HTG2.club

ha2 วงจรสุดอันตรายสำหรับหลอดสุดรักของท่าน

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


ออฟไลน์ MuhMuh

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,038
    • เพศ:ชาย
  • รถแก่ๆ แอมป์เก่าๆ เราDIYสบายใจ
จะจำไว้ใช้ตอนทำ direct coupling นะครับ O0 O0 O0 O0............. แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ทำ แหะๆ  :P
ข้อมูลตัวตนครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=38750.0



ออฟไลน์ silicon

  • *****
    • กระทู้: 976
วงจร direct coupling ทั้งหมดเป็นแบบนี้ครับ  วิธีแก้คือใส่ diode ระหว่าง กริด กับ คาโทดของหลอดหลังครับ หันด้านที่มีขีดไปทางcathode 

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อไฟสูงมา แล้วหลอดยังไม่ร้อน ไฟที่เพลทของหลอดแรก จะเท่ากับไฟสูง ซึ่งจะทำให้กริดของหลอดหลังมีโวล์ทเท่ากับไฟสูงด้วย  แต่ทีนี้ cathode ของหลอดหลังมันดันผูกกับกราว์ดอยู่ผ่าน R cathode ทีนี้ความต่างศักดิ์ระหว่าง กริดกับคาโทดก็เลยกระฉูด เพราะมันต่างศักดิ๋เท่ากับไฟสุง ทำให้เราเห็นมันสปาร์ค

พอเราใส่ไดโอดเข้าไป ทีนี้ พอไฟสูงมา ไดโอดก็จะทำงาน ทำให้ คาโทดหลอดหลังมีความต่างสักดิ์แค่ 0.7V หลอดก็ไม่เป็นไร ภาคจ่ายไฟสูงก็จะมองเห็น R plate หลอดแรก บวกกับ R cathodeหลอดหลังเป็นโหลดครับ ทีนี้พอหลอดร้อนได้ที่ทำงาน มันก็จะไบอัสตัวมันเอง  พอหลอดไบอัส คาโทดก็จะเป็นบวก เมื่อเทียบกับ กริด ทำให้ไดโอดที่ต่อคั่นอยู่ไม่ทำงานครับ  ไม่มีผลเสียอะไรต่อเสียง มีแต่ทำหน้าที่ป้องกันวงจรครับ

แนบวงจรมาเป็นตัวอย่างจะได้เข้าใจมากขึ้น  วงจรมาจาก tubecad journal CCDA circuit ครับ
 

O0 O0 O0 O0


ออฟไลน์ tewmax

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,759
    • เพศ:ชาย
วงจร direct coupling ทั้งหมดเป็นแบบนี้ครับ  วิธีแก้คือใส่ diode ระหว่าง กริด กับ คาโทดของหลอดหลังครับ หันด้านที่มีขีดไปทางcathode 

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อไฟสูงมา แล้วหลอดยังไม่ร้อน ไฟที่เพลทของหลอดแรก จะเท่ากับไฟสูง ซึ่งจะทำให้กริดของหลอดหลังมีโวล์ทเท่ากับไฟสูงด้วย  แต่ทีนี้ cathode ของหลอดหลังมันดันผูกกับกราว์ดอยู่ผ่าน R cathode ทีนี้ความต่างศักดิ์ระหว่าง กริดกับคาโทดก็เลยกระฉูด เพราะมันต่างศักดิ๋เท่ากับไฟสุง ทำให้เราเห็นมันสปาร์ค

พอเราใส่ไดโอดเข้าไป ทีนี้ พอไฟสูงมา ไดโอดก็จะทำงาน ทำให้ คาโทดหลอดหลังมีความต่างสักดิ์แค่ 0.7V หลอดก็ไม่เป็นไร ภาคจ่ายไฟสูงก็จะมองเห็น R plate หลอดแรก บวกกับ R cathodeหลอดหลังเป็นโหลดครับ ทีนี้พอหลอดร้อนได้ที่ทำงาน มันก็จะไบอัสตัวมันเอง  พอหลอดไบอัส คาโทดก็จะเป็นบวก เมื่อเทียบกับ กริด ทำให้ไดโอดที่ต่อคั่นอยู่ไม่ทำงานครับ  ไม่มีผลเสียอะไรต่อเสียง มีแต่ทำหน้าที่ป้องกันวงจรครับ

แนบวงจรมาเป็นตัวอย่างจะได้เข้าใจมากขึ้น  วงจรมาจาก tubecad journal CCDA circuit ครับ
 

 O0 ได้ความรู้ขอบคุณครับ
ที่อยู่ครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=41722.0



ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
วงจร direct coupling ทั้งหมดเป็นแบบนี้ครับ  วิธีแก้คือใส่ diode ระหว่าง กริด กับ คาโทดของหลอดหลังครับ หันด้านที่มีขีดไปทางcathode 

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อไฟสูงมา แล้วหลอดยังไม่ร้อน ไฟที่เพลทของหลอดแรก จะเท่ากับไฟสูง ซึ่งจะทำให้กริดของหลอดหลังมีโวล์ทเท่ากับไฟสูงด้วย  แต่ทีนี้ cathode ของหลอดหลังมันดันผูกกับกราว์ดอยู่ผ่าน R cathode ทีนี้ความต่างศักดิ์ระหว่าง กริดกับคาโทดก็เลยกระฉูด เพราะมันต่างศักดิ๋เท่ากับไฟสุง ทำให้เราเห็นมันสปาร์ค

