ถ้าหาสายแพ แบบที่ใช้ในเครื่องบินได้ ที่สายเป็นแกนเดี่ยวเส้นเล็กๆจิ๋ว ฉนวนเป็น Teflon ใสๆ ดูหน้าตาจะเหมือนสาย Nordorst มากๆให้คว้าเอาไว้ครับ แต่ปอกโคตรจะยากเลย ถ้าขี้เกียจ ก็แบ่งครึ่ง เป็นซ้ายขวาธรรมดา ถ้าขยัน และมั่นใจว่าแอมป์ตัวเองไม่กลัวโหลดที่เป็น capacitive (แอมป์หลอด ไม่กลัวอยู่แล้วครับ) ให้สลับ เส้นคู่ เป็นบวก เส้นคี่เป็นลบ ผมเอามาทำเป็นสายสัญญาณ ก็เสียงดีครับ คนอื่นมาฟังลองเทียบกับสาย Red Dawn ของแท้ เขากลับชอบสายที่ผมทำเองมากกว่า แต่ถ้าให้ทำอีก ไม่ทำแล้วครับ ตาลาย

ผมเขียนหลักของสายลำโพงแบบคร่าวๆให้อ่านเล่นๆดูครับ ผมเคยเล่นอยู่เมื่อ 10กว่าปีก่อน ตอนนี้ไม่ค่อยสนใจมันนัก ไปสนใจการออกแบบวงจรมากกว่า
1) LRC factor สำหรับสายลำโพง R สำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะในช่วงเบสที่ต้องการกระแสเยอะ ยิ่งสายลำโพงมี R มากก็เปลืองกำลังแอมป์ เพราะฉะนั้นขั้วต่อก็สำคัญ เพราะขั้วต่อเป็นตัวหลักสำคัญในการทำให้ความต้านทานเพิ่มขึ้น ส่วนมากเพิ่มจากการต่อไม่สนิท หรือเกิดสนิมระหว่างรอยต่อ
ถัดมาเป็น ค่า L ของสาย ต้องให้น้อยๆ ส่วน C ไม่ค่อยเป็นปัญหามากนัก ยกเว้นแอมป์บางตัวอย่างพวก Naim รุ่นเก่าๆ การทำให้ L ลดลงจากการออกแบบโครงสร้างของสาย มันทำให้ C เพิ่มขึ้นแลกกันไป ตัวอย่างการลดค่า L ที่เห็นบ่อยๆคือ การตีเกลียว การจับสายขนานติดกัน การถักเปีย หรืออื่นๆ
2) ฉนวน มีผลต่อเสียงมากกว่าเนื้อตัวนำ เพราะสัญญาณวิ่งผ่านสายลำโพงที่ผิวของตัวนำ และจากหลักมือขวาของ Faraday ก็ก่อให้เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้ารอบๆตัวนำที่วิ่งผ่านด้วย ทีนี้ลองนึกภาพดูว่าสนามไฟฟ้านั้นๆ เมื่อเจอฉนวนที่มันไม่ชอบหน้า มันก็จะทำหน้าตาเหยเกบิดบี้ยวไปตามความเหม็นขี้หน้า ฉนวนที่ดีที่สุดคือสูญญากาศ (นั่นไง ทำไมหลอดถึงเสียงดีกว่า) PVC ผมว่ามันเป็นพิษนา แต่ผมว่าลวดอาบน้ำยาก็เสียงดีนะครับ ส่วนเทฟลอนผมก็ใช้อยู่ ข้อสำคัญของเทฟลอนคือมันโคตรทนเลย และมันบาง ทำให้มันเส้นเล็กกว่าฉนวนอื่นๆ และคุณสมบัติของมันเกือบเป็น ideal
3) ขนาดของตัวนำ ยิ่งเล็กยิ่งดี ลองค้นคำว่า Skin Effect ดูครับ (ฟังแล้วมันขัดกับข้อ 1 ไหมครับ นั่นแหละชีวิต)
4) ชนิดของตัวนำ ผมไม่พูดดีกว่าเดี๋ยวโดนพ่อค้ายิงทิ้ง ทองแดงสมัยใหม่ที่ผลิตจากประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลายก็มีคุณสมบัติพอสมควรแล้วนะครับ แต่ถ้ามีคุณมี 70,000 ล้านที่ซุกเอาไว้ในโอ่ง จะเอาไปแจกคนขายสายจนๆซักหน่อยก็ไม่มีปัญหาอะไรมั้ง
5) Vibration control/management เมื่อมีกระแสไหลผ่าน ตัวนำในelectromagnetic field มันก็ดิ้นได้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณถึงเห็นสายลำโพงบางเส้นมันทำฉนวนหนา และหนัก ก็เพื่อเหตุนี้แหละ
ข้อดีของ DIY คือคุณทำได้ตามชุดที่คุณมี ในขณะที่โรงงานมักจะต้องทำแบบครอบจักรวาลเพราะไม่รู้ว่าใครจะเอาไปใช้บ้าง
ถ้าคุณมีลำโพงไวๆ กินกระแสไม่เยอะ และมีแอมป์โมโนบลอค ที่เอาไปวางหลังลำโพง และใช้สายลำโพงสั้นๆได้ ลองหาลวดทองแดงเบอร์ 38 (ครับ เบอร์ 38 ผมเขียนไม่ผิดหรือไม่ก็เล็กกว่านี้ถ้าตาคุณยังมองเห็น) มาต่อแทนสายลำโพง เวลาขูดน้ำยาออกจากลวดใจเย็นๆแล้วกันครับ มันขาดง่ายมากๆ แต่เวลาต่อแล้วแทบจะมองไม่เห็น เหมือนสายลำโพงล่องหน และมันก็ให้เสียงเหมือนลำโพงล่องหนเหมือนกันครับ
หรือถ้าคุณหาได้ ลอง search หา Litz wire ดูครับ
5)