicap ตัวเก็บประจุ electrolyte ด้วย ตัวเก็บประจุแบบ Polypropylene หรืออาจใช้เปลี่ยนตัวเก็บประจุตัวสุดท้ายในภาคจ่ายไฟ (ที่มักจ่ายให้กับภาค driver) เป็นตัวเก็บประจุแบบ Polypropylene ค่าสัก 10uF/400V ไปเลยก็ได้ รับรองได้ว่าแอมป์หลอดที่ใครๆว่าเฉื่อย เชื่องช้า จะเปลี่ยนบุคลิกไปเลยทีเดียว และตำแหน่งที่ติดตั้งตัวเก็บประจุตัวนี้ ควรอยุ่ใกล้กับหลอดภาค drive ให้มากที่สุด เพื่อผลในการป้องกันสัญญาณรบกวนที่ดี
3.พยายามเลี่ยงการต่อตัวเก็บประจุแบบอนุกรมกัน เพื่อให้ทนแรงดันได้สูงๆ โดยให้ใช้ตัวเก็บประจุที่ทนแรงดันไฟได้สูงตัวเดี่ยวๆเช่นพวก Oil-Filled จะดีกว่า เพราะการต่อตัวเก็บประจุอนุกรมกัน ทำให้เสียงเบสที่ได้ค่อนข้างขุ่นมัว ไม่ชัดเจน
ที่จริงมันมีเยอะกว่านี้อีก แต่ผมทำต้นฉบับหายไป เนื่องจากไปลบข้อมูลใน Harddisk ผิด :-X สงสัยตรงไหนเพิ่มเติม ก็ถามมาได้ครับ Y]
-
:clapได้ทริกดีๆเพียบเลยครับ..ขอบคุณมากครับ c) c)
-
สุดยอดเลยครับ O0 ของกำนัลจากรุ่นพี่
แอมป์หลอดที่กลัวไฟค้างในตัวเก็บประจุกัดเอา ผมใช้หลอดไฟแบบมีใส้ ขนาด 40 วัตต์ครับ บัดกรีสายไฟใส่ปากคีบ ใช้คีบกับตัวเก็ประจุภาคจ่ายไฟหลังจากปิดสวิต์แล้ว หลอดไฟจะสว่าง แว่บนึงครับ ช่วยคายประจุที่ค้างอยู่ให้หมดไป
ผมเคยใช้วิธีตัดไฟที่แอมป์ขณะที่ เครื่อง CD ยังเล่นแผ่นอยู่ จนเสียงเพลงมันจะค่อย ๆ เงียบหายไปเอง ไม่ทราบว่าวิธีนี้จะใช้ได้หรือเปล่า แล้วจะทำให้อะไรเสียหายหรือเปล่าครับ
:euro
-
กระทู้นี้น่าจะปักหมุดนะครับ
เอากระทู้ของ Vinyl Review ออก ก็ได้ครับ เพราะตอนนี้ผมไม่มีเวลาว่างเลยครับ
งานหนังสือจบ...ค่อยมาว่ากันก่อน
-
ขอบคุณคราบบบบบบบบบ
-
สำหรับท่านที่มีมิเตอร์เครื่องเดียว ปกติการวัดไฟจะต้องใช้สายโพรปมิเตอร์จิ้มลงไปบนจุดที่ต้องการวัด พวกไฟสูง ๆ จิ้มผิด จิ้มพลาดน่าหวาดเสียวเหมือนกันครับ ลองทำสายปากคีบแบบสวมต่อกับสายโพรปมิเตอร์ดูนะครับ อุปกรณ์มี สายคอนเนคเตอร์จาก พาวเวอร์ซัพพลายคอมพิวเตอร์ ท่อหด ปากคีบ ดูรูปเลยแล้วกันครับ ทำเสร็จแล้วสามารถถอด หรือเสียบได้
-
รูปต่อ
-
สุดยอดเลยครับ O0 ของกำนัลจากรุ่นพี่