พอเราใส่ไดโอดเข้าไป ทีนี้ พอไฟสูงมา ไดโอดก็จะทำงาน ทำให้ คาโทดหลอดหลังมีความต่างสักดิ์แค่ 0.7V หลอดก็ไม่เป็นไร ภาคจ่ายไฟสูงก็จะมองเห็น R plate หลอดแรก บวกกับ R cathodeหลอดหลังเป็นโหลดครับ ทีนี้พอหลอดร้อนได้ที่ทำงาน มันก็จะไบอัสตัวมันเอง  พอหลอดไบอัส คาโทดก็จะเป็นบวก เมื่อเทียบกับ กริด ทำให้ไดโอดที่ต่อคั่นอยู่ไม่ทำงานครับ  ไม่มีผลเสียอะไรต่อเสียง มีแต่ทำหน้าที่ป้องกันวงจรครับ

แนบวงจรมาเป็นตัวอย่างจะได้เข้าใจมากขึ้น  วงจรมาจาก tubecad journal CCDA circuit ครับ
 


ออฟไลน์ yowza

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,604
  • http://www.htg2.net/index.php?topic=80685.0
    • http://www.htg2.net/index.php?topic=80685.0

ออฟไลน์ nopphong

  • *****
    • กระทู้: 915
แต่ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับคุณ nopphong ว่าไฟที่กระโดดน่าจะเกิดจากความต่างศักย์ที่ G กับ Cathode (หรืออาจจะเป็นที่ Plate กับ Cathode ของมันเองก็ได้) ไม่รู้ได้ลองเปลี่ยนหลอด 6080 หลอดอื่นบ้างหรือยังครับ ประเด็นนี้คงต้องเก็บใว้พิจารณาตอนออกแบบวงจร DC ด้วยซะแล้ว.......

ลองแล้วครับ บางหลอดสป๊ากให้เห็น บางหลอดก็ไม่เป็น แต่จำนวนที่สป๊ากนั้นครึ่งต่อครึ่งครับ ผมลองไปสิบกว่าหลอดครับ


ออฟไลน์ yoss

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,175
ยังครับ เพราะหลอดหน้าและหลังใช้ไฟ 6V ชุดเดียวกันจุดใส้หลอดครับ ถ้าจะยกก็ต้องยกคู่ ไม่งั้นต้องพันหม้อแปลงใหม่ วงจรนี้หม้อแปลงลูกใหญ่มากก....ก พันใหม่หลายตังอยู่ครับ
งงครับ การยกไฟไส้หลอด ไม่จำเป็นต้องพันใหม่นี่ครับ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า
ยกไฟใส้หลอดนี่ใช่ที่การเอาไฟ AC ที่จะจุดใส้หลอด แทนที่จะลงกราวด์ เรากลับใช้ R แบ่งแรงดัน แล้วเอา ac ลงที่ R ใช่ไหมครับ

ที่บอกว่าต้องพันใหม่เพราะ ไฟใส้หลอดทั้ง 6as7 และ 6sn7 ใช้ไฟ ac ชุดเดียวกัน ถ้าจะยกก็เท่ากับยกทั้งสองหลอด ซึ่ง 6sn7  cathode มันเท่ากับกราวด์ ถ้ายกขึ้นมันจะมีผลเสียมากกว่าดีมั้งครับ
ถ้าจะยกเฉพาะ 6080 ก็ต้องพันหม้อแปลงใหม่ให้ไฟจุดใส้หลอดของ 6080 และ 6sn7 แยกขดกัน
แบบนี้ผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ  ???

ที่ผมเคยทำ (วงจร SRPP 12AU7) ผมจะเอาใว้ที่กลางๆของ แรงดัน Cathode ของสองหลอดน่ะครับ ประมาณว่าเฉลี่ยกันไปอย่างละครึ่ง ตอนนั้น Cathode ตัวแรกแรงดันใกล้ๆกับ G ราวๆ 4-5V อีกตัวราวๆ 180V ผมก็ยกไฟใส้หลอดใว้ที่ประมาณ 90V แบ่งไปคนละครึ่งครับ......... Y]

==>เพิ่มเติม

แต่ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับคุณ nopphong ว่าไฟที่กระโดดน่าจะเกิดจากความต่างศักย์ที่ G กับ Cathode (หรืออาจจะเป็นที่ Plate กับ Cathode ของมันเองก็ได้) ไม่รู้ได้ลองเปลี่ยนหลอด 6080 หลอดอื่นบ้างหรือยังครับ ประเด็นนี้คงต้องเก็บใว้พิจารณาตอนออกแบบวงจร DC ด้วยซะแล้ว.......
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 สิงหาคม, 2009, 11:26:59 pm โดย yoss »


ออฟไลน์ ลำน้ำ

  • >> Voodo SilverMica Cable <<
  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,211
    • เพศ:ชาย
ลองคิดว่า 2 หลอดมันเป็นหลอดเดียวกันดูครับ เช่น 6SN7  2 sector ทำ Direct Coupling กัน  ภายในหลอดเดียว เค้าก็ยกมัน ทั้งอย่างนั้นเลยครับ
โปรดดู ข้อมูลส่วนตัวผมครับ.... ของที่มีอยู่แล้วไม่มีปัญญาทำให้เสียงถูกใจได้ ไม่ต้องหวังจะซื้อมาเพิ่ม ต่อให้ของชั้นเทพ ... มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ถ้าไร้ความพยายาม...ว่าแล้ว htg2 ไม่ได้ดั่งใจ เป็น ebay เลยดีกว่าหมดตัวเร็วดี


