คราวนี้มาถึงตำนานที่อยากให้ทุกคนอ่าน และผมก็อยากจะเล่าที่สุด เพราะเก็บไว้กว่าสิบปีพอดี ดังคำเขาว่าสิบปี ....ก็ไม่สาย
ตำนานเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ผมได้เจอในวงการเครื่องเสียงมาและก็จำจนถึงทุกวันนี้
อย่างที่ที่ทุกท่านทราบครับ จะเห็นว่าผมเองก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ marklevinson และผมก็มีเพื่อนรักคนหนึ่งสมัยมหาลัย เชื่อเจ้าฟลุ๊ค วันหนึ่งเพื่อนฟลุ๊ค อยากจะทำโฮมเทียเตอร์ บ้างเพราะเคยมาเที่ยวบ้านผม และเคยฟัง marklevinson ที่บ้านผม เจ้าตัวก็ไม่รู้เรื่องเครื่องเสียงเท่าไหร่หรอกครับ แต่จากการบอกเล่าของผม เขาก็เข้าใจว่าไอ้ marklevinson นี่สุดยอดแล้ว แต่งบคงไม่ถึง ผมเลยพาไปดู magnet ที่ wtc และจะไปลองฟัง mark รุ่นใหม่ๆที่ อัมรินท์พลาซ่า พอไปถึงอัมรินท์ ผมก็จำได้ว่า audio exellence ที่อยู่สี่พระยาได้มาเปิดร้านใหม่ ชื่อว่า image ซึ่งผมเองก็เคยซื้อของกับคุณ กิ้มที่สี่พระยา เห็นบริการดี เลยว่าจะไปเยี่ยมชมซะหน่อย ผมเลยพาเพื่อนเข้าไปร้าน image ก่อน และ ตำนาน มันก็เริ่มตรงนี้ล่ะครับ
ผมเดินเข้าไปในร้าน ก็มีเซลผู้ชายหน้าตาดี ( เหมือนปลาที่ผมเลี้ยงไว้ในตู้แล้วผมชอบโยนแมลงสาปให้กิน) มาต้อนรับพูดจาแบบทักทายแบบวัยรุ่น เพราะผมกับเพื่อนใส่ชุดนักศึกษา ABAC ผมเองก็เล่นแต่ mark และช่วงนั้น krell กำลังมาแรง ผมเล่นให้เซลหน้าตาดี ปากหวาน คนนั้นพาไปฟัง krell ก่อนเปิดเพลง เพื่อนผมก็ถามเขาไปว่า พี่แล้ว marklevinson เป็นยังไง คำตอบที่ได้รับจากเซลผู้ชายปากหวานหน้าตาดี คนนั้นตอบกลับอย่างเป็นกลางมากว่า
น้องรู้มั้ย marklevinson นี่มีแต่เศรฐีบ้านนอกซื้อ พวกคนบ้านนอกเล่น แต่คนกรุงเทพเขาจะเล่น krell
เหมือนกับ รถล่ะน้อง พวกเศรฐีบ้านนอกจะขับเบ๊นซ์ แต่เศรฐีกรุงเทพเขาจะขับ BMW
ทำไมรู้มั้ย เพราะพวกคนบ้านนอกไม่ค่อยมีความรู้ ซื้อตามค่านิยม แต่คนกรุงเขามีความรู้กว่า เขาจะเลือกใช้สิ่งที่ดีกว่า
บ้านนอกขับเบ๊นซ์ เล่น mark ส่วนคนกรุงมีสมองขับ BM เล่น krell
จากนั้นลองเสียง แล้วพี่เซลหน้าตาดี ปากหวานก็บอก น้องสนใจตัวไหนบอกพี่ได้เลย ลองได้เต็มที่
แหมบริการดีจริง จากนั้นฟังได้สองเพลงผมกับเพื่อนก็ขอบคุณแล้วเดินไปต่อที่ elpa shaw
ตอนออกจากร้่าน เชื่อมั้ยครับ ความภาคภูมิใจในการที่มี mark ในครอบครองมันไม่เหลือ และกลายเป็นไอ้โง่ไร้สมองไปโดยปริยาย
จากไอ้เพื่อนรักมันก็ มองหน้าผม อมยิ้มแล้วก็หัวเราะ เพราะมันรู้ว่าผมเป็นเด็กบ้านนอก ดันเสือกขับ benz แล้วก็เล่น mark ซะด้วย เรียกว่าเข้าทางปืน
