HTG2.club

เส้นสายราคาแพง กว่าเครื่องเสียง ทฤษฏีนี้ จริงไหมครับ ถึงนักเล่น พี่ใหญ่ และนักเล

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Supot B

  • *****
    • กระทู้: 787
นั่งอ่านความเห็นของเพื่อนๆ  ผมว่าทุกอย่างมีความสัมพันธ์กัน  สูตรตายตัวผมมองว่าไม่น่าจะต้องยึดติดนักเอาเป็นประมาณการ
อยู่ที่ว่างบมาช่วงไหน  หากจะเริ่มครั้งแรก  ผมเห็นว่างบส่วนมากควรลงที่อุปกรณ์หลัก   ส่วนที่เหลือค่อยลงกับเส้นสาย
แต่หากมีชุดหลักที่ดีอยู่แล้วแบบนี้อยู่ที่งบประมาณของแต่ละคน หากยังไม่ได้คิดจะชยับขยายชุด  แบบนี้คงต้องหาทางลงกับเส้นสายที่ดีตามงบ
เพื่อให้ได้อะไรเพิ่มตามงบที่มี  ตรงนี้หากเราสามารถจัดทำได้ในงบที่ประหยัดเป็นอะไรที่น่าดีใจภูมิใจ  แต่หากลงแบบหนักๆแพงๆก็
ไม่ต้องท้อครับเส้นสายที่ดีจะอยู่กับเราไปอีกนานไม่ว่าเราจะเปลี่ยนชุดใหม่  ตรงจุดนี้ไม่ต้องกังวลว่าสายจะแพงกว่าชุดหรือไม่
เกินอัตราส่วนที่ว่ากันไหม เพราะหากยึดตายตัวหาสายในงบที่ว่ามาใช้แล้วไม่ถูกใจแบบนี้คงไม่มีความสุข  สำหรับผมหากไม่คิด
ขยับชุดก็จะเลือกเส้นสายทีดีเท่าที่เราวางงบไว้และถูกใจมากที่สุด  ไม่เคยคิดว่าสายแพงกว่าเครื่องหรือเปล่า  คิดอย่างเดียวว่า
จะถูกหูหรือเป็นไปตามที่เราอยากได้หรือไม่  ถูกหูแล้วมีงบพอ  จ่ายเถอะครับอย่าให้เงินเป็นนายเรา ใช้มันซื้อความสุขบ้าง
หากเครื่องเสียงพอใช้ได้   แปลกแต่จริงเปลี่ยนสายดีๆระดับพอสมควรได้เสียงที่ดี.....บางทีเหมือนกับเปลี่ยนชุดใหม่ทีเดียว
หากฟังไม่ออกจะถือว่าโชคดีมากเพราะไม่เปลืองตังค์ครับ    :headphone

 O0 O0 O0 ครับพี่ KJ  :yes
- Luxkit A3000 Mono Block
-CD Sony CDP-R3
-Turntable Pioneer PL 50Lii
-ลำโพง Altec A7



ออฟไลน์ KJ

  • สมาชิกอาวุโส
  • *****
    • กระทู้: 793
นั่งอ่านความเห็นของเพื่อนๆ  ผมว่าทุกอย่างมีความสัมพันธ์กัน  สูตรตายตัวผมมองว่าไม่น่าจะต้องยึดติดนักเอาเป็นประมาณการ
อยู่ที่ว่างบมาช่วงไหน  หากจะเริ่มครั้งแรก  ผมเห็นว่างบส่วนมากควรลงที่อุปกรณ์หลัก   ส่วนที่เหลือค่อยลงกับเส้นสาย
แต่หากมีชุดหลักที่ดีอยู่แล้วแบบนี้อยู่ที่งบประมาณของแต่ละคน หากยังไม่ได้คิดจะชยับขยายชุด  แบบนี้คงต้องหาทางลงกับเส้นสายที่ดีตามงบ
เพื่อให้ได้อะไรเพิ่มตามงบที่มี  ตรงนี้หากเราสามารถจัดทำได้ในงบที่ประหยัดเป็นอะไรที่น่าดีใจภูมิใจ  แต่หากลงแบบหนักๆแพงๆก็
ไม่ต้องท้อครับเส้นสายที่ดีจะอยู่กับเราไปอีกนานไม่ว่าเราจะเปลี่ยนชุดใหม่  ตรงจุดนี้ไม่ต้องกังวลว่าสายจะแพงกว่าชุดหรือไม่
เกินอัตราส่วนที่ว่ากันไหม เพราะหากยึดตายตัวหาสายในงบที่ว่ามาใช้แล้วไม่ถูกใจแบบนี้คงไม่มีความสุข  สำหรับผมหากไม่คิด
ขยับชุดก็จะเลือกเส้นสายทีดีเท่าที่เราวางงบไว้และถูกใจมากที่สุด  ไม่เคยคิดว่าสายแพงกว่าเครื่องหรือเปล่า  คิดอย่างเดียวว่า
จะถูกหูหรือเป็นไปตามที่เราอยากได้หรือไม่  ถูกหูแล้วมีงบพอ  จ่ายเถอะครับอย่าให้เงินเป็นนายเรา ใช้มันซื้อความสุขบ้าง
หากเครื่องเสียงพอใช้ได้   แปลกแต่จริงเปลี่ยนสายดีๆระดับพอสมควรได้เสียงที่ดี.....บางทีเหมือนกับเปลี่ยนชุดใหม่ทีเดียว
หากฟังไม่ออกจะถือว่าโชคดีมากเพราะไม่เปลืองตังค์ครับ    :headphone


ออฟไลน์ pon02829

  • *****
    • กระทู้: 792
    • เพศ:ชาย
เป็นเพราะของคุณภาพปกติ กับ ดี และ ดีเลิศ
ราคาต่างกันเกินไป ครับ
ทำให้การกระโดดจาก ปกติไปดี จากดีไป ดีเลิศ
ต้องใช้งบประมาณครับ

อย่าหลงว่าฟังเพลง หรือ ฟังเครื่อง
ดูหนัง หรือ ดูเครื่อง

ทุกๆท่านในนี้ที่ใช้ฃุดละล้าน หลายล้าน
ผมก็เห็นมีความสุขกับการได้ ดูหนัง ฟังเพลง ทั้งนั้น
จะจ่ายกี่ล้าน อย่าได้แคร์ ถ้าไม่เดือดร้อน
และได้ใช้ได้ฟัง อย่างคุ้มค่า

CD แผ่นละ 100 ถ้าซื้อมาแล้วไม่ได้ฟัง ผมถือว่า แพงมาก นะครับ
แต่กับ CD แผ่นละ 1000 ฟัง ได้บ่อยๆ ฟังหลายๆปี มันคุ้มค่ากว่ามากครับ

สรุปจ่ายเท่าไหร่ไม่ว่า...ใช้คุ้มหรือเปล่า เป็นประเด็นมากกว่า สำหรับผม  ;D


โชคดีครับ

 O0 O0 O0


ออฟไลน์ satang

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Super Star
  • *****
    • กระทู้: 1,017
เป็นเพราะของคุณภาพปกติ กับ ดี และ ดีเลิศ
ราคาต่างกันเกินไป ครับ
ทำให้การกระโดดจาก ปกติไปดี จากดีไป ดีเลิศ
ต้องใช้งบประมาณครับ

อย่าหลงว่าฟังเพลง หรือ ฟังเครื่อง
ดูหนัง หรือ ดูเครื่อง

ทุกๆท่านในนี้ที่ใช้ฃุดละล้าน หลายล้าน
ผมก็เห็นมีความสุขกับการได้ ดูหนัง ฟังเพลง ทั้งนั้น
จะจ่ายกี่ล้าน อย่าได้แคร์ ถ้าไม่เดือดร้อน
และได้ใช้ได้ฟัง อย่างคุ้มค่า

CD แผ่นละ 100 ถ้าซื้อมาแล้วไม่ได้ฟัง ผมถือว่า แพงมาก นะครับ
แต่กับ CD แผ่นละ 1000 ฟัง ได้บ่อยๆ ฟังหลายๆปี มันคุ้มค่ากว่ามากครับ

สรุปจ่ายเท่าไหร่ไม่ว่า...ใช้คุ้มหรือเปล่า เป็นประเด็นมากกว่า สำหรับผม  ;D


โชคดีครับ


ออฟไลน์ top

  • **
    • กระทู้: 51
    • เพศ:ชาย
ขออนุญาตยกความเห็น2ตัวอย่างนะครับ
ในงานBAVที่เพิ่งผ่านไป ใช้b&w802diamond(1ล้าน) กับสายaudio consultant(1หมื่น) ฟังแล้วผมก็ว่าเป็นเสียงจากลำโพงประมาณนี้
แต่งานสัมมนา computer audiophileโดยนิตยสารaudiophile ใช้vivid1.5(3แสน)กับสายodin(หลักล้าน) ผมก็ว่าเป็นเสียงจากลำโพงประมาณนี้
ผมและเพื่อนที่ไปด้วยกันใช้สายลำโพงmitธรรมดากับลำโพงที่เกรดเหนือกว่าvivd1.5    ก็ไม่รู้สึกว่าvivd+ odinดีกว่า (อยากพูกให้ชัดกว่านี้ครับ)
เอาเป็นว่า ถ้าdecoเอง เอาavalon indraกับสายnordost frey ทุกคนในงานคงhappyกว่านี้มาก

ผมไม่มีงบประมาณเปลี่ยนบ่อยๆ จะซื้ออะไรก็ต้องขอฟังครับ เชื่อหูเราเองดีกว่า
ล่าสุด ผมขอdealer ยืมแอมป์ไปทดสอบที่บ้าน 3ตัวรวมกับตัวเดิม รวมเป็นร้อยชั่วโมง  ถึงกล้าจะบอกว่าชอบอันไหนมากกว่ากันแน่ๆและเลือกเก็บไว้ใช้

โดยส่วนตัว ผมเรียงความสำคัญและงบประมาณตามความยากง่ายที่ตัวผมฟังออก คร่าวๆดังนี้นะครับ (blind+abx testง่ายมากครับ)
1 ห้อง อคูสติก set-up system-matching (ไม่ค่อยมีใครจ่ายค่าset-up และcalibrateครั้งละหมื่น แต่ซื้อสาย2-3แสนกันได้ง่ายๆ)
2และ 3  แอมป์ และ ลำโพง (ลำโพงฟังออกง่ายกว่ามากในเบื้องต้น แต่ampให้ความรู้สึกลึกๆชัดเจนในระยะยาวมากกว่าครับ)
4 front end  (ถ้าเป็นดิจิตอล ต้องทำใจนะครับ ของ3หมื่นวันนี้พัฒนาคุณภาพวิ่งไปชนกับแสนกว่า5ปีก่อน  --ผมเทียบsacd oppo 83seกับ marantz11s1)
5 สายสัญญาณ ระบบไฟ และแอคเซสซอรีต่างๆ (สำหรับผมงบพอประมาณเท่าที่รู้สึกว่าไม่เป็นจุดด้อยของระบบ เน้นmatching หรือฟังออกชัดเจนจริงๆ--โชคดีที่มีไม่บ่อย :))
กระเป๋าใครต้องคิดเองครับ แต่อะไรที่มันscientific ควรเอาไว้หน้า voodoo +อุปปาทานนะครับ

ในห้องเดียวกันที่ขนาดพอควร      ปิดไฟมืดๆ  เอาd80ใส่สาย audioquestพื้นๆ เสียงดีกว่า proac studio140ใส่สายมหาเทพแน่ๆครับ
ผมคิดว่าคนทำสายodinหรือvahalla เขาคงก็มาใช้กับลำโพงเกรดพวก wilson sashaหรือ maxx3เป็นอย่างต่ำ (แต่คงเท่ดีถ้าคนไทยเอาไปใช้กับwharfedale diamond 10.1)

เคยมีพ่อค้าให้ลองสาย6หลักต่อชุดเทียบกับสายราคา1ใน5  บอกจริงๆครับว่าต้องนั่งฟังอยู่นานถึงจะบอกความรู้สึกได้ เอาออกก็ไม่ทุรนทุรายแต่ประการใด
แต่พอเปลี่ยนเขาลำโพงจาก w/p 7 เป็น maxx2 ยืนอยู่หน้าร้านยังรู้เลยครับ    lสรุปวันนั้น จ่ายลำโพงแพงสุดเท่าที่จ่ายได้ สายเอาค่อนข้างถูกไว้ก่อน

เครื่องเสียงhi-endเหมือนสิ่งต่างๆครับ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะมีdiminishing returnของมันแบบจ่ายเพิ่ม100%ได้เพิ่ม15%
จ่ายอะไรเท่าไรก็ขอให้หูเราฟังออกเองมากที่สุด  เงินทองใช้ประโยชน์ได้อีกหลายสถาน
จ่ายมากๆแล้ว เสียงไม่ดี  พาลจะไม่เป็นสุขกับhobbyนี้นะครับ

อนึ่ง ผมเป็นมือใหม่ ความเห็นมิใช่ความรู้ ผิดพลาดขออภัยด้วย
happy listening ครับ..........   


 O0 O0 O0  +1000000 อธิบายได้ตรงใจเลยครับ   ถ่อมตัวมากท่าน..แบบนี้ไม่มือใหม่แล้ว

   ตั้งแต่เล่นมาไม่เเคยคิดจะใช้สายสัญญาณ สายไฟ มายกระดับชุุดที่เรามี ให้ดีขึ้นแบบ....หน้ามือเป็นหลังมือ.... ไม่เคยเลย
 เท่าที่เห็นวิธีนี้มีแต่หลุดออกจากคีย์บอร์ดพ่อค้าทั้งนั้น  :nonono
สายไม่ได้ช่วยเปลี่ยนเครื่องเปลียนเสียง ให้แตกต่างได้มากๆ อย่างที่บรรยายกันหรอกครับ :yucky

ตัวอย่างว่าเอาสายไฟเส้นละแสนมาใช้กะรีซีฟเวอร์นี่ ....แล้วยังสายสัญญาณ สายลำโพงอีก คงหลักแสนด้วย
แถมพรีเซนเตอร์ที่นายห้างร้านใหญ่ยกมาอ้าง ถ้้าใครรู้จักก็คงจะเข้าใจ   :whistling


       
++++++น่าคิดนะครับ  ....
   ผมเชื่อว่าถ้าใช้สายแพงๆแล้วมันจะดีขึ้นจริง แต่ไม่เอาดีกว่า
 ยังไงผมก็ขอใช้สูตรเดิมๆก่อนละกันขอไม่เกิน 20-30%
           


ออฟไลน์ พี่เอ

  • ****
    • กระทู้: 301
ขออนุญาตยกความเห็น2ตัวอย่างนะครับ
ในงานBAVที่เพิ่งผ่านไป ใช้b&w802diamond(1ล้าน) กับสายaudio consultant(1หมื่น) ฟังแล้วผมก็ว่าเป็นเสียงจากลำโพงประมาณนี้
แต่งานสัมมนา computer audiophileโดยนิตยสารaudiophile ใช้vivid1.5(3แสน)กับสายodin(หลักล้าน) ผมก็ว่าเป็นเสียงจากลำโพงประมาณนี้
ผมและเพื่อนที่ไปด้วยกันใช้สายลำโพงmitธรรมดากับลำโพงที่เกรดเหนือกว่าvivd1.5    ก็ไม่รู้สึกว่าvivd+ odinดีกว่า (อยากพูกให้ชัดกว่านี้ครับ)
เอาเป็นว่า ถ้าdecoเอง เอาavalon indraกับสายnordost frey ทุกคนในงานคงhappyกว่านี้มาก

ผมไม่มีงบประมาณเปลี่ยนบ่อยๆ จะซื้ออะไรก็ต้องขอฟังครับ เชื่อหูเราเองดีกว่า
ล่าสุด ผมขอdealer ยืมแอมป์ไปทดสอบที่บ้าน 3ตัวรวมกับตัวเดิม รวมเป็นร้อยชั่วโมง  ถึงกล้าจะบอกว่าชอบอันไหนมากกว่ากันแน่ๆและเลือกเก็บไว้ใช้

โดยส่วนตัว ผมเรียงความสำคัญและงบประมาณตามความยากง่ายที่ตัวผมฟังออก คร่าวๆดังนี้นะครับ (blind+abx testง่ายมากครับ)
1 ห้อง อคูสติก set-up system-matching (ไม่ค่อยมีใครจ่ายค่าset-up และcalibrateครั้งละหมื่น แต่ซื้อสาย2-3แสนกันได้ง่ายๆ)
2และ 3  แอมป์ และ ลำโพง (ลำโพงฟังออกง่ายกว่ามากในเบื้องต้น แต่ampให้ความรู้สึกลึกๆชัดเจนในระยะยาวมากกว่าครับ)
4 front end  (ถ้าเป็นดิจิตอล ต้องทำใจนะครับ ของ3หมื่นวันนี้พัฒนาคุณภาพวิ่งไปชนกับแสนกว่า5ปีก่อน  --ผมเทียบsacd oppo 83seกับ marantz11s1)
5 สายสัญญาณ ระบบไฟ และแอคเซสซอรีต่างๆ (สำหรับผมงบพอประมาณเท่าที่รู้สึกว่าไม่เป็นจุดด้อยของระบบ เน้นmatching หรือฟังออกชัดเจนจริงๆ--โชคดีที่มีไม่บ่อย :))
กระเป๋าใครต้องคิดเองครับ แต่อะไรที่มันscientific ควรเอาไว้หน้า voodoo +อุปปาทานนะครับ

ในห้องเดียวกันที่ขนาดพอควร      ปิดไฟมืดๆ  เอาd80ใส่สาย audioquestพื้นๆ เสียงดีกว่า proac studio140ใส่สายมหาเทพแน่ๆครับ
ผมคิดว่าคนทำสายodinหรือvahalla เขาคงก็มาใช้กับลำโพงเกรดพวก wilson sashaหรือ maxx3เป็นอย่างต่ำ (แต่คงเท่ดีถ้าคนไทยเอาไปใช้กับwharfedale diamond 10.1)

เคยมีพ่อค้าให้ลองสาย6หลักต่อชุดเทียบกับสายราคา1ใน5  บอกจริงๆครับว่าต้องนั่งฟังอยู่นานถึงจะบอกความรู้สึกได้ เอาออกก็ไม่ทุรนทุรายแต่ประการใด
แต่พอเปลี่ยนเขาลำโพงจาก w/p 7 เป็น maxx2 ยืนอยู่หน้าร้านยังรู้เลยครับ    lสรุปวันนั้น จ่ายลำโพงแพงสุดเท่าที่จ่ายได้ สายเอาค่อนข้างถูกไว้ก่อน

เครื่องเสียงhi-endเหมือนสิ่งต่างๆครับ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะมีdiminishing returnของมันแบบจ่ายเพิ่ม100%ได้เพิ่ม15%
จ่ายอะไรเท่าไรก็ขอให้หูเราฟังออกเองมากที่สุด  เงินทองใช้ประโยชน์ได้อีกหลายสถาน
จ่ายมากๆแล้ว เสียงไม่ดี  พาลจะไม่เป็นสุขกับhobbyนี้นะครับ

อนึ่ง ผมเป็นมือใหม่ ความเห็นมิใช่ความรู้ ผิดพลาดขออภัยด้วย
happy listening ครับ..........   


