�
ผมก็ลองแบ่งๆเอาเองนะครับ (มั่วๆ...เหอๆๆ) คือ
1.Matching ด้วย spec จะได้ออกมาใน 2 รูปแบบคือ
- ถูกใจ (หู) อันนี้ง่ายหน่อย คือ ไม่ต้องเหนื่อย ก็คงแล้วแต่โชคแบบ คุณ หนุ่มตลิ่งชันบอก
- ไม่ถูกใจ อันนี้ก็คงต้องหาคู่มาจับบ่อยๆหน่อย
� � � มันไม่ใช่ที่คุณ� too ตีความครับ� ถ้าเอาจริงๆ� spec ไม่ได้เสียงก็ไม่ได้ครับ� ผมจะให้เห็นถึงภาพแบบชัดหน่อย� ส่วนใหญ่นักเล่นจะใช้การเลือกลำโพงเป็นหลัก� สมมุติลำโพงยี่ห้อ A เป็นสามทาง แนวเสียงจะหวานหรือกลางสุดๆ เบสลึก� แต่เราจะเอาเพาเวอร์มาใส่ให้นี้คือปัญหา
ลำโพงยี่ห้อ Aใช้ดอก 3ยี่ห้อ เสียงแหลมใช้ยี่ห้อ ก� เสียงกลางยี่ห้อ ข� เสียงเบสยี่ห้อ ค� �ผมยกเสียงเบสมาคุยจะเห็นได้ชัด� เบสยี่ห้อ ค ลงความถี่ต่ำได้ 30 HZ
� � �1. เบส 30� hz� คุณต้องมองหาเพาเวอร์ที่สามมารถจ่ายกระแสได้ดี� เช่น� ความถี่ยิ่งต่ำค่าความต้านทานก็ลดลง การที่จะทำให้ค่าความต้านทานลดลงภาคจ่ายไฟต้องจ่ายกระแสได้สูง� นี่เป็นเหตุผลที่ต้องหาหม้อแปลงใหญ่มาใช้ในเครื่องหรือคาปาซิเตอร์ดี ๆ� ไม่เช่นนั้นคุณก็ไม่สามารถเอาประสิทธิภาพที่คุณจ่ายเงินลงไปซื้อลำโพงมา
� � �2. เบสยี่ห้อ ค สมมุติว่ากรวยทำมาจากวัสดุที่มีน้ำหนักเบา� ถ้าเราศึกษาลงไปใน spec ของเบสยี่ห้อ ค ที่ออกแบบมาและใช้วัสดุแบบนี้เราจะรู้ได้ ถึงการเคลื่อนของกรวยเคลื่อนที่ได้เร็วทำให้เบสเก็บตัวได้สะอาด� การหาเพาเวอร์เราต้องมองถึง spec ว่าค่าDamping factor เท่าไรจะสามารถเก็บตัวไดเวอร์ทันหรือไม่� มันก็ต้องดูจาก spec และเราก็จะไม่รู้ถึงประสิทธิภาพของไดเวอร์ตัวนี้ได้� ค่ามันตำไปเสียงเบสที่ออกมาก็มีเสียงสั่นของกรวย เกิดเสียงมัว ๆ� และเสียงมันจะดีได้อย่างไร เพราะกรวยมันเก็บตัวไม่อยู่� ( คงเคยได้ยินกันเป็นประจำว่าเครื่องหลอดเบสเก็บตัวสู้เครื่องโซลิคสเตทไม่ได้ก็มาจากค่า Damping factor สู้ไม่ได้ )
� � 3. ขนาดของเบส� ไดเวอร์ 10 นิ้ว� ขนาดของเพาเวอร์ก็สำคัญอีกเพราะปริมาณ W หรือการจ่าย volt� จาก spec มันก็ทำให้เรารู้อีกครับว่าเราจะใช้เพาเวอร์กี่ W มันจึงสร้างแรงต้านขนาดความใหญ่โตของไดเวอร์ได้�
� � 4. กลุ่มเล่นเครื่องจะพูดว่าเครื่องนี้ไม่มีเบสหรือไม่มีแรง เราได้มองถึง spec การจ่ายไฟแบบต่อเนื่องหรือไม่� เพลงที่มีไดนามิกส์ต่อเนื่องนานเพาเวอร์ก็เอาไม่อยู่� ( สิ่งพวกนี้ครับกลุ่มนักเล่น� DIY ทุกประเทศ รู้ดีถึงต้องสั่งของยี่ห้อไหนอะไรมาใช้ )
� � � � ที่ผมพูดเรื่องเบส มันเห็นได้ชัดและกลุ่มนักเล่นจะเลือกลำโพงและเพาเวอร์ตาม ส่วนที่ว่าแนวเสียงเป็นหลักถามผิดมั้ยมันไม่ผิด� แต่ spec และความเราลงตัวถึงจะบอกคุณได้ว่าเงินที่คุณจ่ายคุณสามารถดึงเอาประสิทธิภาพออกมาได้ขนาดไหน� ไม่มีใครจะบอกคุณหรือคุยเรื่องspec ได้ง่าย ๆ ครับเพราะเรื่องมันยาวและต้องศึกษาแบบจริงจัง� คุยเรื่องเสียงมันง่ายกว่า� �( พวกที่อยู่อายุหรือชั่วโมงในการเล่นนานแบบศึกษาจริงคนขายไม่ชอบครับเพราะซื้อขายยาก )
� � � � การใช้แนวเสียง� คุณเล่นไปไม่นามมีกลุ่มเพื่อนคุยหรือไปฟังไม่กี่ปี แนวเสียงของเครื่องแต่ละยี่ห้อเราก็จะรู้ไปเองครับ� เมื่อกลับการเล่นหลอดคนที่เล่นส่วนใหญ่จะบอกได้เลยว่ายี่ห้อนี้เบอร์แนวเสียงแบบไหน� แต่จุดสุดท้ายก็ต้องวัด Gain Matchหลอด� เพื่อถึงประสิทธิภาพของมัน
� � � � การเล่นทุกชนิด� คือการศึกษา� การจ่ายเงินลงทุนนั้นมันต้องให้ได้ถึงประสิทธิภาพ� ทุกวันนี้เราเล่นแบบรวบรัดกันพอสมควร� การ Matching� ด้วย spec มันก็มีความสำคัญ� ส่วนแนวเสียงที่ตัวเองชอบก็มีความสำคัญ�
� � � � กลุ่ม� DIY� ที่เกิดขึ้นมาไม่ใช่เขาไม่มีเงินซื้อ� เขาดูแล้ว� �spec� ไม่ถึงกลุ่มพวกนี้มีการคิด และพัฒนาอะไรออกมาพอสมควร� ฝรั้งที่สร้างเพาเวอร์ยี่ห้อดังออกมาขายก็ลงมาเล่นกับ DIY
� � � � ในบางกลุ่มเขาดู spec เขาไม่ฟังกันเลยก็มีเพราะเขาสามารถบอกแนวเสียงได้ทันทีเมื่อกัน�
� � � � สรุป� การที่คุณจะใช้เงินให้คุ้มค่าและดึงประสิทธิภาพในสิ่งที่คุณจ่ายไปออกมาให้มากที่สุด
� � � �