ออฟไลน์ nopphong

  • *****
    • กระทู้: 915
ยังครับ เพราะหลอดหน้าและหลังใช้ไฟ 6V ชุดเดียวกันจุดใส้หลอดครับ ถ้าจะยกก็ต้องยกคู่ ไม่งั้นต้องพันหม้อแปลงใหม่ วงจรนี้หม้อแปลงลูกใหญ่มากก....ก พันใหม่หลายตังอยู่ครับ
งงครับ การยกไฟไส้หลอด ไม่จำเป็นต้องพันใหม่นี่ครับ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า
ยกไฟใส้หลอดนี่ใช่ที่การเอาไฟ AC ที่จะจุดใส้หลอด แทนที่จะลงกราวด์ เรากลับใช้ R แบ่งแรงดัน แล้วเอา ac ลงที่ R ใช่ไหมครับ

ที่บอกว่าต้องพันใหม่เพราะ ไฟใส้หลอดทั้ง 6as7 และ 6sn7 ใช้ไฟ ac ชุดเดียวกัน ถ้าจะยกก็เท่ากับยกทั้งสองหลอด ซึ่ง 6sn7  cathode มันเท่ากับกราวด์ ถ้ายกขึ้นมันจะมีผลเสียมากกว่าดีมั้งครับ
ถ้าจะยกเฉพาะ 6080 ก็ต้องพันหม้อแปลงใหม่ให้ไฟจุดใส้หลอดของ 6080 และ 6sn7 แยกขดกัน
แบบนี้ผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ  ???


ออฟไลน์ Eak-tubeamp

  • วันนี้ไม่เริ่ม ก็ไม่มีวันสำเร็จ
  • Superstar...
  • ****
    • กระทู้: 4,849
    • เพศ:ชาย
  • ....ด้วยใจรัก....
ยังครับ เพราะหลอดหน้าและหลังใช้ไฟ 6V ชุดเดียวกันจุดใส้หลอดครับ ถ้าจะยกก็ต้องยกคู่ ไม่งั้นต้องพันหม้อแปลงใหม่ วงจรนี้หม้อแปลงลูกใหญ่มากก....ก พันใหม่หลายตังอยู่ครับ
งงครับ การยกไฟไส้หลอด ไม่จำเป็นต้องพันใหม่นี่ครับ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า
ไม่จำเป็นต้องพันใหม่ก็ได้ครับ  :showoff
tel 083-3887864


ข้อมูลส่วนตัว  http://www.htg2.net/index.php?topic=44962.0


ออฟไลน์ สุรศักดิ์

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,234
    • เพศ:ชาย
ยังครับ เพราะหลอดหน้าและหลังใช้ไฟ 6V ชุดเดียวกันจุดใส้หลอดครับ ถ้าจะยกก็ต้องยกคู่ ไม่งั้นต้องพันหม้อแปลงใหม่ วงจรนี้หม้อแปลงลูกใหญ่มากก....ก พันใหม่หลายตังอยู่ครับ
งงครับ การยกไฟไส้หลอด ไม่จำเป็นต้องพันใหม่นี่ครับ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า


ออฟไลน์ nopphong

  • *****
    • กระทู้: 915
ถ้างั้นหลอดที่ cathode กับใส้หลอดมีความต่างศักย์สูงๆ  ก็ไม่จำเป็นยกไฟใส้หลอด หรือว่าเราต้องดูแหล่งจ่ายไฟที่จ่ายให้กับหลอดด้วย หลอดแต่ละเบอร์ cathode กับใส้หลอด ความต่างศักย์ไม่เท่ากัน อย่างนี้ถูกต้องมั้ยครับ
ผมว่าจำเป็นต้องยกไฟใส้หลอดหรือไม่  ต้องดูว่าขณะทำงานคาโธดมีแรงดันสูงหรือต่ำกว่าใส้หลอดเท่าไร และที่แรงดันนั้นในสเปกหลอดบอกว่าทนได้หรือไม่น่ะครับ

ลองยกใส้หลอด หลอดหลังหลอดเดียว หรือยังครับ 

ยังครับ เพราะหลอดหน้าและหลังใช้ไฟ 6V ชุดเดียวกันจุดใส้หลอดครับ ถ้าจะยกก็ต้องยกคู่ ไม่งั้นต้องพันหม้อแปลงใหม่ วงจรนี้หม้อแปลงลูกใหญ่มากก....ก พันใหม่หลายตังอยู่ครับ


ออฟไลน์ น้องเชน

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,429
    • เพศ:ชาย
ลองยกใส้หลอด หลอดหลังหลอดเดียว หรือยังครับ 
ช่วงนี่ปาก เสีย กัด ไป ทั่ว อย่าโกรธ นะครับ ล้อ เล่น สนุก ๆ ไม่ ชอบก็ บอกกันได้ครับ

ที่อยู่เลขบัญชีและเบอร์โทร ที่นี่เลยครับ
      http://www.htg2.net/index.php?topic=17557.0


ออฟไลน์ Eak-tubeamp

  • วันนี้ไม่เริ่ม ก็ไม่มีวันสำเร็จ
  • Superstar...
  • ****
    • กระทู้: 4,849
    • เพศ:ชาย
  • ....ด้วยใจรัก....
เข้าใจแล้ว ขอบคุณครับนายป้อ  O0
tel 083-3887864