 O0 O0 O0  +1000000 อธิบายได้ตรงใจเลยครับ   ถ่อมตัวมากท่าน..แบบนี้ไม่มือใหม่แล้ว

   ตั้งแต่เล่นมาไม่เเคยคิดจะใช้สายสัญญาณ สายไฟ มายกระดับชุุดที่เรามี ให้ดีขึ้นแบบ....หน้ามือเป็นหลังมือ.... ไม่เคยเลย
 เท่าที่เห็นวิธีนี้มีแต่หลุดออกจากคีย์บอร์ดพ่อค้าทั้งนั้น  :nonono
สายไม่ได้ช่วยเปลี่ยนเครื่องเปลียนเสียง ให้แตกต่างได้มากๆ อย่างที่บรรยายกันหรอกครับ :yucky

ตัวอย่างว่าเอาสายไฟเส้นละแสนมาใช้กะรีซีฟเวอร์นี่ ....แล้วยังสายสัญญาณ สายลำโพงอีก คงหลักแสนด้วย
แถมพรีเซนเตอร์ที่นายห้างร้านใหญ่ยกมาอ้าง ถ้้าใครรู้จักก็คงจะเข้าใจ   :whistling


       
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 ตุลาคม, 2010, 09:53:44 am โดย พี่เอ »
ข้อมูลส่วนตั้วส่วนตัว
http://www.htg2.net/index.php?topic=52334.0


ออฟไลน์ บัว

  • ***
    • กระทู้: 114
    • เพศ:ชาย
  • ดูจิตตัวเองให้ทัน
ตามหัวข้อกระทู้อาจจะจริงครับผม
"หาความจริงในสิ่งที่ไม่จริงชาตินี้ก็หาไม่เจอ"

ที่อยู่ http://www.htg2.net/index.php?topic=40376.0


ออฟไลน์ Old Tube

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,295
 :) นกน้อยสร้างแต่พอตัว......รูป รส กลิ่น เสียง มีไม่อะไรคงทนจริงๆ... แม้แต่หู ที่ว่าแน่...ยังแพ้วัย... นับวันยิ่งด้วยชราภาพ ยิ่งด้อยประสิทธิภาพ ....  :giveup
oldtube
นายอุกฤษ เหมพิจิตร
184 อาคารฟอรั่ม ทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง แขวงห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
 tel.084-677-3599


ออฟไลน์ nuummie

  • *****
    • กระทู้: 850
ลองอ่านดูเรื่อง Blind test นะครับ  ผู้ร่วมทดสอบล้วนมีประสพการณ์ฟังเครื่องเสียง High end  ผลออกมาน่าสนใจครับ

http://www.matrixhifi.com/ENG_contenedor_ppec.htm

วิธีการทำ Blind test

http://www.matrixhifi.com/ENG_contenedor_metodologia1.htm

และวิทยาศาสตร์เรื่องสายลำโพง 

http://www.matrixhifi.com/ENG_verdadcables.htm

มุมมองเกี่ยวกับสายต่างๆของนาย Roger Russell อดีต Director of Acoustic Research ของเครื่องเสียง McIntosh

http://www.roger-russell.com/wire/wire.htm

สุดท้ายไม่แน่ใจ Nordorst OEM จากเจ้านี้หรือไม่ครับ  เพราะวัสดุ โครงสร้าง  เทคโนโลยีคล้ายกันครับ

http://www.tempflex.com/products


 :D :D :D
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 ตุลาคม, 2010, 10:26:30 pm โดย nuummie »


ออฟไลน์ novice1

  • *
    • กระทู้: 33
ขออนุญาตยกความเห็น2ตัวอย่างนะครับ
ในงานBAVที่เพิ่งผ่านไป ใช้b&w802diamond(1ล้าน) กับสายaudio consultant(1หมื่น) ฟังแล้วผมก็ว่าเป็นเสียงจากลำโพงประมาณนี้
แต่งานสัมมนา computer audiophileโดยนิตยสารaudiophile ใช้vivid1.5(3แสน)กับสายodin(หลักล้าน) ผมก็ว่าเป็นเสียงจากลำโพงประมาณนี้
ผมและเพื่อนที่ไปด้วยกันใช้สายลำโพงmitธรรมดากับลำโพงที่เกรดเหนือกว่าvivd1.5    ก็ไม่รู้สึกว่าvivd+ odinดีกว่า (อยากพูกให้ชัดกว่านี้ครับ)
เอาเป็นว่า ถ้าdecoเอง เอาavalon indraกับสายnordost frey ทุกคนในงานคงhappyกว่านี้มาก

ผมไม่มีงบประมาณเปลี่ยนบ่อยๆ จะซื้ออะไรก็ต้องขอฟังครับ เชื่อหูเราเองดีกว่า
ล่าสุด ผมขอdealer ยืมแอมป์ไปทดสอบที่บ้าน 3ตัวรวมกับตัวเดิม รวมเป็นร้อยชั่วโมง  ถึงกล้าจะบอกว่าชอบอันไหนมากกว่ากันแน่ๆและเลือกเก็บไว้ใช้

โดยส่วนตัว ผมเรียงความสำคัญและงบประมาณตามความยากง่ายที่ตัวผมฟังออก คร่าวๆดังนี้นะครับ (blind+abx testง่ายมากครับ)
1 ห้อง อคูสติก set-up system-matching (ไม่ค่อยมีใครจ่ายค่าset-up และcalibrateครั้งละหมื่น แต่ซื้อสาย2-3แสนกันได้ง่ายๆ)
2และ 3  แอมป์ และ ลำโพง (ลำโพงฟังออกง่ายกว่ามากในเบื้องต้น แต่ampให้ความรู้สึกลึกๆชัดเจนในระยะยาวมากกว่าครับ)
4 front end  (ถ้าเป็นดิจิตอล ต้องทำใจนะครับ ของ3หมื่นวันนี้พัฒนาคุณภาพวิ่งไปชนกับแสนกว่า5ปีก่อน  --ผมเทียบsacd oppo 83seกับ marantz11s1)
5 สายสัญญาณ ระบบไฟ และแอคเซสซอรีต่างๆ (สำหรับผมงบพอประมาณเท่าที่รู้สึกว่าไม่เป็นจุดด้อยของระบบ เน้นmatching หรือฟังออกชัดเจนจริงๆ--โชคดีที่มีไม่บ่อย :))
กระเป๋าใครต้องคิดเองครับ แต่อะไรที่มันscientific ควรเอาไว้หน้า voodoo +อุปปาทานนะครับ

ในห้องเดียวกันที่ขนาดพอควร      ปิดไฟมืดๆ  เอาd80ใส่สาย audioquestพื้นๆ เสียงดีกว่า proac studio140ใส่สายมหาเทพแน่ๆครับ
ผมคิดว่าคนทำสายodinหรือvahalla เขาคงก็มาใช้กับลำโพงเกรดพวก wilson sashaหรือ maxx3เป็นอย่างต่ำ (แต่คงเท่ดีถ้าคนไทยเอาไปใช้กับwharfedale diamond 10.1)

เคยมีพ่อค้าให้ลองสาย6หลักต่อชุดเทียบกับสายราคา1ใน5  บอกจริงๆครับว่าต้องนั่งฟังอยู่นานถึงจะบอกความรู้สึกได้ เอาออกก็ไม่ทุรนทุรายแต่ประการใด
แต่พอเปลี่ยนเขาลำโพงจาก w/p 7 เป็น maxx2 ยืนอยู่หน้าร้านยังรู้เลยครับ    lสรุปวันนั้น จ่ายลำโพงแพงสุดเท่าที่จ่ายได้ สายเอาค่อนข้างถูกไว้ก่อน

เครื่องเสียงhi-endเหมือนสิ่งต่างๆครับ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะมีdiminishing returnของมันแบบจ่ายเพิ่ม100%ได้เพิ่ม15%
จ่ายอะไรเท่าไรก็ขอให้หูเราฟังออกเองมากที่สุด  เงินทองใช้ประโยชน์ได้อีกหลายสถาน
จ่ายมากๆแล้ว เสียงไม่ดี  พาลจะไม่เป็นสุขกับhobbyนี้นะครับ

อนึ่ง ผมเป็นมือใหม่ ความเห็นมิใช่ความรู้ ผิดพลาดขออภัยด้วย
happy listening ครับ..........   


ออฟไลน์ Bohonnet

  • ****
    • กระทู้: 268
เล่นให้สบาย ๆ ชิว ๆ มีความสุขมาก ๆ ดีกว่าครับ  ทีสำคัญคืออย่าอยากมากเกินจนกลัดกลุ้มใจเพราะผมว่ามันไม่ใช่วิถีครับ  เล่นเครื่องเสียงต้อง สุข สนุก มัน เท่านั้น  ถ้าเล่นแล้วทุกข์ผมว่าผิดทางครับ

เห็นด้วยครับ...   
ผมยังจำความรู้สึกตอนหาเครื่องเสียงชุดแรกได้ว่าเราซื้อมาใช้งานเพื่อความเพลิดเพลิน ผ่อนคลาย
แต่ไหนๆหลวมตัว...เลือกเดินเส้นทางนี้แล้วก็พยายามเตือนตัวเองอยู่เสมอ...
สบายๆ ชิวๆ เพราะสุดท้ายแล้วมันก็แค่ hobby เอาเท่าที่ไม่ทำให้เราเครียดก็พอครับ
O0 O0 O0 O0 O0
เห็นด้วยกับพี่ๆทั้งสองครับ


ออฟไลน์ MezzoBello

  • ***
    • กระทู้: 133
เล่นให้สบาย ๆ ชิว ๆ มีความสุขมาก ๆ ดีกว่าครับ  ทีสำคัญคืออย่าอยากมากเกินจนกลัดกลุ้มใจเพราะผมว่ามันไม่ใช่วิถีครับ  เล่นเครื่องเสียงต้อง สุข สนุก มัน เท่านั้น  ถ้าเล่นแล้วทุกข์ผมว่าผิดทางครับ

เห็นด้วยครับ...   
ผมยังจำความรู้สึกตอนหาเครื่องเสียงชุดแรกได้ว่าเราซื้อมาใช้งานเพื่อความเพลิดเพลิน ผ่อนคลาย
แต่ไหนๆหลวมตัว...เลือกเดินเส้นทางนี้แล้วก็พยายามเตือนตัวเองอยู่เสมอ...
สบายๆ ชิวๆ เพราะสุดท้ายแล้วมันก็แค่ hobby เอาเท่าที่ไม่ทำให้เราเครียดก็พอครับ


ออฟไลน์ ไพรัช

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,401
  :clap
เรื่องห้องและ acoustic ของห้องเนี่ย  คงไม่ต้องนำมาคุยแล้วล่ะครับ  มันเป็น first priority เลยที่ต้องมี ห้องดีมีชัยไปเกินครึ่งอีก  หลังจากนั้นก็เครื่องในสไตล์ที่ชอบและในงบประมาณ  แล้วค่อยมาสายไฟ สายสัญญาณ สายลำโพง สาย hdmi สายกราวน์  ตู้ไฟ เบรคเกอร์ ฟิวส์ ต่าง ๆ ตามมา  งบประมาณเป็นอีกเรื่องที่ค่อย ๆ ไปสะสมครับ  พอมีแล้วก็ค่อย ๆ มาจัดการค่อย ๆ ซื้อทีละอย่างสองอย่างก็ได้  หาสอยมือสองในเวบเราหรือเวบอื่น ๆ ก็มีมากมาย  เล่นให้สบาย ๆ ชิว ๆ มีความสุขมาก ๆ ดีกว่าครับ  ทีสำคัญคืออย่าอยากมากเกินจนกลัดกลุ้มใจเพราะผมว่ามันไม่ใช่วิถีครับ  เล่นเครื่องเสียงต้อง สุข สนุก มัน เท่านั้น  ถ้าเล่นแล้วทุกข์ผมว่าผิดทางครับ
:clap  :clap  O0  O0


ออฟไลน์ หมอทีเจ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
    • กระทู้: 5,369
เรื่องห้องและ acoustic ของห้องเนี่ย  คงไม่ต้องนำมาคุยแล้วล่ะครับ  มันเป็น first priority เลยที่ต้องมี ห้องดีมีชัยไปเกินครึ่งอีก  หลังจากนั้นก็เครื่องในสไตล์ที่ชอบและในงบประมาณ  แล้วค่อยมาสายไฟ สายสัญญาณ สายลำโพง สาย hdmi สายกราวน์  ตู้ไฟ เบรคเกอร์ ฟิวส์ ต่าง ๆ ตามมา  งบประมาณเป็นอีกเรื่องที่ค่อย ๆ ไปสะสมครับ  พอมีแล้วก็ค่อย ๆ มาจัดการค่อย ๆ ซื้อทีละอย่างสองอย่างก็ได้  หาสอยมือสองในเวบเราหรือเวบอื่น ๆ ก็มีมากมาย  เล่นให้สบาย ๆ ชิว ๆ มีความสุขมาก ๆ ดีกว่าครับ  ทีสำคัญคืออย่าอยากมากเกินจนกลัดกลุ้มใจเพราะผมว่ามันไม่ใช่วิถีครับ  เล่นเครื่องเสียงต้อง สุข สนุก มัน เท่านั้น  ถ้าเล่นแล้วทุกข์ผมว่าผิดทางครับ


ออฟไลน์ klao

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,304
ถ้าผมจบกับการดูแลเรื่อง acoustics ของห้อง และได้อุปกรณ์หลักที่ถูกใจและนิ่ง ๆ แล้ว หากมีงบประมาณเหลือ ๆ หรืออยากอัพซื้อสายแพงแล้วตัวเองชอบมากกว่าสายเดิมที่ถูกกว่า ฟังแล้วมีความสุขซะอย่าง ก็คงทำล่ะครับ  

การกำหนดน้ำหนักสัดส่วนของงบฯ สำหรับเส้นสายหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในชุด หรือแม้แต่งบฯ ในการเล่น hobby อะไรซักอย่างในชีวิต พิจารณา guideline อันพอเหมาะพอควรของคนที่เขามีประสบการณ์แนะไว้ ก็ไม่เสียหลายหรอกครับ แต่สุดท้าย กระเป๋าใครกระเป๋ามัน ฮิ ฮิ :headphone

เหมือนอะไรล่ะ ถ้ามีคนเอารูป อ.ถวัลย์ หรือ อ.เฉลิมชัย มาให้ผมซื้อในราคาลด 50% จากราคาทั่วไป ผมก็คงไม่ซื้อมาติดบ้านเพราะไม่ถูกกิเลส (จริง ๆ แล้วลดขนาดนั้นก็คงยังไม่มีปํญญาซื้อ) แต่ถ้าพอมีเงินอยู่บ้าง แล้วไปประมูลรูปเขียนของนาย ก. ไก่ ศิลปินโนเนม ได้มาในราคาแพงกว่าชาวบ้านเขาหน่อย แต่ติดในห้องตัวเองแล้วใช่ ดูแล้วมีความสุข ใครจะว่า โหยแพง ไม่สวย ไม่ดัง ฯลฯ ก็นานาจิตตังครับ รับฟังไว้ด้วยความเคารพ เก็บไว้ศึกษาและพิจารณาดูเอง เรื่องของเรื่องคือ ซื้อรูปมาติดแล้ว ดันติดที่ ๆ เห็นไม่ชัด ที่ ๆ เดินผ่านไปมาแล้วเห็นแว้บ ๆ หรือไม่มีแสงสว่างไม่พอเหมาะ ก็จบกัน



ออฟไลน์ Bohonnet

  • ****
    • กระทู้: 268
ซื้อไปไม่ลำบากใครเงินเราความสุขเราครับ  สมัยก่อนเคยไม่เชื่อเลย และเป็นอีกคนที่อยู่ในพวกที่เคยคิดว่า มีเงินไม่พอต้อง...ด้วย (ตอนนี้ก็เข้าพวกเริ่มโดนเพื่อนว่าโง่แล้วเหมือนกัน)   ไม่เชื่อว่า สายลำโพง สายสัญญาณ สายไฟ HDMI จะมีผล

