คุณ สิงห์ ได้โอกาสดี อนุโมทนา สาธุ ครับ ผมเองก็อยากมีโอกาสแบบนี้บ้างเหมือนกันครับขอโอกาศนี้แชร์แนวคิดด้วยครับ เป็นความเห็นส่วนตัวครับ มิได้พาดพิง มิได้เป็นการชักจูงหรือโน้มน้าวให้เกิดความเชื่อแต่ประการใด
ผมคิดว่าคนเราก็คล้าย computer ในส่วนที่ร่างกายเป็น
Hardware และส่วนสมองก็เป็น CBU และสิ่งที่สำคัญอย่างมาก OS program หละครับ สำหรับผมแล้วศาสนานี่แหละครับ เป็น os program
ในระบบ computer ถ้าระบบ OS ไม่เสถียรเครื่องก็จะแฮ้งบ่อยหรือทำงานได้ไม่ราบรื่นหรือต้องมีprogramที่กำจัด ไวรัส เพื่อให้ระบบเดินได้อย่างปกติ และถ้าเครื่องแฮ้งมากๆ ก็ต้องหา programmer มาซ่อมแซมคนเราก็เช่นกันถ้าแฮ้งมากๆ ผิดหวังล้มเหลวในชีวิต ก็ต้องไปหา programmer (เข้าหาพระหรือเข้าวัด) เพื่อทำให้ระบบเสถียรขึ้นและหาทางกำจัดเรื่องเดือนร้อนใจ (เหมือนใช้ program scan virus) ในโลกนี้มีหลาย OS ให้เลือก พุทธ คริสเตียน อิสลาม ฮินดู ใคร ชำนาญ หรือถนัดก็ใช้ที่ตนถนัดครับ แต่จำเป็นมากที่ต้องมี OS ของแท้ๆนะครับ สำหรับผม ใช้ OS พุทธ รู้จัก OS นี้เมื่ออายุ 24 และยอมรับ OS เข้าระบบตอนอายุ 33 ครับ OS นี้ (เมือก่อนอาจมีแต่เป็นของไม่แท้ทำให้แฮ้งบ่อย) ได้สอนให้เห็นความจริงและหลุดพ้นจากสิ่งสมมุติครับ ตัวอย่างเช่น การสอนเรื่องการกินให้กินโดยสักแต่ว่าเป็นธาตุอาหาร กว่าจะเห็นความจริงก็ใช้เวลาพอสมควรซึ่งพอจะยกตัวอย่างได้เช่น
คนกลุ่มแรก บอกว่ากิน ผักดีกว่าเนื้อ หรือเนื้อดีกว่าผัก แล้ว ก็เถียงกันไป...............
คนกลุ่มสอง ไม่เถียงมากบอกกินไปเถอะมองว่าเป็นอาหารแต่ยังติดเป็นปลา หมู ไก่
คะน้า กะหล่ำปี
คนกลุ่มที่สาม ไม่ถกเถียง มองว่าที่เรากินนั้นเราต้องการธาตุอาหารทที่มีอยู่ในสิ่งเหล่านั้น
มองเห็นความจริงได้อย่างเที่ยงแท้ เกิดความสงบทันที่เมือคิดได้ หลุดพ้นจากสิ่งสมมุติ
เมื่อคิดได้ดังนี้ก็คิดต่อไปได้อีกว่า เออ ไม่มีคนไทย จีน แขก ฝรั่ง คนเหนือคนใต้ อีสาน แท้จริง
ไม่มีหญิงชาย แต่เป็นก้อน ธาตุวัตถุที่เหมือนกัน ไม่เกิดการแบ่งแยก อันทำให้เกิดความสงบอย่างยิ่งครับ ซึ่งเป็นการสอนถึงวิธีคิดอย่างมีระบบไม่ใช่ให้เชื่อตามคำที่สอนอย่างเดียว
แล้วตอนนี้ คุณ สิงห์เป็นอย่างไร ถ้าเปิด net ได้ เรามาสนทนาผ่านกระทู้ดีไหมครับ ถ้าได้ OS ดีๆ คุณสิงห์

มาบ้าง