ข้อมูลส่วนตัว  http://www.htg2.net/index.php?topic=44962.0


ออฟไลน์ นายป้อ

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,937
    • เพศ:ชาย
ถ้างั้นหลอดที่ cathode กับใส้หลอดมีความต่างศักย์สูงๆ  ก็ไม่จำเป็นยกไฟใส้หลอด หรือว่าเราต้องดูแหล่งจ่ายไฟที่จ่ายให้กับหลอดด้วย หลอดแต่ละเบอร์ cathode กับใส้หลอด ความต่างศักย์ไม่เท่ากัน อย่างนี้ถูกต้องมั้ยครับ
ดูค่าใน datasheet ครับ ค่า heater to cathode สมมุติว่า 100 V ถ้าวงจรนั้นออกแบบมาให้คาโทดมีแรงดัน 150 Volt ต้องยกใส้หลอด 50 VOLT เป็นอย่างน้อย เพราะรักษาระดับแรงดันไม่ให้เกินครับ ไม่งั้นแป๊บเดียวพัง แต่วงจรนี้ heater to cathode หลอด 6as7 เท่ากับ 300 ไฟที่คาโทด 6as7 190 V จึงไม่จำเป็นต้องยกใส้หลอดครับ  :)


ออฟไลน์ Eak-tubeamp

  • วันนี้ไม่เริ่ม ก็ไม่มีวันสำเร็จ
  • Superstar...
  • ****
    • กระทู้: 4,849
    • เพศ:ชาย
  • ....ด้วยใจรัก....
ถ้างั้นหลอดที่ cathode กับใส้หลอดมีความต่างศักย์สูงๆ  ก็ไม่จำเป็นยกไฟใส้หลอด หรือว่าเราต้องดูแหล่งจ่ายไฟที่จ่ายให้กับหลอดด้วย หลอดแต่ละเบอร์ cathode กับใส้หลอด ความต่างศักย์ไม่เท่ากัน อย่างนี้ถูกต้องมั้ยครับ
tel 083-3887864


ข้อมูลส่วนตัว  http://www.htg2.net/index.php?topic=44962.0


ออฟไลน์ deep

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,543
    • เพศ:ชาย
ขออนุญาติถามนอกเรื่องหน่อยครับ
พวก dampling diode นี่ใช้ C มากสุดได้กี่ uF ครับ ใน data ไม่ได้บอกไว้เลย
เช่น พวก py81, py88

ใช้EY88อยู่กับC 47uF1200V นานแล้วยังไม่เสียหายครับ....
PY81 เป็นแดมเปอร์ไดโอดเบอร์นึง...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 สิงหาคม, 2009, 10:04:40 am โดย deep »


ออฟไลน์ Flures

  • *****
    • กระทู้: 516
    • เพศ:ชาย
  • ชอบแสงสี
ขออนุญาติถามนอกเรื่องหน่อยครับ
พวก dampling diode นี่ใช้ C มากสุดได้กี่ uF ครับ ใน data ไม่ได้บอกไว้เลย
เช่น พวก py81, py88


ออฟไลน์ art

  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,651
    • เพศ:ชาย
  • อยากกลับมาเล่นหลอด...อีกครั้งแล้ว ^^
น่าสนใจครับ พอมีตัวอย่างหลอดแบบนี้ให้ดูบ้างไหมครับ :secret
ง่ายๆแค่หาหลอดชนิดไดโอดแดมป์เปอร์ เช่น EY88,6AX4,6BE3 อะไรพวกนี้ (ส่วนมากมีหัวจุก แต่บางหลอดก็ไม่มี) มาคั่นในวงจรไฟบวก
ก่อน C ตัวสุดท้าย เช่น Bridge--->C1--->L1--->C2---L2---C3--->Damper Diode Tube--->C4--->Tube
ไฟจะค่อยๆเพิ่มจาก 0 ไปจนถึงค่าที่เราต้องการ (ดรอปที่หลอดแดมปเปอร์ประมาณ 30V) ไม่มีการอาร์คแน่ๆครับ และหลอดพวกนี้
ทนแรงดันรีเวอร์สได้สูงมาก (เวลาทำงานจะรับพัลส์5-6000V เป็นปรกติ) ทนกระแสได้สูง และ ที่สำคัญ มันแยกคาโถดกับใส้หลอดด้วย  :bye1

py81 ไม่ดรอปเลยครับ ;D

   load ขนาด 110 ma....ไฟตกนิดเดียวครับ....ถ้าจำไม่ผิด....ไม่เกิน 5 volt ครับ  ;D

**ไร้สาระโดยสิ้นเชิง.....บันเทิงลูกเดียว**

ติดต่อผมที่นี่ครับ ^^

http://www.htg2.net/index.php?topic=22903.0


ออฟไลน์ Aufklarung

  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,052
    • เพศ:ชาย
  • das Heimwerken.
py81 ไม่ดรอปเลยครับ ;D
อ่ะ จริงรือ ต้องไปขุดมาใส่บ้างละ  :D ตอนนี้ใส่ 12R-K19 หายไป 30V แน่ะ  :D
die Aufklärung คือ รู้แจ้ง กระจ่างแจ้ง ให้ความสว่าง (enlightenment) ครับ
อ่านว่า Auf = เอาฟ์ klär  = แคลรร และ ung = อุง (บางทีออกเสียงคล้ายๆ วุง)  เอาฟ์แคล์รอุง ครับ
และเป็นชาว :D ชมรมคนรัก หลอดหัวจุก :D ด้วย
ข้อมูลส่วนตัวครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=30585.0