แต่คนเราอ่านที่คนอื่นโฟสแล้วเชื่อไหม  (เป็นพวกโง่ตามคนอื่น)
ลองเองแล้วเชื่อไหม  (อุปทาน)
ไม่ได้ลองแล้วไม่เชื่อ  (อยู่ในกะลา)

คือผมอ่านกระทู้ที่เกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ จะได้เห็นการเถียงประมาณนี้เรื่อยๆ  ส่วนตัวผมเอง ผมลองเอง เชื่อเอง อุปทานไหม ขอพูดจิงว่า สายไฟที่ซื้อมาลองเส้นแลกจากเอวีเบสบายเนื่องจากราคาไม่แพงมาก อยากรู้ว่ามันส่งผลจิงไหม แต่ไม่เชื่อว่าได้ผลจิง ฉะนั้นซื้อมาลองเอง
ผลคือ ฟังไม่ออกครับ พูดตามตรง เอามาต่อกับ DAC Zhaolu ฟังไม่ออก  ไม่เห็นอะไรเปลี่ยน แต่ซื้อมาแล้วหนิ ก็เสียบต่อไป ผ่านไปสักหลายเดือน มีความจำเป็นต้องย้ายที่วางเลยถอดออก ตอนต่อกลับเลยเอาสายแถมเส้นเดิม ต่อไป เพราะคิดว่าฟังไม่ออกเหมือนกันแหละ  แต่เสียงที่ได้มันแปลกๆ งงๆ คิดเลยว่าเกิดไรขึ้นเนี่ย เสียงทำไมเป็นแบบนี้   ทนฟังอยู่อาทิต สองอาทิต เลยลองเอาสายไฟเอวีเบสบายเส้นที่ว่าเสียบกลับเข้าไป  คราวนี้ถึงบางอ้อ เลย  มันมีผลจริงๆแฮะ   "เราฟังออก"  เลยส่งผลให้เสียเงินเรื่อยมา :cry2

สายอาร์ซีเอ อันนี้ ก่อนสายไฟอีกครับ  ไม่เชื่อเช่นกันแต่ยังคิดว่าน่าจะมีผลบ้าง(แต่สายไฟนี่ไม่เชื่อเลย ณ เวลานั้น) พี่ชายไปซื้อสาย Kimber Hero มา แล้วเอามาให้ลอง  ก็โอเค เอามาให้ลองก็ลอง  เปลี่ยนเข้าไป ก็รู้เรื่องเช่นกัน  กลับว่าอุปทาน เพราะไม่ค่อยมีประสบการณ์ เรียกแฟนมานั่งฟังเป็นเอบีเทส ถามว่าเสียงเหมือนกันไหม แฟนบอกไม่เหมือน เมื่อกี้เสียง ฟังดีกว่า  "สรุปว่าไม่อุปทาน" ;)

สายอื่นๆก็เช่นกัน ลองแล้วเห็นผล ลองกับพี่มั่ง แฟนมั่ง ให้มั่นใจว่าเราไม่ได้คิดไปเอง สิ่งที่เห็นได้ยินเหมือนกันโดยที่เราไม่ได้บอกเค้าก่อน  โดยรวมผมว่ามันทำให้เครื่องเสียงอุปกรณ์ต่างๆที่มี ทำงานได้ดีขึ้น   ส่วนคุ้มราคาไหม  อันนั้นอยู่ที่งบแต่ละคน  แต่เห็นด้วยกับการ matchingครับ ไม่ใช่ว่าแพงกว่าจะดีกว่าเสมอไปต้องดูว่าเราใช้อะไรอยู่ด้วย 

แต่ สำหรับคนฟังไม่ออก มองไม่เห็นก็มีครับ ผมก็เคยเจอ แบบนั้น ผมก็โดนหาว่าอุปทานไป แต่เรามองออกจิงๆ และก็มีคนอื่นที่มองออก (อุปทานหมู่อีกรึเปล่าไม่รุ ฮาๆ) ก็ว่ากันไปครับ  แต่ไม่ว่ายังไง ผมมีความสุขกับการได้ลอง ได้เปลี่ยนนั่นนู่นนี่ เสียงดีขึ้นบ้าง ดร๊อปลงบ้าง สนุกดีครับ ไม่ไปเบียดเบียนใคร ไม่ต้องไปหาว่าคนฟังไม่ออกผิดปรกติ หรือคิดว่าเราอุปทาน เพราะ พิสูจน์เอง หาคนมาช่วยพิสูจน์ แล้ว แต่ไม่เทพเหมือน พี่ๆข้างบน สายขึ้นหลักหมื่นผมก็ว่าแพงแล้วฮับ(แต่ก็อยากลอง) :whistling


ออฟไลน์ khun_sor

  • ***
    • กระทู้: 216
    • เพศ:ชาย

น่าเสียดายเวลา ที่เสียไปเป็นสิบปี แล้วสรุป เรื่องสาย เป็นทฤษฎี ใหม่ ว่าเป็นบทสรุปที่น่าจะเป็นที่สุด ส่วนตัวเชื่อว่าให้ผลที่ดีกว่าจริง  แต่ เรื่องอิเลคโทรนิคส์ มันมีองค์ประกอบที่มากมายเหลือเกิน เกินกว่าจะสรุปว่าในที่สุดแล้ว เรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นตัวเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดให้กับซิสเตม  ผมว่าไม่ใช่  ทัศนคติบางอย่างมันเป็น เส้นทางที่อันตรายสำหรับคนที่กำลังหาทางลงในเรื่องนี้ หากมาพานพบกับการสรุปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อาจทำให้ไม่ค้นคว้าต่อในมิติแง่มุมอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย  และจะส่งต่อความความเข้าใจ ที่ไม่ใช่ความรู้ ให้กับคนรุ่นอื่นต่อไป

ไม่ได้เห็นแย้ง  แต่ก็ยังไม่ได้เห็นด้วยเพราะส่วนตัวไม่เคยใช้  มุมมองของตัวเองก็ยังแคบอยู่  เรื่องเสียงบังเอิญไม่มีเครื่องมือวัดได้ เลยยังเป็นมนต์ดำอยู่ คนไม่เห็นผลเหมือนกัน เลือกได้อย่างเดียว คือไม่เห็นด้วย และอยู่กันคนละมุม

 


ออฟไลน์ pon02829

  • *****
    • กระทู้: 792
    • เพศ:ชาย
เห็นด้วยกับพี่หมอนพ และท่านประธาน กปห. ว่าเอางบประมาณส่วนหนึ่งมาดูแลด้าน acoustics ของห้องก่อนน่าจะเห็น (ได้ยิน) ผลมากกว่าไปทุ่มเรื่องเส้นสายครับผม

จาก Stereophile Fifth Element #31 ที่สัมภาษณ์ Richard Rives Bird:

JM: What is the most common acoustical sin of commission that audiophiles commit?

RRB: Well, I don't know if this is the most common, but we have received a few calls that went something like: "I've changed every cable in my system a dozen times, and none of it has fixed my acoustical problems." It's funny, in a way, because it clearly dawned on the person that the cable was not the problem, but they didn't know that when they started swapping out cables. It's also sad, because although good cables can make a difference, getting on the cable merry-go-round can be pretty pricey these days.

JM: Which is going to sound better: $15,000 worth of equipment in a room with $5000 worth of acoustic treatment, or $20,000 worth of equipment in an untreated room?

RRB: That's not even close. $15,000 worth of equipment with $5000 spent on acoustical design and treatment will sound far better than even a $30,000 system in an untreated room. The acoustics are just fundamental. Effectively, the room is an extension of the speaker. Half of what we hear is indirect sound—sound from the room. It's no surprise it's so important.




 O0 O0 O0 O0


ออฟไลน์ klao

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,304
เห็นด้วยกับพี่หมอนพ และท่านประธาน กปห. ว่าเอางบประมาณส่วนหนึ่งมาดูแลด้าน acoustics ของห้องก่อนน่าจะเห็น (ได้ยิน) ผลมากกว่าไปทุ่มเรื่องเส้นสายครับผม

จาก Stereophile Fifth Element #31 ที่สัมภาษณ์ Richard Rives Bird:

JM: What is the most common acoustical sin of commission that audiophiles commit?

RRB: Well, I don't know if this is the most common, but we have received a few calls that went something like: "I've changed every cable in my system a dozen times, and none of it has fixed my acoustical problems." It's funny, in a way, because it clearly dawned on the person that the cable was not the problem, but they didn't know that when they started swapping out cables. It's also sad, because although good cables can make a difference, getting on the cable merry-go-round can be pretty pricey these days.

JM: Which is going to sound better: $15,000 worth of equipment in a room with $5000 worth of acoustic treatment, or $20,000 worth of equipment in an untreated room?

RRB: That's not even close. $15,000 worth of equipment with $5000 spent on acoustical design and treatment will sound far better than even a $30,000 system in an untreated room. The acoustics are just fundamental. Effectively, the room is an extension of the speaker. Half of what we hear is indirect sound—sound from the room. It's no surprise it's so important.


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 ตุลาคม, 2010, 12:27:08 pm โดย klao »


ออฟไลน์ หมอทีเจ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
    • กระทู้: 5,369
วาว เพิ่งเห็นว่าท่าน WRC มาแจมด้วย  แวะมาทักทายไม่ได้เจอกันนาน  หวังว่าจะยังสบายดีอยู่นะครับผม  มาอัพแอนด์ดาวน์เหรอครับเอาให้หนัก ๆ เลยท่าน


ออฟไลน์ WRC

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
    • กระทู้: 94
เห็นด้วยกับหลายๆความเห็นครับ แต่สุดท้ายอยากให้เชื่อหูเราเองมากที่สุดครับ :)

พี่ หายไปนานเลย  หวัดดีคับพี่       เพื่อน ๆ คิดถึง  แวะมาคุยกันบ้างน่ะคับ     แพร่ น้ำคงไม่ท่วมน่ะคับ     

ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมเยียนเวบเดิมซะนาน เพราะช่วงหลังไม่ได้อัพอะไรเลย มีแต่down ลงซะมากกว่า ;D

พอดีprojectorตัวเก่า ถึงคราวใกล้ลาจากกันแล้ว เลยเข้ามาหาข้อมูลอัพเดทซะหน่อยครับ  :)

ที่แพร่น้ำในตัวเมืองไม่ท่วมครับปีนี้  มีแต่ไหลไปท่วมที่อื่นครับ พี่น้องอีสานกับกลางอ่วมกันเลย แย่จริงๆ :(


ออฟไลน์ Saitosan

  • Superstar...
  • ****
    • กระทู้: 10,352
    • เพศ:ชาย
ผมเจอมากับตัวเองเหมือนกันครับ เดิมใช้สายลำโพงหลักหมื่นอยู่ และก็ยังเชื่อว่าสายเราโอเคแล้วล่ะ ไม่ต้องทำอะไรแล้ว
วันดีคืนดี เอาสายราคาแพงกว่ามาลอง ไม่ใช่อุปทานครับ ตัวเราต้องเป็นกลางไว้ก่อน
ห้ามคิดว่าสายแพงกว่า ต้องดีกว่า เพราะไม่เสมอไปครับ หลังจากลองแล้วก็แทบล้มทั้งยืนครับ ดีขึ้นมากครับ
ส่วนตัวจากประสบการณ์ สายแพงกว่า ดีกว่าครับ ทำให้เลิกคิดเลยว่า ทำไมเค้าถึงต้องซื้อสายแพงกัน เพราะมันเห็นผลจริงๆครับ Y] Y] O0 O0 O0 O0 O0

ปล. อาจไม่ตรงกับหัวข้อกระทู้มากนัก เพราะสายที่ลองยังถูกว่าเครื่องเสียงทั้งหมดที่ใช้อยู่ครับ  :)



ออฟไลน์ Mr.Big

  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star.
  • *
    • กระทู้: 2,754
เกณฑ์การเลือกของผม

1. ต้องไม่แพงกว่า Hardware หลัก
2. เน้นความคุ้มค่า  จ่ายแพงกว่าอีกมาก ได้เพิ่มมาอีกนิด ไม่น่าสนใจ
3. การเข้ากันได้กับชุด + รสนิยม


ออฟไลน์ wanchana_ton

  • ***
    • กระทู้: 227
คงแล้วแต่กำลังทรัพย์ของแต่ละท่านครับ ว่าเท่าใดถึงแพง.....

เรื่องสายกับ System อันไหนแพงกว่ากัน ผมไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่ แต่ที่ห่วงๆ ก็คือ กระแสไหลตามกัน นี่แหละครับ เพื่อนว่าดี ก็ดี เขาเล่นกันเยอะก็เล่นด้วย ซื้อทั้งๆที่ยังไม่เคยลอง(ผมก็เคยเป็น ;D)

ผมเชื่อเลยว่า เพื่อนๆหลายๆคนต้องเคย ซื้อก่อนลอง รุ่นใหม่มา ขายรุ่นเก่าทิ้ง ซื้อรุ่นใหม่ ทั้งๆที่ ยังไม่ได้ลองรุ่นใหม่เลยด้วยซ้ำ ( บางคน ยังไม่เคยเห็นอีกต่างหาก เห็นแต่ในรูป อ่านแต่ Review )  :nono

หลังๆมานี่ผม ยึดหลักที่ว่า เชื่อตัวเองดีที่สุด ลองแล้ว ไม่ชอบ ไม่ว่าจะถูกจะแพงแค่ไหนก็ไม่ซื้อ หากเขาไม่ให้ลอง ก็ลองตัวอื่นที่เขาให้ลองเอา หรือไม่ก็แลกๆ กับเพื่อนลอง คนอื่นจะว่าอย่างไร ใครจะแซวแบบไหน ก็ไม่ว่ากัน ไม่โกรธกันครับ เพราะผมไม่ได้ต้องการ สิ่งที่ดีที่สุด แต่ต้องการสิ่งที่ชอบที่สุด ต่างหาก ( เราชอบ Vios เมียกับลูกเราก็ชอบ Vios แต่ข้างบ้านบอก เอ๊ย...Jazz เถอะ เล็กกระทัดลัด เราบอก อึดอัดว่ะ เมีย 1 ลูก 2 เพื่อนบอก ทนๆหน่อย ไม่เป็นไร ซื้อเป็นเพื่อนกัน  )  :secret

ที่สำคัญ " เราซื้อ เราฟัง ตังค์เราก็จ่าย เพื่อนไม่ได้ มาฟัง มาจ่าย กับเรานี่ครับ "  :headphone
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 ตุลาคม, 2010, 02:25:42 pm โดย wanchana_ton »


ออฟไลน์ nut_ty

  • คนดีคือคนที่ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทั้งในทางตรงและทางอ้อม
  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,901
    • เพศ:ชาย
ไม่ทราบว่าท่านใดชอบฟังแผ่น SACD บ้างครับ อยากรบกวนช่วยวิเคราะห์ครื่องเล่น SACD ตัวนี้หน่อยครับ

http://www.enjoythemusic.com/hifi2004/becker/

อันนี้เผลอใส่ลิ้งค์ เข้ามา

http://www.head-fi.org/forum/thread/285743/goldmund-v-s-pioneer
http://www.xtremeplace.com/yabbse/index.php?topic=53100.0
http://www.lampizator.eu/LAMPIZATOR/REFERENCES/Goldmund/goldmundizator.html
นายวัชระ สลัดแก้ว
โทร 083 1214445


ออฟไลน์ pon02829

  • *****
    • กระทู้: 792
    • เพศ:ชาย
ขออนุญาตแจมด้วยนะ พอดีถูกพาดพิงอ่ะท่านประธานขอรับฯ อิอิ ว่ายังกะสภาผู้แทนประเทศสารขันธ์เลยนะเนี่ย  :headphone