แอมป์หลอดที่กลัวไฟค้างในตัวเก็บประจุกัดเอา ผมใช้หลอดไฟแบบมีใส้ ขนาด 40 วัตต์ครับ บัดกรีสายไฟใส่ปากคีบ ใช้คีบกับตัวเก็ประจุภาคจ่ายไฟหลังจากปิดสวิต์แล้ว หลอดไฟจะสว่าง แว่บนึงครับ ช่วยคายประจุที่ค้างอยู่ให้หมดไป
ผมเคยใช้วิธีตัดไฟที่แอมป์ขณะที่ เครื่อง CD ยังเล่นแผ่นอยู่ จนเสียงเพลงมันจะค่อย ๆ เงียบหายไปเอง ไม่ทราบว่าวิธีนี้จะใช้ได้หรือเปล่า แล้วจะทำให้อะไรเสียหายหรือเปล่าครับ
:euro
ผมใช้ R ค่าสัก1K ขึ้นไปมาลัดวงจรที่ขั้ว C เอาครับจิ้มไว้แป็บเดียวไฟก็หมดแล้วครับ
-
เรื่องไฟสูงนั้น ผมเคยทำแต่ปรีแอมป์ครับ ตอนแรกก็ใช้ R 100K บัดกรีขั้วบวก-ลบเข้าด้วยกัน แต่มาคิดว่ากระแสมันหายไปตลอดเวลาที่เราใช้งานอาจจะมีผลต่อเสียงที่ได้รับเวลาโหมๆหน่อย(จริงๆผมก็ฟังไม่ออก) ตอนหลังผมเลยต่อ R 100K เข้ากับสวิทซ์โยกครับ เวลาจะซ่อมก็โยกทิ้งไว้ซักพักนึงไฟก็หมดแล้วครับ แต่หลังสุดผมลองสังเกตุดูพบว่าเวลาผมปิดไฟสูงแต่เปิดไฟเลี้ยงไส้หลอดไว้หลังจากเลิกเล่นวิธีนี้ก็ทำให้ไฟมันค่อยๆหมดไปครับประมาณ 5- 10นาทีครับ ตอนหลังเลยใฃ้วิธีนี้ตลอดครับ
-
;D ;D ประโยชน์ของ ขั้วต่อ พาวเวอร์ซัพพลายคอมยังมีอีกนะครับ ดูจากรูปคงพอเดาได้ ใช้สำหรับลองหลอด หรือ แก้ขัดสำหรับสมาชิกที่อยู่ต่างจังหวัดหาขาหลอดยาก ๆ หม้อแปลงทำตามแบบที่ผมเคยโพสท์ไว้
-
ต้องขออนุญาตเก็บกระทู้นี้ไว้เป็นทริกซะแร้วครับ O0
-
ของผมมีลูกมือท่านนี้เป็นผู้ช่วยในการบัดกรีครับ
:euro
-
;D ;D สำหรับสมาชิกที่มีหลอดเยอะ ๆ จนไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี และอยากลองหลอด แต่ติดขัดเรื่องแหล่งจ่ายไฟสูง ลองทำเล่นดูนะครับ ลงทุนแค่ไม่กี่ร้อย ได้แรงดันไฟตั้งแต่ ร้อยกว่าโวลท์ถึง ประมาณ 800 โวลท์ จากที่ผมเคยโพสท์การใช้หม้อแปลง 2 ลูกมาต่อกันเพื่อเพิ่ม-ลดแรงดัน เราใช้วิธีเดิมครับ แต่เลือกหม้อแปลงที่มีขดไฟต่ำ 0-3-6-9-12 โวลท์ 1 แอมป์ 2 ลูก มาต่อกันโดย 0 โวลท์ต่อเข้าหากันโดยตรง ส่วน 3-6-9-12 ให้ต่อด้วยซีเลคเตอร์สวิตส์เพื่อเลือกแรงดันออกจากหม้อแปลงลูกแรก และเลือกขดลวดเข้าของหม้อแปลงลูกที่ 2 ส่วนค่าตัวเก็บประจุใช้ที่ทนแรงดันได้สูง ๆ นะครับ ถ้าไม่มีใช้ 450 โวลท์อนุกรมกันก็ได้รับ ค่าเท่าไหร่ก็ได้เพราะใช้แค่ลอง ส่วน R ไว้เพื่อเวลาที่เราลดแรงดันจะได้ช่วยคายประจุให้แรงดันถูกต้องในกรณีที่จ่ายไฟสูงแล้วลดให้ต่ำลงใช้ค่าประมาณ 10 K 5 วัตต์ก็ได้ครับ ก่อนต่อกับหลอด ใช้มิเตอร์วัดแรงดันไฟเอ้าท์พุทหน่อยนะครับ เพื่อความมั่นใจว่าได้แรงดันเท่าใด (ผมจำกระทู้ที่เคยโพสท์อธิบายการทำงานวงจรไม่ได้ใครเจอช่วยทำลิงคให้ทีครับ) ดูวงจรจากรูปครับ
