รบกวนผู้รู้ช่วยให้ความรู้ผมหน่อยครับ .... มันไม่รู้จริงๆ...
1. โดยปกติเวลาสั่งหม้อแปลงไฟสูงเราจะบอกค่า Ampere ของหม้อแปลง ซึ่งในแต่ละส่วนเราคิดจากอุปกรณ์+หลอด อย่างไรและต้องเผื่อค่าไว้เพิ่มประมาณกี่เท่าอย่างไรครับ
คิดกระแสรวมที่จ่ายให้วงจรส่วนต่างๆ อย่างที่คุณ pride ว่าครับ ส่วนเรื่องการเผื่อเท่าไหร่นี่ คงขึ้นกับประสบการณ์และหลายๆ ปัจจัยของแต่ละคนครับแตกต่างกันไปครับ สำหรับผม ถ้าหม้อแปลงต่ำกว่า 100VA ผมจะเผื่อ 2 เท่าเลย แต่ถ้าเกินกว่า 100VA ก็แล้วแต่กรณีครับ 25-50% ประมาณนั้นครับ
2. หม้อแปลงไฟที่เป็นเทอร์รอยมันมีข้อดีกว่า แบบ EI อย่างไรบ้างครับ เช่น ขนาดเล็กกว่า? หรือ คลื่นรบกวนน้อยกว่าอย่างไรเปรียบเทียบกันครับ หรือเหมาะกับ Pre หรือ Power Amp อย่างไรครับ
ขนาดเล็กกว่า น้ำหนักเบากว่าครับ Loss ก็น้อยกว่าด้วยเมื่อ VA เท่ากัน
ส่วนเรื่องคลืนรบกวนผมมองว่าไม่น้อยกว่าครับ
1. หม้อแปลงแบบ Toroid โดยปกติจะตอบสนองทางความถี่สูงได้ดีกว่า EI ซึ่ง Noise ความถี่สูงหรือพวก Spike ใน AC Line ก็จะผ่านหม้อแปลงเข้ามาในวงจรของเราได้ง่ายกว่า EI ไปด้วย
2. หม้อแปลง Toroid แผ่กระจายสนามแม่เหล็กออกมาตามแนวรัศมีทุกทิศทาง (แต่แพร่ในแนวแกนน้อยมาก) ในขณะที่ EI จะปล่อยออกมาเฉพาะด้านที่เห็นขดลวด ด้านที่ถูกแกนครอบไว้จะมีการแพร่กระจายน้อยมาก ถ้ามองแต่หม้อแปลงอย่างเดียว ผมก็คิดว่า Toroid ไม่ได้ดีกว่า EI ในแง่นี้ เมื่อขนาดและ VA พอๆ กันครับ อย่างไรก็ตามมันขึ้นกับการติดตั้งหม้อแปลงด้วยว่าสนามแม่เหล็กที่แพร่ออกมาจะไปรบกวนวงจรเราได้แค่ไหนครับ?
รบกวนผู้รู้ตอบหน่อยครับ .......
ขอเพิ่มเติมอีกนะครับ
3. กระแสตกคร่อม R(L)/C filter เราคิดจากอะไรครับ
ปกติจะไม่เรียกกระแสตกคร่อมครับ จะมีแต่แรงดันตกคร่อมครับ ส่วนกระแสจะเป็น -กระแสไหลผ่าน- ครับ
กระแสไหลผ่านความต้านทานทำให้เกิดแรงดันตกคร่อมอุปกรณ์ครับ เข้าใจว่าคุณ Tom คงจะถามหาวิธีคิดแรงดันตกคร่อมมากกว่า กรณีนี้ให้คิดว่าวงจรที่อยู่หลังภาคจ่ายไฟทั้งหมด มีกระแสไหลผ่านเท่าไหร่ กระแสนี้จะไหลผ่าน R/Choke ด้วย ซึ่งคุณ Tom จะต้องทราบค่า R หรือ DCR ของ Choke แล้วก็นำมาคำนวณ E = I x R ค่า E ที่ได้ก็คือแรงดันตกคร่อม Choke ครับ
ยกตัวอย่าง วงจรของคุณ Tom ต้องการกระแส 100mA และ Choke ของคุณมีค่า DCR (DC Resistance) 100 ohm ก็จะได้ว่า E = 0.1x100 = 10V ครับ
4. เรา Plot Average Characteristic Plate Curve เองได้หรือไม่ครับ จากค่า Plate Resistance/mu/gm/-Vg
ได้ครับ แต่ไม่แม่นยำเท่าไรนักครับ การ Plot Plate Curve ต้องทราบค่าจุดทำงานของวงจรหลายๆ จุดครับ แล้วนำมาคำนวณย้อนหาค่า Plate Resistance ที่จุดต่างๆ แล้วก็เขียน Curve มาต่อกันครับ ถ้ามีจุดทำงานมาอ้างอิงมากเท่าไหร่ Plate Curve ก็ใกล้เคียงมากเท่านั้นครับ อย่างน้อยควรจะมี 6-12 จุดครับ ถ้ามีแค่ 2-3 จุด Curve จะไม่ค่อยใกล้เคียงเลยครับ ผมเคยลองทำบน Excel อยู่ทีนึง แต่หา File ตัวอย่างไม่เจอแล้วครับ ไม่งั้นคงให้ข้อมูลได้มากกว่านี้
