HTG2.club

ถ้าหม้อแปลงที่ซื้อมาไม่มี tab กลางให้ เราใช้วงจรนี้มีข้อดีข้อเสียยังไงบ้างครับ

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ analoque

  • Lifetime DIYer
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,833
  • Pro fide ablectus - Chosen for fidelity
มารายงานผลครับพี่ๆ  :headphone

สรุปแล้วเมื่อวันเสาร์ก็ไปบ้านหม้อมา super fast rectifier diode หาไม่ยากครับ มีอยู่หลายร้านเลย แต่พวกที่เป็น soft recovery นี่ผมดันลืมเบอร์ไป ก็เลยไม่ได้ตามหาต่อ  :oops

อ้อ แวะไปสาย5มาด้วยครับ เฮียแกอัธยาศัยดี(มากๆ  :gathering) กล่องคุณภาพดีไม่ผิดหวังครับ แต่มุมนี่ดูๆแล้วเหมือนใช้มือเจียร์ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากครับ

กลับถึงบ้านเช้าวันอาทิตย์ (อ่านไม่ผิดหรอกครับ นอนออฟฟิศครับวันเสาร์ ฮ่าๆๆ แบบว่าน้ำมันท่วมสุขุมวิทร่วมตีสองอ่ะคับ เลยไม่อยากเสี่ยง อิอิ) นอนเอาแรงซักพักก็เริ่มเลยครับ ต่อไดโอดเป็นบริดจ์ แล้วต่อเข้ากับหลอดอีกทีอย่างที่พี่ DIY Man. แนะนำ งัดเอาหลอด 6x4 ออกมาเชือดก่อน ต่อหม้อแปลงใช้ขด 220V - 0V สำหรับขาเข้า และสูงสุด 250V - 0V สำหรับขาออก (จุดใส้หลอดทั้งสามโดย 6.3V - 0V)

เช็คสายอะไรเรียบร้อย ก็เปิดสวิทซ์ไฟจุดไส้หลอดครับ ไฟที่หลอด 6x4 เริ่มแดง โห เสียเงินไปหลายพัน ได้จุดหลอดไฟไม่ค่อยสว่างติดได้หนึ่งหลอด แสนภูมใจครับ คือตอนนั้นคิดอย่างงี้จริงๆครับ แค่ลุ้นว่ามันจะเจ๊งรึเปล่า แหะๆ

จากนั้นก็วอร์มหลอดอยู่จนไฟแดงเต็มที่(สว่างดีเหมือนกันแฮะ) ด้วยความที่ใจร้อน ผมก็ไม่รอช้า สับสวิทช์ไฟสูงเข้าหลอดทันที ไม่มีเสียงอะไรแปลกปลอม ไม่มีกลิ่น C ไม่บวม หม้อแปลงไม่ระเบิด อืมม เหมือนจะใช้ได้ครับ ท่าทางโชคจะเข้าข้าง  ;D

ทีนี้ก็ลองวัดไฟดูครับ เอ ทำไมมันได้ 173V เองหว่า รึว่าเราต่ออะไรผิดไป ลองมองๆหาที่ผิดพลาดจนเกือบโดนช๊อทไปหนึ่งที ไม่เจอ รึว่ามิเตอร์เจ๊ง(โทษอย่างอื่นไว้ก่อนละกัน เหอๆ) กลับมาลองวัดใหม่ดู อืมม ได้ 193V ลองแช่ทิ้งไว้ 194V 195V... อ่อ มันกำลังเพิ่มขึ้นๆ ก็เลยให้เวลามันแป๊บนึง ไปทำอย่างอื่นต่อ (จริงๆ simulate ในวงจร setting time ไม่ถึง 5 วินาทีเอง ผิดปกติป่าวครับเนี่ยพี่ๆ  :help)

กลับมาอีกที เมื่อให้เวลามันเพียงพอแล้วก็ลองวัดไฟดูอีกที คราวนี้ได้ 336V ครับ ก็ลองมานั่งคิดดู อืมม ถ้าอัดใส่ปรีเต็มๆท่าทางจะไม่ดี อย่ากระนั้นเลย เริ่มจากไฟต่ำๆน่าจะชัวร์กว่า ก็เลยจัดแจงปิดสวิทช์ทั้งหมด ถอดสายไฟบ้านออก บัดกรีเปลี่ยนจากขาออก 250V - 0V เป็น 220V-0V แทน

ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ผมจัดแจงต่อปรีแอมป์ที่เสร็จเพียง channel เดียวของผมเข้ากับ power supply งัดหลอด 6DJ8 ขึ้นมาวางบนเขียง ตรวจเช็คสายไฟเรียบร้อย เดินสายสัญญาณจาก ipod shuffle ตัวเก่ง (เมื่อความคลาสสิคท้าชนเทคโนโลยีล่าสุดแห่งโลกเครื่องเสียง อิอิ) เข้าปรีฯ ต่อปรีฯกะหูฟัง 32ohm ตัวเก่าที่สุดเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่

ผมเปิดสวิทซ์จุดไส้หลอด ตามด้วยไฟสูง เจ้า shuffle นั่นเปิดไว้รอท่าอยู่แล้ว เร่งโวลลุ่มไว้เท่ากับตอนฟังหูฟังธรรมดา แต่หรี่โวลลุ่มที่ปรีฯไว้สุดก่อน

หลังจากสวดภาวนาให้เจ้า shuffle น้อยกะหูฟังแก่ๆในกรณีที่อาจเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นได้ ก็ลองเร่งโวลุ่มที่ปรีฯขึ้น

ตั้งแต่ผมเล่นเครื่องเสียงมา ผมก็เพิ่งรู้วันนี้เองว่าอาการ "ขับไม่ออก" มันเป็นยังไง เพราะมันชัดเจนมาก ปรีตัวนี้อัตราการขยายก็ไม่ใช่น้อยๆ พาลจะมากเกินซะด้วยซ้ำไป เร่งโวลลุ่มที่ปรีฯจนแทบสุดก็ยังไม่เห็นจะดังไปถึงไหนเลย เอ หรือมันจะไม่เหมาะกับหูฟังล่ะเนี่ย

เรื่องเสียงนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยครับ เพี้ยนสุดขีดแบบฟังแว่บแรกแทบช๊อค แหลมหายทุ้มหด หายไปหมดเหลือแต่ของเพี้ยนๆ(คงเหมือนคนสร้างแน่ๆ :D)

เอาน่า run in ไปซักพักมันคงจะดีขึ้นมั้ง แต่ ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ น่าจะเดากันออก สัญญาณรบกวนไงครับ ผมว่ามากันครบจริงๆนะ (ปรีฯตัวนี้ผมลองต่อแบบไม่ได้ shield อะไรไว้เลยครับ กะจะมักง่าย shield ที่กล่องทีเดียว แหะๆ) ไม่รู้ว่าเรียกกันว่าอะไรบ้าง แต่รู้ว่ามากันเยอะแบบไม่ได้นัดหมาย ฮ่าๆๆ ที่น่าแปลกก็คือเสียงรบกวนพวกนี้มาเป็นระยะๆครับ แต่มากันทีก็มาหมด ไปก็ไปหมดเหมือนกัน