เรื่องสายสัญญาณและสายไฟราคาแพงๆ ที่ใช้กันอยู่ในหลายๆ ชุดและหลายๆ ห้อง รวมทั้งห้องกระผมด้วย นั้น ผมว่าจะมาแบ่งสัดส่วนที่พวกเราเคยพูดกันว่า เท่าไหร่นะ 40 40 20 นี่เห็นจะไม่ได้ซะแล้วในสมัยนี้ครับ เพราะอะไรหรือครับ อย่างที่คุณหมอทีเจพูดไว้ว่าดี๋ญวนี้วิวํฒนาการทางเทคโนโลยีไปไกลขึ้น การผลิตเส้นสายต่างๆ ทำได้ดีขึ้นไปอีกซึ่งมีส่วนเสริมทำให้ศักยภาพและประสิทธิภาพของสายแต่ละประเภทสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวจากสมัยก่อนๆ ครับ เช่นกันเทคโนโลยีพวกนี้ยังคงต้องจ่ายคืนในราคาที่สูงกว่าทั่วๆ ไปในตอนนี้ครับ แต่สักพักราคาก็จะถูกลงเองตามกลไกทางการตลาด ฉะนั้นใครอยากเล่นอยากใช้ก่อนคนอื่นๆ ต้องยอมจ่ายแพงกว่าคนหลังๆ อย่างแน่นอนครับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละท่านเอง ถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นหลักของท่านที่ถูกกล่าวถึงก็คงจะต้องผ่านประเด้นนี้ไปถือเสียว่าได้ท่านๆ เหล่านั้นเข้ามาช่วยเป็นคนทดลองให้ก่อน ถ้าเขาไม่ชอบหรือไม่ดี (จริงๆ น่าจะบอกว่าไม่ match กับชุดของท่านๆ ทั้งหลายเสียมากกว่า ตามที่คุณหมอนพได้กล่าวถึง) เดี๋ยวพี่ๆ เพื่อนเหล่านั้นเขาก็ปล่อยออกมาในราคามือสองให้คนอื่นๆ ได้มีโอกาสเอาไปทดลองเปลี่ยนประสบการณ์ดู ซึ่งบางท่านได้ราคามือสองไปแล้วพอดี match กับระบบที่ตัวเองใช้อยู่ก็ถูกหวยสองเด้งครับ คือ ได้เพิ่มประสิอทธิภาพของชุดของตัวเองกับได้ในราคาถูกกว่าตลาดทั่วๆ ไป แต่โปรดอย่าลืมว่า ไม่ได้หมายความว่าสายแพงๆ เหล่านั้นจะดีกว่าสายราคาต่ำกว่าเสมอไป ในทางกลับกันก็ไม่ได้หมายความว่าสายราคาต่ำๆ จะเทียบได้กับสายราคาแพงเหล่านี้ได้นะครับ อันนี้ประกอบไปด้วยหลายกรณีจริงๆ เช่นบางท่านว่าสายนี้ให้เสียงอย่างงั้นอย่างงี้ (รวมถึงผมเองด้วยที่รีวิวไว้ในหลายๆ ครั้ง) แต่ขอให้ทุกคนระลึกเสมอว่าเขาเหล่านั้นก็ไม่ได้จะถูกเสมอไปการที่เขายอกว่าสายเส้นนั้นเส้นนี้เสียงอย่างงั้นอย่างงี้แต่เป็นการฟังและรีวิวบนษนของหูและความชิบของเขาเหล่านั้นนะครับ ท่านอาจบอกอีกอย่างก็ได้ ผมว่าเอาประสบการณ์จากเขาเหล่านั้นมาแชร์และเก็บไว้เป็นแนวทางในการพิจารณาใช้สายกับชุดของเราได้ แต่อาจจะไม่ใช่จะชอบแบบเดียวกันนะครับ ย้ำการรีวิวเป็นเรื่องความชอบที่มีต่อสายนั้นๆ โดยคนเหล่านั้นนะครับ ไม่มีใครได้วัดด้วยเครื่องมืออะไรพิเศษหรอกครับ ใช้ประสาบการณ์และชุดของตัวเองรีวิว ครับ ชุดของท่านก็ไม่เหมือนชุดของเขานะครับ ฉะนั้นจงอย่าเชื่อสเปคให้มากนักเอาไว้เป็นฐานครับ จงเชื่อหูของเราเองและจงดูสตางวค์ในกระเป๋าของเราประกอบด้วยครับ
ผมเองมีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ แวะมาเยี่ยมห้องผมสม่ำเสมอ ผมชอบนะครับที่จะติมากกว่าชมหรือแนะนำมากว่าเยินยอ ผมชอบฟังคอมเม้นต์จากหลายๆ หูครับ แล้วพิจารณาด้วยความชอบและสตางค์ของเราประกอบ สายราคาแพงๆ ตัวแทนทุกคนยินดีให้เอามาทดสอบจริงๆ กับชุดของเราก่อนครับ แต่เราต้องจริงใจกับผู้ขายด้วยไม่ใช่ขอยืมมาลองตะพืดแต่ไม่เคยซื้อมาใช้เลยสักทีอันนี้ก็ไม่ถูกครับ จงขอยืมเมื่อเรามีสตางค์จะซื้อแล้วขอเขาลองเทียบจริงๆ ดูว่ามัน match กับชุดของเราหรือไม่ครับ  :headphone

ปล. ฉะนั้นสูตร 40 40 20 คงต้องเปลี่ยนไปราคาค่าสายอาจแพงกว่าหรือพอๆ กับเครื่องก็ได้ครับ ซึ่งให้ถือว่าสายพวกนี้เป็น hardware ชิ้นหนึ่งครับ

แต่จากประสบการณ์ของผมสายแพงๆ ทั้งหลายช่วยเสริมศักยภาพของชุดของเราได้จริงๆ และพิสูจน์ได้ด้วยหูของเราเองครับว่ามันดีขึ้นจริง แต่หากหารตามสัดส่วนระหว่างราคาต่อเปอร์เซ็นต์ของคุณภาพที่เพิ่มขึ้น อาจไม่ได้ตามสัดส่วนที่ถูกนะครับ เพราะยิ่งชุดแพงๆ ทั้งหลายการเพิ่มราคาสายเข้าไปอีกแพงๆ อาจแพงเท่าชุดเครื่องเสียงเลย แต่คุณภาพที่ได้เพิ่มขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์อาจไม่สูงเท่ากับเม็ดเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกนิดเดียว อันนี้ก็บอกยากเพราะแต่ละคนไม่เหมือนกันจริงๆ ว่าจะเอาอะไรมาเทียบว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม แต่ก็มีสายอีกหลายๆ สายที่ราคาค่าตัวไม่สูงมากนักแต่ถ้าเทียบกับสายระดับพระกาฬแล้วพอสูสีหรือใกล้เคียง ผมก็ว่านั่นน่ะคุ้มค่าที่จะเล่นแล้ว แต่หากต้องการมากกว่านี้คราวนี้ก็ต้องจ่ายแพงละครับ เรื่อง 40 - 40 -20 น่ะต้องพิจารณาเป็นเคสๆ ไป ว่าถ้าชุดโดยรวมรคา 40 คือ 6 หลัก ฉะนั้นก็คุ้มละครับที่จะใช้สายที่ราคาประมาณ 6 หลักเช่นกัน แต่ถ้าชุดท่านอยู่ประมาณ 5 หลักต้นๆ ก็ไม่คุ้มหรอกครับกับสายราคาหกหลัก ควรจะไปหาสายราคาสัก 5 หลักอ่อนๆ มาเล่นแทนครับ เพราะตัวชุดที่ใช้ก็ให้ประสิทธิภาพได้ไม่มากกว่านี้มากนักแล้วละครับ

ยาวไปหน่อย แต่อย่าถือว่าเรื่องนี้ไร้สาระ ผมว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่น้องๆ หลายคน คง งง และสับสนอยู่ครับ เอาว่าเล่นแต่พอหอมปากหอมคออย่าได้ตามเซียนๆ ทั้งหลายมากนักหากยังไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงๆ ก็พิจารณาระดับปานกลางที่เป็นพวก best buy น่าจะดีกว่าครับ ส่วนพี่ๆ เพื่อนๆ ที่ใช้สายระดับตำนานราคาสูงๆ ก็ช่วยแชร์ประสบการณ์ให้น้องๆ ได้ทราบแล้วถ้าเป็นไปได้ให้เขามีโอกาสได้ฟังเสียงจริงๆ บ้างก็จะช่วยเพิ่มพูนประสบการณืในการตัดสินใจของเขาในวันหน้าด้วยว่าเสียงระดับที่ควรว่าเหมาะและควรนั้นเป็นอย่างไร ผมเองกลับเข้าวงการมาอีกครั้งในคราวนี้ก็พยายามใช้โอกาส (โอกาสที่สามารถหาซื้ออุปกรณ์ราคาสูงๆ มาลองจริงๆ ได้ด้วยเงินของตัวเอง) ผมยืนยันว่าผมลองซื้อมันเกือบจะทุกตัวที่ใครว่าดี นักรีวิวต่างประเทศว่าน่าลองผมลองหมดถ้าอยู่ในปัญญากระเป๋าของเรา ฉะนั้นผมลองแล้วผมก็มักจะให้น้องๆ ที่มีโอกาสได้ลองด้วยเพื่อแลกประสบการณ์กันแล้วหากผมจะคอมเม้นต์อะไรแล้วผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าผมชอบหรือไม่ชอบ แต่ผมไม่เคยบอกเลยสักครั้งว่าอันนั้นดีหรือไม่ดี ผมจะบอกว่าผมชอบอันนี้มากกว่าอีกอันทางด้านไหน แล้วมักจะมีเหตุผลที่มาที่ไปให้ด้วยว่าน่าจะเพราะสาเหตุอะไร ฉะนั้นตัวแทนจำหน่ายส่วนใหญ่ในบ้านเราจึงไม่กล้าที่จะตำหนิผมว่าไม่เชียร์สินค้าของเขา ผมชอบผมก็บอกชอบแต่คนอื่นไม่จำเป็นต้องชอบเหมือนผมนะ ผมย้ำเสมอ หูใครหูมัน แต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน นิ้วเราเองยังไม่เท่ากันเลยนะ ผมว่าสายแต่ละเส้นมีบุคคลิกของตัวเองไม่เหมือนกันเลยสักรุ่นนะครับ ขนาดยี่ห้อเดียวกันรุ่นเดียวกันผลิตคนละ lot เสียงก็ต่างกันแล้วครับ อันนี้เรื่องจริงครับ

สุดท้ายอย่าลืมอีกเรื่องสำคัญครับ ห้องครับ Acoustic ของห้องสำคัญพอๆ กับชุดและสายครับ ตามที่คุณหมอนพฯ ได้กล่าวไว้เลยครับ acoustic ของห้องมีส่วนเสริมคุณภาพของชุดของเราอย่างมากๆ ครับ ชุดดีๆ แพงๆ อยู่ในห้องที่ acoustic ไม่ดีเสียงก็สู้ชุดปานกลางแต่อยู่ในห้องที่ Acoustic ดีๆ ไม่ได้ครับ อันนี้เห็นมาแล้วมากในงานโชว์เครื่องเสียงบ้านเรา ชุดแพงๆ หลายชุดตกม้าตายจาก acoustic ของห้องครับ

ไปละ สาธุ :bye1

ท่านประธานเวป

ขอใช้สิทธิครับในฐานะสมาชิก

ได้เชิญอภิปราย

ในฐานะที่มีประสบการณ์ตรง ที่ผ่านมาใช้เครื่องหลักหมื่น แต่ใช้สายหกหลัก เสียงดีขึ้นครับ แต่ดูเหมือนเครื่องจะถูกรีดมากครับ ฟังนานๆแล้ว ไม่ผ่อนคลายเลย ไม่ต้องวัตถุประสงค์  ที่เล่นเครื่องเสียงเพื่อผ่อนคลาย สบายอารมณ์หลังจากการทำงาน

พอมาใช้เครื่องที่ให้กำลังสูงๆ กับใช้สายต่างๆได้หมด ก็ยังฟังเป็นธรรมชาติ ผ่อนคลายมากครับ  ได้เครื่องเสียง ปรี เพาเวอร์ มาสามเดือนแล้ว นอนหลับ กินดี ตรงวัตถุประสงค์แล้วครับ

ผมขอสนับสนุนท่านพี่ใหญ่ แห่ง ชมรม ปกห.


แต่หากต้องการมากกว่านี้คราวนี้ก็ต้องจ่ายแพงละครับ เรื่อง 40 - 40 -20 น่ะต้องพิจารณาเป็นเคสๆ ไป ว่าถ้าชุดโดยรวมรคา 40 คือ 6 หลัก ฉะนั้นก็คุ้มละครับที่จะใช้สายที่ราคาประมาณ 6 หลักเช่นกัน แต่ถ้าชุดท่านอยู่ประมาณ 5 หลักต้นๆ ก็ไม่คุ้มหรอกครับกับสายราคาหกหลัก ควรจะไปหาสายราคาสัก 5 หลักอ่อนๆ มาเล่นแทนครับ เพราะตัวชุดที่ใช้ก็ให้ประสิทธิภาพได้ไม่มากกว่านี้มากนักแล้วละครับ


ท่านประธานครับ  ลมมันเย็น....ขอนั่งแล้วครับ

 :cold :cold :cold
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 ตุลาคม, 2010, 09:51:56 am โดย pon02829 »


ออฟไลน์ psit1971

  • ***
    • กระทู้: 210
    • เพศ:ชาย
ขึ้นอยู่กับกระเป๋าและความพึงพอใจ  ;D แต่ดูแล้วงานนี้รถสามล้อหลบก่อนดีกว่า  2f
ที่อยู่จัดส่งครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=87579.0


ออฟไลน์ อูฐ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
    • กระทู้: 4,631
เห็นด้วยกับหลายๆความเห็นครับ แต่สุดท้ายอยากให้เชื่อหูเราเองมากที่สุดครับ :)

พี่ หายไปนานเลย  หวัดดีคับพี่       เพื่อน ๆ คิดถึง  แวะมาคุยกันบ้างน่ะคับ     แพร่ น้ำคงไม่ท่วมน่ะคับ     


ออฟไลน์ WRC

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
    • กระทู้: 94
เห็นด้วยกับหลายๆความเห็นครับ แต่สุดท้ายอยากให้เชื่อหูเราเองมากที่สุดครับ :)


ออฟไลน์ akeshipping

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,208
ขออนุญาตแจมด้วยนะ พอดีถูกพาดพิงอ่ะท่านประธานขอรับฯ อิอิ ว่ายังกะสภาผู้แทนประเทศสารขันธ์เลยนะเนี่ย  :headphone

เรื่องสายสัญญาณและสายไฟราคาแพงๆ ที่ใช้กันอยู่ในหลายๆ ชุดและหลายๆ ห้อง รวมทั้งห้องกระผมด้วย นั้น ผมว่าจะมาแบ่งสัดส่วนที่พวกเราเคยพูดกันว่า เท่าไหร่นะ 40 40 20 นี่เห็นจะไม่ได้ซะแล้วในสมัยนี้ครับ เพราะอะไรหรือครับ อย่างที่คุณหมอทีเจพูดไว้ว่าดี๋ญวนี้วิวํฒนาการทางเทคโนโลยีไปไกลขึ้น การผลิตเส้นสายต่างๆ ทำได้ดีขึ้นไปอีกซึ่งมีส่วนเสริมทำให้ศักยภาพและประสิทธิภาพของสายแต่ละประเภทสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวจากสมัยก่อนๆ ครับ เช่นกันเทคโนโลยีพวกนี้ยังคงต้องจ่ายคืนในราคาที่สูงกว่าทั่วๆ ไปในตอนนี้ครับ แต่สักพักราคาก็จะถูกลงเองตามกลไกทางการตลาด ฉะนั้นใครอยากเล่นอยากใช้ก่อนคนอื่นๆ ต้องยอมจ่ายแพงกว่าคนหลังๆ อย่างแน่นอนครับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละท่านเอง ถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นหลักของท่านที่ถูกกล่าวถึงก็คงจะต้องผ่านประเด้นนี้ไปถือเสียว่าได้ท่านๆ เหล่านั้นเข้ามาช่วยเป็นคนทดลองให้ก่อน ถ้าเขาไม่ชอบหรือไม่ดี (จริงๆ น่าจะบอกว่าไม่ match กับชุดของท่านๆ ทั้งหลายเสียมากกว่า ตามที่คุณหมอนพได้กล่าวถึง) เดี๋ยวพี่ๆ เพื่อนเหล่านั้นเขาก็ปล่อยออกมาในราคามือสองให้คนอื่นๆ ได้มีโอกาสเอาไปทดลองเปลี่ยนประสบการณ์ดู ซึ่งบางท่านได้ราคามือสองไปแล้วพอดี match กับระบบที่ตัวเองใช้อยู่ก็ถูกหวยสองเด้งครับ คือ ได้เพิ่มประสิอทธิภาพของชุดของตัวเองกับได้ในราคาถูกกว่าตลาดทั่วๆ ไป แต่โปรดอย่าลืมว่า ไม่ได้หมายความว่าสายแพงๆ เหล่านั้นจะดีกว่าสายราคาต่ำกว่าเสมอไป ในทางกลับกันก็ไม่ได้หมายความว่าสายราคาต่ำๆ จะเทียบได้กับสายราคาแพงเหล่านี้ได้นะครับ อันนี้ประกอบไปด้วยหลายกรณีจริงๆ เช่นบางท่านว่าสายนี้ให้เสียงอย่างงั้นอย่างงี้ (รวมถึงผมเองด้วยที่รีวิวไว้ในหลายๆ ครั้ง) แต่ขอให้ทุกคนระลึกเสมอว่าเขาเหล่านั้นก็ไม่ได้จะถูกเสมอไปการที่เขายอกว่าสายเส้นนั้นเส้นนี้เสียงอย่างงั้นอย่างงี้แต่เป็นการฟังและรีวิวบนษนของหูและความชิบของเขาเหล่านั้นนะครับ ท่านอาจบอกอีกอย่างก็ได้ ผมว่าเอาประสบการณ์จากเขาเหล่านั้นมาแชร์และเก็บไว้เป็นแนวทางในการพิจารณาใช้สายกับชุดของเราได้ แต่อาจจะไม่ใช่จะชอบแบบเดียวกันนะครับ ย้ำการรีวิวเป็นเรื่องความชอบที่มีต่อสายนั้นๆ โดยคนเหล่านั้นนะครับ ไม่มีใครได้วัดด้วยเครื่องมืออะไรพิเศษหรอกครับ ใช้ประสาบการณ์และชุดของตัวเองรีวิว ครับ ชุดของท่านก็ไม่เหมือนชุดของเขานะครับ ฉะนั้นจงอย่าเชื่อสเปคให้มากนักเอาไว้เป็นฐานครับ จงเชื่อหูของเราเองและจงดูสตางวค์ในกระเป๋าของเราประกอบด้วยครับ
ผมเองมีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ แวะมาเยี่ยมห้องผมสม่ำเสมอ ผมชอบนะครับที่จะติมากกว่าชมหรือแนะนำมากว่าเยินยอ ผมชอบฟังคอมเม้นต์จากหลายๆ หูครับ แล้วพิจารณาด้วยความชอบและสตางค์ของเราประกอบ สายราคาแพงๆ ตัวแทนทุกคนยินดีให้เอามาทดสอบจริงๆ กับชุดของเราก่อนครับ แต่เราต้องจริงใจกับผู้ขายด้วยไม่ใช่ขอยืมมาลองตะพืดแต่ไม่เคยซื้อมาใช้เลยสักทีอันนี้ก็ไม่ถูกครับ จงขอยืมเมื่อเรามีสตางค์จะซื้อแล้วขอเขาลองเทียบจริงๆ ดูว่ามัน match กับชุดของเราหรือไม่ครับ  :headphone