ออฟไลน์ นายป้อ

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,937
    • เพศ:ชาย
น่าสนใจครับ พอมีตัวอย่างหลอดแบบนี้ให้ดูบ้างไหมครับ :secret
ง่ายๆแค่หาหลอดชนิดไดโอดแดมป์เปอร์ เช่น EY88,6AX4,6BE3 อะไรพวกนี้ (ส่วนมากมีหัวจุก แต่บางหลอดก็ไม่มี) มาคั่นในวงจรไฟบวก
ก่อน C ตัวสุดท้าย เช่น Bridge--->C1--->L1--->C2---L2---C3--->Damper Diode Tube--->C4--->Tube
ไฟจะค่อยๆเพิ่มจาก 0 ไปจนถึงค่าที่เราต้องการ (ดรอปที่หลอดแดมปเปอร์ประมาณ 30V) ไม่มีการอาร์คแน่ๆครับ และหลอดพวกนี้
ทนแรงดันรีเวอร์สได้สูงมาก (เวลาทำงานจะรับพัลส์5-6000V เป็นปรกติ) ทนกระแสได้สูง และ ที่สำคัญ มันแยกคาโถดกับใส้หลอดด้วย  :bye1

py81 ไม่ดรอปเลยครับ ;D


ออฟไลน์ MuhMuh

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,038
    • เพศ:ชาย
  • รถแก่ๆ แอมป์เก่าๆ เราDIYสบายใจ

ออฟไลน์ Aufklarung

  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,052
    • เพศ:ชาย
  • das Heimwerken.
น่าสนใจครับ พอมีตัวอย่างหลอดแบบนี้ให้ดูบ้างไหมครับ :secret
ง่ายๆแค่หาหลอดชนิดไดโอดแดมป์เปอร์ เช่น EY88,6AX4,6BE3 อะไรพวกนี้ (ส่วนมากมีหัวจุก แต่บางหลอดก็ไม่มี) มาคั่นในวงจรไฟบวก
ก่อน C ตัวสุดท้าย เช่น Bridge--->C1--->L1--->C2---L2---C3--->Damper Diode Tube--->C4--->Tube
ไฟจะค่อยๆเพิ่มจาก 0 ไปจนถึงค่าที่เราต้องการ (ดรอปที่หลอดแดมปเปอร์ประมาณ 30V) ไม่มีการอาร์คแน่ๆครับ และหลอดพวกนี้
ทนแรงดันรีเวอร์สได้สูงมาก (เวลาทำงานจะรับพัลส์5-6000V เป็นปรกติ) ทนกระแสได้สูง และ ที่สำคัญ มันแยกคาโถดกับใส้หลอดด้วย  :bye1
die Aufklärung คือ รู้แจ้ง กระจ่างแจ้ง ให้ความสว่าง (enlightenment) ครับ
อ่านว่า Auf = เอาฟ์ klär  = แคลรร และ ung = อุง (บางทีออกเสียงคล้ายๆ วุง)  เอาฟ์แคล์รอุง ครับ
และเป็นชาว :D ชมรมคนรัก หลอดหัวจุก :D ด้วย
ข้อมูลส่วนตัวครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=30585.0


ออฟไลน์ prasan

  • ...Back to the Basic...
  • Superstar...
  • ****
    • กระทู้: 5,086
    • เพศ:ชาย
6as7 ไฟคาโทดถึงใส้หลอดทนได้ 300 V วงจรนี้ไม่ต้องยกใส้หลอดครับ

ใช่ครับ ดูผิดไปและลืมดูว่าหลอดหน้ากับหลอดหลังมันคนละเบอร์ เข้าใจว่ามันเป็น 6SN7 เหมือนกัน  :black_eye
"I haven't failed. I've found 10,000 ways that don't work." - Thomas Edison
"Anyone who has never made a mistake has never tried anything new." - Albert Einstein


ออฟไลน์ นายป้อ

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,937
    • เพศ:ชาย
6as7 ไฟคาโทดถึงใส้หลอดทนได้ 300 V วงจรนี้ไม่ต้องยกใส้หลอดครับ แต่อาการเป็นแบบที่พี่เชนว่าไว้จริงๆ ครับ แบบที่คุณ nopphong เจอเลย


ออฟไลน์ nopphong

  • *****
    • กระทู้: 915
เป็นอาการหนึงของการไม่ยกไฟใส้หลอด  เลวร้ายสุดก็หลอดเสีย ดีหน่อยก็หลอดเสื่อนเร็วก่อนวัยอันควร
ผมว่าวงจรนี้ไม่จำเป็นต้องยกนะครับ
เพราะวงจรไม่ได้ใช้ srpp หรือ ccs คือสังเกตุว่า cathode ของหลอดหน้าจะเกือบๆเท่ากราวด์ และหลอดหลังจะแค่ 100 กว่าโวลท์(และยิ่งในช่วงสตาร์ทจะอยู่ใกล้เคียงกราวด์) ซึ่งอยู่ระดับ 100 กว่าโวลท์นี้เป็นระดับที่หลอดสามารถทนได้อยู่ครับ แต่การยกแรงดันใส้หลอดกับวงจรนี้กลับจะทำให้หลอดหน้าขณะทำงานต้องทนแรงดันที่ใส้ร้อยกว่าโวลท์อยู่ตลอดเวลา ผมว่าไม่ค่อยดีเท่าไร สู้ให้ 6080 ซึ่งเป็นหลอดใหญ่เป็นตัวรับแรงดัน(เมื่อทำงานเต็มที่)จะดีกว่าครับ

ปล.อย่าหาว่าผมเถียงเรื่อยเปื่อยนะครับ แบบว่าถกกันทางทฤษฎี ถ้าผมผิดตรงไหนก็แย้งมา ได้ความรู้ดีครับ