แล้วเพื่อนมันก็บอกว่า พี่เซลหน้าตาดี ปากหวาน เขาด่ามึงว่ะ ผมก็บอก เออแม่ง แถมเพื่อนมันยังหัวเราะและแซวจนทุกวันนี้
อะไรหว่าแม่งเจอกันครั้งแรก มันล่อตูก่อนแล้ว
ตั้งแต่วันนั้น ผมไม่เคยไปเหยียบ ร้าน image และคิดจะเล่น krell อีกเลย เพราะพี่เซลหน้าตาดี ปากหวานคนนี้ล่ะครับ
จากนั้นอีกหลายปีต่อมา ผมก็ได้ข่าวว่าเกี่ยวกับพี่เซลคนนั้น รวมถึงฉายาที่เขาตั้งกันในวงการ เรื่องที่ผมตลกที่สุดคือ ทุกคนตั้งฉายาเดียวกันหมดโดยไม่ได้นัดหมาย ถ้าเอ่ยชื่อก็ต้องมี นามสกุลต่อเหมือนกันทุกคน
ส่วนผมก็ขอเรียกชื่อย่อว่า L.D.M
เอาว่าผมเองก็ไม่ติดใจอะไร แต่ไม่ลืมครับ ซึ่งถ้าในวันนั้นเป็นที่ขอนแก่นคงได้มีการเรียกคุย สัก แป๊ป ( แป๊ปท่อนเดียวก็พอ ) คนแถวนี้เขาไม่ตบกันเพราะ มีแต่กระเทย กับเพศเมีย แต่เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรครับ
แต่ผมก็ได้ติดตามข่าวของพี่เซลคนนั้นอยู่นะครับ ฟังๆเขามา อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ฟังหูไว้หู เห็นบอกว่าออกจาก image ไปเปิดร้านเองสองสามรอบแล้วก็ไม่รอด ไม่รู้ว่าเพระปากหวานเกินไปหรือเปล่า
กลับมาตายลังที่ image ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะเก่งเกินเฒ่าแก่ จากนั้นไม่พอได้ยินว่าไปทำงานบริษัทใหญ่โต แล้วไปขาย mark แถวพารากอน เครื่องเสียงของคนไร้สมองด้วย ผมเองก็งงนิดๆว่าจะเชียขายยัง
แต่ด้วยความเทพ ก็เลยอยู่รวมกับมวลมนุษย์เขาไม่ได้ ก็ต้องออกตามระเบียบ
แต่ตอนนี้คงดีขึ้นแล้วครับ เพราะได้ข่าวว่าไปเป็นเซียนในวงการโฮมเทียร์เตอร์ หากินแถวต่างจังหวัด ที่เขาว่าไม่ค่อยมีความรู้ คงหากินง่ายครับ อย่างว่าครับ หากินกับคนไม่มีความรู้กินง่ายกว่าหากินกับคนกรุงที่มีความรู้ แต่แว่วๆมาเข้าบ้านไหน เบสบวมบ้านนั้นเลย บางกระแสก็บอกมาว่า ไปเห็นหัวหน้าเด็กปั๊ม ยืนโบกธงให้รถไปเต็มน้ำมัน เพราะชอบฟํนธง บางกระแสก็ว่าไปเป็นพนักงานสตาบัก เพราะชอบชงเองกินเอง
เอาว่าก็เป็นตำนานเรื่องเล่าปรำปราแล้วกันครับ จริงไม่จริงไม่มีข้อพิสูจน์ ส่วนตอนนี้ขอเวลาไปโยนแมลงสาปให้ปลา กินก่อนครับ ปลาผมจะได้หล่อๆเหมือนพี่ L.D.M.

ข้อมูลทั้งหมดเป็นตำนานครับ จริงไม่จริงไม่มีใครรู้ ฟังหูไว้หูครับ
เอาว่าใครจะเล่นเครื่องเสียงแพงๆ ผมก็ขอแนะนำว่าควรต้องฝึกฟัง ให้ฟังเป็นด้วยนะครับ ถ้าจะเอาแค่ฟังไพเพราะ ก็เล่นเครื่องไม่ต้องแพงก็ได้ เพราะไม่งั้นเดี๋ยวจะโดนเซลคนนั้นด่า เหมือนผม ขนาดไม่เจอกันนานมันยังตามมาด่าอยู่เเลยหาว่าฟังไม่เป็น 5555 ก็คงต้องตอบไปล่ะครับ ว่า เรื่องของกู เงินกู