.... ใครจะทำลงกล่องแล้วใส่ SOCKET เป็นแท่นทดสอบหลอดก็ได้นะครับ
-
ร่วมด้วยช่วยกันครับ :showoff (แต่เพื่อนๆหลายท่านคงทราบแล้ว) คือ ผมชอบลดไฟ DC แบบละเอียดด้วยคุณสมบัติ Diode คือมีไฟตกคล่อม 0.7 Voltและสามารถต่ออนุกรมกันก็ได้ครับก็บวกกันไปเรื่อยๆ อย่าลืมเลือก Diode ให้เหมาะสมก็ OKครับ
-
การบัดกรีและติดตั้ง power tr/mosfet แบบ hard-wire ช่วยให้การเปลี่ยนหรือถอดซ่อมเป็นเรื่องง่าย
JUUD
-
กระทู้นี้น่าจะปักหมุดนะครับ
เอากระทู้ของ Vinyl Review ออก ก็ได้ครับ เพราะตอนนี้ผมไม่มีเวลาว่างเลยครับ
งานหนังสือจบ...ค่อยมาว่ากันก่อน
ก็ดีเหมือนกันครับเพื่อนๆ จากการไปสำรวจตลาดพบว่าต้อนนี้ราคาพวก Turn เก่าๆ แผ่นเสียงเก่าๆ รู้สึกว่าราคา Up ไปจนจะร้อนได้ที่แล้วละครับ :blowup ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย 2f 2f
-
"ประโยชน์ของ ขั้วต่อ พาวเวอร์ซัพพลายคอมยังมีอีกนะครับ ดูจากรูปคงพอเดาได้ ใช้สำหรับลองหลอด หรือ แก้ขัดสำหรับสมาชิกที่อยู่ต่างจังหวัดหาขาหลอดยาก ๆ หม้อแปลงทำตามแบบที่ผมเคยโพสท์ไว้ "
เด็ดครับ สำหรับไอเดียของคุณแม็คดังภาพข้างบน
ขออนุญาตเสริมแนวทางขยายผลต่อนะครับ
..........ที่จริงเราสามารถใช้มันเป็นขั้วหลอดได้เลย (แบบบิลท์อินกับสายไฟ)
.......หากลงตัวและไม่เปลี่ยนใจเรื่องหลอด ยิ่งท่านที่ชอบทำกล่องแบบปิด(อย่าง Conrad Johnsonหรือ ออดิโอรีเสิร์ซ)
...........เคยเห็นว่ามีแบบขาชุบทองอีกต่างหาก หุ้มท่อหด หรือปลอกใยหลากสี ก็คงปลอดภัย
...........การยึดกับแท่นหรือครับ อาจใช้ ไม้ พลาสติก เทฟล่อน(แพงหน่อย) เบกาไลต์ ใช้ที่เจาะลูกบิดประตูไม้(คล้ายโฮลซอว์ มีหลายขนาด)
...........รูใหญ่กว่าฐานขั้วหลอด พอประมาณ .......ตามขนาดของโอริงที่จะใช้สวมรองในรู ก่อนเสียบหลอด
............การมีโอริงอยู่ น่าจะช่วยเรื่อง การแด้มปิ้ง แรงสั่นสะเทือนได้ด้วยครับ
..........ขั้วแบบนี้ก็แนบสนิทโดยตรงกับขาหลอดเลย ก็น่าจะช่วยเรื่องการนำสัญญาณที่ดี