ออฟไลน์ น้องเชน

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,429
    • เพศ:ชาย
เป็นอาการหนึงของการไม่ยกไฟใส้หลอด  เลวร้ายสุดก็หลอดเสีย ดีหน่อยก็หลอดเสื่อนเร็วก่อนวัยอันควร
ช่วงนี่ปาก เสีย กัด ไป ทั่ว อย่าโกรธ นะครับ ล้อ เล่น สนุก ๆ ไม่ ชอบก็ บอกกันได้ครับ

ที่อยู่เลขบัญชีและเบอร์โทร ที่นี่เลยครับ
      http://www.htg2.net/index.php?topic=17557.0


ออฟไลน์ nopphong

  • *****
    • กระทู้: 915
หากหลอดยังไม่พร้อมทำงาน อะไรจะนำกระแสให้ไหลไปครับ ไส้หลอดยังไม่ร้อนเผาให้อิเลคตรอนหลุดออกจากคาโธด ไม่น่าจะมีการนำกระแสได้
เข้าใจว่าระยะห่างระหว่าง กริด กับคาโธด อยู่ใกล้กันมากกว่าระหว่าง คาโธดกับอาโนด ครับ ไม่แน่ใจว่ามันใกล้จนสป๊ากได้เลยหรือว่าต้องรอร้อนนิดนึงถึงจะสป๊ากนะครับ
เนื่องจากปรกติหลอดพวกนี้ไม่ได้ออกแบบให้กริดมีไฟเป็นบวกอยู่แล้ว ปรกติมันไม่มีกระแสไหลจากกริด เขาจึงออกแบบให้กริดอยู่ชิดคาโธดมากทีเดียวครับ


ออฟไลน์ สุรศักดิ์

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,234
    • เพศ:ชาย
ตอนเปิดเครื่องใหม่ๆใส้หลอด 6sn7 ยังไม่ร้อนและไม่นำกระแส  ทำให้แรงดันที่คร่อมหลอดเกือบเท่ากับไฟเลี้ยงคือ 300V ในขณะที่ 6080 ก็ยังไม่ทำงานทำให้แรงดันที่คาโธดอยู่ใกล้เคียง 0V คราวนี้ก็รู้ผลเลยครับเพราะโดยปรกติกริดควรจะมีค่าเป็น ลบ เมื่อเทียบกับคาโธดซึ่งผลคือจะไม่มีกระแสไหลจากกริดไปคาโธด แต่นี่ตอนสตาร์ท ha2 มันมีแรงดันที่กริดเป็น +300V เมื่อเทียบกับคาโธด มีกระแสไหลจากกริดไปคาโธดแน่นอน ผมถึงเห็นเป็นไฟสป๊ากจากกริดไปคาโธดตอนเริ่มทำงานครับ

หากหลอดยังไม่พร้อมทำงาน อะไรจะนำกระแสให้ไหลไปครับ ไส้หลอดยังไม่ร้อนเผาให้อิเลคตรอนหลุดออกจากคาโธด ไม่น่าจะมีการนำกระแสได้


ออฟไลน์ nopphong

  • *****
    • กระทู้: 915
ไม่หรอกครับ ผมก็ทำวงจรพวกไดเรคไว้ตัวนึง ใช้ไดโอด+หลอดแดมป์ ไม่เคยเจอไฟกระโดด
เป็นไปได้ไหมครับว่ากระโดดแต่ไม่เห็นเพราะคาโธดมันไม่ได้เปิดให้เห็นเหมือนพวกหลอด 6080 น่ะครับ
ถ้าใช้หลอดแดมป์ยังไงก็ไม่กระโดดครับ ไฟจะเพิ่มจาก 0 ไปทีละนิดๆจนถึงค่าที่ต้องการครับ  :bye1
น่าสนใจครับ พอมีตัวอย่างหลอดแบบนี้ให้ดูบ้างไหมครับ :secret

ไม่ทราบว่าในวงจรเต็มๆ มีการยกแรงดันของไส้หลอดให้มีศักดิ์ไม่แต่แตกต่างกัน (Voltage different) มากจนเกินไปหรือเปล่าครับ (Max heater to cathode voltage) ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดการสปาร์กได้ครับ
ไม่มีครับ ใส้หลอดเทียบกับกราวด์เลย และไฟที่สป๊ากผมเล็งดูแล้วไม่ได้มาจากไส้หลอดไปคาโธดครับ แต่มาจากกริดไปคาโธดครับ


ออฟไลน์ prasan

  • ...Back to the Basic...
  • Superstar...
  • ****
    • กระทู้: 5,086
    • เพศ:ชาย
ไม่ทราบว่าในวงจรเต็มๆ มีการยกแรงดันของไส้หลอดให้มีศักดิ์ไม่แต่แตกต่างกัน (Voltage different) มากจนเกินไปหรือเปล่าครับ (Max heater to cathode voltage) ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดการสปาร์กได้ครับ
"I haven't failed. I've found 10,000 ways that don't work." - Thomas Edison
"Anyone who has never made a mistake has never tried anything new." - Albert Einstein