หลังจากด่านแรกผ่านพ้นไป ผมก็ค่อนข้างมั่นใจพอสมควร ว่าอย่างน้อยระบบมันก็ใช้ได้ ไม่มีข้อบกพร่องอะไร เพราะเจ้า shuffle น้อยกะหูฟังเก่าๆของผมมันก็ยังกองอยู่ตรงนั้น ยังไม่โดนฌาปณกิจแต่อย่างใดซึ่งน่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดี

เมื่อลองวัดไฟดูก็พบว่าไฟที่จ่ายจาก power supply ให้ ปรีนั้นเหลือแค่ 220V เท่านั้นเองแต่ใน spec ต้องเป็น 250V ประกอบกับเริ่มรู้ว่าหูฟังแก่ๆอาจไม่เหมาะนักกับปรีฯ ตัวนี้ ผมเลยเปลี่ยนไฟออกของหม้อแปลงจาก 220V เป็น 230V แทน ถึงไม่น่าจะพอดีแต่ก็น่าจะใกล้เคียง int. nad ตัวเก่าและลำโพง ms10i เก่าๆถูกต่อเข้ามาในระบบแทนที่หูฟังที่ผ่านศึกรอดตายมาได้แบบปาฏิหารย์

หลังจากเปิดทิ้งไว้ซักพัก ตอนนี้รู้สึกว่าเสียงดีขึ้นแล้วครับ เสียงร้องนั้นมาแบบหวานๆเนียนๆบอกไม่ถูก เสียงทุ้มที่ตอนแรกหายไปตอนนี้กลับมาแล้วครับ ถึงจะไม่ลงลึกเหมือนพวก solid state แต่ก็ไม่ได้ขาดอะไรมากมาย เสียงแหลมก็โอเคครับ มาแล้ว จริงๆผมใช้ coupling C ไม่ค่อยดีด้วยแหล่ะ ตัวละ 10 บาทแต่ผมซื้อมาตัวละ 30  :stretcher  :black_eye

ตอนนี้ปัญหาหลักจึงมาอยู่ที่ แหะๆ สัญญาณรบกวนครับ หลังจากเปลี่ยนระบบไปสัญญาณรบกวนก็มาเยี่ยมเยียนกันเป็นฝูงใหญ่อยู่เนืองๆครับ อาจจะเพราะไม่ได้ลง print ด้วยแหล่ะ ยังนั่งนึกในใจว่า แล้วตูจะไปแก้ตรงไหนดีล่ะเนี่ย นี่ก็เดิน star ground แล้ว สายก็สั้นๆ เห็นท่าปรีหลอดมันจะ sensitive อย่างที่เค้าว่ากันจริงๆ

นั่งฟังไปซักพัก ใช่ครับ เสร็จข้างเดียวก็ฟังมัน channel เดียวนี่แหล่ะ ก็ลองเอามือไปจับสายไฟจุดไส้หลอดดู อืมม หายไปแล้ว แต่ญาติๆมันยังอยู่เพียบ จับที่อื่นก็ไม่หาย จับผิดที่ดันดังกว่าเดิมอีก อิอิ (ชักท้อใจ)

ฟังต่อไปอีกหน่อย ไม่ไหวแล้วครับ ทำไมมันมากันบ่อยอย่างนี้ (ถ้าคิดในแง่ดีก็ดีหน่อยคือมันไม่ได้มาตลอด แต่แวะมาทักทายทีก็นานอยู่นะ แหะๆ) สังเกตุว่าเวลาเสียงดนตรีมาเบาๆมันจะมาเยี่ยมเยียนตลอด แต่พอลงกลองลงเบสหนักๆแล้วมันหายไปเหมือนกันแฮะ แต่ก็ไม่ไหวอยู่ดีครับ ใจก็คิดว่าสงสัยต้องจับลงกล่องแล้ว shield ซะแล้ว โชคดีหน่อยคงหาย

กำลังจะปิดเครื่อง มือก็หมุดโวลลุ่ม เอ หมุนไปสุดมันเงียบนี่นา เอามือแตะๆมันก็กวนตาม รึว่ามันจะเป็นที่ volume ล่ะเนี่ย เคยเห็นรูปในหนังสือสังเกตุเห็นว่าเค้า shield volume ลงกราวน์กันด้วยนี่ ลองหน่อยดีกว่าไหม

ก็จัดแจงตัดสาย wire wrap มาพอประมาณ ปอกปลายสองข้างออก ข้างนึงแตะกับตัว volume อีกข้างแตะกับกราวน์ของสัญญาณขาเข้า เฮ้ย ยิ่งหนักกว่าเดิม ซวยล่ะสิงานนี้ แต่ ไม่แฮะ พอแตะแนบกันเรียบร้อย ได้ผลครับ เงียบสนิท แต่ก็มีหลุดมาเยี่ยมเยียนบ้างเบาๆเล็กๆ (ท่าทางจะมาตัวเดียว)

เข้าท่าๆ จัดการปิดเครื่องเรียบร้อย บัดกรีสาย wire wrap ตัวนี้เข้ากับกราวน์ขาเข้า เรียบร้อยก็บัดกรีเข้ากับ case volume แต่ มันไม่ยักติดแฮะ  :cry2 เอางี้ละกัน พันๆๆไว้ก่อนเพื่อทดสอบสมมุติฐาน

เปิดเครื่องใหม่ โอวว สวรรค์  :harp เงียบบบบบ มีมาเล็กน้อยเป็นระยะๆ แต่น้อยลงเยอะ เอาล่ะ ยอมรับได้ๆ หวังว่าถ้าลงเคสแล้วมันจะไม่ต้องมาเลยก็ได้นะ ฮ่าๆๆ

เลยขอถามเพิ่มนิดนึงครับ สัญญาณรบกวนแบบมาๆหายๆเนี่ย มันแก้ตรงไหนเพิ่มได้อีกมั้ยครับ เพราะมาถึงตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำอะไรเพิ่มแล้วนอกจากลงกล่องอย่างเดียว

นี่รูปปรีหลอดกระสือของผมครับ ภูมิใจจัง ไม่พังๆ :band1

หลังจากเอาเจ้านี่ลงกล่องแล้ว โปรเจ็กหน้าคงเป็น portable dac + headphone amp ครับ ไว้จะรายงานความคืบหน้าใหม่ครับผม

ขอบคุณพี่ๆทุกคนมากครับที่ได้ให้ความช่วยเหลือ ถ้าไม่ได้พี่ๆช่วยป่านนี้คงกลายเป็นเถ้าถ่านราคาหลายพันบาทไปแล้วครับ ขอบคุณจากใจจริงครับ  :iou
:headphone accipio conscientia propono molior partis liberum :headphone
analoque's project
analoque's download