เพียงแต่ ต้องใจเย็นและละเอียดละออ......และไม่หลายใจ(เปลี่ยนหลอดบ่อย) เพราะเสี่ยงพอควรกับการถูกไฟสูงที่ค้างอยู่ในตัวเก็บประจุสะกิดเอา
ทุกท่านครับ
รีวิว ไวนิล ไม่ต้องเอาออกก็ได้กระมังครับ
อาจจะแบ่งเป็นห้อง เฉพาะ เช่น "เรคคอร์ดรีเทิร์น"
เอากระทู้ที่เกี่ยวข้องไปรวบรวมไว้ก็จะสะดวกในการค้นหาไม่น้อย
ส่วนมุมรีวิวแผ่นเสียง ก็อาจจะเพิ่มเติมวลีเข้าไปเช่น มุมรีวิว และแนะนำแผ่นเสียงที่น่า........อะไรก็ว่าไป เป็นต้น
เป็นอีกเสียง(เบาๆ)จากข้าพเจ้าครับผม
ขอบคุณครับ
-
ผมเคยใช้วิธีตัดไฟที่แอมป์ขณะที่ เครื่อง CD ยังเล่นแผ่นอยู่ จนเสียงเพลงมันจะค่อย ๆ เงียบหายไปเอง ไม่ทราบว่าวิธีนี้จะใช้ได้หรือเปล่า แล้วจะทำให้อะไรเสียหายหรือเปล่าครับ
[/quote]
สวัสดีครับ
ผมเคยใช้วิธีนี้อยู่ พอไปทำที่บ้านคุณมุมคนรักหลอด คุณมุมบอกว่าปิดเครื่องให้ลดโวลุ่มลงก่อนเดี๋ยวหลอดจะเสียเร็ว วิธีใช้หลอดไฟก็เคยใฃ้แต่อ่านเจอในเวบถึงรู้ว่าจะทำให้Cคลายประจุเร็วและเสียง่ายให้ใช้Rค่าน้อยวัตต์สูงช๊อต ตอนนี้แอมป์ที่ผมทำอยู่สังเกตว่าทุกครั้งที่ผมจะทำการเปลี่ยนอุปกรณ์บางอย่างผม ผมเอาRช๊อตเพื่อคลายประจุทีไร ดูเหมือนมันไม่มีไฟเหลือเลย มาดูวงจรที่ต่อไว้เดาเอาว่ามันมีตัวช่วยอยู่ ผมต่อวงจรอย่างนี้ ไฟเข้าไม่ต่อสวิทช์ต่อผ่านฟิวส์เข้าหม้อแปลงเลย ไฟออกจากหม้อแปลง 250-0-250 250.250เข้าหลอดเรคติจากหลอดเรคเข้าCแล้วต่อR(50โอห์ม10W)แล้วเข้าC Cตัวนี้ขั้วลบจะต่อกับสวิทข์ที่ต่อมาจาก0 จากCตัวที่สองก็ต่อเข้าLCRC เวลาเสียบไฟหลอดจะติดเลยแต่เครื่องยังไม่ทำงาน ต้องรอสักครู่หนื่งถึงเปิดสวิทช์ให้เครื่องทำงาน เวลาปิดก็ปิดสวิทข์ ไฟหลอดยังติดอยู่ เลิกเล่นก็ดึงปลั๊กออก ขี้เกียจใส่สวิทช์ ผมไม่รู้ว่าทำไมมันถึงไม่มีไฟค้างในCเลย ใครรู้ช่วยอธิบายหน่อย แต่ที่ใช้อยู่ก็ว่ามันดีแต่กลัวหลงทาง ถืงยังไงเวลาทำอะไรผมก็เอาRมาช๊อตก่อน กันไว้ก่อน
prepiag
-
;D ;D ประโยชน์ของ ขั้วต่อ พาวเวอร์ซัพพลายคอมยังมีอีกนะครับ
คุณ Mc ครับ จะถอดขั้วนี้ออกจากบล็อคอย่างไรครับ
-
ขั้วซัพพลายจะมีเขี้ยวเล็ก ๆ อยู่ด้านข้างเพื่อล๊อคเอาไว้ ใช้ ใขควงแบน ๆ เล็ก ๆ (แบบชุดใขนาฬิกา) หรือ ลวดแข็ง ๆ เส้นเล็ก ๆ ดันเขี้ยวให้เข้าไปด้านในก่อน จะดึงออกได้ครับ
