คราวนี้ก็มาถึงคำถามที่ผมอยากรู้ ตู้ลำโพงส่วนมากเราก็ทำๆๆ ประกอบตามแบบเค้า แต่รูปทรงที่เค้าออกแบบบ้างครั้งมันก็ไม่เข้าตากรรมการตาเสีย อย่างผมสักเท่าไหร่ แล้วเค้าออกแบบกันอย่างไรกันหนอ๐๐๐๐๐ ตู้ลำโพงแต่ละแบบให้เสียงแบบไหนกันบ้าง จุดเด่น จุดด้อย ต่างกันอย่างไร
หาผู้รู้ช่วยหน่อยนะครับ
http://www.dayton-wright.com/LINKS-DW.html
ที่ถามมานี่ เขาเขียนหนังสือกันได้เป็นเล่มๆ เลยนะครับ ลอง Search หาหนังสือที่เขียนโดย David B. Weem และ Vance Dickerson ดูนะครับ คนแรกน่าจะชื่อหนังสือ How to build you own loudspeaker ครับ และมีเขียนไว้อีก 2-3 เล่ม ส่วนของคนหลังก็ Loudspeaker Design Cookbook ครับ 2 เล่มนี้อ่านเข้าใจง่าย ครอบคลุม และนำไปใช้ได้จริงครับ ผมจะพูดถึงชนิดตู้ให้พอเห็นภาพกว้างๆ ละกันครับ รายละเอียดต้องไปศึกษากันเอาเอง สงสัยแล้วค่อยถามเป็นประเด็นดีกว่าครับ
ตู้ลำโพงหลักๆ ถ้าแยกตามหลักการทำงานก็มี 3 แบบครับ
1. Sealed Box หรือตู้ปิด มันมีชื่อเรียกอี่นอีก 2-3 ชื่อ ให้ดูที่ว่าเป็นตู้ปิดทึบ อากาศถ่ายเทข้างใน-ข้างนอกไม่ได้ ก็เข้า Case นี้หมดครับ หลักการเดียวกันหมดคือกำหนดปริมาตรอากาศภายในตู้ให้เป็น Air Spring ตัวหนึ่ง เพื่อกำกับการเคลื่อนไหวของกรวยครับ
2. Ported Box / Bass Reflex หรือตู้เปิด ก็มีอีกหลายชื่อเหมือนกัน เป็นตู้ที่มีช่องเจาะให้อากาศถ่ายเทเข้า-ออกได้ครับ หลักการคล้ายกับตู้ปิด แต่ช่องเปิดจะทำหน้าที่เป็นตัวปรับระดับความดันในตู้ เพื่อให้กำกับการเคลื่อนไหวของกรวยในอีกลักษณะหนึ่งครับ
3. Transmission Line ใช้หลักการหน่วงเวลาสัญญาณหลังกรวย ให้ไม่ออกมาหักล้างกับด้านหน้ากรวยครับ โดยการทำท่อยาวๆ ไปใส่ไว้ด้านหลังลำโพงครับ
อีก 2 แบบ ซึ่งผมไม่นับว่าเป็นตู้ก็คือ Horn กับ Open Baffle ครับ
Horn ใช้หลักการ Acoustic Transformer โดยการเปลี่ยนความดันอากาศ ให้เป็นปริมาตรการเคลื่อนของอากาศแทน ก็มีทั้ง Back-loaded และ Front-loaded ครับ ส่วน Open Baffle ก็เป็นการ Block ไม่ให้สัญญาณหลังกรวยกับหน้ากรวยเจอกันครับ ไม่ได้เป็น Bass-loading เหมือน 1-2
คิดตอนนี้ได้เท่านี้ครับ ไว้นึกออกอีกจะมาเขียนเพิ่มให้นะครับ เพื่อนๆ ที่นึกออกก็ช่วยๆ กันครับ อย่างน้อยก็มีหัวข้อให้เอาไปศึกษาต่อกันครับ อนึ่ง บางอย่างก็เป็นการออกแบบผสมผสานกัน ซึ่งก็มักจะมีชื่อเรียกเฉพาะเพื่อผลทางการตลาด ผมจึงไม่ได้กล่าวถึงนะครับ แต่ถ้าสงสัยก็เอามาสอบถามได้ครับ