ออฟไลน์ analoque

  • Lifetime DIYer
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,833
  • Pro fide ablectus - Chosen for fidelity
ขอบคุณครับพี่ Mr.Q สำหรับความเห็นเพิ่มเติม  :headphone

วันเสาร์นี้คงได้ไปเดินบ้านหม้ออีกแล้วครับ คงไปดูหม้อแปลงเพิ่ม หาซื้อ rectifier diode กับซื้ออุปกรณ์เพิ่มอีกนิดหน่อยครับ ว่าจะลองทำ DAC เล่นอยู่เหมือนกัน  :showoff

อาจจะแวะไปดูกล่องสวยๆแถวพุทธมณฑล5 ด้วย แหะๆ ผมไม่ชอบซื้ออะไรแบบที่มันไม่เห็นของก่อนอ่ะครับ

ขอบคุณพี่ๆทุกคนคร๊าบบ ใจดีจริงๆ  d_d :drunk
:headphone accipio conscientia propono molior partis liberum :headphone
analoque's project
analoque's download


ออฟไลน์ analoque

  • Lifetime DIYer
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,833
  • Pro fide ablectus - Chosen for fidelity
พิจารณาวงจรนี้ให้ดีนะครับโดยเฉพาะที่ Rk ของหลอดแต่ละตัว ว่ามีอะไรหายไปหรือป่าว ปรกติแล้วเราจะต่อ Ck ด้วยนะครับเพื่อ Bypass สัญญาณที่เป็นความถี่ลงกราวด์ เพราะที่สัญญาณที่มีความถี่(AC) C จะทำตัวเสมือนว่าต่อลงขา Cathode ลงกราวด์ ถ้าไม่ต่อ C และเลือกที่จะจัดวงจรแบบ Auto Bias โอกาสที่จุดการทำงานเปลี่ยนเกิดขึ้นแน่นอนครับ (กระแสไหลผ่านความต้านทานเปลี่ยน แรงตกคร่อมความต้านทานก็จะเปลี่ยนตามไปด้วยครับ) ระวังด้วยนะครับ เพราะถ้าเราต่อ Ck พิจารณาไฟตรง ก็ยังมีกระแสไหลผ่าน Rk ตลอดเวลา วัด VDC ที่ขา Cathode จะได้แรงดัน Bias แต่ถ้าวัดไฟสลับจะได้แรงดันตามสัญญาณที่เข้ามาและขนาดสัญญาณเท่ากับหรือใกล้เคียงสัญญาณที่ป้อนเข้ามาด้วย สัญญาณไฟสลับก็จะผ่าน Ck ลงกราวน์  Y] Y]

ขอบคุณครับพี่ PajoneC  :headphone

พี่กำลังหมายถึงต่อC พวก 220uF 470uF ไว้ขนานกับ R104, R107 และ R320 ใช่รึเปล่าครับ  :help ผมไม่แน่ใจครับ มันลึกเกินความรู้ผมไปแล้วครับ แหะๆ  :D
:headphone accipio conscientia propono molior partis liberum :headphone
analoque's project
analoque's download


ออฟไลน์ analoque

  • Lifetime DIYer
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,833
  • Pro fide ablectus - Chosen for fidelity
                2fจริงๆ ผมว่าอย่าไป Serious มากกับการคำนวนหรือค่าที่เค้ากำหนดเลยครับ เช่น B+ ต้อง 250 VDC หลอดอย่าง 6DJ8 จริงๆ มันทำงานได้ตั้งแต่ Vplate เป็น Battery แรงดันต่ำๆ ยัน 100 กว่า Volt นอกนั้นยังมีปัจจัยด้านอุปกรณ์ประกอบอีกมากมายครับ ที่ทำให้เสียงเปลี่ยน จะเอา แรงดันแบบตรงเปะๆ เลย คงต้องลอง Regulator ครับ จะ FET หรือ หลอดก็ได้ครับ ดูแล้ว B+ ที่ลอง Simulate กันตอนต้นมันขึ้นกับ Load ครับ ถ้าเราเลือกที่จะ Bias ที่จุดต่างๆกัน B+ ก็เปลี่ยนไปได้อีกเล็กน้อยครับ ขึ้นกับสภาพหลอด(อายุ)ที่คุณใช้อีกด้วยนิดนึงครับ ฉะนั้น อย่าไป Fixed ครับ ถ้าอยากได้ 250 VDC ตรงๆ คงต้องออกแบบให้แรงดันเกินไว้แล้วค่อยลดด้วย RC อีกชั้นนึงครับ ทำได้ครับหม้อแปลงคุณมี 250VAC อยู่แล้ว ก็ใช้ Bridge Diode เป็นภาคแรกเลยก็จะได้ 1.414Vac ครับ จากนั้นอยากใช้หลอดก็ค่อยแค่เอามันมาคั้นอีกทีนึง ;)
                 ส่วน ชนิดของ DIODE คุณต้องลองฟังเองครับ และที่บ้านหม้อหาไม่ยากครับ แพงกว่า ธรรมดาอีกนิดหน่อย

ขอบคุณครับพี่ DIY Man  :headphone

จริงอย่างที่พี่ว่าแหล่ะครับ รู้สึกตอนนี้ท่าทางจะได้ไฟต่ำไป เราค่อยๆปรับไปหาจากไฟต่ำเป็นไฟสูงขึ้นมันก็ไม่น่าจะพังจริงมั้ยครับ ;D ถ้าเริ่มป้อนสัญญาณเข้าปรีแอมป์ ความต้านทานของวงจรก็น่าจะเริ่มไม่คงที่ แรงดันก็น่าจะแกว่งจริงครับ
:headphone accipio conscientia propono molior partis liberum :headphone
analoque's project
analoque's download




ออฟไลน์ DIY Man.

  • It's GOOD To Be...... Audio D.I.Y.
  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,363
    • เพศ:ชาย
  • Good day!