ออฟไลน์ Aufklarung

  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,052
    • เพศ:ชาย
  • das Heimwerken.
ไม่หรอกครับ ผมก็ทำวงจรพวกไดเรคไว้ตัวนึง ใช้ไดโอด+หลอดแดมป์ ไม่เคยเจอไฟกระโดด
เป็นไปได้ไหมครับว่ากระโดดแต่ไม่เห็นเพราะคาโธดมันไม่ได้เปิดให้เห็นเหมือนพวกหลอด 6080 น่ะครับ
ถ้าใช้หลอดแดมป์ยังไงก็ไม่กระโดดครับ ไฟจะเพิ่มจาก 0 ไปทีละนิดๆจนถึงค่าที่ต้องการครับ  :bye1
die Aufklärung คือ รู้แจ้ง กระจ่างแจ้ง ให้ความสว่าง (enlightenment) ครับ
อ่านว่า Auf = เอาฟ์ klär  = แคลรร และ ung = อุง (บางทีออกเสียงคล้ายๆ วุง)  เอาฟ์แคล์รอุง ครับ
และเป็นชาว :D ชมรมคนรัก หลอดหัวจุก :D ด้วย
ข้อมูลส่วนตัวครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=30585.0


ออฟไลน์ คุณหมีน้อย

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,727
  • ใจสำราญ งานสำเร็จ
ถ้าเป็นลักษณะแบบนี้ใช้วงจรหน่วงเวลาไฟสูงก็น่าจะช่วยได้นะครับ  :) 
ไม่มีที่แห่งใดจะอบอุ่นเท่าบ้านหลังแรกของเรา... !


ออฟไลน์ nopphong

  • *****
    • กระทู้: 915
ไม่หรอกครับ ผมก็ทำวงจรพวกไดเรคไว้ตัวนึง ใช้ไดโอด+หลอดแดมป์ ไม่เคยเจอไฟกระโดด
เป็นไปได้ไหมครับว่ากระโดดแต่ไม่เห็นเพราะคาโธดมันไม่ได้เปิดให้เห็นเหมือนพวกหลอด 6080 น่ะครับ


ออฟไลน์ นายป้อ

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,937
    • เพศ:ชาย
ไช้หลอดเรคตามวงจรหรือเปล่าครับ
ขอเดานะครับ ที่ว่าบางหลอดไม่สปารค์บางหลอดสปารค์ ผมคิดว่าได้ทำการถอดเฉพาะหลอด 6as7 สลับเปลี่ยนโดยที่หลอด 5u4 ยังร้อนอยู่ แต่ 6as7 หลอดเดียวที่เย็นทำให้ไม่มีการหน่วงของหลอด 5u4 เปิดเครื่องแล้วไฟมาเลยเพราะหลอดร้อนอยู่แล้วทำให้ไม่มีการวอร์มครับทางที่ดีแยกสวิตซ์ไฟสูงดีกว่าครับ

ความเห็นส่วนตัว...โปรดอ่านฉลากก่อนดื่ม ;D

Y] เป็นไปได้ครับ
อย่างนี้เท่ากับว่าถ้าจะทำวงจร direct coupling ต้องใช้หลอดไดโอดเท่านั้น ห้ามใช้ไดโอดหรือไฮบริดจ์ สิครับ 8)
ไม่หรอกครับ ผมก็ทำวงจรพวกไดเรคไว้ตัวนึง ใช้ไดโอด+หลอดแดมป์ ไม่เคยเจอไฟกระโดด


ออฟไลน์ Eak-tubeamp

  • วันนี้ไม่เริ่ม ก็ไม่มีวันสำเร็จ
  • Superstar...
  • ****
    • กระทู้: 4,849
    • เพศ:ชาย
  • ....ด้วยใจรัก....
ไช้หลอดเรคตามวงจรหรือเปล่าครับ
ขอเดานะครับ ที่ว่าบางหลอดไม่สปารค์บางหลอดสปารค์ ผมคิดว่าได้ทำการถอดเฉพาะหลอด 6as7 สลับเปลี่ยนโดยที่หลอด 5u4 ยังร้อนอยู่ แต่ 6as7 หลอดเดียวที่เย็นทำให้ไม่มีการหน่วงของหลอด 5u4 เปิดเครื่องแล้วไฟมาเลยเพราะหลอดร้อนอยู่แล้วทำให้ไม่มีการวอร์มครับทางที่ดีแยกสวิตซ์ไฟสูงดีกว่าครับ

ความเห็นส่วนตัว...โปรดอ่านฉลากก่อนดื่ม ;D

Y] เป็นไปได้ครับ
อย่างนี้เท่ากับว่าถ้าจะทำวงจร direct coupling ต้องใช้หลอดไดโอดเท่านั้น ห้ามใช้ไดโอดหรือไฮบริดจ์ สิครับ 8)

น่าเสียวใส้ เป็นห่วงหลอดซะแล้วซิ....
tel 083-3887864


ข้อมูลส่วนตัว  http://www.htg2.net/index.php?topic=44962.0


ออฟไลน์ nopphong

  • *****
    • กระทู้: 915
ไช้หลอดเรคตามวงจรหรือเปล่าครับ
ขอเดานะครับ ที่ว่าบางหลอดไม่สปารค์บางหลอดสปารค์ ผมคิดว่าได้ทำการถอดเฉพาะหลอด 6as7 สลับเปลี่ยนโดยที่หลอด 5u4 ยังร้อนอยู่ แต่ 6as7 หลอดเดียวที่เย็นทำให้ไม่มีการหน่วงของหลอด 5u4 เปิดเครื่องแล้วไฟมาเลยเพราะหลอดร้อนอยู่แล้วทำให้ไม่มีการวอร์มครับทางที่ดีแยกสวิตซ์ไฟสูงดีกว่าครับ

ความเห็นส่วนตัว...โปรดอ่านฉลากก่อนดื่ม ;D

Y] เป็นไปได้ครับ
อย่างนี้เท่ากับว่าถ้าจะทำวงจร direct coupling ต้องใช้หลอดไดโอดเท่านั้น ห้ามใช้ไดโอดหรือไฮบริดจ์ สิครับ 8)