ปล. ฉะนั้นสูตร 40 40 20 คงต้องเปลี่ยนไปราคาค่าสายอาจแพงกว่าหรือพอๆ กับเครื่องก็ได้ครับ ซึ่งให้ถือว่าสายพวกนี้เป็น hardware ชิ้นหนึ่งครับ

แต่จากประสบการณ์ของผมสายแพงๆ ทั้งหลายช่วยเสริมศักยภาพของชุดของเราได้จริงๆ และพิสูจน์ได้ด้วยหูของเราเองครับว่ามันดีขึ้นจริง แต่หากหารตามสัดส่วนระหว่างราคาต่อเปอร์เซ็นต์ของคุณภาพที่เพิ่มขึ้น อาจไม่ได้ตามสัดส่วนที่ถูกนะครับ เพราะยิ่งชุดแพงๆ ทั้งหลายการเพิ่มราคาสายเข้าไปอีกแพงๆ อาจแพงเท่าชุดเครื่องเสียงเลย แต่คุณภาพที่ได้เพิ่มขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์อาจไม่สูงเท่ากับเม็ดเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกนิดเดียว อันนี้ก็บอกยากเพราะแต่ละคนไม่เหมือนกันจริงๆ ว่าจะเอาอะไรมาเทียบว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม แต่ก็มีสายอีกหลายๆ สายที่ราคาค่าตัวไม่สูงมากนักแต่ถ้าเทียบกับสายระดับพระกาฬแล้วพอสูสีหรือใกล้เคียง ผมก็ว่านั่นน่ะคุ้มค่าที่จะเล่นแล้ว แต่หากต้องการมากกว่านี้คราวนี้ก็ต้องจ่ายแพงละครับ เรื่อง 40 - 40 -20 น่ะต้องพิจารณาเป็นเคสๆ ไป ว่าถ้าชุดโดยรวมรคา 40 คือ 6 หลัก ฉะนั้นก็คุ้มละครับที่จะใช้สายที่ราคาประมาณ 6 หลักเช่นกัน แต่ถ้าชุดท่านอยู่ประมาณ 5 หลักต้นๆ ก็ไม่คุ้มหรอกครับกับสายราคาหกหลัก ควรจะไปหาสายราคาสัก 5 หลักอ่อนๆ มาเล่นแทนครับ เพราะตัวชุดที่ใช้ก็ให้ประสิทธิภาพได้ไม่มากกว่านี้มากนักแล้วละครับ

ยาวไปหน่อย แต่อย่าถือว่าเรื่องนี้ไร้สาระ ผมว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่น้องๆ หลายคน คง งง และสับสนอยู่ครับ เอาว่าเล่นแต่พอหอมปากหอมคออย่าได้ตามเซียนๆ ทั้งหลายมากนักหากยังไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงๆ ก็พิจารณาระดับปานกลางที่เป็นพวก best buy น่าจะดีกว่าครับ ส่วนพี่ๆ เพื่อนๆ ที่ใช้สายระดับตำนานราคาสูงๆ ก็ช่วยแชร์ประสบการณ์ให้น้องๆ ได้ทราบแล้วถ้าเป็นไปได้ให้เขามีโอกาสได้ฟังเสียงจริงๆ บ้างก็จะช่วยเพิ่มพูนประสบการณืในการตัดสินใจของเขาในวันหน้าด้วยว่าเสียงระดับที่ควรว่าเหมาะและควรนั้นเป็นอย่างไร ผมเองกลับเข้าวงการมาอีกครั้งในคราวนี้ก็พยายามใช้โอกาส (โอกาสที่สามารถหาซื้ออุปกรณ์ราคาสูงๆ มาลองจริงๆ ได้ด้วยเงินของตัวเอง) ผมยืนยันว่าผมลองซื้อมันเกือบจะทุกตัวที่ใครว่าดี นักรีวิวต่างประเทศว่าน่าลองผมลองหมดถ้าอยู่ในปัญญากระเป๋าของเรา ฉะนั้นผมลองแล้วผมก็มักจะให้น้องๆ ที่มีโอกาสได้ลองด้วยเพื่อแลกประสบการณ์กันแล้วหากผมจะคอมเม้นต์อะไรแล้วผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าผมชอบหรือไม่ชอบ แต่ผมไม่เคยบอกเลยสักครั้งว่าอันนั้นดีหรือไม่ดี ผมจะบอกว่าผมชอบอันนี้มากกว่าอีกอันทางด้านไหน แล้วมักจะมีเหตุผลที่มาที่ไปให้ด้วยว่าน่าจะเพราะสาเหตุอะไร ฉะนั้นตัวแทนจำหน่ายส่วนใหญ่ในบ้านเราจึงไม่กล้าที่จะตำหนิผมว่าไม่เชียร์สินค้าของเขา ผมชอบผมก็บอกชอบแต่คนอื่นไม่จำเป็นต้องชอบเหมือนผมนะ ผมย้ำเสมอ หูใครหูมัน แต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน นิ้วเราเองยังไม่เท่ากันเลยนะ ผมว่าสายแต่ละเส้นมีบุคคลิกของตัวเองไม่เหมือนกันเลยสักรุ่นนะครับ ขนาดยี่ห้อเดียวกันรุ่นเดียวกันผลิตคนละ lot เสียงก็ต่างกันแล้วครับ อันนี้เรื่องจริงครับ

สุดท้ายอย่าลืมอีกเรื่องสำคัญครับ ห้องครับ Acoustic ของห้องสำคัญพอๆ กับชุดและสายครับ ตามที่คุณหมอนพฯ ได้กล่าวไว้เลยครับ acoustic ของห้องมีส่วนเสริมคุณภาพของชุดของเราอย่างมากๆ ครับ ชุดดีๆ แพงๆ อยู่ในห้องที่ acoustic ไม่ดีเสียงก็สู้ชุดปานกลางแต่อยู่ในห้องที่ Acoustic ดีๆ ไม่ได้ครับ อันนี้เห็นมาแล้วมากในงานโชว์เครื่องเสียงบ้านเรา ชุดแพงๆ หลายชุดตกม้าตายจาก acoustic ของห้องครับ

ไปละ สาธุ :bye1
:clap :clap :clap :clap

ชอเตือนใจเพื่อนๆ พี่ๆ รวมทั้งตัวเองด้วยครับ

ว่าเริ่มแรกเราเล่นเครื่องเสียงเพราะอะไรครับ

ฟังเเพลงเพราะ .......หรือเสียงมีมิติ สมจริง มีรูปวงเป็น 3 มิติ ตำแหน่งชัดเจน

ดูหนังสนุก................หรือภาพคมชัด เบสสะท้านบ้าน เสียงพูดชัดๆ บรรยากาสเหมือนจรืง

แต่โดยรวมที่กล่าวมาทำให้ดูหนังมันส์ขึ้น ฟังเพลงเพราะขึ้นเช่นกัน

ว่ายาวแล้วชัก งง สับสนตัวเองเหมือนกันครับ :D :D :D

แต่ขอให้อย่าลืมว่าเราเล่นเครื่องเสียงเพื่อหาความสุขนะครับ


ออฟไลน์ champ143

  • Superstar...
  • ****
    • กระทู้: 14,377
    • เพศ:ชาย
  • COMPLETED HT ROOM
ขออนุญาตแจมด้วยนะ พอดีถูกพาดพิงอ่ะท่านประธานขอรับฯ อิอิ ว่ายังกะสภาผู้แทนประเทศสารขันธ์เลยนะเนี่ย  :headphone

เรื่องสายสัญญาณและสายไฟราคาแพงๆ ที่ใช้กันอยู่ในหลายๆ ชุดและหลายๆ ห้อง รวมทั้งห้องกระผมด้วย นั้น ผมว่าจะมาแบ่งสัดส่วนที่พวกเราเคยพูดกันว่า เท่าไหร่นะ 40 40 20 นี่เห็นจะไม่ได้ซะแล้วในสมัยนี้ครับ เพราะอะไรหรือครับ อย่างที่คุณหมอทีเจพูดไว้ว่าดี๋ญวนี้วิวํฒนาการทางเทคโนโลยีไปไกลขึ้น การผลิตเส้นสายต่างๆ ทำได้ดีขึ้นไปอีกซึ่งมีส่วนเสริมทำให้ศักยภาพและประสิทธิภาพของสายแต่ละประเภทสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวจากสมัยก่อนๆ ครับ เช่นกันเทคโนโลยีพวกนี้ยังคงต้องจ่ายคืนในราคาที่สูงกว่าทั่วๆ ไปในตอนนี้ครับ แต่สักพักราคาก็จะถูกลงเองตามกลไกทางการตลาด ฉะนั้นใครอยากเล่นอยากใช้ก่อนคนอื่นๆ ต้องยอมจ่ายแพงกว่าคนหลังๆ อย่างแน่นอนครับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละท่านเอง ถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นหลักของท่านที่ถูกกล่าวถึงก็คงจะต้องผ่านประเด้นนี้ไปถือเสียว่าได้ท่านๆ เหล่านั้นเข้ามาช่วยเป็นคนทดลองให้ก่อน ถ้าเขาไม่ชอบหรือไม่ดี (จริงๆ น่าจะบอกว่าไม่ match กับชุดของท่านๆ ทั้งหลายเสียมากกว่า ตามที่คุณหมอนพได้กล่าวถึง) เดี๋ยวพี่ๆ เพื่อนเหล่านั้นเขาก็ปล่อยออกมาในราคามือสองให้คนอื่นๆ ได้มีโอกาสเอาไปทดลองเปลี่ยนประสบการณ์ดู ซึ่งบางท่านได้ราคามือสองไปแล้วพอดี match กับระบบที่ตัวเองใช้อยู่ก็ถูกหวยสองเด้งครับ คือ ได้เพิ่มประสิอทธิภาพของชุดของตัวเองกับได้ในราคาถูกกว่าตลาดทั่วๆ ไป แต่โปรดอย่าลืมว่า ไม่ได้หมายความว่าสายแพงๆ เหล่านั้นจะดีกว่าสายราคาต่ำกว่าเสมอไป ในทางกลับกันก็ไม่ได้หมายความว่าสายราคาต่ำๆ จะเทียบได้กับสายราคาแพงเหล่านี้ได้นะครับ อันนี้ประกอบไปด้วยหลายกรณีจริงๆ เช่นบางท่านว่าสายนี้ให้เสียงอย่างงั้นอย่างงี้ (รวมถึงผมเองด้วยที่รีวิวไว้ในหลายๆ ครั้ง) แต่ขอให้ทุกคนระลึกเสมอว่าเขาเหล่านั้นก็ไม่ได้จะถูกเสมอไปการที่เขายอกว่าสายเส้นนั้นเส้นนี้เสียงอย่างงั้นอย่างงี้แต่เป็นการฟังและรีวิวบนษนของหูและความชิบของเขาเหล่านั้นนะครับ ท่านอาจบอกอีกอย่างก็ได้ ผมว่าเอาประสบการณ์จากเขาเหล่านั้นมาแชร์และเก็บไว้เป็นแนวทางในการพิจารณาใช้สายกับชุดของเราได้ แต่อาจจะไม่ใช่จะชอบแบบเดียวกันนะครับ ย้ำการรีวิวเป็นเรื่องความชอบที่มีต่อสายนั้นๆ โดยคนเหล่านั้นนะครับ ไม่มีใครได้วัดด้วยเครื่องมืออะไรพิเศษหรอกครับ ใช้ประสาบการณ์และชุดของตัวเองรีวิว ครับ ชุดของท่านก็ไม่เหมือนชุดของเขานะครับ ฉะนั้นจงอย่าเชื่อสเปคให้มากนักเอาไว้เป็นฐานครับ จงเชื่อหูของเราเองและจงดูสตางวค์ในกระเป๋าของเราประกอบด้วยครับ
ผมเองมีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ แวะมาเยี่ยมห้องผมสม่ำเสมอ ผมชอบนะครับที่จะติมากกว่าชมหรือแนะนำมากว่าเยินยอ ผมชอบฟังคอมเม้นต์จากหลายๆ หูครับ แล้วพิจารณาด้วยความชอบและสตางค์ของเราประกอบ สายราคาแพงๆ ตัวแทนทุกคนยินดีให้เอามาทดสอบจริงๆ กับชุดของเราก่อนครับ แต่เราต้องจริงใจกับผู้ขายด้วยไม่ใช่ขอยืมมาลองตะพืดแต่ไม่เคยซื้อมาใช้เลยสักทีอันนี้ก็ไม่ถูกครับ จงขอยืมเมื่อเรามีสตางค์จะซื้อแล้วขอเขาลองเทียบจริงๆ ดูว่ามัน match กับชุดของเราหรือไม่ครับ  :headphone

ปล. ฉะนั้นสูตร 40 40 20 คงต้องเปลี่ยนไปราคาค่าสายอาจแพงกว่าหรือพอๆ กับเครื่องก็ได้ครับ ซึ่งให้ถือว่าสายพวกนี้เป็น hardware ชิ้นหนึ่งครับ

แต่จากประสบการณ์ของผมสายแพงๆ ทั้งหลายช่วยเสริมศักยภาพของชุดของเราได้จริงๆ และพิสูจน์ได้ด้วยหูของเราเองครับว่ามันดีขึ้นจริง แต่หากหารตามสัดส่วนระหว่างราคาต่อเปอร์เซ็นต์ของคุณภาพที่เพิ่มขึ้น อาจไม่ได้ตามสัดส่วนที่ถูกนะครับ เพราะยิ่งชุดแพงๆ ทั้งหลายการเพิ่มราคาสายเข้าไปอีกแพงๆ อาจแพงเท่าชุดเครื่องเสียงเลย แต่คุณภาพที่ได้เพิ่มขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์อาจไม่สูงเท่ากับเม็ดเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกนิดเดียว อันนี้ก็บอกยากเพราะแต่ละคนไม่เหมือนกันจริงๆ ว่าจะเอาอะไรมาเทียบว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม แต่ก็มีสายอีกหลายๆ สายที่ราคาค่าตัวไม่สูงมากนักแต่ถ้าเทียบกับสายระดับพระกาฬแล้วพอสูสีหรือใกล้เคียง ผมก็ว่านั่นน่ะคุ้มค่าที่จะเล่นแล้ว แต่หากต้องการมากกว่านี้คราวนี้ก็ต้องจ่ายแพงละครับ เรื่อง 40 - 40 -20 น่ะต้องพิจารณาเป็นเคสๆ ไป ว่าถ้าชุดโดยรวมรคา 40 คือ 6 หลัก ฉะนั้นก็คุ้มละครับที่จะใช้สายที่ราคาประมาณ 6 หลักเช่นกัน แต่ถ้าชุดท่านอยู่ประมาณ 5 หลักต้นๆ ก็ไม่คุ้มหรอกครับกับสายราคาหกหลัก ควรจะไปหาสายราคาสัก 5 หลักอ่อนๆ มาเล่นแทนครับ เพราะตัวชุดที่ใช้ก็ให้ประสิทธิภาพได้ไม่มากกว่านี้มากนักแล้วละครับ

ยาวไปหน่อย แต่อย่าถือว่าเรื่องนี้ไร้สาระ ผมว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่น้องๆ หลายคน คง งง และสับสนอยู่ครับ เอาว่าเล่นแต่พอหอมปากหอมคออย่าได้ตามเซียนๆ ทั้งหลายมากนักหากยังไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงๆ ก็พิจารณาระดับปานกลางที่เป็นพวก best buy น่าจะดีกว่าครับ ส่วนพี่ๆ เพื่อนๆ ที่ใช้สายระดับตำนานราคาสูงๆ ก็ช่วยแชร์ประสบการณ์ให้น้องๆ ได้ทราบแล้วถ้าเป็นไปได้ให้เขามีโอกาสได้ฟังเสียงจริงๆ บ้างก็จะช่วยเพิ่มพูนประสบการณืในการตัดสินใจของเขาในวันหน้าด้วยว่าเสียงระดับที่ควรว่าเหมาะและควรนั้นเป็นอย่างไร ผมเองกลับเข้าวงการมาอีกครั้งในคราวนี้ก็พยายามใช้โอกาส (โอกาสที่สามารถหาซื้ออุปกรณ์ราคาสูงๆ มาลองจริงๆ ได้ด้วยเงินของตัวเอง) ผมยืนยันว่าผมลองซื้อมันเกือบจะทุกตัวที่ใครว่าดี นักรีวิวต่างประเทศว่าน่าลองผมลองหมดถ้าอยู่ในปัญญากระเป๋าของเรา ฉะนั้นผมลองแล้วผมก็มักจะให้น้องๆ ที่มีโอกาสได้ลองด้วยเพื่อแลกประสบการณ์กันแล้วหากผมจะคอมเม้นต์อะไรแล้วผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าผมชอบหรือไม่ชอบ แต่ผมไม่เคยบอกเลยสักครั้งว่าอันนั้นดีหรือไม่ดี ผมจะบอกว่าผมชอบอันนี้มากกว่าอีกอันทางด้านไหน แล้วมักจะมีเหตุผลที่มาที่ไปให้ด้วยว่าน่าจะเพราะสาเหตุอะไร ฉะนั้นตัวแทนจำหน่ายส่วนใหญ่ในบ้านเราจึงไม่กล้าที่จะตำหนิผมว่าไม่เชียร์สินค้าของเขา ผมชอบผมก็บอกชอบแต่คนอื่นไม่จำเป็นต้องชอบเหมือนผมนะ ผมย้ำเสมอ หูใครหูมัน แต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน นิ้วเราเองยังไม่เท่ากันเลยนะ ผมว่าสายแต่ละเส้นมีบุคคลิกของตัวเองไม่เหมือนกันเลยสักรุ่นนะครับ ขนาดยี่ห้อเดียวกันรุ่นเดียวกันผลิตคนละ lot เสียงก็ต่างกันแล้วครับ อันนี้เรื่องจริงครับ