พิจารณาวงจรนี้ให้ดีนะครับโดยเฉพาะที่ Rk ของหลอดแต่ละตัว ว่ามีอะไรหายไปหรือป่าว ปรกติแล้วเราจะต่อ Ck ด้วยนะครับเพื่อ Bypass สัญญาณที่เป็นความถี่ลงกราวด์ เพราะที่สัญญาณที่มีความถี่(AC) C จะทำตัวเสมือนว่าต่อลงขา Cathode ลงกราวด์ ถ้าไม่ต่อ C และเลือกที่จะจัดวงจรแบบ Auto Bias โอกาสที่จุดการทำงานเปลี่ยนเกิดขึ้นแน่นอนครับ (กระแสไหลผ่านความต้านทานเปลี่ยน แรงตกคร่อมความต้านทานก็จะเปลี่ยนตามไปด้วยครับ) ระวังด้วยนะครับ เพราะถ้าเราต่อ Ck พิจารณาไฟตรง ก็ยังมีกระแสไหลผ่าน Rk ตลอดเวลา วัด VDC ที่ขา Cathode จะได้แรงดัน Bias แต่ถ้าวัดไฟสลับจะได้แรงดันตามสัญญาณที่เข้ามาและขนาดสัญญาณเท่ากับหรือใกล้เคียงสัญญาณที่ป้อนเข้ามาด้วย สัญญาณไฟสลับก็จะผ่าน Ck ลงกราวน์  Y] Y]
                อันนี้ไม่เสมอไปครับคุณผจญ :nonono และแล้วแต่ความชอบของผู้สร้างครับ การ Bypass กับไม่มี ทำให้ Gain จะต่างกันเล็กน้อยครับ บางคนไม่ชอบ Cathode Bypass เลย เพื่อนัยว่าหลีกเลี้ยงการเติม Color ให้กับเสียง  :headphone
*Theory doesn't satisfy my emotion sense !
THE HEART:   The output tubes.
THE SOUL:   The output transformers.
THE MUSCLE:   The power supply.
THE BONES:   The chassis.
THE BRAINS:  The circuitry.


ออฟไลน์ PajoneC

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,370
    • เพศ:ชาย
    • สนุกกับการได้ทำ ทำในสิ่งที่ชอบ

พิจารณาวงจรนี้ให้ดีนะครับโดยเฉพาะที่ Rk ของหลอดแต่ละตัว ว่ามีอะไรหายไปหรือป่าว ปรกติแล้วเราจะต่อ Ck ด้วยนะครับเพื่อ Bypass สัญญาณที่เป็นความถี่ลงกราวด์ เพราะที่สัญญาณที่มีความถี่(AC) C จะทำตัวเสมือนว่าต่อลงขา Cathode ลงกราวด์ ถ้าไม่ต่อ C และเลือกที่จะจัดวงจรแบบ Auto Bias โอกาสที่จุดการทำงานเปลี่ยนเกิดขึ้นแน่นอนครับ (กระแสไหลผ่านความต้านทานเปลี่ยน แรงตกคร่อมความต้านทานก็จะเปลี่ยนตามไปด้วยครับ) ระวังด้วยนะครับ เพราะถ้าเราต่อ Ck พิจารณาไฟตรง ก็ยังมีกระแสไหลผ่าน Rk ตลอดเวลา วัด VDC ที่ขา Cathode จะได้แรงดัน Bias แต่ถ้าวัดไฟสลับจะได้แรงดันตามสัญญาณที่เข้ามาและขนาดสัญญาณเท่ากับหรือใกล้เคียงสัญญาณที่ป้อนเข้ามาด้วย สัญญาณไฟสลับก็จะผ่าน Ck ลงกราวน์  Y] Y]



ออฟไลน์ DIY Man.

  • It's GOOD To Be...... Audio D.I.Y.
  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,363
    • เพศ:ชาย
  • Good day!

ขอบคุณพี่ DIY Man. มากครับ  :headphone

มีคนมาคอนเฟิร์มเรื่องเสียงอย่างนี้ค่อยโล่งอกหน่อยครับ แหะๆ แถมจะได้ไม่ต้องซื้อหม้อแปลงใหม่ด้วย  ;D แต่สงสัยนิดนึงครับ วงจรนี้เหมือนอัด ripple เป็นลบลง กราวน์ ตรงๆไปเลย มันจะมีปัญหาเรื่องสัญญาณรบกวนมั้ยครับพี่

อีกนิดครับ พี่พอแนะนำเรื่องเบอร์ fast recovery diode หน่อยได้มั้ยครับ เสียงดีกว่าใช่มั้ยครับ แล้วถ้าเป็น fast & soft recovery อย่างเบอร์ 4A 600PIV TO251 (ตกลงเบอร์นี่ดูตรงไหนอ่ะคับ งงแล้ว :secret) จะเหมาะกว่ามั้ยครับ แล้วหาซื้อได้ง่ายที่บ้านหม้อรึเปล่าครับ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ  :help

ปล. ตัวนี้ผมทำเป็น hard wire อยู่ครับพี่  :headphone
                2fจริงๆ ผมว่าอย่าไป Serious มากกับการคำนวนหรือค่าที่เค้ากำหนดเลยครับ เช่น B+ ต้อง 250 VDC หลอดอย่าง 6DJ8 จริงๆ มันทำงานได้ตั้งแต่ Vplate เป็น Battery แรงดันต่ำๆ ยัน 100 กว่า Volt นอกนั้นยังมีปัจจัยด้านอุปกรณ์ประกอบอีกมากมายครับ ที่ทำให้เสียงเปลี่ยน จะเอา แรงดันแบบตรงเปะๆ เลย คงต้องลอง Regulator ครับ จะ FET หรือ หลอดก็ได้ครับ ดูแล้ว B+ ที่ลอง Simulate กันตอนต้นมันขึ้นกับ Load ครับ ถ้าเราเลือกที่จะ Bias ที่จุดต่างๆกัน B+ ก็เปลี่ยนไปได้อีกเล็กน้อยครับ ขึ้นกับสภาพหลอด(อายุ)ที่คุณใช้อีกด้วยนิดนึงครับ ฉะนั้น อย่าไป Fixed ครับ ถ้าอยากได้ 250 VDC ตรงๆ คงต้องออกแบบให้แรงดันเกินไว้แล้วค่อยลดด้วย RC อีกชั้นนึงครับ ทำได้ครับหม้อแปลงคุณมี 250VAC อยู่แล้ว ก็ใช้ Bridge Diode เป็นภาคแรกเลยก็จะได้ 1.414Vac ครับ จากนั้นอยากใช้หลอดก็ค่อยแค่เอามันมาคั้นอีกทีนึง ;)
                 ส่วน ชนิดของ DIODE คุณต้องลองฟังเองครับ และที่บ้านหม้อหาไม่ยากครับ แพงกว่า ธรรมดาอีกนิดหน่อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 กันยายน, 2006, 05:37:45 pm โดย DIY Man. »
*Theory doesn't satisfy my emotion sense !
THE HEART:   The output tubes.
THE SOUL:   The output transformers.
THE MUSCLE:   The power supply.
THE BONES:   The chassis.
THE BRAINS:  The circuitry.