-
ร่วมด้วยช่วยกันครับ :showoff (แต่เพื่อนๆหลายท่านคงทราบแล้ว) คือ ผมชอบลดไฟ DC แบบละเอียดด้วยคุณสมบัติ Diode คือมีไฟตกคล่อม 0.7 Voltและสามารถต่ออนุกรมกันก็ได้ครับก็บวกกันไปเรื่อยๆ อย่าลืมเลือก Diode ให้เหมาะสมก็ OKครับ
คุณ harn ครับ ขออนุญาติท้วงนิดหนึ่งครับ จริง ๆ Diode ชนิด ซิลิกอน จะมีแรงดันตกคล่อม 0.6 Volt นะครับ แต่เป็นถ้าเป็นชนิด เยอร์มันเนี่ยม Diode จะตกคล่อม 0.7 Volt ครับ ปัจจุบันนี้ Diode ชนิดเยอร์มันเนี่ยมไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว ตัวถังจะเป็นโลหะ ครับ
-
คุณ harn ครับ ขออนุญาติท้วงนิดหนึ่งครับ จริง ๆ Diode ชนิด ซิลิกอน จะมีแรงดันตกคล่อม 0.6 Volt นะครับ แต่เป็นถ้าเป็นชนิด เยอร์มันเนี่ยม Diode จะตกคล่อม 0.7 Volt ครับ ปัจจุบันนี้ Diode ชนิดเยอร์มันเนี่ยมไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว ตัวถังจะเป็นโลหะ ครับ
[/quote]
เยอร์มันเนี่ยม Diode แรงดันตกคร่อมน่าจะ 0.2 Volt ครับ
-
คุณ harn ครับ ขออนุญาติท้วงนิดหนึ่งครับ จริง ๆ Diode ชนิด ซิลิกอน จะมีแรงดันตกคล่อม 0.6 Volt นะครับ แต่เป็นถ้าเป็นชนิด เยอร์มันเนี่ยม Diode จะตกคล่อม 0.7 Volt ครับ ปัจจุบันนี้ Diode ชนิดเยอร์มันเนี่ยมไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว ตัวถังจะเป็นโลหะ ครับ
ลองหาๆใน Net ดูนะครับ
ขอบคุณครับ
http://www.google.co.th/search?hl=th&q=voltage+drop+silicon+diode+&btnG=%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2&meta= (http://www.google.co.th/search?hl=th&q=voltage+drop+silicon+diode+&btnG=%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2&meta=)
http://www.americanmicrosemi.com/tutorials/diode.htm (http://www.americanmicrosemi.com/tutorials/diode.htm)
-
คุณ harn ครับ ขออนุญาติท้วงนิดหนึ่งครับ จริง ๆ Diode ชนิด ซิลิกอน จะมีแรงดันตกคล่อม 0.6 Volt นะครับ แต่เป็นถ้าเป็นชนิด เยอร์มันเนี่ยม Diode จะตกคล่อม 0.7 Volt ครับ ปัจจุบันนี้ Diode ชนิดเยอร์มันเนี่ยมไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว ตัวถังจะเป็นโลหะ ครับ