สุดท้ายอย่าลืมอีกเรื่องสำคัญครับ ห้องครับ Acoustic ของห้องสำคัญพอๆ กับชุดและสายครับ ตามที่คุณหมอนพฯ ได้กล่าวไว้เลยครับ acoustic ของห้องมีส่วนเสริมคุณภาพของชุดของเราอย่างมากๆ ครับ ชุดดีๆ แพงๆ อยู่ในห้องที่ acoustic ไม่ดีเสียงก็สู้ชุดปานกลางแต่อยู่ในห้องที่ Acoustic ดีๆ ไม่ได้ครับ อันนี้เห็นมาแล้วมากในงานโชว์เครื่องเสียงบ้านเรา ชุดแพงๆ หลายชุดตกม้าตายจาก acoustic ของห้องครับ

ไปละ สาธุ :bye1


ออฟไลน์ ยิ้มละไม

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,553
    • เพศ:ชาย
สายพวกนี้ ถ้าฟังออก เข้าใจ เล่นเป็น เงินถึง ใจถึง ซื้อได้ ซื้อเลย เพราะซื้อใช้แล้ว คุ้มค่า มีความสุข

สายพวกนี้ ถ้าฟังออก เข้าใจ เล่นเป้น ใจถึง แต่เงินไม่ถึง อย่าไปฟังเลย จะเป็นทุกข์ ถ้าไปฟังมาแล้ว ก็ต้องปล่อยวาง เดี๋ยวหูเสียตลอด เป็นทุกข์หนักขึ้นอีก

สายพวกนี้ ถ้าฟังไม่ค่อยออก แต่พอเข้าใจ ใจถึง เงินถึง อยากจะซื้อ ก็ซื้อไปเลย คุ้มค่าหรือไม่ ตอบยาก มีความสุขหรือไม่ ก็ ? แต่ที่รู้ เสียเงิน

สายพวกนี้ ถ้าฟังไม่ออก คุณเลยไม่ซื้อ คุณถูกหวยครับ คือ ไม่ต้องเสียเงิน และไม่ต้องเป็นทุกข์ด้วย

ยินดีด้วยกับคนที่สามารถซื้อได้และฟังอย่างมีความสุขครับ

ถ้าฟังเลย ติดใจ ซื้อไม่ได้ ก็อย่าเป็นทุกข์ครับ ไปขอฟังคนที่เขามีมาก ๆ หน่อยก็ได้ แล้วก็ปล่อยวาง ความสุขก็มาครับ


ออฟไลน์ AD1865

  • แพงแค่ไหนไม่สน สนแต่ของถูก ฮี่ๆๆ
  • ****
    • กระทู้: 274
น่ายินดีแทนตัวแทนจำหน่าย เส้น สาย ไฮเอนด์นะครับ ที่มีลูกค้า เงินถึง หูถึง ศักยภาพถึง ภูมิใจแทนอนุชนรุ่นหลังที่มีแบบอย่างดีๆ ของนักเล่นเหล่านี้ให้เป็นแบบอย่างที่ควรปฏิบัติตามอย่างยิ่ง ผมเองคงไม่สามารถหยิบจับมาลองได้ แต่เห็นรูปก็รู้แล้วครับว่าถ่ายออกมาสวยจริงๆ
ธนันต์พร ธนพรมณีรัตน์ ธ.กรุงเทพฯ สาขา ไอทีสแควร์ เลขบัญชี 229 0879 309 ประเภท ออมทรัพย์

087-0903074



ออฟไลน์ M.lex

  • M.Lex HTG (Home Theater GURU)
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,154
    • เพศ:ชาย
ไม่รู้ว่าแบบนี้เกินไปหรือเปล่า แต่ใช้อยู่จริงๆ
เฉพาะCenter

Center Aerial Acoustics CC5 รวมขาแสนปลายๆ

Power Amp Krell FPB-450mcx MONO Pure Class A ขับแบบ Bi-Amp ของใหม่เจ็ดแ...กว่าๆ

สายลำโพง Center MIT Oracle V3.3สองแ...กว่าๆ


ห้องนี้แหละครับ

ไม่ได้เอามาอวดครับ แต่มีใช้อยู่จริง
จิตอาสาพาเราเจริญ

โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน" width="190" height="58" border="0


ออฟไลน์ M.lex

  • M.Lex HTG (Home Theater GURU)
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,154
    • เพศ:ชาย

ออฟไลน์ ขุนดง

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,118
    • เพศ:ชาย

ใช้สายราคาพอๆ กับลำโพง! ....อยากรู้ว่าท่านเหล่านั้น เปลี่ยนสาย wiring ในลำโพงหรือยัง?  ;D









ออฟไลน์ AD1865

  • แพงแค่ไหนไม่สน สนแต่ของถูก ฮี่ๆๆ
  • ****
    • กระทู้: 274
ที่จริงการมองสายเป็นฮาร์ดแวร์ มันก็เข้าท่าเข้าทางเหมือนกันนะ แต่การทดสอบทางวิทยาศาสตร์นี่ต้องเป็นมาตรฐานบันทึกได้ใช่มั้ย หรือเครื่องเสียงไปในแนวทางตรรกศาสตร์ หรือไม่ก็ ศิลปศาสตร์รึเปล่า ?!?

ธนันต์พร ธนพรมณีรัตน์ ธ.กรุงเทพฯ สาขา ไอทีสแควร์ เลขบัญชี 229 0879 309 ประเภท ออมทรัพย์

087-0903074


ออฟไลน์ 1080p

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,243
ยกเรื่องเงินออกไปก่อน, ถ้าเป็นไปได้ลอง blind test ดูก่อน ถ้าคุณไม่สามารถบอกความแตกต่างบนระบบคุณได้ ค่อยเอาเรื่องเงินมาคิดว่าอีกทีว่าจะซื้อหรือไม่

เรื่องการห้ามไม่ให้คนอื่นมาหลอก คงทำได้ยาก แต่คุณจะห้ามไม่ให้หลอกตัวเองมันน่าจะทำได้ (ผมไม่ได้หมายว่าพ่อค้าที่ขายสายจะหลอกผู้ซื้อนะครับ) ผู้ขายหลายเจ้าก็ยินดีให้เอาไปทดสอบอยู่แล้ว เพียงแค่ตอนคุณลองก็ให้คนมาช่วย blind test ก็ได้ เพื่อที่จะแฟร์ๆกับผู้ขาย คุณก็อย่าเอาผลลัพธ์มาแถลงก็ได้ครับ

ก่อนจะเป็นเรื่องเป็นราวเถียงกันใหญ่โต ถ้าคุณผ่าน blind test ได้ อย่างน้อยก็น่าจะบ่งบอกได้ว่า คุณมีความสามารถพอที่จะแยกความแตกต่างได้ โดยตัดเรื่องอุปธาณออกไป ผมไม่ได้หมายความว่า สายต่างๆมันไม่มีผล

ก่อนที่คุณจะซื้อของอะไร (ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไร) ลองคิดดูง่ายๆสักหน่อยว่า จะซื้อเพราะอะไร ซื้อเพราะอยากได้ ซื้อเพราะไม่เดือดร้อน หรือ ซื้อเพราะต้องการคุณภาพ ตัดสินใจให้ได้ก่อน เผลอๆจะได้ไม่จำเป็นต้องมาทำ Blind test ให้เหนื่อย

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงความเห็นของผมครับ  :)



เห็นด้วยทุกประการขอรับผม :)


ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
    • กระทู้: 656
    • เพศ:ชาย
ยกเรื่องเงินออกไปก่อน, ถ้าเป็นไปได้ลอง blind test ดูก่อน ถ้าคุณไม่สามารถบอกความแตกต่างบนระบบคุณได้ ค่อยเอาเรื่องเงินมาคิดว่าอีกทีว่าจะซื้อหรือไม่

เรื่องการห้ามไม่ให้คนอื่นมาหลอก คงทำได้ยาก แต่คุณจะห้ามไม่ให้หลอกตัวเองมันน่าจะทำได้ (ผมไม่ได้หมายว่าพ่อค้าที่ขายสายจะหลอกผู้ซื้อนะครับ) ผู้ขายหลายเจ้าก็ยินดีให้เอาไปทดสอบอยู่แล้ว เพียงแค่ตอนคุณลองก็ให้คนมาช่วย blind test ก็ได้ เพื่อที่จะแฟร์ๆกับผู้ขาย คุณก็อย่าเอาผลลัพธ์มาแถลงก็ได้ครับ

ก่อนจะเป็นเรื่องเป็นราวเถียงกันใหญ่โต ถ้าคุณผ่าน blind test ได้ อย่างน้อยก็น่าจะบ่งบอกได้ว่า คุณมีความสามารถพอที่จะแยกความแตกต่างได้ โดยตัดเรื่องอุปธาณออกไป ผมไม่ได้หมายความว่า สายต่างๆมันไม่มีผล

ก่อนที่คุณจะซื้อของอะไร (ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไร) ลองคิดดูง่ายๆสักหน่อยว่า จะซื้อเพราะอะไร ซื้อเพราะอยากได้ ซื้อเพราะไม่เดือดร้อน หรือ ซื้อเพราะต้องการคุณภาพ ตัดสินใจให้ได้ก่อน เผลอๆจะได้ไม่จำเป็นต้องมาทำ Blind test ให้เหนื่อย

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงความเห็นของผมครับ  :)



ออฟไลน์ wat12(คุ้ม)

  • ชอบรวมสิ่งที่ดีๆเข้าด้วยกัน จึงไม่เกี่ยงทั้งเทคโนโลยี่แรกเริ่ม หรือล่าสุด
  • ผู้สนับสนุน web
  • Super Star.
  • *
    • กระทู้: 2,839
  • DLP 4 Studiotek130 , TUBE 4 STAX , SSamp 4 spk
ท่าทางแผน 4-4-2 ลำโพง 40 แอม 40 สาย 20 คงใช้ไม่ได้และ

ข้าน้อยแยกเป็น สามส่วนด้วยซ้ำไป ฮับป๋ม ...........โดยคำนึงถึงความแม็ทช์ทางเสียงแบบเน้นคุณภาพเนื้อในของแต่ละชิ้นด้วยในระหว่างเลือกสรร
100 ห้อง และระบบไฟ (ระบบไฟจะนับตั้งแต่สายไฟของการไฟฟ้าลงมาหามิเตอร์การไฟฟ้า เรื่อยมาจนถึงเต้ารับสายไฟเอซีตัวสุดท้ายในห้องก่อนใช้สายไฟเอซีเสียบ)
100 เครื่องต่างๆ  จนถึงลำโพง
100 สายดิจิตอล สายสัญญาณ  สายลำโพง  สายไฟเอซี

ของต่าง ๆ เหล่านี้ซื้อกันตามความพอใจครับ  คุณพอใจกับสินค้าและราคาก็ซื้อ  ไม่พอใจก็ไม่ซื้อ  พิจารณาตามความชอบและกระเป๋าสตางค์ส่วนตัว  ไม่มีใครตัดสินให้ใครได้และไม่มีใครบังคับให้ใครซื้ออะไรได้ 
เส้นสายต่าง ๆ ในปัจจุบันนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเส้นสายในยุคก่อน ๆ  อธิบายได้ด้วยวิทยาการด้านโลหะหรือโลหะวิทยาที่ก้าวหน้าไปไกลมาก ๆ  อย่างเงินเนี่ยสมัยก่อนไม่สามารถทำให้บริสุทธิ์ได้หลาย ๆ n อย่างสมัยนี้เป็นต้น  วิทยาการการขัดเคลือบผิวหรือการเลือกโลหะมาทำหัว  การเชื่อมต่อวิธีต่าง ๆ เป็นความก้าวหน้าทางวิทยาการที่อธิบายได้  สมัยก่อนเป็นยุค micro  ส่วนยุคนี้เป็นยุค nano  อีกสักสิบปีอาจเป็นยุค pico ก็ได้  ไม่มีใครรู้
+๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

ผมเคยเขียนเรื่องเส้นเส้นพวกนี้ไปหลายครั้งนานเป็นปีแล้วมั้งว่า  interconnect  speaker cable AC cable นี่สำหรับผมไม่ใช่ accessories นะครับ  เส้นสายเหล่านี้ควรจัดเป็น hardware แล้ว 
สำหรับผม accessories ต้องเป็นของกลุ่มที่ใส่เข้าหรือถอดออกมาจากระบบแล้ว  ระบบยังทำงานให้เสียงแสดงภาพได้อยู่  แต่เมื่อใส่เข้าหรือถอดออกจากระบบให้บุคลิกของเสียงหรือภาพเปลี่ยนแปลงไป  ส่วนจะมากหรือน้อยจะถูกใจหรือไม่ถูกใจนั่นอีกเรื่องนึง
เส้นสายต่าง ๆ ลองถอดออกมาก็ไม่มีเสียงไม่มีภาพ  ดังนั้นด้วยคำจำกัดความของผมนั่นไม่ใช่ accessories ครับ  มันเป็น hardware  จะเล่นถูกแพงแค่ไหนถ้าคิดว่ามันเป็น hardware แล้วก็ไม่ใช่ปัญหาแล้วนี่นา  เชิญตามสบายแล้วแต่กระเป๋าใครกระเป๋ามัน  แล้วแต่รสนิยมของใครของมันชุดของใครของมัน
เห็นด้วยอย่างแรงว่า accessories ต่าง ๆ ที่ใช้ปรุงแต่งนั้นไม่ใช่ว่าแพงแล้วจะดีหรือมีมาก ๆ แล้วจะดี  ผมเปรียบพวกนี้เสมือนเป็นเครื่องปรุงรสอาหาร  ใส่เยอะไม่ใช่จะอร่อย  ใส่มากใส่น้อยก็แล้วแต่รสนิยมคนกินอีกแหล่ะ  ปากใครปากมัน  เราชอบไม่ได้แปลว่าเขาจะชอบ  ต้องลองเอง  เวลาใครถามอะไรผมผมก็ต้องอ้างอิงว่าผมชอบนะ  ท่านอาจจะไม่ชอบก็ได้
ของบางอย่างใส่มากไปนึกว่าจะดี  ผมโดนท่านชัย สาธุ เอาของออกจากระบบบ่อย ๆ ไป อิ อิ มันมากเกิน  เพราะฉะนั้นมีเพื่อนหูทอง ๆ ตาเทพ ๆ ไว้จะดีมาก  ไว้ช่วยกันดูช่วยกันฟังช่วยกันวิจารณ์  เวลาเพื่อนผมมาเนี่ยผมปล่อยให้ว่ากันเต็มที่เลย  ชอบให้ว่าชอบให้ติ  พอเขากลับกันไปค่อยมานั่งขบคิด  ย่อยสลายคำวิจารณ์ต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงระบบของเรา  ทำอย่างนี้มานานแล้ว  เพื่อนที่สนิทก็จะรู้ใจกัน  มาถึงติกันอย่างเดียวไม่ว่า  ผมชอบ   ใครชมผมก็ชอบแต่ติด้วยยิ่งชอบมาก
"เส้นสายต่าง ๆ ลองถอดออกมาก็ไม่มีเสียงไม่มีภาพ  ดังนั้นด้วยคำจำกัดความของผมนั่นไม่ใช่ accessories ครับ  มันเป็น hardware"

โดนใจ และเห็นด้วยอย่างยิ่งฮับป๋ม
..............เมื่อก่อน  สายไฟต่างๆ  ก็บิลท์อินกับเครื่องเลย   ไม่ต้องซื้อสายไฟ     กับชุดชาวบ้านชาวช่องทั่วไป  ตามบ้าน ตามห้องพัก บางทีอาจใช้ปลั๊กพ่วงสีฟ้า(อันตรายน่าดู)กันก็มี

แต่เส้นสาย  หรือ แม้แต่แอ็คเซสซอรี่ต่างๆ  ก็มีทั้งแบบ"ลดคอคอดปลอดจุดอั้น"   บ้างก็เป็นแบบ "ขวางกั้น  แปรเปลี่ยน เบี่ยงเบนสัญญาณ" ไปจากเดิมก็มี  จึงต้องคัดสรรทดลองกันให้เหมาะ

จากที่ลองเล่นเครื่องหลักทั้งระบบที่คุณภาพสูงๆ  มักต้องการแบบ "ลดคอคอดปลอดจุดอั้น" มากกว่าแบบหลัง ฮับป๋ม


ที่กล่าวมานี่............ไม่ได้พูดถึงราคาว่าเป็นเท่าไหร่  เลยแม้แต่น้อย  ว่ากันที่คุณภาพเสียงล้วนๆเท่านั้นจร้า