ออฟไลน์ analoque

  • Lifetime DIYer
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,833
  • Pro fide ablectus - Chosen for fidelity
อ้างถึง
งั้นคงเลี่ยงที่จะไม่ใช้ diode ไม่ได้ใช่มั้ยครับ

เลี่ยงได้แต่ต้องแทนไดโอด 2 ตัวที่เหลือเป็นหลอดครับ
ผมว่าคุณลองต่อก่อนดีกว่าครับ วงจรแบบผสมก็เสียงดีใช้ได้นะครับแบบพี่DIYMan ว่าไว้นั่นล่ะครับ :whistling

อ้างถึง
เรียนถามเพิ่มเติมนิดนึงครับ R1.2k-2.2k กับ C100uF ชุดสุดท้าย นี่ต่อเพื่อเป็น low pass filter รึเปล่าครับ คำนวน cutoff ได้เกือบเป็นศูนย์คือจะกรองความถี่สูงกว่านั้นทิ้งไปหมดเลยใช่มั้ยครับ(รวมความถี่ของไฟบ้าน 50-60Hz ทิ้งไปด้วย) แล้วชุด L, C ก่อนชุดนี้ทำหน้าที่อะไรแล้วคำนวนอย่างไรครับ ถ้าไม่รบกวนเวลาพี่ LOUIS จนเกินไป  ขอบคุณครับ :headphone

คำถามนี้ผมงงครับ ตอบไม่ได้ครับความรู้ไม่ถึง :D  ให้ผู้รู้ท่านอื่นดีกว่าครับ


ต่อตามรูปนี้ก็ได้ครับ ถ้าต้องการจะใช้หลอด แต่ไฟตรงหลังหลอดจะเหลือประมาณ 220*0.7 ก็ประมาณ  150 โวลท์
ยังไม่รวมที่ดรอปที่หลอดอีก  จะเหลือไฟตรงไม่พอใช้  :(

ถ้าเอา 220*0.7  แบบนี้น่าจะเป็นวงจรแบบ Choke input มากกว่าครับ  C input เอาแค่ 1.1-1.2 *220  ก็พอครับ

ถ้ากล้วไฟไม่ถึง 250V  ก็ลด R ลงก็ได้ครับ  หรือเปลี่ยนขด Sec. เป็นแท็บ 230 หรือ 250 ไปเลยครับ


ขอบคุณพี่ LOUIS ที่มาช่วยยืนยันอีกคนครับ  :headphone

เปลี่ยน diode เป็นหลอด พี่หมายถึงแบบในรูปใช่ไหมครับ วงจรนี้มีข้อดีข้อเสียยังไงบ้างมั้ยครับ

คือ R1.2k-2.2k กับ C100uF ชุดสุดท้ายที่พี่วาดแล้วถ่ายมาให้ชมอ่ะครับ ผมมองว่ามันเป็น low pass filter ครับ คำนวน cut off frequency ได้ = 1/(2*pi*R*C) ซึ่งได้มา 0.0003 Hz คือถ้าความถี่เกินนี้มันไม่ให้ผ่านไงครับ ไฟ 50-60Hz มันก็คงผ่านไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า แต่ชุดแรกที่เป็น LC เนี่ยครับ ผมคำนวนไม่เป็นครับ แหะๆ เลยอยากทราบว่าคำนวนยังไง

ไอเดียพี่น่าสนใจครับ มองเห็นภาพเลย ผมโชคดีที่มีขด 230V กะ 250V อยู่ด้วยครับ เหอๆ รอดๆ ขอบคุณครับพี่  d_d
:headphone accipio conscientia propono molior partis liberum :headphone
analoque's project
analoque's download


ออฟไลน์ analoque

  • Lifetime DIYer
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,833
  • Pro fide ablectus - Chosen for fidelity
หลอด rectify 6x4 หรือ EZ-81 ครับ ไฟ 250V ครับ

 ถ้าไม่ใช้วงจรนี้มีวงจรอื่นที่ดีกว่าให้เลือกมั้ยครับ ค้นหัวข้อเก่าๆเห็นพี่ DIY MAN บอกว่ามีวิธีอื่นอีก  :D

              แบบเจ้า Louis ว่ามาน่ะถูกต้องแล้วละครับ หลอด + Silicon เสียง Bass และ Speed ซะใจวัยโจ๋ครับ หลังๆมาผมชอบสั่ง PT แบบขดไฟสูงเดี่ยวๆแบบนี้แหละครับ จะได้ไม่ถูกร้านรับพันที่ชอบโกงกระแส แบบมี CT ครับ 
              ลอง HW ดูบ้างก็ดีนะครับ เสียงเนียนรูหูดีเหมือนกัน ;D :headphone

ขอบคุณพี่ DIY Man. มากครับ  :headphone

มีคนมาคอนเฟิร์มเรื่องเสียงอย่างนี้ค่อยโล่งอกหน่อยครับ แหะๆ แถมจะได้ไม่ต้องซื้อหม้อแปลงใหม่ด้วย  ;D แต่สงสัยนิดนึงครับ วงจรนี้เหมือนอัด ripple เป็นลบลง กราวน์ ตรงๆไปเลย มันจะมีปัญหาเรื่องสัญญาณรบกวนมั้ยครับพี่

อีกนิดครับ พี่พอแนะนำเรื่องเบอร์ fast recovery diode หน่อยได้มั้ยครับ เสียงดีกว่าใช่มั้ยครับ แล้วถ้าเป็น fast & soft recovery อย่างเบอร์ 4A 600PIV TO251 (ตกลงเบอร์นี่ดูตรงไหนอ่ะคับ งงแล้ว :secret) จะเหมาะกว่ามั้ยครับ แล้วหาซื้อได้ง่ายที่บ้านหม้อรึเปล่าครับ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ  :help

ปล. ตัวนี้ผมทำเป็น hard wire อยู่ครับพี่  :headphone
:headphone accipio conscientia propono molior partis liberum :headphone
analoque's project
analoque's download


ออฟไลน์ analoque

  • Lifetime DIYer
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,833
  • Pro fide ablectus - Chosen for fidelity
อ้างถึง
เมื่อวานผมลองจับใส่โปรแกรม power supply design II ของนาย Duncan ไปแล้ว แต่มันยังอ่านไฟออกที่ R3 ได้สองร้อยกว่าอยู่เลยอ่ะครับ โปรแกรมมันเจ๊งรึเปล่าครับ หรือผมใส่ค่าอะไรผิด(ยังไม่ได้อ่าน help มันเลยครับ ว่าจะอ่านวันนี้ แหะๆ)


ที่คุณanaloque ทำมาเป็น Half Wave นี่ครับ  ที่ผมวาดมาเป็นแบบบริดจ์นะครับ

ขอลัดคิวนิดคับ แหะๆ  :headphone

ขอบคุณครับพี่ LOUIS ของที่พี่ให้มาพอดีมัน จับไป simulate ไม่ได้อ่ะคับ โปรแกรมมันไม่ยืดหยุ่นพอ ผมแค่งงว่าพี่ GoodHealth บอกว่าไฟมันจะตกลง ผมก็จำได้ว่า half wave ไฟมันจะตกลง แต่ไหง simulate แล้วไฟมันไม่ตกง่ะฮับ  :cry2
:headphone accipio conscientia propono molior partis liberum :headphone
analoque's project
analoque's download