เยอร์มันเนี่ยม Diode แรงดันตกคร่อมน่าจะ 0.2 Volt ครับ
[/quote]ถูกต้องครับผมจำผิด
-
ชอบ trick เรื่อง หม้อแปลง จ่าย ไฟสูง ของคุณ mac จริงๆ ครับ :clap แบบนี้ Y] ไม่ต้องไปรอ สั่งหม้อแปลงแล้ว c)
ขอบคุณมากๆ ครับ
-
เรื่องหม้อแปลงจ่ายไฟสูงของคุณ mac ใช้หม้อแปลง แอมป์ ต่างกันได้หรือเปล่าครับ
-
เรื่องหม้อแปลงจ่ายไฟสูงของคุณ mac ใช้หม้อแปลง แอมป์ ต่างกันได้หรือเปล่าครับ
;D ที่เคยลอง ลูกที่เล็กกว่า จะร้อนครับ แต่ขึ้นอยู่กับกระแสที่นำไปใช้ในวงจรด้วย ครับ
-
เทคนิคลดฮัมครับ... (ได้จริงอ่ะป่าว) :D
-
c) :clap O0
-
กระทู้ดีมากครับ...สำหรับผมหนักไปทางการใช้เครื่องมือวัด...ผีมือไม่เท่าไหร่เอาเครื่องวัดช่วยครับ..เช่นสโครบทำให้มองเห็รฮัม..เปลียบเทียบระหว่างจุด..ทำให้ทำงานง่ายขึ้น
-
จากที่ผมเคยโพสท์การใช้หม้อแปลง 2 ลูกมาต่อกันเพื่อเพิ่ม-ลดแรงดัน เราใช้วิธีเดิมครับ
ก่อนต่อกับหลอด ใช้มิเตอร์วัดแรงดันไฟเอ้าท์พุทหน่อยนะครับ เพื่อความมั่นใจว่าได้แรงดันเท่าใด
(ผมจำกระทู้ที่เคยโพสท์อธิบายการทำงานวงจรไม่ได้ใครเจอช่วยทำลิงคให้ทีครับ)
ไม่ทราบว่าใช่กระทู้นี้หรือเปล่าครับ คุณMc
http://www.htg2.net/index.php?topic=9388.msg75455#msg75455
:euro
-
:clap ใช่ครับ คุณ สิงห์ อุตส่าห์ไปหามาจนได้ จริง ๆ กระทู้นี้มันตกไปตั้งนานแล้วนะเนี่ย
-
ผีมือไม่เท่าไหร่เอาเครื่องวัดช่วยครับ..เช่นสโครบทำให้มองเห็รฮัม
;D วัดแถวบ้านผมไม่มีสโคปให้ยืมเลยครับ
:black_eye
-
ผีมือไม่เท่าไหร่เอาเครื่องวัดช่วยครับ..เช่นสโครบทำให้มองเห็รฮัม
;D วัดแถวบ้านผมไม่มีสโคปให้ยืมเลยครับ
:black_eye
หุ หุ
-
ผสม Rk ,Ck :headphone
http://aikenamps.com/RC-FHz.htm
-
Parallel opamp ครับ อิอิ :headphone
-
ขอผมเทคนิคเชยๆง่ายๆได้ผลดี...คือ
การใส่ตัวR ลงบน PCB ให้เรียงสีไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ง่ายในอ่านค่าการตรวจซ่อมแก้ไขคับ
-
ผมขอเสนอ Adepter socket ครับ นั่งทำ ประมาณชั่วโมงนึง ใครมีแท่น 6sn7 อยากลอง 12au7 หรือเบอร์ใกล้เคียง ลองแบบผมครับ ผมเจาะแท่นใหม่ไม่ค่อยเก่งเลยใช้วิธีนี้ นั่งฟังเพลงไป มองไปมองมาก็สวยดีนะ (เพราะเราทำเอง)...ที่สำคัญต่อขาให้ถูกนะครับ ไม่งั้นมีสิทธิ์หลอดพัง :)