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ตุลาคม, 2010, 05:19:51 pm โดย wat12(คุ้ม) »
ไม่มีอะไรดีที่สุด การค้นหาข้อดีของแต่ละอย่างแล้วผนวกเข้าด้วยกันเพื่อความพึงพอใจคือสิ่งที่ท้าทาย  " ทำเหมือนเขา ได้ดีที่สุดคือเท่าเขา แต่ส่วนใหญ่จะแพ้เขา แต่ถ้าเราใส่ไอเดียคิดใหม่ของเราเข้าไป โอกาสชนะและดีกว่ามีครับ " สนับสนุนการคิด ไม่พิศมัยการลอกทั้งดุ้น

http://www.htg2.net/index.php?topic=23262


ออฟไลน์ hongkongface

  • *****
    • กระทู้: 756
  • อยากกินทีรามิสุ
ตอนเริ่มต้นเคยคิดว่าพวกเล่นสายต่างๆเส้นละหลายๆหมื่นนี่

นอกจากมีตังค์อย่างเดียวไม่พอ ต้อง........( ชอบ และฟังออก ) ด้วย

ตอนนี้หลงเข้ามาในวังวนนี้แล้ว หลังจากได้สัมผัสด้วยตัวเองถึงเข้าใจครับ

ว่า ชอบ และ ฟังออก ถึงไม่มีตังค์ ก็ยังอยากลองอัพสายต่างๆต่อไปครับ

เน้นนะครับว่าต้องฟังออก และเข้าใจว่าชุดเราขาด และต้องการเพิ่มเติมอะไร

( เหมือนเครื่องปรุงจริงๆเห็นด้วยครับ )

สำคัญสุดคือ ตองฟังให้เป็นก่อนะครับ ไม่ใช้เสียตังค์ซื้อของแพงๆ แล้วรู้สึกว่าเสียงดีขึ้นครับ

ต้องชอบ และฟังออก + สำคัญสุดคือ[size=20pt] ต้องฟังให้เป็นก่อนะครับ[/size] ไม่ใช้เสียตังค์ซื้อของแพงๆ แล้วรู้สึกว่าเสียงดีขึ้นครับ

 O0
http://www.htg2.net/index.php?topic=63083.0 HONGKONGROOM @ HTG2 / http://www.htg2.net/index.php?topic=53284.0 ฮ่องกงที่ผ่านไป



ออฟไลน์ akeshipping

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,208
ตอนเริ่มต้นเคยคิดว่าพวกเล่นสายต่างๆเส้นละหลายๆหมื่นนี่

นอกจากมีตังค์อย่างเดียวไม่พอ ต้อง........( ชอบ และฟังออก ) ด้วย

ตอนนี้หลงเข้ามาในวังวนนี้แล้ว หลังจากได้สัมผัสด้วยตัวเองถึงเข้าใจครับ

ว่า ชอบ และ ฟังออก ถึงไม่มีตังค์ ก็ยังอยากลองอัพสายต่างๆต่อไปครับ

เน้นนะครับว่าต้องฟังออก และเข้าใจว่าชุดเราขาด และต้องการเพิ่มเติมอะไร

( เหมือนเครื่องปรุงจริงๆเห็นด้วยครับ )

สำคัญสุดคือ ตองฟังให้เป็นก่อนะครับ ไม่ใช้เสียตังค์ซื้อของแพงๆ แล้วรู้สึกว่าเสยงดีขึ้นครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ตุลาคม, 2010, 04:27:57 pm โดย akeshipping »


ออฟไลน์ พี่เอ

  • ****
    • กระทู้: 301
+10000000
ว่าสายทั้งหลายที่ matching กับชุดของเรา..ไม่จำเป็นต้องขึ้นกับราคาว่า ต้องถูกหรือ ต้องแพง  
ถ้าสายถูกมัน matching กว่าสายแพง   ก็ใช้สายถูกกว่า สบายเป๋าไป
ถ้าสายแพงมัน matching อันนี้ก็จ่ายเยอะหนอ่ย  :cry2  

ฟังเอง ตัดสินใจเอง อยากเชื่อเขาเล่าว่า หรืออุปทานกันเป็นทอดๆ :wiggle
ข้อมูลส่วนตั้วส่วนตัว
http://www.htg2.net/index.php?topic=52334.0


ออฟไลน์ หมอทีเจ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
    • กระทู้: 5,369
ของต่าง ๆ เหล่านี้ซื้อกันตามความพอใจครับ  คุณพอใจกับสินค้าและราคาก็ซื้อ  ไม่พอใจก็ไม่ซื้อ  พิจารณาตามความชอบและกระเป๋าสตางค์ส่วนตัว  ไม่มีใครตัดสินให้ใครได้และไม่มีใครบังคับให้ใครซื้ออะไรได้ 
เส้นสายต่าง ๆ ในปัจจุบันนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเส้นสายในยุคก่อน ๆ  อธิบายได้ด้วยวิทยาการด้านโลหะหรือโลหะวิทยาที่ก้าวหน้าไปไกลมาก ๆ  อย่างเงินเนี่ยสมัยก่อนไม่สามารถทำให้บริสุทธิ์ได้หลาย ๆ n อย่างสมัยนี้เป็นต้น  วิทยาการการขัดเคลือบผิวหรือการเลือกโลหะมาทำหัว  การเชื่อมต่อวิธีต่าง ๆ เป็นความก้าวหน้าทางวิทยาการที่อธิบายได้  สมัยก่อนเป็นยุค micro  ส่วนยุคนี้เป็นยุค nano  อีกสักสิบปีอาจเป็นยุค pico ก็ได้  ไม่มีใครรู้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ตุลาคม, 2010, 04:07:47 pm โดย หมอทีเจ »


ออฟไลน์ nut_ty

  • คนดีคือคนที่ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทั้งในทางตรงและทางอ้อม
  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,901
    • เพศ:ชาย
อยากให้ข้อคืดไว้นิดนึงครับ เส้น สาย ขั้ว ปลั๊ก แจ็ค ทั้งหลายแหล่ ขายได้โดย ไม่จำเป็นต้องมีบริการหลังการขาย ไม่ต้องรับผิดชอบในสินค้า ใดๆ ทั้งสิ้น หากใช้ในขอบเขต ต่างกับเครื่องเสียง ที่ต้องมีการรับประกัน และ บริการหลังการขาย ตรงนี้ที่อาจจะทำให้รู้สึกว่าการใช้จ่ายด้านอื่นๆ ด้วยวงเงินที่ค่อนข้างสูง ที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ แอคทีฝ เหมือนจะกินสะตุ้งสะตังค์กันง่ายๆ ไปหน่อย ขอประทานอภัย หากพูดตรงเผง
นายวัชระ สลัดแก้ว
โทร 083 1214445


ออฟไลน์ หมอทีเจ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
    • กระทู้: 5,369
ผมเคยเขียนเรื่องเส้นเส้นพวกนี้ไปหลายครั้งนานเป็นปีแล้วมั้งว่า  interconnect  speaker cable AC cable นี่สำหรับผมไม่ใช่ accessories นะครับ  เส้นสายเหล่านี้ควรจัดเป็น hardware แล้ว 
สำหรับผม accessories ต้องเป็นของกลุ่มที่ใส่เข้าหรือถอดออกมาจากระบบแล้ว  ระบบยังทำงานให้เสียงแสดงภาพได้อยู่  แต่เมื่อใส่เข้าหรือถอดออกจากระบบให้บุคลิกของเสียงหรือภาพเปลี่ยนแปลงไป  ส่วนจะมากหรือน้อยจะถูกใจหรือไม่ถูกใจนั่นอีกเรื่องนึง
เส้นสายต่าง ๆ ลองถอดออกมาก็ไม่มีเสียงไม่มีภาพ  ดังนั้นด้วยคำจำกัดความของผมนั่นไม่ใช่ accessories ครับ  มันเป็น hardware  จะเล่นถูกแพงแค่ไหนถ้าคิดว่ามันเป็น hardware แล้วก็ไม่ใช่ปัญหาแล้วนี่นา  เชิญตามสบายแล้วแต่กระเป๋าใครกระเป๋ามัน  แล้วแต่รสนิยมของใครของมันชุดของใครของมัน
เห็นด้วยอย่างแรงว่า accessories ต่าง ๆ ที่ใช้ปรุงแต่งนั้นไม่ใช่ว่าแพงแล้วจะดีหรือมีมาก ๆ แล้วจะดี  ผมเปรียบพวกนี้เสมือนเป็นเครื่องปรุงรสอาหาร  ใส่เยอะไม่ใช่จะอร่อย  ใส่มากใส่น้อยก็แล้วแต่รสนิยมคนกินอีกแหล่ะ  ปากใครปากมัน  เราชอบไม่ได้แปลว่าเขาจะชอบ  ต้องลองเอง  เวลาใครถามอะไรผมผมก็ต้องอ้างอิงว่าผมชอบนะ  ท่านอาจจะไม่ชอบก็ได้
ของบางอย่างใส่มากไปนึกว่าจะดี  ผมโดนท่านชัย สาธุ เอาของออกจากระบบบ่อย ๆ ไป อิ อิ มันมากเกิน  เพราะฉะนั้นมีเพื่อนหูทอง ๆ ตาเทพ ๆ ไว้จะดีมาก  ไว้ช่วยกันดูช่วยกันฟังช่วยกันวิจารณ์  เวลาเพื่อนผมมาเนี่ยผมปล่อยให้ว่ากันเต็มที่เลย  ชอบให้ว่าชอบให้ติ  พอเขากลับกันไปค่อยมานั่งขบคิด  ย่อยสลายคำวิจารณ์ต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงระบบของเรา  ทำอย่างนี้มานานแล้ว  เพื่อนที่สนิทก็จะรู้ใจกัน  มาถึงติกันอย่างเดียวไม่ว่า  ผมชอบ   ใครชมผมก็ชอบแต่ติด้วยยิ่งชอบมาก


ออฟไลน์ พี่เอ

  • ****
    • กระทู้: 301
เอาสั้นๆนะครับ  ่

สายเส้นที่กล่าวถึงกัน คิดว่าฝรั่งเอากำไรเกินควรไปเยอะๆๆ เลยนะครับ
 
(เน้นว่า) นักเล่นผู้มีประสบการณ์  คงหาวิถึทางอื่นๆ เพื่อให้ได้เสียงดี แทนการ..จ่าย..เพื่อสายเส้นนี้ :giveup




ข้อมูลส่วนตั้วส่วนตัว
http://www.htg2.net/index.php?topic=52334.0


ออฟไลน์ Sarvon

  • **
    • กระทู้: 50
ผมเคยได้ยินมาบ่อย เรื่องเสียโง่ให้ฝรั่งกับของราคาแพง

แต่เรื่องนี้ คงเป็นเพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในการผลิตเส้นสาย  O0


ออฟไลน์ nut_ty

  • คนดีคือคนที่ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทั้งในทางตรงและทางอ้อม
  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,901
    • เพศ:ชาย
เทคโนโลยีเรื่องวงจรออดิโออิเล็กทรอนิกส์มันแทบจะมาเท่าเทียมกันอยู่แล้วในหลายๆ ยี่ห้อ แต่เทคโนโลยีการทำสายต่างๆ ยังพัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่แปลกหรอกครับที่สายแพงๆ จะให้ผลลัพธ์ดีกว่า อิเล็กทรอนิกส์แพงๆ อันนี้ประสพมาแล้วกับตัว  :drive1
นายวัชระ สลัดแก้ว
โทร 083 1214445


ออฟไลน์ dr.nop

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,735
    • เพศ:ชาย
  • CIH club thailand
    • saensuk hifi.com
มีห้องที่ดี ก่อนคือห้องที่เป็นกลาง อะไรเปลี่ยนไป ก็บอกความแตกต่างได้
accessory ที่แพง อาจไม่match กับชุดของเรา ของราคาถูก ไม่ใช่ว่าไม่ดี ถ้ามันเข้ากับชุดของเรา ก็นับว่ามัน matching กันได้
สำหรับท่านที่เงินไม่ใช่ปัญหา การที่ up คุณภาพขึ้น 10-15% แม้ต้องจ่าย กันเป็นแสนหรือหลายแสน ก็คงไม่มีปัญหา แต่เครื่องระดับ ธรรมดา แต่ใช้ เส้นสาย ราคาสูงลิบ ถ้าmatch กัน แล้วเราพอใจก็ ok  แต่ถ้าไม่ match กัน ฟังแล้วมันปวดใจ เสียดายเงิน ทั้งนี้และทั้งนั้น มันขึ้นกับความเข้ากัน
camry ก็ใช้เครื่อง 2.0 2.4 3.6 ltr ใครจะเอาเครื่อง ferrari มาใส่ ถ้ามีคนทำให้ก็ใส่ได้ แต่มันไม่จบ ช่วงล่าง เบรค และอะไรอีกจิปาถะ ถามว่าที่เล่นกันอยู่นี้ มีสักกี่เปอร์เซ็น ที่ฟังดนตรี กันเป็น  speed ,tonal balance ,dynamic ,inner detail, มิติ sound stage สำหรับผมถูกแพงไม่เกี่ยงขอให้ดีจริง และคุ้มค่าเงิน ไอ้ประเภท ของชิ้นนี้ รวยอย่างเดียวซื้อไม่ได้ ต้อง ... ด้วย อย่างนี้ ผมไม่เล่น เสียเงินไม่ว่า อย่าเสียค่าโง่ อันนี้รับไม่ได้  N]
สรุปว่า ถูกแพง ไม่ใช่ ประเด็น ที่สำคัญคือ ความเข้ากัน หรือ matching คำกล่าวที่ว่า ผู้ชาย ยินดีจ่ายเงินเท่าใดก็ได้ เพื่อสิ่งที่เขาพอใจ แต่ผู้หญิงชอบที่จะจ่ายเงิน ซื้อของเพราะว่า ราคาถูก อยากได้ของแถม ทั้งๆ ที่ ซื้อไปแล้วอาจจะไม่ได้ใช้ หรือ มีใช้อยู่แล้ว แต่ที่ซื้อเพราะว่ามัน sale  :bye1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ตุลาคม, 2010, 02:05:43 pm โดย dr.nop »


ออฟไลน์ pon02829

  • *****
    • กระทู้: 792
    • เพศ:ชาย
ชุดเก่าผม ค่าสายรวมกันหลายแสน ตัวเครื่องรวมกัน แสนนิดๆ ลำโพง 9 หมื่นบาท


ลิงค์รีวิวต่างประเทศ
หมายเหตุ : ในรีวิวของฝรั่ง ลองดูระบบเครื่องที่ใช้กับสายเส้นนี้ดูนะครับ ก็จะได้คำตอบ ว่าสายนี้ควรจะใช้กับชุดใหญ่ หรือ ชุดเล็ก

ปัจจุบัน ระเบิดไปเรียบร้อยแล้วครับ เอาสายไปแลกได้ แอมป์มา 2 เครื่อง กับ ปรี 1 ตัว มาเป็นชุดนี้  ในราคาจ่ายเท่ากัน


โชคดีครับ  :D

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ตุลาคม, 2010, 01:28:41 pm โดย pon02829 »


ออฟไลน์ Help !!!