ออฟไลน์ analoque

  • Lifetime DIYer
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,833
  • Pro fide ablectus - Chosen for fidelity
คุณanaloque สิ่งที่ต้องพิจารณาลำดับต้นๆ คือ วงจรที่เราต้องการใช้งานต้องการ Power Supply เป็นอย่างไร ตอบคำถามผมนะครับ
1. วงจรต้องการแรงดันเท่าไหร่
2. วงจรต้องการกระแสขณะไม่มี สัญญาณเข้ามาเท่าไหร่ (Iq : ณ. จุด Bias)
3. วงจรใช้กระแสสูงสุดเท่าไหร่
ตอบคำถามสามข้อนี้ได้แล้วจึ่งมาพิจารณาวงจร Power supply ต่อครับ
เรารู้แรงดันใช้งาน รู้กระแส ณ. จุด Bias และกระแสสูงสุดเราจะสามารถ หาขนาด หม้อแปลงและขนาดของอุปกรณ์ ค่า/อัตราการทนแรงดัน/อัตราการทนกำลังงานสูญเสียสูงสุด (ใช้กฎข้อพื้นฐานในการคำนวนครับ E=IR, R=E/I, I=E/R, P=EI, P=(I^2)R) ครับ Y] Y]



ขอบคุณพี่ PajoneC ครับ  :headphone

ผิดตรงไหนช่วยดูให้ด้วยนะครับ

1. ตอบ วงจรที่ทำเค้าขอแรงดันมา 250V ครับ แต่ถ้าต่อวงจรกรอง RC low pass filter ความถี่ไฟบ้านทิ้งไปแสดงว่าไฟที่ได้หลังหลอด rectify น่าจะต้องเกิน 250V ครับ เพื่อที่จะให้มีแรงดันบางส่วนตกคร่อม R1 และ R2

2. ตอบ กระแส quiescent แหะๆ อย่างที่บอกครับ สองภาคแรกน่าจะได้จากกราฟในข้อ 3 ประมาณ 1.5-2mA

3. กระแสสูงสุด อืมม สองภาคแรกน่าจะได้ 250/100k = 2.5mA และ 250/82k = 3mA ตามลำดับมั้งครับ (คือคิดเป็นจุดปลาย load line ของกราฟไปเลย) ภาคที่ 3 ถ้าจะให้เดา 6DJ8 จาก Vplate สูงสุด 130Vกับ Imax สูงสุด 25mA น่าจะมีความต้านทานอยู่ที่ 130/25m = 5.2k เพราะงั้นกระแสสูงสุดน่าจะเป็น 250/15k+5k = 12.5mA รึเปล่าครับ  :help

รวมแล้วน่าจะประมาณ 20mA x2 = 40mA มั้งครับ  :help

เอาแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ น่าจะผิดไปเยอะแล้ว แหะๆ  :D

ลงวงจรไว้ละกันครับ คุ้นๆกันมั้ยครับ  :headphone จะได้มองเห็นภาพ เป็นตัวอย่างการคำนวนภาคจ่ายไฟไปในตัว  O0
:headphone accipio conscientia propono molior partis liberum :headphone
analoque's project
analoque's download


ออฟไลน์ LOUIS

  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,091
อ้างถึง
เมื่อวานผมลองจับใส่โปรแกรม power supply design II ของนาย Duncan ไปแล้ว แต่มันยังอ่านไฟออกที่ R3 ได้สองร้อยกว่าอยู่เลยอ่ะครับ โปรแกรมมันเจ๊งรึเปล่าครับ หรือผมใส่ค่าอะไรผิด(ยังไม่ได้อ่าน help มันเลยครับ ว่าจะอ่านวันนี้ แหะๆ)


ที่คุณanaloque ทำมาเป็น Half Wave นี่ครับ  ที่ผมวาดมาเป็นแบบบริดจ์นะครับ


ออฟไลน์ LOUIS

  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,091
อ้างถึง
งั้นคงเลี่ยงที่จะไม่ใช้ diode ไม่ได้ใช่มั้ยครับ

เลี่ยงได้แต่ต้องแทนไดโอด 2 ตัวที่เหลือเป็นหลอดครับ
ผมว่าคุณลองต่อก่อนดีกว่าครับ วงจรแบบผสมก็เสียงดีใช้ได้นะครับแบบพี่DIYMan ว่าไว้นั่นล่ะครับ :whistling

อ้างถึง
เรียนถามเพิ่มเติมนิดนึงครับ R1.2k-2.2k กับ C100uF ชุดสุดท้าย นี่ต่อเพื่อเป็น low pass filter รึเปล่าครับ คำนวน cutoff ได้เกือบเป็นศูนย์คือจะกรองความถี่สูงกว่านั้นทิ้งไปหมดเลยใช่มั้ยครับ(รวมความถี่ของไฟบ้าน 50-60Hz ทิ้งไปด้วย) แล้วชุด L, C ก่อนชุดนี้ทำหน้าที่อะไรแล้วคำนวนอย่างไรครับ ถ้าไม่รบกวนเวลาพี่ LOUIS จนเกินไป  ขอบคุณครับ :headphone

คำถามนี้ผมงงครับ ตอบไม่ได้ครับความรู้ไม่ถึง :D  ให้ผู้รู้ท่านอื่นดีกว่าครับ


ต่อตามรูปนี้ก็ได้ครับ ถ้าต้องการจะใช้หลอด แต่ไฟตรงหลังหลอดจะเหลือประมาณ 220*0.7 ก็ประมาณ  150 โวลท์
ยังไม่รวมที่ดรอปที่หลอดอีก  จะเหลือไฟตรงไม่พอใช้  :(

ถ้าเอา 220*0.7  แบบนี้น่าจะเป็นวงจรแบบ Choke input มากกว่าครับ  C input เอาแค่ 1.1-1.2 *220  ก็พอครับ

ถ้ากล้วไฟไม่ถึง 250V  ก็ลด R ลงก็ได้ครับ  หรือเปลี่ยนขด Sec. เป็นแท็บ 230 หรือ 250 ไปเลยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 กันยายน, 2006, 02:28:05 pm โดย LOUIS »


ออฟไลน์ PajoneC

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,370
    • เพศ:ชาย
    • สนุกกับการได้ทำ ทำในสิ่งที่ชอบ
อ้างถึง
หลอด + Silicon เสียง Bass และ Speed ซะใจวัยโจ๋ครับ หลังๆมาผมชอบสั่ง PT แบบขดไฟสูงเดี่ยวๆแบบนี้แหละครับ จะได้ไม่ถูกร้านรับพันที่ชอบโกงกระแส แบบมี CT ครับ 
ฮั่นแน่๐๐๐๐๐๐๐๐๐ บอกเป็นนัยๆ๐๐๐ ใช่ป่าวครับ   ;D ;D 2f 2f 2f


ออฟไลน์ DIY Man.

