แอบไป download คู่มือของ AVR-2307CI version USA มาดูให้คร่าว ๆ แล้ว
www.usa.denon.com/AVR-2307CI-OM-E.pdf คิดว่าคงใช้ได้กับรุ่นที่มีในเมืองไทย
1. รุ่นนี้สามารถใช้ภาคขยายของช่อง surround back มาขับลำโพงคู่หน้าแบบไบ-แอมป์ได้ และผมเห็นว่าควรจะทำแบบนั้นครับ (bi-amp ลำโพงคู่หน้าซะ) แต่มีเงื่อนไขก็คือ
1.1 ลำโพงคู่หน้าของคุณต้องใช้แบบ bi-amp ได้ คืออาจมีขั้ว +/- สำหรับช่อง Hi และช่อง Low และสามารถ bypass หรือไม่ใช้ passive crossover network ของลำโพงได้ (นั่นก็หมายถึงคุณต้องใช้สายลำโพงอีกชุด) โดยอาจจะต้องดูในคู่มือของลำโพงคุณว่าต้องทำยังไง หากคู่มือลำโพงบอกว่าต่อแบบ bi-wire ได้อย่างเดียว ก็ลองทำอย่างนั้นไปแทนก็ยังดีครับ ผมไม่แน่ใจว่าอย่างนี้เขาเรียกว่า passive bi-amping หรือเปล่า เพราะยังต้องผ่านชุด crossover ในตัวลำโพงอยู่ ไม่ได้ใช้ active crossover ใน AVR เพียว ๆ อย่างไรซะก็ดีกว่าไม่ได้เอากำลังของ AVR มาใช้อย่างเต็มที่
1.2 ต้อง setup แบบ 5.1 channel เพราะต่อลำโพง surround back ไม่ได้โดยปริยาย
2. ให้ต่อสายลำโพงอย่างรูปในหน้า 58 ของคู่มือที่ผมทำ link ไว้ให้ download (หากเบอร์หน้าอาจตรงหรือไม่ตรงกับคู่มือที่คุณมีอยู่ก็ได้ เดี๋ยวจะงง) คือต่อออกจากขั้ว Front Speaker A และขั้ว SURR.Back/Zone2 เข้าไปยังลำโพงของคุณ จะใช้อะไรเป็น high หรือ low ก็ได้ ไม่ต้องสนใจขั้ว Front B
3. เสร็จแล้วเข้าไปที่ System Setup Menu ของ AVR แล้วเลือกข้อ Option Setup แล้วเลือก Power Amp Assign แล้วเลือก Front A
สรุปก็คือใช้ Front A + Surround Back
แต่อย่างที่เรียนไว้คราวที่แล้ว ว่าหากไม่ได้ทำตาม 3. ข้างต้น ค่า default ของ AVR คงจะ assign power amp ของช่อง surround back ให้รับสัญญาณแบบ surround มาจากการ decode แทนที่จะเอาสัญญาณ Front Left และ Right มาขับ ดั้งนั้นเวลาเล่นแบบ pure direct หรือ pure stereo มันก็เลยไม่มีสัญญาณ surround มาออก hi หรือ low ของลำโพงคู่หน้าที่คุณต่อเอาไว้ แต่ไอ้ทีjเสียงมันออกมาเวลาไม่ได้เล่น pure mode นั้น แปลว่ามันก็จะเอาสัญญาณ channel ของ surround back มาออกลำโพงหน้าแทน (hi หรือ low ก็แล้วแต่) ซึ่งผิดนะครับ
4. ผมไม่เห็นในคู่มือ AVR 2307 ว่าสามารถตั้งค่า impedance ว่าเป็นกี่ Ohms ได้ เขาเพียงบอกว่าหากใช้ลำโพงที่ต่ำกว่า 6 Ohms แล้วเปิดเสียงดังมาก ๆ นาน ๆ ก็อาจจทำให้เครื่องร้อนและตัดการทำงาน ลองเช็คลำโพงดูนะครับว่ากี่ Ohms แต่จริง ๆ คงไม่ต้องห่วงมาก หากคุณฟังแบบรักษาหู
เพราะที่เครื่อง Yamaha หรือ Onkyo ปรับค่าดังกล่าวได้ ก็เพื่อวัตถุประสงค์ไม่ให้เครื่องร้อนและเสี่ยงต่อไฟไหม้ โดยมันจะลดการส่งกำลังของกระแสไฟลง แต่ข้อเสียก็คือ ลำโพงคณอาจจะเสียหายจากการ clip ได้ เนื่องจาก watt ที่ออกมาจาก AVR ไม่เต็มหรือไม่พอเนื่องจะถูกลดลงกว่าเดิมพอสมควรจาก spec