  • Guest (บุคคลทั่วไป)
  • Superstar...
  • *
    • กระทู้: 5,866
  • Please Help Thanks
ผมเชื่อเลยว่ากระทู้นี้น่าจะเป็นกระทู้ที่ hot  และมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางแน่ๆ

ผมมีความเชื่อมาตลอด 10 กว่าปีที่เล่นและขายเครื่องเสียงมา จากคำพูดของเซียนและนักวิจารณ์ที่ว่าสายสัญญาณและสายลำโพงควรมีราคา 15-20% ของซิสเต็ม

เช่นซิสเต็ม 100,000 บาท ท่านควรเผื่องบให้สายทั้งซิสเต็ม 15,000-20,ล00 บาท

ผมเชื่ออย่างนี้มาตลอดจริงๆ

จนมาช่วงหลังๆที่เริ่มมีประสบการณ์กับเครื่องเสียงและสายที่ราคาสูงขึ้น มุมมองจากที่พบเจอด้วยตนเองและจากลูกค้าหลายๆท่านที่เป็นนักเล่นตัวยง รวมถึงน้องยู,พี่อ้อยและคุณหน่อย ผู้จัดการประจำสาขาศรีราชา 3 คนที่ทำให้ผมต้องมาทบทวนเรื่องนี้ใหม่ และที่ขาดไม่ได้คือ JPS Super conductor 3 และ Aluminata ที่ทำให้หูตาสว่างมากขึ้น

คำถามคือ มันใช่จริงๆเหรอ 15-20% ที่ว่ากันมา และมันพอจริงๆหรือเปล่า

ถ้าไม่มีเรื่องเมื่อวานนี้ผ่านเข้ามาในชีวิตผม ผมไม่มีทางเปิดประเด็นนี้แน่ๆ เรื่องของเรื่องคือ

ผมมีโอกาสไปบ้านพี่กฤษณ์ ลูกค้าของคุณหน่อย ที่ตัวเมืองชลบุรี

บ้านนี้เป็นบ้านที่คุณหน่อย Recommend ให้ต้องไปฟังเพราะพี่กฤษณ์เป็นคนแรกที่ลองใส่สาย JPS Super conductor 3 ราคาสายคู่นี้ 100,000 บาท ใส่กับแอมป์ Onkyo NR-3007 เล่นกับ B&W 804 S โดยมีเครื่องเล่นซีดี Rotel RCD-02 เป็นแหล่งโปรแกรม

สาย ลำโพงแพงกว่าแอมป์พี่เค้าอีก ถูกกว่าลำโพงครึ่งหนึ่ง แถมมีสายไฟ Audioquest NRG-100  อีก 1 เส้นต่อแอมป์อยู่ราคา 40,000 กว่าบาท สายสัญญาณของ Monitor รุ่น NF 1302 อีก 1 เส้น ค่าสายคิดเป็น 40% ของซิสเต็มโดยประมาณ

เห็นชุดพี่เค้าตั้งแต่คุณหน่อยโพสต์ผมก็เฉยๆ ชุดอย่างนี้ฟังมาเยอะ

ลองเปลี่ยนสายลำโพงเป็น Aluminata เข้าไป งานเข้าเลย เสียงอลังการใหญ่โต เหมือนลำโพงตัวใหญ่ขึ้น เบสเหมือนมีซํบ 12 นิ้วสองลูกออกมาจากลำโพง ใหญ่สมจริง แต่ขอประทานโทษไม่มีบวมเบลอ จังหวะเก็บตัวไม่มีล่าช้า หย่อนยาน

ถ้าเอาผ้าคุลมเครื่องฟังแต่เสียง ที่ลำโพง ผมว่าเซียนๆต้องฟันธงว่าเป็น Power 100 วัตต์ขึ้นไปกับซีดีแพงๆสักตัว สายมันทำให้เสียงขึ้นไปได้ถึงระดับนั้นจริงๆ

เรื่อง นี้ไม่ค่อยอยากเล่าเพราะคนไม่เชื่อจะหาว่าผมเวอร์ แค่สายลำโพงมันจะอะไรกันนักหนา ผมเข้าใจที่ท่านคิดเพราะผมเองก็เคยคิดอย่างนี้มาเป็นสิบๆปี ยิ่งคนไม่เชื่อเรื่องสายยิ่งจะหาว่าผมพูดเกินไปหรือเปล่า จะเชียร์ของที่ตัวเองขายล่ะสิท่า

ของไม่ดีจริง เขียนไปก็เท่านั้น ผมมีแต่จะเสียเปล่าๆ และสายราคาระดับนี้ปั่นกระแสไปก็เท่านั้น มันไม่ช่วยให้ขายดีขึ้นแน่ๆผมมั่นใจ มันไม่ใช่ของที่ใครจะซื้อไปลองกันเล่นๆ คนที่ซื้อเค้าไม่เชื่อที่ผมเขียนหรอก เค้าเชื่อหูตัวเองมากกว่า ฟังแล้วเสียงไม่ดีราคานี้ไม่มีใครจ่ายเงินหรอก รถเก๋งคันนึงเลยนะครับ

ในมุมกลับกันสายราคาเท่ารถเก๋ง 1 คันมันก็สมควรที่จะต้องทำให้ซิสเต็มธรรมดาแปลงร่างเป็นไฮเอนด์ให้ได้ไม่ใช่หรือ

ถ้า ท่านได้ฟังเองชุดนี้จะต้องรู้สึกเหมือนผมว่า นี่มันไม่ใช่เสียงของรีซีฟเวอร์เครื่องละ 6-7 หมื่น กับซีดีเครื่องละ 20,000 แล้ว ฟังยังไงมันก็ไม่ใช่ นี่มันเสียงไฮเอนด์ราคาเป็นล้านแล้ว ไม่รู้จะพูดยังไง ต้องฟังเองถึงจะเข้าใจ เรื่องอยางนี้อธิบายยาก คุณหน่อยเองเข้าใจเหมือนผม พี่กฤษณ์เองก็คิดไม่ต่างกัน

ผมเองก็ไม่ เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน ทฤษฎีและความเชื่อหลายๆอย่างที่เคยมี ต้องกลับมาทบทวนกันใหม่แล้วว่ามันจริงหรือเปล่า สายลำโพงก็แค่สายลำโพงมันจะไปช่วยอะไรมากมาย เต็มที่ก็แค่ให้ลำโพงทำงานเต็มประสิทธิภาพ แค่ 15-20% ของซิสเต็มก็พอ

แล้ว 15-20% มันไปกระตุ้นศักยภาพของลำโพงได้สักกี % หรือที่ผ่านมาผมไม่เคยฟังเสียงลำโพงเต็มประสิทธิภาพเพราะความเชื่อนี้หรือ เปล่า ถ้าตัดเรื่องราคา 300,000 ออกไป สายเส้นนี้คือส่วนที่ทำให้ลำโพงคู่นี้หรือคู่ใดๆแสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็ม ที่

เป็นเสียงที่เราไม่เคยได้ยินจากสายราคาต่ำกว่าหรือคุณภาพต่ำกว่าเท่านั้นเอง

สุดท้ายพี่กฤษณ์ตัดสินใจเปลี่ยนสายเดิมเป็น Aluminata ไปแล้ว

เหตุการณ์นี้ทำให้ผมย้อนไปถึงเรื่องที่ผมเคยคุยกับคุณหน่อยเมื่อไม่กี่เดือนมานี้
ผมเคย comment คุณหน่อยอยู่ 2-3 ครั้งที่เจอว่าขายสายราคาใกล้เคียงกับราคาลำโพงให้ลูกค้า ผมบอกว่าขายสัก 15-20% ก็พอ เพราะกลัวว่าลูกค้าจะรู้สึกว่าซื้อสายแพงไป เกิดมีเพื่อนฝูงมาทัก ทางผมก็จะเสีย ผมซีเรียสเรื่องพวกนี้มากอยู่แล้ว

คุณหน่อยบอกผมว่า ส่วนใหญ่ที่ซื้อคือลูกค้าได้ลองฟังเอง ชอบถึงได้ซื้อ และมันก็ช่วยทำให้เสียงดีขึ้นมาก มากกว่าเปลี่ยนแอมป์หรือลำโพง

คุณหน่อยบอกผมว่า ถ้าซิสเต็มเดิมของลูกค้า สมมติใช้ลำโพง Proac D 18 ต่อสายลำโพงตามทฤษฎีก็น่าจะลงเป็น AQ Rocket88 ราคาสัก 20,000 บาท เอออันนี้ผมเห็นด้วยเลย สายมันไม่แรงมาก

แล้วถ้าคุณชัยวัฒน์เปลี่ยนใส่ Comet ราคา 70,000 เข้าไปเสียงมันจะดีขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งเสียงนี้จะไม่มีทางได้ยินถึงแม้จะเปลี่ยนลำโพงเป็น D28 หรือ D 38 แล้วใช้ Rocket 88 เหมือนเดิม

ผมลองแล้วและมันก็เป็นเช่นนั้น การเปลี่ยน D28 กับ D 38 ให้สเกลที่ใหญ่ เสียงเต็มอิ่ม และฟังดูดีขึ้น แต่ไม่มีรายละเอียดเหมือน D 18 ใส่ Comet หรือถ้าจะให้ดีจริงๆ ควรเปลี่ยนสายตามลำโพงขึ้นไปด้วยถึงจะดีที่สุด และถ้าคุณเปลี่ยนเป็นรุ่นสูงอย่าง Meteor เสียงจะดีกว่า Comet อีกมากมาย

จากนั้นคุณหน่อยเริ่มพูดถึงหลักแนวคิดของเค้าเพิ่มเข้ามา อ้อลืมบอกไปย่าง คุณหน่อยใช้ Moon i1 เล่นกับ B&W CM-1 แต่ใช้สายลำโพง JPS Superconductor+ ซึ่งราคาแพงกว่าแอมป์และลำโพง เค้าให้เหตุผลว่าถ้าไม่เล่นสายตัวนี้ก็ไม่ได้ยินเสียงอย่างยี้จากลำโพงคู่ นี้

วิธีคิดของคุณหน่อยคือ

มีแอมป์+ลำโพง ไม่มีสาย เสียงไม่ดัง
มีลำโพง+มีสาย ไม่มีแอมป์ก็เสียงไม่ดัง
มีสาย+มีแอมป์ ไม่มีลำโพงก็ไม่มีเสียง

แล้วจะบอกว่าสายสำคัญน้อยกว่าแอมป์หรือลำโพงได้อย่างไร เพราะถ้าไม่มีสายก็ไม่มีเสียง สายควรจะดีพอๆกับแอมป์และลำโพงสิถึงจะถูก

ตอนนั้นที่พูดผมเองก็ยังไม่เข้าใจ แหมความเชื่อในหัว 10 กว่าปีมันมีมุมของตัวเองที่ไม่ยอมเปลี่ยนความคิดง่ายๆใครๆก็เป็น ผมก็รับฟังและจำเอาไว้

จากนั้นก็มีหลายเหตุการณ์ทีผ่านเข้ามา น้องยูนี่ก็เป็นคนที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิด

น้อง ยูก็เป็นหนึ่งในนั้น ก่อนหน้านี้น้องเค้าใช้

AVR:                             ONKYO : TX-NR5007
Front speakers:               B&W : CM7
Center:                          B&W : CMC-2
Surround:                       B&W : CM5
Subwoffer:                     Paradigm Sub Studio12
BD Player                        Pioneer LX91
ราคาชุดนี้ ประมาณ 400,000 กว่าบาท แล้วดูสายที่น้องเค้าใช้

Speaker cable:                Audioquest Meteor for front ,Comet for center , Audioquest Rocket33 for surround
AC Power Cord:               JPS ALUMINATA,NRG Wild,,NRG10+IEGO8095,NRG10+wattgaate330&350,NRG5+fi11(cu)
HDMI:                            HDMI Diamond,HDMI1, Furutech X.V 1.3
Subwoofer cable:             Audioquest Collorado >>> may be Niagara
ราคาสายเฉียดๆ 500,000 บาท เกินราคาชุดเครื่องเสียงไปแล้ว

ทุกครั้งที่ยูเปลี่ยนสาย ผมติงตลอดว่ามันจะแพงไปหรือเปล่า ยูซื้อพี่พี่ดีใจ แต่ซื้อสายแพงไปพี่ไม่เห็นด้วย ยูพูดให้ผมฟังเสมอว่า ถ้ายูไม่เปลี่ยนสายอย่างนี้ ยูก็ไม่ได้เสียงแบบนี้ ถึงพี่ให้ยูเปลี่ยนแอมป์เป็น Pre+processor แต่ไม่เปลี่ยนสายยูลองแล้วเสียงมันก็ไม่ได้อย่างนี้

ตอนนั้นผมก็ได้แต่คิดว่า เอา เอาเข้าไป แล้วแต่ยูละกัน ผมเจอคนทักยูบ่อยว่าเล่นอย่างนี้ทำไมไม่เปลี่ยนเครื่องไปเลย แต่ยูก็ยังเล่นอย่างนี้อยู่พักใหญ่จนตอนหลังเปลี่ยนเป็นชุดฟังเพลง โดยมี B&W 804 diamond กับปรี Moon + power bryston 14 B เข้าประจำการ

แต่อุดมการณ์ยูก็ยังเหมือนเดิม เปลี่ยนชุดเครื่องเสียงไปเฉียดล้าน

ก็เปลี่ยนสาย Aluminata ตามขึ้นไปทั้งเซ็ทรวมกับสายไฟเดิมๆที่ยังโอเค ราคาเฉียดล้านพอๆกัน ด้วยเหตุผลเดิม

“ยูฟังแล้วพี่ สายลำโพงต้องเป็น JPS Aluminata เท่านั้น รุ่นต่ำกว่านั้นเสียงมันไม่ได้  เสียงมันไม่สุด”

ราคาสายซื้อลำโพงได้ 1 ข้างกับอีกครึ่งคู่ เอา เอาเข้าไป

ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมๆกับชุดของพี่อ้อย Apache

พี่อ้อยใช้
Bryston 4B-SST2+ปรี BP-26&MPS2
เครื่องเล่นซีดี Bryston Bcd-1
ลำโพง ProAc D-38

ทั้งชุดเฉียดๆล้านเหมือนกัน สายทั้งชุดฉียดๆ 400,000 บาท
ก่อนหน้านี้พี่อ้อยไม่เชื่อเรื่องสายมากเท่าไร ยิ่งสายไฟพี่เค้ายิ่งไม่ค่อยเชื่อ แต่พอได้ลองเล่นจริงจังก็ค่อยๆขยับขึ้นมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันจบที่สายลำโพง AQ Montblanc ราคา 50,000 กว่าบาทและสายสัญญาณ JPS Super conductor3 2 ชุด ราคาประมาณ 70,000 บาท

Project ที่วางไว้คือจะเปลี่ยนซีดีเป็น Esoteric หรือเพิ่มแอมป์เป็น 7 B Mono block 2 ตัว
จนน้องยูหอบหิ้วสายลำโพง Aluminata ไปให้ฟัง พี่อ้อยบอกเลยว่าไม่เปลี่ยนเครื่อง แต่ขอเปลี่ยนสายเส้นนี้แทน สายที่ราเกือบเท่า D 38 ของพี่เค้านี่ละ

เหตุผลคือ มันเห็นผลเปลี่ยนแปลงชัดกว่าเยอะ

เคสนี้ที่ทำให้ผมหูตาสว่างขึ้นมาก จริงของพี่อ้อย ผมนึกภาพเลยว่าถ้าเปลี่ยน Bryston เป็น Esoteric เสียงก็คงละเอียดขึ้น ชัดขึ้น หรือเปลี่ยนเพาเวอร์ก็คงได้กำลังมากขึ้น พลังดีขึ้น

แต่มันไม่ได้ความอลังการและน้ำเสียงที่สมจริงอย่างที่สายลำโพงเส้นนี้ให้ออกมาแน่ๆ

เงิน 3000,000 พี่อ้อยเลือกได้ทั้งสามทางเลือก แต่พี่อ้อยเลือกเล่นทางนี้ เพราะได้พิสูจน์แล้วว่ามันเห็นผลมากกว่า

แล้วทฤษฎี 15-20% มันไปอยู่ที่ไหน ผมเชื่อว่าถ้าพูดเรื่องนี้กับนักล่นที่ดวงตาเห็นธรรมมาก่อนผมเค้าต้องขำแน่ๆ

และก็มีอีกหลายๆเหตุการณ์ที่ลูกค้าซื้อสายแพงๆไปเล่นกับชุดที่แพงกว่าสายไม่ มาก ทั้งพี่นก พี่ Kenny Joey ซึ่งทำให้ผมเข้าใจอะไรต่อมิอะไรมากขึ้น ทั้งสองท่านก็เป็นเจ้าของสายไฟและสายลำโพง Aluminata ซึ่งชุดสายของพี่ทั้งสองนั้น เกิน 50% ของซิสเต็มทั้งนั้น

ตามมุมมองของผมตอนนี้ ซึ่งไม่รู้ว่าอนาคตจะเปลี่ยนยังไง เพราะประสบการณ์การเล่นจะสอนเรามากขึ้น ความคิดก็เปลี่ยนไปมากขึ้น สายลำโพงซื้อให้ดีที่สุดเท่าที่จะเล่นได้ ถ้าข้ามข้อจำกัด 15-20% เราอาจจะเจอเพชรเม็ดงามออกมาจากลำโพงคู่เดิม เพราะคำว่าดี คือของดี มันต้องแพงกว่าอยู่แล้วเป็นแกติ สายที่ดีเกินลำโพงคือสายที่เทียบกับรุ่นที่เล็กกว่าแล้วเสียงต่างขึ้นไปไม่ มาก แสดงว่ามันสุดที่ตรงนั้นแล้ว อย่างนี้เราก็ไม่ต้องเล่นตัวที่สูงขึ้นไปเพราะมันไม่คุ้ม

ลำโพง 100,000 บาทอาจจะให้เสียงได้ดีสุดๆกับสายราคา 60,000-70,000 โดยที่ไม่มีทางได้จากการเปลี่ยนแอมป์หรือลำโพงโดยใช้สายราคา 10,000 กว่าบาทแน่ๆ ดังนั้นอย่าสบประมาทคนที่เปลี่ยนสายอย่างนี้ว่าเล่นเครื่องเสียงไม่เป็น ทำไมไม่เปลี่ยนเครื่อง ผมเชื่อเลยว่าเปลี่ยนเครื่องไปเผลอๆดีขึ้นสู้ไม่ได้

หลายท่านเคยคิดว่าสายอะไรก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ จนมาวันหนึ่งได้ลองสายดีๆ ความคิดก็เปลี่ยน
สายไฟจะไปมีผลอะไรมากมาย แล้วตอนนี้ท่านเปลี่ยนสายไฟอะไรกันอยู่?
ขาตั้งลำโพงไม่ต้องสนใจ วางอะไรก็ได้ ในที่นี้มีกี่ท่านที่ใช้ขาตั้งคู่ละหลายๆพันจนหลายๆหมื่น

ความคิดในเรื่องเครื่องเสียงมันเปลี่ยนได้ตามประสบการณ์การเล่นของเรานั่นละ สำหรับผมตอนนี้ผมไม่เชื่อว่า 15-20 % จะพอกับชุดเครื่องเสียงดีๆสักชุด นอกเสียจากมีสายที่ดีมากๆในราคาตรงนั้น ถือว่าเป็นโชคดีของเรา

ขออภัยลูกค้าบางท่านที่ซื้อสายแพงพอๆกับซิสเต็ม หรือซื้อสายลำโพงพอๆกับลำโพง ผมเคยคิดว่าท่านไม่เข้าใจการเล่นเครื่องเสียงแต่ที่ไหนได้ผมเองนั่นละที่ เข้าใจเรื่องนี้สู้ท่านไม่ได้จริงๆครับ

จอห์น
กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่เพื่อนๆที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกฝากถามมา ก็ขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนๆสมาชิก ช่วยตอบให้ด้วยนะคร๊าบผม...ขอบคุณมั่กๆครับ...