  • It's GOOD To Be...... Audio D.I.Y.
  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,363
    • เพศ:ชาย
  • Good day!
หลอด rectify 6x4 หรือ EZ-81 ครับ ไฟ 250V ครับ

 ถ้าไม่ใช้วงจรนี้มีวงจรอื่นที่ดีกว่าให้เลือกมั้ยครับ ค้นหัวข้อเก่าๆเห็นพี่ DIY MAN บอกว่ามีวิธีอื่นอีก  :D

              แบบเจ้า Louis ว่ามาน่ะถูกต้องแล้วละครับ หลอด + Silicon เสียง Bass และ Speed ซะใจวัยโจ๋ครับ หลังๆมาผมชอบสั่ง PT แบบขดไฟสูงเดี่ยวๆแบบนี้แหละครับ จะได้ไม่ถูกร้านรับพันที่ชอบโกงกระแส แบบมี CT ครับ 
              ลอง HW ดูบ้างก็ดีนะครับ เสียงเนียนรูหูดีเหมือนกัน ;D :headphone
*Theory doesn't satisfy my emotion sense !
THE HEART:   The output tubes.
THE SOUL:   The output transformers.
THE MUSCLE:   The power supply.
THE BONES:   The chassis.
THE BRAINS:  The circuitry.


ออฟไลน์ PajoneC

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,370
    • เพศ:ชาย
    • สนุกกับการได้ทำ ทำในสิ่งที่ชอบ
คุณanaloque สิ่งที่ต้องพิจารณาลำดับต้นๆ คือ วงจรที่เราต้องการใช้งานต้องการ Power Supply เป็นอย่างไร ตอบคำถามผมนะครับ
1. วงจรต้องการแรงดันเท่าไหร่
2. วงจรต้องการกระแสขณะไม่มี สัญญาณเข้ามาเท่าไหร่ (Iq : ณ. จุด Bias)
3. วงจรใช้กระแสสูงสุดเท่าไหร่
ตอบคำถามสามข้อนี้ได้แล้วจึ่งมาพิจารณาวงจร Power supply ต่อครับ
เรารู้แรงดันใช้งาน รู้กระแส ณ. จุด Bias และกระแสสูงสุดเราจะสามารถ หาขนาด หม้อแปลงและขนาดของอุปกรณ์ ค่า/อัตราการทนแรงดัน/อัตราการทนกำลังงานสูญเสียสูงสุด (ใช้กฎข้อพื้นฐานในการคำนวนครับ E=IR, R=E/I, I=E/R, P=EI, P=(I^2)R) ครับ Y] Y]



ออฟไลน์ analoque

  • Lifetime DIYer
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,833
  • Pro fide ablectus - Chosen for fidelity
ขอบคุณพี่ GoodHealth ครับ  :headphone

เมื่อวานผมลองจับใส่โปรแกรม power supply design II ของนาย Duncan ไปแล้ว แต่มันยังอ่านไฟออกที่ R3 ได้สองร้อยกว่าอยู่เลยอ่ะครับ โปรแกรมมันเจ๊งรึเปล่าครับ หรือผมใส่ค่าอะไรผิด(ยังไม่ได้อ่าน help มันเลยครับ ว่าจะอ่านวันนี้ แหะๆ)

มาถึงตรงนี้เริ่มเห็นปัญหาแล้วครับ  :black_eye

ถ้าอยากรู้ว่า R1, R2 ใช้ค่าเท่าไหร่ เราต้องรู้กระแสไหลรวมในวงจรใช่มั้ยครับ ถ้ามี 2 channel ก็คูณ 2 เข้าไปใช่มั้ยครับ  :showoff

บังเอิญว่าปรีแอมป์ที่ผมทำสองภาคแรกมันเป็น anode follower ครับ อันนี้ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ พอคำนวนได้(เพราะอ่านใน year book มี อิอิ) แต่ภาคสามมันเป็น cathode follower เนี่ยสิครับ มันคำนวนหากระแสกันยังไงครับ ทราบแค่ว่า Rplate ไม่ใส่ Rcathode 15k2W หลอดเป็น pentode 6DJ8 ขนานกัน(ใช้ไปเต็มๆ 1 ตัว) ภาคออกเป็น hi pass filter c=3.3uF R=1.1M ครับ

มีข้อสงสัยอีกนิดนึงครับ การคำนวน anode follower ใน year book 2002 นั้นไม่ได้คิดรวมค่า R ของ hi pass filter ในภาคถัดไปครับ แต่ในบางเวปเค้านับว่า R ตัวนี้ต่อขนานกับ หลอด และต้องคำนวนเป็นสูตร R ขนาน ทำให้ความต้านทานจริงลดลงแทนครับ จริงๆแล้วอย่างไหนถูกอย่างไหนผิดครับ หรือว่าใช้ได้ทั้งสองอย่างครับ

ขอบคุณครับ
:headphone accipio conscientia propono molior partis liberum :headphone
analoque's project
analoque's download


oui.

  • บุคคลทั่วไป
ขอบคุณครับพี่ LOUIS

ผมกลัวว่าที่เค้าบอก 0V จริงๆมันจะเป็น 220V น่ะสิครับ ผมว่ามันก็คงแค่เป็นปลายด้านหนึ่งของหม้อแปลงแค่นั้นเอง

ที่พี่บอกมาหมายถึงต่อแบบตามรูปนี่รึเปล่าครับ

ต่อตามรูปนี้ก็ได้ครับ ถ้าต้องการจะใช้หลอด แต่ไฟตรงหลังหลอดจะเหลือประมาณ 220*0.7 ก็ประมาณ  150 โวลท์
ยังไม่รวมที่ดรอปที่หลอดอีก  จะเหลือไฟตรงไม่พอใช้  :(


ที่จริงลองใช้ไดโอดบ้างก็ได้ครับ เครื่องหลอดหลายยี่ห้อก็ใช้ไดโอด
ไม่แน่ว่าฟังเปรียบเทียบกันแล้ว คุณ analoque อาจจะชอบไดโอดมากกว่าก็ได้

อีกอย่างผมเคยเห็นวงจรอันนึง ภาคจ่ายไฟเป็นหลอด แต่จะ
มีไดโอดคั่นก่อนเข้าวงจรใช้งาน เห็นบอกมีข้อดีอะไรสักอย่าง จำไม่ได้แล้ว  :giveup :giveup
เดี๋ยวรอคนอื่นมาตอบต่อละกัน  :bye1 :bye1


ออฟไลน์ analoque

  • Lifetime DIYer
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,833
  • Pro fide ablectus - Chosen for fidelity
โอ รวดเร็วทันใจดีจริงๆ ขอบคุณครับพี่ LOUIS  c)

ลองไล่วงจรดูสรุปแล้วก็เป็นวงจรแบบตอนแรกใช่มั้ยครับ งั้นคงเลี่ยงที่จะไม่ใช้ diode ไม่ได้ใช่มั้ยครับ