ออฟไลน์ นายป้อ

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,937
    • เพศ:ชาย
ไช้หลอดเรคตามวงจรหรือเปล่าครับ
ขอเดานะครับ ที่ว่าบางหลอดไม่สปารค์บางหลอดสปารค์ ผมคิดว่าได้ทำการถอดเฉพาะหลอด 6as7 สลับเปลี่ยนโดยที่หลอด 5u4 ยังร้อนอยู่ แต่ 6as7 หลอดเดียวที่เย็นทำให้ไม่มีการหน่วงของหลอด 5u4 เปิดเครื่องแล้วไฟมาเลยเพราะหลอดร้อนอยู่แล้วทำให้ไม่มีการวอร์มครับทางที่ดีแยกสวิตซ์ไฟสูงดีกว่าครับ

ความเห็นส่วนตัว...โปรดอ่านฉลากก่อนดื่ม ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 สิงหาคม, 2009, 02:24:07 pm โดย นายป้อ »


ออฟไลน์ nopphong

  • *****
    • กระทู้: 915
งั้นวงจร Direct coupling ที่ใช้ไฟสูงๆ หน่อยก็เป็นอันตรายกับหลอดสิครับ  :evil2
เป็นอันตรายหรือเปล่า และเป็นแค่ไหน อันนี้ผมไม่ทราบน่ะครับ ต้องรอท่านที่เล่นหลอดมาเฉลยหน่อยน่ะครับ
แต่จากประสพการณ์ซื้อหลอด used 6080 มาเยอะทำให้เห็นว่ามีหลอดจำนวนนึงที่คาโธดไหม้เป็นเส้นๆตามรอยกริดครับ เข้าใจว่าโดนสป๊ากแบบนี้ทำให้มันไหม้ไป บางหลอดก็ถึงกับสารที่เคลือบคาโธดไว้ล่อนออกมา ผมว่ามันต้องมีผลบ้างไม่มากก็น้อยครับ

ถ้าจำไม่ผิดวงจร HA2 มันใช้หลอดเรคติไฟล์ด้วยนี่ครับมันน่าจะหน่วงไฟสูงตอนเปิดเครื่องไว้สักพัก
อันนี้ผมก็ไม่ทราบเหตุผลครับว่าทำไมมันไม่หน่วง หรือมันหน่วงไม่นานพอก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆผมตาไม่ฝาดแน่ๆที่เห็นไฟสป๊ากจากกริดสักแป๊บนึงก็หายไปน่ะครับ แถมเปิดไปสักพักวัดไฟได้ปรกติแสดงว่าวงจรไม่มีอะไรผิดปรกติครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 สิงหาคม, 2009, 02:12:49 pm โดย nopphong »


ออฟไลน์ silicon

  • *****
    • กระทู้: 976
ถ้าจำไม่ผิดวงจร HA2 มันใช้หลอดเรคติไฟล์ด้วยนี่ครับมันน่าจะหน่วงไฟสูงตอนเปิดเครื่องไว้สักพัก


ออฟไลน์ silicon

  • *****
    • กระทู้: 976
งั้นวงจร Direct coupling ที่ใช้ไฟสูงๆ หน่อยก็เป็นอันตรายกับหลอดสิครับ  :evil2


ออฟไลน์ NAFU

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,135
    • เพศ:ชาย
  • วงจรนี้ก็จะทำ วงจรโน้นก็จะทำ จะเอาวงจรไหนดีหว่า

ออฟไลน์ nopphong

  • *****
    • กระทู้: 915
หลังจากวิเคราะห์วงจร ha2 เพราะสงสัยว่าทำไมบางหลอดมันมีไฟสป๊ากจากกริดไปที่คาโธดตอนหลอดเริ่มทำงาน ปรากฎว่าดูไปดูมา ปรากฎว่า ดูรูปประกอบครับ




คือ ตอนเปิดเครื่องใหม่ๆใส้หลอด 6sn7 ยังไม่ร้อนและไม่นำกระแส  ทำให้แรงดันที่คร่อมหลอดเกือบเท่ากับไฟเลี้ยงคือ 300V ในขณะที่ 6080 ก็ยังไม่ทำงานทำให้แรงดันที่คาโธดอยู่ใกล้เคียง 0V คราวนี้ก็รู้ผลเลยครับเพราะโดยปรกติกริดควรจะมีค่าเป็น ลบ เมื่อเทียบกับคาโธดซึ่งผลคือจะไม่มีกระแสไหลจากกริดไปคาโธด แต่นี่ตอนสตาร์ท ha2 มันมีแรงดันที่กริดเป็น +300V เมื่อเทียบกับคาโธด มีกระแสไหลจากกริดไปคาโธดแน่นอน ผมถึงเห็นเป็นไฟสป๊ากจากกริดไปคาโธดตอนเริ่มทำงานครับ

ผลเสียมี อะไรบ้างผมก็ไม่รู้เพราะไม่ใช่เซียนหลอด แต่น่าจะมีผลเสียแน่ๆเพราะกริดไม่ได้ออกแบบมาให้มีกระแสไหลหรือมีไฟสป๊ากแบบ นี้น่ะครับ

ทางแก้ที่ดีเห็นจะต้องมีสวิทไฟสูงอีกตัว ต้องรออุ่นหลอดให้ร้อนก่อนแล้วค่อยปล่อยไฟสูงเข้าวงจรครับ ใครที่มีใช้อยู่ระวังกันด้วยนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 สิงหาคม, 2009, 02:05:56 pm โดย nopphong »