ผมว่าบางทีก็อย่าไปเชื่อโดยการฟังจากคนอื่นมาก
ความเห็นส่วนตัวผม ผมไม่สนใจเรื่องเสียงนะว่าอันไหนดีไม่ดี เวลาผมออกแบบ ผมสนใจแค่เสป็กใน datasheet คร่าวๆ คือ input noise power density, THD+noise, CMRR และอื่นๆอีกนิดหน่อยก็พอครับ
มันก็ขึ้นอยู่ที่วงจรที่ใช้ด้วยว่าออกแบบมายังไงด้วย เช่น ถ้าคุณใช้ opamp หลาย stage (หรือ stage เดียวก็ตาม) ถ้า input ของสัญญาณเข้ามากเกิน (output voltage เยอะเกิน) จะเกิด distortion พุ่งปรีดเลยครับโดยเฉพาะที่ความถี่สูง ส่วนที่ input น้อยเกิน distortion ก็เยอะเหมือนกัน (ขึ้นอยู่กัย load ด้วย) สรุปมันก็มีจุด optimum ในช่วงที่ดีที่สุดของมันนะครับ อีกอย่างโดยธรรมชาติของตัว opamp หรือวงจรขยายสัญญาณ โดยทั่วไปๆ ที่ความถี่สูงขึ้น distortion จะสูงขึ้นตาม
ไอ้คำว่าทุ้มนุ่ม แหลมเพรี้ยว สดใส อะไรนี่ แหะๆ ไม่รู้เอาอะไรเป็นบรรทัดฐานในการวัด ควมชอบส่วนตัวนะครับ มันขึ้นอยู่กับวงจรคุณด้วยนะครับว่าชาวบ้านเขาออกแบบมายังไง แน่ๆคือ opamp มีความผิดเพี้ยนของสัญญาณ (distortion) เนี่องจากความไม่เป็นเชิงเส้นของวงจร
และทำให้เกิด intermodulation distortion อันดับ3 ด้วย (สมมุติว่าผลตอบสนองทางด้านอัตราขยายและเฟสยังดีอยู่นะครับไม่เปลี่ยน) ถ้าดู datasheet ที่ load และ output voltage และ gain เท่ากันที่แต่ละความถี่ opamp อันไหนมีค่า distortion ต่ำกว่า อันนั้นแหละครับเด็ดกว่า
ส่วน noise นี่อันไหนต่ำกว่าก็ดีกว่านะครับ ยิ่งคุณต่กวงจรขยายหลายๆ stage ที่ stage แรกนี่แหละครับตัวดี เป็นตัวที่มีผลกระทบมากกที่สุดในวงจร ลองป้อน input ดูซิครับเปิด amp ให้ดังสุด แล้วฟังเทียบดูระหว่างของห่วยๆกับของดี (อิอิ ของห่วยเละ)
ส่วน slew rate opamp โดยทั่วไปก็ใช้งานย่าน audio ได้อยู่แล้ว slew rate สูงมากๆไม่ไช่ว่าจะดี โอกาสที่จะซวยวงจรเกิดการ oscillation ก็สูง เราใช้สูงแค่ถึง 20kHz เองครับ จะไปขยายอะไรที่ความถี่เกินกว่านั้น คราวนี้ถ้ามีคนมาบอกคุณว่าใช้ opamp slew rate สูงๆแล้วสามารถขยายได้ทุกรายละเอียดของเสียงคนนั้นก็คงหูเพี้ยนหรือไม่ก็เข้าใจอะไรผิดแล้วครับ
แล้วอีกอย่าง อย่าไปเชื่อเวปฝรั่งมันมากมันเป็นใครก็ไม่รู้มั่วก็เยอะ ก็เห็นก็อปกันไปก็อปกันมานะครับวงจร ที่ดีก็มีเขาอธิบายหลักการทางวิศวกรรมทางไฟฟ้ากับเมคานิคซึมของตัวลำโพงด้วยครับ แล้วก็ระวังเจอ opamp ปลอมนะครับ เพราะที่แน่ๆของที่ขายๆหลายตัวในบ้านเราหลายยี่ห้อทางผู้ผลิตเขาก็มาสุ่มซื้อเอาไป decap ออกมาดู die ข้างในปรากฏว่า die ของที่ไหนก็ไม่รู้ ซื้อในนี้ถูกเข้าว่า ก็วัดดวงเอาครับ
สรุป อย่าไปฟังคนอื่นมากครับ ความรู้สึกแต่ละคนมันชอบไม่เหมือนกัน ให้ดู datasheet ให้เป็นครับ คอนเซ็บง่ายๆของวงจรขยายนะครับ ยัดรูปคลื่นอะไรเข้าไปออกมาต้องเป็นรูปคลื่นเดิมที่มีขนาดของ ampitude เพิ่มขึ้นตามอัตราขยายของวงจรแล้วที่สำคัญก็ต้องไม่มีของแถม
สุดท้ายก็อย่างที่บอก มันขึ้นอยู่ที่วงจรที่ใช้ด้วยว่าออกแบบมายังไงด้วยไปก็อปมาจากไหน วงจรแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันเทียบกันไม่ได้หรอกครับ
อย่าไปคิดมาเลยครับ ประสาทเสีย ชอบแบบไหนก็บิดปรับเสียงโทนเสียงกันไป อิอิ