เรียนถามเพิ่มเติมนิดนึงครับ R1.2k-2.2k กับ C100uF ชุดสุดท้าย นี่ต่อเพื่อเป็น low pass filter รึเปล่าครับ คำนวน cutoff ได้เกือบเป็นศูนย์คือจะกรองความถี่สูงกว่านั้นทิ้งไปหมดเลยใช่มั้ยครับ(รวมความถี่ของไฟบ้าน 50-60Hz ทิ้งไปด้วย) แล้วชุด L, C ก่อนชุดนี้ทำหน้าที่อะไรแล้วคำนวนอย่างไรครับ ถ้าไม่รบกวนเวลาพี่ LOUIS จนเกินไป  ขอบคุณครับ :headphone
:headphone accipio conscientia propono molior partis liberum :headphone
analoque's project
analoque's download



ออฟไลน์ analoque

  • Lifetime DIYer
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,833
  • Pro fide ablectus - Chosen for fidelity
ขอบคุณครับพี่ LOUIS

ผมกลัวว่าที่เค้าบอก 0V จริงๆมันจะเป็น 220V น่ะสิครับ ผมว่ามันก็คงแค่เป็นปลายด้านหนึ่งของหม้อแปลงแค่นั้นเอง

ที่พี่บอกมาหมายถึงต่อแบบตามรูปนี่รึเปล่าครับ
:headphone accipio conscientia propono molior partis liberum :headphone
analoque's project
analoque's download


ออฟไลน์ LOUIS

  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,091
ถ้าเป็นวงจรที่โพสไว้ ถ้าคุณ analoque บอกว่ามีหม้อแปลงที่ขด Sec. 250 230 220  0V

ถ้าเลือกขด 220  0  มาต่อตามวงจร ผมว่าจะได้ 250V พอดีอ่ะครับ  ลองลด C ตัวแรกให้เหลือ 10uF  แล้วเพิ่มตัวหลังเป็น 100-220 uF ก็ได้ครับ  K)

ถ้าไฟที่ได้เกิน 250V  ก็ต่อเป็น C L C R C ครับ

10uF /10H /50uF /1.5K /100uF ครับ เพิ่ม R C ชุดหลังสุดไว้เพิ่ม-ลดไฟครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 กันยายน, 2006, 02:44:51 pm โดย LOUIS »


ออฟไลน์ analoque

  • Lifetime DIYer
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,833
  • Pro fide ablectus - Chosen for fidelity
ขอบคุณพี่ PajoneC มากครับ

คิดเหมือนผมเลยครับ ตอนนี้ไม่อยากมี solid state ในวงจรชั่วคราวครับ  ;D อยากลองดูว่าหลอดล้วนๆจะเป็นยังไง  d_d

ลองไล่วงจรดูแล้วเห็นจะจริงดังว่าครับ ไฟลบในช่วง negative cycle ของทั้งบนและล่างน่าจะผ่านไดโอดมา น่าจะได้ไฟลบตรงประมาณ -380V ที่กราวแทนครับ  :cold

สรุปแล้ววงจรนี้ไม่ได้ทำไว้สำหรับหม้อแปลงที่ไม่มีแทปกลางแล้วมั้งครับ มีวิธีอื่นๆอีกรึเปล่าครับ คือไม่อยากรอถึงวันเสาร์ที่จะต้องไปซื้อหม้อแปลงใหม่ที่บ้านหม้ออ่ะครับ

ก็ไม่แน่ครับ อาจจะทำภาคจ่ายไฟแยก 2 channel หม้อแปลงสองลูก dual mono ไปเลย(เหอๆ งกอ่ะคับ) เพราะมี 6x4 กะ ez81 อยู่อย่างละตัวครับ ฟังเสียงเทียบกันดูให้รู้กันไปเลย  :headphone

เอ หรือจะเจาะหา center tab เองดี เจาะเอาแถวกลางๆกลุ่มลวดมันจะพอได้มั้ยครับ

พี่ๆคนไหนมี idea เกี่ยวกับการแก้ไขช่วยเพิ่มเติมให้ด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
:headphone accipio conscientia propono molior partis liberum :headphone
analoque's project
analoque's download


ออฟไลน์ PajoneC

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,370
    • เพศ:ชาย
    • สนุกกับการได้ทำ ทำในสิ่งที่ชอบ
จากวงจรเป็นการต่อแบบผสม บริดจ์เรกติไฟร์แบบ Fullwave ครับ ครึ่งหนึ่งเป็นหลอด อีกครึ่งหนึ่งเป็นไดโอด วงจรนี้ใช้งานได้ครับ แต่ไหนๆ คุณanaloque ก็จะทำ เรกติไฟร์ด้วยหลอดแล้ว ยุให้ส่งไปแก้หม้อแปลงให้มี CT น่าจะดีกว่านะครับ Y] Y] ให้ได้เสียงจากหลอดจริงๆ  :secret


ออฟไลน์ analoque

  • Lifetime DIYer
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,833
  • Pro fide ablectus - Chosen for fidelity
พอดีไปซื้อหม้อแปลงมาแต่ดูไม่ดีครับ ดูตอนแรกก็เห็นมันมี 0v ด้วย พอลองเริ่มลองต่อ เอ๊ะ ดูเหมือนจะไม่มี(ไหงดูตอนแรกมันมีล่ะเนี่ย) เลยลองเอามิเตอร์วัดๆดู ถึงได้ทราบ มันเป็นแบบนี้ครับ  :black_eye

in 230v 220v 0v
out#1 250v 230v 220v 0v
out#2 12v 8.6v 6.3v 0v

ทีนี้ถ้าไม่อยากเสียตังค์เพิ่มก็คงต้องแก้ปัญหาล่ะครับ ไปค้นวงจรมาได้ตามรูปครับ เลยอยากสอบถามเพิ่มเติมครับ

1. วงจรนี้ให้ผลเหมือน center tab ปกติรึเปล่าครับ ถ้าไม่เหมือนจะแย่กว่าเยอะมั้ยครับ ทำปรีแอมป์ครับ ใช้หลอด rectify 6x4 หรือ EZ-81 ครับ ไฟ 250V ครับ

2. ถ้าไม่ใช้วงจรนี้มีวงจรอื่นที่ดีกว่าให้เลือกมั้ยครับ ค้นหัวข้อเก่าๆเห็นพี่ DIY MAN บอกว่ามีวิธีอื่นอีก  :D

3. ถ้าเปลี่ยนจากไดโอดเป็น R L หรือ C แทนจะได้มั้ยครับ ถ้าไม่ได้ การใช้ fast recovery diode จะดีกว่ามั้ยครับ ช่วยแนะนำเบอร์ให้ด้วยครับ แล้วจำเป็นต้องต่อข้างละสองตัวมั้ยครับ เหมือนจำได้ว่าถ้าไฟสูงอาจจะจำเป็น

เมื่อวานเลยไม่อยากเสียเวลาก็เลย hard wire ส่วน power supply เสร็จ กะ line stage เสร็จไป 1 channel กะจะลองฟังเสียงดูก่อนแล้วค่อยทำเพิ่ม  ;D

รบกวนพี่ๆด้วยนะครับ ขอบคุณมากคร๊าบบ  :help
:headphone accipio conscientia propono molior partis liberum :headphone
analoque's project
analoque's download